• กระบี่ติ่มซำ ไสไทย

    ขอเชิญทุกท่านร่วมแข่งขันกินขนมจีบในกิจกรรม "กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่"

  • ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • เมเจอร์

    เมเจอร์

  • Van VIP Krabi

    บริการถตู้เช่าเหมาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในจังหวัดกระบี่ และสถานที่อื่นๆโดยทีมงานมืออาชีพ สอบถามโทร.0848626639

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กู้ภัยกระบี่เตือนรถสัญจรผ่านสี่แยกนาเหนือ ระวังมือดีปาหินใส่รถ หลังมีเหยื่อหลายรายเข้าแจ้งเหตุ(คลิป)

กู้ภัยกระบี่เตือนรถสัญจรผ่านสี่แยกนาเหนือ ระวังมือดีปาหินใส่รถ หลังมีเหยื่อหลายรายเข้าแจ้งเหตุไว้

เหตุการณ์ผู้ใช้รถใช้ถนนเข้าแจ้งเหตุกับ เจ้าหน้าที่กู้ภัย อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ว่าถูกมืดดีใช้ก้อนหินปาใส่รถขณะกำลังขับอยู่บนท้องถนน รายนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ธ.ค. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิการกุศลอ่าวลึก ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาว จ.เชียงใหม่ รายหนึ่ง เข้ามาประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย ช่วยกันประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ใช้รถว่า ให้เพิ่มความระมัดระวังหากต้องขับรถผ่านเส้นทางหลวงหมายเลข 415 จากสี่แยกนาเหนือ-เขาต่อ ช่วงหมู่ที่ 2 ต.นาเหนือ เนื่องจากรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว ถูกมือดีใช้ก้อนหินปาเข้าใส่ถูกบริเวณกระโปรงหน้ารถเป็นรอยบุบ มีสีถลอก

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ จุดเกิดเหตุที่นักท่องเที่ยวระบุ พบว่าถนนเส้นดังกล่าว เป็นเส้นทางผ่านระหว่าง จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ ไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าสู่ถนนเอเชีย โดยถนนเส้นนี้ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อขยายช่องจราจร ในช่วงเวลากลางคืน จะไม่มีไฟแสงสว่างข้างทาง รวมทั้งตลอด 2 ข้างทาง จะมีกองดินและก้อนหินจำนวนมาก ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนปริศนาที่ก่อเหตุ ใช้ก้อนหินจากกองดินข้างทางปาใส่รถของ นทท. ซึ่งถนนเส้นนี้มีรถใช้สัญจรกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ สอบถามจากนายปฏิพัทธ์ อินทร์แก้ว ประธานมูลนิธิฯ ทราบว่า นอกจากนักท่องเที่ยวที่เข้าแจ้งเหตุรายดังกล่าวแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมา ยังมีรถบรรทุกสินค้าอีก 1 เข้ามาแจ้งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่อยู่ประจำจุดตรวจสี่แยกนาเหนือ ทราบว่าถูกปาด้วยก้อนหินเช่นกัน ตนลงพื้นที่สอบถามชาวบ้านแถวนั้น พบว่านอกจากรถ 3 คันที่ถูกปาก้อนหินใส่เมื่อคืนแล้ว ก่อนนี้ยังเคยมีรถอีกหลายคันที่ถูกปาก้อนหินใส่บริเวณริมดังกล่าว

นายปฏิพัทธ์ กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุ ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการใดๆ จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ช่วยมาตรวจสอบ และติดตามตัวคนก่อเหตุมาให้ได้ ซึ่งสาเหตุหลักตนเชื่อว่าเกิดจากความคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่น พร้อมทั้งฝากเตือนผู้ใช้รถที่ต้องสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว ให้เพิ่มความระมัดระวัง อย่าขับรถด้วยความเร็ว เพราะหากก้อนหินที่ถูกปาโดนเข้าที่กระจกรถ อาจจะเกิดอันตรายกับคนขับ และผู้โดยสารได้ รวมทั้งฝากให้คนขับ และผู้โดยสารรถ คอยสังเกตุข้างทางให้ดี หากพบคนต้องสงสัยให้จำตำหนิรูปพรรณไว้ แล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที.
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง  รายงาน
-----------------------------------------------

ยันเหตุแผ่นดินไหวบริเวณอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ไม่กระทบกับเขื่อนของ กฟผ.

ยันเหตุแผ่นดินไหวบริเวณอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ไม่กระทบกับเขื่อนของ กฟผ. ขอให้ประชาชนมั่นใจ

นายวัลลภ เมฆพฤกษาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ตามที่เมื่อวานนี้ (30 ธันวาคม 2561) เวลา 22:39 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวบริเวณ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ขนาด 4.9 ห่างจากเขื่อนศรีนครินทร์ ไปทางทิศเหนือประมาณ 54.72 กิโลเมตร ห่างจากเขื่อนวชิราลงกรณ ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 59.27 กิโลเมตร ทั้งนี้ กฟผ. ได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพเขื่อนต่าง ๆ ของ กฟผ. แล้ว พบว่า  มีสภาพมั่นคงแข็งแรงเป็นปกติ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย

“กฟผ. มีระบบการตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนตลอดเวลา โดยได้พัฒนาระบบตรวจสุขภาพเขื่อน หรือ DS-RMS (Dam Safety Remote Monitoring System) ให้สามารถสื่อสารข้อมูลจากเครื่องมือวัดต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ที่เขื่อนและรอบอ่างเก็บน้ำไปยังระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย  เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลหาสถานะความปลอดภัยเขื่อนด้วยระบบเสมือนผู้เชี่ยวชาญ (Expert system) ทั้งนี้ ระบบจะแจ้งสถานะความปลอดภัยเขื่อนผ่านโปรแกรมในรูปแบบ Web Application ทางหน้าจอเว็บไซต์ ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบสภาพเขื่อนได้ผ่านเว็บไซต์ http://dsrms.egat.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง” ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา กล่าวในที่สุด
-----------------------------------------------

โจรใต้วางระเบิดรางรถไฟและเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ 4 อำเภอที่นราธิวาส

คืบหน้าวางระเบิดรางรถไฟและเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ 4 อำเภอที่นราธิวาส

