• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561

อบต.ไสไทย จ.กระบี่ จัดกิจกรรมตลาดนัดครอบครัวไสไทย ในวิถีพอเพียง

     องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย จัดกิจกรรมตลาดนัดครอบครัวไสไทย ในวิถีพอเพียง เพื่อสนองนโยบายโครงการตลาดประชารัฐท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และดำเนินตามนโยบายจังหวัด กระบี่ปลอดโฟมและปลอดพลาสติก วันที่ 31 ตุลาคม 2561 นายหราบ หง้าฝา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย เป็นประธานเปิด กิจกรรม ตลาดนัดครอบครัวไสไทย ในวิถีพอพียงโดยมีนายชญณัท ขยันการ นายประจักษ์ สาระวารี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายบุญเลิศ ดำหาย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายภูสิต น่าเยี่ยม รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายสุชาติ หมีนุ้ย เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล รองปลัด หัวหน้าส่วนราชการ นายก่อเดช ยะลา สาธารณสุขอำเภอเมืองกระบี่ นายสมบูรณ์ แต่งเกลี้ยง ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านไสไทย นายสมชาย เชี่ยวชาญ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนสอบสวน สำนักงาน กกต.จังหวัดกระบี่และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม 

     นายหราบ หง้าฝา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมตลาดนัดครอบครัวไสไทย ในวิถีพอเพียง เพื่อสนองนโยบายโครงการตลาดประชารัฐท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคี สร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ และสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กร เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับบุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย และส่งเสริมให้นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต อีกทั้งส่งเสริมมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมให้กับบุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ซึ่งกิจกรรม ตลาดนัดครอบครัวไสไทย ในวิถีพอเพียง มีสินค้าในท้องถิ่นจำหน่ายมากมาย 
    
ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ พืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ ขมิ้น ใบมะกรูด ถั่วพลู ผักบุ้ง ข้าวสังข์หยด กะปิ ปลาเค็มปลอดสารพิษ น้ำพริกกุ้งเสีบ ขนมด้วง ข้าวเหนียวแก้ว แป้งข้าวหมาก น้ำกระเจี๊ยบ น้ำอัญชัน น้ำมันมะพร้าสกัด และ ผลิตภัณฑ์จากกระจูด เป็นต้น โดยจะจัดขึ้นทุกวันพุธสุดท้ายของเดือน ในเวลา 07.00 – 08.30 น. ณ อาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย โดยขอความร่วมมือลดการใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟม ในการจำหน่ายสินค้า และสำหรับผู้ซื้อสินค้าขอความร่วมมือในการนำถุงผ้า กระเป๋า หรือตะกร้า นำมาใช้ใส่สินค้ากลับบ้าน เพื่อลดภาวะโลกร้อน และเพื่อดำเนินการตามนโยบายจังหวัด กระบี่ปลอดโฟมและปลอดพลาสติก” No Foam – No Plastic ต่อไป
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ทหารจับของหนีภาษีคาด่านตรวจพร้อมเฝ้าตรวจ และสกัดกั้นสิ่งผิดกฏหมายทุกรูปแบบ

สตูล ทหารจับของหนีภาษีคาด่านตรวจ
       
 วันนี้29ต.ค.2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.อ.วรเดช เดชรักษา ผบ.ฉก.ร.5 ได้กำชับให้หน่วยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจ และสกัดกั้นสิ่งผิดกฏหมายทุกรูปแบบ ที่ลักลอบ นำเข้า-ส่งออก ในพื้นที่ตามแนวชายแดน ไทย-มาเลเซีย โดยเฉพาะการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ทั้งนี้ พ.อ.วรเดช เดชรักษา ได้รับแจ้งจากสายรับมาว่าจะมีการขนสินค้าหนีภาษีบางส่วนที่ซุกซ่อนมากับสินค้าที่มีการเสียภาษีจากด่านศุลกากรแล้ว จึงสั่งการให้ พ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว  ผบ.ร.5 พัน 2 , ร.ท. ณัฐพล คณะทอง ผบ.มว.ปล.ที่ 3 ร้อย.ร.5021 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ควนโดน ดำเนินการตรวจสอบรถบรรทุกและยานพาหนะต่างๆอย่างเคร่งครัด บริเวณหน่วยบริการประชาชนวังประจัน (สภ.ควนโดน) ม.4 ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ขณะเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบรถที่ผ่าน เข้า-ออก พบรถ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บง 8710 สตูล หลังคาติดตั้งตู้เหล็กทึบ ซึ่งเป็นรถบรรทุกของใช้ในครัวเรือนวิ่งมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงส่ง
สัญญาณให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น ซึ่งมี นาย อับดุลรออุบ แหวนหลี อายุ 30 ปี เป็นคนขับ จากการตรวจค้นบริเวณในตู้เหล็กทึบด้านหลังรถ พบลังผลิตภัณฑ์ซักล้างยี่ห้อหนึ่งจำนวนมากมาวางกองกัน หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด พบพืชกระเทียม 89 กระสอบ กระสอบละ 9 ก.ก. รวม 801 กก. ซุกซ่อนปะปนมากับลังผลิตภัณฑ์ซักล้างอื่นๆ จึงได้ทำการตรวจยึด จากการสอบสวน นายอับดุลรออุบ แหวนหลี รับสารภาพว่า พืชกระเทียมทั้งหมดเป็นของตน ซื้อมาจากร้านค้าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านและไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางพืชกระเทียมที่ยังไม่ได้เสียภาษี ส่งด่านศุลกากรวังประจัน เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

นิตยา แสงมณี ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561

คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เดินทางพบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน เยี่ยมและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 12 หมู่บ้าน ตำบลสากอ

คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เดินทางพบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน เยี่ยมและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 12 หมู่บ้าน ตำบลสากอ
         
28 ต.ค. 61  ณ ตลาดริมน้ำชุมชน otop นวัตวิถีเวทีฝายสากอ ตำบลสากอ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมคณะเดินทางพบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และพบปะรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 12 หมู่บ้าน ตำบลสากอ โดยมี นายสมหวัง เรืองเพ็ง ปลัดจังหวัดนราธิวาส นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี นายสัญชัย เหสามี กำนันตำบลสากอ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน กลุ่มสตรี และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ
         นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อตรวจงานและผลสัมฤทธิ์จากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่ตำบลสากอ และตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ซึ่งที่ตำบลโต๊ะเด็งชาวบ้านได้ตกลงทำโครงการเลี้ยงไก่ไข่ จำนวน 300 ตัว แบ่งเป็นกลุ่มละ 100 ตัว ปัจจุบันได้นำผลผลิตไข่ไก่ออกจำหน่ายสร้างรายได้ให้เกษตรกรจนเห็นผลในเชิงประจักษ์จากงบประมาณ จำนวน 200,000 บาทที่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งมุ่งหวังว่าเกษตรกรจะนำเงินในส่วนนี้ไปต่อยอดและขยายผลเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป 

ทั้งนี้ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่รัฐบาลมอบหมายให้ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมโครงการไทยนิยม ยั่งยืน และให้กำลังใจกับประชาชนในพื้นที่ รู้สึกดีใจที่ผู้เข้าร่วมโครงการมีความสุขและได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากสิ่งที่รัฐบาลให้การส่งเสริมและสนับสนุน ซึ่งตนเองได้ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงแนวทางการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ตามนโยบายรัฐบาลอีกด้วย                                       

ภาพ/ข่าว  ซาการียา  ดอเลาะ  จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ระทึก!! ชนสนั่นพ่วงปะทะเทเลอร์ หน้าปั้มน้ำมันคนขับรถพ่วงติดภายในงัดออกอาการสาหัส (คลิป)

บุรีรัมย์ ระทึก!! ชนสนั่นพ่วงปะทะเทเลอร์ หน้าปั้มน้ำมันคนขับรถพ่วงติดภายในงัดออกอาการสาหัส (คลิป)

เกิดเหตุรถพ่วงชนท้ายรถเทเลอร์บรรทุกผลไม้ขณะกลับรถ เสียงดังสนั่นหน้าปั้มน้ำมัน กู้ภัยเร่งช่วยเหลือคนขับรถพ่วง เพราะติดหน้ารถอาการสาหัส คาดคนขับพ่วงไม่เห็นรถเทเลอร์กำลังกลับรถจึงพุ่งชนท้าย

