• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • เมเจอร์

    เมเจอร์

  • Van VIP Krabi

    บริการถตู้เช่าเหมาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในจังหวัดกระบี่ และสถานที่อื่นๆโดยทีมงานมืออาชีพ สอบถามโทร.0848626639

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ระทึก!ไฟไหม้วอดบ้านกลางเกาะปูยู จ.สตูล(คลิป)

 ไฟไหม้วอดบ้านกลางเกาะปูยู คาดไฟฟ้าลัดวงจร
          วันนี้13ธ.ค.61ผุ้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่12 ธ.ค. 61  พ.จ.ท.วิระ  เอียดเกื้อ ผบ.หมู่ป้องกันสถานีเรดาห์ตรวจการพื้นน้ำเกาะปูยู นป.สอ.รฝ 452 จ.สตูล ได้รับแจ้งจากชาวบ้านบนเกาะปูยู ม. 2 ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล ว่าเกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนซึ่งอยู่กลางเกาะ หลังรับแจ้งจึงไปที่เกตุเหตุพร้อมด้วย จ.อ. ไชยยงค์ ทองแดง และจ.อ.ภูวิช คงเขาม่วง เจ้าหน้าที่ชุดปืนเล็ก หมู่ป้องกันฯ และกำลัง 6 นายรุดไปที่เกิดเหตุพบนายพิสิฐ  โกประวัติ ผอ.กองช่าง รักษาการแทนปลัดอบต.ปฏิบัติการแทนนายกอบต.ปูยู  นายสมศักดิ์  โต๊ะดีน กำนันต.ปูยู  ผญบ.ม.2 ผู้นำศาสนาและชาวบ้านได้ช่วยกันพยายามดับเพลิงที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงเนื่องจากเป็นบ้านไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
& nbsp;      จากการสอบถาม ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเลขที่ 253 ม.2  ต.ปูยู อ.เมือง เป็นบ้านของน.ส.นาตยา โต๊ะดิน  อายุ 30 ปี ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในบ้านเพราะขึ้นฝั่งมาทำงานในเมือง สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากก่อนเกิดไฟไหม้เกิดเสียงดังขึ้นภายในบ้านเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ช่วยกันควบคุมเพลิงไว้ได้ภายใน 1 ชั่วโมงแต่เพลิงก็ได้ไหม้บ้านเสียหายวอดทั้งหลัง ไม่สามารถนำสิ่งของมีค่าหรือของใช้ภายในบ้านออกมาได้เลย ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
ขอบคุณภาพจาก จ.อ.ภูวิช คงเขาม่วง เจ้าหน้าที่ชุดปืนเล็ก หมู่ป้องกันฯ
-----------------------------------------------

วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กฟผ. และหน่วยงานด้านพลังงาน จังหวัดกระบี่ พร้อมสนับสนุนนโยบาย Krabi Goes Green ปี 2019

กฟผ. และหน่วยงานด้านพลังงาน จังหวัดกระบี่ พร้อมสนับสนุนนโยบาย Krabi Goes Green ปี 2019

กฟผ. และหน่วยงานด้านพลังงาน ในจังหวัดกระบี่ พร้อมสนับสนุนนโยบาย Krabi Goes Green ปี 2019 โดยบริหารจัดการกระบวนการผลิตไฟฟ้าเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้จังหวัดกระบี่เป็นต้นแบบเมืองพลังงานและเป็นพื้นที่สีเขียวของแหล่งท่องเที่ยวทะเลอันดามัน

         วันนี้ (14 ธันวาคม 2561) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)   ร่วมกับพลังงานจังหวัดกระบี่ จัดเสวนา   เรื่อง นโยบาย Krabi Goes Green 2019 โดยมี นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายดำรงค์ ไสยะ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ นายศิวเรศ ธรรมวิเศษ พลังงานจังหวัดกระบี่ นายวิมลไชย มงคล หัวหน้าโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน กฟผ. ร่วมเสวนา  ณ ห้องประชุม สนามกีฬาอันดามัน สปอร์ต คลับ กระบี่

         นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า นโยบาย Krabi Goes Green เป็นแนวคิดที่จะทำให้จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดสีเขียวที่มีการพัฒนาแบบยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวของทุกภาคส่วน ทั้งการท่องเที่ยว การเกษตร อุตสาหกรรม การประมง มีการเรียนรู้เรื่องพลังงานทดแทน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การรณรงค์ประหยัดพลังงาน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) ทั้งนี้ จังหวัดกระบี่ ได้มีการวางแผนการผลิตไฟฟ้าในช่วง 20 ปี ข้างหน้า (2561-2580) โดยให้ความสำคัญในการศึกษาศักยภาพพลังงานชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ชีวมวล ก๊าซธรรมชาติ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และนำข้อมูลต่างๆ มาประมวลความเป็นไปได้ในการพัฒนากระบี่สู่จังหวัดต้นแบบที่พึ่งพาตนเองด้วยพลังงานสะอาด ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจ เช่น ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ชุมชนแหล่งท่องเที่ยว  ด้านประมง ด้านการเกษตร เป็นต้น โดยจังหวัดกระบี่ได้รับรางวัล “Global low-Carbon Ecological Scenic Spot” of “Sustainable Cities and Human Settlements Award 2018 (SCAHSA 2018)” จากองค์การสหประชาชาติ ประจำปี 2561
         นายศิวเรศ ธรรมวิเศษ พลังงานจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า นโยบายของรัฐที่ต้องการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนตามร่างแผน PDP ฉบับใหม่ (PDP 2018) ที่สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สผ.) ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั้ง 4 ภาค เพื่อร่วมพิจารณาด้านความมั่นคงไฟฟ้าในภาพรวมที่ต้องมีพลังงานหลักในแต่ละภูมิภาคแล้ว รัฐยังให้ความสำคัญกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เปิดตลาดให้มีการแข่งขันพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆอย่างเหมาะสม ซึ่งจังหวัดกระบี่มีศักยภาพและสามารถเป็นจังหวัดต้นแบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์ ในปี 2569 ทั้งนี้ การอนุรักษ์พลังงานจะมีต้นทุนรวมในแต่ละปีสูงกว่าพลังงานถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ แต่ในระยะยาวอีก 20 ปีข้างหน้าคาดว่าต้นทุนการผลิตจะต่ำลง นอกจากนี้จะต้องมีการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้า และระบบโครงข่ายอัจฉริยะ การพัฒนา Smart Grid ในจังหวัดกระบี่ เพื่อการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพในอนาคต
       
