About

Header Ads

ผลงานชิ้นโบว์แดงของสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ สร้างเด็กกำพร้าไว้ให้คนรุ่นหลังจดจำ

ผลงานชิ้นโบว์แดงของสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ สร้างเด็กกำพร้าไว้ให้คนรุ่นหลังจดจำ
             
พื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส  เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่รัฐยังตราว่าเป็นพื้นที่สีแดง จากเหตุการณ์รุนแรงคนร้ายบุกโจมตีป้อมเจ้าหน้าที่บริเวณโรงพยาบาล และเหตุคนร้ายบุกยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจคาร้านน้ำชา และเหตุบุกยิงพระในวัด พื้นที่ อ.สุไหงปาดี ซึ่งอยู่ในเขตติดกัน และตลอดจนเหตุการณ์อื่นๆ ในสถานการณ์ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ว่าฝ่ายใด ทำให้ผลกระทบเกิดขึ้นตามมา คือทำให้มีเด็กกำพร้าเพิ่มขึ้นมาจำนวนมากใน จ.นราธิวาส และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ปัจจุบัน มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10,000 คน หญิงหม้าย อีกประมาณ 3,000 กว่าคน ที่ต้องเลี้ยงลูกโดยลำพัง ปราศจากสามี 
             วันนี้เราได้มีโอกาสพาทุกท่านมารู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่อุทิศตนเป็นแม่ของเด็กกำพร้าเหล่านั้นด้วยการรับเด็กมาเลี้ยงดูแล ทั้งเด็กจากเหตุการณ์, กระทบโดยตรง และจากเหตุอย่าร้าง ครอบครัวที่ต้องแตกแยก ไม่ว่าเหตุผลใดๆก็ตาม เธอมองว่า เด็กๆเหล่านั้น เป็นผู้บริสุทธ์ สมควรได้รับการโอบอุ้ม ดูแล และต้องประคับประคองพวกเขาให้เติบโตใช้ชีวิต เผชิญหน้ากับโชคชะตาที่ถูกทดสอบไว้แล้ว กับอนาคตที่ไร้จุดหมาย เธอจึงรับมาเลี้ยงโดยไม่ต้องมีคำปฎิเสธใดๆ เมื่อเห็นเด็กๆต้องลำบาก จำต้องรับมาช่วยเหลือในฐานของคำว่า"มนุษยธรรม" 

          เรากำลังกล่าวถึงผู้หญิงคนนี้คือ นางตัสนีม เจ๊ะตู เธอเปิดเผยกับเราว่า หลังจากปี2547 หลังเหตุเสียงปืนแตก มีการปล้นปืน และมีเหตุการณ์ความรุนแรงปะทุขึ้นครั้งใหม่ ผลกระทบกับเด็กๆเริ่มมีมากขึ้น และเกิดกับเหตุใกล้ๆตัว เธอจึงเริ่มรับเด็กๆมาเลี้ยงมาไว้ในโรงเรียนรุ่งอรุณวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนของเธอ  และเริ่มมีเด็กเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากหนึ่งเป็นสิบ จนถึงช่วงหนึ่งที่เข้ารับการดูแลมากที่สุดถึง 127  ราย มาจนถึงปี 2556 จึงเปิดเป็นมูลนิธิการศึกษาและเยียวยาเด็กกำพร้าขึ้น กว่า10 ปี ที่ดูแลมา นอกจากทำหน้าที่แม่กับภรรยาดูแลครอบครัวของตนเองและสามีแล้ว เธอยังมีหน้าที่ อุมมี ครู เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดได้ลงสมัครเลือกตั้งสส.เขต3 จังหวัดนราธิวาส ที่ผ่านมา เพื่อหวังว่าหากเธอได้รับเลือก จะทำหน้าที่ทางสังคมได้ดียิ่งขึ้น มีกำลังมากขึ้น แม้ครั้งนี้เธอสอบไม่ผ่าน  ภาระบทบาทการเมืองหมดลง   แต่ ภาระหน้าที่อุมมีแม่ที่ต้องเลี้ยงดูเด็กกำพร้า ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 30 ชีวิต ที่ต้องดำเนินต่อไป
              ตัสนีมฯ เล่าว่า ถามว่าเราพร้อมไหม อยากบอกไม่ได้พร้อมซะทีเดียว จากแรกเริ่มก็มาอยู่บ้านเดียวกัน ทานด้วยกัน อาศัยในบ้านเรานี่แหละ ก็คิดว่าเรามีลูกเพิ่มขึ้น ปรับตัวกันอยู่ ตามสภาพ นอนเรียงกันยาว เต็มบ้าน ก็สนุกสนานดี เด็กกระจองอแงบ้าง เลี้ยงยากบ้าง ง่ายบ้าง อารมณ์แตกต่างกันไป เหมือนศูนย์เลี้ยงเด็กแบบชาวบ้านๆ เราปฎิเสธไม่ได้เพราะเห็นเค้าลำบากกว่า มีเคสนึง ต้องประสบกับเหตุการณ์ที่รุนแรง น้องจดจำเหตุการณ์ได้ไม่ลืม เมื่อ 2 ปีก่อน วันนั้นมีคนร้ายเข้าบุกเข้ามาในบ้านของเธอ กำลังนอนกันอยู่ ทั้งครอบครัว คนร้ายบุกเข้ามาจ่อยิงพ่อของเธอต่อหน้าต่อตา ขณะนั้นมีน้องๆอยู่ด้วยนอนกันอยู่ ทุกคนต่างตกใจกลัวกันสุดขีด ภาพอันโหดร้ายนั้นยังวนเวียนติดตาอยู่จนทุกวันนี้ และรายอื่นๆก็เป็นความเศร้าที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่นี้

