• กระบี่ติ่มซำ ไสไทย

    ขอเชิญทุกท่านร่วมแข่งขันกินขนมจีบในกิจกรรม "กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่"

  • กระบี่สมุนไพร

    ร้านขายยาสมุนไพรมานานกว่า 30 ปี โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง

  • ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • เมเจอร์

    เมเจอร์

  • Van VIP Krabi

    บริการถตู้เช่าเหมาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในจังหวัดกระบี่ และสถานที่อื่นๆโดยทีมงานมืออาชีพ สอบถามโทร.0848626639

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2562

เรือขนส่งน้ำมันปาล์มดิบถึงโรงไฟฟ้าบางปะกงแล้ว พร้อมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า 2 ก.พ. นี้

เรือขนส่งน้ำมันปาล์มดิบถึงโรงไฟฟ้าบางปะกงแล้ว พร้อมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า 2 ก.พ. นี้
เรือขนส่งน้ำมันปาล์มดิบ 2 เที่ยวแรก จำนวน 4,000 ตัน ถึงโรงไฟฟ้าบางปะกงแล้ว เตรียมพร้อมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า 2 กุมภาพันธ์นี้
นายศานิต นิยมาคม ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน ในฐานะรองโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เรือขนส่งน้ำมันปาล์มดิบ 2 เที่ยวแรก จำนวน 4,000 ตัน จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางถึงโรงไฟฟ้าบางปะกงแล้ว เมื่อวันที่ 27 และ 28 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งตามแผน กฟผ.จะเริ่มนำน้ำมันปาล์มดิบดังกล่าวไปใช้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยจะใช้น้ำมันปาล์มดิบประมาณเดือนละ 30,000 ตัน เป็นเชื้อเพลิงร่วมกับก๊าซธรรมชาติในอัตราส่วน 50 : 50 ผลิตไฟฟ้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - กรกฎาคมนี้ รวมระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 6 เดือน
ทั้งนี้ กฟผ. จะดำเนินการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจนครบจำนวน 160,000 ตัน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  เรื่องมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ซึ่งการนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้ผลิตไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจะไม่นำไปคิดรวมกับค่าเอฟที (FT) จึงไม่ส่งผลกระทบกับค่าไฟฟ้าของประชาชนแต่อย่างใด
-----------------------------------------------

เทศบาลตำบลคลองขุด จัดโครงการ “1 อปท.1 ถนนท้องถิ่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ร่วมปลูกต้นไม้สร้างทัศนียภาพ ถนนยนตรการกำธร

เทศบาลตำบลคลองขุด จัดโครงการ “1 อปท. 1 ถนนท้องถิ่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม”  ร่วมปลูกต้นไม้สร้างทัศนียภาพ ถนนยนตรการกำธร
          วันนี้ 31 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณ ถ.ยนตรการกำธร สามแยกวัดหน้าเมือง หมู่ที่ 6 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จ.สตูล นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองสตูล เป็นประธานเปิดโครงการ “1 อปท. 1 ถนนท้องถิ่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม” จัดโดยเทศบาลตำบลคลองขุด โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของเทศบาลตำบลคลองขุดเข้าร่วมกิจกรรม
         นายโชติ ชินอรรถพร นายกเทศมนตรี ตำบลคลองขุดกล่าวว่า การที่รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดนโยบายเรื่องการจัดการถนนให้มีความสวยงามตามแนวทาง “โครงการ 1 อปท. 1 ถนนท้องถิ่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม”  มีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง มีถนนที่มีความสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างน้อยจำนวน 1 สาย ซึ่งจะต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 500 เมตร ขนาดกว้าง 3-6 เมตร โดยมีการปรับปรุงทิวทัศน์ให้สวยงามด้วยการปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ หรือไม้ยืนต้นประจำท้องถิ่น สร้างความร่มรื่นและสวยงาม
          ดังนั้น เทศบาลตำบลคลองขุด จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ตามแนวทางโครงการ “1 อปท. 1 ถนนท้องถิ่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม” จึงได้จัดกิจกรรมปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ โดยมีการปลูกต้นต้อยติ่ง หรือฟ้าประทานพร จำนวน 1,000 ต้น และต้นโกศล จำนวน 100 ต้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพื้นที่ตำบลคลองขุด ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่าน ก่อนเข้าสู่เมืองสตูล มีถนนที่มีภูมิทัศน์สวยงาม  มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แก้ไขภาวะโลกร้อน และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกในการรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งเป็นการสร้างความสวยงามให้แก่ถนนในพื้นที่
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------

ผู้นำศาสนาในพื้นที่ จชต. ร่วมหารือขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันพร้อมสนับสนุนการทำงานของ ศอ.บต.

ผู้นำศาสนาในพื้นที่ จชต. ร่วมหารือขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันพร้อมสนับสนุนการทำงานของ ศอ.บต.
 (29 มกราคม 2562 เวลา 14.00 น.) ที่ ห้องรับรองรักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วย นาวาเอกจักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ร่วมต้อนรับ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโอกาสที่คณะฯ เข้าพบและร่วมหารือพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลตลอดจนข้อเสนอแนะในการร่วมกันขับเคลื่อนเดินหน้าการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ผู้นำศาสนาในพื้นที่ถือเป็นผู้อาวุโสเป็นผู้ที่พี่น้องในพื้นที่ให้ความเคารพนับถือ การทำงานในพื้นที่ของภาครัฐนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งแต่ผู้นำศาสนาคือผู้ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเพื่อทำให้พี่น้องในพื้นที่มีความสุข เยาวชนรุ่นใหม่มีที่ยืนในแผ่นดินเกิดของตัวเองและอยู่อย่างภาคภูมิ รวมทั้งลูกหลานเราที่จะเติบโตไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด
อย่างไรก็ตามทางผู้นำศาสนามีข้อเสนอแนะต่างๆในเรื่องการแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนซึ่งผู้นำศาสนามีความเห็นตรงกันว่ายาเสพติดเป็นปัญหาที่ใหญ่มากจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเพื่อให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป และในฐานะผู้นำศาสนาในพื้นที่พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของรัฐรวมทั้ง ศอ.บต. เพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสันติสุขโดยเร็ว       

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ  จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

เผยคลิปนาทีชีวิต หนุ่มใหญ่ วิ่งให้รถยนต์เก่งสาวชนดับกลางถนน (คลิป)

เผยคลิปนาที หนุ่มใหญ่ วิ่งให้รถยนต์เก่งสาวชนดับกลางถนน

เวลา 10.30 น.วันที่ 30 ม.ค.62 พ.ต.ท.โสภณ คงทอง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งมีเหตุรถชนคนเหตุเกิดที่ถนนเพชรเกษม ช่วงกระบี่-อ่าวลึก ก่อนถึงแยกไฟแดงบ้านในสระ หมู่ 1 บ้านในช่อง ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบ เบื้องต้นผู้บาดเจ็บทางหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุข ได้นำส่ง รพ.กระบี่ก่อนหน้านี้แล้วและล่าสุด เสียชีวิตแล้ว ทราบชื่อนายธนธนันทร์ ธนิน์รัฐนัชชา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 ม.4 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่

ส่วนที่เกิดเหตุพบนางดารุณี หอมนาน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 ม.1 ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา เป็นเจ้าของร้านอาหารอยู่ที่หาดคลองม่วง ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ รอให้การพร้อมด้วยรถของตนเองที่ขับมาชน เป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ MG สีแดง ทะเบียน กธ 4137 กระบี่ สภาพด้านหน้าหม้อน้ำแตกเสียหายไม่สามารถขับต่อได้ ห่างออกไประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า สีเขียวขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คาดว่าเป็นรถของผู้ตายจอดอยู่ริมถนน

