About

Header Ads

คลิป | จนท.ร่วมตรวจสอบหาหลักฐานในอุโบสถ วัดไพรสณฑ์ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบหาหลักฐานภายในอุโบสถ วัดไพรสณฑ์ อำเภออ่าวลึก  จังหวัดกระบี่ หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้  สร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้าน

  เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563  เจ้าคณะจังหวัดกระบี่  เจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐาน จังหวัดกระบี่  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรอ่าวลึก  สำนักงานพระพุทธศาสนา เจ้าอาวาส คณะสงฆ์ วัด ไพรสณฑ์ หมู่ 3 ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ร่วมตรวจสอบ หาหลักฐาน หลังจาก เกิดเหตุ ไฟไหม้ ภายใน อุโบสถหลังเก่า  เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา  มีรูปหล่อหลวงปูทวด และ พระพุฒ จารย์โต ธรรมรังษี และพุทธรูปอื่น  โต๊ะหมู่บูชา พัดลม พื้นพรหม ถูกไฟไหม้ได้รับได้รับความเสียหาย  แต่ หลังจากเกิดเหตุ พระอธิการ ณัฐชัย วรเสฏโฐ อายุ 47 ปี  เจ้าอาวาส  ไม่ได้ไปแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ร่วมตรวจสอบ  สร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านบางส่วนในชุมชน ส่งผลให้ชาวบ้านไม่พอใจว่าปกปิดทำไมทั้งๆที่ชาวควรรับทราบเพราะวัดต้องอยู่คู่กับชาวบ้านจากนั้นจึงนำไปสู่ มีการร่วมตรวจสอบ เก็บหลักฐานต่างๆ  จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   โดยหลังจากการตรวจสอบและจะทราบผลสาเหตุการเกิดไฟไหม้ ภายในระยะเวลา 1 เดือนหลังจากนี้  โดยระหว่างนี้จะทำการปิดอุโบสถไว้ ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้า 
  ส่วนกรณีการขับไล่เจ้าอาวาส ให้ย้ายออกจากวัด  โดยกลุ่มชาวบ้านอ้างว่า เนื่องจากที่ผ่านมา มีความขัดแย้งกับชาวบ้านชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง และความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง ทั้งการเปลี่ยนกรรมการวัดเป็นคนนอกหมู่บ้าน นำญาติๆ มาอาศัยอยู่ที่วัด รวมถึงไม่แจ้งบัญชีรับจ่าย จากการทอดกฐิน ผ้าป่า  
    ทั้งนี้ทางฝ่ายปกครอง อำเภออ่าวลึก ให้ ชาวบ้าน ที่เรียกร้อง สรุป ข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลา 1เดือน เพื่อเสนอต่อ อำเภออ่าวลึก  แล้วพิจารณาเสนอต่อจังหวัด ต่อไป ทำให้ชาวบ้านที่มารวมตัวหันพอใจแยกย้ายกันกลับ  
  ด้านพระอธิการ ณัฐชัย วรเสฏโฐ เจ้าอาวาส วัดไพรสณฑ์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ  วันที่ 26  สิงหาคม พระลูกวัด ได้ แจ้งให้ทราบแล้วซึ่งขณะนั้น ตน เดินทางไปศึกษา ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยแจ้งให้ปิดสถานที่ไว้ห้าม ใครเข้า จนกระทั้งเดินทางกลับมา ที่วัด วันที่ 27 สิงหาคม จึงได้เข้าตรวจสอบ พร้อมแจ้งให้ เจ้าคณะตำบล อำเภอ และสำนักงานพระพุทธศาสนา ให้รับทราบ ตามลำดับ การปกครองของคณะสงฆ์ พร้อมแจ้งรายละเอียดความเสียหาย  และได้รับการ แนะนำว่า ไม่ต้องแจ้งความ ก็ได้เนื่องจาก มีความเสียหายไม่มาก สามารถดำเนินการ แก้ปัญหาได้    จึงไม่ได้ไปแจ้งความ ส่วนกรณี  หลังจากได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมา ทางวัดได้มีการ ปรับเปลี่ยน คณะกรรมการวัดจริง เพราะต้องการ ผู้ที่ สามารถช่วยเหลือการดำเนินการของวัดได้ ส่วนหนึ่ง เป็นญาติโยมในพื้นที่ และต่างพื้นที่ เพื่อความเหมาะสม เป็นไปตาม อำนาจของ เจ้าอาวาส 

  ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า ไม่ ชี้แจง แจ้ง รายรับรายจ่ายของวัด  ทั้งเงินทอดกฐิน ทอดผ้าป่า  ให้ชาวบ้านได้รับรู้  เพราะที่ผ่านมา ไม่มีชาวบ้านมาถาม แต่ทางวัดได้ส่งรายงาน การดำเนินการด้านการเงินของวัด ต่อสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดกระบี่ มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
-----------------------------------------------

โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น