• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บ้านทอนจัดงานโอท๊อปนวัตวิถี ตำนานบ้านทอน ย้อนรอยพ่อหลวง ร. 9 (คลิป)

บ้านทอนจัดงานโอท๊อปนวัตวิถี ตำนานบ้านทอน ย้อนรอยพ่อหลวง ร. 9

 ที่บริเวณอู่ต่อเรือ ชายหาดบ้านทอน หมู่ 12 ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส นายก่อพงศ์ กมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานพิธีเปิด ตัวชุมชน ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ตำนานบ้านทอน ย้อนรอยพ่อหลวง ร. 9 โดยมี นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส หัวหน้าส่วน ผู้นำท้องถิ่น กลุ่มสตรี และประชาชนในพื้นที่ ร่วมในพิธีในครั้งนี้

ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวในชุมชนสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยใช้วิถีวัฒนธรรม ซึ่งประกอบด้วยอาหาร การแต่งกาย ที่อยู่อาศัย ประเพณี ภาษา อาชีพ ความเชื่อ และศิลปะพื้นถิ่น ที่แตกต่าง ตามภูมิวัฒนธรรม และ ภูมินิเวศ เป็นความแตกต่างที่มีอัตลักษณ์ เป็นตัวของตัวเอง ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว เข้ามา ใช้จ่ายในชุมชน โดยการซื้อสินค้าและบริการต่างๆของชุมชนทำให้เกิดกระจายรายนได้อย่างทั่วถึงของคนในชุมชนเพิ่มโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชึวิตดีขึ้นมีการเชื้อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละท่องถิ่นให้เป็นแอ่งเล้กของกสรท่องเที่ยวรองจากแอ่งกลางและแอ่งใหย่ สร้างกระแส แอ่งเล็กเช็ดอิน

 สำหรับชุมชนบ้านทอน เล่ากันมาว่า เมื่อ 150 ปีที่แล้วมีสามีภรรยาชาวจีนได้เดินมาทางโดยเรือสำเภามาค้าขายบริเวณนี้ภรรยาชื่อแมะแบตอง ซึ่งชาวบ้านในบริเวณนี้จะมาซื้อของ ที่บ้านแม่ตอง ซึ่งชาวบ้านในบริเวณนี้จะมาซื้อของที่บ้านแมะตองและเรียกกันมาว่าบ้านตอง ต่อมากลายเป็นบ้านทอนมาจนถึงปัจจุบันนี้ และชายหาดบ้านทอนนี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2512 พระบาทสมเด็จพรปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จทอดพระเนตร การฝึก ยกพลขึ้นบก และ ทรงทำการฝึกร่วม ซึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง

สำหรับการกิจกรรมเปิดตัวชุมชน OTOP, นววิถี ในครั้งนี้ ตำนานบ้านทอน ย้อนรอยพ่อหลวง ร. 9  ในครั้งนี้ มีการจัดนิทรรศการพ่อหลวง การแสดงของนักเรียน การแสดงดนตรีของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ การสาธิตการจักสานกระจูด การสาธิตการทำเรือกอและเรือจำลอง การสาธิตจักสาน ฝาชีแฟนซี การสาธิตจัดการแสดงอาหาร อีกด้วย

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ตร.เร่งคลี่คลายคดีภารโรง รร.ใน จ.กระบี่ ข่มขืนเด็กวัย 14 ปี ป่วยออทิศติกจนตั้งท้อง

จากการณีที่ พ่อของเด็กหญิงงเอ นามสมมุติ อายุ 14 ปี   ชาวตำบลเขาต่อ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่   ซึ่งป่วยออทิศติก เข้าแจ้งความ   ที่สภ.ปลายพระยา  โดย อ้างว่าถูกภารโรงในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา ข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งท้อง  หลังจากไปฝึกซ้อมกีฬาในโรวงเรียน   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ยังไม่ปักใจเชื่อว่าคนก่อเหตุจะมีเพียงคนเดียว   และเก็บดีเอนเอผู้ต้องสงสัยส่งไปตรวจพิสูจน์  โดยตำรวจจะพาเด็กไปให้พนักงานสอบสวนหญิง   และ จนท.สหวิชาชีพ มาร่วมทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
 ความคืบหน้าวันที่ 13  พ.ย.61   พ.ต.อ.ตานิตย์  รามดิษฐ์    รองผบก.ภ.จว.กระบี่  ได้เรียกประชุมทีมสืบสวน   ประกอบด้วย ผกก.ส.ภ.ปลายพระยา  เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน  เพื่อเร่งคลี่คลายคดี    โดยพ.ต.อ.ตานิตย์ เปิดเผยว่า หลังพ่อเด็กหญิงผู้เสียหาย เข้าแจ้งความ ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่  ได้สั่งตั้งคณะกรรมการชุดสอบสวนสืบสวน โดยตนเป็นประธาน  พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ทีมสืบสวนออกหาขาเพื่อเร่งคลี่คลายคดีนี้  โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างการลงพื้นที่สืบสวนข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเร่งคลี่คลายดี  โดยขณะนี้ พบว่ามีผู้ต้องสงสัย อยู่หลายคน   ซึ่งได้ทยอยเชิญตัวมาสอบปากคำและเก็บดีเอ็นส่งไปตรวจพิสูจน์ คาดว่า จะได้ตัวผู้ต้องหาที่แท้จริงในเร็วๆนี้...
ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล จับคาด่านตรวจยาแก้ไอมากับบริษัทขนส่งเอกชน kerry

สตูล จับคาด่านตรวจยาแก้ไอมากับบริษัทขนส่งเอกชน kerry
       
13พ.ย.2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา14.00 น.ที่ด่านตรวจความมั่นคงทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล พ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้วผบ.ร.5 พัน.2, บก.ควบคุมพล.ร.5ได้กำชับชุดปฏิบัติการด่านตรวจความมั่นคงกองทัพภาค 4 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ตามนโยบายของกองทัพภาค 4 ให้ปฏิบัติหน้าที่ในการสกัดกั้นการนำเข้าสิ่งผิดกฏหมายและยาเสพติดอย่างเข้มข้นตามนโยบายผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านตรวจ โดยชป.รส.ร.5 พัน.2   จ.สตูล (ด่านตรวจทุ่งนุ้ย) ร่วมกับ จนท.ตร.นปพ.ภ.สตูล/จนท.ตร.สภ.ควนโดน และ จนท.ตร.สภ.ควนกาหลง และเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง อ.ควนกาหลง ร่วมตั้งด่านตรวจความมั่นคงด่านตรวจทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ระหว่างตรวจรถมีรถขนขนส่งพัสดุของบริษัทเคอรี่ เอ็กเพรส ขับผ่านด่านจึงเข้าตรวจสอบตามปกติแต่ตรวจสอบไปสักพักพบยาแก้ไอยี่ห้อ เอนาดิล( A-nasril )จำนวน  50 ขวดโดยมีนาย สหมงคล  บุญเนื่อง  เป็นคนขับรถยนต์ทะเบียน 2ฒฎ2890 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทขนส่งเอกชน kerryจนท.ประจำด่านตรวจความมั่นคงทุ่งนุ้ยได้ทำการตรวจยึดกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อมาเจ้าหน้าที่ร่วมสนธิกำลัง ชป.รส.ร.5, สภ.ควนโดน, ฝ่ายปกครองอำเภอควนโดน, ปปส.จว.สตูล เข้าตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์บริษัท Kerry Express สาขาควนโดน ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล ตามแผนคำสั่งยุทธการเสนาณรงค์ 621 ในการปฏิบัติงานการปราบปรามยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภทตามแนวชายแดน ตรวจพบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้ทำการตรวจยึดรายละเอียดดังนี้ ยาแก้ไอ ยี่ห้อ Datissin จำนวน 2 ลัง รวม 100 ขวดเจ้าหน้าที่จึงได้นำของกลางส่ง สภ.ควนโดน เพื่อติดตามและขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
สตูล // นิตยา แสงมณีผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

สตูล ชาวบ้านเดือดร้อนหนักถนนสร้างขาดช่วง(มีคลิป)

สตูล ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาสภาพถนนที่สร้างขาดตอนไม่แล้วเสร็จ โดยเว้นช่วงตรงกลางไว้ประมาณ 2 ก.ม.สัญจรไป-มาด้วยความลำบาก 
         