สำหรับความคืบหน้าเหตุคนร้ายแฝงตัวเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 4 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส ในช่วงคืนที่ผ่านมา ประกอบด้วย อ.ศรีสาคร เจาะไอร้อง รือเสาะและระแงะ ด้วยการนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ที่โคนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เสาไฟฟ้าริมถนนและรางรถไฟ พร้อมทั้งได้จุดชนวนระเบิดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน คือ ตั้งแต่เวลา 19.35 น. ถึง 20.15 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ไว้เพื่อเข้าตรวจสอบในช่วงเช้าของวันนี้ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
โดยจุดที่ 1 อ.รือเสาะ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด อโณทัย ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ เจ้าหน้าที่กองวิทยาหลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟรือเสาะ เข้าทำการตรวจสอบรางรถไฟหลักกิโลเมตรที่ 1073 ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างสถานีรถไฟลาโล๊ะกับสถานีรถไฟรือเสาะ ช่วงบริเวณโค้งมะโย่งบ้านยะบะ ม.2 ต.รือเสาะ เจ้าหน้าที่พบหมอนคอนกรีตรองรางรถไฟถูกระเบิดแสวงเครื่องได้รับความเสียหาย 2 ท่อน และรางรถไฟบิดงอเล็กน้อย พร้อมเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว12 นิ้ว หนักประมาณ 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยวงจรอีเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอ.ซี.ไทม์เมอร์ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ซึ่งจากการประเมินของเจ้าหน้าที่แขวงบำรุงทางตันหยงมัส ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ในการเปลี่ยนหมอนคอนกรีตรองรางรถไฟ 2 ท่อน และทำการดัดรางรถไฟที่บิดงอ โดยรถไฟทั้ง 14 ขบวน ที่วิ่งขาขึ้นและขาล่อง จากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ และกทม.จะสามารถวิ่งผ่านจุดดังกล่าวเพื่อให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้ตามปกติในช่วงบ่ายของวันนี้
จุดที่ 2 อ.ระแงะ ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน. ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบเสาไฟฟ้าริมถนนเยื้องกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 ซึ่งตั้งอยู่บ้านตันหยงมัส ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ ซึ่งถูกคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว จุดชนวนด้วยวงจรอีเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอ.ซี.ไทม์เมอร์ จำนวน 2 ต้น ซึ่งอยู่ห่างกันต้นละประมาณ 50 เมตร ได้รับความเสียหายแต่ไม่หักโคน โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกเกลื่อนทั่วบริเวณโคนเสาไฟฟ้าทั้ง 2 เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวม
จุดที่ 3 อ.ศรีสาคร ร.ต.อ.ฤทธิชัย น้อยสุก รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตั้งอยู่บ้านบือแนนากอ ม.6 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร ซึ่งถูกคนร้ายลอบวางระเบิดในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีเสาตอหม้อของเสาส่งสัญญาณได้รับความเสียหายเล็กน้อย และมีซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยวงจรอีเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอ.ซี.ไทม์เมอร์ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จุดที่ 4 อ.เจาะไอร้อง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด อโณทัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตั้งอยู่บ้านบาโงดุดุง ม.6 ต.จวบ หลังพบว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา มีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง จากการตรวจสอบพบว่า มีเศษซากกระดาษสีแดงจากปะทัดยักษ์ตกอยู่เกลื่อนประตูเหล็กทางเข้าของอาคารแบบน็อคดาวของเครื่องส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างความปั่นป่วนขึ้นในพื้นที่
ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่สะพานรถไฟ ระหว่างสถานีรถไฟโต๊ะเด็ง กับ สถานีรถไฟบูกิต ซึ่งตั้งอยู่บ้านไอร์สะเตีย ม.5 ต.บูกิต จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าไม้หมอนรองรางรถไฟได้รับความเสียหายเล็กน้อย ในส่วนของวัตถุระเบิดที่คนร้ายนำมาจุดชนวนพบว่า ได้ตกลงในใต้สะพานเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถที่จะเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานในเบื้องต้น
และเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากคืนของวันที่ 28 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา พบว่า คนร้ายได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว และจุดชนวนด้วยวงจรอีเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอ.ซี.ไทม์เมอร์ ทุกจุด ซึ่งคาดว่าเป็นระเบิดที่ได้ประกอบด้วยคนร้ายคนเดียวกัน ที่ได้กระจายไปให้สมาชิกแนวร่วมในแต่พื้นที่อำเภอไปใช้ก่อเหตุ

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

เกิดเหตุลอบวางระเบิดเสาส่งไฟฟ้าสงขลาขาเสาขาดเสียหาย ไม่มีผลกระทบต่อการจ่ายไฟภาคใต้

เกิดเหตุลอบวางระเบิดเสาส่งไฟฟ้าสงขลาขาเสาขาดเสียหาย ไม่มีผลกระทบต่อการจ่ายไฟภาคใต้

เกิดเหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่จังหวัดสงขลา ส่งผลให้ขา   เสาส่งไฟฟ้าขาด แต่ไม่ส่งผลกระทบกับการจ่ายไฟ กฟผ. พร้อมเร่งประสานหน่วยงานปกครองและชาวบ้าน     ในพื้นที่ช่วยสอดส่องดูแลเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่
นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่   27 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 15.39 น. ได้รับแจ้งเหตุลอบวางระเบิดเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. บริเวณ ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา กฟผ. จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในพื้นที่ พบว่าแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 kV พัทลุง – หาดใหญ่ 2 มีระเบิดแสวงเครื่องมัดอยู่ที่ฐานเสาโครงเหล็ก จำนวน 2 ต้น แรงระเบิดส่งผลให้ขาเสาสายส่งขาด      เสาเอียงเล็กน้อย จำนวน 1 ต้น กฟผ. จึงได้ทำการปลดการจ่ายไฟสายส่งไฟฟ้าเส้นดังกล่าวออก เพื่อให้หน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด (EOD) เข้าปฏิบัติการเคลียร์พื้นที่และเก็บกู้วัตถุระเบิดที่เหลือ โดยไม่ส่งผลกระทบกับ    การจ่ายไฟ ประชาชนยังมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ สำหรับการซ่อมแซมเสาสายส่งที่ได้รับความเสียหาย กฟผ.จะเร่งดำเนินการโดยเร็ว
ทั้งนี้ กฟผ. ได้ประสานงานกับจังหวัดสงขลาวางมาตรการเพื่อป้องกันการเกิดเหตุ โดยขอความร่วมมือหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวบ้านเฝ้าระวังและสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่จะเพิ่มการตรวจตราในพื้นที่อย่างเข้มงวด

“กฟผ. ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องเฝ้าระวัง เพื่อรักษาเสาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง   ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ หากพบเหตุผิดปกติที่ไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับสายส่งไฟฟ้าแรงสูง หรือสถานีไฟฟ้าแรงสูง โปรดแจ้งศูนย์บริการข้อมูล กฟผ. โทร.1416” รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. กล่าวในท้ายที่สุด
-----------------------------------------------

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กฟผ. เตรียมลุยโครงการไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ‘พลังน้ำ’ ผสาน ‘โซลาร์เซลล์บนเขื่อน’

กฟผ. เตรียมลุยโครงการไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน‘พลังน้ำ’ ผสาน ‘โซลาร์เซลล์บนเขื่อน’

การหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นเรื่องที่ทุกประเทศให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม เพราะเป็นพลังงานที่สะอาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่พลังงานหมุนเวียนก็ยังมีข้อจำกัดที่ว่า ‘ยังไม่เสถียร’ เพราะพลังงานหมุนเวียนแต่ละชนิดจะมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
การนำพลังงานหมุนเวียนหลากหลายรูปแบบเข้ามาผสานกันเพื่อสร้างเสถียรภาพ (Firm) ด้วยระบบ Integrated Renewable Firm Power System จึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะนำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อแก้ไขข้อจำกัด ให้พลังงานหมุนเวียนสามารถจ่ายไฟฟ้าได้เต็มศักยภาพ และเสถียรมากที่สุด

โครงการ Hydro-Floating Solar Hybrid ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน (ASEAN)
รูปแบบที่ กฟผ. จะดำเนินการเป็น “ระบบ Hydro-Floating Solar Hybrid” หรือระบบผลิตไฟฟ้าผสมผสานระหว่าง ‘พลังน้ำจากเขื่อน’ และ ‘พลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์ลอยน้ำบนเขื่อน’ ซึ่งจะเป็นโครงการไฮบริดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน (ASEAN) ที่มีจุดเด่นของโครงการคือ
1. ราคาต่ำ โดยองค์ประกอบที่ทำให้ราคาต่ำ ได้แก่
- เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีกำลังผลิตมากกว่า 30 เมกะวัตต์ขึ้นไป (Economy of Scale)
- ใช้โครงสร้างของระบบไฟฟ้าเดิมที่ กฟผ. มีรองรับอยู่เช่น ระบบเชื่อมต่อไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า โดยใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Maximized Existing Facility)
2. เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ด้วยระบบ Integrated Renewable Firm Power System โดยโครงการจะเริ่มที่ระบบ Hydro-Floating Solar Hybrid และในอนาคตสามารถพัฒนาร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงมากขึ้น
3. ไม่กระทบต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อม
- จะใช้พื้นที่ผิวน้ำบนเขื่อน กฟผ. ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ทำให้ไม่กระทบกับพื้นที่การเกษตร และเส้นทางการเดินเรือของชุมชน และผู้ที่ใช้ชีวิตประจำวันในบริเวณพื้นที่เขื่อน
- ใช้เทคโนโลยีในการสำรวจ และตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบสารสนเทศ (GIS) และหุ่นยนต์ถ่ายภาพใต้น้ำ
- วัสดุที่ใช้ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ลอยน้ำเป็นแบบเดียวกับท่อประปา จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เดินหน้าโครงการนำร่อง 2 เขื่อน
ปัจจุบัน กฟผ. อยู่ในช่วงสำรวจการติดตั้งโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำใน 9 เขื่อน ทั่วประเทศไทย พบว่า มีศักยภาพติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้มากถึง 2,725 เมกะวัตต์ จึงมีแผนจะเริ่มโครงการนำร่องก่อน จำนวน 2 โครงการ ได้แก่
1. เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์
2. เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กำลังผลิต 24 เมกะวัตต์

