• กระบี่ติ่มซำ ไสไทย

    ขอเชิญทุกท่านร่วมแข่งขันกินขนมจีบในกิจกรรม "กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่"

  • กระบี่สมุนไพร

    ร้านขายยาสมุนไพรมานานกว่า 30 ปี โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง

  • ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • เมเจอร์

    เมเจอร์

  • Van VIP Krabi

    บริการถตู้เช่าเหมาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในจังหวัดกระบี่ และสถานที่อื่นๆโดยทีมงานมืออาชีพ สอบถามโทร.0848626639

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

สตูล รองแม่ทัพภาค 4 จับน้ำมันเถื่อนแนวชายแดน(คลิป)

สตูล รองแม่ทัพภาค 4 จับน้ำมันเถื่อนแนวชายแดน
        (วันนี้)30พ.ย.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่29พ.ย.61ที่ผ่านมาที่ ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูลพล.ต.จตุพร  กลัมพสุต รอง มทภ.4/ผอ.สขว.กอ.รมน.ภาค 4 สน./ ผบ.คณะทำงานพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้ลงพื้นที่เพื่อบัญชาการปฏิบัติการต่อเป้าหมายภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ควนโดน จ.สตูล พร้อมกับได้สั่งการให้มีการบูรณาการกำลังร่วมกับพ.อ.ชัยวิทย์ ทิมทอง หน.คณะทำงานพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 สน.,พ.อ.ปัญญ์สวัฒกก์ มาลารัตน์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผน และการข่าว กอ.รมน.จังหวัด ส.ต.,พ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว ผบ.ร.5 พัน.2,ร.อ.ปิยะเชษฐ์  หนูฉ้ง หน.ชรต.กอ.รมน.จังหวัด ส.ต.,ชุดนิติวิทยาศาสตร์ (csi),ชุดสอบสวนคดีพิเศษ (จชต.) (csi) ,กกล.เทพสตรี และ  คณะทำพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ร่วมกันบูรณาการกำลัง จำนวน 120 นาย เข้าปิดล้อมตรวจสอบพื้นที่ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูลตามแผนยุทธการของทหารในการปราบปรามสกัดกั้นนำเข้าสินค้าการเกษตรและสินค้าหนีภาษีผิดกฏหมาย ตามแนวชายแดนจ.สตูลตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี  โดยเฉพาะต.วังประจันอ.ควนโดนถือเป็นชายแดนติดกับประเทศมาเลเซียที่มีการลักลอบนำสินค้าทางการเกษตร  เช่นน้ำมันพืช พืชผลทางการเกษตร และของหนีภาษีอีกหลายชนิด
         จากการตรวจสอบ 6 จุดเจ้าหน้าที่พบที่บ้านเลขที่70 ม.4 ต.วังประจัน อ.ควนโดน ซึ่งเป็นบ้านของนายสอแล๊ะ  หมาดทิ้ง อายุ 38 ปี บริเวณหลังบ้านมีถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรและ2พันลิตร ตั้งเรียงรายหลายถัง มีหัวจ่ายน้ำมันและมิตเตอร์ ส่วนด้านข้างของบ้านถูกขุดและฝังถังน้ำมันไว้ในดิน  นอกจากนี้ยังพบรถดัดแปลงสำหรับบรรทุกน้ำมันอีก 2 คัน โดยนายสอแล๊ะให้การว่าน้ำมันดังกล่าวเอาไว้ใช้ใส่รถ 10 ล้อขนสินค้าที่รับจ้างบรรทุกของ รวมทั้งเติมรถของตนเอง เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาตั้งสถานีจ่ายน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุ
ญาติ  ส่วนอีกจุดอยู่ห่างจากด่านพรมแดนวังประจันประมาณ 2 กม.ซึ่งเป็นจุดที่เคยมีการจับกุมแล้วหลายครั้ง พบถังน้ำมันขนาด200 ลิตรและ 2พันลิตรตั้งเรียงรายพร้อมหัวจ่ายเช่นกันอย่างไรก็ตามสำหรับน้ำมันดีเซลเถื่อนที่เจ้าหน้าที่ยึดได้มีประมาณ 17,200 ลิตร น้ำมันเบนชิน จำนวน 1,300 ลิตร ทั้งนี้รองแม่ทัพภาค 4 กล่าวว่าภารกิจในครั้งนี้ได้รับคำสั่งการจากนายกรัฐมนตรีและผบ.ทบ.และแม่ทัพภาค4ได้กำชับมาโดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีสินค้าทางการเกษตรลักลอบเข้ามาโดยเฉพาะน้ำมันพืชและหอมกระเทียม มีการสั่งห้ามนำเข้าเด็ดขาดจนกว่าจะทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศดีขึ้น  ซึ่งการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรและสินค้าหนีภาษีตามแนวชายแดนถือเป็นการทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หากสกัดกั้นการลักลอบดังกล่าวได้ก็จะทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศดีขึ้นรัฐบาลเองก็ได้นำภาษีที่ได้ไปแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตร
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กลุ่มชายฉกรรจ์ยึดรถโหด เข้ามอบตัวแล้ว 3 คน (คลิป)

กลุ่มชายฉกรรจ์ยึดรถโหด เข้ามอบตัวแล้ว 3 คน

กรณีหนุ่มชาวกระบี่ แจ้งความว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ยึดรถของบริษัท ก่อเหตุรุมทำร้ายพยายามจะยึดรถภายในลานจอดรถห้างแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ โดยมีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ชุลมุน มีการล๊อคคอผู้เสียหาย
   ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 พ.ย. นายสมชาย ทองมี อายุ 38 ปี นายโกวิท ณ พัทลุง อายุ 26 ปี นายอรรถชัย ทองผุด อายุ 18 ปี ทั้ง 3 คนเป็นชาว จ.ตรัง เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยทั้ง 3 คนเป็นบุคคลในกลุ่มที่อยู่ในคลิปดังกล่าว เจ้าหน้าที่คุมตัวพิมพ์ลายนิ้วมือ พร้อมแจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกาย และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ทั้ง 3 คนให้การปฏิเสธ ขอให้การในชั้นศาล
   ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เผยว่า วันเกิดเหตุ มาทำหน้าที่ตามคำสั่งของบริษัท โดยมีหนังสืบรับมอบอำนาจถูกต้อง ซึ่งจะนำมาแสดงต่อพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะขอให้การในชั้นศาล โดยยืนยันว่ามากันเพียง 5 คน
       พ.ต.อ.สมเด็จ สุขการ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า คดีนี้จากการให้การของผู้เสียหาย กลุ่มคนดังกล่าวมากัน 8 คน ซึ่งในวันนี้ทางผู้ปรากฎในคลิป เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง จึงแจ้งข้อหาและปล่อยตัวชั่วคราว โดยจะนัดมารายงานตัวอีกครั้ง ส่วนผู้กระทำความผิดที่เหลือ จะเร่งติดตามตัวมาโดยเร็ว ....
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

นักธุรกิจสิงคโปร์ซิ่งปอร์เช่! ชนตร.จราจรกระบี่ ขณะกำลังเก็บด่านตรวจความเร็ว

29 พ.ย.61 ร.ต.อ.นิวัติ ทิมเกตุ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ สอบปากคำ ดาบตำรวจสุริยา ชุมดวง ผู้บังคับหมู่ งานจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ ที่โรงพยาบาลกระบี่ ที่ได้รับบาดเจ็บที่สะโพกและบริเวณขา อยู่ระหว่างการดูแลและเตรียมเอกซเรย์ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ ถูกรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อปอร์เช่ สีแดง ทะเบียน SLU 320Z โดยมีนาย simon ong chin sim อายุ 65 ปี นักธุรกิจสิงคโปร์เป็นคนขับขี่ พุ่งชนที่หน้าสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ถนนเพชรเกษม ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ขณะตั้งด่านตรวจ บังคับใช้กฎหมาจราจร 
โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 11.00น ที่ผ่านมา ส่วนรถที่ก่อเหตุชน มีรอยบุบของตัวถังรถที่บริเวณเหนือล้อหลังด้านซ้าย เป็นรอยใหญ่จากการชนกับร่างของ ดต.สุริยา เจ้าหน้าที่ได้นำมาสอบสวนที่ สภ.เมืองกระบี่ ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานล่าม เบื้องต้นได้เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จราจร สภ.เมืองกระบี่ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุได้ตั้งด่านตรวจจับความเร็วบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงหลายกิโลเมตร มักมีรถใช้ความเร็วสูง ระหว่างนั้นได้เลิกด่านเก็บกรวยที่ตั้งบนถนนและเก็บชุดอุปกรณ์ตรวจจับความเร็วแล้ว แต่ยังมีกรวยอีกจำนวนหลายอันตั้งอยู่ ปรากฏว่าได้มีรถปอร์เช่คันดังกล่าว ซึ่งขับมาด้วยความเร็วสูง ประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวม 6  คัน จาก อำเภออ่าวลึก มุ่งหน้าเข้ากระบี่ ได้เห็นกรวยและเจ้าหน้าที่ยืนอยู่บนถนนต่างเบรกกันสนั่น คันเกิดเหตุตามมาเป็นคันที่ 3 ได้เบี่ยงหลบคันหน้าแล้วหมุนพุ่งชน ดต.สุริยา ที่ยืนอยู่กลางถนน รถพุ่งเข้าชนกระแทกจนบาดเจ็บดังกล่าว
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. รับมอบรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ. – สวทช. “i-EV” จาก สวทช.ตั้งเป้าปี 2563 สร้างพิมพ์เขียวรถไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบ พร้อมขยายผลเชิงพาณิชย์

