• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561

นราธิวาสจัดกิจกรรมเวทีชาวบ้านกำปงตักวาขับเคลื่อนชุมชนเพื่อสร้างสันติสุขในพื้นที่

นราธิวาสจัดกิจกรรมเวทีชาวบ้านกำปงตักวาขับเคลื่อนชุมชนเพื่อสร้างสันติสุขในพื้นที่

            ที่สำนักงาน คณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดนราธิวาส นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส เป็นประธานกิจกรรมเวทีชาวบ้ากำปงตักวาระดับตำบลในพื้นที่ ตำบลลำภูอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา อิหม่ามประจำมัสยิด และพี่น้องประชาชน ทั้งไทยพุทธและมุสลิมเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

            นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส กล่าวว่า กิจกรรม เวทีชาวบ้านตำบลกว่าระดับตำบล เป็นกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแนวคิดและกระบวนการในการพัฒนาชุมชนโดยให้มัสยิดเป็นศูนย์กลางในการปรึกษาหารือและแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยใช้หลักศาสนาในการดำเนินชีวิตภายใต้หลักศาสนาที่บริสุทธิ์ โดยการร่วมมือกันของผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ในการสร้างชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง อันจะนำสู่ความ สันติสุขที่ยั่งยืนต่อไป
       
  ความสันติสุขของในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกคนที่ร่วมกิจกรรมในวันนี้ คือผู้แทนของประชาชนในพื้นที่จะช่วยกันนำพาสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยใช้การสร้างตักวาความสงบสุขให้เกิดโดยใช้โดยใช้แนวทางศาสนา และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ในกิจกรรมครั้งนี้

          สำหรับกิจกรรมในวันนี้รัฐมีบทบาท ในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจสร้างแนวคิดและกระบวนการในการพัฒนาชุมชนให้กับผู้นำชุมชนทั้ง4เสาหลักโดยให้มัสยิดเป็นศูนย์กลางของชุมชนในการปรึกษาหารือและแก้ไขปัญหาของชุมชนร่วมกันสร้างความเข้าใจเพื่อนำสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ทัพเรือภาคที่ 3 จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมการศึกษา(มีคลิป)

 ทัพเรือภาคที่ 3 จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมการศึกษาให้ นักเรียนโรงเรียนบ้านตันหยังกาโบย ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล
         29 ส.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่27ส.ค.61ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนบ้านตันหยังกาโบย ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล  น.ท.ธนะพงษ์  สุดรักษ์  ผบ.นป.สอ.รฝ.452 พร้อมด้วยกำลังพล ให้การต้อนรับ พล.ร.ต.นภดล  ปัญญาโฉม  รอง ผบ.ทรภ.3 พร้อมคณะ  ในโอกาสเดินทางเป็นประธานในพิธีเปิดและส่งมอบอุปกรณ์จัดเก็บน้ำฝน และบ่อน้ำบาดาล ให้กับ อบต.เกาะปูยู  และมอบทุนอาหารกลางวันและมอบอุปกรณ์การเรียนการกีฬา และเวชภัณฑ์มอบให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านตันหยังกาโบยต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล โดยมีนางอนิตา ปีมะสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตันหยังกาโบย พร้อมคณะครู และนักเรียนระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาที่ 3 รวม 300 กว่าคน ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมแสดงการขอบคุณ ผู้ใหญ่ใจดีที่ให้การอนุเคราะห์ ในการนี้ ทางหน่วยได้จัดสรรงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์กีฬา อาทิ สมุด หนังสือ เครื่องเขียน ลูกฟุตบอล ลูกบาสเกตบอล ลูกตะกร้อ ฯลฯ ซึ่งสร้างความสุขให้กับเด็ก ๆ อย่างมาก และและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานในพื้นที่และพี่น้องประชาชน 
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561

กระบี่-ด้วยรักและผู้พันหมูแสนรู้ผูกพันกับเจ้าของเหมือนลูกตัวเอง(มีคลิป)

ด้วยรักและผูกพันหมูแสนรู้ผูกพันกับเจ้าของเหมือนลูกตัวเอง
วันที่28สค.2561 ผู้สื่อข่าว ได้ไปที่บ้านของ น.ส ณปภัช ขาวล้วน  อายุ 40 ปี รองนายก อบต. ตำบลลำทับ
บ้านเลขที่53 ม.6 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ หลังทราบว่ามีหมูแสนรู้กินนอนอยู่กับคนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว   นส.ณปภัช เปิดเผยว่า เมื่อปี ก่อน ตนเอง ได้เลี้ยงหมู สายพันธุ์ พื้นเมือง หรือชาวบ้าน เรียกว่า หมูขี่พร้า ซึ่งแม่หมูได้คลอดลูกมา ทั้งหมด14ตัว แต่ นม ของแม่มีแค่12เต้า ลูกหมู มากกว่าไป2ตัว ชาวบ้านได้ขอไปเลี้ยง1ตัว อีก1ตัว ตนเองได้เลี้ยงไว้ โดย ให้กิน นมกล่อง และผลไม้ ทุกชนิด รวททั้งชอบกินชาเย็น ไก่ห้าดาว หลังจากนั้นก็เริ่มโต 
 เจ้าหมูน้อยก็เริ่มชอบกินกล้วยหอม จึงตั้งชื่อว่า เจ้ากลัวยหอม 
     นส.ณปภัส ยังเล่าต่อว่า เจ้ากล้วยหอม ชอบกิน ข้าวเหนียว ผลไม้ทุกชนิด ชาเย็น ไก่5ดาว ต่อมา ตนเอง ได้ทำงาน อบต. จึงไม่ค่อยมีเวลาดูเท่าไร  จึงฝากคุณแม่นาง อาริน ขาวล้วน
อายุ60 ปี เป็นผู้เลี้ยงให้ เจ้ากลัวยหอม หลังจากเลี้ยงมาจนโตก็ผูกพันกับคนในครอบครัวทุกๆคน  
     นางอาริน เล่าว่า มนแต่ละวัน เจ้ากล้วยหอม ตอนกลางวัน จะเดินบริเวณ หน้าบ้าน พอ ประมาณ6โมงเย็น เจ้ากลัวยหอม จะเข้าห้องน้ำเพื่อให้อาบน้ำให้สระขน หลังอาบน้ำเสร็จ ได้เช็ดตัว และทาแป้ง และได้นอนบนที่นอน และหลับจน รุ่งเช้า สวนเวลา ปวดอุจจาระ ก็ ไปเปิดประตู ออกไป อุจจาระข้างนอกบ้าน โดยไม่ทำให้บ้านสกปรกแต่อย่างใด อีกอย่างหนึ่งที่ เจ้ากลัวยหอมแปลกจากหมูตัวอื่นๆคือ จะ ห่วงเจ้าของมาก คนนอกเข้าใกล้ จะไล่กัด
   ในส่วนเพื่อนบ้านที่พบเห็น ก็ทึ่งในความน่ารักและแสนรู้ของ เจ้ากลัวยหอม บางคนก็ขอชื้อ แต่ นส. ณปภัช ขาวล้วน ก็ไม่ขาย เพราะรักและผูกพัน จะเลี้ยงให้ดีที่สุดเปรียบเหมือนส่วนหนึ่งในครอบครัว นางอาริน กล่าวฯ
***น้าเมศ มากผล รายงาน***
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ฝึกร่วมผสมทางบก ไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 24 ร่วมฝึกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์