ช่วยบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หลักการทำงานของระบบดังกล่าว ไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า แต่ยังช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้
- ในกรณีที่ปริมาณน้ำมีมากพอ เขื่อนจะผลิตไฟฟ้ารองรับความพร้อมจ่ายของระบบสูงสุดได้
- ในกรณีที่ปริมาณน้ำมีจำกัด โซลาร์เซลล์จะช่วยให้มีการบริหารจัดการน้ำมีความยืดหยุ่น เช่น ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวัน และการนำพลังน้ำมาเสริมในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูง (กำลังการผลิตมากเพื่อเสริมช่วง Peak) ในเวลากลางคืน หรือการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำต่อเนื่อง แต่กำลังการผลิตน้อยเพื่อเสริมความต้องการของระบบไฟฟ้า

แนวคิดการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้งานผสมผสานเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เป็นความพยายามของ กฟผ. ในการพัฒนาพลังงานสะอาดควบคู่ไปกับภารกิจการสร้างเสถียรภาพทางไฟฟ้าให้คนไทยตามวิสัยทัศน์ กฟผ. ที่ว่า “นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า”
-----------------------------------------------

นราธิวาส เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและ EOD ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล และระเบิดป่วน 4 อำเภอ 9 จุด

นราธิวาส เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและ EOD ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล และระเบิดป่วน 4 อำเภอ 9 จุด


เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบ้านกาหนั๊ว หมู่ 5 ตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนที่ผ่านมาและเจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอระแงะที่ 4 ซึ่งถูกส่งมาประจำการที่ฐานได้สิ่งตอบโต้ ขณะเดียวกันรอบบริเวณเส้นทางเชื่อมมายังทางปฏิบัติการยังพบการตัดต้นไม้ขวางทางและโปรยตะปูเรือใบเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ส่งกำลังเข้ามาช่วยเหลือแต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บ โดยการเข้าตรวจสอบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นั้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุนั้นอาจจะนำวัตถุต้องสงสัยมาก่อเหตุซ้ำ โดยภายในทางปฏิบัติการพบว่ามีร่องรอยของกระสุนที่ถูกยิงและเสียหายจากการถูกเพลิงไหม้ ขณะที่เส้นทางรอยต่อระหว่างอำเภอระแงะและอำเภอจะแนะเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุระเบิดก่อกวนรวม 4 จุดในอำเภอจะแนะ  

จุดที่ 1. คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องไปลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าริมถนน ซึ่งตั้งอยู่บ้านยามู ม.1 ต.ดุซงญอ ส่งผลทำให้เสาไฟฟ้าหักโคน 1 ต้น จุดที่ 2. คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ที่บริเวณใกล้หัวสะพานบ้านสุแฆ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับบ้านรือเปาะ ม.3 ต.ดุซงญอ แล้วคนร้ายได้จุดชนวนระเบิด เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในพื้นที่ และจุดที่ 3 คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องไปไว้บนเนินดินริมถนนบ้านยะออ ม.1 ต.จะแนะ และได้จุดชนวนระเบิด โดยที่ไม่ได้มีหมายเป้าที่จะลอบดักสังหารผู้ใด และจุดที่ 4 คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องไปซุกไว้ริมถนนบ้านกาแย ม.5 ต.ดุซงญอ และได้จุดชนวนระเบิด ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ส่วนในพื้นที่ อ.ศรีสาคร ได้มีกลุ่มคนร้ายแยกย้ายกันก่อเหตุ จำนวน 2 จุด จุดที่ 1. คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้บริเวณหัวสะพาน บ้านซากอ ม.1 ต.ศรีสาคร แล้วคนร้ายได้จุดชนวนระเบิด ส่งผลทำให้ชาวบ้านที่ขี่รถ จยย.ผ่านไปมาได้รับบาดเจ็บ 4 คน จุดที่ 2. คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ที่เสาไฟฟ้า บ้านละโอ ม.2 ต.ศรีบรรพต แล้วจุดชนวนระเบิดทำให้เสาไฟฟ้าหักโคน 1 ต้น   นอกจากนี้ในพื้นที่ อ.ตากใบ ได้มีกลุ่มคนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้บริเวณเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บ้านโคกยามู ม.7 ต.ไพรวัน แล้วจุดชนวนระเบิดทำให้เสาไฟฟ้าหักโคน 1 ต้น

พลตำรวจตรี ดุษฎี ชูสังกิจ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส นั้นต้องสั่งการให้ทุกสถานีเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลพื้นที่โดยเฉพาะจุดตรวจจุดสกัดให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัยและจุดตรวจที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ล่อแหลมให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561

โจรใต้ใช้อาวุธสงคราม ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน สาหัส 3 นาย ที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส (คลิป)

โจรใต้ใช้อาวุธสงคราม ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ็บ 3 นาย ที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
           เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 29.ธ.ค.61 จณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด.ทพ.4905 ซึ่งกำลังเดินทางกลับมาจากทำธุระในพื้นที่ตลาดเทศบาล อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เพื่อจะกลับไปยังฐานปฎิบัติการณ์ เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุบนถนนสาย บ.ไอร์แยง ม.3 - บ.ปาแน ม.4 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร ได้มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนแอบซุ่มอยู่ในป่ารกข้างทาง ใช้อาวุธสงครามอาร์.ก้า และ เอ็ม 16 กราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ข้างทาง จนทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บทันที จำนวน 3 นาย  คือ 1.ส.อ.สมพงษ์  อะสิอุโฆ โดนกระสุนปืนเข้าที่บริเวณขาได้รับบาดเจ็บ 2.อส.ทพ ศักดิ์รินทร์ โพธิมาตร  โดนกระสุนปืนเข้าที่บริเวณขา และลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส และ 3.อส.ทพ. วัชรากร  ขวัญแย้ม ถูกกระสุนปืนเข้าที่ลำตัวและขา ได้รับบาดเจ็บสาหัส และหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสาคร ได้รับแจ้งจึงประสานกำลังข้างเคียงเดินทางเข้าไปสนับสนุนและรับคนบาดเจ็บส่งโรงพยาลศรีสาครทันที ต่าด้วยอาการสาหัส จึงประสานเฮลีค้อปเตอร์ไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำเฮลีค้อปเตอร์ จำนวน 3 มารับคนเจ็บไปส่งต่อยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ในเวลาต่อมาเพื่อให้คณะแพทย์ทำการผ่าตัดช่วยชีวิตและดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป.                             