นางดารุณี ให้การว่า ได้ขับรถคันดังกล่าวกลับจากซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าในเมืองกระบี่ เพื่อมุ่งหน้าตำบลหนองทะเล เพื่อจะไปเปิดร้านอาหารตามปกติ โดยขับมาประมาณ 60 กม.ปรากฏว่ามาถึงที่เกิดเหตุได้เห็นผู้ตายยืนอยู่ริมถนนข้างรถจักรยานยนต์ จากนั้นก็ได้กระโดดออกมาอย่างรวดเร็วจากริมถนนให้รถตนชนทันที

ด้าน พ.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เป็นการกระโดดให้รถชน เพราะจากการตรวจสอบกล้องหน้ารถไม่สามารถบันทึกได้ เนื่องจากไม่มีการ์ดอยู่ภายในกล้อง จึงต้องรอการสอบปากคำเพิ่มเติมทั้งจากเจ้าของรถยนต์เก๋ง ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว รวมถึงญาติของผู้เสียชีวิตว่ามาทำอะไรที่เกิดเหตุ หรือมีแรงจูงใจใดๆ หรือไม่ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้โลกโซเซี่ยล ได้มีการนำภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านหลังหนึ่งใกล้กับที่เกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ เป็นภาพชายสวมเสื้อสีขาว วิ่งกระโดดใส่รถยนต์เก่งสีแดง อย่างรวดเร็ว จนชายในภาพถูกชนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562

ฮือฮา!!ตะกวดยักษ์ โผล่ ออกมาจากป่า เล่นน้ำคลายร้อน ชายหาดเกาะห้อง เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี(คลิป)

ฮือฮา!!ตะกวดยักษ์ โผล่ ออกมาจากป่า เล่นน้ำคลายร้อน ชายหาดเกาะห้อง เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี  สร้างความตื่นเต้นแก่นักท่องเที่ยว  แห่ตามดูไม่ขาดสาย ก่อนคลานหายไปในป่า  หน.อุทยานฯเผยเป็นสัตว์ประจำถิ่น เกาะห้อง มีอยู่ไม่ต่ำกว่า10  ตัว บางตัวมีขนาดใหญ่กว่า2เมตร เตือนนักท่องเที่ยวอย่าไปรบกวน
         
   วันที่ 30 ม.ค.62   ที่บริเวณชายหาดบนเกาะห้อง  ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่  ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี   นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ต่างพากันรุมถ่ายรูปด้วยความตื่นเต้น   เมื่อมีตะกวดยักษ์ ตัวอ้วนพี ยาวประมาณ 1.5 เมตร โผล่ออกมาจากป่าด้านหลังริมหาด ออกมาเดินอวดโฉมให้นักท่องเที่ยว ได้เห็นแบบใกล้ชิด สร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ต่อมาเจ้าตะกวดตัวดังกล่าว คลานแบบสบายใจลงไปในทะเล ว่ายน้ำเล่น บริเวณอ่าวเกาะห้องอยู่เป็นเวลานานหลายนาที เพื่อคลายร้อน  ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่ พากันวิ่งขึ้นกลับฝั่งกันด้วยความตื่นตกใจ แต่เจ้าตะกวดก็ไม่ได้ทำร้าย ว่ายน้ำเล่นไม่นานก็คลานต้วมเตี้ยม กลับขึ้นมาบนชายหาดอีกครั้ง สร้างความตื่นเต้น เรียกเสียงหัวเราะให้กลุ่มนักท่องเที่ยว บางคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ พร้อมเซลฟี่กับเจ้าตะกวดยักษ์อย่างสนุกสนาน  ขณะที่เจ้าตะกวดก็ไม่มีทีท่าจะตื่นกลัวแต่อย่างใด  ยังคงคลานฝ่ากลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างใจเย็น ก่อนจะหายกลับเข้าไปในป่าริมชายหาด โดยมีนักท่องเที่ยวบางตามไปยืนมองไม่ละสายตา เนื่องจากเคยพบเห็นมาก่อน
            นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หน.อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี กล่าวว่า สำหรับตะกวดตัวดังกล่าว  เป็น 1 ในตะกวดจำนวนกว่า10ตัวที่มีอยู่บนเกาะห้อง บางตัวมีขนาดยาวกว่า2 เมตร ซึ่งตะกวดกลุ่มนี้เป็นสัตว์ประจำถิ่นอาศัยอยู่บนเกาะมานานแล้ว เนื่องจากเกาะห้องถือเป็นเขตอนุรักษ์ จึงไม่มีใครมารบกวน ทำให้กลุ่มตะกวดเหล่านี้กลายเป็นสีสันให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน  มักจะออกมาว่ายน้ำเล่น เจ้าหน้าที่ประจำเกาะพบเห็นบ่อยครั้ง   ตะกวดเหล่านี้ชอบหาเศษอาหารที่ นทท.กินเหลือ หรือซากสัตว์บนเกาะกิน แต่ไม่เคยทำร้าย นทท.หรือเจ้าหน้าที่ที่พักอยู่บนเกาะแต่อย่างใด หากไม่ไปทำร้ายเขาก่อน มันก็จะไม่ทำร้ายใคร
        อย่างไรก็ตามการที่มีฝูงตะกวดอาศัยอยู่บนเกาะมาก สะท้อนให้เห็นถึงระบบนิเวศน์บนเกาะ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เวลา นทท.มาพบเห็น ก็กลายเป็นภาพตื่นเต้น ไม่ได้ทำให้ นทท.รู้สึกกลัวแต่อย่างใด แต่ก็ขอฝากเตือนไปยังนทท.ที่เดินทางมาเที่ยวเกาะห้อง หากพบเห็นตะกวดเหล่านี้ ไม่ควรไปจับหรือสัมผัสตัวเด็ดขาด ปล่อยให้มันใช้ชีวิตตามธรรมชาติ เพราะตะกวดเป็นสัตว์ป่า อาจจะทำร้ายเอาได้หากถูกรบกวน.
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน-----------------------------------------------

มือปืนพระกาฬปืน 2 กระบอก ดักยิงถล่มอดีตขาใหญ่คดียาเสพติด พรุนทั้งร่างดับ 1 เจ็บอีก 1 (คลิป)

มือปืนพระกาฬปืน 2 กระบอก ดักยิงถล่มอดีตขาใหญ่คดียาเสพติด พรุนทั้งร่างดับ 1 เจ็บอีก 1

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 30 ม.ค. ร.ต.อ.สรพิศ คงพุ่ม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลำทับ จ.กระบี่ รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บ้านเลขที่  61 หมู่ 5 ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล ผกก.สภ.ลำทับ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.กระบี่ แพทย์เวร รพ.ลำทับ กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา รุดไปยังที่เกิดเหตุ

บ้านที่เกิดเหตุ เป็นบ้านลักษณะห้องแถว เปิดเป็นร้านขายของชำ ลานปูนตรงประตูหน้าบ้านพบศพนายพงศ์พิพัฒน์ เกษีสม อายุ 32 ปี เจ้าของบ้านถูกยิงเสียชีวิตนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมกางเกงขาสั้นสีแดง เสื้อยืดคอกลมสีเหลือง ตามตัวมีรอยสักเต็มตัว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้ากลางหลัง 1 นัด มีบาดแผลจากกระสุนลูกปรายมากกว่า 20 แผล กกหูซ้ายมีรูกระสุน 1 นัด ที่เอวผู้ตายพกอาวุธมีด 1 เล่ม ที่เกิดเหตุพบทับกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 1 ชิ้น หัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบคนเจ็บอีก 1 คน คือนายบอย (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ถูกเม็ดกระสุนลูกปรายจากปืนลูกซองเข้าที่ปลายคาง 1 แผล บาดเจ็บเล็กน้อย จนท.กู้ภัย เร่งนำตัวส่ง รพ.