 นายดำรงค์ ไสยะ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ (อฟภ.)  กล่าวว่า การดำเนินงานของ กฟผ. ตลอดระยะเวลา 49 ปีที่ผ่าน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรฐานตลอดมา ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ให้ประชาชนอยู่ดีมีความสุข สนับสนุนนโยบายรัฐในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามเป้าหมายในปี 2563 จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งและพลังงาน ซึ่งในปี 2561 กฟผ.ได้รับรางวัลด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ปี 2560 ที่ผ่านมา กฟผ. ได้รับ 14 รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ระดับ 4 (องค์กรวัฒนธรรมสีเขียว) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่มอบให้หน่วยงานที่ดูแลและใส่ใจสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานด้าน CSR เช่น โครงการชีววิถี โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น พร้อมทั้งนำนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการของหน่วยงานภายใน กฟผ. ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนและสังคม
​นายผล ขวัญนุ้ย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ กล่าวว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่สนับสนุนการเผยแพร่ข่าวสารการดำเนินงานของ กฟผ. ด้วยดีมาโดยตลอด กฟผ. ได้ให้ความสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและระบบส่งไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้มาโดยตลอดเพื่อให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างมั่นคงเพียงพอทุกพื้นที่ ปัจจุบันการจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้เป็นไปตามแผน มีการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าให้ระบบไฟฟ้ามความมั่นคงมากขึ้น  มีระบบการบำรุงรักษาระบบส่งอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตใต้แนวสายส่ง ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยใต้แนวสายส่ง ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลของ กฟผ. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่สายด่วน กฟผ. เบอร์ 1416 ตลอด 24 ชั่วโมง
         นายวิมลไชย มงคล หัวหน้าโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.เป็นหน่วยงานที่กำกับโดยภาครัฐ การดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชน ควบคู่การพัฒนาพลังงานของประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนไปด้วยกันอย่างสมดุล สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ได้ให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิตไฟฟ้า มีการควบคุมดูแลป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น น้ำ อากาศ เสียง ให้อยู่ภายใต้เกณฑ์มาตรฐาน มีการติดตั้งอุปกรณ์ ควบคุม ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกกระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับกิจกรรมเพื่อสังคม  ชุมชนและสิ่งแวดล้อม เช่น การปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว โครงการปลูกป่าชายเลน ปลูกหญ้าทะเล การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน ปู ปลา กุ้ง และ หอยชักตีน  โครงการส่งเสริมอาชีพชุมชน และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ในส่วนของการพัฒนาโรงไฟฟ้าในภาคใต้ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ของคณะกรรมการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ที่รัฐบาลตั้งขึ้นโดยจะแล้วเสร็จภายในปี 2562
-----------------------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ยิงปะทะสนั่นเทือกเขาหลังหมู่บ้านแฮ ม.4 ต.บองอ 'โจรใต้'สร้างค่ายพักตั้งฐาน

ยิงปะทะสนั่นเทือกเขาหลังหมู่บ้านแฮ ม.4 ต.บองอ 'โจรใต้'สร้างค่ายพักตั้งฐาน

วันที่ 12 ธ.ค. 61 จากการจัดส่งกำลังของ พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ เปิดยุทธการไล่ล่ากดดันต่อกองกำลังติดอาวุธ กลุ่มนายอับดุลเลาะ ปูละ และพวก ที่เคลื่อนไหวกบดานอยู่บนเทือกเขาหลังหมู่บ้านแฮ ม.4 ต.บองอ หลังจากสืบทราบว่าเตรียมประชุมวางแผนก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ และในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 45 กำลังแยกย้ายกันเดินลาดตระเวนอยู่บนเทือกเขา ซึ่งมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ได้พบกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวนหนึ่งที่ทำหน้าที่ดูต้นทาง ที่อาศัยกระจายอยู่บริเวณเพิงพักชั่วคราว และได้เกิดการปะทะกันเป็นละลอกๆนานกว่า 30 นาที และทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ประสานมายังศูนย์วิทยุสื่อสาร กรมทหารพรานที่ 45 เพื่อขอกำลังเสริม และกลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้พากันหยิบสัมภาระจำนวนหนึ่ง พร้อมใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางขณะหลบหนี จนเกิดการปะทะกันอีกละลอก เป็นเวลานานกว่า 5 นาที ก่อนที่คนร้ายจะอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้
ต่อมาเมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ได้เข้าการเคลียร์พื้นที่ พบรอยเลือดของคนร้ายหยดอยู่ตามเส้นทาง รวมถึงกิ่งไม้รายทางที่คนร้ายใช้หลบหนี เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้จัดกำลังจำนวนหนึ่งติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่หลบหนี ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายคน ส่วนกำลังที่เหลือได้เข้าเคลียร์เพิงพักชั่วคราวซึ่งมีจำนวน 10 หลัง ที่ได้ใช้ผ้าใบลายพรางทำเป็นหลังคากันฝน ซึ่งเพิงพักแต่ละหลังอยู่ห่างกัน ประมาณ 2 ถึง 5 เมตร และเพิงพักบางหลังคนร้ายได้มีการตากชุดเสื้อผ้ากางเกงลายพรางทหารที่ใช้ใส่เคลื่อนไหว นอกจากนี้เพิงพักแต่ละหลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบมีอุปกรณ์ยังชีพ จำพวกอาหารกระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป รวมไปถึงน้ำดื่มที่บรรจุอยู่ในขวด ซึ่ง 1 ใน 10 เพิงพักชั่วคราวเจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดอาวุธปืน อา.ก้า. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส มาทำการตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝง และ ดี.เอ็น.เอ.ของคนร้าย ที่ติดอยู่ตามบริเวณของกลางต่างๆที่ตรวจยึดเอาไว้ได้ อมา พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ ผกก.สภ.ระแงะ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่างๆในพื้นที่ เกรงสมาชิกแนวร่วมของกลุ่มคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ จะแฝงตัวนำผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าทำการรักษา รวมทั้งตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายอาจจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี แต่การปฏิบัติยังไม่พบกลุ่มคนร้ายดังกล่าวแต่อย่างใด

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สมาพันธ์มัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทยประชุมใหญ่สามัญประจำปี เผยกระบี่ศูนย์กลางประสานงานภาคใต้(คลิป)