กฟผ. รับมอบรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ. – สวทช. “i-EV” จาก สวทช. ต้นทุนดัดแปลง 2 แสนบาท  ตั้งเป้าปี 2563 สร้างพิมพ์เขียวรถไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบ พร้อมขยายผลเชิงพาณิชย์

กฟผ. รับมอบรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ. – สวทช. (i-EV) จากโครงการวิจัยรถไฟฟ้าดัดแปลง ระยะที่ 2 ร่วมกับ สวทช. ที่พัฒนาให้สามารถวิ่งได้ระยะทาง 200 กิโลเมตรต่อการชาร์ต 1 ครั้ง ใช้ต้นทุนดัดแปลง                      2 แสนบาท พร้อมตั้งเป้าปี 2563 สามารถจัดทำพิมพ์เขียวต้นแบบและขยายผลเชิงพาณิชย์

วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2561) นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีรับมอบรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ. – สวทช. (i-EV) จาก โครงการวิจัยพัฒนาชุดประกอบรถไฟฟ้าดัดแปลงและคู่มือการดัดแปลง (EV Kit & Blueprint Project) ระหว่าง กฟผ. และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. เป็นผู้ส่งมอบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ณ เวทีลานสนามหญ้า หน้าอาคารสำนักผู้ว่าการ กฟผ. สำนักงานใหญ่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. เล็งเห็นถึงความสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าที่จะ  เข้ามามีบทบาทในอนาคต อีกทั้งรถที่ผ่านการใช้งานมานานแล้วอาจจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กฟผ. จึงมุ่งมั่นผลักดันโครงการวิจัยรถไฟฟ้าดัดแปลงให้เกิดผลสำเร็จ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยสามารถพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าใช้เองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ พร้อมต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีศักยภาพของประเทศสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคในอนาคต 

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ. – สวทช. (i-EV) ที่รับมอบในวันนี้เป็นรถยนต์ยี่ห้อ Nissan Almera ซึ่งถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบคันที่ 1 ในโครงการวิจัยรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ระยะที่ 2 จากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าฯ ทั้งหมด 4 คัน หลังประสบผลสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ Honda Jazz เป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบรุ่นแรก    จากโครงการวิจัยยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 1 และสามารถนำมาใช้งานได้จริงเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งโครงการวิจัยนี้มุ่งพัฒนาดัดแปลงรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานมานานแล้วให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยใช้ชุดอุปกรณ์ดัดแปลง (EV Kit) ซึ่งถูกพัฒนาต้นแบบและกำหนดค่าอัตโนมัติต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถดัดแปลงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และมีต้นทุนดัดแปลงถูกลงไม่เกินคันละ 2 แสนบาท ไม่รวมแบตเตอรี่ ซึ่งถูกกว่ารถยนต์ไฟฟ้านำเข้าที่                  ปัจจุบันยังมีราคาสูงถึงคันละ 3 – 4 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ในปี 2563 กฟผ. ตั้งเป้าการพัฒนาให้เกิดศูนย์บริการดัดแปลงรถไฟฟ้า และถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมพิมพ์เขียวให้กับบริษัทรถยนต์และอู่ติดตั้ง เพื่อนำไปขยายผลในเชิงพาณิชย์ให้มีระดับราคาที่ประชาชนเป็นเจ้าของได้

ด้าน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า กฟผ. กับ สวทช. มีความตั้งใจร่วมกันในการส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (Modified EV) สำหรับประเทศไทย สำหรับวันนี้ สวทช. โดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ส่งมอบรถยนต์นิสสัน อัลมีร่า ขนาดเครื่องยนต์ 1200 ซีซี ที่พัฒนาและดัดแปลงให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า มีกำลังส่งออกสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 61.86 กิโลวัตต์ ซึ่งใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มประมาณ 12 – 15 ชั่วโมง ณ เครื่องอัดประจุแบบ normal charge หรือที่เราเห็นทั่วไป อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดโครงการ จะสามารถอัดประจุแบบเร็ว ด้วยไฟฟ้า 3 เฟส (fast charge) โดยใช้เวลาอัดประจุเพียง 2 – 3 ชั่วโมงเท่านั้น ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งได้ในระยะทางประมาณ 150 - 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง (ด้วยการวิ่งความเร็วเฉลี่ย 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) สวทช. มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างเข้มข้นจนสามารถนำมาใช้งานได้จริงบนท้องถนน นอกจากนี้ สวทช. ยังพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจการพัฒนารถยนต์ที่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็น “รถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง” ต่อไป เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศและลดมลภาวะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ทหารพราน 3107 ตรวจยึดยาบ้า 60,000 เม็ด กลางป่า

ทหารพราน 3107 ยึดยาบ้า 60,000  เม็ด ด้านชายแดน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
///////////////////////////////////////////////////////////
วันนี้ 28 พ.ย.61 เวลา 14.30 น. ชุดเฉพาะกิจทหารพราน 31  ร้อยทหารพราน 3107ได้จัดกำลังพล จำนวน 1 ชป. ออกลานตระเวนพิสูจน์ทราบตามจุดยุทธ์ศาสตร์ในพื้นที่ บ.สันมะเค็ด หมู่ 23 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย บริเวณตั้งแต่ ฐานฯ บ.สันมะเค็ด ไปยัง ฐานฯ บ.ห้วยกระ จนถึงบริเวณ พิกัด NC 530470  ตรวจพบกองไม้ฝ้ากเก่า และมีร่องรอยการเสพยาเสพติด จึงได้เข้าทำการตรวจบริเวณดังกล่าวอย่างละเอียด พบกระเป๋าเป้สีดำข้างในแอบซุกซ่อนยาบ้า อยู่ที่ในกองไม้  จึงได้ทำการตรวจยึดยาเสพของกลางไว้ จากการตรวจนับ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ) ห่อด้วยกระดาษไขสีเหลืองพันด้วยเทปกาวสีเหลือง จำนวน 10 ห่อใหญ่ ห่อละ 6,000  เม็ด รวมนับได้ 60,000 เม็ด  โดย 1 ห่อใหญ่ มี 3 มัด มัด ละ 2,000 เม็ด) จากการตรวจสอบพื้นที่บริเวณรอบๆ ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของยาเสพติดดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการขยายผล
ชึ่งยาเสพติดล็อตนี้มีลักษณะการห่อและเขียนประทับตราตัวอักษร Y 1 ตามที่ได้รับรานงานเป็นยาบ้าที่มีแหล่งฐานผลิต อยู่ที่ บ.ปูนาโก่ ตรงข้าม บ. ม้งเก้าหลัง และคาดว่าน่าจะเป็นขบวนการที่ทยอยขน เพื่อลำเลียงตามเส้นทางธรรมชาติ  และส่งต่อให้กลุ่มขบวนการยาเสพติด  ///////////////////////////////////
แหล่งข่าวจาก – กิจการพลเรือน  ฉก.ม.3
บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์  //////////////  รายงาน  //////////////////
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

นราธิวาสจัดกิจกรรมจิตอาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”(คลิป)

อาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ระหว่างวันที่ 27-29  พ.ย.61  คณะจิตอาสาพระราชทานจำนวนมากร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

         นายเอกรัฐ  หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเป็นประธานเปิดการรับสมัครจิตอาสาพระราชทานและการจัดกิจกรรมจิตอาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”ระหว่างวันที่ 27-29  พฤศจิกายน 2561  ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ต.กะลุวอเหนือ     อ.เมือง  จ.นราธิวาส  โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ปลัดจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนจิตอาสาร่วมในพิธีฯ

 จากนั้น พล.อ.อ. สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" (กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์) ณ บริเวณลานเฮลิคอปเตอร์พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้พร้อมใจกันใส่เสื้อโทนสีเหลือง เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

พร้อมผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้กล่าวปฏิญาณตนเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ด้วยคำว่า "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" จำนวน 3ครั้ง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทานตามพระราชดำริเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี

สำหรับบรรยากาศการลงทะเบียนการรับสมัครจิตอาสาพระราชทานและการจัดกิจกรรมจิตอาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” จังหวัดนราธิวาส กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29  พฤศจิกายน 2561  ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ต.กะลุวอเหนือ     อ.เมือง  จ.นราธิวาส

และวันนี้ถือเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัคร มีประชาชนจิตอาสาจากทั่วสารทิศ มาลงทะเบียนจิตอาสาในครั้งวันแรกกว่า10,000 คน   ซึ่งได้เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06:00 น. และคาดว่าสิ้นสุดการรับลงทะเบียนจิตอาสาในวันนี้ (27 พ.ย.61) เวลาประมาณ 23.00 น. ซึ่งได้กำหนดยอดของผู้สมัครวันละ 8,000-10,000 คน