เบื้องต้นสอบสวนคนเจ็บ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีคนโทรมาตามให้ผู้ตายไปเอารถ จยย.ในพื้นที่ อ.คลองท่อม จึงชวนตนไปเป็นเพื่อ เพื่อไปเอารถกลับมาถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ระหว่างกำลังจอดรถ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด มาจากสวนปาล์มใกล้บ้าน ตนจึงรีบวิ่งหลบคมกระสุน กระทั่งเสียงปืนเงียบ ก็พบผู้ตายถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบประวัติ พบผู้ตายเคยมีประวัติต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ปีเศษ ซึ่งในช่วงที่ผู้ตายต้องโทษ ทราบว่าเป็นขาใหญ่คนหนึ่งในเรือนจำ โดยมุ่งปมสังหารไปที่เรื่องขัดแย้งปัญหายาเสพติดกับกลุ่มคนร้าย ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้ปืนอย่างน้อย 2 กระบอก มาดักซุ่มรอผู้ตายอยู่ในสวนปาล์ม โดยตำรวจเชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นมือปืนระดับพระกาฬที่วางแผนมาเป็นอย่างดี

ตำรวจเตรียมนำตัวคนเจ็บมาสอบปากคำอีกครั้ง เนื่องจากเป็นพยานสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งจะนำตัวภรรยา และญาติผู้ตายมาสอบสวน หาสาเหตุ นอกจากนี้จะเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่อาจจะโทรศัพท์มาลวงให้ผู้ตายออกไปเอารถ จยย.เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนร้ายมาดักซุ่มรอสังหาร ซึ่งชุดสืบสวนจะเร่งติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป....
กระบี่// ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2562

วิทยากรจิตอาสา 904 ลงพื้นที่อบรมเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

วิทยากรจิตอาสา 904 ลงพื้นที่ ฝึกอบรมเสริมสร้างความรู้ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แก่ข้าราชการ และประชาชนในจังหวัดนราธิวาส


ที่อาคารหอประชุมโรงเรียนนราสิกขาลัย  อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมี นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส เป็นตัวแทนในนามอำเภอเมือง นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการจากทุกสังกัดหน่วยงาน ทั้งฝ่ายพลเรือน  ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนผู้นำชุมชนในเขตท้องที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนจิตอาสาในเขตอำเภอเมืองนราธิวาส  รวมจำนวนมากกว่า 600 คน ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมกิจกรรมโครงการ “ฝึกอบรมจิตอาสาพระราชทาน ตามพระราชดำริ” หลักสูตรหลักประจำ รุ่นที่ 2/61 “เป็นเบ้า เป็นแม่พิมพ์"
สำหรับการฝึกอบรมตามโครงการดังกล่าวได้จัดทำขึ้น เพื่อเป็นการทบทวนเสริมสร้างและเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้แก่ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ให้มีความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับสถาบันชาติ และประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้เพื่อต้องการปลุกจิตสำนึกของความเป็นไทย ให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้ตระหนักรู้ถึงความเป็นชาติไทยด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ และรู้สำนึกในการที่จะปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่ในจิตสำนึก รวมทั้งยังเพื่อเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี ให้เกิดขึ้นแก่หมู่คณะ


 เพื่อต้องการให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมได้นำเอาองค์ความรู้และแนวคิดที่ได้รับ ไปเผยแพร่และถ่ายทอดให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ แต่ละหมู่บ้านชุมชนต่างๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างทั่วถึง และรู้ในการที่จะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้


โดยการจัดกิจกรรมฝึกอบรมครั้งนี้ ได้มีการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อเรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์ กับประเทศไทย” ซึ่งได้มีการนำเสนอเรื่องราวช่วงวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญๆ ในช่วงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับประเทศชาติในด้านต่างๆ มากมาย และด้วยพระปรีชาสามารถของบูรพมหากษัตริย์ไทย ที่ได้ช่วยทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากเหตุการณ์วิกฤตต่างๆ มาได้ เช่น เรื่องราวในช่วงเหตุการณ์วิกฤตที่ประเทศไทยเกือบต้องสูญเสียความเป็นเอกราชอีกครั้งให้แก่พม่าในศึกสงครามเก้าทัพ เมื่อครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1, การนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเงินถุงแดง ”พระคลังข้างที่” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ซึ่งได้มีผลต่อเนื่องมาถึงช่วงวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ได้นำเงินถุงแดงมาใช้แก้วิกฤตชาติ ช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตก รวมทั้งได้มีการนำเสนอเรื่องราวพระราชกรณียกิจต่างๆ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ได้ก่อให้เกิดเป็นโครงการต่างๆ มากกว่า 4,000 โครงการ ซึ่งได้ช่วยเหลือบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับราษฎรประชาชนชาวไทยทั่วทุกพื้นที่ และต่อเนื่องถึงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ที่ได้ทรงอุทิศพระวรกาย ประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ อันเป็นคุณูปการยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย ทรงบำเพ็ญพระราชภารกิจในโครงการต่างๆ ตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพียงเพื่อต้องการจะพัฒนาประเทศชาติ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองให้ประชาชนคนไทยได้มีความอยู่เย็นเป็นสุขถาวรสืบไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

รวบ 2 พ่อลูกค้ายาบ้าของกลางกว่าแสนเม็ด

รวบ2พ่อ-ลูกค้ายาบ้ายึดของกลางกว่า1แสนเม็ด

สองพ่อลูกชาว อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ช่วยกันขนยาบ้าประทับตามสโมสรแมนยูฯ กว่าแสนเม็ดซุกป่าอ้อย ถูกตำรวจ ทหาร ปกครองชุดพิทักษ์บุรีรัมย์ ตามตะครุบได้ทัน หลังสืบสวนขยายผลตามจับเพื่อนร่วมแก๊ง ยึดยาบ้า 109,833 เม็ด พร้อมยึดทรัพย์รถยนต์-มอไซค์ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 1 ล้านบาท