สมาพันธ์มัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทยประชุมใหญ่สามัญประจำปี เผยแนวทางการแก้ปัญหาตลอดจนการพัฒนาองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพก้าวสู่อนาคต
ณ​ โรงแรม​พีซลากูน่ารีสอร์ท​ อ่างนาง​จังหวัดกระบี่​ สมาชิกสามัญสมาพันธ์มัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทยจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีโดยจารุพล เรืองเกตุ ประธานสมาพันธ์มัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย นายสุคน หนูช่วย เลขาสมาพันธ์มัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย และสมาชิกสมาพันธ์มัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทยร่วมประชุมในการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆตลอดจนการผลักดันกลไกในการขับเคลื่อนสมาพันธ์มัคคุเทศก์อาชีพฯก้าวสู่ระดับสากล
ทั้งนี้การประชุมโดยแบ่งเป็นวาระการประชุมประกอบด้วยการปรับโครงสร้างการทำงานของสมาพันธ์ฯ,เรื่องจัดตั้งศูนย์,ประสานงานสมาพันธ์ภาคใต้,เรื่องแก้ไขข้อบังคับสมาพันธ์ฯ,เรื่องงบการเงิน
และการขอเข้าพบ​ รมต.ทท.​เรื่องจ๊อบออเดอร์​ การแต่งกายของมัคคุเทศก์​และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน
     ด้าน นายจารุพล​ เรืองเกตุ ประธานสมาพันธ์มัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ซึ่งการจัดประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมสามัญประจำปี เพื่อปรับปรุ่งโครงสร้างของสมาพันธ์ฯเพื่อให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของประเทศ ทั้งนี้ยังมีมติการประชุมเรื่องการจัดตั้งศูนย์,ประสานงานสมาพันธ์ภาคใต้โดยจะให้จังหวัดกระบี่เป็นศูนย์ประสานงานของภาคใต้

  นายจารุพล เรืองเกตุ ฯ กล่าวต่ออีกว่าในส่วนของการท่องเที่ยวโดยร่วมถือว่าดีในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องปรับปรุงแก้ไขบางอย่างก็คงเป็นเรื่องของภาษาในบางพื้นที่เท่านั้น หากแก้ไขตรงจุดนี้ได้ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาบุคลกรไปในอีกระดับหนึ่งในส่วนของรัฐบาลหากปรับปรุงแผนการในด้านการตลาดท่องเที่ยวให้ชัดเจนมากกว่านี้ก็จะดีมาก นาย จารุพลฯ กล่าว
-----------------------------------------------

แม่ค้าสาวใหญ่กระบี่ เคลียดชีวิตหนีสิ้นรุงรังผูกคอดับในบ้าน (คลิป)

แม่ค้าสาวใหญ่กระบี่ น้อยใจชีวิตหนีสิ้นรุงรังผูกคอดับในบ้าน

วันที่12 ธ.ค.61 ร.ต.อ.ไสว ชูแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 3 ต.ทับปริก อ.เมือง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ แล้วพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.กระบี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา รุดไปยังที่เกิดเหตุ

บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ด้านในบ้านจัดเป็นร้านขายของชำ บริเวณห้องครัวหลังบ้าน พบศพ นางลัดดา ภูเก้าล้วน อายุ 50 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 6/8 ถ.นาเตย ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นบ้าน สภาพบริเวณลำคอมีเชือกไนลอนสีขาวผูกติดอยู่ ปลายอีกด้านมีรอยถูกตัดขาด บนขื่อหลังคาห้องครัว มีเชือกในลอนชนิดเดียวกัน ผูกติดอยู่ ปลายถูกตัดขาดเช่นกัน ตรวจสอบไม่พบบาดแผลบนร่างกาย ข้าวของภายในครัวล้มระเนระนาด

สอบปากคำนายเกษม เข็มขาว อายุ 45 ปี สามีผู้ตายทราบว่า บ้านที่เกิดเหตุ ตนและผู้ตายมาเช่าเพื่อเปิดเป็นร้านขายของชำ โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังนั่งคุยกับเพื่อนบ้านอยู่บริเวณหน้าบ้าน ผู้ตายอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ตนเข้าใจว่าผู้ตายน่าจะนอนพักผ่อนอยู่ แต่ต่อมาได้ยินเสียงโต๊ะในครัวล้ม จึงวิ่งเข้าไปดู ก็พบผู้ตายผูกคอตัวเองกับขื่อบ้าน จึงเรียกให้เพื่อนบ้านมาช่วยกันตัดเชือกลงมา แต่ช่วยชีวิตไม่ทันแล้ว ส่วนสาเหตุ ผู้ตายมีความเครียดเรื่องหนี้สินหลายอย่าง ช่วงหลังขายของไม่ค่อยได้ จึงทำให้ขาดสภาพคล่อง นอกจากนี้เคยบ่นน้อยใจว่าต้องดิ้นรนหาเงินใช้หนี้ด้วยตัวเองมาตลอด ญาติๆ ทางบ้านไม่ช่วยเหลือ แต่ไม่นึกว่าจะคิดสั้นผูกคอตายดังกล่าว ซึ่งญาติๆ ไม่ติดใจสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้นำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป....

กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561

94 สาวงามจากทั่วโลก เข้าประกวด Miss Universe ที่จัดประกวดในประเทศไทย มาร่วมงามอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์

94 สาวงามจากทั่วโลก เข้าประกวด Miss Universe ที่จัดประกวดในประเทศไทย มาร่วมงามอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต และ สนามเสือป่า

 รายการคืนคุณให้แผ่นดิน ได้บันทึกเทปภาพบรรยากาศ สาวงาม94 ประเทศจากทั่วโลก Miss Universe มาเที่ยวงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์
รายการคืนคุณให้แผ่นดิน แพร่ภาพออกอากาศวันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2561 เวลา 18.00 น.( หลังเคารพธงชาติ ) สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

 คุณสุรีย์พร ดวงทอง
 คุณภูวฤทธิ์ พุ่มพวง
 พิธีกรดำเนินรายการ

Cr..ศิริพร จงศิริ
ผู้อำนวยการใหญ่ผลิตรายการคืนคุณให้แผ่นดิน ททบ.5
-----------------------------------------------

พรรคภูมิใจไทย เปิดแนวคิด “กรุงเทพ สะดวก สบาย”