ทั้งนี้จังหวัดนราธิวาสได้จัดรถบัสบริการรับส่งประชาชนที่บริเวณเขื่อนท่าพระยาสายและบริเวณพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์  ตั้งแต่เวลา 05.00 น.ทั้งไป-กลับ หากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถยนต์ได้บริเวณริมถนนทางเข้าพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์  พร้อมกันนี้จังหวัดได้จัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ทุกจุดเพื่อให้ประชาชนรับทราบถึงลำดับขั้นตอนของการลงเบียน และประชาสัมพันธ์ถึงกิจกรรมจิตอาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” วันนี้   (27 พ.ย.61)ณ ลานเฮลิคอปเตอร์พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์   มัสยิดบูเก็ตตันหยง (มัสยิดเขาตันหยง) และบริเวณหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนราธิวาส วันที่ 28 พ.ย.61 ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดนราธิวาส(ทางไปหาดนราทัศน์ ) ชายหาดนราทัศน์  และบริเวณด้านหน้าและด้านในโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส
และวันที่ 29 พ.ย. 61 ณ พุทธมณฑลจังหวัดนราธิวาส (พุทธอุทยานเขากง ) อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส
 โดยประชาชนที่ลงทะเบียนจิตอาสาพระราชทานเรียบร้อยแล้ว    ส่วนใหญ่ได้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา" เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ " ตามสถานที่ข้างต้น  เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมทำความดี ผ่านกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

วิจารณ์ยับ!แชร์ว่อนโซเชี่ยลฯ หนุ่มปลายพระยา จ.กระบี่ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็นพนักงานบริษัทไฟแนนซ์ บุกยึดรถกระบะกระชากลงจากรถกลางห้างดัง ก่อนมทำร้ายร่างกายต่อหน้าลูกเมีย (คลิป)

วิจารร์ยับ!แชร์ว่อนโซเชี่ยลฯ  หนุ่มปลายพระยา จ.กระบี่  ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็นพนักงานบริษัทไฟแนนซ์  บุกยึดรถกระบะกระชากลงจากรถกลางห้างดัง  ก่อนมทำร้ายร่างกายต่อหน้าลูกเมีย จนต้องเขาโรงบาล    ขณะที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วแต่ คดีไม่คืบหน้า
 เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการแชร์คลิป กันแพร่หลายในโลกโซเชี่ยลฯ   โดย ผู้ใช้ เฟซบุค ที่ชื่อว่า “Watcharin Detsri”  เป็นเหตุการณ์ ที่กลุ่มชายฉกรรจ์7-8คน อ้างว่าเป็นพนักงานจากบริษัทไฟแนนซ์ หลายคนรุมทำร้ายชายคนหนึ่ง    เพื่อที่จะยึดรถกระบะของชายที่ถูกรุมทำร้าย  ต่อหน้าภรรยา แม่ปละลูกวัย 8ขวบ  พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว  โดยเหตุการณ์ในคลิปมีการโต้เถียงกันสักพัก ก่อนที่ชายเหล่านั้นจะพากันรุมล๊อคคอ และกระชากตัวชายเจ้าของรถให้ลงจากรถ โดยภรรยาของชายเจ้าของรถบันทึกคลิปเหตุการณ์ไว้ตลอด   หลังมีการแชร์คลิปดังกล่าวออกไปปรากฎว่ามีชาวโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา  ว่าเจ้าหนี้สามารถทำกับลูกหนี้ได้ขนาดนี้เลยหรือ   บ้านป่าเมืองเถื่อนชัดๆ   สังคมสมัยนี้อยู่อยาก   เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ  ขณะที่โพสต์  ระบุว่า ได้นำคลิปวีดีโอดังกล่าว ไปแจ้งความที่สภ.เมืองกระบี่แล้ว
 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถาม นายวัชรินทร์ เดชศรี อายุ 34 ปี อาชีพทำสวนอยู่บ้านเลขที่ 276 หมู่ 4 ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ซึ่งเป็นผู้ใช้ เฟซบุค “Watcharin Detsri” ยอมรับว่า เป็นชายเจ้าของรถที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว  โดยเจ้าตัว เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ตอนเดียว สีขาว หมายเลขทะเบียน บฉ 6258 พังงา พาภรรยา ลูกชายวัยขวบเศษ และแม่ มาซื้อของที่ห้างโลตัส ในตัวเมืองกระบี่ ขณะกำลังนำรถจะเข้าจอดที่ลานจอดรถของห้าง ก็มีรถมาจอดปิดหัวปิดท้าย ล้อมรอบรถตนประมาณ 4 คัน จากนั้นมีชายฉกรรจ์ 8-10 คน ลงมาล้อมรถตนไว้ ตนไม่ทราบว่าเป็นใคร จึงเกิดการพูดจาโต้เถียงกันขึ้น ชายคนหนึ่งในกลุ่มก็บอกว่าจะมายึดรถ จากนั้นมีชายคนหนึ่ง เชื่อว่าน่าจะเป็นหัวหน้าทีม เดินเข้ามาพูดจาต่อว่าบอกว่าตนหาเรื่องลูกน้องของชายคนดังกล่าว และผลักตน ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุน มีคนเข้ามาล๊อคคอตน แล้วดึงกุญแจรถ โดยระหว่างชุลมุนตนรู้สึกว่ามีมือมาชกเข้าที่ใบหน้า 2-3 ครั้ง  จนตนได้รับบาดเจ็บ  จากนั้นชายกลุ่มดังกล่าวก็ กระจายกันออกไป โดยยึดกุญแจรถของตนไปด้วย  ท่ามกลางความตกตะลึงของ  คนในครอบครัว  จากนั้นก็ได้แจ้งญาติช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล  รักษาตัวอยู่หลายวัน เนื่องจากคอเคล็ด และช้ำตามตัว
 นายวัชรินทร์ เล่าอีกว่า  หลังออกจาก รพ.ตนจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ  ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์ จะยอมนำกุญแจมาคืนให้ แล้วบอกว่าจะไม่ยึดรถตนแล้ว  ให้เรื่องจบๆ ไปก่อน แต่ตนยอมรับพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้ จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกระบี่ แต่จนถึงบัดนี้คดีก็ยังไม่คืบหน้า เพราะก่อนนี้มีคนเป็นนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งพยายามจะติดต่อมาขอให้ตนถอนแจ้งความ ไม่เอาเรื่องกับกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว  แต่ตนมองว่าเป็นการกระทำที่รุนแรง ต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง 
nbsp;นายวัชรินทร์ เล่าให้ฟังอีกว่า ตนยอมรับว่ารถตนขาดการผ่อนชำระจริง เนื่องจากรายได้ในช่วงหลังไม่เพียงพอ จนกระทั่งบริษัทฟ้องศาล และศาลสั่งให้ตนชำระยอดเงินที่ค้างอยู่ประมาณ 5 แสนบาทเศษ หากไม่สามารถชำระได้ ก็ให้คืนรถให้ทางบริษัท หลังจากนั้นประมาณเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ตนก็พยายามเจรจาไกล่เกลี่ยกับบริษัท เนื่องจากตนจำเป็นต้องใช้รถในการทำงาน โดยรับปากว่าจะเร่งหาเงินจำนวน 5 แสนบาทเศษ มาจ่ายให้ทางบริษัทภายใน 3 เดือน ซึ่งตอนนี้ตนใกล้จะได้เงินครบแล้ว ซึ่งหากทางบริษัทแจ้งให้ทราบว่าจะต้องยึดรถ แล้วพนักงานมาแสดงตัวให้ชัดเจน พูดจากันดีๆ ตนเองก็ยอมรับ แต่กลับแสดงพฤติกรรมที่ป่าเถื่อนรุนแรง จึงเห็นว่าไม่เหมาะสม   อยากให้ตำรวจเร่งทำคดีนี้ให้ด้วยแต่หลังแจ้งความคดีไม่คืบหน้า   
 ด้านนางสุภาพรรณ สุหญ่า อายุ 27 ปี ภรรยาของนายวัชรินทร์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ และเป็นผู้บันทึกคลิป เล่าให้ฟังด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนและลูกตกใจมาก เพราะกลุ่มชายดังกล่าวมาแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วมาโต้เถียงกันอยู่สักพัก จากนั้นตนจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกเหตุการณ์ไว้ พอคุยกันไม่ลงตัว ชายคนที่น่าจะเป็นหัวหน้าทีม เดินเข้ามา ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุน กลุ่มชายดังกล่าวเข้ามาล๊อคคอสามี ซึ่งเหตุการณ์ตอนนั้นตนตกใจมาก กล้องมือถือหล่นจึงก้มลงเก็บ และพยายามตั้งสติถ่ายบันทึกเหตุการณ์เอาไว้เป็นหลักฐาน...
กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

หนุ่มรับจ้างทำหมูเมาหนักข้ามวันช็อคตายคาขนำ(คลิป)

หนุ่มรับจ้างทำหมูเมาหนักข้ามวันช็อคตายคาขนำ
ช่วงบ่ายวันที่ 27 พย.61 ร.ต.อ.สมชาย หนูบุญ รอง สว.สอบสวน สภ.คลองท่อม จ.กระบี่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตร.คลองท่อม เจ้าหน้าที่กู้ชีพเพหลา กู้ชีพปกาสัย อปพร. เพหลา เข้าตรวจสอบเหตุ มีผู้เสียชีวิต หลังสถานีอนามัยบ้านพรุเตย 500เมตร หมู่ที่ 4 ต.เพหลา ถึงที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต ภายในขนำ ทราบชื่อต่อมาคือ นายอ๋อม ภูศิริ อายุ 54 ปี เป็น ชาว จ.หนองคาย สภาพศพ นอนหงาย สวมเสื้อแขนสั้นสีเหลือง สวมกางเกงขาสั้น ไม่พบบาดแผลร่องรอยการต่อสู้ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ชม.