วันที่ 29 ต.ค./22.00 น.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมือง บุรีรัมย์ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันบริเวณช่วงยูเทิน หน้าปั้มน้ำมันเชลล์ บ้านกระสัง ต.กระสัง อ.เมือง ถนนสายบุรีรัมย์-นางรอง มีคนติดภายในรถ จึงประสานหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมเข้าร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 22 ล้อบรรทุกดิน ทะเบียน 83-2869 บุรีรัมย์ ชนท้ายรถเทเลอร์บรรทุกผลไม้ ทะเบียน 70-6122 ปทุมธานี สภาพด้านหน้าพังยับเยิน แรงกระแทกทำให้คนขับรถพ่วงบรรทุกดินติดอยู่ภายใน
กู้ภัยสว่างจรรยาธรรม ใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือนานกว่า 20 นาที จึงนำร่างออกมาได้ แต่อาการสาหัส

จากการสอบถามนายมนตรี พุมผาง อายุ 30 ปี คนขับรถเทเลอร์ บอกว่า ได้ขับรถบรรทุกผลไม้จากจังหวัดจันทรบุรี จะขนไปส่งต่างประเทศผ่านชายแดนจังหวัดมุขดาหาร

ตนเองตั้งใจจะเติมน้ำมันยี่ห้อเชลล์ เพราะมีบัตรรูดของบริษัท เมื่อขับรถเข้าเขตตัวเมืองบุรีรัมย์ เห็นปั้มเชลล์ อยู่ขวามือจึงไปยูเทินกลับมาเติมน้ำมัน หลังจากเติมน้ำมันเสร็จ ก็จะยูเทินรถกลับไปทางตัวเมือง ระหว่างรอกลับรถได้มีรถพ่วงมาพุ่งชนท้ายดังกล่าว อย่างไรก็ตามตำรวจจะเร่งสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติในครั้งนี้อีกครั้ง

ข่าว_ภาพ  ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง / วันชัย ผิวอร่าม
 ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.บุรีรัมย์
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ตร.กระบี่ เร่งติดตาม กลุ่มวัยรุ่น ปาก้อนหิน ใส่ รถฉุกเฉินพยาบาลโรงพยาบาลปลายพระยา ขณะนำผู้ป่วยฉุกเฉินโรคหัวใจกำเริบ ส่งโรงพยาลกระบี่

ตร.กระบี่ เร่งติดตาม กลุ่มวัยรุ่น ที่ ก่อเหตุปาก้อนหิน ใส่ รถฉุกเฉินพยาบาลโรงพยาบาลปลายพระยา ทำให้กระจกหน้ารถด้านซ้าย แตก ร้าว ขนาด 2 เซนติเมตร ขณะนำผู้ป่วยฉุกเฉินโรคหัวใจกำเริบ ส่งโรงพยาลกระบี่ โชคดีไม่ได้รับอันตราย

 วันที่ 29 ตุลาคม2561  พันตำรวจเอก ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ  รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ สั่งการเจ้าหน้าหน้าที่ ตำรวจภูธร เมืองกระบี่ ชุดสืบสวน เร่งติดตาม กลุ่มวัยรุ่น ที่ ก่อเหตุปาก้อนหิน ใส่ รถฉุกเฉินพยาบาลโรงพยาบาลปลายพระยา ทำให้กระจกหน้ารถด้านซ้าย แตก ร้าว ขยาด 2 เซนติเมตร ขณะนำผู้ป่วยฉุกเฉินโรคหัวใจกำเริบ ส่งโรงพยาลกระบี่ เหตุเกิดเมื่อเวลา ตี 3 วันที่ 28 ที่ผ่านมา ที่บริเวณ ถนนเพชร หน้าโรงเรียนมิตรภาพ 123 หรือโรงเรียนบ้านในช่อง หมู่ 1 ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่
นาย ณัฐกร. บาศรี พนักงานบริการโรงพยาบาลปลายพระยา เปิดเผยว่า ขณะขับรถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลนำตัวผู้ป่วยโรคหัวใจส่งตัวโรงพยาบาลกระบี่  พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พยาบาล  ดูแลผู้ป่วย มีญาติผู้ป่วยนั่ง ข้างคนขับ  โดยเปิดไฟฉุกเฉินไซเรน แต่ไม่เปิดเสียง  มาตลอดเส้นทาง เมื่อขับรถผ่าน ผ่านสามแยก บ้านในสระ ถึง หน้าโรงเรียนบ้านในช่อง ถนนเพชร  มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก จับกลุ่ม แข่งขันรถจักรยายนต์กัน  อยู่ ทั้งสอง ข้างถนน ตลอดทาง เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนบ้านในช่อง ได้ยินเสียงดัง คล้ายของแข็งกระทบ กระจกหน้ารถ จึงชะลอรถ ช้าลง พบว่า กระจกหน้ารถบริเวณด้านซ้ายแตกร้าว จึงรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลกระบี่ จากนั้น เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่  สาเหตุคาดว่า ขณะกลุ่มวัยรุ่นเตรียมแข่งขันรถจักรยานยนต์ แต่มีรถพยาบาลวิ่งผ่าน ทำให้ต้อง หยุดการแข่งขันชั่วคราว อาจสร้างความไม่พอใจ ทำให้ก่อเหตุดังกล่าว เรียกร้องให้ เร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว  เนื่องจากเป็นการกระทำที่ อุกอาจ ไม่มีมนุษย์ธรรม  และเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ประจำรถพยาบาลฉุกเฉิน  เนื่องจากแต่ละคืนมีรถพยาบาลจากโรงพยาบาลอ่าวลึก โรงพยาลบาลปลายพระยา รับส่งผู้ป่วยตลอดทั้งคืน...
กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ถนนคนเดิน กระบี่ : “ถนนสีเขียว รักษ์โลก ห่วงใยผู้บริโภค ลด ละ เลิกใช้ถุงพลาสติก และบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหาร

จังหวัดกระบี่เตรียมรับรางวัลด้านการสิ่งแวดล้อม จากสหประชาชาติ  ในขณะที่ถนนคนเดินเป็นพื้นที่ปลอดโฟมและพลาสติก 100 % ในปีนี้ และจะรุกขยายพื้นที่ให้คลอบคลุมทั้งจังหวัดในอนาคต
                วันที่ 28 ตุลาคม 2561  พันตำรวจโท หม่อมหลวง  กิติบดี   ประวิตร   ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  เป็นประธานเปิด โครงการถนนคนเดิน กระบี่ : “ถนนสีเขียว รักษ์โลก ห่วงใยผู้บริโภค    ลด  ละ  เลิกใช้ถุงพลาสติก  และบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหาร”   ณ   ถนนคนเดิน  กระบี่  โดยมีนาย นายวัฒนา    ธนาศักดิ์เจริญ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ ในฐานะอดีตประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการถนนคนเดิน กระบี่  กล่าวต้อนรับ  นายสิริธร  จุลชู ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน  นายกลินท์  สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดี  โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวเปิดโครงการ
 หัวหน้าส่วนราชการ  ผู้นำองค์กรภาคเอกชน   สื่อมวลชน  และประชาชนร่วมเป็นเกียรติจำนวนมาก  มีขบวนวงค์ดุริยางค์โรงเรียนอำมาตย์พาณิชย์นุกูล  นำประธานและแขกผู้มีเกียรติ รณรงค์ การแจกถุงผ้า และถุงกระดาษ
 ทั้งนี้ จังหวัดกระบี่ ได้ผลักดันการเป็น Krabi Goes Green มาอย่างต่อเนื่อง  และในขณะนี้ภาคเอกชนภายใต้การนำของหอการค้าจังหวัดกระบี่ ได้ตระหนักในเรื่องนี้เข้ามาร่วมสนับสนุนและรณรงค์เรื่องการใช้บรรจุภัณฑ์ กล่องโฟมบรรจุอาหาร และกำหนดให้ถนนคนเดินกระบี่ ที่บริหารจัดการโดยหอการค้าจังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบในการไม่ใช้ก่องโฟม ซึ่งจากการดำเนินการมาตั้งอย่างต่อเนื่องทำให้ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวปลอดโฟมแล้ว 100 %  และก้าวสู่การลดละเลิกใช้ถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหาร เพื่อให้กระบี่เป็นถนนสีเขียว เริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ผู้ประกอบการค้ากว่า ๘๐%  เลิกใช้ถุงพลาสติก  บรรจุภัณฑ์พลาสติก  หันไปใช้ถุงผ้าและวัสดุอื่น ๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาทดแทน   ความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายส่งผลให้จังหวัดกระบี่  ผ่านการตัดสินให้ได้รับรางวัล “Global Low Carbon Ecological Scenic Spot” of “Sustainable Cities and Human Settlements Awards 2018 (SCAHSA 2018)” ซึ่งเป็นรางวัลจากองค์กรสหประชาชาติ  โดยจะมีการมอบรางวัลนี้ในงาน The 2018 Annual Session of Global Forum on Human Settlements (GFHS 2018) ในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร         ซึ่งในประเทศไทยมี จังหวัดกระบี่ และเทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เท่านั้นที่ได้รับรางวัล ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจังต่อไป 
                 ด้าน นายสิริธร   จุลชู   ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่ ในนามคณะกรรมการจัดงานโครงการถนนคนเดิน กระบี่ : “ถนนสีเขียว รักษ์โลก ห่วงใยผู้บริโภค  ลด  ละ  เลิกใช้ถุงพลาสติก  และบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหาร”  โดยโครงการนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ได้เข้ามาเปิดสาขาในพื้นที่ชานเมือง ส่งผลให้ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวเข้ามาในเขตเมืองลดลง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของผู้ประกอบการในเขตเทศบาลและคนท้องถิ่น หอการค้าจังหวัดกระบี่จึงได้ผลักดันโครงการถนนคนเดินขึ้น   เริ่มดำเนินการในสมัยของท่านวัฒนา  ธนาศักดิ์เจริญ  ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่  โดยได้รับงบประมาณจังหวัด 1 ล้าน 8 แสนบาท เทศบาลเมืองกระบี่สมทบ 2 แสนบาท กระทรวงพาณิชย์จัดสรรงบประมาณสนับสนุนผ่านทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกระบี่ และคัดเลือกถนนคนเดิน กระบี่ให้เป็นย่านการค้าพาณิชย์ 1 ใน 4 จังหวัด นำร่อง และรณรงค์ให้เป็นถนนคนเดินปลอดโฟม จนได้รับรางวัลจากกรมอนามัย   กระทรวงสาธารณสุขให้เป็นองค์กรปลอดโฟม 100% ติดต่อกันมาทุกปี ในแต่ละปีจะมีหน่วยงานต่างๆเข้ามาศึกษาดูงานหลายคณะ และเป็นต้นแบบในการรณรงค์ไม่ใช้บรรจุภัณฑ์กล่องโฟมใส่อาหาร  และหอการค้าทั่วประเทศนำไปเป็นต้นแบบดำเนินการในพื้นที่  และเมื่อดำเนินโครงการ ลด ละ เลิก ใช้พลาสติกและผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารพลาสติก โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่มีอยู่ทั้งหมด 396 ราย  ซึ่งได้เริ่มโครงการเมื่อวันศุกร์ ที่ 5  ตุลาคม  2561 ที่ผ่านมา  จนถึงปัจจุบันมีผู้ประกอบการค้ากว่า 80% ที่ไม่ใช้ถุงพลาสติก ภาชนะพลาสติกในถนนคนเดิน กระบี่ และในรายที่ยังคงใช้อยู่จะปรับเปลี่ยนไปใช้วัสดุอื่นๆตามความเหมาะสม และจะเลิกใช้พลาสติกภายในสิ้นปี 2561
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรม “พหุวัฒนธรรม รวมใจสร้างฝายชะลอน้ำ พลิกฟื้นนาร้าง”

นาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรม “พหุวัฒนธรรม รวมใจสร้างฝายชะลอน้ำ พลิกฟื้นนาร้าง” จุดประกายชาวบ้านและเยาวชน  ให้กลับมาใช้อีกครั้ง หลังร้างมานาน
               (วันนี้) 28 ต.ค.61 ณ บ้านเชิงเขา ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.เจาะ จ.นราธิวาส น.อ.นิรัตน์  ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “พหุวัฒนธรรม รวมใจสร้างฝายชะลอน้ำ พลิกฟื้นนาร้าง” เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุน ช่วยกักเก็บน้ำและชะลอการไหลเวียนของน้ำ ป้องกันน้ำท่วมจากแม่น้ำลำธารในช่วงฤดูฝนที่เสี่ยงต่อกระแสน้ำที่รุนแรง และขาดน้ำในหน้าแล้ง ช่วยปกป้องหน้าดินลดการพังทลายของหน้าดิน อีกทั้งยังมีประโยชน์มากมายต่อระบบนิเวศน์และความเป็นอยู่ของทุกสิ่งมีชีวิตบริเวณดังกล่าว รวมถึงเป็นโครงการพระราชดําริฯที่ทรงคุณค่า สร้างความอุดมสมบูรณ์ แก้ปัญหานาร้างในพื้นที่รับผิดชอบ
 โดยมี น.อ.สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผบ.ฉก.ทพ.นย.ทร. พร้อมด้วย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา เยาวชนรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ เด็กนักเรียน พี่น้องไทยพุทธและพี่น้องไทยมุสลิมในพื้นที่ ให้การต้อนรับ และร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำด้วยความสมัครสมานสามัคคี ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมพหุวัฒนธรรมที่แม้จะมีความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรักและความสามัคคี
            ในโอกาสเดียวกันนี้ น.อ.นิรัตน์  ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.ได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ ออกให้บริการด้านการแพทย์ ตรวจสุขภาพ จ่ายยา แนะนำการดูแลสุขภาพเบื้องต้น แก่พี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม                             ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ  จ.นราธิวาส  0936193807
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

อุทยานพีพีและชาวเรือช่วยเต่าตะนุเพศผู้ขนาดใหญ่หลังลอยน้ำกลางทะเลใกล้ตายนำส่งศูนย์วิจัยให้การช่วยเหลือ

อุทยานพีพีและชาวเรือช่วยเต่าตะนุเพศผู้ขนาดใหญ่หลังลอยน้ำกลางทะเลใกล้ตายนำส่งศูนย์วิจัยให้การช่วยเหลือ
    27 ตค.61 นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หน้าอุทยบานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานประจำหน่ายพิทักษ์อุทยานที่เกาะพีพีว่า ได้รับแจ้งมีเต่าตะนุเพศผู้ลอยอยู่กลางทะเล บริเวณระหว่างเกาะพีพี และเกาะไม้ไผ่  จึงได้ประสานเรือนำเที่ยวนำขึ้นเรือ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้นำเรือเร็วออกไปรับนำกลับมาที่เกาะพีพี ซึ่งสภาพพบว่าเป็นเต่าตะนุเพศผู้ ไม่ทราบอายุ ขนาดลำตัวกว้างประมาณ 30 ซม. ยาว 40 ซม. มีสภาพอ่อนแรง ไม่ทราบสาเหตุ ไม่พบบาดแผล 
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันราดน้ำทะเลและนำผ้าห่มมาคลุมที่ตัวเต่าเพื่อให้ชื้นแล้วใส่กะละมังขนาดใหญ่ นำขึ้นเรือโดยสารเกาะพีพี-ภูเก็ต เพื่อนำส่งไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง จ.ภูเก็ต ทำการช่วยเหลือและตรวจสอบว่า เกิดจากสาเหตุใดต่อไป
ทั้งนี้จากการสอบถามนักดำน้ำในเกาะพีพี พบว่าปัจจุบัน มีการพบเต่าตะนุมากขึ้น เนื่องจากไม่มีเรืออวนลาก มีเต่าเคลื่อนย้ายมาหากินแถบหมู่เกาะพีพีได้อีก และรวมถึงล่าสุดที่พบเต่าตะนุ 3 ขา ที่ว่ายหากินข้างเกาะพีพีเล จนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าถิ่นนักดำน้ำเรียก เจ้าสามขา ส่วนสาเหตุของเต่าตัวนี้ที่อ่อนแรงนั้น ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้....

กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาสเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถี บ้านบูกิตอ่าวมะนาว ภายใต้แนวคิด "เที่ยวบายๆ หาดทรายอ่าวมะนาว"

นราธิวาสเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชน บ้านบูกิตอ่าวมะนาว ภายใต้แนวคิด "เที่ยวบายๆ หาดทรายอ่าวมะนาว"

  ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานพิธีเปิดโครงการเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านบูกิตอ่าวมะนาว โดยมี นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส นายบัญชา กันหาสิงห์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาวส หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ชุมชนบ้านบูกิตอ่าวมะนาว มีทุนทางธรรมชาติที่สวยงาม แต่ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว คือ ความสะอาด สะดวก สบาย และปลอดภัย รวมทั้งการอำนวยความสะดวก การจำหน่ายสินค้าภายในชุมชนเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งในปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยววิถีชีวิตวัฒนธรรมได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ประชาชนในพื้นที่จึงต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีทักษะในการเล่าเรื่อง เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวโดยใช้ภูมิปัญญาที่มีลักษณะเฉพาะเป็นเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ยังต้องมีการปรับภูมิทัศน์ การแบ่งความรับผิดชอบ การกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ก็จะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ โดยมีการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวรองจากแอ่งกลางและแอ่งใหญ่สร้างกระแส "แอ่งเล็กเช็คอิน" ในพื้นที่ 
ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการจัดสรรงบประมาณตามกรอบการดำเนินงานโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวในชุมชน สร้างรายได้ให้ชุมชน โดยใช้วิถีวัฒนธรรม ซึ่งมีความแตกต่างกันเป็นอัตลักษณ์ ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้จ่ายในชุมชนผ่านการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต 

การเปิดตัวหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนบ้านบูกิตอ่าวมะนาว ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 12 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส เป็นเป้าหมายหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บูกิตอ่าวมะนาว โดยในอดีตมีการปลูกมะนาวเป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่าอ่าวมะนาว ต่อมาแยกหมู่บ้านออกเป็นบูกิตอ่าวมะนาว ซึ่งหมายถึงพื้นที่อ่าวเป็นเชิงเขามีลักษณะโดดเด่นคือ ชายหาดทรายที่ทอดยาว น้ำตกชาราสวรรค์ ถ้ำที่จมอยู่ใต้ทะเลซึ่งมีวัตถุโบราณเป็นจำนวนมาก มีศูนย์เรียนรู้การทำผ้าบาติกที่นักท่องเที่ยวสามารถทดลองทำได้ด้วยตนเอง มีอาหารทะเลสดที่ชาวประมงมาขึ้นฝั่งที่ปากน้ำบางนรา และมีเมนูเด็ดคือ ส้มตำโบราณ และขนมอาปงเป็นต้น 

ภายในงานได้จัดกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยขบวนบิ๊กไบค์ รถจิ๊บโบราณและจักรยาน การอ่านอัลกุรอาน การแสดงดีเกฮูลู การแสดงศิละ การเปิดศูนย์ประสานงานชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านบูกิตอ่าวมะนาว การสาธิตอาหารพื้นบ้าน เป็นต้น
                                         
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561

กฟผ. - กฟภ. เดินหน้าศึกษาเทคโนโลยีพัฒนาโครงการสมาร์ทกริดที่แม่ฮ่องสอน

กฟผ.-กฟภ. เดินหน้าศึกษาเทคโนโลยีพัฒนาโครงการสมาร์ทกริดที่แม่ฮ่องสอน
​กฟผ. ร่วมกับ กฟภ. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาโครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำเทคโนโลยีสมาร์ทกริดมาเพิ่มสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของพื้นที่ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่โดยตรง
    (25 ตุลาคม 2561) นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ (รวย.) และ นายสมพงษ์ ปรีเปรม รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาโครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่าง กฟผ. และ กฟภ. โดยมีผู้บริหาร กฟผ. ประกอบด้วย นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง (รวส.) นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน (รวพ.) นายภัทรพงศ์ เทพา ผู้ช่วยผู้ว่าการอาวุโสสังกัดผู้ว่าการ (ชอสก.) นายลัญจกร อภิชิตเรืองเดช ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า (ชพว.) นายศานิต ด่านสมสถิต ผู้อำนวยการฝ่ายระบบสื่อสาร (อรส.) นายอภิชาติ โซวจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและก่อสร้างโรงไฟฟ้า (อหก.) และผู้บริหาร กฟภ. ประกอบด้วย นายปราโมทย์  สุดทรัพย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการและบำรุงรักษา นายประพันธ์ สีนวล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบำรุงรักษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 พร้อมด้วยผู้บริหารจาก กฟภ. ร่วมให้เกียรติในพิธีลงนาม MOU ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 20 อาคาร ท.102 สำนักงานใหญ่ กฟผ.
​นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รวย. กล่าวว่า ตามแผนแม่บทการพัฒนาสมาร์ทกริดของประเทศไทย กำหนดให้ กฟผ. ดำเนินโครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริด ซึ่ง กฟผ. ได้จ้างศูนย์เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการศึกษาพื้นที่ที่เหมาะสมของโครงการ พบว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความเหมาะสมที่จะนำเทคโนโลยีสมาร์ทกริด เข้ามาช่วยพัฒนาระบบไฟฟ้าของจังหวัดให้มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ ซึ่งจะต้องมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับ กฟภ. ซึ่ง กฟผ. ได้ประสานความร่วมมือกับ กฟภ. เพื่อร่วมกันศึกษาด้านเทคนิคโครงการพัฒนาโครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน อันจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่โดยตรง
​ด้าน นายสมพงษ์ ปรีเปรม รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า กฟภ. กล่าวว่า กฟภ. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในความร่วมมือเพื่อศึกษารายละเอียดทางด้านเทคนิคต่างๆ ในการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมความร่วมมือตามแผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย โดยกระทรวงพลังงาน นอกจากนี้ กฟภ. ยังมีแผนงานต่อยอดงานของโครงการดังกล่าว ตาม Smart Grid Roadmap ในช่วงระยะสั้นของประเทศไทยด้วย
​ทั้งนี้ ขอบเขตข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งคณะทำงานด้านเทคนิคระหว่าง กฟผ. - กฟภ. โดยคณะทำงานฯ จะศึกษารายละเอียดดังต่อไปนี้  1) ศึกษาการเชื่อมต่อระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System : BESS) เข้ากับระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ กฟภ. ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและข้อกำหนดการเชื่อมโยงกับระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง (Grid Code) รวมถึงร่วมพิจารณาแนวทางการทำงานของ BESS ในสภาวะที่ระบบไฟฟ้าแยกโดดตัวอิสระจากระบบหลัก (Islanding Mode) และแนวทางการปรับปรุงข้อกำหนดการเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง 2) ศึกษาเรื่องระบบควบคุมและป้องกันของระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อรองรับช่วงการเปลี่ยนผ่านระหว่างการทำงานแบบการเชื่อมต่อระบบในสภาวะปกติ (Grid Connection) และการทำงานในสภาวะ Islanding Mode 3) ศึกษาการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Exchanging) โดยศึกษาข้อมูลที่จำเป็นในการทำงานของระบบสมาร์ทกริด รวมถึงโพรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสาร จุดเชื่อมต่อ และการนำข้อมูลจากระบบดังกล่าวไปใช้เพื่อการปรับปรุงกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง และ 4) ศึกษาการทดสอบและการควบคุมการทำงานของระบบสมาร์ทกริด เช่น Islanding Mode, BESS connection รวมถึงนำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของระบบ สมาร์ทกริดให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้ได้ข้อสรุปการศึกษา นำเสนอต่อผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายเห็นชอบผลการศึกษาร่วมกัน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ สนธิกำลัง และตรวจความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธาณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ สนธิกำลัง และตรวจความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธาณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ เพื่อเตรียมรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

   นาวาเอก นิรัตน์ ทากุดเรือ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เป็นประธานในการตรวจความพร้อม ของศูนย์บรรเทาสาธาณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ ซึ่งมีการสนธิกำลัง จำนวน 100 นาย รวมถึงตรวจความพร้อมยุทธโธปกรณ์ และอุปกรณ์ อาทิ เรือยาง เฮลิคอปเตอร์ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ฯ 
ซึ่งมีนายยะยาห์ ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอบาเจาะ พันตำรวจเอก เจริญ ธรรมขันธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส ร่วมตรวจความพร้อมฯ ในครั้งนี้ 
นาวาเอก นิรัตน์ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ นับว่าเป็นส่วนสำคัญ ภัยพิบัติเป็นเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะแสดงถึงความพร้อมที่จะรับมือกับภัยพิบัติ ก็คือการเตรียมความพร้อม
ทั้งนี้ การเตรียมการให้พร้อมทุกขณะ ทุกคน ทุกเครื่องมือ อีกทั้งในวันนี้ (24 ต.ค.61) ได้เชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบ้านเมือง รวมถึงกำลังภาคประชาชน มาดูความพร้อมของทุกคน เพื่อเป็นหลักประกันว่าหากมีภัยก็จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที  พร้อมย้ำกองทัพเรือจะต้องเป็นที่พึ่ง เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน


ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561

กระบี่เปิดงานชุมชนท่องเที่ยว OTOP นววิถีระดับจังหวัด39 ชุมชน 8 อำเภอ ร่วมงานคึกคัก โชว์ความโดดเด่นด้านท่องเที่ยวชุมชนและผลิตภัณฑ์(คลิป)