วันนี้พรรคภูมิใจไทย เปิดแนวคิด “กรุงเทพ สะดวก สบาย” ใช้ 4 มาตรการ เรียกรถผ่าน แอพพลิเคชั่น ถูกกฎหมายทุกคัน Home Office อยู่บ้านก็ทำงานได้ Digital Home School อยู่บ้านก็เรียนได้ และ Co- Working Space 1 แขวง 1 ออฟฟิศ.
เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2561ที่ผ่านมา ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดแนวคิด “กรุงเทพ สะดวก สบาย” โดยมี พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย นายจุลภาส “ทอม” เครือโสภณ คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์พรรค พร้อมผู้บริหารพรรค ทีมกรุงเทพมหานคร และสมาชิกพรรค
นายอนุทิน กล่าวถึงที่มาของแนวคิด ปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร มีคนทำงานและนักเรียน นักศึกษา ซึ่งมีปัญหาใหญ่ คือ ปัญหาการจราจร สร้างความแออัดบนถนน ปัญหามลพิเศษ ปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ปัญหาสุขภาพร่างกายจิตใจและวุฒิภาวะทางอารมณ์ ส่งผลอย่างมากมายต่อคุณภาพชีวิต พรรคภูมิใจไทย มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการจราจร ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่าน 2 แนวคิด

 “กรุงเทพ สะดวก” นำเสนอแนวคิดที่ 1 “เรียกรถผ่าน แอพพลิเคชั่น ถูกกฎหมายทุกคัน” สร้างทางเลือกใหม่ในการเดินทาง ของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้วยการสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาเพิ่มทางเลือกด้านการให้บริการประชาชนในการคมนาคม พร้อมจัดการระบบการเดินรถ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างถูกต้อง แอพพลิเคชั่นเรียกรถ ต้องได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย ชำระภาษีถูกต้อง ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ให้ความสะดวกปลอดภัย คุ้มครองสวัสดิภาพให้ผู้โดยสาร เป็นการเพิ่มความสะดวก เพิ่มทางเลือก สร้างงาน สร้างรายได้ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ลดปริมาณการจราจร ลดการใช้พลังงานและลดมลพิษ ซี่งจะออกกฎหมายรับรองความถูกต้อง ของบริการทางเทคโนโลยี ภายใน 90 วัน
“กรุงเทพ สบาย” โดยนำเสนอแนว
คิดที่ 2 “Home Office อยู่บ้านก็ทำงานได้” เป็นการลดค่าใช้จ่าย ลดปัญหาการจราจร ลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษ อย่างละ 25 % ทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐ จะทำงานที่บ้านสัปดาห์ละ 1 วัน จากบุคลากรที่ทำงานในลักษณะที่เหมาะสม และ สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุน หน่วยงานภาคเอกชน ใช้มาตรการทางภาษี แก่บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการทำงานที่บ้าน ในฐานะองค์กรที่ให้การสนับสนุน นอกจากนี้จะมีการใช้การสนับสนุนต้นทุนเทคโนโลยีดิจิทัลราคาถูกแก่เอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ในส่วนของประชาชน ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี แก่ประชาชนที่ทำงานที่บ้านหรือที่พักอาศัย
แนวคิดที่ 3 “Digital Home School อยู่บ้านก็เรียนได้” เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดปัญหาจราจร ลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษ สร้างความสัมพันธ์กับครอบครัว โดยจะสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนแบบ Digital Home School ด้วยการศึกษาผ่านออนไลน์ ตามโครงการ “Thailand Sharing University เรียนฟรี ตลอดชีวิต”
แนวคิดที่ 4 “Co-Working Space 1 แขวง 1 ออฟฟิศ” เพื่อลดต้นทุนการทำงานและการประกอบอาชีพ ลดการใช้พื้นที่อาคารสำนักงาน สนับสนุนการประกอบอาชีพให้กับกลุ่ม Start-Up ด้วยการจัดสร้างสำนักงานสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระใช้ประโยชน์ร่วมกัน สนับสนุนการให้เอกชน จัดสร้างสำนักงาน Co-Working Space บนที่ดินของรัฐ และที่ดินเอกชนโดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า คนกรุงเทพผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ทราบดีว่า เลือกอะไร ได้ผลอะไรกลับคืนมา สำหรับพรรคภูมิใจไทย ขอเข้าไปเป็นตัวเลือกใหม่ แก่พี่น้องชาวกรุงเทพ และพื้นที่ใกล้เคียง เราเคยจะถอดใจจากพื้นนี้ แต่เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับพี่น้องชาวกรุงเทพ รับรู้ได้ว่า พี่น้องต้องการทางเลือกใหม่ และพรรคภูมิใจไทยอาจจะเป็นหนึ่งในทางเลือกนั้น ดังนั้น เราจึงไม่ปฏิเสธ ในการขอโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชน สำหรับปัญหาของคนกรุงเทพ มีความต่างจากจากพี่น้องต่างจังหวัด แนวทางการแก้ปัญหา มีลักษณะเฉพาะทาง ความทุกข์ของคน กทม. และปริมณฑล คือเรื่องของปัญหารถติด ทำลายทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต เราต้องลดปริมาณรถบนท้องถนน แนวทางของพรรค คือการให้รถรับจ้างผ่าน APP ต้องเป็นเรื่องถูกกฎหมาย พร้อมไปกับสนับสนุนให้ประชาชนทำงานอยู่บ้าน เด็กนักเรียน ต้องสามารถเรียนอยู่บ้าน ทั้งหมดเพื่อลดจำนวนรถบนท้องถนน พร้อมไปกับเปิดช่องทางให้ประชาชนได้ทำมาหากินสะดวกขึ้น ไม่ยึดติดกับกฎกรอบแบบเดิม
“ทางพรรคมองถึง Co-Working Space คือ ให้คนนอกเมือง ได้มาพบปะสร้างสรรค์งานในพื้นที่ ที่ภาครัฐจัดให้ และไม่ต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลเพื่อเข้าเมืองอีกต่อไป เป็นการสกัดรถ ไม่ให้ต้องมาแออัดอยู่ในเมือง มันถึงเวลาที่พรรคการเมืองต้องกล้านำเสนอทางเลือกใหม่ ที่สามารถทำได้จริง ทำได้เลย ทั้งนี้ แนวคิดของพรรคภูมิใจไทย ไมใช่เรื่องเพ้อฝัน ทางพรรคมีทีมยุทธศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้อย่างอดีตรองประธาน กสทช. อย่างพันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ อยู่ในทีม สิ่งที่เราคิด สามารถทำได้แน่นอน” นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว
** กองบรรณาธิการข่าว รายงาน
-----------------------------------------------