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ  จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

กระบี่สังเวย7วันอันตราย! รวมเสียชีวิต 2 ราย ล่าสุดสาวซิ่งเก๋งกลับบ้านช่วงปีใหม่ เสียหลักแหกโค้งชนต้นไม้

สังเวย7วันอันตราย! สาวซิ่งเก๋งกลับบ้านช่วงปีใหม่ เสียหลักแหกโค้งชนต้นไม้

28 ธ.ค.61 พ.ต.ต.ไพโรจน์ ชนะชัย สว.สอบสวน สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุรถแหกโค้งชนเกาะกลางถนน มีผู้เสียชีวิต1 ราย  เหตุเกิดบน ถนนเพชรเกษมช่วง โค้งไสโป๊ะ  ม.2  ขาเข้า อ.เหนือคลอง จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ  พร้อมแพทย์เวรรพเหนือคลอง และหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลเหนือคลอง ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว. ทะเบียน กษ 8129 ภูเก็ต  สภาพพลิกหงายท้องบนเกาะกลางถนน  ห่างกันประมาณ 5 เมตร พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ น.ส.โชติรส มะโนใจ อายุ 27 ปี มีบาดเเผลฉกรรจ์เลือดไหลนองพื้น เจ้าหน้าที่นำศพส่งรพ.เหนือคลอง
สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ น.ส.โชติรส (ผู้ตาย) ได้ขับรถคันดังกล่าว มาเพียงลำพัง จากตัวเมืองกระบี่มุ่งหน้า กลับบ้านที่อำเภอเหนือคลอง แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคาดว่า ผู้ตายเกิดหลับใน ก่อนที่รถจะเสียหลักหลุดโค้งพุ่งไปชนต้นตีนเป็ด บนเกาะกลางถนน  ตัวผู้ตายกระเด็นออกจากรถ ศีรษะกระแทกกับเกาะกลางถน เสียชีวิตทันที  ซึ่งจะได้สอบสวนละเอียดอีกครั้ง
สำหรับยอดผู้เสียชีวิต จากอุบัติทางถนนในช่วง 7 วันอันตรายในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพิ่มเป็น 2 ราย โดยรายแรกเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา   เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ผู้ตาย.เป็นนักท่องเที่ยวชาวสวีเดน ทราบชื่อคือ นายมิกก์ คานาบิก อายุ 33 ปี ขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ เฉี่ยวชนกับรถจยย.อีกคัน และพลัดตกจากรถ  ก่อนที่รถบรรทุกสิบล้อพ่วง ขับผ่านมาชนซ้ำ จน เสียชีวิต  
ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ในช่วง 7 วันอันตราย การตั้งเป้าจำนวนอุบัติเหตุไม่เกิน 38 ครั้ง ผู้บาดเจ็บไม่เกิน 41 คน และผู้เสียชีวิตไม่เกิน 5 คน

-----------------------------------------------

ไม่รอดซุกยาบ้าขนส่งมากับเคอรี่ ทหารยึดคาด่านความมั่นคงทุ่งนุ้ย จ.สตูล

ไม่รอดซุกยาบ้าขนส่งมากับเคอรี่ ทหารยึดคาด่านความมั่นคงทุ่งนุ้ย จ.สตูล
           
วันนี้29ธ.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.อ.นิคม   ทองอินทร์แก้ว ผบ.ร.5 พัน.2/รอง ผบ.ฉก.ร.5 ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ประจำด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่ จ.สตูล มีการตรวจตราสิ่งของผิดกฎหมายและยาเสพติดทุกประเภทอย่างเข้มงวดโดย พ.ต.ภูมิศักดิ์ ศักดิ์เพชร หน.ชป.รส.ร.5, บก.ควบคุมพล.ร.5 โดยชป.รส.ร.5พัน.2จ.สตูล (ด่านตรวจทุ่งนุ้ย) ร่วมกับ ชป.รส.ร.5/ นปพ.ภ.สตูล, ตชด436, สภ.ควนโดน , สภ.ควนกาหลง และฝ่ายปกครอง อ.ควนกาหลง จ.สตูลร่วมตั้งด่านตรวจความมั่นคง ณ.ด่านตรวจทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ขณะทำการตรวจมีรถบรรทุก 6 ล้อสีขาว ยี่ห้อ IZUSU ทะเบียน 64-6841กรุงเทพมหานคร  เป็นรถขนส่งเอกชน เคอรี่ซึ่งมีนาย วรพล  เพลินพร้อม เป็นคนขับ มีของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ( ยาบ้า ) บรรจุในกล่องพัสดุส่ง จำนวน 20ถุงสีดำรูปแอ๊ปเปิ้ล 4 ถุง สีน้ำเงิน  16  ถุง   รวมยาบ้าทั้งสิ้น 3,927 เม็ด กัญชาอัดแท่งน้ำหนัก  100 กรัมจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าตรวจสอบพัสดุ kerry ต้องสงสัย สาขาอำเภอเมือง จ.สตูล และขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามที่อยู่พัสดุส่งยาเสพติด ตามแผนปฎิบัติการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในห้วง 3 เดือน พื้นที่ อ.เมือง จ.สตูลสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง นายเอ(นามสมมุติ) อยู่ที่ 216/3 ม.4 ต.เกตรี อ.เมือง จ.สตูล ( บุคคลแสดงตนรับพัสดุ )ในกล่องมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 3,927 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลางนำส่ง สภ.เมืองสตูล เพื่อดำเนินคดี และสืบสวนติดตามขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------

กระทรวงพาณิชย์ลงนาม MOU กับกระทรวงพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตกระแสไฟฟ้า

กระทรวงพาณิชย์ลงนาม MOU กับกระทรวงพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตกระแสไฟฟ้า
---------------------------------------------------------------------

 (25 ธันวาคม 2561) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตกระแสไฟฟ้า ระหว่าง นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน และนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมี นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์

โดยที่รัฐบาลได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันจากปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำ จึงมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 เห็นชอบมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศโดยการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตกระแสไฟฟ้า ตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ โดยให้กระทรวงพลังงาน โดย กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินจำนวน 160,000 ตัน เพื่อนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง หน่วยที่ 3 จ.ฉะเชิงเทรา และให้กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนการจัดหาน้ำมันปาล์มดิบ ให้แก่ กฟผ.

สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ กฟผ. เป็นผู้รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 160,000 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 18 บาท ส่งที่ท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าบางปะกง ด้วยวิธีจัดซื้อจัดจ้างตามข้อบังคับ ระเบียบ ข้อกำหนด
ของ กฟผ. เพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง

ด้านกรมการค้าภายใน เป็นหน่วยงานสนับสนุนการจัดหาน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีดำเนินมาตรการ รับสมัครผู้ประสงค์เสนอขายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. คัดเลือกและจัดสรรปริมาณขาย เพื่อให้ กฟผ. ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งมอบสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องสนับสนุนความช่วยเหลือในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อให้ราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรได้รับอยู่ในระดับสูงกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้ กรมการค้าภายใน และ กฟผ. ติดตาม ตรวจสอบ กำกับดูแลการดำเนินมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้ปรับกระบวนการจัดหา ราคา สัญญาซื้อขาย ตลอดจนรายละเอียดและหลักเกณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันเป็นสำคัญ
-----------------------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กระบี่ เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันลดอุบัติเหตุ ทางถนนและทางทะเล ช่วงเทศกาลส่งท้ายเก่าต้อนรับปีใหม่ ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว 1 ราย