สอบถาม นายสมศักดิ์ ทิพย์สาร อายุ 60 ปี เพื่อนสนิท ของผู้ตาย บอกว่า ผู้ตายเดิมเป็นคนงานก่อสร้าง มาระยะหลังได้รับจ้างชำแหละสุกรให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อยู่อาศัยมานานกว่า 20 ปี เป็นคนชอบดื่มเหล้าทุกวัน ซึ่งเมื่อคืนก็ได้นั่งดื่มกับตนจนมีอาการเมาแล้วก็กลับมานอนที่ขนำดังกล่าว จนกระทั่งรุ่งเช้านายจ้างได้มาตามให้ไปชำแหละหมู พบว่านอนอยู่ที่พื้นดินด้านล่าง ตนและเพื่อนอีกคนได้ช่วยกันประคองขึ้นไปนอนบนขนำ ต่อมาช่วงบ่ายได้กลับมาดูเห็นผิดปกติไม่ตื่นเข้าไปจับตามตัวดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว
ส่วนสาเหตุ คาดว่าเกิดจากการดื่มเหล้าอย่างหนักของผู้ตายและไม่ได้ทานข้าว ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย จนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนศพ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้นำไปยัง รพ.คลองท่อม และ จะได้ ตามหาญาติ เพื่อจะได้นำไปทำประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ผู้ว่าฯนราธิวาสชื่นชมนายอรีฟ อีลา นักกีฬายิงปืนทีมชาติ ที่ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันยิงปืนรณยุท กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 46

ผู้ว่าฯนราธิวาสชื่นชมนายอรีฟ อีลา นักกีฬายิงปืนทีมชาติ ที่ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันยิงปืนรณยุท กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 46  เป็นตัวแทนเยาวชนจังหวัดนราธิวาสที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่จังหวัด
                                         
     นายอรีฟักกีฬายิงปืนทีมชาติเดินทางเข้าพบ       นายเอกรัฐ  หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบช่อดอกไม้ให้กับ นายอรีฟ อีลา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในโอกาสที่ได้รับเหรียญทองกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 46 ในการแข่งขันยิงปืนรณยุท ปี 2561  ซึ่งนับว่าได้เป็นตัวแทนของเยาวชนจังหวัดนราธิวาสที่สร้างความภาคภูมิใจและสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดนราธิวาสด้วย
 สำหรับนายอรีฟ อีลา เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2541 ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3  เป็นบุตรของ นายสุรินทร์ อีลา และนางอะอิฉ๊ะ อีลา
 ประวัติการแข่งขันยิงปืน เริ่มตั้งแต่  ปี พ.ศ.2555  ได้ไปแข่งขันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับอันดับที่ 10 รุ่นจูเนียร์โลกพ.ศ.2557  และเป็นตัวแทนทีมชาติไปแข่งขันประเทศรัสเซีย ได้รับอันดับ 1 รุ่นจูเนียร์  ปี พ.ศ.2559 เป็นตัวแทนทีมชาติไปแข่งขันที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้รับอันดับที่ 1 รุ่นจูเนียร์ และอันดับที่ 2 รุ่นผู้ใหญ่พ.ศ.2560  ทั้งนี้ได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ประเทศฝรั่งเศสได้รับอันดับที่ 47 ของโลก  และในปีนี้ ได้รับเหรียญทองกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 46 ในการแข่งขันยิงปืนรณยุท
                                                             
ภาพ/ข่าว  ซาการียา  ดอเลาะ  จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 พร้อมรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ กลางเดือน ธ.ค.นี้

กฟผ. ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 พร้อมรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ กลางเดือน ธ.ค.นี้

กฟผ. ขานรับนโยบายรัฐบาล ช่วยเหลือเกษตรกรแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ เร่งปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ให้พร้อมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันปาล์มดิบ โดย กฟผ. พร้อมจะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 1.6 แสนตัน ได้ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมนี้ 

นายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา เรื่อง มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ โดยให้ กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากแหล่งพื้นที่ผลิตที่สำคัญ ได้แก่ จ.กระบี่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.ชุมพร เป็นต้น ในปริมาณ 160,000 ตัน เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และให้ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดหาจากเกษตรกรผู้ผลิตที่ ลานเทและโรงงานสกัดที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 18 บาท กฟผ. ขานรับนโยบายดังกล่าว โดยพร้อมรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากกระทรวงพาณิชย์ ณ ท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าบางปะกง                         จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป และจะทยอยรับซื้อให้ครบปริมาณ 160,000 ตัน ภายใน 6 เดือน

พร้อมกันนี้ กฟผ. จะเร่งปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 ให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าโดยใช้น้ำมันปาล์มดิบร่วมกับก๊าซธรรมชาติในอัตราส่วน 50 : 50 มีปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเดือนละ 30,000 ตัน คาดจะเริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันปาล์มดิบอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 15 มกราคม 2562
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ใต้ระอุ!! ยะลา จนท.เข้าตรวจสอบ เหตุระเบิด จนท.ทหารพราน ที่ อ.ยะหา

ยะลา   กำลัง จนท.เข้าตรวจสอบ เหตุระเบิด จนท.ทหารพราน ที่ อ.ยะหา 



        วันนี้ 26 พ.ย.61 เวลา 08.00 น. พล.ต.ต.กฤษฏา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.ยะลา พร้อม พ.อ.อภิชัย  เรืองฤทธิ์ ผบ.ฉก.ทพ.ที่ 47 นายสาโรช กาญจนพงศ์ ปลัดจังหวัดยะลา พ.ต.อ.ธวัธ  สุนทรพจน์ ผกก.สภ.ยะหา นายมนูญ พรหมน้อย นายอำเภอยะหา  ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดทหาร อโณทัย ตร.กองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา กำลัง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

       ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณสามแยกอาเส็น หน้าร้านขายของชำ ถนนสายยะหา – กาบัง และยะหา – ตาชี  หมู่ที่ 6 ต.ยะหา พบที่วางกรวยยางของตำรวจถูกแรงระเบิด มีเศษขยะ และ ชิ้นส่วนของระเบิด กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่วนร้านขายของชำ ไม่ถูกสะเก็ดระเบิดแต่อย่างใด ห่างกันเล็กน้อยพบรอยเลือดกองใหญ่บนผิวถนน 1จุด จนท.ได้กันพื้นที่ โดยไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องและนักข่าว เข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุอย่างเด็ดขาดโดยอ้างความปลอดภัยและให้ จนท.เข้าตรวจสอบได้อย่างสะดวก

   จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อเวลา 07.30 น. คนร้ายได้ลอบวางระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่น้อยกว่า 10 กก.จุดชนวนด้วยสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แบบเร่งด่วน ซุกซ่อนไว้ในถังขยะ หน้าร้าน

   เมื่อ  จนท.ทหารพราน ร้อย ร.ทพ.4707 ฉก.ทพ.47 จัดชุดเดินลาดตระเวนเส้นทางดูแลความปลอดภัยประชาชนผู้ใช้เส้นทาง จำนวน 1 หมู่ปฏิบัติการ และมี จนท.ทหารรายหนึ่งได้แวะเข้าไปซื้อบุหรี่ ระหว่างเดินออกจากร้าน ได้เกิดระเบิดขึ้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนเป็นเหตุให้ อส.ทพ.อารง  มะแอ สังกัด ร้อย ทพ.4707 ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

   เบื้องต้น จนท.สันนิษฐานว่า เป็นการก่อเหตุ เพื่อมุ่งร้ายต่อชีวิต จนท.ทหารพราน เนื่องจากจะมีการลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน

ขอบคุณ ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ.ยะลา
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

อำเภอบาเจาะเปิดตัวตลาดนัดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้ชื่อตลาดนัดชุมชนใบไม้สีทอง(คลิป)

อำเภอบาเจาะเปิดตัวตลาดนัดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้ชื่อตลาดนัดชุมชนใบไม้สีทอง

