กระบี่-ชื่นชม2 สามีภรรยา ปลูกยางพาราแบบผสมผสาน ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน

-----

กระบี่-ชื่นชม 2 สามีภรรยา ปลูกยางพาราแบบผสมผสาน ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน เพื่ออนาคตยืนได้ด้วยตัวเอง ไม่ง้อราคายางพารา ด้านผอ.กยท.สาขาเมืองกระบี่ สนับสนุนเกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมโครงการปลูกแทนยางเกา ด้วยการทำเกษตรกรรมยั่งยืน พร้อมสนับสนุนงบประมาณ ไร่ละ 16,000 บาท ผู้สนใจสามารถติดต่อสำนักงาน กยท.สาขาเมืองกระบี่ และทุกสาขาทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดกระบี่ 

  นายธนู ประเสริฐกุล นายธนู ประเสริฐกุล ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย สาขาเมืองกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางไปยังพื้นที่ หมู่ที่ 5 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ เพื่อเยี่ยมชมเกษตรกร ชาวสวนยางพารา 2 สามีภรรยา ปลูกยางพาราแบบผสมผสาน ในพื้นที่ 18 ไร่ โดยมีนายดิเรก บุญชู อายุ 54 ปี และนางนิดา บุญชู อายุ 53 ปี บ้านเลขที่  51/1 ม.1 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เป็นเจ้าของแปลงเกษตรผสมผสานดังกล่าว   กำลังช่วยกันดูแลสวนและให้อาหารสัตว์  โดยได้แบ่งพื้นที่สวนยางพารา 18 ไร่ อย่างเหมาะสมในการทำเกษตรผสมผสานภายในสวนยางพารา อย่างมีระบบ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ครบวงจร จากการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และปลูกยางพารา 

นางนิดา บุญชู กล่าวว่า เป็นความใฝ่ฝันของตนเองเมื่ออายุมากขึ้น อยากทำเกษตรผสมผสาน ในพื้นที่ 18 ไร่ ของตนเอง จึงได้ทำการขอทุนปลูกยางพารา จากสำนักงานการยางแห่งประเทศไทย สาขาเมืองกระบี่และวางระบบแบ่งพื้นที่ปลูกยางพารา ออกเป็น 3 แปลงด้วยกัน  แปลงที่ 1ใช้พื้นที่เลี้ยงแพะ 8 ไร่ มีแพะ 35 ตัว แปลงที่ 2 ใช้พื้นที่ 2 ไร่ ปลูกพืชผสมผสาน  ทุเรียน ลองกอง  มะละกอ  มะม่วง  มะพร้าว ตะไคร้ ชะอม มะเขือ  กะเพรา พริก ข่า รวมทั้ง บ่อเลี้ยงปลาดุก  เลี้ยงไก่บ้าน รวมทั้งไก่แจ้ และแปลงสุดท้ายอีก 8 ไร่ ปลูกยางพารา และเลี้ยงวัว รวมทั้งวัวเนื้อ ทั้งหมด 20 ตัว ซึ่งปัจจุบันสามารถเก็บผักจำพวก ชะอม มะละกอ ตะไคร้ มะเขือ ไปขายตามลูกค้าสั่งได้ครั้งละ 300-400 บาท สามารถลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้เป็นอย่าง
ด้านนายธนู ประเสริฐกุล นายธนู ประเสริฐกุล ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย สาขาเมืองกระบี่ กล่าวว่า เป็นตัวอย่างเกษตรกรที่ปลูกสวนยางผสมผสานแบบยั่งยืน ซึ่งนางนิดาและสามีได้ยื่นขอทุนปลูกยางพาราจาก ทางสำนักงานการยางแห่งประเทศไทย สาขาเมืองกระบี่ ในการทำสวนผสมผสาน ซึ่งเกษตรกรที่สนใจสามารถเข้ามาดูตัวอย่างได้ 
 โดยทาง สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย สาขาเมืองกระบี่ มีงบสนับสนุน จาก กยท.แห่งประเทศไทย ไร่ละ 16,000 บาท สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกแทนยางเก่า  ด้วยการทำเกษตรกรรมยั่งยืน  ตามนโยบายของ กยท.แห่งประเทศไทย เพื่อประโยชน์ 4 อย่างคือ พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น เกษตรกรที่สนใจโครงการดังกล่าวสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย สาขาเมืองกระบี่ และ ทุกสาขา ทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดกระบี่ 
ซึ่งถ้าเกษตรกรทำอย่างนี้ได้ ในอนาคตข้างหน้าไม่ว่าราคายางพารา ปาล์มน้ำมันจะเป็นอย่างไร เกษตรกรสามารถอยู่ได้ด้วยขาของตัวเอง ภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เกษตรกรก็อยู่ได้ 
 สิทธิชัย  สิขวัตร รายงาน

------------------------------------------

โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น