จังหวัดกระบี่ เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันลดอุบัติเหตุ  ทางถนนและทางทะเล   ช่วงเทศกาลส่งท้ายเก่าต้อนรับปีใหม่  เน้น 6 มาตรการ หลัก 1 มาตรการเสริม   อุบัติเหตุไม่เกิน 38 ครั้ง ผู้บาดเจ็บไม่เกิน 41  คน  และผู้เสียชีวิตไม่เกิน 5คน   โดยในวันแรกเสียชีวิตแล้ว1ราย ชาวต่างชาติขับรถบิ๊กไบค์เฉี่ยวชนกันพลัดตกจากรถ  และถูกรถบรรทุกชนซ้ำ เสียชีวิต
 เมื่อเวลา9.30  น.วันที่ 27 ธ.ค.61    ที่ห้องประชุมปลายพระยา ชั้นสองศาลากลางจังหวัดกระบี่  พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี  ประวิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่   เป็นประธานกล่าวเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันปละลดอุบัติเหตุ  ทางถนนและทางทะเล   และมอบโอวาทในการปฏิบัติงาน ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆประกอบด้วย  สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่  ขนส่งจังหวัดกระบี่  เจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานภาคเอกชน  ในการบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และทางทะเลในช่วงเทศกาลปีใหม่  พ.ศ.2562  ของจังหวัดกระบี่  ในช่วง7วัน คือระหว่างวันที่ 27ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 2 มกราคม  2562  มีเป้าหมายเพื่อให้จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ  จากอุบัติเหตุทางถนน ลดลดลงร้อยละ 10  เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลปีใหม่ 3ปี ย้อนหลัง  จำนวนอุบัติเหตุไม่เกิน 38 ครั้ง ผู้บาดเจ็บไม่เกิน 41  คน  และผู้เสียชีวิตไม่เกิน 5คน  ภายหลังพิธีเปิดศูนย์ ทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้รับมอบสิ่งของสนับสนุนในการปฏิบัติภารกิจคณะทำงาน กำกับติดตาม และลงพื้นที่ให้ขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน  ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
       
นายไพศาล  ขุนศรี  หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ศูนย์ป้องกันและลดอุบัติทางถนนและทางทะเล จังหวัดกระบี เป็นการการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วนของรัฐ  ภาคเอกชน ประชาคม ในทุกอำเภอ  และสื่อมวลชน    ภายใต้ 6มาตรการหลักคือ 6 มาตรการหลัก  และ1 มาตรการเสริม  โดยมาตรการหลัก ประกอบด้วย มาตรการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน  มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนน  มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านพาหนะ มาตรการช่วยเหลือหลังอุบัติเหตุ  มาตรการควบคุมความปลอดภัยทางน้ำและมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว   ส่วนมาตรการเสริม เป็นมาตรการเสริมในพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงสูง พื้นที่อำเภอสีแดง คืออำเภอเมืองกระบี่ ให้เข้มงวดกวดขัน และกำหนดมาตรการแนวทางการดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ  โดยบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันตลอด 24 ชม.
         อย่างไรก็ตาม หน.สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เปิดเผยว่า เมือช่วงเช้าที่ผ่านมา  มีการรายงานผู้เสียชีวิต แล้ว 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวสวีเดน  อายุ33ปี  ขับรถจักรยายนต์บิ๊กไบค์  ชนเกี่ยวกับรถจยย.อีกคัน แล้ว พลัดตกจากรถ   จากนั้น รถบรรทุกสิบล้อชนซ้ำ เสียชีวิต ซึ่งเหตุเกิด ถนนเพชรเกษม  ในพื้นที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่    ทั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง
-----------------------------------------------

พบอาวุธสงครามพร้อมเครื่องกระสุนที่แนวร่วมนำมาฝังเพื่อเตรียมก่อเหตุ

ชาวบ้านพบบุคคลต้องสงสัย นำวัตถุอันตรายมาฝังในสวนมะพร้าว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบเป็นอาวุธสงครามพร้อมเครื่องกระสุนที่แนวร่วมนำมาฝังเพื่อเตรียมก่อเหตุ
               
น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกเคียน เข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่ในบริเวณสวนมะพร้าวบ้านบูเก๊ะยามู เนื่องจากได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีบุคคลแปลกหน้านำวัตถุอันตรายคาดว่าน่าจะได้นำอาวุธปืนมาซุกซ่อนในพื้นที่สวนมะพร้าวใกล้กับบ้านร้าง บริเวณบ้านบูเก๊ะยามู หมู่ ๖ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส จึงนำกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ พบเป็นอาวุธสงครามยาว AK-47 จำนวน 1 กระบอก หมายเลข K 29092 พร้อมซองบรรจุกระสุนแบบยาว จำนวน 4 ซอง และ เครื่องกระสุนขนาด 7.62 มม.จำนวน 60 นัด ห่อด้วยผ้ายางชโลมน้ำมันไว้อย่างดีพร้อมใช้งานถูกฝังอยู่บริเวณข้างกำแพงบ้านร้าง จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และมอบให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ.สภ.โคกเคียน ดำเนินการจัดเก็บอาวุธปืนดังกล่าว และจะนำสู่การขยายผล และเพื่อดำเนินกรรมวิธีพิเศษต่อไป
 น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร.คาดการว่า อาวุธสงครามพร้อมเครื่องกระสุนดังกล่าวมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบอาจจะนำไปก่อเหตุในพื้นที่ และอาจจะถูกย้ายมาจากที่อื่นมาซุกซ่อนไว้ โดยอาจจะนัดแนะกับบุคคลอีกกลุ่มเพื่อนำมารับไปใช้งาน ซึ่งต่อไปนี้เจ้าหน้าที่จะนำอาวุธสงครามพร้อมเครื่องกระสุนทั้งหมดไปทำการตรวจสอบตามกระบวนการณ์ว่า ถูกกลุ่มคนร้ายเคยนำอาวุธสงครามประกระบอกดังกล่าวไปร่วมก่อเหตุในพื้นที่ใดบ้าง                 ภาพ/ข่าว  ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

กระบี่จัดงานรำลึกสึนามิ ครบรอบ 14 ปี บนเกาะพีพี ประกอบพิธีทางศาสนา 3 ศาสนา ครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตกว่า 700 คน สูญหาย กว่า 500 คน

จังหวัดกระบี่จัดงานรำลึกสึนามิ ครบรอบ 14  ปี บนเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่  ประกอบพิธีทางศาสนา 3 ศาสนา ครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตกว่า 700 คน สูญหาย กว่า 500 คน
เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 26 ธ.ค. 61ที่บริเวณปติมากรรมปลาใบ ริมเขื่อนเกาะพีพี  หมู่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่  ญาติผู้เสียชีวิต ประชาชน นักท่องเที่ยว ทยอยเข้าร่วมงาน รำลึก สึนามิ  ครบรอบ 14 ปี ในวันที่ 26 ธันวาคม 2561 โดยองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง  นำภาพถ่ายของผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มเกาะพีพีมาจัดแสดงภายในงาน ที่บริเวณ ลานปติมากรรม ปลาใบ เกาะพีพี  มีญาติผู้เสียชีวิต และนักท่องเที่ยวร่วมงานกว่า 500 คน 
โดยมีนายสมควร  ขันเงิน  รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธาน วางดอกไม้เพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิต ตลอดจนประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมวางดอกไม้   นักประดาน้ำจะนำพวงมาลัยโลหะ ไปวางที่อนุสรณ์สถานใต้น้ำบริเวณอ่าวหน้าเกาะพีพี  ภายในงานมีการประกอบพิธีทางศาสนา 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ อ่านสารนายกรัฐมนตรี กล่าวไว้อาลัย การวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถาน สึนามิใต้น้ำ ที่บริเวณหน้าอ่าวต้นไทย เกาะพีพี ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร   โดยจ.กระบี่ มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ กว่า 722  คน สูญหาย587  คน
นายสมควร  กล่าวว่า การจัดงานวันรำลึกสึนามิ ครบรอบ 14 ปี ในวันนี้ นับเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง เป็นการสื่อให้เห็นถึงความรู้สึกทางด้านจิตใจที่มีความรักและความอาลัยต่อผู้สูญเสียในเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิ     โดยไม่เลือกชนชั้น เชื้อชาติ และศาสนา ที่ได้ร่วมกันรำลึกถึงเหตุการณ์สึนามิ และนำมาเตือนสติให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ผู้บังคับบัญชา ทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่เกาะพีพี ให้กำลังใจ ชุดจัดระบียบสังคม ที่เปิดปฏิบัติการวันแรก รับ Hi Season