วันนี้13พ.ย.2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านบ้านราวปลา ม.9 ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล กว่า 290 ครัวเรือนประมาณ 1 พันคนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาสภาพถนนที่สร้างขาดตอนไม่แล้วเสร็จ โดยเว้นช่วงตรงกลางไว้ประมาณ 2 ก.ม. ซึ่งถนนที่เว้นช่วงไว้ระหว่างถนนลาดยางกับถนนคอนกรีต มีสภาพขรุขระ เป็นหลุ่มเป็นบ่อ มีก้อนหินระเกะระกะสัญจรไป-มาด้วยความลำบาก  ขณะที่ถนนในซอยเข้าหมู่บ้านอีก 7 สายมีสภาพเป็นหลุมบ่อ โดยเฉพาะที่บริเวณซอย5 ถนนเป็นหินและดินลูกรัง บางจุดถนนถูกน้ำกัดเซาะเป็นร่องจนรถแทบจะวิ่งไม่ได้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง
         นายอนิรุตณ์  ช่วยปาน  อยู่บ้านเลขที่25/9 ม.9 ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล กล่าวว่าถนนเส้นทางสายหลักบ้านราวปลา-ทุ่งหว้าเป็นถนนลาดยางจนถึงก.ม.ที่7-9 เว้นช่วงไว้และหลังจากกม.ที่9 เป็นถนนคอนกรีตและลาดยาง ซึ่งสภาพถนนที่เว้นช่วงไว้นั้นเป็นเส้นทางเดียวที่เข้าหมู่บ้านโดยเส้นทางเป็นพื้นที่สูงที่ชัน  เคยสอบถามไปยังผู้เกี่ยวข้องบอกว่างบประมาณหมดบ้างอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัดบ้างแต่ตนก็ข้องใจเพราะเส้นทางทั้งหมดหากพูดกันตามตรงก็อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯทั้งหมดแต่ถนนกลับขาดช่วงทำให้เดินทางด้วยความลำบากโดยเฉพาะขับรถจักรยานยนต์ในช่วงกลางคืน นอกจากนี้ถนนซอยอีก 7 สายที่อยู่ในสภาพขรุขระ ก่อนหน้านี้ทางอบต.ก็เอาหินผุมาถมในจุดที่เป็นหลุมเป็นบ่อ แต่เมื่อฝนตกน้ำที่ไหลกัดเซาะก็ทำให้สภาพถนนกลับมาแย่เหมือนเดิมโดยเฉพาะ 4 ปีที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการดูแลแก้ไขเลย ชาวบ้านที่นำผลิตผลทางการเกษตรโดยเฉพาะน้ำยางพาราสดที่นำ
ออกมาขายแต่ละครั้งแทบจะไม่เหลือมาขาย  หกไประหว่างทางมากกว่าครึ่งยิ่งตอนนี้ราคาน้ำยางแสนถูกชาวบ้านซึ่งเป็นชาวสวน 100 เปอร์เซ็นต์แทบจะไม่ได้อะไรเลยเดือดร้อนกันมาก ช่วงฝนตกก็มีสภาพเป็นหลุมน้ำท่วมขังคอสะพานบางแห่งขาดจนสายน้ำเปลี่ยนทิศทางชาวบ้านต้องทำสะพานไม้เพื่อใช้ในการสัญจรไป-มา บางซอยถนนถูกน้ำเซาะจนก้อนหินโผล่ตรงกลางขับรถเกิดอุบัติเหตุรถล้ม บางแห่งถนนเป็นร่องชัดเจนต้องขับหลีกกันเอง จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านม.9 บ้านราวปลาด้วยเพราะตลอด4-5 ปีที่ผ่านมาไม่ได้รับการแก้ไขช่วยเหลือเลย
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

มหาวิทยาลัยนราธิวาสฯจัดแข่งขันกีฬา “พิกุลเกมส์ ครั้งที่ 14” ปี 61 ยิ่งใหญ่

มหาวิทยาลัยนราธิวาสฯจัดแข่งขันกีฬา “พิกุลเกมส์ ครั้งที่ 14” ปี 61 ยิ่งใหญ่



(วันนี้) 13 พ.ย.61 ณ สนามมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา “พิกุลเกมส์ ครั้งที่ 14” ประจำปี 2561 โดยมี ผศ.ดร.จงรัก พลาสัย นายกสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสฯผู้บริหาร คณาจารย์ พนักงาน เจ้าหน้าที่ นักศึกษา จำนวนกว่า 4,000 คน 
 นายฮารุสตัม มะ ประธานการจัดการโครงการ ในนามตัวแทนคณะกรรมการจัดกิจกรรมกีฬาพิกุลเกมส์ ครั้งที่ 14 เปิดเผยว่า ด้วยมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเล่นกีฬาเป็นอย่างยิ่งและได้ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมด้านกีฬา เพื่อปลูกฝังค่านิยมในการเล่นกีฬาแก่เยาวชนเพราะกีฬาสามารถพัฒนาให้คนเป็นผู้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ มีคุณธรรมและระเบียบวินัย อีกทั้งก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่คณะ การแข่งขันกีฬานั้น มิได้มุ่งเพียงชัยชนะ แต่นักกีฬาต้องรู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย เคารพกฎกติกา มารยาดอย่างเคร่งครัด และทั้งการเล่นกีฬายังช่วยพัฒนาศักยภาพทางด้านร่างกาย อารมณ์และจิตใจอีกด้วย  

     สำหรับในปีนี้ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้จัดการแข่งขันกีฬาขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 16 พ.ย.61 มีนักศึกษาและบุคลากรจากคณะ วิทยาลัยและสถาบันต่างๆเข้าร่วมดังนี้ 
1.คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.คณะวิศวกรรมศาสตร์ 3.คณะศิลปะศาสตร์ 4.คณะวิทยาการจัดการ 5.คณะแพทย์ศาสตร์ 6.สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา 7.คณะเกษตรศาสตร์ 8.คณะพยาบาลศาสตร์ 9.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส 10.วิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส และ 11.วิทยาลัยการอาชีพตากใบ
 โดยมีประเภทกีฬาที่การจัดการแข่งขัน ดังนี้ ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเล่บอล เทเบิลเทนนิส เปตอง เซปักตะกร้อ แชร์บอล ฟุตซอล กรีฑา ทั้งประเภทลู่และประเภทลาน และยังมีการประกวดกองเชียร์ เชียร์ลีดเดอร์ ลีดโจ๊ก ขบวนพาเหรดและขบวนแฟนซี
 ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า 

  มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์  ได้เล็งเห็นความสำคัญของการกีฬา  และมุ่งปลูกฝังความนิยมทางด้านกีฬาแก่เยาวชน  เพราะกีฬาช่วยพัฒนาคนในชาติ  ให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย  มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์  รู้จักเคารพกฎกติกาและมารยาท   อีกทั้งก่อให้เกิดความสามัคคี  กลมเกลียวกัน  การแข่งขันกีฬานั้น  มิได้มุ่งหวังเพียงชัยชนะ  แต่นักกีฬาต้องรู้แพ้  รู้ชนะ  รู้อภัย  และรู้ระเบียบวินัยเป็นอย่างดี

  หวังว่าการแข่งขันกีฬา “พิกุลเกมส์” ครั้งนี้  จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนของชาติต่อไป  ของแสดงความยินดีและชมเชย  คณะกรรมการจัดการแข่งขันและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้เตรียมการต่าง ๆ อย่างดียิ่ง ขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จจากการแข่งขันโดยทั่วกัน

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ระทึก!แรงงานพม่าเครียดควงลูกซอง 5 นัดประทะเดือด

แรงงานพม่าเครียดควงลูกซอง 5 นัดประทะเดือด คนงานพม่าแค้นถูกไล่ออกย้อนกลับมาพร้อมลูกซองยาว 5 นัด หวังยิงล้างครอบครัวนายจ้าง พลเมืองดีเห็นแบกปืนวนเวียนรีบแจ้งตำรวจ แต่ไม่เป็นผลหนุ่มพม่าเปิดฉากยิงใส่รถตำรวจก่อนเสียงปืนดังระงม สุดท้ายโดนสอยร่วง
เมื่อช่วงค่ำวันนี้ เกิดเหตุระทึกขวัญ เมื่อหนุ่มคนงานพม่าที่ถูกไล่ออกจากงานเพราะทำตัวเกเรดื่มแต่เหล้าไม่สนใจทำงานจนนายจ้าง (ขอสงวนนาม) ไล่ออกไปเมื่อเดือนก่อน แบกความแค้นกับมาพร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด ประกาศว่าจะมายยิงล้างครอบครัวที่ไล่ตนออกจากงาน ซึ่งในระหว่างที่ นาย ซอ ชาวพม่าเฝ้ารอนายจ้างกลับบ้านได้แบกอาวุธปืนลูกซองยาวเดินไปมาระหว่าง ที่ทำการ อบต.บ้านพระ กับ วัดเนินดินแดง ฝั่งตรงข้ามกับ กองพันทหารม้าที่ 30 รักษาพระองค์ ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี หลังเข้าไปหา นางสาว ปัทมา สมภาพศิลป์ หลานสาวนายจ้างและยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด โดยบางช่วงที่นาย ซอ เดินไปมายังได้ยิงปืนเป็นระยะๆ จนชาวบ้านที่ผ่านไปมาหวาดกลัว จึงได้แจ้ง สภ.เมืองปราจีนบุรี ให้เข้าตรวจสอบถึงพฤติกรรมชายคนดังกล่าว
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน และ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภูธรจังหวัดปราจีนบุรี มาถึง นายซอ ได้หลบเข้าไปแอบข้างกำแพงวัดเนินดินแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะเข้าไปสอบถามพูดคุยให้วางปืนแต่นายซอ ไม่ยอมพูดคุยด้วยพร้อมกับแสดงอาการไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าทำการจับกุมอย่างรอบคอบเนื่องจาก นายซอ มีชีอาวุธปืนเกรงว่าจะได้รับอันตราย พร้อมกับกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากบริเวณดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมความพร้อมได้ขยับรถยนต์กระบะ ปรากฏว่านายซอ คิดว่าตำรวจจะจู่โจมด้วยการใช้รถ จึงยิงปืนเข้าใส่หนึ่งนัดกระสุนเข้ากระจกประตูเฉียดศรีษะตำรวจที่ขับรถแล้ววิ่งหลบเข้าไปในวัด จึงเกิดการประทะ ต่างฝ่ายต่างกระหน่ำยิงจนเสียงปืนดังไปทั่วบริเวณพักใหญ่ หลังเสียงปืนสงบ พบนายซอ คนงานพม่าที่แบกแค้นมานานนับเดือน ถูกยิงเข้าที่หลังฟุบอยู่กับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกรูเข้าไปจับกุมในขณะที่นาย ซอ ก็ยังไม่หมดฤทธิ์พยามต่อสู้และขัดขืน ก่อนที่จะถูกนำตัว ส่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อให้แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บกระสุนฝังใน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับรถคันที่นายซอ หนุ่มพม่ายิงได้รับบาดเจ็บที่นิ้วเล็กน้อยถูกนำส่ง โรงพยาบาลเช่นกัน
นางสาวปัทมา สมภาพศิลป์ หลานสาวนายจ้างนายซอ เปิดเผยว่า นายซอมาทำงานที่นี่เกือบสองปี เป็นคนชอบดื่มเหล้าและเบียร์ เมื่อดื่มแล้วก็ไม่ค่อยทำงานจึงถูกไล่ออกประกอบกับใบอนุญาตหมดอายุ จู่ๆวันนี้ก็แบกปืนมาถามหาอาตนซึ่งเป็นนายจ้างจึงบอกไม่อยู่ขอให้มาคุยกันในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่นายซอจะยิงปืนขึ้นฟ้าแล้วเดินออกไปจนกระทั่งมาถูกตำรวจยิงและจับกุมตัวได้
** กองบรรณาธิการข่าว รายงาน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว

ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์ 

เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

กระบี่-สนธิกำลังทลายเครือข่ายยาเสพติดภาคใต้ ของกลางยาบ้ากว่า 5 หมื่น-ไอซ์ 10 กก.ยึดทรัพย์กว่า 30 ล้าน

.ตำรวจตระเวนชายแดน สนธิกำลัง จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่จังหวัดภาคใต้  ได้ผู้ต้องหา 4 คน  พร้อมของกลางยาไอซ์ กว่า 10 กก.  ยาบ้ากว่า5 หมื่นเม็ด  ยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท 
วันที่ 12  พ.ย.61 

ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่426 กระบี่   พล.ต.ต.สมพงษ์  ชิดดวง  รรท.ผบช.ตชด.  พล.ต.ต.สุนทร  เฉลิมเกียรติ  รรท.รองผบช.ตชด.  นายสมโภช  โชติชูช่วง   รองผวจ.กระบี่    พ.ต.อ.วัฒนา   เพ็งแก้ว   ผกก.ตชด.42  พ.ต.อ.ศุภฤกษ์  พันธ์โกศล   ผกก.ตม.จว.กระบี่  พ.ต.ท.วีระศักดิ์  คงเพชร  ผบ.ร้อยตชด.426 กระบี่  พ.ต.ท.อรรถพงษ์  แสนใจวุฒิ สว.ทท.กระบี่  ร.ต.อ.ธรรมนูญ  ศรีประไพ หน.ศป.ปส.ร้อยตชด.426 กระบี่   เจ้าหน้าที่ ตำรวจ.สภ.เหนือคลอง  เจ้าหน้าที่ ปปส.และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง   ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด 2 ราย  ยาไอซ์กว่า 10.7 กก.  และยาบ้ากว่า 54,121  เม็ด   พร้อมยึดของกลางหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 30ล้านบาท 

โดยรายแรกมีผู้ต้องหา 1คน คือ นายดนัย หรือติ้น  หลักบ้านอายุ  36  ปี   พร้อมของกลางยาไอซ์  จำนวน 785.82 กรัม  ยาบ้าจำนวน  54,000 เม็ด    โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง   โดยสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ที่  ซอยยอดเสน่ห์1  ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต  พร้อมของกลาง  และรายที่2 ประกอบด้วย นายประเสริฐ  พรหมปรุง  อายุ 34 ปี  และน.ส.สุธาสิณี  ศรีสุวรรณ อายุ 19   ปี   พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน กว่า 10 กก.  ยาบ้า จำนวน  121เม็ด   อาวุธปืนพกสั้นขนาด. 38 มม.จำนวน 1 กระบอก และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง  ยึดทรัพย์รถยนต์กระบะสี่ประตู 1คัน รถเก๋ง 1 คัน  และรถจักรยานยนต์ 1 คัน   โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่ ห้องพักใสโรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยเจริญทรัพย์  ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่    ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผล จากผู้ต้องหารายย่อย  ทราบว่า นายประเสริฐ เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ และนำยาบ้ามาพักในพื้นที่ จ.กระบี่ จึงได้ ติดตามจับกุมตัว พร้อมยึดของกลาง  ดังกล่าว    เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1(ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย  มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวส่งเจ้าพนักงานสอบสวน แต่ละท้องที่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย...

///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง  รายงาน///
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ จับหนุ่มใหญ่ชาวปัตตานีพร้อมยาแก้ไอนับ100 คาด่านตรวจ

11 พ.ย.61 เวลา 15.30 น. ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่, พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ปากบารา รอง ผกก.ป.สภ.ทรายขาว สั่งการให้ ร.ต.อ.นันทกร มัธยันต์ รอง สว.ป., ร.ต.ท.ทรงฤทธิ์ หนูสาย รอง สว.(ป.) และ ส.ต.ท.ศิริชัย หวังกุหลำ ผบ.หมู่(ป.)สภ.ทรายขาว
     ร่วมกันจับกุมตัว...
นายสัญญาหรือก้อหนับ พ่อค้า อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 ม.5 ต.มะนังยง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
     พร้อมด้วยของกลาง...
ยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อม ยี่ห้อดาทิสซิน ขนาดขวดละ 60 มล. จำนวน 200 ขวด
     โดยกล่าวหาว่า...
มียาแผนปัจจุบัน(ยาแก้ไอ)ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
     สถานที่เกิดเหตุ/จับกุม...
บนถนนสายทุ่งยอ-คลองยี่เหร่ ม.12 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่
     นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.ทรายขาว ดำเนินคดีต่อไป
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

คนไทยเฮ จอมพลังทีมชาติไทย กวาด 9 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง ที่ เติร์กเมนิสถา

คนไทยเฮ จอมพลังทีมชาติไทย กวาด 9 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง ที่ เติร์กเมนิสถาน

นายศานิต นิยมาคม ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน ในฐานะรองโฆษก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เผยถึงความสำเร็จของจอมพลังทีมชาติไทย จากแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2561 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน (รายการเก็บคะแนนสะสมไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว) ซึ่งในช่วงแรกของการแข่งขันจอมพลังไทยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้า 9 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง จากรุ่น 45 กก. ธัญญ่า สุขเจริญ 3 เหรียญทอง และจิราพรรณ นันทวงษ์ 3 เหรียญเงิน, รุ่น 55 กก.หญิง สุกัญญา ศรีสุราช 3 เหรียญทอง, รุ่น 49 กก. หญิง ชยุตรา ประมงคล 2 เหรียญทอง และโสภิตา ธนสาร 1 เหรียญทอง, รุ่น 55 กก. ชาย ธีรพัฒน์ ชมชื่น 1 เหรียญทองแดง และรุ่น 64 กก.หญิง รัตนวรรณ์ วามะลุน 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

ล่าสุด “ส้ม” ดวงอักษร ใจดี ขึ้นเวทีส่งท้ายให้ทีมยกเหล็กไทย ในรุ่นมากกว่า 87 กก.หญิง กลุ่มเอ สามารถคว้ามาได้อีก 2 เหรียญทองแดง เป็นผลให้ทัพนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย ในรายการนี้ ทำไปได้ทั้งหมด 9 เหรียญทอง
4 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง

กฟผ. ในฐานะผู้สนับสนุนหลักขอแสดงความชื่นชมยินดีกับผลงานความสำเร็จของทีมยกลูกเหล็กไทยครั้งนี้ นับเป็นการสร้างชื่อเสียงและความภูมิใจให้กับคนไทยและประเทศไทยอีกครั้ง รวมทั้งขอเป็นกำลังใจ สู่การคว้าชัยไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ทหารออกกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติดจับยาบ้า 2,001 เม็ด (คลิป)

สตูล ทหารออกกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติดจับยาบ้า 2,001 เม็ด 
         วันนี้12พ.ย.2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนวันที่11พ.ย.2561ที่ผ่านมาพ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว ผบ.ร.5 พัน 2ได้กำชับเจ้าหน้าให้ตรวจตราการลักลอบขนสิ่งของผิดกฏหมายและยาเสพติดอย่างเข้มงวดต่อมาเจ้าหน้าที่กองกำลังเทพสตรีนำโดย ร.ท.ชัยยศ. คงกะพันธ์ ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 3 กองร้อยทหารราบเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังเทพสตรี (ฉก.ร.5 โดยหมวดปืนเล็กที่ 3 ร้อยร.เคลื่อนที่เร็วกองกำลังเทพสตรี) ซึ่งรับผิดชอบอยู่ที่ด่านความมั่นคงคีรีวง อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ออกลาดตระเวนเพื่อดูแลความสงบเรียนร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฏหมายทุกประเภท ตามเส้นทางถนนซอยเขื่อนสะพานวา ม.5 ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล พิกัด NH 873820 ขณะลาดตะเวน พบบุคคลต้องสงสัยจึงเข้าตรวจสอบทราบชื่อต่อมาว่านายธวัชชัย (บอล)  เพ็ชรามา เกิดเมื่อ 30 สิงหาคม 2542 อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 9ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท (1) ยาบ้า ชนิดสีส้ม WY จำนวน 1,982 เม็ด และชนิดสีเขียว จำนวน 19 เม็ด รวม 2,001 เม็ด และนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งหว้า เพื่อให้ดำเนินการคดีตามกฎหมายต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พบแล้ว !!! 2 สามีภรรยา ชาวฝรั่งเศส หลงป่าเทือกเขาพนมเบญจา ต.ทับปริก อ.เมือ จ.กระบี่ จนท.ระดมค้นหากว่า 5 ชม.(คลิป)

