About

Header Ads

จนท.เก็บตัวอย่างน้ำเสียคลองอ่าวลึกตรวจหาต้นตอปลาตาย

เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำ“คลองอ่าวลึก” ตรวจหาต้นตอ สาเหตุปลาตาย ไม่ฟันธงน้ำเสียจากโรงงาน รอผลพิสูจน์น้ำ

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 ก.พ.62 นายวินัย ดินแดง ปลัดอาวุโส อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ นางจิราภรณ์ รัตนพรหม รก.ประมง อ.อ่าวลึก พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องละเจ้าหน้าที่ของโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันในพื้นที่ เข้าตรวจสอบน้ำเสียในฝายน้ำคลองอ่าวลึก บริเวณด้านหลังวัดราษฎร์รังสรรค์ หมู่ 2 ต.อ่าวลึกใต้ หลังรับแจ้งจากชาวบ้าน และพระในวัด ว่าน้ำในลำคลองมีสภาพเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ นอกจากนี้ยังพบว่าปลาในคลองตายลอยเกลื่อน เหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบว่าคลองดังกล่าว เป็นลำคลองสายหลักของ อ.อ่าวลึก มีแหล่งต้นน้ำมาจากถ้ำเขาเพชร ซึ่งหลายชุมชนในพื้นที่ อ.อ่าวลึก ต้องสูบน้ำจากคลองแห่งนี้มาผลิตเป็นน้ำประปาให้กับชุมชน ปรากฎว่าน้ำในลำคลอง มีสภาพเน่า เป็นสีดำ ส่งกลิ่นเหม็นเป็นบางช่วง นอกจากนี้ยังพบซากปลา และสัตว์น้ำในคลอง ตายลอยอยู่ตามผิวน้ำหลายจุด จนท.ได้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจพิสูจน์และเก็บซากปลาไปตรวจสอบ หาสาเหตุการตาย

นางจิราภรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าสภาพน้ำในลำคลองมีสภาพเปลี่ยนสี ผิดจากสภาพธรรมชาติ เบื้องต้นได้เก็บตัวอย่างน้ำ 3 จุด คือบริเวณต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อนำตัวอย่างไปตรวจสอบหาสารปนเปื้อนในน้ำ ซึ่งจะสามารถประเมินได้ว่าน้ำเสียมีต้นเหตุมาจากบริเวณไหนของลำคลอง และมีสารพิษอะไรที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำบ้าง ทั้งนี้ซากปลาที่พบลอยตาย จะพบว่ามีปลาหลายชนิดที่เป็นปลาที่ทนต่อสภาพน้ำเสียได้ อาทิ ปลากด ปลาหมอช้างเหยียบ ซึ่งปลาเหล่านี้เป็นปลาท้องถิ่นที่มีความทนทานต่อสภาพน้ำสูง การที่ปลาเหล่านี้ตาย ทำให้สันนิษฐานในเบื้องต้นได้ว่า สภาพน้ำเน่าเสียอย่างรุนแรง

ด้านนายวินัย กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ำเสียและปลาตายในลำคลองเกิดจากสาเหตุใด ต้องรอผลพิสูจน์ของตัวอย่างน้ำที่เก็บไปตรวจพิสูจน์ก่อน จึงจะได้ผลเป็นที่แน่ชัดว่าปลาตายและน้ำเสียเกิดจากสาเหตุอะไร เบื้องต้นได้แจ้งเตือนชาวบ้านห้ามน้ำปลาที่พบตายอยู่ในคลองมาบริโภคเพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ และไม่ฟันธงว่าน้ำเสียในคลองเกิดจากโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กม.ด้านเหนือของฝาย จนกว่าผลพิสูจน์ของน้ำจะออกมาคาดว่าไม่เกิน 7 วัน ทราบผล....
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง.  รายงาน
-----------------------------------------------

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น