 บุรีรัมย์ / เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 28 มกราคม 2562 ที่หอประชุมชัยจินดา ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ ,นายสมบัติ ปุณณโอภาส ผอ.ส่วนประสานพื้นที่ ปปส.ภาค 3 ,พล.ต.รณกร ปานกุล ผบ.มทบ.26 ,พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.ชาญชัย พงศ์พิชิตกุล รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ,พ.ต.ท.สมยศ พื้นชัยภูมิ รอง ผกก.ฯหน.ศอ.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.ท.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ หัว ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ,พ.ต.ท.ชัชวาลย์ รัชตะประกร ผบ.ร้อย ตชด.216,
แถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด ของชุดพิทักษ์บุรีรัมย์ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์, ร้อย ตชด.215, ร้อย ,ตชด.216, ร้อย อส.จ.บุรีรัมย์, หน่วย ฉก.ทพ.26 ,ชุด ตข.หน่วย ขกท.กกล.สุรนารี,สำนักการข่าว กอ.รมน.,สภ.ชุมแสง และฝ่ายปกครอง อ.สตึก ที่สามารถจับกุมนาย ธีระวัฒน์ หรือเบนซ์ จำเริญดี อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ม.13 ต.เมืองแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กับนายทองคูณ จำเริญดี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ม.13 ต.เมืองแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพ่อลุกกัน ได้ที่บริเวณป่าอ้อยท้ายหมู่บ้านหนองปลาแดก หมู่ 13 ต.เมืองแก อ.สตึก พร้อมของกลางยาบ้า 51 มัด หรือจำนวน 101,990 เม็ด
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดพิทักษ์บุรีรัมย์ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ในพื้นที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม 2561 ได้พร้อมของกลางยาบ้า 207 เม็ด จึงได้ทำการสืบสวนขยายผล และสามารถจับกุม นายศุภสิน หรือเจน เชียรประโคน อายุ 33 ปี ชาว ต.โคกย่าง อ.ประโคนชัย พร้อมของกลางยาบ้า 3,894 เม็ด ได้ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
พร้อมทั้งได้สืบสวนขยายผลต่อ กระทั่งสามารถจับกุม นายทินกร หรือกร ดีเวียง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144/4 หมู่ 2 ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กับนายอธิวัฒน์ หรือน็อต ตุละพิภาค อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 241/4 หมู่ 10 ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 1,754 เม็ด ขณะนำยาบ้ามาส่งในพื้นที่ ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย
ซึ่งนายทินกร กับนายอธิวัฒน์ ผู้ต้องหา 2 คน ยังได้ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนเองสามารถติดต่อ สั่งซื้อยาเสพติดจาก นาย ธีระวัฒน์ หรือเบนซ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่ต้องการตัว เนื่องจาก นาย ธีระวัฒน์ หรือเบนซ์ มีพฤติกรรมค้ายาเสพติดมานานแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ จึงได้วางแผนจับกุมตัวนาย ธีระวัฒน์ หรือเบนซ์ จำนวน 1 มัด หรือประมาณ 2,000 เม็ด ซึ่งนาย ธีระวัฒน์ หรือเบนซ์ ได้สั่งการนายนรากร หรือแซ็ค พรจันทร์ อายุ 18 ปี เป็นผู้นำยาบ้ามาส่งให้ที่บริเวณปั้มน้ำมันหยอดเหรียญ บ้านหนองปลาแดก หมู่ 13 ต.เมืองแก อ.สตึก และถูกจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้า 1,989 เม็ด
โดยนายนรากร ยังได้ให้การยอมรับสารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวเป็นของนาย ธีระวัฒน์ หรือเบนซ์ จริง เจ้าหน้าที่ชุดพิทักษ์บุรีรัมย์ จึงได้ออกติดตามจับกุมตัวนาย ธีระวัฒน์ หรือเบนซ์ ได้ขณะกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ที่บริเวณกระท่อมนา ไม่มีเลขที่ อยู่ในป่าอ้อยด้านทิศเหนือ หมู่บ้านหนองกรูด ต.เมืองแก อ.สตึก
นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมตัวนายทองคูณ พ่อของนายธีระวัฒน์ หรือเบนซ์ ได้ที่ไร่อ้อยใกล้กันด้วย ขณะที่นายทองคูณ ได้นำยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่ในถุงปุ๋ย 51 มัด หรือจำนวน 101,990 เม็ด ซึ่งประทับตราโลโก้สโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นายทองคูณ ร่วมกับนายธีระวัฒน์ หรือเบนซ์ ขุดออกมาจากการฝังดินไว้บริเวณหลังบ้าน แล้วนายทองคูณ ได้นำยาบ้าจำนวนดังกล่าว ไปซุกซ่อนไว้ในป่าอ้อย เพื่อป้องกันการตรวจค้นพบของเจ้าหน้าที่
ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า การจับกุมยาเสพติดของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ชุดพิทักษ์บุรีรัมย์ ในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ 7 คน รวมของกลางยาบ้า 109,833 เม็ด และตรวจยึดทรัพย์สินไว้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด. พ.ศ.2534  เป็นรถยนต์ 2 คัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,100,000 บาท และรถจักรยานยนต์ 2 คัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 70,000 บาท รวมทรัพย์สินทั้งหมดมูลค่าประมาณ 1,170,000 บาท.
ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง /วันชัย  ผิวอร่าม ผู้สื่อข่าว จ.บุรีรัมย์
-----------------------------------------------

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

กระบี่ทลายแก็งค้ายาจับ 9 ผู้หาของกลางยาบ้ากว่าแสนเม็ดพร้อมอาวุธปืน

วันที่ 28 ม.ค. 62 เวลา 14.00น.ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 426 กระบี่  นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่า
ราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์  ทานธรรม ผบก.ตชด. ภาค 4  พ.อ.ฐากูร  ยุทธภูมิวดล  หน.ฝ่ายข่าว กอ.รมน.จว.กระบี่ พ.ต.ท.วีระศักดิ์  คงเพชร ผบ.ร้อย ตชด.426 กระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทหารตำรวจ ร่วมกันแถลงข่าวแก๊งยาบ้า 179,402 เม็ด ยาไอซ์ 1104.5 กรัม อาวุธปืน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน รถยนต์กระบะ 3 คัน  รถจักรยานยนต์  3 คัน พร้อมผู้ต้องหา 9 คน
ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายวิยะวัฒน์  หรือก็อฟ ไหมนวล  นายวิศรุต หรือ โอ๊ต วิรัญโท  นายพัชรินทร์ หรือพัช คูหาจันทร์  นายธนา หรือโอ ชาติไทย  นายสุรศักดิ์ หรือซี คมขำ นายชัยยา หรือยา คงสง  นายธีรยุทธ์ หรือ โอม บุญเดช  นายนันตวัฒน์ หรือยัน พรหมแสง  น.ส.ชุติมา  หรือตา  เพียรจริง
 ทั้งนี้ก่อนการจับกุมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการล่อซื้อยาบ้า จำนวน 2 ถุง  ประมาณ 400 เม็ด  ราคาประมาณ 14,000 บาท ในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่  จากนายวิยะวัฒน์ หรือก็อฟ  ไหมนวล  ซึ่งเป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และทำการขยายผลการจับกุมจนสามารถรวมแก๊งยาเสพติดได้ทั้งหมด 9 คน  พร้อมของกลาง ยาบ้า179,402 เม็ด ยาไอซ์ 1104.5 กรัมอาวุธปืน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน รถยนต์  จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามยึดทรัพย์สินเครือข่ายแก๊งยาเสพติด ประกอบด้วย กระบะ 3 คัน  รถจักรยานยนต์  3 คัน  โดยขบวนการค้ายาเสพติดในครั้งพักยาเสพติดไว้ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ทั้งหมด
พล.ต.ต.ไพโรจน์  ทานธรรม ผบก.ตชด. ภาค 4  กล่าวว่า การกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล ที่มีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่ ตชด.ต้องปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อไม่ให้ขบวนการยาเสพติดขยายพื้นที่ หรือมีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดกระบี่ การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง  นอกจากนั้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความระวัดระวัง ในการปฏิบัติงานขณะเข้าทำการจับกุม ต้องไม่ประมาท
นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ภายใต้ พ.ต.ท.ม.ล.กิตติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด และมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้ขบวนการค้ายาเสพติดเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยว และกลุ่มเยาวชน ในพื้นที่จังหวัดกระบี่
-----------------------------------------------

ไล่ล่าหนุ่มค้ายาแหกด่านพบของกลาง 2 หมื่นเม็ด ที่กระบี่

รวบหนุ่มตรัง ขับรถขนยาบ้า 20,000 เม็ดซิ่งรถแหกด่านตรวจที่กระบี่ ก่อนเสียหลักพุ่งชนกำแพง

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 28 ม.ค. พ.ต.ท.ชาติชาย นาคปักษี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งจาก ร.ต.ท.คุณไสว กุณโน รอง สวป.สภ.เมืองกระบี่ ว่ามีรถเก๋งสีขาว ยี่ห้อฮอนด้าซีวิค ทะเบียน กฉ 7009 ตรัง ขับแหกด่านตรวจบริเวณถนนอุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ หวิดชน ร.ต.ท.ไสว ซึ่งยืนสกัดอยู่กลางถนน จนท.ตำรวจสายตรวจกำลังไล่ติดตาม โดยรถคันดังกล่าวขับหลบหนีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปเสียหลักพุ่งชนกำแพง บ.กระบี่บ้านช้าง จก. บริเวณถนนกระบี่-เขาทอง ตำรวจสายตรวจเข้าคุมตัวนายศักรินทร์ จงเจริญ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/4 ถนนนิคมประศาสน์ ต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งอยู่ในอาการมึนงง เนื่องจากแรงกระแทก จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ

จนท.เข้าตรวจค้นภายในรถบริเวณใต้เบาะคนขับ พบถุงใส่ยาบ้าจำนวน 2 มัด รวม 20,000 เม็ด พร้อมกับถุงใส่เงินสดเป็นแบงค์ 20 และ แบงค์ 100 จำนวนมาก พระเครื่องเลี่ยมทอง 1 องค์ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จึงควบคุมตัวนายศักรินทร์ ไปสอบสวน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การอ้างว่ารับจ้างมารับยาบ้าดังกล่าวจากเพื่อนในพื้นที่บ้านในสระ ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ โดยได้รับการว่าจ้างให้มารับยาบ้าจำนวน 3 มัด จ้างในราคามัดละ 5,000 บาท โดยเพิ่งทำครั้งแรก แต่ตำรวจกลับไม่พบยาบ้าอีก 1 มัดตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง จึงยังไม่ปักใจเชื่อ ส่วนเงินที่พบ ต้องคำตัมไปสอบสวนขยายผลอีกครั้ง เนื่องจากตรวจสอบในเบื้องต้นพบผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้ว  ก่อนนี้ใช้ชื่อนายไพรัตน์ จงเจริญ กระทั่งเพิ่งพ้นโทษมาประมาณ 2-3 ปี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อ ตำรวจคาดว่าผู้ต้องหาน่าจะนำยาเสพติดมาปล่อยขายในพื้นที่ จ.กระบี่ โดยมูลค่ายาเสพติดที่ยึดได้ประมาณ 1.6 ล้านบาท คุมตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองกระบี่ แจ้งข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง และไม่หยุดรถตามคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร หรือพนักงานเจ้าหน้าที่.
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------

นายอำเภอเมืองนราธิวาสเปิดโครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ

นายอำเภอเมืองนราธิวาส เปิดโครงการ หนึ่งอำเภอ หนึ่งกลุ่มอาชีพ จังหวัดนราธิวาส

 นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส เป็นประธานในพิธีโครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งกลุ่มอาชีพ จังหวัดนราธิวาส ณ กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าบ้านค่าย หมู่ 2  ตำบลกะลุวอเหนือ  อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส  ซื่งรัฐบาลมีนโยบายที่สำคัญคือการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่นด้วยการเสริมสร้างและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ซึ่งเริ่มจากการรวมกลุ่มของประชาชนในการจัดการ ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น หรือมีปราชญ์ชาวบ้านที่พร้อมจะถ่ายทอดความรู้  และทักษะในการประกอบอาชีพ  ให้กับคนในชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ซึ่งกระทรวงรายงาน และเห็นถึงความสำคัญในการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชนในทุกระดับ ทั้งกลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และรายงานนอกระบบ ได้จัดสรรงบประมาณให้สำนักรายงานจังหวัดนราธิวาส ดำเนินโครงการ “ หนึ่งอำเภอ หนึ่งกลุ่มอาชีพ “ เป็นการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชนในชุมชนเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ อย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562

อำเภอเมืองนราธวาสประเมินผลกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมประจำปี 62

อำเภอเมืองนราธิวาสจัดตรวจประเมินผลงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมประจำปี 2562 
                                         ที่ โรงเรียนบ้านจูดแดง ตำบลมะนังตายอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการประเมินผลงานกำนัน ใหญ่บ้าน จังหวัดนราธิวาส ประเมินผลงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยอดเยี่ยม ประจำปี 2562 นำโดย นายสมหวัง เรืองเพ็ง ปลัดจังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะกรรมการได้ลงพื้นที่  ได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินผลงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยอดเยี่ยมประจำปี 2562 ที่ตำบลมะนังตายอ จังหวัดนราธิวาส โดยมี นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 8 หมู่บ้าน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และประชาชนในพื้นที่กว่า 200 คนเข้าร่วมให้การต้อนรับ
      ทั้งนี้จังหวัดนราธิวาส ได้แจ้งให้อำเภอพิจารณาคัดเลือกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ารับรางวัลประจำปี 2562 โดยให้ยึดแนวทางและหลักเกณฑ์ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องในการนี้อำเภอเมืองนราธิวาส ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ในส่วนของกำนันเห็นควรคัดเลือก นายสุรเดช แวสุหลง กำนันตำบลบ้านหนังตายอ เพื่อเสนอเป็นกำนันยอดเยี่ยม ประจำปี 2562 ของจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น มีผลงานเป็นที่ประจักษ์สามารถสนองนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองและส่วนราชการต่างๆ นำไปปฏิบัติได้เป็นอย่างดี เกิดประโยชน์แก่ทางราชการ และประชาชนในพื้นที่ และเป็นบุคคลที่มีความรู้เสียสละทุ่มเท ขับเคลื่อนงานในตำบลมะนังตายอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ด้านความมั่นคงรักษาความสงบเรียบร้อย งานด้านการพัฒนาพื้นที่ ด้านเศรษฐกิจ และงานอื่นๆในพื้นที่ตำบล และสนับสนุนงานในระดับอำเภอตลอดปีที่ผ่านมา รายละเอียดผลการปฏิบัติงานจะได้ให้กำนัน ได้นำเสนอด้วยตนเองโดยมีส่วนราชการภาคประชาชน และส่วนอื่นๆให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการเพิ่มเติมต่อไป
      อย่างไรก็ตามผู้ที่จะได้รับรางวัลจะต้องเป็นที่ยอมรับของสังคมและเป็นแบบอย่างแก่สาธารณชนทั่วไป อีกทั้งผู้ที่ผ่านการประเมินจากคณะกรรมการในแต่ละประเภทจะได้รางวัล ยอดเยี่ยม ปี 2562 ของจังหวัดนราธิวาสและจะได้เข้ารับรางวัลจากกระทรวงมหาดไทยต่อไปอีกด้วย
                                                         
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

สนง.สหกรณ์สตูลร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสตูลร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 ของสหกรณ์การเกษตรควนโดน จำกัด
         
 วันนี้ 24 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สหกรณ์การเกษตรควนโดน จำกัด นายไพฑูรย์ ชนะชู สหกรณ์จังหวัดสตูลเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561ของสหกรณ์การเกษตรควนโดน จำกัด อ.ควนโดน จ.สตูล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สหกรณ์ และผู้แทนสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดสตูล ทั้งนี้ นายสน ปะดุกา รองประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรควนโดน จำกัด ได้ชี้แจงรายละเอียดงบการเงินซึ่งปีนี้สหกรณ์มีกำไรสุทธิ 3,735,352.10 บาท และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับงบการเงินของสหกรณ์ เพื่อให้สมาชิกของสหกรณ์ได้เข้าใจ และรับทราบถึงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของสหกรณ์ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา และกิจกรรมหลังจากประชุมเสร็จมีการมอบรางวัลให้กับสมาชิกที่ผ่อนชำระหนี้ดีเด่น และมียอดหุ้นดีเด่น ทั้งนี้ ยังมีการมอบรางวัลใหญ่ให้กับสมาชิกถึง 3 รางวัล และยังมอบรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมต่างตื่นเต้น
             