สตูล “ เปิดม่านบากันใหญ่ งานกินปู ครั้งที่ 1” เพื่อส่งเสริมงานอนุรักษ์และการท่องเที่ยว(คลิป)

สตูล “ เปิดม่านบากันใหญ่ งานกินปู ครั้งที่ 1” เพื่อส่งเสริมงานอนุรักษ์และการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านบากันใหญ่
          วันนี้10ธ.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านบากันใหญ่ ร่วมกับเครือข่ายทสม.ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองและชุมชนบากันใหญ่ได้กำหนดจัดกิจกรรม “ เปิดม่านบากันใหญ่ งานกินปู ครั้งที่ 1” เพื่อส่งเสริมงานอนุรักษ์และการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านบากันใหญ่เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่เกิดจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายรอสี  ใบกาเด็ม รองนายกอบจ.สตูล เป็นประธานในพิธีกิจกรรมในงาน มีการแข่งขันเรือพรีส ชิงแชมป์บ้านบากันใหญ่ ร่วมปล่อยปูม้าไข่นอกกระดองถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระเทพฯ กินปูแบบบุฟเฟ่ ของดีชุมชนบ้านบากันใหญ่อาทิ ปูม้าดินโคลนลาวาภูเขาไฟ  ปูดำนึ่ง ปูนักเลงชุบแป้งทอด  หอยลิ่ม  สาหร่ายผมนาง และหอยหวาน  ซึ่งอาหารทะเลทั้งหมดเกิดจากการทำประมงแบบอนุรักษ์ ทำให้อาหารทะเลของบ้านบากันใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์
        นอกจากนี้จัดกิจกรรมเที่ยวชมสันหลังมังกรแดง ชมรุกขมรดกของแผ่นดิน ต้นไม้ใต้ร่มพระบารมีสมเด็จพระเทพฯ ร่วมปล่อยปูไข่นอกกระดองเพื่อคืนปูกลับคืนสู่ธรรมชาต  ร่วมปลูกป่าชายเลน   นั่งซาเล้งเที่ยวชมวิถีชุมชนคนเกาะบากัน-ตันหยง โดยงานดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นอย่างมาก โดยนักท่องเที่ยวบอกว่าอาหารทะเลของที่นี่มีความสด หวานอร่อยและที่สำคัญผู้คนมีความน่ารักเป็นกันเองส่วนแหล่งท่องเที่ยวก็ยังมีความสวยงามและบริสุทธิ์อยู่มาก
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ประชาชนจ.นราธิวาส 5,000 คน ร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” บรรยากาศสุดคึกคัก(คลิป)

ประชาชนจ.นราธิวาส 5,000 คน ร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” บรรยากาศสุดคึกคัก ขณะที่นักปั่นจักรยานจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซียภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญของคนไทยทั้งประเทศ

วันนี้ 9 ธ.ค.61. นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยมีนายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายสมหวัง เรืองเพ็ง ปลัดจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส”จำนวน 5,000 คน ร่วมกิจกรรมฯ

หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ปล่อยตัวขบวนจักรยานกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ในเวลา 15.00 น. ณ จุด Start-Finish บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีขบวนจักรยานผู้พิการจากชมรมมือเลื่อนล้อนราธิวาส และผู้พิการในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเคลื่อนตัวออกจากจุด Start เป็นขบวนแรก ตามด้วยขบวนจักรยานโซน A นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตามด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส “ อย่างคับคั่ง ปั่นไปตาม 9 เส้นทางสิริมงคล 9 จุด ดังนี้ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา อ.เมือง จ.นราธิวาส , มัสยิดกลางประจำจังหวัดนราธิวาส ( หลังเก่าหรือมัสยิดยุมอีย๊ะ ) , หอนาฬิกาประจำเมืองนราธิวาส, มัสยิดกลางประจำจังหวัด หลังใหม่ , พลับพลาที่ประทับริมเขื่อนท่าพระยาสาย , พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ,ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และวัดพิกุลทอง รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นและสิ้นสุด ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้จังหวัดนราธิวาสได้จัดกิจกรรมจิตอาสาระหว่างปั่นจักรยาน คือ พิธีปล่อยพันธุ์กุ้งทะเลจำนวน 4 ล้านตัว ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส

สำหรับบรรยากาศโดยรวมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” เป็นไปอย่างคึกคัก มีจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสจำนวนมากมาช่วยอำนวยความสะดวกในกิจกรรม ” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ขณะประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ซึ่งเดินทางมาจาก 13 อำเภอในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้มีนักปั่นจักรยานจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จำนวน 24 คน เดินทางมาร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศแห่งความสุข ความทรงจำดีๆ และถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายมุสตอปา วานิ 1 ใน นักปั่นจักรยานจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” และตั้งใจฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง

ขณะที่การเปิดจำหน่ายกระบอกน้ำ “BIKE อุ่นไอรัก จ.นราธิวาส ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ได้รับความนิยมเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ โดยส่วนใหญ่ต้องการซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกในกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญของคนไทยทั้งประเทศ

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

ชาวกระบี่กว่า 3,700 คน ร่วมปั่น “Bike อุ่นไอรัก” พร้อมทั่วประเทศ(คลิป)