เปิดงานชุมชนท่องเที่ยว OTOP นววิถีระดับจังหวัดกระบี่ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP และนวัตวิถีระดับจังหวัดกระบี่ 39 ชุมชน 8 อำเภอ ร่วมงานคึกคัก โชว์ความโดดเด่นด้านท่องเที่ยวชุมชนและผลิตภัณฑ์ OTOP สู่สายตาผู้ร่วมงาน
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา 17.30 น.ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดงานชุมชนท่องเที่ยว OTOP นววิถีระดับจังหวัดกระบี่ ซึ่งงานจะมีในระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2561เริ่มเวลาบ่าย 3 ถึง 4 ทุ่ม ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ โดยมีนายสันติ เที่ยงธรรม พัฒนาการจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน มีสมาชิกชุมชนท่องเที่ยว OTOP และนวัตวิถีระดับจังหวัดกระบี่ 39 ชุมชน 8 อำเภอร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
จังหวัดกระบี่ได้ดำเนินการสานนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืนตามโครงการ ไทยนิยมยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีไทย ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณให้พัฒนาชุมชนดำเนินการตามโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยจังหวัดกระบี่มีรายได้จากยอดจำหน่ายสินค้า OTOP เป็นอันดับ 5 ของประเทศ และเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนตามยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยื่น และเพื่อพัฒนายกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนและหมู่บ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการยกระดับคุณภาพสินค้าโอทอปในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงการสร้างและพัฒนาบุคลากร ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในชุมชนและหมู่บ้านท่องเที่ยว ให้มีขีดความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ และนำมาต่อยอดในการบริหารจัดการชุมชนและหมู่บ้านได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ จังหวัดกระบี่ได้รับงบประมาณ 68 ล้านบาท ดำเนินโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ใน 8 อำเภอ 39 หมู่บ้าน สนองนโยบายรัฐบาล ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากยกระดับสวัสดิการส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพสร้างโอกาสในอาชีพและการจ้างงาน ด้านพัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านกระบวนการประชาชน การเข้าถึงแหล่งทุนในการพัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้ในชุมชนและหมู่บ้าน สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในแต่ละท้องถิ่น และด้านการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรทั้งระบบ ควบคู่การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าทางการเกษตรและส่งเสริมการตลาดสมัยใหม่
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ม๊อบเรียกร้องราคาปาล์ม ยอมถอย กลับมาฟังข่าวดีอีกครั้ง 1 พ.ย.หวั่นกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ขู่ คำตอบไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง บุกทำเนียบ

ม๊อบเรียกร้องราคาปาล์ม ยอมถอย กลับมาฟังข่าวดีอีกครั้ง 1 พ.ย.หวั่นกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ขู่ คำตอบไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง บุกทำเนียบ

(วันนี้) 25 ต.ค.61 จากรณี ที่ชาวสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดใกล้เคียง ประมาณ 200 คน ได้รวมตัวกันเดินทางมาประท้วงที่หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ นำโดยนายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานคนปลูกปาล์แห่งประเทศไทย เพื่อฟังคำตอบที่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำ ไปก่อนนี้ พร้อมตั้งเวทีปราศรัยขึ้นที่ด้านหน้าศาลากลาง โดยมีแกนนำปรับเปลี่ยนกันขึ้นเวที ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รักษาความสงบกว่า 100 นาย    

ต่อมา พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า ในนามตัวแทนรัฐบาล พร้อมคณะ ได้เดินทางมารับฟังข้อเรียกร้อง พร้อมเชิญแกนนำเข้าประชุมหาทางออกร่วมกัน โดยจัดขึ้นที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกระบี่(หลังเก่า)โดยใช้เวลาประชุมพูดคุยร่วมกันนานประมาณ 2 ชั่วโมง จนได้ข้อยุติ โดย พล.ต.ท.ไกรบุญ ได้รับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม นำไปเสนอในที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ 

พร้อมกันนี้ทางกลุ่มแกนนำ ได้ออกมาขึ้นเวที พร้อมประกาศยุติการชุมนุม โดยนายชโยดม ให้เหตุผลว่า พอใจผลลการประชุมร่วมกับตัวแทนรัฐบาลในระดับหนึ่ง แต่ไม่เชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะทำได้จริง แต่ต้องยอมยุติการชุมไปก่อน เพราะไม่อยากให้กระทบกับการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นรายได้หลัก เพราะปาล์มน้ำมันและยางพาราพืชเศรษฐกิจ ได้ตายไปจากจังหวัดกระบี่แล้ว จึงยอมให้การท่องเที่ยวตายไม่ได้อีก

นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธาน สภาเกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ทางสภาฯได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาไม่เคยได้รับการแก้ไข และตนเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ทราบปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรอย่างแน่นอน เนื่องจากคนที่อยูใกล้ตัวไม่ได้รายงานให้ทราบ

ต่อมานายสมโภช โชติชูช่วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้มาพบปะกับผู้ชุมนุม พร้อมกล่าวว่า ทางคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมัน โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เตรียมนำเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของชาวเกษตรกรปาล์มน้ำมันเข้าที่ประชุมสัปดาห์หน้า เชื่อว่าปัญหาราคาปาล์มตกต่ำจะได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ทราบผลการประชุม ทางแกนนำได้ประกาศยกเลิกการชุมนุม และนัดประชุมอีกครั้งและในวันที่ 1 พ.ย.นี้ เพื่อฟังคำตอบในการประชุมคณะกรรมการนโยปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน หากว่าคำตอบไม่ได้ตามข้อเสนอ ก็จะนัดบุกทำเนียบรัฐบาล ต่อไป...

กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส ระดมกำลัง ทส.ปช.200 นาย คุมเข้มเขตเมืองเศรษฐกิจสำคัญและย่านธุรกิจ ป้องกันเหตุลอบวางระเบิด หลังคนร้ายวางระเบิด จยย.บอมบ์ ที่ จ.ยะลา

นราธิวาส ระดมกำลัง ทส.ปช.200 นาย คุมเข้มเขตเมืองเศรษฐกิจสำคัญและย่านธุรกิจ ป้องกันเหตุลอบวางระเบิด หลังคนร้ายวางระเบิด จยย.บอมบ์ ที่ จ.ยะลา
       
จากกรณีที่คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถจักรยานยนต์ ลอบกดชนวนระเบิดป่วนเมืองบริเวณหน้าร้านจำหน่ายยางและล้อแม็คซีซันแมกซ์ไทร์ 5 แยก ถ.สิโรรส ต.สะเต็ง อ.เมือง จ.ยะลา เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุด วันนี้ (24.ต.ค.61) นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมือง จ.นราธิวาส ในฐานะ ผอ.ศปก.อ.เมืองนราธิวาส จึงสั่งการให้นายทวีศักดิ์ เสาร์พูล หัวหน้าชุกปฏิบัติการ ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทส.ปช.) 418 นำกำลัง ทส.ปช.อ.เมืองนราธิวาส กระจายกำลังออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยและประจำกำลังตามสถานที่เศรษฐกิจ ย่านชุมชน และย่านธุรกิจสำคัญๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ห้างร้าน ร้านค้า ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เพื่อสังเกตการณ์สิ่งผิดปกติที่น่าสงสัย พร้อมดูแลผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่น่าสงสัยเป็นพิเศษที่ขับเข้ามาในย่านธุรกิจและสถานที่สำคัญๆ สถานที่ราชการ โรงเรียน พร้อมร่วมสนับสนุนการตั้งด่านกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.)ตามจุดตรวจจุดสกัดสำคัญบนถนนสายหลักในเมือง โดยเน้นการเปิดเบาะ รถจักรยานยนต์ที่มาทำธุระในย่านสำคัญ และเพ่งเล็งรถจักรยานยนต์ที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่ขับมาจอดในบริเวณย่านการค้ารวมถึงรถจักรยานยนต์ที่เป็นเป้าหมายหรือถูกแจ้งหายไว้ใน สภ.ต่างๆ เป็นหลัก 

ซึ่งหากมีเหตุต้องสงสัยหรือพบสิ่งผิดปกติจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารทันที เพื่อเป็นการป้องกันการลอบวางระเบิด จยย.บอมบ์ ป่วนเขตเศรษฐกิจสำคัญตามนโยบายของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่สั่งการให้กำลังทุกฝ่ายเตรียมความระมัดระวังการก่อเหตุจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่พยายามก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์รายวันในพื้นที่
 สำหรับอาสมัคร ทส.ปช.อ.เมืองนราธิวาส เป็นกำลังสำคัญอีกหน่วยที่ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงด้วยจิตอาสา จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนและครูนักเรียนในช่วงเปิดเทอมการเรียนร่วมกับเจ้าหน้าที่จราจร และหลังจากนั้น จะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน พ่อค้า ย่านธุรกิจ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเป็นหลัก และบางส่วนยังออกไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ตามจุดตรวจจุดสกัด เพื่อทำหน้าที่ตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่เข้า และออกในย่านเศรษฐกิจและถนนในเขตเทศบาลเมือง.              