 นายไพฑูรย์ ชนะชู สหกรณ์จังหวัดสตูล กล่าวว่า ในส่วนของสหกรณ์จังหวัดได้เข้าไปดูแลและส่งเสริมสหกรณ์และมีนโยบายส่งเสริมตามนโยบายของรัฐบาล เช่นโครงการเกษตรแปลงใหญ่และเกษตรอินทรีย์ แต่นโยบายทั้งหมดต้องผ่านสหกรณ์ในพื้นที่เพื่อเป้าหมายของสมาชิกและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของสมาชิกให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และการเข้าประชุมของสมาชิกทำให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมในทุก ๆ ปี และความสำเร็จของสหกรณ์ สหกรณ์แห่งนี้จะเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองและเป็นองค์กรที่มีศักยภาพพอเพียงที่จะยอมรับมาตรการของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือเกษตรกรผ่านทางสถาบันเกษตรกรได้ อำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกทั้งทางด้านการพัฒนาการผลิต การตลาด ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไปในอนาคต ดังนั้นขอให้ทุกท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของสหกรณ์และความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้เป็นสหกรณ์มีความเข็มแข็งต่อไป
            ด้านนายอดุลย์ หลีเส็น ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรควนโดน กล่าวว่า ระบบสหกรณ์บริหารกัน 3 ฝ่ายในการดำเนินงาน คือสมาชิกสหกรณ์ คณะกรรมการ และฝ่ายจัดการสหกรณ์จะเป็นหัวเรือในการดำเนินงาน ทั้ง 3 ฝ่ายจะขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้โดยเฉพาะสมาชิกและการสมัครสมาชิกใหม่สิ่งแรกที่ทำต้องตรวจสอบประวัติสมาชิก และคณะกรรมการต้องเป็นบุคคลที่เสียสละ และฝ่ายจัดการคือเจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้และรักในระบบสหกรณ์และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือหลักธรรมาภิบาลการบริหารจัดการโดยคำนึงถึงประโยช์ของสมาชิกสูงสุดและมีค่าตอบแทนเป็นสินน้ำใจให้กับสมาชิกในกลุ่มทำให้สมาชิกมีความเชื่อถือในหลักการของสหกรณ์เพราะเป็นหัวใจสำคัญ การบริหารสหกรณ์ที่สำคัญคือบริหารแบบขั้นบันไดการมีหัวใจที่เป็นนักสหกรณ์จริง ๆ และให้คำนึงถึงเศรฐกิจปัจจุบันควบคู่ไปด้วยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2562

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ท่าเรือสุราษฎร์ธานี ทำพธีส่งน้ำปาล์มดิบทางเรือเที่ยวแรก


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ท่าเรือจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำพิธีส่งน้ำมันปาล์มดิบทางเรือเที่ยวแรก จำนวน 2,000 ตัน สำหรับนำไปผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง

วันนี้ (26 มกราคม 2562) ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.) เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือขนส่งน้ำมันปาล์มดิบเที่ยวแรก จำนวน 2,000 ตัน เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี นายหร่อหยา จันทรัตนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน นายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง นางภาวนา อังคณานุวัฒน์ รองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมพิธี ณ ท่าเรือ บริษัท พี.เค มารีน เทรดดิ้ง จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงความคืบหน้าในการนำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ กฟผ. ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ปรับสมดุลเพื่อพยุงราคาผลปาล์มน้ำมันให้สูงกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม ด้วยการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 160,000 ตัน เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง โดยเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้วได้ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ รวมทั้งได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตกระแสไฟฟ้า” ระหว่างกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ และ กฟผ. ไปเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา โดย กฟผ. จะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากแหล่งพื้นที่ผลิตที่สำคัญ เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะนี้มีความคืบหน้าด้วยดีตามลำดับ และในวันนี้จะส่งน้ำมันทางเรือเที่ยวแรกไปยังโรงไฟฟ้าบางปะกง ปริมาณ 2,000 ตัน ของบริษัท เจริญ น้ำมันปาล์ม จำกัด ที่รับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 3.24 บาท มาผลิตน้ำมันปาล์มดิบสำหรับเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ตามแผนครั้งแรกในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 ส่วนน้ำมันปาล์มดิบที่เหลือจะรับซื้อจากโรงสกัดต่าง ๆ ให้ครบ 160,000 ตัน ต่อไป

“ความสำเร็จในครั้งนี้มาจากความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชาวสวนปาล์มต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือให้ราคาผลปาล์มสดอยู่ในระดับสูงกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม ได้อย่างเป็นรูปธรรม” รมว.กล่าวในที่สุด

ภายหลังการปล่อยเรือขนส่งน้ำมันปาล์มดิบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ของ กฟผ. และลานเท โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ที่บริษัทเสวียดลานปาล์ม และบริษัท กรีนกลอรี่ จำกัด และบริษัท นิวไบโอ ดีเซล จำกัด อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งชมขั้นตอนการรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน และพบปะเกษตรกรเพื่อติดตามผลการช่วยเกษตรกรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ กฟผ. ได้ดำเนินการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 เรื่อง มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ สำหรับการผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันปาล์ม กฟผ. ได้ปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าโดยใช้น้ำมันปาล์มดิบร่วมกับก๊าซธรรมชาติ ในอัตราส่วน 50 : 50 โดยจะใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และจะสิ้นสุดโครงการประมาณเดือนกรกฎาคม 2562 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งสิ้น 6 เดือน สามารถดูดซับน้ำมันปาล์มดิบในตลาดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้ จำนวน 160,000 ตัน ซึ่งการนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้ผลิตไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบกับราคาค่าไฟฟ้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจะไม่นำไปคิดรวมกับค่าเอฟที (Ft) จึงไม่ส่งผลกระทบกับค่าไฟฟ้าของประชาชนแต่อย่างใด
------------------------------------------------
-----------------------------------------------

สตูล-ทหาร ตำรวจ บุกจับพนันแต่กลับเจอกัญชา ยาแก้ไอ บุหรี่นอก เพียบ

สตูล ทหาร ตำรวจบุกจับนักพนันแต่กลับพบกัญชาแห้ง,ใบกระท่อม,ยาแก้ไอ, บุหรี่ ต่างประเทศ, กระสุนปืน,ไพ่ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ว่ามีการเปิดบ่อนเล่นการพนัน 
          วันนี้ 23 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.สุระ  แก้วไพโรจน์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ต.(ท) สั่งการให้ พ.อ.ปัญญ์สวัฒกก์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผน การข่าว กอ.รมน.จังหวัด ส.ต. , พ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว ผบ.ร.5 พัน.2 รอง ผบ.ฉก.ร.5, พ.ต.ภูมิศักดิ์ ศักดิ์เพชร หน.ชป.รส.ร.5 , พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองสตูล และ ร.อ.ปิยะเชษฐ์  หนูฉ้ง หน.ชรต.กอ.รมน.จ.สตูลพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ส่วนประสานงาน กกล.รส.กอ.รมน.จังหวัด ส.ต. บูรณาการกับ ชป.รส.ร.5 พัน.2 ,สภ.เมืองสตูล  ,ฝ่ายปกครอง และ กำนัน ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล ร่วมกันเข้าตรวจสอบ บ้านเลขที่ 574 หมู่ 1 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งมี น.ส.จันทรา  สุวรรณมณี เป็นเจ้าของบ้าน กรณีประชาชนได้ร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี ว่ามีการเปิดบ่อนเล่นการพนัน ที่บ้านเลขที่ดังกล่าวจากการเข้าตรวจค้นภายในบ้านอย่างละเอียด   มีนักเล่นการพนัน (ดรัมมี่) มีนักเล่นการพนันอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ จำนวน 4 คน พร้อมของกลางไพ่ จำนวน 10 สำรับ และ ที่ของกลางเล่นการพนันเป็นไพ่อีก จำนวนหนึ่งและพบกลุ่มชายชกรรจ์ จำนวน 5 ราย อยูในบ้านเลขที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจน้ำปัสสาวะ พบมีสารเสพติดในร่างกาย จำนวน 1 ราย คือ นายวิทยา สุวรรณมณี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 574 หมู่ 1 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล จากการร่วมกันตรวจค้น ภายในบ้านพบมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาแห้ง) จำนวน 1 กรัม และ ใบกระท่อม จำนวน 500 กรัม ยาแก้ไอยี่ห้อ Datissin จำนวน 29 ขวด บุหรี่ ต่างประเทศ ยี่ห้อ Gadan 20 ซอง ๆ ละ 20 ม้วน บุหรี่ต่างประเทศ ยี่ห้อจอนท์ แบล๊ก จำนวน 2 ลัง ๆ ละ 20 แถว ๆ ละ 10 ซอง รวม 600 ซอง กระสุนปืนขนาด .22 มม.จำนวน 24 นัด ไพ่ จำนวน 10 สำรับ
        เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล  เพื่อให้ดำเนินการคดีตามกฎหมายต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------