           จนต่อมาเราได้ปรับปรุงมูลนิธิเรื่อยๆ หาทุน หางบมาได้จากซะกาตบ้าง คนนั้นคนนี้ช่วยกันบริจาคบ้าง เพื่อรองรับเด็กๆที่เข้ามาเรื่อยๆ จนในที่สุดเราต้องทำเป็นจริงจังตั้งเป็นระบบได้ไปจดทะเบียนมูลนิธิ ชื่อ มูลนิธิเพื่อการศึกษาและเยียวยาเด็กกำพร้า ขึ้น ตั้งแต่ปี 46 และทำงานกันมาเรื่อยๆ สร้างเป็นโรงนอน ที่พักพิงโรงครัว หอพัก แบบกั้นห้องง่ายๆก่อนตามทุนที่หาได้ อาหารเราพยายามเลี้ยงปลาดุก ปลานิล ในบ่อ ปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ ให้เด็กได้พอบริโภคตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรายังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ส่วนใหญ่แล้วที่ทำอยู่นี้พยายามทำกันเองกับสามี กับช่างบ้านๆแม้แต่เตียงนอนเราก็ หาไม้ซื้อไม้มาต่อเองค่ะ
 นอกจากนี้ เราจะพยายามหาทุนเพื่อให้พวกเค้าได้มีการศึกษาที่ดี โดยประสานตามสถาบันศึกษาต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆเหล่านี้ เราก็จะดูเป็นรายๆไป บางคนเรียนเก่งก็ผลักดันให้เรียน บางคนมีแม่ อยากทำงานช่วยแม่เราก็หางานให้ทำ ดูตามความต้องการของเด็กๆเอง 
ในความเป็นพี่น้องอิสลาม อยากให้ทุกคนเอาใจใส่ช่วยเหลือเยียวยา  เหลียวหลังกันมามองปัญหาตรงนี้กันมากๆ เด็กเหล่านนี้น่าสงสารไม่มีที่พึ่ง สังคมต้องดูแลเยียวยาพวกเขา เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นพวกเขาคืออนาคต ถ้าเราไม่ดูแลตอนนี้ต่อไปจะเป็นปัญหาสังคมที่ต้องเกิดขึ้นอีกแน่นอน 

         และในช่วงรอมฎอนอันประเสริฐนี้ อยากฝากถึงใครที่เป็นชาวมือบน มีฐานะมั่นคงแข็งแรงต้องการยื่นความจำนงค์ข่วยเหลือเป็นซะกาตหรือกองทุนเลี้ยงเด็กกำพร้าเหล่านี้ ติดต่อมาได้ตลอดเวลาที่ นางตัสนีม เจ้ะตู มูลนิธิเพื่อการศึกษาและเยียวยาเด็กกำพร้า  11/3 ม.4 บ้านกูเว ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หรือร่วมบริจาคให้แก่เด็กกำพร้าที่ธนาคารอิสลาม มูลิธิเพื่อการศึกษาและเยียวยาเด็กกำพร้า หมายเลขบัญชี 110–1–0 2394-5 สาขานราธิวาส                                

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น