สตูล ฝึกร่วมผสมทางบก ไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 24 ร่วมฝึกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และสิ่งสาคัญที่สุด เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพ ความไว้เนื้อเชื้อใจ ความจริงใจ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของการฝึกร่วมใน ครั้งนี้
        28ส.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ณ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 เทศบาลตำบลคลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พล.ต.กฤษดา พงษ์สามารถ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 และพลตรี ดาโต๊ะ  โมฮัมหมัดรามลี บินจาร์ฟาร์  ผู้บัญชาการกองพล ทหารราบที่ 2 กองทัพบกมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานการฝึกร่วมผสมทางบกไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ 24 ปี 2561 และพ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 / รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 คณะนายทหารจากกองทัพบกมาเลเซีย เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆเข้าร่วมจำนวนมาก
       
การฝึกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และเสริมสร้างมิตรภาพหน่วยกองกำลัง ไทย- มาเลเซีย การฝึกร่วมผสมทางบกไทย-มาเลเซีย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างกองทัพบกไทยกับกองทัพบกมาเลเซีย โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับการฝึกในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 24 ฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพ โดยฝ่ายไทยจัดกำลังผู้เข้ารับการฝึกจำนวน 1 กองร้อยจากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 ส่วนฝ่ายมาเลเซียจัดกำลัง 1 หมวดปืนเล็กจากกองพันป้องกันชายแดนที่ 3 กองพลน้อยทหารราบที่ 30 กองทัพบกมาเลเซีย ขึ้นการควบคุมทางยุทธการกับกองร้อยฝึกไทย เริ่มทำกันการฝึกร่วมกันตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.– 6 ก.ย. 2561 การฝึกร่วมผสมทางบกไทย-มาเลเซีย แบ่งการฝึกออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ   การฝึกแลกเปลี่ยน (CTX : Cross Training Exercise) ทำการฝึก ณ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5จุดมุ่งหมายเพื่อแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ประสบการณ์ วัฒนธรรม และยุทธวิธี ระหว่างทหารไทยและทหารมาเลเซีย การฝึกภาคสนาม (FTX : Field Training Exercise) ทำการฝึกในพื้นที่ฝึกอำเภอควนกาหลง จว.สตูล เน้นการฝึกการปฏิบัติการรบด้วยวิธีรุก (Offensive Operations)ตามสงครามตามแบบ (Conventional Warfare) และสอดแทรกด้วยการฝึกการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ (Counter-Insurgency Operations)จุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางทหารร่วมกัน (Interoperability) ระหว่างทหารไทยและทหารมาเลเซีย การปฏิบัติภารกิจกิจการพลเรือนผสม (Combined Civic Military Action) เป็นการช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาสาธารณะสถานในพื้นที่การฝึก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและทหาร
       
ซึ่งนอกจากการฝึกผสมทางบกไทย - มาเลเซีย จะมีประโยชน์ทางทหารต่อกำลังพลผู้เข้ารับการฝึกทั้งสองประเทศ และนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการปฎิบัติภารกิจร่วมกันแล้ว ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกำลังพลในทุกระดับชั้น ตั้งแต่นายทหารสัญญาบัตร นายทหารชั้นประทวน และพลทหาร รวมถึงครอบครัวของกำลังพลผู้เข้ารับการฝึกทั้งสองประเทศด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พึงปราถนาเป็นอย่างยิ่ง นำไปสู่ความร่วมมืออันดีในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามแนวชายแดน และสร้างความมั่นคง และความสงบสุขให้เกิดขึ้นตลอดตามแนวชายแดนไทย - มาเลเซีย
        พล.ต.กฤษดา พงษ์สามารถ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 กล่าวว่า การฝึกผสมทางบกไทย-มาเลเซีย ได้มีการกำหนดให้จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 24 โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพระหว่างไทยกับมาเลเซีย เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถในการรบ รวมทั้งสานสัมพันธไมตรีทางการทหารของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน สำหรับการฝึกผสมทางบกครั้งนี้ ฝ่ายไทยโดยกองพลทหารราบที่ 5 เป็นเจ้าภาพ
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ บูรณาการความร่วมมือกับ 18 หน่วยงาน ในพื้นที่ จัดการซักซ้อมแผนบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล(มีคลิป)

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ บูรณาการความร่วมมือกับ 18 หน่วยงาน ในพื้นที่ จัดการซักซ้อมแผนบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล เพื่อบริหารจัดการตามแผนการช่วยเหลือทางทะเลได้เต็มกำลังความสามารถ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
               
