รวบสาวหลอกขายถุงมือยางให้ชาวต่างชาติทางเฟสบุ๊ค สูญเงินไปเกือบ 10 ล้านบาท

-รวบสาวหลอกขายถุงมือยางให้ชาวต่างชาติทางเฟสบุ๊ค สูญเงินไปเกือบ 10 ล้านบาท

       เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ   กองบังคับการ 1 ปคม. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนของ สภ.พระประแดง สมุทรปราการ และนายอัจฉริยะ  เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ร่วมกันนำหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 499 / 2563 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 เข้าทำการจับกุมตัว น.ส.บัวบูชา  เครือพิลา อายุ 40 ปี  ผู้ต้องหาในคดี ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว  ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจยึดรถยนต์เก๋งยี่ห้อ เบนซ์ รุ่น ซี 220  สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ก 9999 กรุงเทพมหานคร มาทำการตรวจสอบ ก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ พระประแดง สมุทรปราการ 
        ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563  นายอัจฉริยะ  เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้พา น.ส.ชญานิษฐ์ โสว กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท ไท้เบน (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งตั้งเลขที่ 927 /146 ซ.ลาดพร้าว 87 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง สมุทรปราการ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.บัวชา เครือพิลา ในฐานะส่วนตัว และ บริษัท บี แอนด์ ที กรุ๊ป อินเตอร์เทรด จำกัด ในฐานะนิติบุคคล กรณีได้หลอกลวงให้บริษัท ไท้เบน (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เสียหายซื้อสินค้าเป็นถุงมือยางทางการแพทย์ โดยทางบริษัท ไท้เบน (ไทยแลนด์) จำกัด ได้โอนเงินสดจำนวน 9,532,500 บาท ตามเลขบัญชีที่ น.ส.บัวชา ผู้ต้องหาให้มาซึ่งเป็นเลขบัญชีของ บัญชี บริษัท บี แอนด์ ทีกรุ๊ป อินเตอร์เทรด จำกัด แต่จากที่ทำการโอนเงินไปให้แล้วกลับไม่ได้รับสินค้า และเมื่อทวงถามก็ไม่สามารถคิดต่อได้ จึงคิดว่าถูกหลอกลวง จึงเดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ก่อนที่ นายอัจฉริยะ ฯ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม  จะพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวจีน และรวบรวมหลักฐานเข้าขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อกล่าวหา ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน จนกระทั่งช่วงเย็นของวันนี้ที่ 19 พฤศจิกายน 2563  เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัว น.ส.บัวบูชา เครือพิลา ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้ที่ลานจอดรถห้างสรรสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ชั้น2 (F21) ระหว่าง ที่เจ้าตัวกำลังเดินลงมาจะขึ้นรถที่จอดไว้ในชั้นดังกล่าว 
        จากการสอบสวนเบื้องต้นน.ส.บัวบูชา ผู้ต้องหาในคดีนี้ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับ แต่ทางเจ้าหน้าที่มีพยานและหลักฐานพฤติกรรมในการก่อเหตุ จึงได้แจ้งข้อกล่าวว่า ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 
     ด้านนายอัจฉริยะ  เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้กล่าวว่า เนื่องจากมีผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวจีนได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่าถูกขบวนการหลอกลวงว่าสามารถจัดหาถุงมือยางให้กับผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวจีนเป็นจำนวนมาก และมีการทำสัญญากันเป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท และมีการโฆษณาซึ่งมีนายหน้าพาผู้เสียหายไปรู้จักกับผู้ต้องหาในคดีนี้ และผู้ต้องหาในคดีนี้ก็มีการโฆษณาทางเฟสบุ๊คชื่อ ด๊อกเตอร์ใหม่ โดยมีกล่องตัวอย่างของถุงมือยางซึ่งด้านในมีถุงยางมือสองมาหลอกลวงผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหารายนี้จำนวนเกือบ 10 ล้านบาท หลังจากที่โอนไปแล้ว ทางผู้เสียหายก็พยายามทวงถามของที่จะกำหนดส่ง แต่พอถึงกำหนดก็อ้างว่าอยู่ระหว่างการผลิต ซึ่งทางผู้เสียหายก็ทวงถามหลายครั้ง สุดท้ายก็หลอกผู้เสียหายไปที่โกดังซึ่งอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี แต่ก็ไม่พบเห็นสินค้าที่จะจัดส่งให้ ผู้เสียหายจึงทวงถามเงินคืน แต่ก็ไม่ได้คืน ทางผู้เสียหายจึงมีแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.พระประแดง เพื่อให้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี 
           หลังจากที่เราทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาแล้วและมีการพูดคุย ทางผู้ต้องหาได้มีการซักทอดนอกจากตัวของผู้ต้องหาแล้วยังมีเพื่อนร่วมกระบวนการอีก 5-6 คน ที่มีการรับเงินจากจำนวนของผู้เสียหายชาวจีนรายนี้เกือบ 10 ล้านบาท โดยเอาไปแบ่งกันในจำนวนเงินที่ไม่เท่ากัน ซึ่งก็จะมีการแจ้งความเพิ่มดำเนินคดีกับผู้ต้องหาร่วม ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและรับของโจร ซึงก็จะมีการขยายผลเนื่องจากว่า ในคำให้การของตัวผู้ต้องหาที่ให้การซักทอดเชื่อว่าน่าจะทำกันเป็นกระบวนการ ซึ่งตนเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายราย ที่ถูกกระบวนการนี้หลอกลวงในการขายถุงมือยางซึ่งเราได้มีการพิสูจน์แล้วว่าถุงมือยางทั้งหมดที่มีการโฆษณาเป็นถุงมือยางมือสองที่ใช้แล้ว ซึ่งในเบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ซึ่งต้องมีการขยายผลเพราะเชื่อว่ากระบวนการนี้เป็นกระบวนใหญ่ซึ่งตนเชื่อว่ามีผู้เสียหายที่ถูกหลอกอีกเป็นจำนวนมากซึ่งตัวผู้ต้องหาก็บอกว่ามีคนหลงเชื่อและโอนเงินมาให้อีกหลายราย ซึ่งทางเราก็ได้มีการอายัดบัญชีไว้แล้ว และยึดรถเบนซ์ป้ายแดงมาตรวจสอบด้วย เนื่องจากว่าพบความผิดปกติของรถคันนี้ที่ได้ป้ายแดงมาตั้งแต่ปี 2562 และไม่สามารถเปลี่ยนป้ายขาวได้ จึงได้ทำการยึดรถคันดังกล่าวมาด้วยเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ทำการตรวจสอบ
----------------------------------------------

โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น