พบแล้ว !!! 2 สามีภรรยา ชาวฝรั่งเศส   หลงป่าเทือกเขาพนมเบญจา ต.ทับปริก  อ.เมือ จ.กระบี่    เจ้าหน้าที่ระดมค้นหากว่า 5  ชั่วโมง และช่วยเหลือลงมาได้อย่างปลอดภัย 

 เมื่อเวลา 15.00  น.วันที่ 11  พ.ย.61  พ.ต.อ.สมเด็จ  สุขการ   ผกก.สภ.เมืองกระบี่  พร้อมด้วย  พ.ต.ท.อรรถพล แสนใจวุฒิ   สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่  เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา   เจ้าหน้าที่กอ.รมน.จ.กระบี่  ทหารจากกองพันทหาราบที่1กรมทหารที่15 เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว    หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา เร่ง เข้าให้การช่วยเหลือ  Mr. Desmarest   Cristophe  Paul  Henri  อายุ44 ปี  และMiss Schmor   Muriel   อายุ 34 ปี  สองสามีภรรยา สัญชาติฝรั่งเศส   หลังทั้งสองเดินเท้าเข้าไปศึกษาธรรมชาติ   บริเวณน้ำตกห้วยโต้ เขต อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา  ต.ทับปริก  อ.เมือง  จ.กระบี่  เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  แต่เกิดพลัดหลง และ หาทางกลับไม่ได้  จึงประสานขอความช่วยเหลือจาก  เจ้าหน้าที่ ซึ่งได้ระดมกำลัง ออกตามหา และสามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย  โดยใช้เวลานานกว่า5 ชม.  จึงได้พบนักท่องเที่ยวทั้งสองที่อยู่ในสภาพอ่อนเพลียหมดแรง อ่อนล้าเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และได้นำเกลือแร่ให้กินจนหายอาการอ่อนเพลียพร้อมทั้งจัดหาอาหารข้าวกล่องให้กิน ก่อนส่งกลับที่พัก
 ด้วย  พ.ต.ท.อรรถพล แสนใจวุฒิ   สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า  ว่า ก่อนเกิดเหตุ สองสามี ภรรยา ได้เข้าพักที่โรงแรงแห่งหนึ่งในตำบลหนองทะเล  อ.เมือง  จ.กระบี่  เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา  จากนั้นได้เช่ารถจักรยานยนต์  มาท่องเที่ยวที่บริเวณน้ำตกห้วยโต้  เขตอุทยานแห่งชาติเขพนมเบญจา  โดยจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ที่ทำการอุทยาน  ก่อนเดินเท้าเข้าไปศึกษาธรรมชาติ ขึ้นไป บริเวณเทือกเขาพนมเบญจา 
ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 5 กิโลเมตร    แต่ได้เกิดหลงทางติดอยู่ในป่า หาทางกลับไม่ได้  จึงได้แจ้งเพื่อนๆชาวฝรั่งเศส  ขอความช่วยเหลือโดยส่งข้อความทางเมสเซนเจอร์  ก่อนประสานขอความช่วยเหลือ  เจ้าหน้าที่ ระดมกำลังกว่า 50นาย   กระจาย กำลังค้นหาอยู่นานกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนพบตัว และช่วยเหลือลงมาได้อย่างปลอดภัย..

กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง -รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สภ.ทรายขาว..ร่วมเป็นเจ้าภาพงานบุญทอดกฐินสามัคคี ณ สำนักสงฆ์พรุพีพนาราม (บ้านพรุพี)

 สภ.ทรายขาว..ร่วมเป็นเจ้าภาพงานบุญทอดกฐินสามัคคี ณ สำนักสงฆ์พรุพีพนาราม (บ้านพรุพี)
   
 วันที่ 10 พ.ย.61 เวลาประมาณ 09.00 น. พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ ประธานฝ่ายฆราวาส มอบหมายให้ ร.ต.อ.นันทกร มัธยันต์ รอง สวป.ฯ ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ พร้อมด้วยสายตรวจพรุพี และข่ายจราจร ร่วมกันเป็นตัวเเทน ผกก.สภ.ทรายขาว และข้าราชการตำรวจ สภ.ทรายขาว เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนางานบุญทอดกฐินสามัคคี ณ สำนักสงฆ์พรุพีพนาราม(บ้านพรุพี) ม.7 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมได้อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูเเลความสงบเรียบร้อยภายในงาน
     ทั้งนี้สภ.ทรายขาว โดย พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ สภ.ทรายขาว ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีเพื่อสมทบทุนบูรณะเสนาสนะสงฆ์ เป็นเงินจำนวน 3,300 บาท จากนั้นได้ร่วมรับประทานอาหารกับญาติธรรม/พี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมบุญงานทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้
    -----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ตะลึง!! จนท.ตร.สกัดจับรถตู้ขนยาเสพติด 3 คันรวดคาด่านพยุหะคีรี ยึดยาบ้า-ไอซ์-เค ได้อีกล็อตมหึมาขยายผลรวบ 3 หนุ่มม้งเอี่ยวขนยา 8 กระสอบ

ตะลึง!! จนท.ตร.สกัดจับรถตู้ขนยาเสพติด 3 คันรวดคาด่านพยุหะคีรี
///////////////////////////////////////////////////////////
เจ้าหน้าที่ประจำด่านฯพยุหะคีรี-ตำรวจ บช.ปส. สกัดจับรถตู้ขนยานรกคาด่านพยุหะคีรี 3 คันรวด ยึดยาบ้า-ไอซ์-เค ได้อีกล็อตมหึมาหลายล้านเม็ด พร้อมขยายผลรวบ 3 หนุ่มม้งเอี่ยวขนยา 8 กระสอบ 2.1 ล้านเม็ดหนีด่านฯแม่พริก ล่าต่ออีก 3
เมื่อวันที่10 พ.ย.61  เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ประจำด่านตรวจร่วมเพื่อความมั่นคงพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ได้ร่วมกับตำรวจ บช.ปส. สกัดจับรถยนต์เป้าหมายต้องสงสัยตามเบาะแสของตำรวจ บช.ปส.เป็นรถยนต์ตู้โตโยต้า 3 คัน พร้อมผู้ต้องหา 3 คน คันแรกยึดยาบ้าได้เกือบ 350 มัด ไอซ์เกือบ 10 กก. คันที่ 2 ยึดยาบ้าได้เกือบ 300 มัด ส่วนคันที่ 3 ยึดยาบ้าได้กว่า 1.2 ล้านเม็ด ไอซ์ร่วม 10 กก. และยาเคอีกจำนวนหนึ่ง
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถตู้ทั้ง 3 คัน ออกมาจาก จ.เชียงราย ผ่านมาทางพะเยา-แพร่-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก-พิจิตร-นครสวรรค์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังภาคกลาง-กรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวน-ขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายขบวนการยาเสพติดต่อไป
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยกกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก และฝ่ายทหาร –ตำรวจ บช.ปส.สกัดจับรถปิกอัพขนยาเสพติด 8 กระสอบหลบหนีด่านตรวจแม่พริก จ.ลำปาง ได้ในท้องที่ อ.สามเงา จ.ตาก เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ทีผ่านมานั้น

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สกส.บช.ปส. (ทีมเชียงใหม่) ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาทีมขน ชนเผ่าม้งได้แล้ว 3 คน คือ นายอนุสรณ์ แซ่ย่าง , นายสัว แซ่ย่าง ชาว ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และนายมังกร พิศุสิริกุล ชาว อ.เชียงของ จ.เชียงราย แต่ยังมีผู้หลบหนีไปได้อีก 3 คน สามารถตรวจยึดของกลางยาบ้าประมาณ 2.1 ล้านเม็ด และรถยนต์ 3 คัน  /มีรถนำ/รถลำเลียง/รถระวังหลัง) ของกลุ่มขบวนการยานรก
เบื้องต้นทราบว่า ยาเสพติดล็อตนี้ รับมาจากเครือข่ายค้ายาในพื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เตรียมขนไปส่งเครือข่ายในกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามทาง บช.ปส.จะแถลงข่าวโดยละเอียดในวันนี้ 11 พ.ย.61  ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ส่วนหน้า) ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ อีกครั้งหนึ่ง.
แหล่งข่าวจาก – นกยุง 
บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์  //////  รายงาน  ///////////