ผู้บังคับบัญชา ทั้งฝ่ายพลเรืน ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่เกาะพีพี ให้กำลังใจ ชุดจัดระบียบสังคม ที่เปิดปฏิบัติการวันแรก รับ Hi Season
วันที่ 24 ธันวาคม 2561 นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พลตรีภาสกร ทวีตา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 43 พลตำรวจตรี ศักดิ์ชัย. ลิ้มเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พันเอก ชัยพิพัฒน์ รันสูงเนิน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกระบี่ (ท) และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เกาะพีพีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเเสียงและเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ผู้ปฏิบัติงาน เนื่องในเทศกาลคริสต์มาส เตรียมความพร้อมรับปีใหม่ 2562 และให้กำลังใจ ผู้ประกอบการต่างๆ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของคณะทำงานในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบาย นายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ได้แถลงแผนการปฏิบัติงานในปี 2562 พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาแรงงานต่างด้าวและผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย. การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การจัดระเบียบโรงแรม โฮสเทล การจัดระเบียบสังคมในกลุ่มของสถานบริการ สถานบันเทิง บ่อนการพนัน หนี้นอกระบบ ผู้มีอิทธิพล 
   การแข่งรถจักรยานยนต์ในทางผิดกฎหมาย การจัดระเบียบรถรับจ้างสาธารณะ การบุกรุกที่สาธารณะการบุกรุกพื้นที่ป่า การจัดระเบียบรถตู้. รถจักรยานยนต์ การจัดระเบียบทางเท้า พื้นที่ชายหาด หาบเร่และแผงลอย รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน. และปัญหาอื่นๆ ซึ่ง พ.ต.ท. ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้นำสุ่แผนการปฏิบัติระดับจังหวัด โดยบูรณาการ และสนธิกำลัง ทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจ ร่วมกันปฏิบัติภารกิจ โดยชุดปฏิบัติการได้ ตรวจความพร้อมในพื้นที่ ตั้งแต่ เวลา 15.30 น. ทั้งที่ โรงพยาบาล สถานีตำรวจภูธรเกาะพีพี ถนน ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบการป้องกันอัคคีภัย และตรวจสถานบริการ สถานบันเทิง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว พร้อมย้ำว่า ตนเองและคณะมาเพื่อให้กำลัง ใจ ไม่ได้มาจับผิด ทั้งผู้ปฏิบัติงานและผู้ประกอบการ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ร่วมรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ระบบการกำจัดน้ำเสีย ป้องกันการเกิดอัคคีภัย และเหตุร้ายต่าง ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ความสะดวกสบาย สร้างความประทับใจ ที่สำคัญนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดกระบี่.
-----------------------------------------------

นราธิวาส คนร้ายลอบวางระเบิดตำรวจเสียชีวิต1 บาดเจ็บ5 ที่บาเจาะ

คนร้ายลอบวางระเบิดตำรวจเสียชีวิต1 บาดเจ็บ5 ที่บาเจาะ

       
   วันที่ 25 ธ.ค. 61 พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร.ค่ายจุฬาภรณ์ พ.ต.ท.ศุภชัย ศุภกิจจารักษ์ หน.สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ พ.ต.ท.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ เสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย เหตุเกิดบริเวณริมถนนเพชรเกษม สายปัตตานี – นราธิวาส ก่อนถึงปั๊มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. ประมาณ 100 เมตร ช่วงบ้านบาตู ม.6 ต.ปะลุกาสาเมาะ ในช่วงเวลา 22.30 น.ของคืนวันที่ 24 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เดินทางไปตรวจสอบ เกรงกลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

            พบที่บริเวณพงหญ้าริมถนนซึ่งเป็นจุดคนร้ายลอบวางระเบิด ต้นหญ้าเตียนโล่งและมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้าริมทาง พร้อมด้วยเศษซากอุปกรณ์รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตกอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

                ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบอนส์ ทะเบียน 6 กง 6191 กทม. ซึ่งเป็นยานพาหนะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ปฏิบัติหน้าที่ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำมาเก็บไว้ สภ.ปะลุกาสาเมาะ ซึ่งอยู่ในสภาพ กระจกหน้าแตก ล้อหลังทั้ง 2 ข้างแตก และที่บริเวณบังโคลนหน้าด้านซ้าย มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน ส่วนที่กระบะหลังมีคราบเลือดเป็นจำนวนมากตกอยู่ที่พื้นกระบะ

                ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บหลังจากถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบาเจาะในเบื้องต้น แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ประกอบด้วย 1.ร.ต.ท.กูเดร์ ประกอบการคดี รอง สว.ป. สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ 2. ส.ต.อ.กิจวัฒน์ สีลาย 3. ส.ต.ต.สรรเพชร ดินเพียร 5. ส.ต.ต.ศุภวัฒน์ เตชะนันท์ ซึ่งทั้ง 4 นาย ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ โดยทั้งหมดถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วน ส.ต.อ.ยุทธพงศ์ นุ่ยแก้ว ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ซึ่งทำหน้าที่พลขับ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณศรีษะเป็นแผลฉกรรจ์ ได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

                จากการสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.กูเดร์ รอง สว.ป. สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รวม 6 นาย เพื่อเดินทางไปกวดขันวัยรุ่นรวมตัวกับแข่งรถ จยย.บนถนนหลวง เมื่อแล้วเสร็จได้เดินทางเพื่อกลับ สภ.ปะลุกาสาเมาะ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล่นผ่าน จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บทั้ง 6 นาย รถยนต์ได้รับความเสียหาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจึงได้รุดเดินทางเดินมาตรวจสอบ และนำเพื่อนผู้ได้รับบาดเจ็บส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลบาเจาะอย่างเร่งด่วน และได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา 1 นาย

               
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กลุ่มนักตกปลานราธิวาส รวมพล จัดกิจกรรมเพื่อเด็กกำพร้า (คลิป)

กลุ่มนักตกปลานราธิวาส รวมพล จัดกิจกรรมเพื่อเด็กกำพร้า
           นายหะเล็ม เจะอารง สมาชิกกลุ่มนักตกปลานราธิวาส เปิดเผยว่า กลุ่มนักตกปลานราธิวาส  ได้รวมพลนักตกปลา จำนวน 50 คน จัดกิจกรรมตกปลาเพื่อเด็กกำพร้า ปีที่ 4 เดินทางออกตกปลาตั้งแต่แม่น้ำสายบุรี และ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อนำปลาที่ตกได้ไปทำกับข้าวและนำไปเลี้ยงอาหารกลางวัน ให้กับเด็กกำพร้า พร้อมมอบเงินสด ที่สมาชิกนักตกปลาได้ร่วมสมทบทุนมอบให้คนละนิด เพื่อนำไปมอบให้กับ มูลนิธิเพื่อเด็กกำพร้า (บ้านเด็กกำพร้าดารุลอีมาน ) และข้าวสารอาหารแห้ง  ณ มูลนิธิเพื่อเด็กกำพร้า (บ้านเด็กกำพร้าดารุลอีมาน ) หมู่ 5  บ้านใหม่ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส   โดยผู้ดูแลเด็กกำพร้าสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าดารุลอีมาน พร้อมด้วยเด็กกำพร้าคอยให้การต้อนรับคณะตกปลาอย่างอบอุ่น           สำหรับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าดารุลอีมาน ซึ่งเป็นเด็กที่ได้รับผลกระทบที่พ่อของเด็กได้เสียชีวิตลงแต่ไม่มีใครสามารถดูแลเด็กเหล่านั้นได้ จึงนำมาฝากไว้ที่มูลนิธิเพื่อเด็กกำพร้า บ้านเด็กกำพร้าดารุลอีมานดังกล่าว และต่อมาเมื่อข่าวได้กระจายออกไปในวงกว้าง จึงมีเด็กกำพร้าทยอยถูกนำมาฝากตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จำนวน 61 ราย