ภาพ/ข่าว  ซาการียา  ดอเลาะ  จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561

กระบี่อ่วม!ฝนถล่มหนัก ติดต่อกันกว่า 3 ชม.ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม หลาย จุดในตัวเมืองกระบี่ (2คลิป)

กระบี่อ่วม  ฝนถล่มหนัก ติดต่อกันกว่า 3 ชม.ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม หลาย จุดในตัวเมืองกระบี่     บางจุดระดับน้ำสูง50ซม.ถึง1 เมตร  รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ การจราจรติดขัดเป็นเวลานาน   ขณะที่บริเวณวัดถ้ำเสือวิปัสนาถูกน้ำท่วมหนัก นักท่องเที่ยวติดค้าง   เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้อง ใช้รถหกล้อไปรับนักท่องออกจากพื้นที่ ปลอดภัย
 เมื่อเวลา 15.30 น.(วันนี้)วันที่ 24 ต.ค.61    ภายหลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลานานกว่า 1  ชั่วโมงส่งผลให้ เกิดน้ำท่วม หลายจุดในเขต อำเภอเมืองกระบี่   โดยเฉพาะเขตตำบลกระบี่น้อย ตำบลกระบี่ใหญ่ ตำบลปากน้ำ  เทศบาลเมืองกระบี่    และเขตเทศบาลตำบลกระบี่ น้อย อ.เมืองกระบี่    เช่นภายในหมู่บ้านเคหะชุมชนและบริการชุมชนจังหวัดกระบี่ แยกวัดถ้ำเสือหน้าโรงเรียนเมืองกระบี่ บริเวณสามแยกสำนักงาน การยางแห่งประเทศไทย สาขากระบี่ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า30  ซม. รถเล็กวิ่งผ่านด้วยความยากลำบาก     บริเวณถนนเพชรเกษม ขาออก หน้าโรงเรียนเมืองกระบี่ ไปจนถึง กองร้อย ตชด.426 กระบี่ ถูกน้ำท่วมทั้ง 3 ช่องจราจร ระดับน้ำสูงกว่า 40 ซม. รถไม่สามารถผ่านได้ ตำรวจต้องระบายรถให้วิ่งทางเลนฝั่งขาเข้าเมือง ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นเวลานาน  รถติดระยะทางยาวกว่า 5 กม. นอกจากนี้น้ำยัง ท่วมบริเวณถนนมหาราช  ต.ปากน้ำ  ย่านการค้าตัวเมืองกระบี่  ซึ่งเป็นจุดน้ำท่วมซ้ำซาก   เจ้าหน้าที่ กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  นำเครื่องสูบน้ำมาสูบระบายน้ำ   เบื้องต้นทางนายกีรติศักดิ์  ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่  เปิดเผยว่า สาเหตุเกิดจากฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน เนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน   ซึ่งล่าสุดระดับได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว  
 ส่วนในเขตเทศบาลตำบลกระบี่น้อย   ถนนทางไปวัดถ้ำเสือวิปัสสนา ม.1  ต.กระบี่น้อย   ถูกน้ำท่วมตลอดสาย  ระยะทางกว่า100 เมตร รถเล็กไม่สามรถผ่านได้    และที่ท่วมหนักสุด คือภายในบริเวณวัดถ้ำเสือวิปัสสนา ระดับน้ำท่วมสู.กว่า 50เซนติเมตร  ส่งผลให้นักท่องเที่ยว จำนวนมาก ไม่สามรถออกมาจากบริเวณวัด ได้  เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา  ต้องนำรถบรรทุกหกล้อไปรับนักท่องเที่ยวออกมา  เบื้องต้นทุกคนปลอดภัย   นอกจากนี้ ที่บริเวณหมู่บ้านเคหะชุมชนและบริการชุมชนจังหวัดกระบี่  ปริมาณน้ำไหลมาจากบริเวณใกล้เคียงไหลเช้าท่วมหมู่บ้าน ระดับน้ำสูง กว่า1  เมตร และยังมีดินปนทรายไหลเข้าท่วมบ้าน เรือนแล้วหลายหลัง ชาวบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์ไว้ที่สูง    ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว...
กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ไทรักธรรมเตรียมเปิด 50 สาขาพรรคภาคใต้เล็ง 5 ที่นั่ง(คลิป)

สตูลไทรักธรรมเตรียมเปิด 50 สาขาพรรคภาคใต้เล็ง 5 ที่นั่ง
                 นายพีระวิทย์  เรื่องลือดลภาค  หัวหน้าพรรคไทรักธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมเปิดสาขาพรรคไทรักธรรมสาขาสตูลเขต1และเขต 2  ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง คสช.ที่13/2561 เกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรค ม.141/1(3) พร้อมประชุมเลือกประธาน และคณะกรรมการสาขาพรรค มีเจ้าหน้าที่กกต.ร่วมสังเกตุการณ์ พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคและประชาชนเข้าร่วม   โดยหัวหน้าพรรคไทรักธรรมได้เดินทางไปเปิดประชุมและคัดเลือกคณะกรรมการบริหารสาขาพรรคไทรักธรรมเขต 2 ที่บริเวณลังกาบิชรีสอร์ท ต.ปากน้ำอ.ละงู จ.สตูล มีประชาชนเข้าร่วม177 คน เพื่อจัดตั้งสาขาพรรค โดยมีนายม่าหมัด  เมืองแล่ง อายุ 49 ปี อดีต ผญบ.ม.2 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง เป็นหัวหน้าสาขาพรรค รหัส006 และเป็นว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่เขต2 จ.สตูล จากนั้นเดินทางมายังสตารินทร์รีสอร์ทอ.เมืองจ.สตูลเพื่อเลือกหน.สาขาและคณะกรรมการสาขา โดยใช้การเลือกตั้งแบบอิเลคทรอนิคเพื่อความโปร่งใส โดยได้นายสมควร  อบทอง อายุ38 ปี เป็นหัวหน้าสาขาพรรคไทรักธรรมเขต 1 รหัส005 และเป็นว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคไทรักธรรมเขต 1 ด้วย
           นายพีระวิทย์   เรื่องลือดลภาคหัวหน้าพรรคไทรักธรรมกล่าวกับสมาชิกพรรคและประชาชนที่เข้าร่วมทั้ง 2 แห่งว่า พรรคไทรักธรรมเป็นพรรคแรกที่ผ่านมาตรา 33 ที่กำหนดให้ภายใน 1 ปีพรรคจะต้องมีสาขาพรรคอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา ขณะนี้เรามี 4 สาขาครบทุกภาคแล้ว  ปัจจุบันมีสมาชิก 14,000 คนโดยคัดสรรผู้สมัครลงสมัครทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบแบ่งเขต สำหรับจ.สตูลถือเป็นจังหวัดที่ตั้งความหวังไว้อีกจังหวัดหนึ่งได้ส่งระบบเขต 2 คนและระบบบัญชีรายชื่อ 11 คน ในเบื้องต้นภาคใต้นอกจากจ.สตูลแล้วจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครและสาขาพรรคในจ.ตรัง ภูเก็ด ในเร็วๆนี้ สำหรับนโยบายส่งเสริมและสร้างอาชีพเสริมพร้อมการตลาด สร้างวัฒนธรรม ผสมการท่องเที่ยวทุกจังหวัดสร้างระบบสาขาเครือข่ายการเมือง  สหกรณ์ออนไลน์แก่ประชาชน ให้ความเข้าใจใหม่แก่เกษตรกรทุกประเภท ไม่ให้เสียเปรียบนายทุน เปิดโอกาสรับฟังปัญหาต่างๆจากชาวบ้านเพื่อเป็นนโยบาย เราขอใช้หลักธรรมมะ หลักธรรมชาติ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงๆ มาใช้ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนระดับรากหญ้าทั่วประเทศ  สำหรับจ.สตูลทางพรรคให้ความสำคัญโดยมีนายมานะ  สมันตรัฐ  ลูกหลานชาวสตูลเป็นรองหัวหน้าพรรค และส่งลงในระบบบัญชีรายชื่อระดับต้นๆด้วย
          นายมานะ  สมันตรัฐ รองหัวหน้าพรรคไทรักธรรม กล่าวว่าพรรคไทรักธรรมส่งส.ส.ทุกเขต โดยภาคใต้นั้นส่ง 50 เขต คาดหวังไว้ 5 ที่นั่ง คือสตูล 2 เขต กระบี่ นครและปัตตานี  ชูนโยบายส่งเสริมอาชีพ กินดีอยู่ดีมีรายได้เสริม นโยบายจะเน้นชาวบ้านเป็นหลัก และพรรคเราสามารถเข้าร่วมกับทุกพรรคได้ สำหรับว่าที่ผู้สมัครทั้ง2 เขตเน้นคนที่ทำงานลงพบปะช่วยเหลือและคลุกคลีกับชาวบ้านจริงๆ
นิตยา แสงมณี ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561

