กฟผ. ลุยโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริดแห่งแรกในประเทศไทย

------
 

กฟผ. ลุยโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริดแห่งแรกในประเทศไทย
เตรียมพร้อมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดกลางปี 64
กฟผ. ลุยโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริดเขื่อนสิรินธร เตรียมจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์กลางปี 2564 พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี
นายฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของ

ประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018) กฟผ. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ หรือ Hydro-floating Solar Hybrid Project ตามเขื่อนต่างๆ ของ กฟผ. กำลังผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์ โดยนำร่องโครงการแรก ณ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี มีขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ โดยขณะนี้ โครงการฯ อยู่ในขั้นตอนของการติดตั้งระบบยึดโยงทุ่นลอยน้ำกับแท่นคอนกรีตบริเวณพื้นท้องน้ำ และดำเนินการประกอบแผงโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำเพื่อเตรียมนำไปติดตั้งกับระบบยึดโยง ซึ่งคาดว่า       

จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำของชุดแรกแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2563 จากทั้งหมด 7 ชุด และกำลังดำเนินการก่อสร้างฐานรากของอาคารสวิตช์เกียร์ (Switchgear) โดยโครงการฯ มีความก้าวหน้างานในภาพรวมอยู่ที่ร้อยละ 66 มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) ประมาณกลางปี 2564 นอกจากนี้ โครงการฯ ยังมีการก่อสร้างเส้นทางเดินธรรมชาติ (Natural Walkway) ความยาวกว่า 415 เมตร เพื่อเป็นเส้นทางสำหรับเดินชมแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำและเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร (Hydro-Floating Solar Hybrid) ถือเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่ผิวน้ำของเขื่อนสิรินธร อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี โดยผลิตไฟฟ้าผสมผสานระหว่าง “พลังงานแสงอาทิตย์” และ “พลังน้ำ” จาก

เขื่อนสิรินธร ซึ่งโซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าในช่วงกลางวัน และนำพลังน้ำ  ผลิตไฟฟ้าเสริมในช่วงเวลากลางคืนหรือในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามาก ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาระบบควบคุมและบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) เพื่อนำมาควบคุมการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าทั้งสองชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียนที่มักขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
โครงการฯ ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้วัสดุของแผงโซลาร์เซลล์ชนิดดับเบิลกลาส (Double Glass) ซึ่งเหมาะกับการติดตั้งบนผิวน้ำ เป็นแผ่นกระจกทั้งด้านบนและด้านล่าง สามารถทนต่อความชื้นสูงได้ดี ทำให้ไม่มีสิ่งปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ จึงปลอดภัยต่อการใช้งาน มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูง นอกจากนี้ ทุ่นลอยน้ำยังใช้วัสดุชนิด HDPE (High Density Polyethylene) ซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกับ   ท่อส่งน้ำประปา สามารถทนต่อการกัดกร่อนของแสงอัลตร้าไวโอเลต (UV) จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ ที่สำคัญ โครงการยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนได้ประมาณ 47,000 ตัน/ปี โดยมีขอบเขตพื้นที่โครงการประมาณ 760 ไร่ ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และอุปกรณ์ต่างๆ บนพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 450 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนพื้นที่ผิวน้ำไม่ถึงร้อยละ 1 ของพื้นที่อ่างเก็บน้ำทั้งหมด
"กฟผ. เตรียมเปิดโครงการฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี โดยก่อสร้าง  เส้นทางเดินชมธรรมชาติ (Natural Walkway) ความยาวกว่า 415 เมตร และอาคารต้อนรับนักท่องเที่ยว   ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นและเศรษฐกิจของจังหวัดในภาพรวม รวมทั้งจะเป็นแหล่งเรียนรู้  และศึกษาดูงานด้านพลังงานหมุนเวียนแบบไฮบริดให้กับนักเรียน นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไปทั้งจาก       ในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย" ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานหมุนเวียน กล่าวในที่สุด
-----------------------------------------

โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น