  นาวาเอก นิรัตน์ ทากุดเรือ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ กล่าวในโอกาสพบปะหัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้อง ที่เข้าร่วมการซักซ้อมแผนบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล ที่บริเวณชายหาดด้านหน้าศาลาเกยหาด ค่ายจุฬาภรณ์ อำเภอเมืองนราธิวาส ว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้  ทางศูนย์บรรเทาสาธารณภัจ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส รวม 18 หน่วยงาน จัดการซักซ้อมแผนฯ เพื่อเพิ่มทักษะให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การสนับสนุนและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์

นาวาเอก นิรัตน์ ทากุดเรือ กล่าวด้วยว่า การซักซ้อมแผนฯ ยังเป็นการดำเนินการตามภารกิจของกองทัพเรือ และนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ “ทหารเรือจะอยู่เคียงข้างประชาชน” นำมาเป็นการปฏิบัติในการบูรณาการจัดขึ้น หลังไม่ได้ซักซ้อมมาระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความพร้อมเพรียงในการปฏิบัติมากยิ่งขึ้น เมื่อเกิดเหตุทางหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จะบูรณาการความร่วมมือกับกองทัพเรือ ร่วมบริหารจัดการตามแผนการช่วยเหลือทางทะเลได้เต็มกำลังความสามารถ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน

สำหรับการซักซ้อมครั้งนี้ ได้มีการสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยใช้เรือยาง และการใช้อากาศยานเฮลิคอปเตอร์ แบบเบลล์ 212 เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอีกด้วย

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กองทัพเรือ ร่วมกับ กฟผ. สานต่อโครงการบ้านปลา วางปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล

กองทัพเรือ ร่วมกับ กฟผ. สานต่อโครงการบ้านปลา  วางปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล

หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ร่วมกับ กฟผ. จัดวางปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าบริเวณหาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน จ.ชลบุรี จำนวน 200 ชุด เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งและทรัพยากรทางทะเล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา

 (28 สิงหาคม 2561) หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดวางปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา ณ หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พลเรือตรี พิสัย สุขวัน รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายไวยวิทย์ สุขมาก ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง กฟผ.  คณะผู้บริหาร กฟผ. นายทหาร และนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 300 คน 

รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กล่าวว่า จังหวัดชลบุรี ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการทำประมงสูงและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ แต่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลถูกทำลายด้วยเครื่องมือประมง ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำในทะเลลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงได้ร่วมกับ กฟผ. จัดโครงการบ้านปลาปะการังเทียมจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยวางปะการังเทียม จำนวน 200 ชุด ในพื้นที่บริเวณหาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อสร้างแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลและฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง ที่ผ่านมาพบว่า ปะการังเทียมจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 สามารถช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน ปะการังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และปริมาณสัตว์น้ำในทะเลเพิ่มขึ้น 

นายไวยวิทย์ สุขมาก ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง กฟผ. กล่าวว่า โครงการบ้านปลาปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า เป็นโครงการที่ กฟผ. จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการช่วยเหลือชาวประมงขนาดเล็กที่ประสบความเดือดร้อนจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรชายฝั่ง โดย กฟผ. ได้นำลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าที่ถูกปลดออกจากระบบส่งของ กฟผ. มาดัดแปลงสร้างเป็นปะการังเทียม ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลา สัตว์ทะเล รวมถึงปะการังจริง โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานราชการ ในจังหวัดต่าง ๆ และชุมชนบริเวณชายฝั่งทะเลในพื้นที่โครงการ จากการติดตามผลที่ผ่านมาพบว่าประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดเจน มีการเจริญเติบโตของปะการังอย่างรวดเร็ว และมีสัตว์ทะเลหลายชนิดเข้ามาอยู่อาศัย จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ 

ผศ.ดร.ธีรกมล เพ็งสกุล อาจารย์ประจำคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ทำการวิจัยทดสอบลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า เพื่อความสามารถในการศึกษาผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล ซึ่งพบว่า โครงสร้างของลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าประกอบด้วยธาตุที่ละลายได้ และไม่พบการชะละลายของโลหะหนัก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำทะเลและสิ่งแวดล้อม ตามเกณฑ์ที่กรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กำหนด 

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ดำเนินโครงการ กฟผ. ได้วางปะการังเทียมจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าบริเวณชายฝั่งทะเล รวมทั้งหมด 7 ครั้ง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี  จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ซึ่งช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศบริเวณชายฝั่งทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประมงพื้นบ้าน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ห้ามพลาด! Ao Nang Landmark Boxing Day ระเบิดกำปั้นสู่บัลลังก์โลก (มีคลิป)

ระเบิดความมันส์ “ศึกรวมพลคนรักกระบี่ สู่บัลลังก์โลก” ในวันพุธที่ 29 สิงหาคม นี้ที่เวทีมวยชั่วคราวอ่าวนางแลนด์มาร์ค จังหวัดกระบี่ ถ่ายทอดสดทางช่อง 3SD (ช่อง 28) ตั้งแต่เวลา 14.10 – 16.10 น. และยังมีถ่ายทอดสดออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตทั่วโลก ทางแอปของช่อง 3 อีกด้วย ชมฟรีตลอดรายการ 

 28 สิงหาคม 2561 ณ. ทิพย์อันดารีสอร์ท  ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือ จังหวัดกระบี ทำการช่างน้ำหนักศึกรวมพลคนรักกระบี่ ชิงแชมเปี้ยนโลก”โดยมี นาย ธนพัฒน์ พัฒน์ศรีเมืองพร้อมด้วย นายณรงค์วัส บัวมาศ โปรโมเตอร์ นายสุคนธ์ หนูช่วย นายกสมาคมมัคคุเทศก์จังหวัดกระบี่ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และนางจิรา วงศ์สวัสดิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันมวย “ศึกรวมพลคนรักกระบี่ ชิงแชมเปี้ยนโลก” สมาคมมวยโลกหญิงนานาชาติ WIBA รุ่นมินิฟลายเวท น้ำหนัก 105 ปอนด์ 10 ยก แซมซั่น ต.บัวมาศ (ไทย) VS ซิสก้า ฮานดายานี (อินโดนีเซีย) และมวยก่อนรายการ และในรายการ รวม 12 คู่ ซึ่งวันนี้มีการช่างน้ำหนักในแต่ละรุ่น