ที่ บริเวณหน้ามัสยิดนูรุลฮูดา ม.4 บ้านสะแต ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ว่าที่ ร.ต.จิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอบาเจาะเป็นประธานเปิดโครงการเปิดตัวตลาดนัดชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้ชื่อตลาดนัดชุมชนใบไม้สีทอง โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการกว่า 500 คน
สำหรับโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี มีเป้าหมายในการพัฒนาสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชน ที่ใช้ทุนชุมชนที่เป็นอัตลักษณ์ เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ มาดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือนเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนไปจำหน่ายนอกชุมชนและทำให้เกิดรายได้เฉพาะราย เฉพาะกลุ่มเท่านั้น
 โดยอำเภอได้พิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านสะแต ม.4 ต.บาเจาะ บ้านเชิงเขา ม.4 ต.ปะลุกาสาเมาะ บ้านปะลุกา ม.5 ต.กาเยาะมาตี และ บ้านตะโละมาเนาะ ม.1 ต.ลุโบะสาวอ 
เพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยได้มุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อพัฒนาอาชีพในชุมชน และการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนโดยการใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาและต่อยอดยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเปลี่ยนเป็นรายได้ จึงกำหนดโครงการเปิดตัวตลาดชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นิวัตวิถี ภายใต้ชื่อ”ตลาดนัดชุมชนใบไม้สีทอง”ขึ้น ซึ่งในวันนี้ได้จัดให้มีกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าพื้นถิ่น สินค้า OTOP และชมศิลปะการแสดงในท้องถิ่นอีกด้วย

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ไฟไหม้กุฎิวัดเก่าแก่กว่า 100 ปีวอดทั้งหลัง มูลค่าความเสียหลายกว่าหลักสิบล้านบาท (คลิป)


ไฟไหม้กุฎิวัดเก่าแก่กว่า 100 ปีวอดทั้งหลัง

เกิดเหตุไฟไหม้กุฎิวัดเก่าแก่อำเภอนางรอง วอดทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คันเข้าระงับเหตุ เบื้องต้นคาดมูลค่าความเสียหลายกว่าหลักสิบล้านบาท เนื่องจากภายในกุฏิมีพระพุทธรูป และวัตถุโบราณของเก่าจำนวนมาก คนอยู่ในเหตุการณ์เผยได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงระเบิดก่อนเกิดไฟไหม้ ตำรวจเร่งหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 เวลา.09.00 พ.ต.ท สิทธิ์ หวังสุขกลาง สารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้กุฏิวัดโพธาราม บ้านผักหวาน ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ไปที่เกิดเหตุพร้อมรถดับเพลิง กว่า 20 คัน จาก อบต.ทั้งหมดของ อ.นางรอง และ เทศบาลหนองกี่ จ.บุรีรัมย์
ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิพระขนาดใหญ่ เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว มีควันดำพุ่งสูง เนื่องจากกุฏิตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ประกอบกับมีลมหนาวกรรโชกทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ลักษณะกุฏิชั้นบนเป็นไม้ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนแบ่งเป็น 13 ห้องสำหรับกุฏิพระจำวัด ชั้นล่างแบ่งพื้นที่เป็นห้องเก็บของ มีพื้นที่โล่งบางส่วน ขณะเกิดเหตุมีนักเรียนระดับชัน ป4 - 6 จาก 3โรงเรียน ในตำบลนางรอง มาเรียนธรรมะ สอบกระทู้ธรรมกว่า 100 คน ส่วนพระที่จำวัดอยู่บนกุฏิมี 2รูป ชื่อ พระสุธิจาโค กำลังอาบน้ำเตรียมตัวไปสอบบาลี พระสุเมโธ กำลังแต่งตัว ทั้งคู่ให้การว่า ได้กลิ่นเหม็นไหม้เหมือนยาวไหม้ เริ่มหายใจไม่ออก เห็นควันออกมาจากห้องหลวงพี่ดอน ลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงรีบวิ่งหนีลงมา ไม่สมารถหยิบอะไรออกมาได้ พร้อมเผยเพิ่มเติมกับ จนท.ตำรวจว่า ภายในกุฏิมีพระพุทธรูป และวัตถุโบราณของเก่าจำนวนมาก ขณะนี้เจ้าอาวาสไม่อยู่ไปสอบอุปัชฌาย์
ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ นายทับ บุญประสาท อายุ 65 บ้านเลขที่ 54 หมู่ 5 บ้านผักหวาน ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เผย ตนและครอบครัวมาทำบุญที่วัด เพื่อฉลองกระดูกญาติผู้ใหญ่ ที่ศาลาวัด ตั้งอยู่ตรงเยื้องกุฏิวัด ได้ยินเสียงดังเหมือนระเบิด จึงออกมาดูเห็นไฟลุกไหม้ด้านบนกุฏิ จึงรีบวิ่งบอกให้นักเรียนและพระที่อยู่ใต้กุฏิออกมาด้านนอกโดยเร็ว. พร้อมนั้นตนวิ่งขึ้นไปบนกุฏิตะโกนเรียกพระที่จำวัดข้างบนให้รีบลงมา
ดญ ลลิตา มุ่งดี อายุ 11 ชั้น ป 5 รร อนุบาลนางรองสังขกฤษณ์อนุสรณ์ เป็นหนึ่งในนักเรียนที่มาเรียนธรรมะขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ เผยขณะสอบกระทู้ธรรม ได้กลิ่นไหม้ ว่าจะยกมือถามพระอาจารย์ แต่ไม่ได้ถามก็มีผู้ใหญ่วิ่งมาชี้ด้านบน และบอกว่าไฟไหม้ ให้ นักเรียนรีบออกมา พอพวกตนออกมาและมองไปทางกุฏิ เห็นไฟลุกสูงขึ้นฟ้า พระบนกุฎิ รีบวิ่งลงมา
สำหรับกุฏิพระหลังนี้ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ 2544 จากการร่วมมือของชาวบ้านมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท ตั้งอยู่ในวัดโพธาราม บ้านผักหวาน ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เป็นวัดเก่าแก่กว่า 100 ปี ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน มีบ้านชาวบ้านล้อมรอบวัดทั้งสี่ด้าน ใช้สำหรับพระจำวัด มีพระจำวัดทั้งหมด 17 รูป พระครูโพธิธรรมรังสี (อาจารย์จอย )เจ้าคณะตำบลถนนหัก เป็นเจ้าอาวาส บนกุฏิแบ่งเป็น 13 ห้อง สำหรับห้องนอนพระ และเก็บของจำพวกถ้วย ชาม ถังสังขทานพลาสติก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงง่ายต่อการติดไฟ
จากเหตุการณ์นี้ คนเฒ่าคนแก่ต่างร้องไห้ แสดงความเสียใจ เพราะร่วมสร้างบูรณะวัดที่เป็นวัดเก่าแก่กันมาแต่ทุกคนก็พร้อมใจกันจะบูรณะขึ้นมาใหม่ ส่วนมูลค่าความเสียหายต้องรอสอบถามจากเจ้าอาวาสอีกครั้ง **เลขบัญชี 20256148600 ชื่อบัญชี เงินช่วยเหลือวัดประสบอัคคีภัย วัดโพธาราม ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ( ธนาคารออมสิน สาขานางรอง)**

ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง /วาทิตย์ แสนธุปี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.บุรีรัมย์

----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ทหาร ฉก.ม.2 ปะทะเดือดขบวนการยานรก วิสามัญ 5 ศพ ยาบ้า ล้านเม็ด

ทหาร ฉก.ม.2 ปะทะเดือดขบวนการยานรก วิสามัญ 5 ศพ ยาบ้า ล้านเม็ด
//////////////////////////////////////////

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.61 เวลา 18.50 น.ทหารชุด ร้อย.ม.2ฉก.ม.2 จัดชุดกำลังพล ทำการซุ่มโจมตี บริเวณ บ.ผาหมี (NC 892571) ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ห่างจากแนวชายแดนไทย – เมียนมา ประมาณ เมตร 700 เมตร ได้ตรวจพบกลุ่มขบวนการยาเสพติด ประมาณ 7 คน แบกเป้สะพายหลัง พร้อมอาวุธประจำกาย เดินทางเท้ามาตามเส้นทางในภูมิประเทศ จึงได้ส่งสัญญาณเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิด เปิดฉากยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ก่อน จึงเกิดเหตุการยิงปะทะดังลั่นสนั่นป่ากัน นานประมาณ 15 นาที ผลการปะทะฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกนาย และไม่ทราบผลของกลุ่มขบวนยาเสพ ติดในการปะทะ เนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขาทึบและมืดสนิท จึงไม่สามารตรวจการณ์ได้ในขณะนั้นเพื่อเลี่ยงต่อการสูญเสียของกำลังพล ชุดปฏิบัติการจึงได้ควบคุมพื้นเกิดเหตุปะทะไว้ก่อนพร้อมขอกำลังเสริม 30 นาย
รุ่งเช้าของวันที่ 25 พ.ย. 61 เวลา 06.00 น.เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ม.2 เข้าเคลียพื้นที่ ตรวจพบ ของกลางเป้กระสอบฟางสีเทาขาว จำนวน 3 กระสอบ และเป้กระสอบฟางสีดำจำนวน 2 กระสอบ รวมจำนวน 5 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า เป้ละประมาณ 200,000 เม็ด นับรวมยาบ้าได้ 1,000,000 เม็ด กลุ่มขบวนการเป็นชายเสียชีวิต 5 ศพ บริเวณที่เกิดเหตุ ไม่ทราบชื่อและสัญชาติขบวนการที่ถูกวิสามัญในเบื้อต้นทางทีมข่าวจะได้เกาะสถาณการณ์รายงานกันต่อไป ///////////////////////////////////// แหล่งข่าวจาก กิจการพลเรือน ฉก.ม.3
ณฐพัชร์ อภิโชคกุล หัวหน้าสำนักข่าวเบาะแสภาคเหนือ บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์ /////// รายงาน /////////////



