กฟผ.มอบโรงสีสืบสานปณิธานงานพ่อ

จ.อุดรธานี  กฟผ.มอบโรงสีสืบสานปณิธานงานพ่อ
  การไฟฟ้าฝ่ายผลิต เปิดโรงสีข้าววิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ดงเรือง อ.หนองหาน อุดรธานี หนึ่งในวิสาหกิจชุมชนนำร่อง 9 แห่งในโครงการโรงสีของพ่อ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จะช่วยดูแลชาวนา พัฒนาท้องถิ่นและเสริมสร้างอาชีพเกษตรกร
  วันที่ 6 กันยายน 2561 ที่บ้านดงเรือง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี นายวรพจน์ อินทร์ทอง ผช.ผู้ว่าการปฏิบัติการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดและมอบโรงสีข้าววิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ดงเรือง ให้กับชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ดงเรือง โดยมีนายคณพจน์ พิมพ์โคตร ปลัดอำเภอหนองหาน เป็นตัวแทนรับมอบ มีนายบุญส่ง จีราระรื่นศักดิ์ ผอ.ปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ร่วมงาน
  นายวรพจน์ อินทร์ทอง ผช.ผู้ว่าการปฏิบัติการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ได้ปฏิบัติงานสนองเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสมอมา รวมถึงน้อมนำแนวพระราชดำริ มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน ซึ่งนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยนำพาให้องค์การเจริญเติบโตก้าวหน้า และยังประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม อย่างยั่งยืน ดังนั้น กฟฝ.จึงทำโครงการ “กฟผ.น้อมสืบสานปณิธานางานของพ่อ เชิญชวนชาวไทยร่วมสานต่อ 9 พระราชปณิธานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคต พร้อมทั้งเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ เผยแพร่พระราชกรณียกิจ และแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชนชาวไทย ผ่านพระราชปณิธาน 9 ด้าน ซึ่งเกิดจากการมีส่วนร่วมระหว่าง กฟผ.กับองค์กรทุกภาคส่วน
 สำหรับโรงสีของพ่อ เป็นพระราชปณิธานด้านการดูแลชาวนา ที่ กฟผ.ดำเนินโครงการ ระหว่างปี 2560-2561 เพื่อสนับสนุนชาวนาของพ่อ บริเวณโดยรอบเขื่อน โรงไฟฟ้า พื้นที่ใกล้แนวสายไฟและสถานีไฟฟ้าแรงสูง ของ กฟผ.ให้มีความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน โดยจัดหาโรงสีข้าว อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทำโรงเรือน ให้กับวิสาหกิจนำร่องจำนวน 9 แห่ง ดำเนินการไปแล้ว 3 แห่ง ซึ่งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ดงเรือง เป็นโรงสีแห่งที่ 4 ของโครงการ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายปฏิบัติการด้านการใช้ไฟฟ้า และฝ่ายโครงการก่อสร้างขยายและเสริมสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้า ใช้งบประมาณในการดำเนินการ 640,000 บาท นอกเหนือจากเป็นการสืบสานพระราชปณิธาน ด้านการดูแลชาวนาให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยพัฒนาท้องถิ่น และเสริมสร้างอาชีพเกษตรกร โดยส่งเสริมให้ชุมชนร่วมกันบริหารจัดการ และดูแลโรงสีให้ดำรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบที่ กฟผ.มีต่อสังคมอีกทางหนึ่ง
   นายวรพจน์ฯ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กฟผ.ได้รับความร่วมมือจากชุมชน เป็นอย่างดีตลอดมา โดยเฉพาะการดำเนินงาน โครงการ ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่ง กฟผ.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2548 จนสามารถยกระดับไปสู่การเป็นชุมชนต้นแบบ ชีววิถีระดับประเทศ เมื่อปี 2557 เป็นผลสำเร็จ
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

โพสต์ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น