มือมีดวางยาต้นสนขนาด 2 คนโอบที่หาดนพรัตน์ จ.กระบี่

มือมืด วางยาต้นสน ขนาด2 โอบ บริเวณชายหาดนพรัตน์  แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จังหวัดกระบี่   ยืนต้นตายจำนวนกว่า10ต้น เจ้าหน้าที่อบต.อ่าวนาง และอุทยาน เข้าตรวจสอบพบ มีร่องรอยเจาะลำต้น แล้วราดยาฆ่าตอให้ยืนต้นตาย ผิดธรรมชาติ  เตรียมรวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี
วันที่ 25  ม.ค.2562
 นายธรรมนูญ  ปัญจนิมิตร  นักจัดการงานเทศกิจ  อบต.อ่าวนาง  พร้อมด้วย นางสาวอารีรัตน์  แทนโป  นิติกรปฏบัติการ  อบต.อ่าวนาง   และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่  ได้เข้าตรวจสอบ ต้นสน ที่บริเวณริมชายหาดนพรัตน์ธารา หรือหาดคลองแห้ง   ม.3  ต.อ่าวนาง อ.เมือง  จ.กระบี่   หลังจากที่ ได้รับแจ้งว่า ยืนต้นตายจำนวน 11 ต้น  ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า  ต้นสนขนาดประมาณ2 คนโอบ สูกว่า30เมตร ยืนต้นตายไปจำนวน 9ต้น และขนาด 1 คนโอบ จำนวน2  ต้น   โดยต้นสนที่ยืนต้นตาย พบว่ามีร่องรอยการ เจาะที่ลำต้นแล้วราดย่าฆ่าตอ สภาพใบแห่งเหี่ยวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคาดว่าเหตุเกิดประมาณ 1  เดือน กว่าเจ้าหน้าที่จะมาพบว่ายืนต้นตายแล้ว    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ วัดระยะแนวที่ต้นสนยืนต้นตาย พบว่าตรงกับแนวเขตหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งพอดี   รวมระยะทางประมาณ 36 เมตร   เจ้าบันทึกภาพ และรวบรวม พยานหลักฐาน  เตรียมแจ้งความดำเนินคดี ต่อไป

               นายธรรมนูญ  กล่าวว่า  หลังจากได้รับแจ้งจากผู้รับเหมาตัดแต่งกิ่งไม้อบต.อ่าวนางว่ามีต้นสน ที่หน้าชายหาดนพรัตน์ธาราหรือหาดคลองแห้ง ยืนต้นตาย จำนวนมาก จึงได้นำประสานเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า มีต้นสน ตายไปจำนวน 11 ต้น ที่อยู่ริมหาดทราย แนวทางเท้าชายหาด  จึงได้รานำเจ้าหน้าที่นิติกรมาตรวจสอบ  เพื่อทำบันทึกเตรียมรวมรวมพยานหลักฐาน เตรียมแจ้งความดำเนินคดี  เบื้องต้นเจ้ายังไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของ ใคร  แต่นับว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ทำลายทรัพย์สินส่วนรวม ทลบายธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยว

       ขณะที่น.ส.อารีรัตน์  แทนโป  นิติกรปฏบัติการ อบต.อ่าวนาง กล่าวว่า ต้นสนที่ยืนต้นตายทั้ง11ต้น    ชายหาดนพรัตน์ธารานั้น เป็นการตายแบบผิดธรรมชาติ  ถือเป็นการทำลายทรัพย์สิน ของทางการ  ซึ่งเข้าข่าย  ข้อหาทางให้เสียทรัพย์ เพราะต้นสนอยู่ในเขตรับผิดชอบของอบต.อ่าวนาง   ทั้งนี้นอกจากต้นสนจะช่วยให้ร่มเงาแก่นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนชายหาดแล้ว ยังเป็นช่วยป้องกันคลื่นลม และการกัดเซาะชายฝั่งด้วย...
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง. รายงาน
-----------------------------------------------

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2562

ม.นราธิวาสราชนครินทร์เตรียมจัดงานวันครบรอบ 14 ปีแห่งการสถาปนา


มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เตรียมจัดงานเนื่องในวันครบรอบ 14 ปี แห่งการสถาปนา มหกรรม PNU Fair 2019
 
   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ เตรียมจัดงานเนื่องในวันครบรอบ 14 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ระหว่างวันที่ 4 - 8 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลความก้าวหน้าในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยฯ อีกทั้งเป็นการเปิดบ้านให้เยาวชน ประชาชนเข้าร่วมแข่งขันทางวิชาการ พร้อมชมนวัตกรรมเชื่อมโยง Thailand 4.0 โดยในปีนี้ ทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัยได้ จัดกิจกรรม Open house ถือได้ว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจ ดึงดูดให้เยาวชนทั้งในพื้นที่นราธิวาส เองและพื้นที่ใกล้เคียง ได้เข้าใจและร่วมงานมากขึ้น
นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์งาน PNU Fair อีกด้วยด้วย ซึ่งภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมการแสดง มากมาย ทุกค่ำคืน ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยฯ  ซึ่งในปีนี้ ทางมหาวิทยาลัยฯได้ ใช้พื้น ฟาร์มคณะเกษตรศาสตร์ ในการจัดงาน โดยถือโอกาสนี้ ได้ให้ผู้ร่วมงาน ได้ชมนิทรรศการจากมหาวิทยาลัยอย่างเข้าถึง เข้าใจ อีกทั้งยังได้ชมนวัตกรรมสมาร์ทฟาร์ม นวัตกรรมโรงงานต้นแบบ นวัตกรรมเทคโนยีจากคณะ วิทยาลัย สถาบันมากมาย
นอกจากนี้ ในการแถลงข่าววันที่ 23 มกราคม 2562 ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป โดยทางมหาลัยฯได้ใช้พื้นที่ฟาร์มของคณะเกษตรศาสตร์ จะมีเวทีเสวนาในประเด็นมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์สู่แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นและการนำการศึกษาชายแดนใต้สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในยุค Thailand 4.0 โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จงรัก พลาศัย นายกสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และแถลงความก้าวหน้าการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยฯ รวมถึงแถลงข่าวงานมหกรมวิชาการ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมเสวนาในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562

ปศุสัตว์ จ.กระบี่จับลักเนื้อกระบือลอบนำเข้ายึดได้ 1.7 ตัน



ปศุสัตว์ จ.กระบี่ จับลักเนื้อกระบือลักลอบนำเข้ามาขายในพื้นที่ จ.กระบี่ ยึดได้ 1.7 ตัน มูลค่ากว่า 4.3 แสนบาท พบคนมีสีพัวพัน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 24 ม.ค.62 นายสมโภชน์ โชติชูช่วง รอง ผวจ.กระบี่ พร้อมด้วยนายพงษ์พันธ์ ธรรมา ปศุสัตว์ จ.กระบี่ และ จนท.ชุดเฉพาะกิจกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดเนื้อกระบือนำเข้าผิดกฏหมาย กว่า 1.7 ตัน มูลค่ากว่า 4 แสนบาท

ทั้งนี้ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกรมปศุสัตว์ นำโดยนายพงษ์พันธ์ ธรรมา ปศุสัตว์ จ.กระบี่ นำกำลังเข้าตรวจสอบห้องเย็นณัฐพงษ์ เลขที่ 212 หมู่ 5 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หลังมีผู้ร้องเรียนเข้าไปยังกรมปศุสัตว์ ว่าที่ห้องเย็นดังกล่าว มีการลักลอบนำเนื้อกระบือ นำเข้าจากต่างประเทศ เข้ามาจำหน่ายแบบผิดกฎหมาย ถูกนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นเนื้อที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบนางพรภิวัลย์ หมั่นสอาด อายุ 43 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของห้องเย็นดังกล่าว จนท.ตรวจพบเนื้อกระบือแช่แข็งบรรจุห่อจำนวน 86 แพ็ค บรรจุแพ็คละ 20 กก. รวมน้ำหนัก 1,720 กก. คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 430,000 บาท นอกจากนี้ยังเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 463 หมู่ 1 ต.เหนือคลอง ของนายประเสริฐ ดูระแน่ พบเนื้อกระบือแช่แข็งอีก 60 กก. มูลค่าประมาณ 15,000 บาท จึงได้ตรวจยึด

สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเนื้อดังกล่าวมีคนนำเข้ามาแล้วนำมาฝากแช่ไว้ที่ห้องเย็น อย่างไรก็ตาม จนท.มีข้อมูลว่ามีการลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายมานานแล้ว โดยนำมาจำหน่ายให้กับบรรดาร้านอาหาร และโรงแรม หลายแห่งใน จ.กระบี่ จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหนือคลอง ดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 มาตรา 31 มีบทลงโทษตามมาตา 68 จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้านนายสมโภชน์ โชติชูช่วง รอง ผวจ.กระบี่ กล่าวว่าสำหรับการนำเข้าเนื้อกระบีือรายนี้ จากการสืบสวนในเชิงลึกของเจ้าหน้าที่พบว่ามีคนมีสีเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งจะได้สืบสวนหาข้อเท็จจริง ว่ามีมูลหรือไม่ หากพบว่ามีการกระผิดจริง ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฏหมายโดยไม่มีการละเว้น

-----------------------------------------------

นราธิวาสแข่งขันตีเกราะเคาะไม้สืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรม

นราธิวาส แข่งขันตีเกราะเคาะไม้สืบสานการอนุรักษ์วัฒนธรรม

นายกริช  น้อยผา  นายอำเภอศรีสาคร/ผอ.ศปกอ.ศรีสาคร  พร้อมด้วย  นายอัมรันท์  บากา  ปลัดอำเภอ  หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง  ให้การต้อนรับ  นายสมหวัง  เรืองเพ็ง  ปลัดจังหวัดนราธิวาส  ประธานในพิธีเปิดการแข่งขันตีเกราะเคาะไม้  อำเภอศรีสาคร  โดยมีผู้เข้าร่วมการจัดกิจกรรม  ประกอบด้วย  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน ที่ 49  ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีสาคร  หัวหน้าส่วนราชการ  ข้าราชการ  ปลัดอำเภอ  เจ้าหน้าที่ปกครอง  ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  สารวัตรกำนัน  แพทย์ประจำตำบล  สมาชิก อส. และบุคลากร  ที่ว่าการอำเภอศรีสาคร  รวม  300  คน  เข้าร่วมการจัดกิจกรรม  ณ  ลานเอนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอศรีสาคร  จังหวัดนราธิวาส  การจัดกิจกรรมแข่งขัน   ตีเกราะเคาะไม้  อำเภอศรีสาคร  ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรม “การตีเกราะเคาะไม้”  ซึ่งในอดีตถือเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับสถาบันกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  เมื่อถึงเวลาที่จะมีการประชุมราษฎรในหมู่บ้าน  หรือมีเหตุด่วน  เหตุร้าย  บอกเหตุต่าง ๆ  ในหมู่บ้าน  ผู้ใหญ่บ้านจะตีเกราะเคาะไม้ทันที  ในสมัยอดีต  ผู้ที่มาประชุมจะไม่มีที่นั่งเบาะนุ่ม ๆ  ให้นั่ง  บ้างก็นั่งยอง ๆ  บนลาน  บ้างก็นั่งบนเสื่อที่นำมาจากบ้าน  บ้างก็นั่งบนขอนไม้  ไม่มีแอร์คอนดิชั่น  ไม่มีไมโครโฟน  ซึ่งเป็นบรรยากาศเก่า ๆ  ที่น่าจดจำยิ่งนัก  ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้  มีหมู่บ้านที่ส่งเกราะเคาะไม้     เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น  จำนวน  ๓๕  หมู่บ้าน  โดยมีเงินรางวัลสำหรับการแข่งขัน  จำนวน  ๓  รางวัล  คือ
รางวัลชนะเลิศ เป็นเงินสด  จำนวน  20000 บาท 
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๑ เป็นเงินสด   จำนวน  10000 บาท 
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๒ เป็นเงินสด   จำนวน    5000บาท   

นายสมหวัง  เรืองเพ็ง  ปลัดจังหวัดนราธิวาส  กล่าวว่า เกราะเคาะไม้  อำเภอศรีสาคร  ว่าขอชื่นชมนายกริช น้อยผา อำเภอศรีสาคร  ที่จัดให้มีโครงการแข่งขันตีเกราะเคาะไม้ในครั้งนี้  ในสมัยอดีตหมู่บ้านต่าง ๆ  มีการตีเกราะเคาะไม้  ซึ่งเป็นที่นิยมตั้งแต่ปี  พ.ศ.๒๕๐๔  เป็นเอกลักษณ์  และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของฝ่ายปกครองประการหนึ่งก็ว่าได้  เป็นเครื่องสัญญาณเพื่อเรียกราษฎรมาร่วมประชุม  บอกความเคลื่อนไหวให้เป็นที่สังเกต  นัดแนะหรือบอกเหตุร้าย      การตีเกราะเคาะไม้  มีความสัมพันธ์และความสำคัญที่คู่มากับผู้นำท้องที่  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  อาจถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมที่ดี  และเป็นวิถีชีวิตจิตวิญญาณของนักปกครอง  แม้เรื่องราวต่าง ๆ  จะเลือนรางหายไปก็ตาม 
กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  ถือเป็นสถาบันอันทรงเกียรติ  เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอ และเป็นหัวหน้าของราษฎรในหมู่บ้าน  ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่  พุทธศักราช  ๒๔๕๗  มีที่มาจาก  การเลือกของประชาชนในท้องที่โดยตรง  จึงมีความใกล้ชิด  รู้สภาพท้องที่  ปัญหาอุปสรรค  และความต้องการของพี่น้องประชาชนมากที่สุด  รวมทั้งนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและกระทรวง  ทบวง  กรมต่าง ๆ  สำเร็จขึ้นได้  ล้วนมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  เข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนทั้งสิ้น  แม้กระทั่งการแก้ไขปัญหาเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  หน่วยงานความมั่นคง  หรือหน่วยกำลังในพื้นที่ทั้ง  ๓  ฝ่าย  (พลเรือน  ตำรวจ  และทหาร)  ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า        จุดแตกหักของการแก้ปัญหาดังกล่าวอยู่ที่  “หมู่บ้าน”  ภายใต้การนำของผู้ใหญ่บ้าน 
ปัจจุบันยังคงมี  “เกราะ  เคาะไม้”  ให้เห็นอยู่บ้าง  นิยมนำมาใช้แขวนประดับตกแต่งบ้านเรือน  หรือ  ตามสถานที่ต่าง ๆ  เพื่อความสวยงาม  ถือเป็นสิ่งคู่กับสังคมไทย  ทำให้เกิดเอกลักษณ์ของความเป็นไทย  และเป็นมรดกที่สำคัญ     ซึ่งเป็นความภูมิใจแสดงถึงเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของคนไทย  ในฐานะปลัดจังหวัด  และเลือดเนื้อเชื้อสายโดยตรงของ       ฝ่ายปกครอง  จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า  หากกำนัน  ผู้ใหญ่บ้านของอำเภอศรีสาคร  ได้รื้อฟื้นเอกลักษณ์การตีเกราะเคาะไม้  และใช้ให้เป็นประโยชน์ได้จริงนับจากนี้  อำเภอศรีสาครจะเป็นอำเภอแรก  ของจังหวัดนราธิวาส  ที่สามารถอนุรักษ์ฟื้นฟู  เผยแพร่สืบสานวัฒนธรรม  “การตีเกราะ  เคาะไม้”  ให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและรักษาไว้ตลอดไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...