-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ตชด.กระบี่ วิสามัญนักค้ายารายใหญ่ “ชาย โคกหาร”(คลิป)


ตชด.กระบี่ วิสามัญนักค้ายารายใหญ่ “ชาย โคกหาร”
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ร.ต.อ.ธีระพงษ์ คงเขียว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เขาพนม จ.กระบี่ รับแจ้งมีเหตุตำรวจวิสามัญฆาตกรรมนักค้ายาเสพติด ภายในสวนยางพารา หมู่ 5 ต.โคกหาร หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิคม พลประสิทธิ์ รอง ผบก.ตชด.ภาค 4 พ.อ.ฐากูร ยุทธภูมิภูวดล รอง ผอ.กอ.รมน.จ.กระบี่ นายนิรันดร์ ปราบอักษร นอภ.เขาพนม พ.ต.ท.วีระศักดิ์ คงเพชร ผบ.ร้อย ตชด.426 กระบี่ พ.ต.ท.เกรียงไกร โพธ์ประสิทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.เขาพนม ร.ต.อ.ชาญวิทย์ ศรีสงค์ สว.สส. พนักงานอัยการ จ.กระบี่ จนท.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.กระบี่
ภายในสวนยางพาราที่เกิดเหตุ พบศพนายเอกลักษณ์ หรือสมชาย ไหมทอง อายุ 33 ปี หรือ “ชาย โคกหาร” อยู่บ้านเลขที่ 205 หมู่ 5 ต.โคกหาร นอนเสียชีวิตในสภาพสวมเสื้อยืดคอกลมสีแดง สวมกางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบ สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าบริเวณกลางหน้าอก 3 นัด ทะลุหลัง 2 นัด แขนขวา 1 นัด ที่คอผู้ตายพบสร้อยทอง 1 เส้น พร้อมพระเลี่ยมทอง ข้างศพผู้ตายพบอาวุธปืนขนาด .357 ตกอยู่ 1 กระบอก ภายในรังเพลิงพบกระสุนปืน 5 นัด ปลอกกระสุนเปล่า 1 ปลอก นอกจากนี้ยังพบกระเป๋าสะพายสีเขียวของผู้ตายตกอยู่ใกล้กัน ภายในพบยาบ้า 4,000 เม็ด ยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง ห่างศพผู้ตายประมาณ 5 เมตร พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้นสอบสวน พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ตชด.426 สืบทราบจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดกันที่บ้านเลขที่ 205 ซึ่งเป็นบ้านผู้ตาย จึงนำกำลังมาซุ่มรอจับกุม กระทั่งพบเห็นคนตาย กำลังนำของออกมาส่งให้กับสาย จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่คนร้ายวิ่งหลบหนีไปทางสวนยาง ห่างจากบ้านประมาณ 150 เมตร ก่อนชักอาวุธปืนออกมายิงใส่เจ้าหน้าที่ 1 นัด จนท.จึงต้องยิงสวนไปจนคนร้ายล้มลง เสียชีวิตดังกล่าว
ต่อมาตำรวจเข้าตรวจสอบภายในขนำ ใกล้บ้านผู้ตาย ห่างจากจุดพบศพประมาณ 150 เมตร ซึ่งทราบว่าเป็นขนำของผู้ตาย พบยาบ้าอีก 10,000 เม็ด ยาไอซ์อีก 1 กก. อาวุธปืนคาร์บิน 1 กระบอก กะสุนปืนไม่ทราบขนาด จำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้ พร้อมทรัพย์สินอีกบางส่วน ประกอบด้วยรถ จยย.บิ๊กไบค์ยี่ห้อฮอนด้า CB 1000 จำนวน 1 คัน รถกระบะมิตซูบิชิ สตราด้า สีน้ำเงิน-เทา ทะเบียน ณล 2645 กทม. 1 คัน รถเก๋งมิตซูบิชิสีขาว ทะเบียน กว 7020 สุราษฎร์ธานี 1 คัน รถเก๋งฟอร์ด สีเทา ทะเบียน กษ 7959 สุราษฎร์ธานี 1 คัน โทรศัพท์มือถือ พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร ของพี่สาวผู้ตาย ซึ่งคาดว่าผู้ตายใช้เป็นบัญชีสำหรับโอนเงิน รวมทั้งเชิญตัวพี่สาวผู้ตายไปสอบสวนเพิ่มเติม ว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ โดยตำรวจทราบว่าผู้ตายมีพฤติกรรม ลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่มานานหลายปี เป็นนักค้ารายใหญ่ในพื้นที่ ก่อนนี้เคยมีประวัติถูกจับกุมและรับโทษจำคุกมาก่อน กระทั่งปีเศษที่ผ่านมาพ้นโทษออกมา ก็พบว่ายังมีพฤติกรรมเดิม จึงวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว....
กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
.
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

สภ.ทรายขาวเปิดเวทีชาวบ้าน "โครงการประชาคมชุมชนหมู่บ้านต่อต้านยาเสพติด"

 สภ.ทรายขาวเปิดเวทีชาวบ้าน "โครงการประชาคมชุมชนหมู่บ้านต่อต้านยาเสพติด"
   
วันที่ 23 พ.ย.61 เวลา 14.00 น. นำโดย พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ พร้อมด้วย ร.ต.อ.นันทกร มัธยันต์ รอง สวป.ฯ ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์, สายตรวจ ต.คลองพน ร่วมกับเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง นายอุดม ลูกเมือง สท.ตำบลคลองพน ผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่, คณะครู - อาจารย์ สถานศึกษา รร.บ้านหินเพิง นายสมศักดิ์ ปูเงิน ผอ.รร.บ้านหินเพิง
     ร่วมกันเปิดเวทีชาวบ้าน "โครงการประชาคมชุมชนหมู่บ้านต่อต้านยาเสพติด" ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านหินเพิง ม.8 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ผกก.สภ.ทรายขาว ได้ให้องค์ความรู้ สร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้านบ้านหินเพิง ดังนี้...
     1. สถานการณ์เรื่องยาเสพติดจากอดีต-ปัจจุบัน ซึ่งเป็นภัยต่อชีวิต เป็นพิษต่อสังคม บ่อนทำลายประเทศชาติ สภ.ทรายขาว มุ่งเน้นดำเนินการกับปัญหายาเสพติดอย่างเข้มข้น ให้เห็นผลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ตามนโยบายของรัฐบาล(พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ/รมต.กลาโหม), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจภูธรภาค 8, ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ และ สภ.ทรายขาว โดยให้ชุมชน/หมู่บ้าน เข้ามามีส่วนร่วมด้วยช่วยกันทุกๆคน และทุกๆภาคส่วน
     2. แจ้งเตือนชาวบ้านให้รู้จักการป้องกันตนเองจากเหตุลักทรัพย์ โดยเฉพาะเรื่องการระมัดระวังและถอดกุญแจรถทุกครั้งเมื่อจอดรถจักรยานยนต์ ให้ติดเป็นนิสัย เพื่อเป็นการป้องกันตนเองเบื้องต้นอีกวิธีหนึ่ง
     โดยชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุมแสดงเจตนาและฉันทามติในการต่อต้าน ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้านตนเองตามแนวทาง "โครงการประชาคมชุมชนหมู่บ้าน ต่อต้านยาเสพติด" ด้วยการยกมือสนับสนุนและจะร่วมด้วยช่วยกันในการดำเนินโครงการฯทุกๆคน (100 %)

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

อบต.ไสไทย จัดการประชุมการเตรียมความพร้อมการจัดโครงการจัดงานประเพณีเมาว์ลิดกลางและแข่งขันทักษะวิชาการ


องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย จัดการประชุมการเตรียมความพร้อมการจัดโครงการจัดงานประเพณีเมาว์ลิดกลางและแข่งขันทักษะวิชาการเด็กและเยาวชนในเขตตำบลไสไทย ประจำปี 2562

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย นายหราบ หง้าฝา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย เป็นประธาน การประชุมการเตรียมความพร้อมการจัดโครงการจัดงานประเพณีเมาว์ลิดกลางและแข่งขันทักษะทางวิชาการเด็กและเยาวชนในเขตตำบลไสไทย ประจำปี 2562 โดยมีนายสุนทร ศรีหมุ่น รองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามจังหวัดกระบี่ นายวิรัตน์ และเล็ม เลขานุการคณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาฯ ปลัด รองปลัด หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย . กรรมการประจำมัสยิดกลางจังหวัดกระบีและ อิหม่ามประจำมัสยิด ในเขตตำบลไสไทย. เข้าร่วม

