นักธุรกิจสาวชาวคลองหาด สระแก้ว ร้องสื่อ ให้นายกฯตู่ช่วย ถูกกักตัวช่วงโควิดในฝั่งกัมพูชา

-รายงานข่าวจาก.ไตรรัตน์ มีวงษ์ จ.สระแก้ว
ข่าว.นักธุรกิจสาวชาวคลองหาด สระแก้ว ร้องสื่อ ให้นายกฯตู่ช่วย ถูกกักตัวช่วงโควิดในฝั่งกัมพูชา ขอให้ออกมากักตัวในประเทศไทย เพราะความเป็นอยู่ลำบากมาก

       สาวใหญ่ชาวไทยนักธุรกิจนำมันสำปะหลังจากกัมพูชาเข้าไทยทางด้านจังหวัดสระแก้ว ร้องนายก ตู่ ให้ช่วยออกจากสถานที่กักตัวโควิด-19 ของกัมพูชา เนื่องตนจากเป็น 1 ในคนไทยที่ต้องกักตัวรวมกันคนกัมพูชาจำนวน 1 พันคน เนื่องจากสถานที่กักตัวแออัดมากต้องอยู่รวมกันห้องละ 20 คนมีห้องน้ำเพียง 2 ห้องเท่านั้น 
       (23ก.พ.) ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานทางโทรศัพท์จากนางสาวสุกัญญา โชติพรม อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 198 หมู่ 6 ตำบลคลองหาด อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นคนไทยที่ถูกกักตัวอยู่ในฝั่งอำเภอสำเภาลูน จังหวัดพระตะปอง ประเทศกัมพูชา โดยอ้างว่าตนต้องการออกจากสถานที่กักตัวโควิด-19 เนื่องจากต้องอยู่รวมกันกับคนกัมพูชาจำนวนมากถึง 1 พันคน หลังจากได้รับการแจ้งดังกล่าว ผู้สื่อข่าวจึงได้ประสานไปยัง พันเอก รณรงค์ เส็งมี ผู้บังคับชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 ขอลงพื้นที่ที่อาคารศูนย์ประสานงาน ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 ประจำจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานไปยังนางสาวสุกัญญาฯอีกครั้งหนึ่ง
     

 โดยผู้สื่อข่าวได้ติดต่อพูดคุยกับนางสาวสุกัญญาฯทางโทรศัพท์ ซึ่งนางสาวสุกัญญาฯเล่าให้ฟังว่า ตนเป็นนักธุรกิจนำมันสำปะหลังเส้นจากประเทศกัมพูชาเข้ามาจำหน่ายในฝั่งประเทศไทยทางด้านชายแดนจังหวัดสระแก้ว โดยตนมีลานรับซื้อมันสำปะหลังอยู่ในฝั่งอำเภอสำเภอลูน จังหวัดพระตะบอง อยู่ 2 ลานด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุถูกจับ ตนเองได้เดินทางข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา โดยจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.64 ที่ผ่านมา โดยผ่านขั้นตอนการเดินทางข้ามแดนและตรวจสอบเอกสาร แสต็มพาสปอร์ตเรียบร้อย พร้อมตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าไปฝั่งกัมพูชาเสร็จทุกขั้นตอนโดยนั่งโดยสารไปกับรถบรรทุกสินค้าปฏิบัติตามระเบียบ จากนั้นจึงได้เดินทางไปที่ลานรับซื้อมันของตนเองเพื่อตรวจสอบสินค้า จากนั้นตนได้ให้คนขับรถฯวิ่งไปรับสินค้ามันสำปะหลังอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับด่านบ้านแหลม อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี และให้กลับมารับตนเองที่ลานรับซื้อมันในช่วงบ่าย
         แต่คนขับรถกลับนำภรรยาชาวไทยกลับมาด้วย ซึ่งภรรยาของคนขับรถฯได้เดินทางเข้าประเทศกัมพูชาทางช่องทางธรรมชาติ และไม่มีเอกสารการเดินทาง จึงทำให้ถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชากักตัวไว้เพราะผิดเงื่อนไข ในการเข้า-ออกเกิน 2 คน ต่อจากนั้น พวกตนจึงถูกนำตัวมากักตัวไว้ที่ศูนย์โควิดฯ อำเภอสำเภาลูน ประเทศกัมพูชา โดยทางกัมพูชาก็ได้ตรวจวัดอุณหภูมิของตนอีกครั้ง ซึ่งผลการตรวจก็ปรกติ และแจ้งตนว่าจะถูกกักตัว 14 วัน ซึ่งในจุดนี้ มีผู้ถูกกักกันนับ 1,000 คน และอยู่กันอย่างแออัด ห้องละ 20 คน มีห้องน้ำมีเพียง 2 ห้อง ไม่มีห้องอาบน้ำ ตนเองถูกให้มานอนเต็นท์อยู่ที่บริเวณสนามหญ้าใกล้กับจุดอาบน้ำ และตนเองเป็นผู้หญิงไทยคนเดียวที่ถูกกักตัวอยู่ที่นั่น เกรงว่า จะไม่ได้รับความปลอดภัยและกลัวติดเชื้อโรค ตนจึงอยากจะขอกลับไปกักตัวที่ฝั่งไทยหรือกักตัวที่โกดังโรงงานตนเองในฝั่งกัมพูชาก็ได้
       ซึ่งตนก็เข้าใจในสถานการณ์ในช่วงโควิดมันรุนแรง  โดยสภาพที่เป็นอยู่นั้น ตนเองอยู่ไม่ได้ มันลำบาก อีกทั้งคนที่ถูกกักกันก็เยอะ สถานที่กักกันนี้เป็นอาคารโรงเรียนคือวิทยาลัยโกลพนมซามปี(เขาน้อย32) ตนก็อยากให้ทางภาครัฐบาลท่านนายกฯตู่ ช่วยประสาน ย้ายสถานที่กักกันมาที่ไทย หรือจุดที่โกดังโรงงานของตนเองในฝั่งกัมพูชาก็ได้ ซึ่งตนก็ยินดีให้ถูกกักกันด้วย
      ด้านร.ต.อ.สมโภช ภมรภูเบศวร์ รอง สว.ตม.ด่านบ้านเขาดิน กล่าวว่า ตนเพิ่งจะเปลี่ยนผลัดเวรมา ซึ่งก็พอจะทราบว่า หญิงชาวไทยได้ถูกกักตัวอยู่ทางฝั่งกัมพูชา จากการตรวจสอบทราบว่า ในวันนั้นเขาก็ได้เดินทางออกโดยถูกต้องตามระเบียบการ และยังแสต็ม เอกสารออกด้วย ซึ่งทราบว่าทางเราก็ได้ประสานไปทาง ตม.กัมพูชา และทางกัมพูชาก็ได้แจ้งมาว่ามันเป็นมาตรการในช่วงโควิด เราก็ไม่นิ่งนอนใจ ไม่ได้ปล่อยปะละเลยแต่อย่างใด ซึ่งการเข้าออกยืนยันได้ว่าเข้าออกตามกฏระเบียบทุกประการ ก็ติดตามเรื่องนี้โดยตลอดอยู่แล้ว โดยทางกัมพูชา ได้กักตัวไว้ ซึ่งอยู่ในช่วงโควิด ทางกัมพูชาก็ต้องเข้มในประเทศของเขาด้วย
----------------------------------------------

โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น