หัวใจแม่แทบสลาย!ลูกสาววัยขวบเศษตกถังดักไขมันในโรงเรียน อบจ.กระบี่ดับ(คลิป)

แม่ช๊อก หนูน้อยขวบเศษตกถังดักไขมันในโรงเรียน อบจ.กระบี่ดับ
เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 23 ต.ค. ร.ต.อ.ไสว ชูแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้ง มีเด็กหญิงสูญหายภายในโรงเรียน อบจ.กระบี่ จากนั้นประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ  มูลนิธิประชาสันติสุขกระบี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา นำกำลังไปตรวจสอบ และกระจายค้นหารอบๆ บริเวณโรงเรียน สอบถามจากนางจิณภัทร์ หลำเบ็ญ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเด็กที่สูญหายทราบว่า นางจิณภัทร์ เป็นแม่ค้าขายข้าวแกงอยู่ที่โรงอาหารภายในโรงเรียน โดยก่อนเกิดเหตุ นางจิณภัทร์ มาทำความสะอาดร้านภายในโรงอาหาร โดยพา ด.ญ.จิรณา วุ่นชิงชัย อายุ 1 ปี 6 เดือน ลูกสาวมาด้วย และให้ลูกสาวเล่นอยู่บริเวณสนามหญ้าข้างโรงอาหาร กระทั่งช่วงเย็นกำลังจะกลับบ้าน ออกมาดูอีกทีไม่พบลูกสาวแล้ว

เจ้าหน้าที่กระจายกำลังค้นหานานประมาณ 1 ชม.ยังไม่พบ ต่อมาเข้าตรวจสอบบริเวณสนามหญ้าอีกครั้ง พบว่าบริเวณสนามหญ้า มีการติดตั้งถังดักไขมัน 4 ลูก มีความลึกประมาณ 2 เมตร ด้านบนเป็นฝาพลาสติกสีดำทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 ซม. เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันตรวจสอบภายในถัง ซึ่งมีน้ำและไขมันจากเศษอาหารอยู่ภายในถังเกือบเต็ม เจ้าหน้าที่นำไม้ยาวมาคนภายในถังดู ก็พบมีมือของเด็กลอยขึ้นมา จึงช่วยกันนำร่างขึ้นมาจากถัง พบเป็น ด.ญ.จิรณา จมน้ำเสียชีวิตแล้ว โดยทันทีที่ทราบว่าลูกตกถังดักไขมันเสียชีวิต นางจิณภัทร์ ถึงกับร้องเสียงดังโผเข้ากอดร่างหนูน้อยเคราะห์ร้าย ต่อมาเจ้าหน้าที่นำร่างหนูน้อยส่งตรวจพิสูจน์อีกครั้งที่ รพ.กระบี่ ก่อนมอบศพให้แม่นำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนการสอบสวนคดี หลังจากนี้ตำรวจจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้การอีกครั้ง เพื่อดูว่าเป็นความประมาทของใครหรือไม่....
กฤากร ชะนะชัยสมบัติถ่ายภาพ/สันติ เพชรแก้วรายงาน/ทีมข่าวกระแสใต้

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

''นายกฯ ทต.กะลุวอเหนือ'' ทำกิจกรรมรณรงค์ปลูกปอเทืองเนื่องในโอกาสวันดินโลก 5 ธันวาคม 2561 เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร(คลิป)

''นายกฯ ทต.กะลุวอเหนือ'' ทำกิจกรรมรณรงค์ปลูกปอเทืองเนื่องในโอกาสวันดินโลก  5  ธันวาคม  2561  เฉลิมพระเกียรติ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร

 บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ  อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอัสมีรี  แวเด็ง  นายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ  คณะผู้บริหาร  หัวหน้าส่วนราชการ  ข้าราชการ  และพนักงานเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ  ร่วมกิจกรรมรณรงค์ปลูกปอเทืองเนื่องในโอกาสวันดินโลก  5  ธันวาคม  2561  เพื่อเฉลิมพระเกียรติแสดงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร  รัชกาลที่ 9  “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”  โดยได้ร่วมกันหว่านเมล็ดพันธุ์ปอเทือง    เพื่อให้ปอเทืองออกดอกเหลืองสะพรั่งในช่วงวันที่  5  ธันวาคม  2561  ซึ่งเป็นวันดินโลก  มีความสวยงามเป็นสีเหลืองสวยงาม  และเป็นสีประจำพระองค์พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร  ตามมติองค์การสหประชาชาติ (UN)  เมื่อวันที่  20  ธันวาคม  2556  รับรองให้วันที่  5  ธันวาคม  ของทุกปี  เป็นวันดินโลก (World Soil Day)  ตั้งแต่ปี  2557  เป็นต้นมา  โดยประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ  กว่า  200  ประเทศ  รวมทั้งประเทศไทยด้วยจะร่วมกันเฉลิมฉลองวันดินโลกพร้อมกัน  ในวันที่  5  ธันวาคม  ของทุกปี  เทศบาลตำบลกะลุวอเหนือจึงได้จัดกิจกรรมปลูกปอเทืองขึ้น  โดยคำนวณระยะเวลาการออกดอกอยู่ในช่วงวันที่  5  ธันวาคม  2561  ซึ่งจะทำให้ต้นปอเทืองออกดอกสีเหลืออร่ามไปทั่วพื้นที่เพาะปลูก

  นายอัสมีรี  แวเด็ง  นายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ  กล่าวว่า สืบเนื่องจากการที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้รับการถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม จากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ เป็นพระองค์แรกของโลก เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์ถึงพระวิสัยทัศน์ และพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้มีมติรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันดินโลก (World Soil Day) ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ซึ่งประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ กว่า 200 ประเทศ จะจัดงานเฉลิมฉลองวันดินโลกพร้อมกัน 
ซึ่งกิจกรรมรณรงค์ปลูกปอเทือง เนื่องในวันดินโลก 5 ธันวาคม 2561 ในครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระองค์ทรงคุณูปการต่อประเทศชาติ และปวงชนชาวไทยเสมอมา ขณะเดียวกัน การปลูกปอเทืองนั้นมีประโยชน์มากมายปลูกเพื่อใช้ปรับปรุงดินควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน เพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดก่อนการปลูกพืชหลักเป็นพืชคลุมดิน เป็นพืชอาหารสัตว์ และสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาสได้


ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

คนไทยเฮ นักกีฬายกน้ำหนักเยาวชนไทยสุดเจ๋ง คว้า 3 เหรียญรางวัล จากเวทีการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018

คนไทยเฮ นักกีฬายกน้ำหนักเยาวชนไทยสุดเจ๋ง คว้า 3 เหรียญรางวัล จากเวทีการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018
กฟผ. ผู้สนับสนุนหลักสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ปลื้มใจ หลังทัพนักกีฬายกน้ำหนักเยาวชนทีมชาติไทย คว้า 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ในเวทีการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 ณ ประเทศอาร์เจนตินา ถือเป็นหนึ่งในการสร้างความสุขให้กับคนไทย

   (20 ตุลาคม 2561) นางอังคณา สุขวิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในผลงานของทัพนักกีฬายกน้ำหนักเยาวชนทีมชาติไทย หลังประสบความสำเร็จคว้า 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน มาครองในเวทีการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 ระหว่างวันที่ 6 – 18 ตุลาคม 2561 ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา

ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ กล่าวต่อไปว่า กฟผ. เล็งเห็นถึงศักยภาพของนักกีฬายกน้ำหนักไทย จึงร่วมกับสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ ในการพัฒนาขีดความสามารถของนักกีฬาให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 14 ปี โดยคณะนักกีฬายกน้ำหนักเยาวชนทีมชาติไทย ซึ่งเป็นความหวังของวงการได้เข้าร่วมการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 ที่ผ่านมา สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้า 3 เหรียญรางวัลมาครอง โดยนางสาวสุพัชนินทร์ คำแหง รุ่นมากกว่า 63 กก. คว้า 1 เหรียญทอง นางสาวทิพย์วรา จรถวิล รุ่น 63 กก. หญิง คว้า 1 เหรียญเงิน และนายณัฐวัฒน์ ชมชื่น รุ่น 56 กก. คว้า 1 เหรียญเงิน กฟผ. ขอร่วมแสดงความยินดีและขอบคุณนักกีฬาและผู้ฝึกสอนทุกคนที่ตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ อดทนเสียสละฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อสร้างความสุขให้กับคนไทย