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษาระดับภาค (ภาคใต้)-คลิป

สตูล ประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษาระดับภาค (ภาคใต้) ของกระทรวงศึกษาธิการ สรุปภาพรวมการประชุมนวัตกรรมการศึกษา เน้นเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี
       วันนี้9พ.ย. 61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา วิทยาเขตสตูล อ.ละงู จ.สตูล พลเอกสุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนพลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในที่ประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษาระดับภาค (ภาคใต้) ของกระทรวงศึกษาธิการว่า จากการประชุมขับเคลื่อนการบูรณาการการศึกษาระดับภาค (ภาคใต้) ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2561 โดยผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารโรงเรียน ดำเนินงานด้านการศึกษาเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561-2580 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาภาคที่มีกรอบแนวคิดการพัฒนาที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ซึ่งได้ระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ใน 3 เรื่องหลัก คือ การประชุมพิจารณาทบทวนกรอบและแนวทางการดำเนินงานเพื่อจัดทำโครงการด้านการศึกษาของภาคใต้ ซึ่งจะมีมติให้นำไปปรับปรุงทบทวนจัดลำดับความสำคัญของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สำหรับกลุ่มที่ 2 ร่วมถอดบทเรียนจากการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษาให้เหมาะกับทิศทางพัฒนาภาคและบริบทของพื้นที่ โดยขอให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาในระดับอาชีวะศึกษามากขึ้น และผู้เรียนจะสามารถค้นพบศักยภาพของตนเอง ขณะเดียวกันก็เป็นการลดอัตราการว่างงานของผู้สำเร็จการศึกษาในพื้นที่ ส่วนกลุ่มที่ 3 เน้นระดมความคิดเห็นเพื่อต่อยอดขยายผลการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสตูล จากโรงเรียนพื้นที่ จำนวน 10 โรงเรียน และมีกำหนดหลักการร่วมกัน ก่อนนำไปสู่การเรียนการสอนแบบในรูปแบบโครงงาน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ และสามารถเป็น Active Citizen พัฒนาพื้นที่ของตนเอง ก่อนนำไปขยายผลให้เต็มพื้นที่จังหวัดสตูลต่อไป
         ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้ระบบการศึกษาวางแนวทางการศึกษาแบบมีทางเลือก ซึ่งยกตัวอย่างจากเด็กที่มีความสามารถด้านกีฬา ให้สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครองว่าเด็กจะมีการศึกษาเชื่อมโยงมีทางเลือกระหว่างทาง เพื่อสร้างความสบายใจแก่ผู้ปกครองและสอดคล้องกับความต้องการของเด็ก หรือจากอาชีวะศึกษาสู่อุดมศึกษา ซึ่งไม่ว่าจะออกทางไหนขอให้มีวิชาชีพติดตัว จะทำให้ผู้ปกครองมีความมั่นใจจากการศึกษาที่เชื่อมโยงกัน
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

วันเสาร์นี้ รีรันเทปรายการ คืนคุณให้แผ่นดิน ททบ.5 “สานใจไทย สู่ใจใต้ “รุ่นที่ 34

วันเสาร์นี้...............รีรันเทปรายการ คืนคุณให้แผ่นดิน  ททบ.5

เนื้อหา นำเสนอเข้มข้นตลอด 19 นาที

รายการคืนคุณให้แผ่นดิน ททบ.5

วันนี้..พวกเราคงไม่แค่ตามรอยทัพเรือของพระองค์

ด้วยสำนึกแห่งความเป็นชาติจะได้ปรากฎ

๒๕๐ ปี ตามรอยกองเรือยกพลขึ้นบก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากจันทบุรีสู่อยุธยา


    รายการคืนคุณให้แผ่นดิน ททบ.5 ได้มาสักการะ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ณ วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ริมคลองบางกอกใหญ่(คลองบางหลวง ) แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

 บริเวณ สระน้ำมนต์วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร
 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จมาสรงน้ำที่สระน้ำมนต์วัดหงส์รัตนารามทุกครั้งเมื่อมีพระราชพิธีสำคัญ

  สระน้ำมนต์วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหารได้อัญเชิญน้ำมนต์จากพระอารามหลวงทั่วประเทศที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงเสด็จทั่วทุกวัดพระอารามหลวงทั่วประเทศ
อัญเชิญมาไว้ที่ สระน้ำมนต์ วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร
สระน้ำมนต์วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหารได้ฝังอาคมพุทธมนต์หลายประการทั้งสี่ทิศ
ของสระน้ำมนต์
หากผู้ใด ได้อาบ ดื่ม น้ำมนต์ในสระของแต่ละทิศจะอำนวยผลให้สัมฤทธิ์ต่างกัน


ทิศตะวันออก:
ดีทางเมตตามหานิยม

ทิศใต้:
ดีทางมหาลาภและค้าขาย

ทิศเหนือ:
ดีบำบัด ทุกข์โศก โรคภัย

ทิศตะวันตก:
ดีทางแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพันชาตรี



เรื่องราวความเป็นมาอย่างไรภาพและบรรยากาศภายในวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร. ..ติดตามชมในรายการคืนคุณให้แผ่นดิน ททบ.5
 
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

“ดังคำพระราชปณิธาน ด้วยน้ำพระทัยของพระองค์ว่า”

อันตัวพ่อ ชื่อว่า พระยาตาก
ทนทุกข์ยาก กู้ชาติ พระศาสนา
ถวายแผ่นดิน ให้เป็น พุทธบูชา
แต่พระศาสนา สมณะ พุทธโคดม
ให้ยืนยง คงถ้วน ห้าพันปี
สมณะพราหมณ์ชี ปฎิบัติ ให้พอสม
เจริญสมถะ วิปัสสนา พ่อชื่นชม
ถวายบังคม รอยบาท พระศาสดา
คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า
ชาติของเรา คงอยู่ คู่กับเจ้า
ชาติของเรา คงอยู่ คู่พระศาสนา
พุทธศาสนา คงอยู่ คู่พระศาสนา
พุทธศาสนา อยู่ยง คู่องค์กษัตรา
พระศาสดา ฝากไว้ ให้คู่กัน

...........................................

  เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

วันเสาร์นี้ ..รีรันเทป
รายการคืนคุณให้แผ่นดินททบ.5
ได้บันทึกเทปภาพบรรยากาศ
     พิธีปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้ “รุ่นที่ 34
ณ ศูนย์ปฏิบัติการโรงแรม และการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร มาให้คุณผู้ชมได้ชมกัน
    โดยพิธีปิดในครั้งนี้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” เป็นประธานในพิธีปิดโครงการ สานใจไทยสู่ใจใต้” รุ่นที่ ๓๔ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ เจ้าหน้าที่ เยาวชน ครูพี่เลี้ยง และครอบครัวอุปถัมภ์ มาร่วมงานพิธีปิด โครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ ๓๔ ในงานครั้งนี้ด้วย


  ภาพบรรยากาศเป็นอย่างไรเชิญรับชมในรายการคืนคุณให้แผ่นดิน รีรันเทป...วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561 เวลา 22.30 น. สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

  คุณภูวฤทธิ์ พุ่มพวง
  พิธีกรดำเนินรายการ

Cr..ศิริพร จงศิริ
ผู้อำนวยการใหญ่ผลิตรายการคืนคุณให้แผ่นดิน ททบ.5
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ตรวจเยี่ยมหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45(คลิป)

สตูล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ตรวจเยี่ยมหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45
และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ที่ให้การส่งเสริม
        วันนี่9พ.ย.2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่8พ.ย.2561 ที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล บก.ทท. (นทพ.) โดย พลเอก ดร. ธนเกียรติ ชอบชื่นชมผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและฟังบรรยายสรุปแผนการปฏิบัติงานปี 2562 พร้อมได้ให้แนวทางการปฏิบัติงานแก่กำลังพล หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 สานักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และพ.อ.วัชรพงษ์ จันทร์หอม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ให้การต้อนรับ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้เยี่ยมชมการจัดแสดง ผลิตภัณฑ์ ของกลุ่มอาชีพ ที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ได้ให้การส่งเสริม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์การแปรรูปกล้วยประเภทต่าง ๆ โดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทุ่งนุ้ยเจริญทรัพย์ , ผลิตภัณฑ์ขนมพื้นเมืองจังหวัดสตูล โดยกลุ่มขนมพื้นเมืองบ้าน ควนโต๊ะเหลง และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้เครื่องประดับทาจากกะลามะพร้าว โดยกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวบ้านปากบารา ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มอาชีพ ทางหน่วยได้ให้การส่งเสริมในปีงบประมาณ 2558– 2562  และสามารถรวมกลุ่มได้อย่างเข้มแข็ง มีผลิตภัณฑ์ ส่งจาหน่ายทั่วไป ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นจากปกติสมาชิกทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ามัน ซึ่งเป็นอาชีพหลัก ในพื้นที่ จากนั้นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้ตรวจเยี่ยม การให้บริการของ ชุดผสมเทียมโคเคลื่อนที่ หน่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งให้บริการผสมเทียมโคแก่เกษตรกร ผู้เลี้ยงโคในพื้นที่ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงโคแก่เกษตรกร ของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อีกด้วย

นิตยา แสงมณี/ผู้สื่อข่าวสตูลรายงาน
----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กลับมาให้หาย“คิดถึง”เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 14 นักท่องเที่ยวนับแสนทั่วประเทศหลั่งไหลรับลมหนาว

กลับมาให้หาย“คิดถึง”เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 14 นักท่องเที่ยวนับแสนทั่วประเทศหลั่งไหลรับลมหนาวเคล้าทะเลหมอก แอ่ววิถีชุมชนในบรรยากาศสุดฟิน

จังหวัดลำปาง ร่วมกับ กฟผ. และ ททท. จัดงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะสุดยิ่งใหญ่ พร้อมรณรงค์งดใช้พลาสติก นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศจำนวนมากแห่มาร่วมสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติที่งดงามท่ามกลางลมหนาว พร้อมคลายความคิดถึงด้วยบรรยากาศสนุกสนานตามแบบวิถีชุมชน คาด 3 วัน มีนักท่องเที่ยวร่วมงานนับแสนคนจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนและกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดลำปางให้คึกคัก

 (9 พฤศจิกายน 2561) นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2561” (Mae Moh Festival 2018) ร่วมกับ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมด้วยทัพศิลปิน ดารา และนักร้องชื่อดังที่มาสร้างความประทับใจตลอดงาน ตั้งแต่วันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน 2561 ณ กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง    

จังหวัดลำปาง ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)จัดงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ เป็นครั้งที่ 14 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดลำปาง และสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น โดยเฉพาะชุมชนในอำเภอแม่เมาะได้มีส่วนร่วมในการแสดงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้พื้นที่ กฟผ. แม่เมาะ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งผลิตไฟฟ้าและเหมืองถ่านหินลิกไนต์แห่งเดียวของประเทศไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาร่วมพิสูจน์ด้วยตนเองว่า การพัฒนาพลังงานไฟฟ้าสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชน โดยยังคงความสวยงามของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันงานเทศกาลท่องเที่ยว แม่เมาะได้รับการบรรจุอยู่ในปฏิทินท่องเที่ยวของประเทศไทย


สำหรับเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แสงสว่างแห่งความสุข-สบาย ที่ถูกจุดประกายจากความ...คิดถึง” เพื่อสื่อสารถึง “ความคิดถึง” ที่เป็นตัวจุดประกายความสุข เพราะวันนี้ที่คนไทยมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ เป็นเพราะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรง “คิดถึง” ว่า วันข้างหน้าพลังงานจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สงวนแหล่งถ่านลิกไนต์ที่อำเภอแม่เมาะแห่งนี้เพื่อไว้ใช้ในราชการ ยังประโยชน์แก่คนไทยและประเทศชาติจวบจนถึงปัจจุบัน โดยในปีนี้ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับนักท่องเที่ยวทั้งจุดถ่ายภาพวิวเหมืองลิกไนต์แบบพาโนรามา ทุ่งบัวตองและดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อมด้วยทัพศิลปิน ดารา และนักร้องชื่อดัง อาทิ โป๊ป ธนวรรธน์  เบลล่า ราณี จากละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ร่วมด้วย เวียร์ ศุกลวัฒน์ ฐิสา บอย ปกรณ์ ปรางค์ กัญญ์ณรัณ ที่มาร่วมสร้างความบันเทิงตลอดงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การเยี่ยมชมศูนย์พิพิธภัณฑ์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา การแข่งขันสไลเดอร์บนลานสไลเดอร์ที่สูงและสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทย กิจกรรมปั่นเก็บตะวันชมความสวยงามของทุ่งบัวตองยามเย็น การท่องเที่ยววิถีชุมชน การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านของจิตอาสาและนักเรียนในจังหวัดลำปาง สนุกสนานกับรถดอยท้าซิ่ง ชิงช้าพาม่วน ว่าวไทย บริเวณ   ถนนคนเดิน สินค้า OTOP และซุ้ม D.I.Y ที่เปิดโอกาสให้ได้ประดิษฐ์ผลงานต่าง ๆ ด้วยตนเอง ความพิเศษของในปีนี้ กฟผ. และอำเภอแม่เมาะได้รณรงค์ลดการใช้โฟมและถุงพลาสติกภายในงานเพื่อเป็นการขานรับนโยบาย “ลำปางสะอาด ปราศจากโฟม” ตามนโยบายลดขยะพลาสติกของรัฐบาลอีกด้วย

งานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 14 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 11 พฤศจิกายน 2561 ณ สวนพฤกษชาติ และสวนเฉลิมพระเกียรติฯ กฟผ. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.egat.co.th และ https://www.facebook.com/maemohfestival/

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นาวิกฯจิบน้ำชายามเช้ากับผู้นำศาสนา หารือแก้ยาเสพติด เสริมความรักความสามัคคี สร้างคุณค่าการอยู่ร่วมสังคมพหุวัฒนธรรม

นาวิกฯจิบน้ำชายามเช้ากับผู้นำศาสนา หารือแก้ยาเสพติด เสริมความรักความสามัคคี สร้างคุณค่าการอยู่ร่วมสังคมพหุวัฒนธรรม

 น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.ให้การต้อนรับและพบปะพูดคุยกับ ผู้นำศาสนา (อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น) ในกิจกรรม “จิบน้ำชายามเช้า พบปะผู้นำศาสนา” เพื่อส่งเสริมความรักความสามัคคี สร้างการยอมรับ และเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม และเพื่อเป็นการเสริมสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารกับผู้นำศาสนาในพื้นที่รับผิดชอบ ในโอกาสเดียวกันนี้ เพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของสังคมในการส่งเสริม ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่
น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.ได้ขอความร่วมมือผู้นำศาสนาช่วยกันเผยแพร่ความรู้เรื่องโทษและพิษภัยของยาเสพติดให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้รับทราบ เนื่องจากปัจจุบันปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 

และความมั่นคงของประเทศ และมีแนวโน้มการแพร่ระบาดของยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงทั้งนี้ เพื่อให้ยาเสพติดหมดไปจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค 4 ในนาม ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มอบหมายให้ ฉก.นย.ทร.ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือ ขับเคลื่อน กำกับดูแล กับทุกภาคส่วน ร่วมกันต่อสู้กับภัยยาเสพติดในพื้นที่ 4 อำเภอ (อ.เมืองนราธิวาส อ.บาเจาะ อ.ยี่งอ จว.นราธิวาส และ อ.ไม้แก่น จว.ปัตตานี) ที่หน่วยรับผิดชอบ ภายใต้ยุทธศาสตร์แผนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ.2560 – 2564 เพื่อนำความสุขกลับคืนมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ลานหน้า บก.ฉก.นย.ทร./บก.ฉก.นย.ภต.ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จว.นราธิวาส การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย ผู้นำศาสนา (อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น) เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 คน


ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สำนักงานชลประทานที่ 17 ประชุมเตรียมความพร้อม และปล่อยขบวนคาราวานเครื่องจักรเครื่องมือเตรียมรับสถานการณ์ช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักงานชลประทานที่ 17 ประชุมเตรียมความพร้อม
และปล่อยขบวนคาราวานเครื่องจักรเครื่องมือเตรียมรับสถานการณ์ช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  เป็นประธานในพิธีการประชุม และ ปล่อยขบวนคาราวานเครื่องจักรเครื่องมือเตรียมรับสถานการณ์ช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ณ ห้องอเนกประสงค์ สำนักงานชลประทานที่ 17 ตำบลกะลุวอเหนือ จังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม นายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 17 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทางหลวง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น นายอำเภอ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขื่อนบางลาง ผู้อำนวยการโครงการ  ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน ประชุมเตรียมการรับสถานการณ์อุทกภัย ปี 2561 เพื่อติดตามการคาดการณ์ สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์น้ำฝน ระดับน้ำในลุ่มน้ำสายหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำปัตตานี ลุ่มน้ำสายบุรี ลุ่มน้ำบางนรา และลุ่มน้ำโก-ลก ในปัจจุบัน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย แผนความพร้อมเผชิญเหตุ การแจ้งเตือน สร้างการรับรู้ด้านข้อมูลข่าวสาร แผนการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของหน่วยงานต่างๆ  ต่อมา

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ปล่อยคาราวานเครื่องจักร เครื่องมือ ของกรมชลประทาน ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ 26 เครื่อง รถขุด 5 คัน รถบรรทุก 15 คัน เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องจักรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และกรมชลประทานได้จัดเตรียมจุดพักคอยเครื่องจักรกลไว้ 2 แห่ง คือ ที่สำนักงานชลประทานที่ 17 อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส และที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อให้สามารถขนย้ายเครื่องจักรกลเข้าช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานและในเขตชุมชนกรณีที่ได้รับการร้องขอได้ทันท่วงที

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

กระบี่คนสูบบุหรี่ติดอันดับ 1 ของประเทศ ขณะคกก.ควบคุมยาสูบกระบี่รุกลดจำนวนผูเสพ และประกาศพื้นที่ชายหาดห้ามสูบบุหรี่ พร้อมมาตรการเข้มงวด

ชาวกระบี่บริโภคยาสูบสูงอันดับ 1 ของประเทศ คกก.ควบคุมยาสูบกระบี่รุกลดจำนวนผูเสพ และประกาศพื้นที่ชายหาดห้ามสูบบุหรี่ พร้อมมาตรการเข้มงวดผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บุหรี
พันตำรวจโทืหม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้ นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดกระบี่
ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกระบี่ชั้น 2 โดยมีคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดกระบี่และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบพ. ศ. 2560 เข้าร่วมประชุม.
ทั้งนี้สถานการณ์การบริโภคยาสูบปี 2560 จากการสำรวจเกณฑ์ จปฐ ของสำนักงานพัฒนาชุมชนพบว่าประชาชนชาวกระบี่มีอัตราการบริโภคยาสูบร้อยละ 10.9 7 การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร้อยละ 3.35 จากการจัดเก็บข้อมูลประชากรทั้งหมด 287,906 ราย. แต่จากการเก็บข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติปรากฏว่าประชาชนชาวจังหวัดกระบี่บริโภคยาสูบเป็นอันดับ 1 ของประเทศร้อยละ 25 สำหรับในพื้นที่เขต 11 มี 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน จังหวัดกระบี่มีผู้เลิกสูบสูงสุดร้อยละ 23 สามารถเลิกได้เด็ดขาดไม่กลับไปสูบอีก เพียงร้อยละ 9 ดังนั้นคณะกรรมการจึงได้ประชุมร่วมกันเพื่อขับเคลื่อน การดำเนินใน 4 ยุทธศาสตร์ได้แก่ การสร้างและพัฒนากลไกการควบคุมยาสูบ และเคริ่องดื่มแลกอฮอล์ การสร้างความตระหนักเรื่องพิษภัย และป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การช่วยให้เลิกสูบเลิกดื่มสุรา และการสร้างสิ่งแวดล้อมให้ปลอดบุหรี่ ลดแรงสนับสนุนการดื่ม ชุชนเข้ามามีส่วนร่วม และก่รบังคับใช้กฏหมาย อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่ปีเดือนมกราคม 2561 สำนักงานสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจสอบไม่พบการกระทำ พบผู้กระทำผิดขายจำหน่ายบุหรี่และแอลกอฮอล์นอกเหนือจากวันและเวลาที่กำหนดแต่ไม่มีในเรื่องของการจำหน่ายให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนั้น ที่ประชุมให้ความเห็นชอบในประเด็นของการเฝ้าระวังไม่ให้มีการสูบบุหรั้ และดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำหนด รณรงค์ปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ ในเทศกาลสำคัญ มีป้ายเตือนให้ประชาชนใช้นักท่องเที่ยวได้ทราบให้ความร่วมมือในการปฏิบัติ . โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณชายหาดปลอดบุหรี่ซึ่งแต่เดิมกำหนดชายหาดพระแอะส่องดาวและข้อความขณะนี้ได้ขอขยายพื้นที่ไปที่การหาดอ่าวนางและหาดนพรัตน์ธารารมณ์เสียให้เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ด้วยซึ่งในการดำเนินงานส่วนนี้จะมีส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน เข้าไปมีส่วนร่วมในการประชาสัมพีนธ์ และร่สมตรวจตรา บังคับใช้กฏหมาย เพื่อให้เกิผลเป็นรูปธรรมในการปฏิบัติด้วยdit[uj
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ตร.กระบี่ คุมตัว หนุ่ม วงกะลา ส่งพนักงานอัยการและส่งศาล

