รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงเกาะหลีเป๊ะ ร่วมงานกิจกรรมงานรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ครั้งที่ ๑๑

-รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงเกาะหลีเป๊ะ ร่วมงานกิจกรรมงานรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ครั้งที่ ๑๑ พบปะ ชาวเล  กะเหรี่ยง มานิส่งเสริมวิถีชีวิต สู่การผลักดันกฎหมายและเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล
……………………………………………………….

วันที่ 28 พ.ย. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะหลีเป๊ะ หมู่ 7 ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล กลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ย  ร่วมต้อนรับนายวราวุธ  ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหาร ศมส. พร้อมคณะลงพื้นที่โดยมีดร.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์  ผู้อำนวยการศูนย์มนุษย์วิทยาสิรินธร (องค์กรมหาชน ) พร้อมด้วยทางเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล โดยมีนายเอกรัฐ  หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลร่วมให้การตอนรับ  ที่บริเวณบ้านของนางฉลวย  หาญทะเล เพื่อรับฟังปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดิน ระหว่างชาวเล ที่ตนเองปลูกสร้างอาศัยอยู่และรับฟังเรื่องที่ดินของนายทุน
ต่อจากนั้นทางนายวราวุธ  ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะเดินทางไปพบพูดคุยกับชาวเลอูรักลาโว้ยที่อยู่บนเกาะหลีเป๊ะ โดยมีนางแสงโสม  หาญทะเล เป็นผู้นำของกลุ่มชาวเลบนเกาะแห่งนี้ 

ได้เดินไปตามบริเวณริมชายหาด พร้อมลงเก็บขยะที่พบฝังอยู่ในกองทราย  ซึ่งทางรัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินไปพลาง ก็เก็บขยะไปด้วยตลอดเส้นทางริมชายหาดบนเกาะหลีเป๊ะ พร้อมยังกล่าวสั้นๆว่า ช่วยกันดูแลความสะอาดชายหาดเพื่อให้เป็นพื้นที่สวยงาม ไร้ขยะ และฝากให้ทุกคนมีจิตสำนึกรักษ์ ธรรมชาติด้วยหัวใจ ก่อนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมงานรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ครั้งที่ ๑๑ “ส่งเสริมวิถีชีวิต สู่การผลักดันกฎหมายและเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล” บริเวณ  ชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูลพร้อมกันยังทำการเซ็นต์ Mou โดยมี หลายๆฝ่ายรับรู้ ซึ่งมีจุดประสงค์หลัก เรื่องการส่งเสริมคุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรม กลุ่มชาติพันธุ์  


นายวราวุธ  ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม  กล่าวว่า  สำหรับปัญหาเรื่องของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะ เป็นปัญหามานานแล้ว การแก้ปัญหาต้องค่อยๆแก้ไข และมีความเห็นใจพี่น้องชาวเล การดำรงชีพมีความยากลำบาก และมาให้กำลัง โดยทางนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยในทุกกลุ่ม  การเดินทางมาในครั้งนี้เป็นการนำความห่วงใยมามอบให้

สำหรับการคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ เราต้องพูดกันหลายๆฝ่าย เพราะสิ่งหนึ่งคือวิถีชีวิต วัฒนธรรมคงอยู่ไป การดำรงชีพที่ดีต่อไป ตั่งแต่ผมเข้าดูแลตำแหน่งนี้ โดยผมเองในนโยบายข้าราชการ โดยทางกรมอุทยานฯต้องการทำงานร่วมกัน เพราะสิ่งหนึ่งเราก็เดินหน้าควบคู่การอนุรักษ์ไปกับการพัฒนา และการเซน mou การทำงานที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ซึ่งการลงนั้นมี พิธีบันทึกความร่วมมือ 
“ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์”

ด้านดร.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์  ผู้อำนวยการศูนย์มนุษย์วิทยาสิรินธร (องค์กรมหาชน )  กล่าวว่า การเซ็นเอ็มโอยู คือความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่ง หลังจากมีมติ ครม.มาเป็นเวลากว่า10ปี รูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดในการเคลื่อนไปข้างหน้า คือการจำกัดเขตวัฒนธรรมพิเศษ คือ วิถีชีวิตของชาวบ้าน การประกาศเขตพื้นที่อุทยาน การอณุรักษ์ รวมทั้งนักธุรกิจของผู้ประกอบการ จะต้องหาทางออกร่วมกัน การมีเอ็มโอยู จะทำให้ทุกฝ่ายมาคุยและตกลงกัน โดยข้อตกลงต่างๆ มีระเบียบ มีกฎหมายรองรับให้สามารถทำได้ แต่ความเข้าใจยังไม่ตรงกัน ทำให้เกิดปัญหาในข้อตกลง  

กล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญในการเซ็นเอมโอยู คือการสถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ให้ชุมชนสามารถนำประเด็นปัญหาต่างๆมาหาลือร่วมกัน เพื่อที่จะให้การอนุรักษ์กับการมีชีวิตอยู่ตามวิถีของกลุ่มชาติพัน์สอดคล้องและอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ทะเลาะกันอีกต่อไป
……………………………………………………………………………………………
สโรชา ยกชม../รายงาน

----------------------------------------------

โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น