ชาวกระบี่กว่า 3,700 คน ร่วมปั่น “Bike อุ่นไอรัก” พร้อมทั่วประเทศ
9/12/61
บรรยากาศการจัดกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก จ.กระบี่ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. ประชาชนในพื้นที่ จ.กระบี่ กว่า 3,700 คน ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมปั่น “Bike อุ่นไอรัก” ซึ่งจัดพร้อมกันทั่วประเทศ บริเวณจุดปล่อยตัวลานด้านหน้าศาลากลาง จ.กระบี่ โดยทุกคนที่มาร่วมงานต่างพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อพระราชทาน โดยก่อนที่จะมีการปล่อยตัวผู้ร่วมกิจกรรม บรรดาเหล่านักปั่น ต่างนำรถจักรยานมาตรวจสอบสภาพความพร้อม ซึ่ง จ.กระบี่ ประสานให้นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ มาเปิดจุดให้บริการตรวจสภาพความพร้อมให้ฟรี ทั้งสภาพโซ่ ตรวจสภาพลมยาง นอกจากนี้ทาง รพ.กระบี่ และคลีนิกเอกชนหลายแห่ง ต่างพร้อมใจกันเปิดให้บริการตรวจสุขภาพนักปั่นฟรี ก่อนจะร่วมกิจกรรม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ต่อมา พ.ต.ท.ม.ล.กิตติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด และปล่อยตัวนักปั่นทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะมีประชาชนชาวไทยมาร่วมกิจกรรมกันจำนวนมากแล้ว ยังมีนักปั่นชาวต่างชาติ มาร่วมกิจกรรมบางส่วนด้วย โดย จ.กระบี่ กำหนดระยะทางไว้ 24 กม.ตลอดเส้นทางประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย และรถพยาบาล คอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง.
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------

วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561

อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส จัดงานเมาลิดสัมพันธ์ นำความสามัคคี สู่สันติสุข ให้ชุมชน ครั้งที่ 1 (คลิป)

อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส จัดงานเมาลิดสัมพันธ์ นำความสามัคคี สู่สันติสุข ให้ชุมชน ครั้งที่ 1

          (วันนี้) 8 ธ.ค.60 ณ สนามฟุตบอลบ้านตาเซะใต้ หมู่ที่ 6 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิด งานเมาลิดสัมพันธ์ นำความสามัคคี สู่สันติสุข ให้ชุมชน ในตำบลปะลุรู ครั้งที่ 1/2561 โดยมี นายมัสรูดิน ฮามิ กำนันตำบลปะลูรู นายอับดุลการิม สาอะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปะลุรู คณะกรรมการสภาสันติสุขตำบลปะลุรู เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา กลุ่มสตรี และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

         การจัดงานเมาลิดครั้งนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 8-9 ธันวาคม 2561 ภายใต้สภาสันติสุขตำบลปะลุรู โดยมีกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิ ขบวนพาเหรดจากหมู่บ้านต่างๆ จำนวน 9 หมู่บ้าน การแข่งขันกีฬาฟุตบอล ตะกร้อ ประเภทชาย การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และการแข่งขันขับร้องอานาซีดในภาคกลางคืน มีผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ จำนวน 1500 คน จากจำนวน 13 มัสยิด 9 หมู่บ้าน โดยแยกมัสยิดที่มาจากตำบลปะลุรู 12 มัสยิด และจากตำบลสุไหงปาดี จำนวน 1 มัสยิด

         สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเชิดชูเกียรติและรำลึกถึงคุณูปการของศาสดามูฮำหมัด (ซล.) ที่มีต่อศาสนาอิสลาม ส่งเสริมขนมธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น สร้างความรัก ความสามัคคี ลดความขัดแย้ง ความเห็นต่าง และเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ตำบลปะลุรูต่อไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ดูแลเพจโทร.099-230 9071

นทท แห่เที่ยวทุ่งนาเรือง จ.กระบี่ พื้นนากว่า100ปี ให้เป็นที่ท่องเที่ยวชุมชน หวังสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน(คลิป)

นทท แห่เที่ยวทุ่งนาเรือง จ.กระบี่ พื้นนากว่า100ปี ให้เป็นที่ท่องเที่ยวชุมชน หวังสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน

วันที่ 7 ธ.ค. 61 เวลา 15.00 น. ที่ทุ่งนาเรือง หมู่ที่ 4 บ้านบางคราม  ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอคลองท่อม โดยทุ่งนาเรืองนั้นอยู่ในพื้นที่ 6 ไร่ 3 งาน ของ นายวิทยา ทองด้วง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้เสียสละพื้นที่ของตนเพื่อทำเป็นที่สถานที่ท่องเที่ยว นวัตวิถีสินค้าโอทอปของชาวบ้าน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านและแหล่งศึกษาดูงาน ซึ่งทุ่งนาเรืองประกอบไปด้วยนาข้าวที่เขียวสดอันงดงาม โดยมีสะพานไม้เป็นทางเดินเท้าและขนำน้อยกลางทุ่งที่สวยงาม ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายรูปเซลฟี่ในหลายๆจุด เพื่อเป็นที่ระลึก และมีสินค้าโอทอปของชาวบ้านมากมาย ซึ่งแต่ละวันมีนักท่องเที่ยว 200 ถึง 300 คนต่อวัน 

นายวิทยา ทองด้วง ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ทุ่งนางเรืองแห่งนี้เป็นที่ท่องเที่ยวโอทอปนวัตวิถีชาวบ้าน เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จเพิ่มรายให้กับชาวบ้าน และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาดูงาน และเป็นจุดที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว และถ่ายรูปเซลฟี่ โดยต่อไปจะสร้างเป็นโฮมสเตย์เพื่อให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวสมารถมาพักพักได้จะรองรับประมาณ 50 คน ซึ่งขณะนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยว โดยในวันธรรมดาจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 100 คน และในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ในบรรยากาศช่วงเย็นๆ จะมากถึง 200 – 300 คน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจและชอบท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ หมู่บ้านโอทอปนวัตวิถี สามารถเดินทางมาได้ที่ ทุ่งนาเรือง บ้านบางคราม หมู่ที่4 ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม จ.กระบี่
///ทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน///สนใจโฆษณาเว็บไซต์ กระแสใต้ 099-230 9071

-----------------------------------------------

ผู้ว่าฯนราธิวาสนำทุกภาคส่วนประกาศเจตนารมณ์ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน(คลิป)

ผู้ว่าฯนราธิวาสนำทุกภาคส่วนประกาศเจตนารมณ์ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน  เดินหน้านราธิวาสป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง  ภายใต้แนวคิด" Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต"

 วันนี้  7 ธ.ค.61. นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) จังหวัดนราธิวาส ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมีพลตำรวจตรี ดุษฎี ชูสังกิจ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงจังหวัดนราธิวาส  นายสมหวัง  เรืองเพ็ง จังหวัดนราธิวาส   นายณัฐวุฒ ขมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสร่วมพิธีฯจำนวนมาก