ตร.กระบี่ คุมตัว หนุ่ม วงกะลา ส่งพนักงานอัยการและส่งศาล ดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์เพลง เจ้าตัวปฏิเสธสู้คดีชั้นศาล
วันที่ 8 พ.ย.61

ตร.กระบี่ คุมตัว หนุ่ม วงกะลา ส่งพนักงานอัยการและส่งศาล ดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์เพลง เจ้าตัวปฏิเสธสู้คดีชั้นศาล
จากกรณีที่ นายชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ กรรมการบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด เจ้าของค่ายมิวสิคบั๊กส์ แจ้งความดำเนินกับ นายณพสิน แสงสุวรรณ หรือ "หนุ่ม วงกะลา" 44 คดี 44 ท้องที่ ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง "ยาม" ซึ่งบางท้องที่ได้ส่งสำนวนอัยการจนรับฟ้องไปแล้ว และบางท้องที่ยังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน รวบรวมหลักฐานนำส่งอัยการ ซึ่ง สภ.เมืองกระบี่ ก็เป็นหนึ่งในท้องที่ที่อยู่ระหว่างรวบรวมสำนวนส่งอัยการ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ได้ออกหมายเรียก นายณพสิน หรือ "หนุ่ม วงกะลา" ไป 3 ครั้งแล้ว แต่ นายณพสิน หรือ "หนุ่ม วงกะลา" ยังไม่มาพบ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ได้เดินทางไปศาล จ.กระบี่ เพื่ออนุมัติหมายจับ กระทั่งเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 8 พ.ย. ตำรวจ สน.โคกคราม จับกุมตัวได้ขณะเจ้าตัวกำลังแสดงคอนเสิร์ตภายในผับแห่งหนึ่งย่านถนนเลียบด่วนรามอินทรา (Aladin Club) ก่อนคุมตัวส่ง สภ.เมืองกระบี่ ดำเนินคดี
วันที่ 8 พ.ย. พ.ต.ต.ประพันธ์ หนูชัยแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ คุมตัวนายณพสิน แสงสุวรรณ หรือ “หนุ่ม วงกะลา” อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 530/332 หมู่ 1 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.กระบี่ ลงวันที่ 7 พ.ย.61 หลังมาพิมพ์ลายนิ้วมือ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา รวมทั้งสอร์ตและเล่นเพลง “ยาม” ของวงลาบานูน ในงานลอยกระทง ลานประติมากรรมปูดำ ริมเขื่อบปากคำ ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น โดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งงานดนตรีกรรม และหรือบันทึกเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต หลัง”หนุ่ม วงกะลา” เคยมาแสดงคอนเสินเจ้าฟ้าในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ย.60 ซึ่งมีนายบุญธรรม เพชรนารถ ตัวแทน บ.เพาเวอร์ เทรเซอร์ จก. เป็นผู้แจ้งความ ทั้งนี้ นายณพสิน หรือหนุ่ม วงกะลา นั่งให้การต่อพนักงานสอบสวน ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้มีอาการเคร่งเครียดแต่อย่างใด ตลอดการสอบสวนมีนายทวีทรัพย์ หลักคำ อายุ 30 ปี ผู้จัดการส่วนตัว คอยนั่งประกบอยู่ตลอดเวลา
ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมคำให้การของผู้ต้องหา พร้อมนำตัวนายณพสิน หรือหนุ่ม วงกะลา ส่งอัยการ จ.กระบี่ โดยขณะรอให้ทางอัยการจังหวัด พิจารณาสำนวนของพนักงานสอบสวน บรรดาชาวบ้าน แฟนคลับ ที่มารอติดต่อราชการที่ สนง.อัยการ ต่างตื่นเต้นขอถ่ายภาพร่วมกับนายณพสิน ตลอดเวลา ก่อนอัยการทำเอกสารประกอบสำนวนสั่งฟ้องต่อศาล จ.กระบี่ ในวันเดียวกัน โดยตำรวจนำผู้ต้องส่งฝากขังศาล จ.กระบี่ ทางผู้จัดการส่วนตัวนำหลักทรัพย์เป็นเงินสด ยื่นประกันตัวชั้นศาล โดยนายณพสิน ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยบอกเพียงว่าทางค่ายเพลงต้นสังกัด จะแถลงเรื่องนี้เอง พร้อมทั้งยกมือไหว้ขอบคุณแฟนคลับที่คอยให้กำลังใจ

นายทวีทรัพย์ ผจก.ส่วนตัว กล่าวว่า คดีละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ในครั้งนี้ ถูกแจ้งดำเนินคดีใน 44 ท้องที่ ในส่วนของ สภ.เมืองกระบี่ เป็นคดีที่ 5 ใน 44 คดีที่ถูกแจ้งความ โดยเจ้าทุกข์แจ้งเรียกค่าลิขสิทธิ์คดีละ 500,000 บาท สำหรับคดีที่ถูกจับกุมครั้งนี้ เบื้องต้นในชั้นสอบสวนเจ้าตัวให้การปฏิเสธ เพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

กอ.รมน.กบ "หว่านเมล็ดปอเทืองให้เหลืองสะพรั่งทั้งแผ่นดิน" บานสะพรั้ง 5 ธันวาคมนี้

กอ.รมน.กบ "หว่านเมล็ดปอเทืองให้เหลืองสะพรั่งทั้งแผ่นดิน" บานสะพรั้ง 5 ธันวาคมนี้
     
พ.อ.ชัยพิพัฒน์ รันสูงเนิน รอง ผอ.รมน.จ.กระบี่ เป็นประธาน กิจกรรม "หว่านเมล็ดปอเทียงให้เหลืองสะพรั่งทั้งแผ่นดิน" ณ ศรีผ่องฟาร์ม ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ โดยมีนายศิริธร จุลชู ประธานกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายชวน ภูเก้าล้วน ประธานสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ นายสำราญ สินทอง ประธานมูลนิธิอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ นางจิราวงสวัสดิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่ และแขกผู้มีเก่ยรติให้การต้อนรับ.
กิจกรรม "หว่านเมล็ดปอเทียงให้เหลืองสะพรั่งทั้งแผ่นดิน" นี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกระบี่ ร่วมกับ มูลนิธิอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน และ ศรีผ่องฟาร์มกระบี่ ได้ร่วมกันจัดขึ้น โดยกพหนดหว่านเมล็ดปอเทืองในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 10 ไร่เพื่อให้ปอเทืองผลิดอกเหลืองอร่ามทั่วทั้งแผ่นดินในวันที่ 5 ธันวาคม. ทั้งนี้ เนื่องจาก วันที่ 5 ธันวาคมทุกปีองค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็นวันดินโลกเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่องและยาวนานปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและนานาชาติ. ดังนั้น เพื่อให้วันที่ 5 ธันวาคมเป็นที่รู้จักแพร่หลายในระดับนานาชาติเกิดความต่อเนื่องและจริงจังในการรณรงค์ด้านทรัพยากรดินในทุกระดับ. ผู้แทนหน่วยงานราชการ. ทหาร จิตอาสาอำเภอเมืองกระบี่. จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมขึ้น และหลังจากนี้ นายอำมาตย์ คุณสวัสดิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะเกษตรศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย จะขยายพันธ์เพิ่มเติมและกระจายพื้นที่ปลูกให้กว้างขวาง สร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม และที่สำคัญคือการฟื้นฟูบำรุงดินให้สมบูรณ์อีกด้วย
-----------------------------------------------

มักง่าย!นายก อบต.ไสไทย จ.กระบี่ โวย!กับผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่อ่าวนาง แอบนำขยะกองงข้างถนน สร้างมลพิษ

อบต.ไสไทย เก็บหลักฐาน ให้แขวงทางหลวงกระบี่ แจ้งความดำเนินคดีโต ทิ้ กับผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่อ่าวนาง แอบนำขยะกองงข้างถนน สร้างมลพิษ

เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 7 พ.ย.61 นายหราบ หง้าฝา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ ได้รับแจ้งจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ว่ามีเศษขยะจำนวนมาก ถูกนำมากองทิ้งไว้บริเวณถนนสาย อ่าวน้ำเมา-อ่าวนาง ม.5 ต.ไสไทย ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามกีฬากลางจังหวัดกระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยนายณัฐนน จันทร์คง รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกระบี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ อบต.ไทย พร้อมประสานรถเก็บขนขยะ อบต.เข้าทำการจัดเก็บ 
      จากการตรวจสอบพบกองขยะขนาดใหญ่ มีทั้งถุงดำขยะเปียก ขยะแห้ง เศษอาหาร และเศษโฟมห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ คาดว่าถูกนำมากองทิ้งไว้ริมถนน ซึ่งทำลายทัศนียภาพทางสายตาสกปรกรุงรัง เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและทำลายภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก เนื่องจากจังหวัดกระบี่ ในช่วงนี้มีเทศกาลสำคัญงานแสดงศิลปะนานาชาติไทยแลนด์เบนน่าเล่ กระบี่ และเป็นช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 