“กฟผ. ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพนักกีฬาให้ก้าวสู่ระดับสากล เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพของนักกีฬายกน้ำหนักไทยสู่การแข่งขันระดับโลก ซึ่งที่ผ่านมานักกีฬายกน้ำหนักไทยมีการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถตามเป้าหมายได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่ยอมรับของระดับโลกและนานาชาติ ดังจะเห็นได้จากรายการแข่งขันระดับโลก นับตั้งแต่โอลิมปิกเอเธนส์เกมส์ปี 2004 ปักกิ่งเกมส์ปี 2008 ลอนดอนเกมส์ปี 2012 ริโอเกมส์ปี 2016 การแข่งขันซีเกมส์ปี 2017 รวมถึงการแข่งขันยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งโลกปี 2561 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ชาวไทยมาโดยตลอด และจากนี้สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ จะเฟ้นหานักกีฬาดาวรุ่งจากสโมสรต่างๆ และเตรียมความพร้อมเพื่อไปคว้าชัยโอลิมปิกในโตเกียวเกมส์ 2020 ต่อไป” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ กล่าวในตอนท้าย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่จัดใหญ่ ! แถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดงานเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 39 ชุมชน 8 อ.อำเภอในวันที่ 25-29 ต.ค.นี้(คลิป)

กระบี่จัดใหญ่ ! แถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดงานเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 39 ชุมชน 8 อ.อำเภอ
      วันที่ 22 ต.ค. 61 ณ ห้างบิ๊กซีจังหวัดกระบี่ นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายสันติ เที่ยงธรรม พัฒนาการจังหวัดกระบี่ นายบัญชา แขวงหลี ประธานชุมชนท่องเที่ยวนาตีน ร่วมกันแถลงข่าว เตรียมความพร้อมการจัดงานเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 39 ชุมชน อ.อำเภอ จ.กระบี่ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25-29 ต.ค 61 ที่จะถึงนี้
   ทั้งนี้นาย สมควร ขันเงิน รอง ผวจ.กระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ได้ดำเนินการสานนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืนตามโครงการ ไทยนิยมยั่งยืน และให้สอดคล้องกับวิถีไทยตลอดจนการจัดสรรงบประมาณให้พัฒนาชุมชนดำเนินการตามโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่มีรายได้เป็นอันดับ 5 ของประเทศ และเป็นการเพิ่มกระจายรายรายได้สู่ชุมชนตามยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยื่นต่อไป
     ทั้งนี้ทางจังหวัดกระบี่ยังได้มีการจัดงานเพื่อขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว OTOP  นวัตวิถีโดยรวม 39 ชุมชน 8 อำเภอ ที่จะโชว์ความเป็นกระบี่ ซึ่งงานดั่งกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 25 -29 ต.ค.60 ที่จะถึงนี้ ณ ศาลากลางจังหวัดกระบี่ นาย สมควร ขันเงิน รอง ผวจ.กระบี่ กล่าว

  ซึ่งภายในการจัดงานดังกล่าวมีชุมชนเข้าร่วมทั้งหมด 39 หมู่บ้าน ใน 8 อำแภอ ประกอบด้วย อ.เกาะลันตา อ.ปลายพระยา อ.เขาพนม อ.เหนือคลอง อ.คล่องท่อม อ.ลำทับ อ.เมือง และ อ.อ่าวลึก 
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ทหารเรือเข้าช่วยเหลือปลาโลมาหลังมาเกยตื้น บริเวณชายหาดทุ่งกาสิงต์


สตูล ทหารเรือเข้าช่วยเหลือปลาโลมาหลังมาเกยตื้น บริเวณชายหาดทุ่งกาสิงต.ปากน้ำ อ.ละงู
จ.สตูล 
         วันนี้23ต.ค.2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน.ท.ธนะพงษ์  สุดรักษ์  ผบ.นป.สอ.รฝ.452ร.ท.โอวิทยา เกลี้ยงจิตร  รอง  ผบ.นป.สอ.รฝ.452ได้รับแจ้ง จากนายสุไลมาน โต๊ะหมิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล พบปลาโลมาเกยตื้น บริเวณชายหาดทุ่งกาสิง ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล   จึงได้จัดกำลังพล จำนวน  51 นาย  ร่วมกับ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ช่วยเหลือปลาโลมาเกยตื้น  นำส่งให้กับศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันดามันสัตว์แพทย์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมศรีวิชัยวิทยาเขตตรังมาดูแลปลาโลมาอยู่ขณะนี้ปลาโลมาเป็นปลาโลมาลายแถบซึ่งจะไม่ค่อยมีให้เห็นใจจังจวัดสตูลน้ำหนักปลาโลมาประมาณ70 กิโล ความยาว 2 เมตรเศษซึ่งเป็นปลาโลมาวัยรุ่นขณะนี้ปลาโลมาอยู่ในการดูแลของแพทย์ต่อไป
นิตยา แสงมณี ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561

อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จัดกิจกรรมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เยือนถิ่นมะนารอ ผลักดันผู้ประกอบการ OTOP ในพื้นที่พร้อมเชื่อมโยงการตลาดท่องเที่ยวกับภาคธุรกิจ Road Show 4 ภาค (คลิป)

อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จัดกิจกรรมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี   เยือนถิ่นมะนารอ  ผลักดันผู้ประกอบการ OTOP ในพื้นที่  เสริมความร่วมมือเจรจาช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาล เชื่อมโยงการตลาดท่องเที่ยวกับภาคธุรกิจ Road Show 4 ภาค
                       21 ต.ค.61 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์สนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส    นางพาตีเม๊าะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  เป็นประธานเปิดกิจกรรมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี สานสัมพันธ์ 4 ภาค เยือนถิ่นมะนารอ  จัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนราธิวาส   เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และก่อให้เกิดรายได้ผ่านกระบวนการท่องเที่ยวในชุมชน ที่ดึงเอานักท่องเที่ยวจากภายนอกพื้นที่ให้เข้าไปเยี่ยมเยือนเลือกซื้อสินค้า  และใช้บริการต่างๆ ในหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งชุมชนต้องมีการพัฒนาตนเองบนพื้นฐานอัตลักษณ์ ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่โดดเด่น    โดยยังมีระบบในการดูแลรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วม  และยั่งยืน                                                                                  
                  นางพาตีเม๊าะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การจัดกิจกรรมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี    เยือนถิ่นมะนารอใน ครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP และด้านการบริหารจัดการตลาด   ทั้งเป็นการจับคู่ธุรกิจการท่องเที่ยวชุมชนนราธิวาส  เชื่อมโยงการตลาดท่องเที่ยวกับภาคธุรกิจ  และเพื่อให้ผู้ประกอบการ  ผู้จำหน่ายสินค้าได้เรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการและเจรจาธุรกิจร่วมกัน อีกทั้งเป็นการเผยแพร่อัตลักษณ์สินค้าพื้นถิ่นที่ทรงคุณค่า เกิดจากฝีมือของคนในพื้นที่ที่มีเฉพาะในพื้นที่ 4 ภาค ของประเทศไทยและจังหวัดชายแดนใต้  จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ รวมถึงชาวมาเลเซียมาเที่ยวชมงาน จับจ่ายซื้อของฝากเป็นที่ระลึก และเลือกชิมอาหารรสชาติอร่อยภายในงาน
           
     สำหรับจัดงานครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ  ประกอบด้วย การออกร้านจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและผลิตภัณฑ์ OTOP จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดนราธิวาส และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จากทั่วประเทศไทย จำนวน ๑๖๐ บูท การเสริมความร่วมมือในการส่งเสริมช่องทางการตลาด OTOP ผลิตภัณฑ์ฮาลาล การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อก้าวสู่ AEC  รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาสด้วย 
             ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๑ รวม ๗ วัน ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และผู้ผลิต ผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยในแต่ละคืนมีศิลปิน และดาราชื่อดังจากจอทีวีมาร่วมมอบความบันเทิง ประกอบด้วย ทับทิม อัญรินทร์ พลพล ฟิล์ม รัตรภูมิ วงพัทลุง คิง ก่อนบ่าย พีท พล หญิงธิติกานต์ อาร์สยาม.

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...