About

Header Ads

บวงสรวงยิ่งใหญ่พร้อมจัดงานแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน

บวงสรวงยิ่งใหญ่พร้อมจัดงานแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน

      ชาว อ.สตึก บุรีรัมย์ แห่ร่วมพิธีบวงสรวงยิ่งใหญ่ พร้อมจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ชิงจ้าวยุทธจักรแห่งลำน้ำมูล 2-3 พ.ย.นี้ เผยมีนักเรียนนักศึกษามาลงชื่อเป็นจิตอาสางานปลอดเหล้าและขยะกันเป็นจำนวนมาก คาดเงินสะพัด 30 ล้าน

      วันที่ 1 พ.ย.62 ที่บริเวณลานสวนเฉลิมพระเกียรติ ริมแม่น้ำมูล อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ประธานอำนวยการจัดการจัดแข่งเรือยาวประเพณี พร้อมนางวิมลนันท์ ทิมาตฤกะ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ได้ร่วมกันทำพิธีบวงสรวง เซ่นไหว้ปูมุจรินทร์นาคราช ในลำน้ำมูลเพื่อเตรียมจัดงานแข่งเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ในวันที่ 2-3 พ.ย.นี้  ในพิธีมีเรือยาวที่จะมาแข่งขันกว่า 100 ลำ มาจอดเทียบเข้าร่วมพิธีกลางลำน้ำมูล กันอย่างคึกคัก

บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข มีการแสดงกันตรึมถวายตามความเชื่อ มีชาวอำเภอสตึก และใกล้เคียงกว่า 2,000 คน มาร่วมชมการพิธีกันเนื่องแน่น ซึ่งทีมเรือแข่งแต่ละลำได้นำของเซ่นไหว้มาตั้งริมฝั่งแม่น้ำมูล มีเสียงโห่ร้องของฝีพายและกองเชียร์เป็นระยะระหว่างที่หมอพราหมณ์กล่าวถึงชื่อเรือล้ำนั้นๆ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ(ทิ-มา-ตะ-รึ-กะ) ประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวว่า การแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานฯ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านในแถบบริเวณแม่น้ำมูล อำเภอสตึก ซึ่งบรรพบุรุษได้มีจัดการแข่งกันมายาวนาน
การแข่งขันเรือยาวของอำเภอสตึก ถือว่าเป็นสนามท้ายๆของการประเพณีแข่งเรือยาวของไทย ซึ่งเชื่อว่าสนามนี้จะเข้มข้นที่สุด เพราะเรื่อที่ชนะเลิศจากสนามอื่น จะมาแข่งขันล้างตากันที่สนามนี้ โดยเฉพาะเรือดังๆระดับประเทศก็จะเดินทางมาแข่งด้วย
ประธานอำนวยการจัดงาน ยังกล่าวด้วยว่า งานประเพณีแข่งเรือยาวของอำเภอสตึก ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้มีชาวบ้านสนใจการซ้อมเรือทุกเย็นก่อนการแข่งขัน จนมีแม่ค้าพ่อค้ามาขายของในช่วงเย็นทุกวัน จนกลายเป็นภาพของการจับจ่ายใช้สอยและภาพบรรยากาศที่สวยงามเหมือนในอดีต
พิธีบวงสรวงทวงเทพเทวดาทุกพระองค์มีความสำคัญมากต่อชาวบ้านเป็นอย่างมาก ถึงแม้ปีนี้น้ำมูลจะน้อยเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง  แต่การแข่งขันยังจะเต็มไปด้วยความคึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา
สำหรับการจัดการแข่งขันปีนี้ ได้มีการแยกกลุ่ม คล้ายกับการคัดเลือกแบ่งกลุ่มให้เรือมีความสามารถที่สูสีกัน นอกจากนี้ยังจะจัดกลุ่มให้เรือในเขตภาคอีสานมาแข่งกัน เป็นอีกกลุ่มหนึ่งเพื่อพัฒนาฝีมือพายไปสู้กับเรือทางภาคกลางหรือเรือดังระดับประเทศได้ ทั้งนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมงานแข่งเรือไม่น้อยกว่า 40,000 คน จะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท
ด้านนางวิมลนันท์ ทิมาตฤกะ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก กล่าวว่า ตอนนี้เทศบาลมีความพร้อมแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ในการร่วมจัดงานปลอดเหล้า และปลอดขยะ โดยได้เตรียมถังขยะ ป้ายเตือนทั่วทั้งงาน เพื่อปลุกจิตสำนึก อย่างไรก็ตามขณะนี้มีนักเรียนนึกศึกษาในเขต อ.สตึก มาขอลงชื่อเป็นจิตอาสาภายในงานเป็นจำนวนมาก
 ////////////////////
ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง /รายงาน
-----------------------------------------------

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น