    ทั้งนี้การจัดการแข่งขัน “ศึกรวมพลคนรักกระบี่ ชิงแชมเปี้ยนโลก” ก็เพื่อมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาแบบครบวงจร และส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดกระบี่ด้านอุตสาหกรรมการกีฬา ส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการกีฬา เพื่อเป็นแนวทางในการจัดตั้งเมืองกีฬาของจังหวัดกระบี่ เพื่อหารายได้จัดซื้อเรือพายคายัค จำนวน 30 ลำ สำหรับเป็นอุปกรณ์ในการเรียนการสอนของนักเรียนนักศึกษา แผนกวิชาการท่องเที่ยว วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ เพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมขององค์กรมัคคุเทศก์สำหรับการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์ จังหวัดกระบี่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ในระดับประเทศ และระดับโลก เพื่อส่งเสริมโครงการกีฬาต้านยาเสพติด โดยเฉพาะกีฬามวยไทยและมวยสากล ให้ก้าวไปสู่ระดับสากลโลก

นายณรงค์วัส บัวมาศ ประธานกรรมการ บริษัท ณรงค์วัส โปรโมเตอร์ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันชกมวยสากลระดับโลกในครั้งนี้เป็นการชกชิงแชมเปี้ยนของสมาคมมวยโลกหญิงนานาชาติ WIBA รุ่นมินิฟลายเวท 105 ปอนด์(ที่ว่าง) ในรายการ "ศึกรวมพลคนรักกระบี่ ชิงแชมเปี้ยนโลก" ระหว่างแชมเปี้ยนโลกมวยสากลหญิงคนแรกของประเทศไทย แซมซั่น ต.บัวมาศ กับนักชกจากประเทศอินโดนีเซีย ซิสก้า ฮานดายานี 

#มวยก่อนรายการเริ่ม 13.00 น.
คู่ที่ 1 มวยสากล 6 ยก 126 ปอนด์ โซฮิต ยาเดฟ VS โพธิ์ดำ ว.เจริญเพ้นส์ (ไทย)
คู่ที่ 2 มวยสากล 140 ปอนด์ 6 ยก อภิเษก เวอร์มา (อินเดีย VS โพธิ์หยก ว.เจริญเพ้นส์ (ไทย)
#มวยในรายการเริ่ม 14.10 น.
คู่ที่ 1 มวยไทยนานาชาติ น้ำหนัก 72 กก. 3 ยก นวมินทร์ ต.บัวมาศ(ไทย) VS ฟาเบียน เอเมอรอลด์ยิมส์ (ฝรั่งเศส)
คู่ที่ 2 มวยไทยนานาชาติ น้ำหนัก 70 กก. 3 ยก สาครชัย ต.บัวมาศ (นักชกไทย) VS ซีดริค เอเมอรอลด์ยิมส์ (ฝรั่งเศส)
คู่ที่ 3 ชิงแชมเปี้ยนโลก สมาคมมวยโลกหญิงนานาชาติ WIBA รุ่นมินิฟลายเวท น้ำหนัก 105 ปอนด์ 10 ยก แซมซั่น ต.บัวมาศ (ไทย) VS ซิสก้า ฮานดายานี (อินโดนีเซีย)
คู่ที่ 4 มวยสากลมุ่งแชมเปี้ยนโลก 118 ปอนด์ 6 ยก ม้าศึก ต.บัวมาศ VS เพชรหิรัญ ปกรณ์การช่าง
คู่ที่ 5 มวยสากลมุ่งแชมเปี้ยนโลก 118 ปอนด์ 6 ยก กานต์ ต.บัวมาศ VS เพชรมณี ป.อริสรา
คู่ที่ 6 มวยสากล รุ่นเฮฟวี่เวท 4 ยก ตูมตาม ต.ตูมตาม VS เดอริค มาติเนส (อเมริกา)
#มวยไทยประกอบรายการ 5 ยก
คู่ที่ 7 เพชรใหม่ มูตูสเตเดียม VS มาใหม่ ต.ตูมตาม 55 กก.
คู่ที่ 8 เพชรธวัชชัย ธวัชชัยยิมส์ VS ธารศิลา ก.อดิศักดิ์ 47 กก.
คู่ที่ 9 วีรศักดิ์ ป.สุทัศน์ VS บั๊กโจ้ อบต.สาโรจน์ 43 กก.
คู่ที่ 10 อภิชัย ป.สุทัศน์ VS เพชร อบต.สาโรจน์ 27 กก.
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

เทศบาลเมืองนราธิวาส ดำเนินการตามกฎหมายกับร้านสะดวกซื้อ(เซเว่นอีเลเว่น) กรณีพนักงานกวาดขยะลงบนถนน(มีคลิป)