              นายอับดุลเลาะห์ ยามะ ผู้ดูแลเด็กกำพร้า กล่าวว่า รู้สึกดีใจ และซาบซึ้งในน้ำใจกลุ่มนักตกปลานราธิวาส ที่ไม่ละทิ้งเด็กกำพร้าเหล่านี้ ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่สังคมต้องดูแล และยังเป็นอนาคตของชาติในภายภาคหน้า และการที่เด็กๆ ถือเป็นบุญของเด็กๆ ที่ กลุ่มนักตกปลานราธิวาส  ได้ทำกิจกรรมที่ดีๆ สำหรับเด็กๆ และขอขอบพระคุณกลุ่มนักตกปลานราธิวาส  ที่ได้เลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆในวันนี้      ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ  จ.นราธิวาว
-----------------------------------------------

ผงะ!!!นายอำเภอพญาเม็งราย รุดตรวจสอบชาวบ้านแจ้งพบกระสอบฟางเจอยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด

ผงะ!!!..นายอำเภอพญาเม็งราย รุดตรวจสอบชาวบ้านแจ้งพบกระสอบฟางเจอยาบ้ากว่า 200,000 เม็ด รอขยายผล...

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2561 เวลา 18.30 น. นายปกรณ์ สุริวรรณ นายอำเภอพญาเม็งราย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย , กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ร่วมกันออกทำการลาดตระเวนตรวจตราบรืเวณพื้นที่ป่าละเมาะติดไร่ข้าวโพด เขตหมู่บ้านกระแล หมู่ 7 ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบกระสอบฟางคล้ายกับที่ใช้บรรจุยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในป่าละเมาะข้างทาง
จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้งข่าวสารมานั้น พบกระสอบฟางซุกซ่อนอยู่ในป่าละเมาะติดกับไร่ข้าวโพด จำนวน 2 ใบ เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าภายในมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า รวมประมาณ 200,000 เม็ด หน้าห่อประทับตรา 999 สีแดง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรพญาเม็งราย มาร่วมทำการตรวจสอบ เบื้องต้นคาดว่าขบวนการค้านาเสพติดนำไปซ่อนไว้เพื่อรอการลำเลียงต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ซึ่งในช่วงนี้ทางด้านนายประจญ ปรัญช์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการเน้นย้ำให้แต่ละหมู่บ้าน ตำบล จัดชุดรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน หรือ ชรบ. จัดเวรยามเพื่อเฝ้าตรวจตราสิ่งผิดปดติและบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ จนสามารถตรวจพบยาเสพติดดังกล่าว โดยส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนและรวมรวมหลักฐานเพื่อขยายผลต่อไป

ขอบคุณภาพ/ข่าวจาก สำนักข่าว Chiangrai Report..
บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์  ///////  รายงาน  //////////
-----------------------------------------------

สมาชิกพรรคภูมิใจไทยเขต 2 ทำการลงคะแนนเลือกตัวแทนพรรคฯเพื่อทำหน้าที่เสนอชื่อผู้สมัคร สส.ของพรรคตามระเบียบอย่างคึกคัก

 สมาชิกพรรคภูมิใจไทยเขต 2 ทำการลงคะแนนเลือกตัวแทนพรรคฯเพื่อทำหน้าที่เสนอชื่อผู้สมัคร สส.ของพรรคตามระเบียบอย่างคึกคัก
        23ธ.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุมบารารีสอร์ท ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ได้รับมอบอำนาจจากพรรคภูมิใจไทย ให้ทำหน้าที่เป็นประธานเปิดการประชุมสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเขต 2 เพื่อตั้งตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ประจำจังหวัดสตูล ในการทำหน้าที่เสนอชื่อผู้สมัคร สส.ของพรรคภูมิใจไทย จ.สตูลทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง หลังได้รับเลือกและส่งรายชื่อพร้อมรายงานการประชุมไปยังพรรคฯเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มีสมาชิกเข้าร่วมประชุม จำนวน 117 คน
        หลังจากนั้นประธานประชุมฯได้ให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่เข้าร่วมประชุมเสนอชื่อตัวแทนพรรคฯจำนวน 3 คน ซึ่งสมาชิกพรรคได้เสนอชื่อคือ 1.น.ส.สุมณฑา สุวรรณโณ 2.นายเอียด ชูช่วย 3.นายชำนาญ เมฆตรง จากนั้นประธานก็ให้สมาชิกลงคะแนนเลือกตั้งตัวแทนโดยวิธีลับ โดยการเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งตามระเบียบ โดยผลเลือกตั้งปรากฎว่าผู้ได้รับเลือกตั้งคะแนนสูงสุดตามลำดับคือ หมายเลข 3 นายชำนาญ เมฆตรง ได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทนพรรคฯด้วยคะแนน 66 คะแนน หมายเลข 2.นายเอียด ชูช่วย 28 คะแนน และหมายเลข 1 น.ส.สุมณฑา สุวรรณโณ ได้ 21 คะแนน บัตรเสีย 2 บัตร
         เมื่อได้ตัวแทนพรรคฯเป็นเรียบร้อยก็ได้ให้สมาชิกเสนอสถานที่ตั้งสำนักงานพรรคภูมิใจไทย สาขาสตูล เขต 2 ได้มีผู้เสนอบ้านเลขที่ 939/9 ม.3 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งเป็นที่ทำการค่ายมวยเกียรติเจริญชัยเก่า ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นด้วยกับผู้เสนอเป็นที่ตั้งสำนักงานสาขาพรรคฯ จากนั้นประธานที่ประชุมได้ปิดประชุม
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------

ญาติวอนช่วยกำนันนักต่อต้านกลุ่มก่อความไม่สงบ นอนป่วยเป็นอัมพฤกษ์บนเตียงต้องการสังคมเหลียวแล (คลิป)