 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า งานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) ซึ่งตรงกับวันที่ 9 ธันวาคม ของทุกปี ประเทศไทยและนานาประเทศต่างตื่นตัวมุ่งมั่นแสดงเจตนารมณ์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มแข็ง เพื่อประกาศจุดยืนของทุกภาคส่วนที่ยินดีมีส่วนร่วมสร้างสังคมโปร่งใส และปฏิเสธการทุจริตทุกรูปแบบ  

 ซึ่งการจัดงานในวันนี้ นับเป็นมิติใหม่ในการสร้างเจตจำนงทางการเมือง ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทุจริต และจัดให้เป็นวาระแห่งชาติโดยการใช้กลไกลประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง เพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด" Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต" ปลุกประแสให้คนไทยต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่และปกป้องสิทธิของตนเองและประเทศชาติโดยไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับในสากล

 สำหรับกิจกรรมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) จังหวัดนราธิวาสครั้งนี้  ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มอบเงินรางวันและประกาศเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดคำขวัญ ภายใต้แนวคิด" Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต"หลังจากนั้นได้นำประกาศเจตนารมณ์ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมกับรับชมการถ่ายทอดสดจากส่วนกลาง โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานเปิดงานฯ

  โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เยี่ยมชมนิทรรศการงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) จังหวัดนราธิวาส และขอความร่วมมือส่วนราชการ ภาคเอกชนกลุ่มมวลชน นำผืนผ้าไวนิลประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชั่นในครั้งนี้ นำไปปิดประกาศ ณ ที่ทำการของหน่วยงานเพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชั่นในหน่วยงาน

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

จับไม่หมดไม่สิ้น..ทหาร กกล.ผาเมือง สนธิกำลัง ตร.แม่อาย ตชด. ยึดยาไอซ์ ยาเค 27 เป้ กว่า 404 กก. มูลค่าหลายร้อยล้านบาท

จับไม่หมดไม่สิ้น..ทหาร กกล.ผาเมือง สนธิกำลัง ตร.แม่อาย ตชด. ยึดยาไอซ์  ยาเค 27 เป้ กว่า 404 กก. มูลค่าหลายร้อยล้านบาท
   เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 61 เวลา 21.15 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง ได้รับการประสานจาก  พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยะติ  ผกก.สภ.แม่อาย  ว่าได้รับรายงานจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดเข้ามาพักคอยไว้ในพื้นที่บริเวณร้านอาหารร้าง โรงแรมแม่อายธารา  ถนน แม่จัน – ฝาง  บ.ห้วยปู ม.1 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง  จึงได้สนธิกำลังร่วมกับ พันเอก เอกวุฒิ สุขรส ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และพันตำรวจโท นันทศักดิ์ กาศเกษม รักษาราชการแทนผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน สภ.แม่อาย  พ.ต.ต. พีระพจน์ ธุรกิจ สว.สส .สภ.แม่อาย  พ.ต. เสรี สมนึก หัวหน้ากองบังคับการควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334  ฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย และอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่อาย รวมกว่า 60 นาย เข้าทำการพิสูจน์ทราบตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว  เบื้องต้นตรวจพบชายต้องสงสัย ท่าทางมีพิรุธ แต่เมื่อชายคนดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่จึงรีบหลบหนีไปในทันที  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามไปแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้  พร้อมเข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ร้านอาหารร้าง(แม่อายธารา) จุดเกิดเหตุ พบเป้สนามเดินป่าสีเขียว จำนวน27 เป้ ภายในพบมีกระสอบฟางสีรุ้งแอบซุกซ่อน ยาไอซ์ 21 เป้ จำนวน 305 กิโลกรัม และยาเค 6 เป้ จำนวน 99 กิโลกรัม  นับรวมทั้งหมดได้  404 กิโลกรัม  รวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกันขยายการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ในบริเวณกว้าง  เพื่อหาสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติมแต่ไม่พบเพิ่มแต่อย่างไร  จึงได้นำยาเสพติดทั้งหมดออกจากพื้นที่และลำเลียงเข้ามาตรวจสอบที่  สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวน  สภ.แม่อาย  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดล็อตใหญ่กันต่อไป
แหล่งข่าวจาก  นกยุง – กิจการพลเรือนทหารกองทัพภาค 3

ณฐพัชร์ อภิโชคกุล  หัวหน้าสำนักข่าวเบาะแสภาคเหนือ   บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์   ///////  รายงาน  //////////
-----------------------------------------------

กระทรวงพลังงาน กรมการค้าภายใน และ กฟผ. ลงพื้นที่ภาคใต้ ติดตามความก้าวหน้า การรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทาง

กระทรวงพลังงาน กรมการค้าภายใน และ กฟผ. ลงพื้นที่ภาคใต้ ติดตามความก้าวหน้า
การรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทาง มั่นใจสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามแผน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และ ผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงพื้นที่ จ.ชุมพร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่ต้นทาง วัตถุดิบ ลานเท โรงสกัดน้ำมันปาล์ม โดยมั่นใจว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามแผน  

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.) พร้อมด้วย นายฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปชัย 
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และนายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. ลงพื้นที่ 
จ.ชุมพร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 7 - 8 ธันวาคม 2561 ติดตามความก้าวหน้าห่วงโซ่อุปทานการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ห่วงโซ่อุปทานการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ ตั้งแต่วัตถุดิบ, จุดรับซื้อผลปาล์ม, ลานเท รวมทั้งขั้นตอนการแปรสภาพ คือโรงสกัดน้ำมันปาล์ม สถานที่เก็บน้ำมันปาล์มดิบ ตลอดจน ท่าเรือขนส่ง มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอน ซึ่งจะทำให้การนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับ 
ก๊าซธรรมชาติที่โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา บรรลุผลสำเร็จตามที่วางแผนไว้ 

ทาง รมว. พน. และคณะ จะลงพื้นที่ 2 วัน โดยในวันที่ 7 ธันวาคม 2561 จะไปเยี่ยมชมโรงงานสกัด น้ำมันปาล์ม “บมจ.ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม” เพื่อดูกระบวนการผลิตและสถานที่เก็บน้ำมันปาล์มดิบ และเดินทางไปยังจุดรับซื้อผลปาล์มตาเงาะ ต.สลุย และจุดรับซื้อผลปาล์มตาหงษ์ ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมทั้งเยี่ยมชมลานเท และพบปะเกษตรกรเพื่อรับฟังสถานการณ์การรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบในพื้นที่ หลังจากนั้นเดินทางไปที่ท่าเรือน้ำลึกบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดูความพร้อมของท่าเรือที่จะใช้สำหรับ การขนส่งน้ำมันปาล์มดิบ
สำหรับในวันที่ 8 ธันวาคม 2561 จะเดินทางไปดูงานที่ท่าเรือ บริษัทโกลบอล อินเตอร์ จำกัด 
อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี และเยี่ยมชมสถานที่เก็บน้ำมันปาล์ม และท่าเรือ บริษัท PK Marine Trading หลังจากนั้นเดินทางไปที่โรงสกัดน้ำมันปาล์ม บริษัท กรีนลอรี่ จำกัด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ตลอดจนยังดูแลที่ จ.กระบี่ด้วย