เทศบาลเมืองนราธิวาส ดำเนินการตามกฎหมายกับร้านสะดวกซื้อ หรือเซเว่นอีเลเว่น กรณีพนักงานกวาดขยะลงบนถนนตามที่มีคนโพสประจานพนักงานมักง่ายไม่โกยขยะลงถัง
 จากกรณีที่มีการโพสภาพที่พนักงานร้านสะดวกซื้อหรือเซเว่นอีเลเว่น สาขาหน้าโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายระแงะมรรคา ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส ขณะกำลังกวาดขยะจากพื้นฟุตบาตรลงมาบนพื้นถนนทั้งที่ห่างกันเพียง 10 เมตร มีถังขยะของทางเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้วางไว้ที่มุมขวาของร้าน ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลากลางดึก โดยมีชาวบ้านได้แอบถ่ายบันทึกไว้ด้วยภาพวีดีโอจากโทรศัพท์มือถือ และถูกแชร์โพสกระจายในวงกว้างถึงการกระทำของพนักงานทั้ง 2 คน พร้อมวิภาษณ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมนั้น ล่าสุด
 นายศักรินทร์ ทองจินดา ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองนราธิวาส เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ภายหลังจากที่มีคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ระบาดออกมาทางโซเชี่ยลต่างๆแล้ว ซึ่งทางเทศบาลได้มีการตรวจสอบทันทีพบว่าคลิปพนักงานของร้านสะดวกซื้อ จำนวน 2 คน ออกมากวาดขยะจากภายในร้านมาสุมกองไว้ที่บริเวณริมถนนหน้าร้านสะดวกซื้อหรือเซเว่นอีเลเว่น สาขาหน้าโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ถ.ระแงะมรรคา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส พบว่าเป็นคลิปที่ถ่ายไว้ช่วงเทศกาลวันฮารีรายออิฏิลฟิตรีช่วงประมาณกลางคืนของวันที่ 23 ส.ค.61 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เป็นจำนวนมากเป็นประจำ และล่าสุดได้นำเรียนไปยังผู้บริหารของเทศบาลเมืองนราธิวาส ทราบถึงกรณีคลิปดังกล่าวแล้ว และในช่วงบ่ายของวันนี้ทางผู้เกี่ยวข้องของเทศบาลเมืองนราธิวาส จะเข้าไปพบกับผู้บริหารของร้านสะดวกซื้อหรือเซเว่นอีเลเว่น สาขาดังกล่าวเพื่อไปดำเนินการตามกฏหมายเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ. การรักษาความสะอาดเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งกรณีดังกล่าวมีความผิดตามมาตรา 32 ในเรื่องของการทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยลงบนที่สาธารณะ โดยจะมีปลัดเทศบาล ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม นิติกร รวมถึงรองนายกเทศมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยจะดำเนินการให้เรียบร้อยทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ (27.ส.ค.61) 
 “สำหรับการดำเนินการตามกฎหมายในครั้งนี้ ถือเป็นกรณีตัวอย่างสำหรับร้านค้า ผู้ประกอบการในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ทั้งหมดควรจะมีการรณรงค์ช่วยเหลือดูแลเรื่องความสะอาดในเขตเทศบาลด้วย ซึ่งตามนโยบายของนายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ต้องการให้จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดที่สะอาดและเป็นการทำให้บ้านเมืองเราน่าอยู่ตามคำขวัญของจังหวัดที่ระบุไว้ว่า “เมืองนราน่าอยู่” จึงขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนทั้งในและนอกเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ขอร้องให้งดการทิ้งขยะมูลฝอยลงบนทางสาธารณะ เพราะทางเทศบาลมีถังทิ้งขยะวางไว้แล้ว อีกทั้งคนกวาดมีน้อย แต่ถ้าคนเป็นร้อยเป็นพันทิ้ง ยังไงบ้านเมืองก็ไม่สะอาด ถังขยะอยู่ใกล้มือท่าน ช่วยเดินไปทิ้งในถังขยะ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง”
 ด้านนายมูฮัมมัดยัดวี ยูโซ๊ะ ผู้ช่วยผู้จัดการร้านสะดวกซื้อ หรือเซเว่นอีเลเว่น สาขาหน้าโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวขอโทษต่อทางเทศบาลเมืองนราธิวาส หรือจังหวัดนราธิวาส และสังคมด้วยต่อการกระทำของพนักงานของทางร้าน ซึ่งยอมรับว่าเป็นความมักง่ายของน้องพนักงาน ซึ่งภายหลังจากเกิดเรื่องขึ้นแล้วทางร้านได้ทำการอบรม ตักเตือนและสั่งการพนักงานทุกคนเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว พร้อมขอโทษสังคมแทนน้องพนักงานทั้ง 2 คน ด้วย ซึ่งต่อไปคงจะต้องให้พนักงานทุกคนระมัดระวังต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรให้มากกว่านี้
สำหรับเทศบาลเมืองนราธิวาส จะมีพนักงานเก็บกวาดขยะริมถนนทุกวันในช่วงเวลาตี 4 – 5 โมงเช้าทุกวันรอบเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส พร้อมทั้งนำถังขยะขนาดใหญ่ไปวางไว้ตามจุดต่างๆรวมถึงห้าง ร้านค้าใหญ่ๆเพื่อให้พนักงานร้านค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของได้ทิ้งขยะให้ลงถังพร้อมทั้งมีการแยกขยะตามความจำเป็นไว้ แต่ในช่วงเทศกาลมักจะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากมานั่งทานอาหารริมฟุตบาตร โดยเฉพาะบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อในเขตเทศบาลเมืองเป็นประจำก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน.                
ภาพ/ข่าว ซาการียา  ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

สลด!ย่าพาหลาน 6 ขวบมาเก็บผักริมสระเพียงพริบตาจมน้ำดับ

สลดย่าพาหลาน 6 ขวบมาเก็บผักริมสระเพียงพริบตาจมน้ำดับ!!
ย่าแทบขาดใจ พาหลานวัย 6 ขวบมาเก็บผักริมสระน้ำ ถึงช่วงส่งผักให้หลานไปไว้ในรถเข็น แล้วหายไป ตามหานับชั่วโมงไม่พบ แจ้งคนมาช่วยงมหาพบกลายเป็นศพใต้น้ำ 