ญาติวอนช่วยกำนันนักต่อต้านกลุ่มก่อความไม่สงบ นอนป่วยเป็นอัมพฤกษ์บนเตียงต้องการสังคมเหลียวแล
                สำหรับเรื่องราวของ นายดือเลาะ ยาคอ อายุ 59 ปี อดีตกำนัน ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งในอดีตเคยเป็นตัวตั้งตัวตีในการต่อต้านกับกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ เมื่อ 14 ปีก่อน ปัจจุบันหลังจากหมดวาระได้เกิดล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ นอนซมอยู่บนเตียงคนไข้ในสภาพหนังหุ้มกระดูกมาเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน และไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ จากอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ โดย น.ส.นวรัตน์ บินอาแว อายุ 43 ปี ภรรยาได้พาสามี มานอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านของ นางเจ๊ะซาปีเยาะ ยาคอ ที่บ้านพักเลขที่ 167 ม.7 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นพี่สาวของอดีตกำนัน เพื่อหลบหนีในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับสามี ครั้นสมัยดำรงตำแหน่งเป็นกำนันถูกกลุ่มผู้เหตุก่อความไม่สงบได้ตั้งค่าหัวไว้
                และในระหว่างที่ น.ส.นวรัตน์ ซึ่งเป็นภรรยากำลังปรนนิบัติสามี ที่นอนซมอยู่บนเตียงคนไข้กลางห้องของบ้านพี่สาว ได้เล่าให้ฟังเป็นการเพิ่มเติมว่า ในอดีตครั้งดำรงตำแหน่งรองนายก อบต.กาวะ สามีเคยถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบยิงมาแล้ว 1 ครั้ง แต่สามารถรอดชีวิตมาได้ หลังจากนั้นสามีได้ลาออกมาสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านเปาะเจ๊ะเต็ง ม.1 ต.กาวะ เพื่อมีโอกาสที่จะต่อกลอนกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้เต็มที่ แต่ด้วยสถานการณ์เหตุรุนแรงหนักข้อขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้ใหญ่บ้านและกำนันจะตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนร้าย ทำให้ผู้ใหญ่บ้านและกำนันต่างพากันลาออก เนื่องจากเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิต จนนายจำนัล เหมือนดำ นายอำเภอสุไหงปาดี ในสมัยนั้น ได้ขอร้องให้สามีมาดำรงตำแหน่งกำนันที่ว่างอยู่ เพื่อเป็นจุดศูนย์รวมของพลังมวลชนในพื้นที่ จนสามีได้รวบรวมชาวบ้านเป็นปึกแผ่นและประกาศต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงทุกรูปแบบ จนหมู่บ้านกลายสภาพเป็นหมู่บ้านที่มีความเข็มแข็งจนถึงปัจจุบัน และเมื่อนึกถึงสภาพสามีในปัจจุบัน มีความรู้สึกน้อยใจเมื่อตกทุกข์ได้ยากสามีล้มป่วย กลับถูกทอดทิ้งไม่มีหน่วยใดเข้ามาให้การช่วยเหลือ แต่ยังโชคดีที่ยังมีเงินผู้พิการเดือนละ 800 บาท 
                นอกจากนี้แล้ว น.ส.นวรัตน์ ซึ่งเป็นภรรยา ได้เล่าเพิ่มเติมอีกด้วยว่า หลังจากสามีเกิดล้มป่วย ตนก็ต้องปิดกิจการจำหน่ายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม ที่เปิดกิจการอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก มาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว เพื่อทำการปรนนิบัติสามีที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งรายได้ที่เก็บสะสมไว้ก้อนหนึ่งก็ได้เบิกนำมารักษาสามี และส่งเสียบุตรสาวอีก 1 คน ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ในพื้นที่ จ.ยะลา แถมยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะที่สามีต้องใช้ในแต่ละวัน คือ แพมเพิส นมกล่อง ทำให้เงินที่สะสมไว้ได้ร่อยหลอไปทุกขณะ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่ชาวบ้านเกิดความสงสาร ได้ให้หยิบยืมเตียงสำหรับผู้ป่วยมาให้สามีใช้ได้นอนเป็นการชั่วคราว หากวันใดเจ้าของมีความจำเป็นต้องใช้ก็ต้องคืนให้เขาไป
                 
แต่ถึงอย่างไรก็ตามความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายเงินในการรักษาสามี น.ส.นวรัตน์ ซึ่งเป็นภรรยา ยังได้เล่าทิ้งท้ายอีกด้วยว่า ในช่วงระยะเวลาของแต่ละเดือน ตนต้องใช้จ่ายเงินเป็นค่าเช่าเหมารถยนต์ของเพื่อนบ้าน เพื่อนำสามีไปหาหมอตามนัด เพื่อตรวจอาการและทำกายภาพบำบัด ณ โรงพยาบาลปัตตานี เดือนละ 2 ถึง 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งต้องใช้เงิน จำนวน 1,500 บาท โดยถือว่าสาหัสสากันเป็นอย่างมากสำหรับครอบครัวที่ไร้อาชีพ
                ในส่วนของผู้มีจิตศรัทธาที่จะร่วมบริจาดเพื่อช่วยเหลือนายดือเลาะ ยาคอ อดีตกำนัน ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส สามารถร่วมบริจาดได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุไหงโก-ลก ชื่อบัญชี น.ส.นวรัตน์ บินอาแว เลขที่บัญชี 247-2-57802-5 ประเภทออมทรัพย์ หรือ โทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์มือถือ 062-5612941 จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง     
ภาพ/ข่าว ซาการียา  ดอเลาะ  จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กฟผ. คว้ารางวัลดีเด่น ในงาน EIA Monitoring Awards 2018 แสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่ใส่ใจผลกระทบสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม

กฟผ. คว้ารางวัลดีเด่น ในงาน EIA Monitoring Awards 2018 แสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่ใส่ใจผลกระทบสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม เหมืองแร่ลิกไนต์ กฟผ. แม่เมาะ คว้ารางวัล EIA Monitoring Awards 2018 ประเภท ดีเด่น เป็นปีที่ 2 การันตีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านการฟื้นฟูสภาพเหมือง และด้านความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งดำเนินโครงการเพื่อต่อยอดเข้าสู่รางวัลระดับ ยอดเยี่ยม ต่อไป 
       
(21 ธันวาคม 2561) นายประจวบ ดอนคำมูล ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า โครงการเหมืองแร่ลิกไนต์แม่เมาะ ได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards 2018 ประเภท ดีเด่น ด้วยการดำเนินโครงการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2561 อย่างเคร่งครัด โดยในงานได้รับเกียรติจากพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ กฟผ. กล่าวว่า รางวัล EIA Monitoring Awards 2018 จัดโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการต่างๆ ในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง จัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการฯ ให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น โดยคัดเลือกโครงการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม 
     
จากสถานประกอบการที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งในปีนี้มีโครงการที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก 38 โครงการ ประกอบด้วย ประเภทรางวัลยอดเยี่ยม จำนวน 12 โครงการ ประเภทรางวัลดีเด่น จำนวน 18 โครงการ และประเภทรางวัลชมเชย จำนวน 8 โครงการ ซึ่งโครงการเหมืองแร่ลิกไนต์แม่เมาะ ของ กฟผ. ได้รับรางวัลประเภทดีเด่น สำหรับ โครงการเหมืองแร่ลิกไนต์แม่เมาะ ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งศึกษาวิจัยและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการทำเหมืองแร่ลิกไนต์แม่เมาะ ใช้วิธีการทำเหมืองแบบเปิด ด้วยการขุดขนลำเลียงถ่านลิกไนต์ไปยังลานกองถ่าน เพื่อส่งให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งในแต่ละขั้นตอนการทำเหมือง กฟผ. ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด รวมทั้งนำระบบบริหารภายใต้มาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม : ISO14001, มาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย : มอก.18001 และมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแร่ต่อสังคม : CSR-DPIM มายกระดับมาตรฐานการดำเนินการ ทั้งนี้ โครงการเหมืองแร่ลิกไนต์แม่เมาะ ได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards 2018 ประเภทดีเด่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในอนาคต กฟผ. แม่เมาะ จะรักษามาตรฐานการทำเหมือง เพื่อมุ่งสู่รางวัล EIA Monitoring Awards ประเภท ยอดเยี่ยม ต่อไป ซึ่งจะต้องมีคะแนนรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และต้องได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards ในระดับดีเด่น ไม่น้อยกว่า 3 ครั้งกฟผ. แม่เมาะ ได้ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม และร่วมตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับชุมชน ทั้งด้านการฟื้นฟูสภาพเหมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ กฟผ. ได้จัดตั้ง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูสภาพเหมืองเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูพื้นที่ เช่น การสร้างพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษาเหมืองแม่เมาะ ให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับถ่านหินลิกไนต์แก่ประชาชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอำเภอแม่เมาะ โดยสนับสนุนด้านวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การดูแลสุขภาพอนามัย การส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ให้ชุมชนมี ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงการสร้างสวนพฤกษชาติ ศาลาชมวิว สนามกอล์ฟ ทุ่งบัวตอง สวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจของชุมชน โดย กฟผ. ได้จัดงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดบ้าน กฟผ. แม่เมาะ ให้ประชาชนได้มาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปางผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ กฟผ. กล่าวในตอนท้าย -
-----------------------------------------------
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...