นายหราบ หง้าฝา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย กล่าวว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดโครงการการจัดงานประเพณีเมาว์ลิดกลางและแข่งขันทักษะทางวิชาการเด็กและเยาวชนในเขตตำบลไสไทย ประจำปี 2562 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2561 ณ บริเวณสามแยกวงเวียนบ้านอ่าวน้ำเมา หมู่ที่ 5 บ้านอ่าวน้ำเมา ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ พร้อมทั้งปรึกษาหารือ รับฟังปัญหาอุปสรรคต่างๆ จากการจัดงานในครั้งที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับใช้ให้การจัดงานในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมบูรณ์ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดกระบี่และใกล้เคียง ร่วมงานประเพณีเมาว์ลิดกลางและแข่งขันทักษะทางวิชาการเด็กและเยาวชนในเขตตำบลไสไทย ประจำปี 2562 ในวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2561 ณ บริเวณสามแยกวงเวียนบ้านอ่าวน้ำเมา หมู่ที่ 5 บ้านอ่าวน้ำเมา ตำบล ไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

คืนคุณให้แผ่นดิน ททบ.5 การจรรโลงพระพุทธศาสนา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ภาคใต้ปี 2561(คลิป)

การจรรโลงพระพุทธศาสนา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ภาคใต้ปี 2561 ของ กอ.รมน.ภาค๔ (ส่วนหน้า )โดยศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อสนองงานงานตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙

ในการดูแลวัด สำนักสงฆ์และพระสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

๒ พิธีกรดำเนินรายการคืนคุณให้แผ่นดิน
คุณสุรีย์พร ดวงทอง
คุณภูวฤทธิ์ พุ่มพวง
มาร่วมงานและบันทึกเทปรายการการทอดพระกฐินพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ในรัชกาลที่๙
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐิน จำนวน ๔ ไตร
เพื่ออัญเชิญมาทอดถวาย ณ วัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน ๔ แห่ง เพื่อเป็นสิริมงคลสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นการแสดงความจงรักภักดี

วันเสาร์ที่ ๓พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ณ วัดรัตนานุภาพ จังหวัดนราธิวาส

วันเสาร์ที่ ๑๐พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ณ วัดสุนทรประชาราม จังหวัดยะลา

วันเสาร์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ จำนวน ๒ แห่ง
ได้แก่ วัดโมลีนิมิตร จังหวัดปัตตานี
และวัดสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

รายนามประธานและคณะในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน
ณ วัดโมลีนิมิต ตำบลมะกรูด อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี
วันเสาร์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา

พลโท พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์   แม่ทัพภาคที่ ๔
ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔

พลตรี สมดุลย์ เอี่ยมเอก   ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นายสมนึก พรหมเขียว  รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

พันเอก สุรเทพ  หนูแก้ว   รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พันเอก ไพโรจน์  โตงามวงศ์ 
รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี

พันเอก อนุชา  โนนคู่เขตโขง 
หัวหน้าคณะทำงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ คณะที่ ๒

    นายเศวต เพชรนุ้ย    นายอำเภอโคกโพธิ์
จังหวัดปัตตานี

พันเอก จักรกฤษณ์ รัตนะ 
เสนาธิการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พันตำรวจโท ศิริวัฒน์ ปัญญาชนวัฒน์   
รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

พันโท ภาคภูมิ
จันทรักษ์ 
ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๑กรมทหารราบที่ ๑๕๓

พันโท ณัฏฐ์พัชร์ 
สทิสินทร์   
ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๕๓

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าไตร พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ ๔
ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔
ณ วัดโมลีนิมิตรหรือ(วัดหรั่ง )
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ที่ผ่านมา

 ชมภาพบรรยากาศพร้อมกับบทสัมภาษณ์
พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์
แม่ทัพภาคที่๔
ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค๔

 “ ยาเสพติด
เป็นทุกข์ของชาวบ้าน
เราถือเป็นภารกิจสำคัญ”

ในรายการคืนคุณให้แผ่นดิน ททบ.5
ครั้งแรกในรายการคืนคุณให้แผ่นดิน

อย่าพลาดชมรายการคืนคุณให้แผ่นดิน
ออกอากาศ วันศุกร์ที่๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๘.๐๐ น.(หลังเคารพธงชาติ )
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

Cr..ศิริพร จงศิริ
ผู้อำนวยการใหญ่ผลิตรายการคืนคุณให้แผ่นดิน ททบ.5
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส-ลอยกระทง ที่วัดพิกุลทอง คึกคัก ส่วนใหญ่ใช้กระทงที่ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ สืบสานประเพณี(คลิป)

บรรยากาศงานประเพณีลอยกระทง ที่วัดพิกุลทอง หมูที่ 6 ตำบลกะลุวอเหนือ คึกคัก โดยส่วนใหญ่ใช้กระทงที่ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ สืบสานประเพณี

วันที่ 22 พ.ย.61 ณ บริเวณวัดพิกุลทอง หมูที่ 6 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายประภัสสร ตุนาคุน เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2561 หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ตำบลกะลุวอเหนือเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์สืบทอดประเพณีลอยกระทง ทั้งยังเสริมสัมพันธภาพระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนในตำบลกะลุวอเหนือ รวมทั้งยังเป็นการแสดงความสำนึกบุญคุณของน้ำที่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งขอขมาต่อพระแม่คงคา ที่ทำให้แหล่งน้ำไม่สะอาด นอกจากนั้น ยังเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนใช้วัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ ตามกิจกรรมรณรงค์คืนความสะอาด ความสมบูรณ์ให้แก่แม่น้ำลำคลอง และแหล่งน้ำต่างๆ

นายประภัสสร ตุนาคุน เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ กล่าวว่า การสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทย ต้องทำควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันแหล่งน้ำตามธรรมชาติเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตมวลมนุษย์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยกันดูแลรักษา เพื่อให้แม่น้ำลำคลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติคงอยู่ตลอดไป

ภายในงานมีกิจกรรม ประกอบด้วย ขบวนกระทงใหญ่ 14 กระทงเล็ก, การประกวดกระทงใหญ่ ประเภทสวยงาม กระทงเล็กประเภทสวยงาม, และความคิดสร้างสรรค์, การประกวดกระทงประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ, การประกวดธิดานพมาศ,ธิดานพมาศ รุ่นอายุ 3-5 ปี และ รุ่นอายุ 6-10 ปี การแสดงดนตรี, และ เทศบาลตำบลกะลุวอเหนือยังได้จัดกิจกรรม แข่งจับปลาไหล กันอย่างสนุกสนาน แม้อากาศจะร้อนขนาดไหนก็ไม่หวั่น  ส่วนกองเชียร์ ที่อยู่ริมสระ ก็ส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสุดมัน  บางคนก็จับได้ บางคนก็คว้ามือเปล่า ล้มลุกคลุกคลาน สร้างเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี  เด็กแต่ละคนนำถุงติดตัวไว้ แล้วโชว์การจับปลาไหลท่ามกลางเสียงกองเชียร์ กรรมการกำหนดเวลาเพียงแค่ 15 นาที ใครจับได้มากที่สุดเป็นผู้ชนะ ส่วนของรางวัล เป็นเงินสด และได้ผ้าขนหนูเป็นรางวัลปลอบใจทุกคน  สร้างรอยยิ้มและความสนุกสนาน สอดแทรกความสามัคคีของคนในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี  

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

จ.กระบี่ เตือนทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น

จ.กระบี่ เตือนทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น แม้ว่าขณะนี้ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ เก็บกักน้ำไว้ 80% ของความจุ
           
 พ.ต.ท. ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้ นายสมโภช. โชติชูช่วง. รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่. ได้สั่งการและประสานการปฏิบัติในการรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ตามข้อสั่ง กระทรวงมหาดไทย ในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพป้องกันไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งได้อย่างทันท่วงที โดย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ให้เตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาภัยแล้งโดยบูรณาการดำเนินงานร่วมกับโครงการชลประทานกระบี่ในการบริหารจัดการและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกระบี่ บูรณาการการปฏิบัติงานกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โครงการชลประทานกระบี่และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ในการนำเสนอข้อมูลสถานการณ์น้ำต่อที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดหรือตามความเหมาะสมของสถานการณ์แต่ละช่วงสำหรับใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว. โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางต่ำกว่าร้อยละ 50 และอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยด้านการเกษตรให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที. สำนักงานแรงงานจังหวัดกระบี่ ให้พิจารณาจ้างแรงงานในพื้นที่ตามมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทดแทนการปลูกพืช. 
       ในส่วนของอำเภอ ให้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่บริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำสาธารณะให้เหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์ของแหล่งน้ำและเกิดประโยชน์สูงสุดสามารถใช้เป็นแก้มลิงเก็บกักน้ำสำหรับการบริหารจัดการน้ำอุปโภคและบริโภคทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรมรวมทั้งการคงสภาพเพื่อรักษาระบบนิเวศตามธรรมชาติ รวมทั้งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐให้กับเกษตรกรและประชาชนผ่านกลไกต่างๆได้แก่กำนันผู้ใหญ่บ้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ด้วย. อย่างไรก็ตาม สำ นักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่รายงานว่า ในขณะนี้จังหวัดกระบี่มีฝนตกลงมาเป็นระยะ ๆ อ่างเก็บน้ำได้กักเก็บน้ำไว้ประมาณ 80 % ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม 
รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของประชาชน ให้เตรียมความพร้อม รับมือสถานการณ์ภัยแล้งไว้ด้วย โดยให้สำรวจแหล่งน้ำ ภาชนะเก็บกักน้ำ และเก็บกักน้ำสำรองไว้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดภาวะภัยแล้ง ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และหากเกิดภัยให้ประชาชนประสานงาน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ทันที
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