วันที่ 26 ส.ค.61 เวลา18.00น. ร.ต.อ ศิริชัย เจริญศิริ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประโคนชัย บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเด็กจมน้ำเสียชีวิต จุดรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลประโคนชัย เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่มไทรจุดอ.ประโคนชัย ไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ หน้าบ้านเลขที่19 หมู่ 5 ต.สี่เหลี่ยม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พบชาวบ้านมามุงดูกันเป็นจำนวนมาก และพบศพของเด็กหญิง ณัฐธิดา กลั่นประโคน อายุ 6 ขวบ ซึ่งชาวบ้านช่วยกันงมหาในน้ำมาได้ก่อนหน้านี้
จากการสอบถามนางจวน กลั่นประโคน ย่าของเด็กเล่าว่า ด.ญ.ณัฐธิดา หลานสาวมีความพิการทางสติปัญญา โดยช่วงเย็นได้พาหลานออกมาหาเก็บผักบุ้งริมน้ำ เพื่อเอาไปขายและเอาไว้ประกอบอาหารเย็น
ในช่วงทีกำลังเก็บผัก ตนเองได้ยื่นผักที่เก็บได้ ให้หลานเอามาเก็บไว้ในรถเข็น โดยตนได้หาเก็บผักต่อ ประมาณ 10 นาทีไม่เห็นหลานกลับมา จึงเรียกหาแต่ไม่พบ แล้วตระเวนหาทั่วบริเวณ 
จึงไปเรียกชาวบ้านให้มาช่วยตามหาเพราะคิดว่าหลานตัวเองจะตกน้ำ จนกระทั่งมาพบรอยเท้าอยู่ขอบสระ ก่อนชาวบ้านจะมาช่วยกันงมหาจนกระทั่งมาพบกลายเป็นศพ 
นางจวน บอกด้วยว่า ปกติไม่เคยปล่อยให้หลานอยู่คนเดียว เพราะสติไม่สมประกอบ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดความผิดพลาดขนาดนี้ ทั้งที่ตนดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด สาเหตุคาดว่า ระหว่างที่หลานนำผักบุ้งไปเก็บ แล้วเดินไปล้างมือข้างสระ เกิดลื่นไถลตกลงสระน้ำจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว 
////////////////////
ภาพ / ข่าว ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง / วันชัย ผิวอร่าม จ.บุรีรัมย์

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สุดคึกคัก! สิงห์นักปั่นร่วมพิชิตถ้วยเขื่อนพ่อ พร้อมสัมผัสเส้นทางใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม

สุดคึกคัก! สิงห์นักปั่นร่วมพิชิตถ้วยเขื่อนพ่อ พร้อมสัมผัสเส้นทางใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม ท่ามกลางความงามของธรรมชาติเหนือเขื่อนภูมิพล

สิงห์นักปั่นชาวไทยและต่างชาติกว่า 800 คน มุ่งหน้าสู่สนามจักรยานเสือภูเขาสุดท้าทาย ประลองความแข็งแกร่ง หลังปรับเส้นทางใหม่ให้ลาดชันและคดเคี้ยวกว่าเดิม ภายในงาน“เขื่อนภูมิพล เสือภูเขานานาชาติ ครั้งที่ 17” ประจำปี 2561 ชิงถ้วยรางวัลประดับตราสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมสัมผัสความงามของธรรมชาติเหนืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของเขื่อนภูมิพล

วันนี้ (26 สิงหาคม 2561) จังหวัดตาก ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และพันธมิตรจัดการแข่งขันจักรยาน “เขื่อนภูมิพล เสือภูเขานานาชาติ ครั้งที่ 17” ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 25 – 26 สิงหาคม 2561 ชิงถ้วยและเงินรางวัลแต่ละประเภท รวมมูลค่าเกือบ 2 แสนบาท โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ร่วมกับนางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก นายสุชีพ มีถม ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล กฟผ. และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายสุชีพ มีถม ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล กฟผ. กล่าวว่า กิจกรรมจักรยานเสือภูเขานานาชาติ “ขึ้นเขาลงห้วย พิชิตถ้วยเขื่อนพ่อ” ครั้งที่ 17 ได้รับความสนใจจากนักปั่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 860 คน เนื่องจากปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงจุด Finished จากสะพานปิงพิพรรธน์ เขื่อนภูมิพล เป็นบริเวณสันเขื่อนภูมิพล ทำให้เส้นทางการแข่งขันในปีนี้ท้าทาย ครบรสกว่าเดิม ทั้งเส้นทางที่แคบ ลาดชัน และคดเคี้ยว แต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่มีความปลอดภัยและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของสนามแข่งขันเสือภูเขาที่กำหนด โดยเฉพาะเส้นทางสู่สันเขื่อนภูมิพลที่ลาดชันมาก นักปั่นจึงต้องใช้พละกำลังเพื่อพิชิตสันเขื่อน พร้อมสัมผัสกับทัศนียภาพที่งดงามเหนืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ฃของเขื่อนภูมิพลท่ามกลางความเขียวขจีของธรรมชาติโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีการนำระบบ Chip Timing มาใช้ในการแข่งขันเพื่อความแม่นยำในการจับเวลาอีกด้วย

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้มี 4 ประเภท ประกอบด้วย 1) เสือภูเขาทางไกล (เส้นทางแบบเรียบ) จากจังหวัดตากถึงสันเขื่อนภูมิพล ระยะทาง 60 กิโลเมตร 2) เสือภูเขานานาชาติ Cross Country (เส้นทางแบบวิบาก) ระยะทาง 36 กิโลเมตร และ 20 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางโดยรอบเขื่อนภูมิพล 3) เสือภูเขานานาชาติครอบครัวระยะทาง 18 กิโลเมตร และ 4) เสือท่องเที่ยวท้องถิ่น ระยะทาง 20 กิโลเมตร

ผลการแข่งขันจักรยาน “เขื่อนภูมิพล เสือภูเขานานาชาติ ครั้งที่ 17” ประจำปี 2561 มีดังนี้
·     ประเภทเสือภูเขาทางไกล ผู้ชนะเลิศรุ่นชายทั่วไปจะได้รับเงินรางวัล จำนวน 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลประดับตราสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ฉลองพระชนมพรรษา 80 พรรษา (จำลอง) โดยผู้ชนะเลิศ 3 ปีติดต่อกันจะได้สิทธิ์ครองถ้วยประดับตราสัญลักษณ์ใบจริง และผู้ชนะเลิศรุ่นอื่นๆ จะได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
ชนะเลิศ (ชาย) ได้แก่  นายธวัชชัย จีระเดชาธรรม  สถิติ 1 ชั่วโมง 38 นาที   
ชนะเลิศ (หญิง) ได้แก่ น.ส.สาธินีย์ จันทร์ทิมา สถิติ 1 ชั่วโมง 49 นาที 34 วินาที

