About

Header Ads

กระบี่ยึดหลักแนวคิดในการทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอ

เกษตรกรจังหวัดกระบี่ยึดหลักแนวคิดในการทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้จนได้รับการคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขา อาชีพไร่นาสวนผสม ประจําปี 2562 พร้อมเข้าประกวดระดับประเทศต่อไป


  นายพิชิต  ชูมณี อยู่บ้านเลขที่ 223 หมู่ที่ 9 บ้านเกาะไทร ตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ กล่าวถึงการได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขา อาชีพไร่นาสวนผสม ประจําปี 2562 ว่า ตนเองรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกระดับภาคใต้และขณะนี้กำลังเข้าประกวดระดับประเทศ ซึ่งการทำงานของตนเองก็พยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงานมาตลอดหลัง ตนเองจบการศึกษาระดับประโยควิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต เมื่อปี 2540 ได้ประกอบอาชีพเปิดบริษัทรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าที่จังหวัดภูเก็ต มีรายได้ดี แต่จากสภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ไม่ได้ดูแลบิดามารดา ประกอบกับมีใจรักด้านการเกษตร จึงได้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดหมู่ที่ 9 ตำบลปกาสัย ในพื้นที่ตนเอง 12 ไร่ จากเดิมสภาพดินเป็นดินเหนียวปนลูกรัง ระบายน้ำไม่ดี ช่วงฤดูแล้งขาดแคลนน้ำ ในระยะแรกได้ประกอบอาชีพการเกษตร แบบเกษตรอุตสาหกรรม ด้วยการทำฟาร์มปศุสัตว์ เลี้ยงสุกรขุน แม่พันธุ์หมู  และไก่สามสายพันธุ์ 5,000 ตัวต่อรุ่น ไก่เนื้อ 10,000 ตัวต่อรุ่น ปลาดุก 10,000 ตัวต่อรุ่น ในระยะเวลา 5 ปี ด้วยการเอาเงินเป็นตัวตั้ง ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง สุขภาพเริ่มแย่ลง 
 จึงมีแนวคิดในการทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้โดยกินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน อยู่อย่างพอเพียง ผลผลิตที่ได้จะนำมากินมาใช้ในครัวเรือน เหลือแจกจ่ายญาติ ๆ ที่เหลือก็เอาไปขาย หลายอย่างก็เอามาแปรรูปก่อนขาย ซึ่งผลผลิตสำหรับใช้ชีวิตแบบพอเพียง สามารถทำให้มีความสุขได้ โดยมีการแบ่งปันซึ่งกันและกัน โดยมีแนวคิดในการทำงาน คือ “ คิด ทำ สำเร็จ บอกต่อ” พร้อมทั้ง นำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เริ่มจากการทำนาน้ำน้อย การปลูกข้าวในบ่อซีเมนต์ สร้างโรงสีข้าว เพื่อสีข้าวไว้บริโภคเองในครัวเรือนและให้บริการสีข้าวแก่เกษตรกรในชุมชน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีในการปลูกผัก จากเดิมปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมีได้ จึงได้เปลี่ยนมาใช้ดินที่ผสมด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์ในการผลิตผักอินทรีย์ นำมูลสัตว์และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
เช่น รำข้าว แกลบ ขุยปาล์มน้ำมัน มาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ริเริ่มการทำปุ๋ยน้ำจากปลา และนมสด นำมาใช้ในไร่นา เพื่อลดต้นทุนการผลิต และริเริ่มทำสารไล่แมลงจากพืชสมุนไพรมีการจัดระบบการปลูกพืช ข้าว + พืช + สัตว์ + ประมง โดยแบ่งพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 12 ไร่ ดังนี้ นาข้าวจำนวน 3 ไร่ แหล่งน้ำจำนวน 3.5  ไร่ปลูกผักกางมุ้ง จำนวน 1.5 ไร่ จำนวน 13 หลังปลูกไม้ผล สมุนไพร และเลี้ยงสัตว์  จำนวน 3 ไร่สร้างที่อยู่อาศัย บ้านดิน โรงผลิตปุ๋ยหมักปุ๋ยชีวภาพ และผลิตก้อนอิฐ ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 25 เมตร 1 หลัง สร้างศูนย์เรียนรู้ 1 หลัง โรงสีข้าว ร้านพอเพียง 1 หลัง  จำนวน 1 ไร่ ผลงานและความสำเร็จของผลงาน ทั้งปริมาณงานและคุณภาพ ตลอดจนระยะเวลาที่ปฏิบัติงานและความยั่งยืนในอาชีพกว่า 10 ปี จึงได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการให้เป็นเกษตรกรดีเด่นสาขา อาชีพไร่นาสวนผสม ประจําปี 2562 และขณะะนี้กำลังเข้าประกวดระดับประเทศต่อไป
-----------------------------------------------

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น