อบต.ไสไทย จ.กระบี่ จัดโครงการรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อในชุมชน


องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย จัดโครงการรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อในชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2562 แก่อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ตำบลไสไทย
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไสไทย นายหราบ หง้าฝา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อในชุมชน โดยมีนายอาวุธ ไขแสง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย กล่าวรายงาน มีนายชญณัท ขยันการ นายประจักษ์ สาระวารี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายเจริญ หง้าฝา เลขานุการนายก นายณัฐวุฒิ ทองทิพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไสไทย หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย และ อสม.ประจำหมู่บ้าน ทั้ง 7 หมู่บ้าน เข้าร่วม มีนายประเสริฐ กูลหลัก นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ และนายวิมล กลับผดุง นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ รพ.สต.บ้านไสไทย เป็นวิทยากร
นายหราบ หง้าฝา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย กล่าวว่า ปัญหาโรคติดต่อในชุมชน เป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดหรือติดต่อ จากสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปยังอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ อาจติดต่อระหว่าง คนสู่คน หรือ สัตว์สู่คน โดยการสัมผัสทางตรงและทางอ้อม การสูดดมหายใจ การรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ หรือแม้กระทั่งผ่านตัวกลางที่เรียกว่า พาหะ หากโรคติดต่อนั้นมีการแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วสู่ชุมชนที่มีประชากรจำนวนมาก โรคดังกล่าวก็กลายเป็นโรคระบาด ซึ่งเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญ องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อในชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2562 ขึ้น เพื่อให้กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หมู่ที่ 1-7 รวมทั้งสิ้น 70 คน ได้นำความรู้ที่ได้รับ ไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้คนในชุมชน ได้มีความรู้ในการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อในชุมชน สร้างจิตสำนึกและสร้างความตระหนักให้ประชาชนมีจิตสาธารณะ มีส่วนร่วมในการรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ เพื่อลดการเกิดและการระบาดของโรคติดต่อในหมู่บ้านและชุมชน และร่วมสอดส่องดูแล เฝ้าระวังสถานการณ์โรคติดต่อ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

เครือข่ายผู้หญิง 3 จ.ใต้ จับมือภาครัฐ ผู้นำศาสนา จัดกิจกรรมสาธารณะ"วันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีสากล "(คลิป)

เครือข่ายผู้หญิง 3 จ.ใต้ 350 คน จับมือภาครัฐ ผู้นำศาสนา จัดกิจกรรมสาธารณะ “ผู้หญิงส่งเสียงให้ดัง ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กในพื้นที่ชายแดนใต้” เดินรณรงค์กลางตลาดนราธิวาส ชูป้าย “เราไม่ทำร้ายผู้หญิง” เนื่องในโอกาสวันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีสากล ขณะที่สตรีเรียกร้องภาครัฐให้ พ.ร.บ.คุ้มสิทธิสตรีอย่างจริงจัง
 
                     นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนางกนกรัตน์ เกื้อกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (พม.) เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรอ็อกแฟม ร่วมเดินรณรงค์เพื่อแสดงเจตนารมณ์ "เราไม่ทำร้ายผู้หญิง" ในตลาดเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยได้สวมเสื้อและถือร่มสีส้มเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านความรุนแรง โดยสหประชาชาติใช้สีส้ม เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความปรารถนาให้ผู้หญิงมีความสุข สดใส มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเวทีสาธารณะ "ผู้หญิงส่งเสียงให้ดัง ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กในพื้นที่ชายแดนใต้ "หน่วยงานภาครัฐ ศาสนาและประชาสังคม ต้องทำงานร่วมกัน" เนื่องในโอกาสวันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีสากล ประจำปี 2561 ที่โรงแรมอิมพีเรียล อ.เมืองนราธิวาส โดยมีกลุ่มสตรี เยาวชน ผู้นำศาสนา หน่วยงานภาครัฐ กว่า 350 คน จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วม  
                   จากนั้น มีการกล่าวรายงานสถานการณ์ความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก โดย นางรอซิดะห์ ปูซู ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาเสริมพลังผู้หญิงที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามนราธิวาส เพื่อให้คำปรึกษาทางด้านจิตใจและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่สตรีที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งมีรูปแบบความรุนแรงในลักษณะการทอดทิ้งไม่ได้รับค่าเลี้ยงดู ถูกทำร้ายร่างกาย และสามีจำนวนมากมีการใช้สารเสพติด สำหรับสาเหตุรากลึกของปัญหาความรุนแรงในครอบครัว คือ วัฒนธรรมความคิดความเชื่อว่าความรุนแรงเป็นเรื่องส่วนตัวของคนในครอบครัว ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องทั้งตามหลักศาสนาและหลักกฎหมาย 
               นอกจากนี้ในงานยังมีการกล่าวปาฐกถา "บทบาทผู้หญิงกับการทำงานเพื่อสังคม" โดยนายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส และนางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวปาฐกถา เรื่อง "ทิศทางความร่วมมือกับภาคประชาสังคมเพื่อลดความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก" ต่อด้วยการอภิปรายในเรื่องความรุนแรงในครอบครัวปัญหาใต้พรม : ชายหญิงทุกฝ่ายต้องช่วยกันยุติ" โดยมีตัวแทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการอภิปราย ที่มีการกล่าวถึงประเด็นลักษณะเฉพาะของปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กในพื้นที่ รวมทั้งสิ่งที่เป็นนโยบายและมาตรการแก้ไข และบทบาทที่จะร่วมมือกันกับเครือข่ายผู้หญิงและภาคประชาสังคม 
               ทั้งนี้ ได้มีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันปกป้องสตรี เด็ก และขจัดความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมทั้งได้เชิญชวนบริจาคจัดตั้ง "กองทุนยุติความรุนแรงเพื่อเด็กและสตรี" เพื่อเป็นกองทุนช่วยเหลือเด็ก สตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวและการล่วงละเมิดทางเพศอีกด้วย
               ผศ.ดร.กัลยา ดาราหะ รองประธานงานวิจัย Eirasia Reaearch และผู้ประนีประนอมของศาล จ.ยะลา และปัตตานี กล่าวว่า อยากเรียกการให้เกียรติผู้หญิงและการให้ความเท่าเทียมในสังคมและให้ความรักแก่ผู้หญิง ซึ้งโดยหลักการของมุสลิมยังได้ระบุไว้ว่าสวรรค์อยู่ใต้ฝาเท้ามารดา คือ ผู้หญิงนั้นเอง และผู้หญิงยังเป็นอาภรของบุรุษ และจะต้องให้เกียรติซึ้งกันและกัน และที่ผ่านมายอมรับว่าสังคมยังให้เกียรติผู้หญิงที่ไม่เพียงพอ แต่ยังไม่มีสิทธิ์ใช้เสียง หรืออาจจะด้วยเหตุผลที่หลากหลาย เช่น กลัวการหย่าร้าง ซึ่งจริงๆแล้วการทารุณกรรมหรือการดูแลผู้หญิงหรือครอบครัวนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องสาธารณะที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยรวมทั้งให้ความรู้แก่เยาวชนในเรื่องของการเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ทุกเพศทุกวัยและทุกศาสนาหรืออยู่ในสถานะใดก็ตาม ซึ่งรู้สึกดีใจที่นราธิวาสเป็นโมเดลของการยุติความรุนแรงที่ดีและยังสามารถเข้าสู้ระบบกฏหมายอิสลามที่มีความยืดหยุ่น ประนีประนอมมากกว่าในอดีต 
 ผศ.ดร.กัลยา ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า ตนอยากเรียกร้องให้ภาครัฐและสังคมไทยในปัจจุบันเล็งเห็นความสำคัญของอนุสัญญาซีดอที่ให้ปฏิบัติกับผู้หญิงอย่างเป็นธรรมรวมทั้ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้หญิงอย่างเคร่งครัดและจริงจัง เช่น การทารุนกรรมต่างๆ  อีกทั้งอยากให้ผู้หญิงไปนั่งในสภาให้มากขึ้น เสียงเรียกร้องของผู้หญิงจะได้ดังมากกว่านี้ และจะสร้างประโยชน์และบทบาทต่อสตรี การคุ้มครองสตรีได้มากขึ้น โดยผู้ชายต้องเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่มากกว่านี้เพื่อทำให้เดินไปพร้อมๆกันเพือให้เกิดความผ่าสุขในครอบครัวและสังคม.             

ภาพ/ข่าว ซาการียา  ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...