ทั้งนี้ มั่นใจได้ว่าการดำเนินการต่าง ๆ ในการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ การขนส่ง ตลอดจนการนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติที่โรงไฟฟ้าบางปะกง หน่วยที่ 3 นั้น จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้สำเร็จตามแผนที่วางไว้ โดย กฟผ. จะเริ่มทยอยรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตไฟฟ้าและเริ่มทดสอบระบบภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2562 เป็นต้นไป และจะสิ้นสุดโครงการในเดือนกรกฎาคม 2562 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งสิ้น 6 เดือน
-----------------------------------------------

อบต.ไสไทย จัดกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อเตรียมความพร้อมเส้นทางสำหรับกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก”


องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย จัดกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อเตรียมความพร้อมเส้นทางสำหรับกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” จังหวัดกระบี่ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2561
วันที่ 7 ธันวาคม 2561 นายประจักษ์ สาระวารี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย พร้อมด้วย นายอาวุธ ไขแสง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าสำนักปลัด พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไสไทย ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลไสไทยและกลุ่มพลังมวลชนตำบลไสไทย ร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day โดยการเก็บขยะมูลฝอย ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ จัดระเบียบป้ายโฆษณา ปรับภูมิทัศน์ บริเวณสองข้างทาง ถนนกระบี่ – เขาทอง หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 4 ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
นายประจักษ์ สาระวารี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย กล่าวว่า ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” กิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ในวันที่ 9 ธันวาคม 2561 นี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และเสริมสร้างความรักความสามัคคีในครอบครัวและสังคม นั้น
จังหวัดกระบี่ได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยาน“Bike อุ่นไอรัก” โดยเริ่มต้นจากศาลากลางจังหวัดกระบี่ ไปยังหมวดทางหลวงอ่าวนาง แล้ววนกลับเส้นทางเดิม ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ได้รับมอบหมายจากจังหวัดจังหวัดกระบี่ ให้ดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณชุมชนตลอดเส้นทาง ในเขตพื้นที่ตำบลไสไทย องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทยจึงได้จัดกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อเตรียมความพร้อมเส้นทางสำหรับกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” จังหวัดกระบี่ ในวันที่ 9 ธันวาคม 2561 โดยการเก็บขยะมูลฝอย ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ จัดระเบียบป้ายโฆษณา ปรับภูมิทัศน์ บริเวณสองข้างทาง เพื่อให้ตลอดเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติฯ ต่อไป

-----------------------------------------------

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ตชด.ผนึกกำลัง จับ อดีต สท.ของกลางยาไอซ์ 27 ยาบ้า กว่า 1 ล้านเม็ด เตรียมไล่ล่าหาต้นตอ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด .ผนึกกำลังร่วม ตำรวจภูธรและเจ้าหน้าที่ ทหาร  จากจังหวัดพัทลุง และจังหวัด นครศรีธรรมราช จับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า กว่า 1 ล้านเม็ด  ไอซ์  อีก 27 กก. มูลค่ากว่าร้อยล้าน พร้อมของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการ

เวลา  13.00 น วันที่  7  ธันวาคม  2561 พล.ท.พรศักดิ์   พูลสวัสดิ์  แม่ทัพภาค 4  พร้อมด้วย นายกู้เกียรติ  วงค์กระพันธ์  ผู้ว่าราชการจังหวัด  และพล.ต.ต.ธรัชชา  ถมปัทถ์ ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด   หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด   ตำรวจภูธร และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก ภาค 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช  และภาค 9 จังหวัดพัทลุง ขยายผลเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่   160  หมู่ 1 ต.ชะรัด  อ.กงหรา  จังหวัดพัทลุง ของนายสำเริง   รุยวิชัย   อายุ 45 ปี  อดีต  สท.เทศบาลตำบลชะรัด เจ้าของบ้าน แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น นายสำเริง ฯ  ได้ไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้า ทิ้งเพียงรถยนต์เก๋งโตโยต้าวีออส์ สีดำ
หมายเลขทะเบียน  ขท  8431  นครราชสีมา  ไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นรถ พบบริเวณกระโปรงหลังมียาบ้าซุกซ่อน
อยู่จำนวน  1 ล้าน 6 หมื่นเม็ด  พร้อมไอซ์บรรจุในถุงพลาสติกที่ถูกดัดแปลงเป็นถุงบรรจุชาอีกจำนวน 27 กก 


นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจค้นบ้านพัก ตรงบริเวณขนำ อยู่ด้านหลังบริเวณบ้าน พบยาบ้าอีกจำนวน 42,200  เม็ด ไอซ์อีกจำนวน 1 กก  อาวุธปืนขนาด ขนาด 9 มม จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนจำนวน 35  อาวุธปืนลูกซองยาวจำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปีนอีกจำนวน 2นัด พร้อมควบคุมตัวนายปรวิทย์    รุยวิชิต  อายุ 43 ปี น้องชายนายสำเริง ฯ เจ้าของขนำดำเนินคดี  ส่วนนายสำเริง  ฯ เจ้าหน้าที่จะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับต่อไป


สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เป็นผลต่อเนื่องจาก  กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ทุ่งสง ร่วมตำรวจชุดสืบสวน สภ.สิชล จังหวัดนครศรีธรรมราชจับผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวน 6 หมื่นเม็ด  ไอซ์อีกจำนวน 8 กก และหลังสอบสวนผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่าซื้อยาเสพติดทั้งหมดมาจากนายสำเริง  ในพื้นที่ ต.ชะรัด อ.กงหรา จังหวัดพัทลุง จนมีการขยายผลเข้าตรวจค้นจับกุมดังกล่าว
-----------------------------------------------
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...