นายหราบ กล่าวว่า ขยะกองดังกล่าว คาดว่าถูกคนมักง่ายแอบนำมากองทิ้งไว้เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา และจากการตรวจสอบภายในกองขยะพบเบาะแสที่มาของขยะเป็นใบเสร็จสั่งสินค้าของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่อ่าวนาง เบื้องต้นได้มอบหลักฐานชิ้นดังกล่าวให้กับทางแขวงทางหลวงกระบี่ เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญาเอาผิดกับโรงแรมดังกล่าว ให้เป็นคดีตัวอย่าง และป้องปราม สถานประกอบการ ไม่ให้นำขยะมาทิ้งข้างทางอีก เพราะชาวบ้านรับไม่ได้ และมีการรณรงค์ เรื่องความสะอาดอย่างต่อเนื่อง 
นายณัฐนน จันทร์คง รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกระบี่ กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำหลักฐานที่เจอในกองขยะ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับจะนำป้ายห้ามทิ้งขยะมาปักไว้ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย เพราะจุดดังกล่าวไม่ใช่ที่ทิ้งขยะ โดยผู้ที่นำขยะมาทิ้งจะมีความผิดตามกฎหมาย
----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ฮือฮา พบรังต่อหัวเสือยักษ์ยาวกว่า 2 เมตร กว้างกว่า 1 เมตร สุดแปลกรูปทรงสามเหลี่ยมยอดสูงคล้ายเจดีย์ ทำรังภายในวัดกระบี่น้อย(คลิป)

ฮือฮา พบรังต่อหัวเสือยักษ์ยาวกว่า 2 เมตร กว้างกว่า 1 เมตร สุดแปลกรูปทรงสามเหลี่ยมยอดสูงคล้ายเจดีย์ ทำรังภายในวัดกระบี่น้อย ด้านชาวบ้านเผย ใหญ่มากเพิ่งเคยเห็น

วันที่ 7 พ.ย.61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่วัดกระบี่น้อย ม.6 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ มีรังต่อหัวเสือขนาดใหญ่ยักษ์ ไม่เคยพบเจอมาก่อน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบรังต่อหัวเสือ ทำรังอยู่บนต้นพะยอมภายในวัด สูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร โดยาวกว่า 2 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร สร้างความฮือฮาแก่ชาวบ้านที่เข้ามาทำกิจธุระภายในวัด ขณะที่ชาวบ้านบางคนเผย ครั้งแรกที่เคยเห็นขนาดใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ ที่น่าแปลกรูปทรงสามเหลี่ยม มียอดแหลมคล้ายเจดีย์ 

นายวิชิต เนื้อนุ้ย อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ มีอาชีพทำสวน และมีอาชีพเสริม จับลูกต่อหัวเสือขาย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ออกจับลูกต่อหัวเสือขายตามป่าเขา ในระยะหลายปีที่ผ่านมา ยอมรับไม่เคยเจอรังใหญ่ขนาดนี้มาก่อน โดยมีตัวต่อบินเข้าออกนับพันตัว ถือว่าเป็นครั้งแรกที่พบยอมรับว่ารังนี้ใหญ่มาก ไม่เคยเจอมาก่อน และเป็นที่น่าสังเกตว่า ตัวต่อหัวเสือไม่ดุร้าย เหมือนกับรังอื่นที่เจอ คาดว่ารังนี้ มีอายุ ไม่น้อยกว่า 1 ปี

เบื้องต้นทางวัด ห้ามประชาชนห้ามเข้าใกล้หรือรบกวนรังต่อดังกล่าว เกรงว่าจะถูกต่อหัวเสือทำร้ายเอาได้ ส่วนที่รังใหญ่ขนาดนี้ เนื่องจากรังต่ออยู่ภายในบริเวณวัด ไม่มีใครกล้าเผาทำลาย จึงทำให้ต่ออยู่อย่างสงบ และสร้างรังจนใหญ่มหึมา

//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. คว้า 10 รางวัลสิ่งประดิษฐ์จากเวทีนานาชาติ มุ่งพัฒนานวัตกรรมพลังงานเพื่ออนาคต

กฟผ. คว้า 10 รางวัลสิ่งประดิษฐ์จากเวทีนานาชาติ มุ่งพัฒนานวัตกรรมพลังงานเพื่ออนาคต
กฟผ. คว้ารางวัลเกียรติยศจากการประกวดและจัดแสดงผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม ในเวที “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2018) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมคว้า 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง และรางวัลพิเศษจากประเทศโปแลนด์ อีก 2 รางวัล มุ่งสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมพลังงานเพื่ออนาคต

ดร.จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการดำเนินธุรกิจและการสร้างประโยชน์ต่อสังคม เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยล่าสุดทีมนักวิจัยและนักประดิษฐ์ กฟผ. สามารถคว้า 10 รางวัลจาก 8 ผลงาน ในเวที “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2018) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ 1 – 4 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งมีผลงานเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 800 ผลงาน จาก 30 ประเทศทั่วโลก
       
สำหรับการประกวดครั้งนี้ ผลงาน “เครื่องดันสายและชุดคันโยกสาย OVER HEAD” (Special Tools for Overhead Ground Wire Installation) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยติดตั้งสายล่อฟ้าบนเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงโดยไม่ต้องปลดสายลงพื้นดิน ทำให้ กฟผ. ไม่ต้องดับไฟและไม่ต้องปิดกั้นถนน จึงไม่กระทบต่อประชาชน ผลงานนี้ได้รับรางวัลเกียรติยศจากคณะผู้บริหารการจัดงานประกวด และรางวัลเหรียญทองแดง ผลงาน “ประแจเปิด – ปิดวาล์วเอนกประสงค์” (Smart Wrench for Multi-Type Valves) เป็นประแจชนิดพิเศษที่ช่วยผ่อนแรงในการเปิด-ปิดวาล์ว สามารถทำงานได้หลากหลายและใช้งานในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย คว้ารางวัลเหรียญทอง ผลงาน “การออกแบบระบบการเปิดของบานประตูน้ำในโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ” (Enhancement of Wicket Gate Control System in Pumped-Storage Power Plant) ช่วยรักษาสภาพการเดินเครื่องให้อยู่ในจุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแบบอัตโนมัติ และลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศได้กว่า 6 ล้านบาทต่อเครื่อง คว้ารางวัลเหรียญเงิน และรางวัลพิเศษจากสมาคมนักประดิษฐ์ของประเทศโปแลนด์ ผลงาน “เครื่องมือสอบเทียบไดอัลเกจแบบอัตโนมัติ” (Automatic Dial Gauge Calibrator) เป็นอุปกรณ์ที่ กฟผ. พัฒนาเครื่องมือสอบเทียบขึ้นมาใหม่ เพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการสอบเทียบ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศได้กว่า 2.4 ล้านบาทต่อเครื่อง คว้ารางวัลเหรียญเงิน ส่วนผลงานที่คว้าเหรียญทองแดง ได้แก่ “อุปกรณ์เคลียร์เศษโลหะออกจากสายพานท้ายเครื่องโม่ถ่านกึ่งอัตโนมัติ” (Metal Scrap Removal Machine for Lignite Belt Conveyor System) ป้องกันเศษโลหะที่ปะปนมาจากหน้างานถ่านลิกไนต์ สามารถกำจัดเศษโลหะแบบอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเวลาการหยุดเดินเครื่องและลดค่าเสียโอกาสในการผลิตถ่านลิกไนต์ถึงปีละกว่า 23.6 ล้านบาท ผลงาน “โปรแกรมคาดการณ์ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า” (Prediction Software for Availability Declaration of Power Plant) ช่วยคาดการณ์ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าในวันถัดไป ลดการสูญเสียรายได้ และช่วยให้โรงไฟฟ้ามีค่าความร้อน (Heat Rate) ต่ำลงจากการเดินเครื่องผลิตเต็มสมรรถนะ และผลงาน “การยกระดับกระบวนการเชื่อมซ่อมหม้อน้ำด้วยอุปกรณ์ช่วยกันลม” (Enhancement of Boiler Welding with Wind Shield Box) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแก้ปัญหาลมแรงขณะทำการเชื่อมท่อในอาคาร Boiler ที่มีความสูงกว่า 70 เมตร ลดความเสี่ยงในการเกิดจุดบกพร่องในงานเชื่อมจากลมภายนอก และเพิ่มเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังมีผลงาน “ระบบวางแผนและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าในยุค 4.0” (Smart Power Plant Maintenance Planning Program) ที่จะจัดเก็บประวัติการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการสั่งซื้ออะไหล่และการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ สามารถออกใบสั่งซื้ออะไหล่ได้อัตโนมัติ โดยตรวจสอบผ่าน QR Code ได้อย่างรวดเร็ว คว้ารางวัลพิเศษจากสมาคมนักประดิษฐ์ของประเทศโปแลนด์

“วันนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต กฟผ. จึงส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ จนได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลงานวิจัยดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย กฟผ. จะสร้างนักวิจัยและนักประดิษฐ์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมพลังงานเพื่อชีวิตที่ดีกว่า และทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยต่อไป” ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กล่าวในตอนท้าย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...