·   ประเภทเสือภูเขานานาชาติ (เส้นทางวิบาก) 
ชนะเลิศ (ชาย) ได้แก่ นายกีรติ สุขประสาท สถิติ 1 ชั่วโมง 43 นาที 46 วินาที ได้รับเงินรางวัล จำนวน 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลประดับตราสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   บรมนาถบพิตร ฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี (ใบจริง) เนื่องจากเป็นผู้ชนะเลิศ 3 ปีติดต่อกัน
ชนะเลิศ (หญิง) ได้แก่ น.ส.สาธินีย์ จันทร์ธิมา สถิติ 1 ชั่วโมง 12 นาที 15 วินาที ได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

·   ประเภทเสือภูเขานานาชาติครอบครัว ทีมผู้ชนะเลิศได้แก่ นายมานพ - ด.ช.ธนวัฒน์ แสนตา สถิติ 1 ชั่วโมง 11 นาที ได้รับเงินรางวัล จำนวน 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

·   ประเภทเสือท่องเที่ยวท้องถิ่น ผู้เข้าเส้นชัย 100 คนแรก จะได้รับถ้วยที่ระลึก อีกทั้งผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันทุกประเภท ยังได้รับเสื้อ กระเป๋าเป้ พร้อมเหรียญที่ระลึกด้วย

นอกจากการแข่งขันแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมปั่นจักรยานเที่ยวชมรอบเขื่อน การจำหน่ายสินค้าจาก OTOP บริการซ่อมและจำหน่ายอุปกรณ์จักรยานเสือภูเขาราคาพิเศษ กิจกรรมเทศกาลดนตรีในเขื่อนพ่อ และยังได้ร่วมทำบุญมอบจักรยานแก่นักเรียนในอำเภอสามเงาและพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดตาก ทั้งนี้ เขื่อนภูมิพลนับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานเสือภูเขาและแข่งขันเรือพายห้ามพลาดอีกด้วย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

สภ.ทรายขาว กระบี่ต้อนรับคณะเทศบาลเมืองทุ่งสง "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด"


สภ.ทรายขาวต้อนรับคณะเทศบาลเมืองทุ่งสง  "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด"
     วันที่ 25 ส.ค.61 เวลา 09.00 - 12.00 น. พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ พร้อมด้วย ร.ต.อ.วิโรจน์ โรจน์พัฒนสุข ปฏิบัติราชการ รอง สวป.สภ.ทรายขาว เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ, นายอนุชา หลานเด็น กำนันตำบลทรายขาว, คณะผู้แทน/แม่บ้านของ ม.1 บ้านห้วยลึก และผู้แทนเทศบาล ต.ทรายขาว 
     ร่วมต้อนรับคณะจากเทศบาลเมืองทุ่งสง ซึ่งนำโดยนางอุไรวรรณ คำนวนกิจ นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองทุ่งสง นศ. และนายประภาส ชูภักดี ประธานเครือข่ายสมัชชาพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชนเมืองทุ่งสง พร้อมคณะองค์กรแม่บ้าน/สตรีเทศบาลเมืองทุ่งสง จำนวน 60 คน ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงาน ณ มัสยิดบ้านห้วยลึก ม.1 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่      
     ทั้งนี้ ผกก.สภ.ทรายขาว เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามแนวทาง "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด" ซึ่งเป็นความประสงค์ของคณะจากเทศบาลเมืองทุ่งสงที่ขอรับฟังการบรรยายโครงการฯ เพื่อนำแนวทางดังกล่าวไปบูรณาการปรับใช้ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ทุ่งสงให้มากที่สุุด ซึ่งมีผู้แทนข้าราชการตำรวจจาก สภ.จุฬาภรณ์ นศ.เข้าร่วมรับฟัง
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

บ้านทอนพัฒนาหมู่บ้านเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวในหมู่บ้านพร้อมปรับภูมิทัศน์ชายหาด(มีคลิป)

บ้านทอนพัฒนาหมู่บ้านเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวในหมู่บ้านพร้อมปรับภูมิทัศน์ชายหาด

             นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในหมู่บ้านและปรับภูมิทัศน์ริมชายหาด โดยมีผู้นำท้องถิ่นประชาชนในพื้นที่ ร่วมในพิธีในครั้งนี้
              นายซูลกีฟลี บินเจะนิ คณะกรรมการหมู่บ้านบ้านทอนนาอิม ม.12 กล่าวว่า โครงการแหล่งท่องเที่ยวในหมู่บ้านปรับภูมิทัศน์ริมชายหาดบ้านทอนนาอีมในหมู่ที่ 12 ถือว่าเป็นโครงการที่ได้รับ การตอบสนอง ความต้องการของชาวบ้านและสอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อรักษาทิศทางและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่มีการขยายตัวให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านสังคมและ คุณภาพชีวิตการสร้างความเข้มแข็ง ให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่ การดำเนินโครงการดังกล่าวชาวบ้านได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาสภาพพื้นที่ในหมู่บ้าน ที่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์และมีทำเลที่สวยงามแล้วอยู่ เพื่อมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดและส่วนที่คือ ทางหมู่บ้านได้เสมอ ให้มีการปรับภูมิทัศน์ริมทะเล เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากการดำเนินโครงการ เช่นด้านการท่องเที่ยว ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมสุขภาพ ในการศึกษา ดังกล่าว เพื่อสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากยกระดับการพัฒนาให้เกิดหมู่บ้านอย่างยั่งยืนการสร้างรายได้ให้กับประชาชนการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและปรุงภูมิทัศน์บริเวณชายหาดบ้านทอนนาอีมให้สวยงามรองรับนักท่องเที่ยว.เพื่อสนับสนุนการทำกิ

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. คว้า 4 รางวัล ในงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2561

กฟผ. คว้า 4 รางวัล ในงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2561

 กฟผ. รับ 4 รางวัล จากงานประกาศผลรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2561 ด้านการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น การดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น นวัตกรรมดีเด่น และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์  นับเป็นความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างสรรค์สังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 (24 สิงหาคม 2561) พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Award) ประจำปี 2561  จัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)  ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอก คอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยการจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รวมพลังรัฐวิสาหกิจ พัฒนาเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลอย่างยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมและให้กำลังใจรัฐวิสาหกิจในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน

นายวิบูลย์  ฤกษ์ศิระทัย  ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า 4 รางวัล ที่ได้รับในครั้งนี้ได้แก่ รางวัลเกียรติยศด้านการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น เนื่องจากได้รับรางวัล 3 ปีติดต่อกันจึงได้รางวัลเกียรติยศ รางวัลการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น รางวัลนวัตกรรมดีเด่น และรางวัลด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์  ประเภทเชิดชูเกียรติ โดยรวมกลุ่มความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง  ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม  ตลอดจนการมุ่งพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นความภูมิใจในฐานะที่ กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจไทยที่ร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติอย่างยั่งยืน เพื่อความผาสุกของคนไทย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ จากการชมภาพยนตร์ด้วย “กิจกรรมส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” สู่ปีที่ 3(มีคลิป)

สตูล มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ จากการชมภาพยนตร์ด้วย “กิจกรรมส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” สู่ปีที่ 3 มอบเป็นห้องที่ 26 ให้กับ โรงเรียนบ้านนางแก้ว อ.ละงู จ.สตูล
         วันนี้25ส.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่24ส.ค.61ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนบ้านนางแก้ว อ.ละงู จ.สตูลนายภัทรพนธ์  รัตนพิเชฏชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ โดย มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ โดยมี นายธานี หะยีมะสาและ นายอำเภอละงู นายนิตย์ พรหมประสิทธิ์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล นายบุญส่ง เอียดสุย ผอ.การโรงเรียนบ้านนางแก้ว นักเรียน ผู้ปกครองเข้าร่วมในพิธี ภายในกิจกรรมมีการส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้  พร้อมมอบชุดอุปกรณ์กีฬา โดย นายเด่น ดับโศก ผู้บริหารมูนิธิ เมเจอร์แคร์  เป็นผู้ส่งมอบให้กับโรงเรียนบ้านนางแก้ว  เพื่อเป็นการเพิ่มเติมพื้นที่การเรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจดีๆ จากการชมภาพยนตร์ และพร้อมมอบชุดอุปกรณ์กีฬา ทั้ง ฟุตบอล, วอลเลย์บอล และฟุตซอล ให้น้อง ๆ ไว้ใช้เรียนในชั่วโมงพลศึกษา และใช้ฝึกซ้อมพัฒนาทักษะด้านกีฬา รวมทั้งยังส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง  ในปีนี้ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ยังเดินหน้าเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ จากการชมภาพยนตร์ ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 3 สำหรับ “กิจกรรมส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ให้กับโรงเรียนในชนบทที่มีน้อง ๆ ด้อยโอกาสศึกษาอยู่ และเป็นโรงเรียนที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนอีก 10 โรงเรียน 10 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี, พิจิตร, บุรีรัมย์, สงขลา,สตูล, สระบุรี, มุกดาหาร, ลำปาง, น่าน และฉะเชิงเทรา และครั้งนี้ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ จะจัด “กิจกรรมส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” เป็นห้องที่ 26  มอบให้กับ โรงเรียนบ้านนางแก้ว อ.ละงู จ.สตูล 
      นอกจากนี้ ทางมูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ยังจัดกิจกรรมสันทนาการกับน้อง ๆ ด้วยการเล่นเกมแจกของรางวัล มอบของที่ระลึกให้กับน้อง ๆ นักเรียนทุกคน และเลี้ยงอาหารกลางวัน ไอศครีม พร้อมนำป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มมาบริการน้อง ๆ ถึงโรงเรียน เรียกว่ามูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ จัดเต็มเป็นพิเศษสำหรับน้อง ๆ เลยทีเดียว และไม่ว่าจะอีกกี่ปีที่บวกเพิ่ม โลกแห่งการให้ที่เปี่ยมด้วยความสุขใบนี้ของ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ จะยังคงขับเคลื่อสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ และแต่งแต้มให้โลกกว้างใบนี้ มากมายไปด้วย แรงบันดาลใจ ความรู้ ความสุข และรอยยิ้ม และยังสนันสนุนทุนการศึกษาประจำปี ปีละ 20 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ให้กับน้อง ๆ       2 กลุ่ม คือ กลุ่มน้อง ๆ ด้อยโอกาส 10 ทุน และกลุ่มน้อง ๆ พิการที่บกพร่องทางร่างกายและสติปัญญาอีก 10 ทุน ตลอดจน จัดทำ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” มอบให้กับโรงเรียนในชนบทที่มีน้อง ๆ ด้อยโอกาสเรียนอยู่ และเป็นโรงเรียนที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน ปีละ 10 โรงเรียน เพื่อน้อง ๆ จะได้มีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยมีคุณครูเป็นผู้ชี้แนะ ผ่านภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ ที่จะเป็นสื่อกลางสอดแทรกความรู้เพื่อช่วยเปิดโลกทัศน์ด้านความคิดและก่อให้เกิดแรงบันดาลใจดี ๆ โดยมูลนิธิฯ จะคัดสรรดีวีดีภาพยนตร์สร้างสรรค์ที่ให้ข้อคิดแรงบันดาลใจสำหรับน้อง ๆ ส่งให้อย่างต่อเนื่อง  และมีเป้าหมายในการดำเนินงานด้วยการนำน้อง ๆ ที่ด้อยโอกาส อายุ 6-18 ปี เข้าชมภาพยนตร์   ปีละ 34,000 คน และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ด้อยโอกาสปีละ 5,000 คน โดยนำเข้าชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ในทุกสาขาของเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ตำรวจ ทหาร สนธิกำลังปิดล้อมจับคุมผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า พบอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนเพรียบ(มีคลิป)

 ตำรวจ ทหาร สนธิกำลังปิดล้อมจับคุมผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า พบอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนเพรียบ ...เมื่อวันที่ 23สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น. นายศุภชัย นามแก้ว ผู้สือข่าวพิเศษได้รายงานในพื้นที่ว่าตำรวจวารินໍชำราบพร้อมทหารจากค่ายสรรพสิทธิประสงค์ร่วมกัน จับอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน ที่บ้านไม้ค้างอำเภอวารินชำราบ   นี่เป็นภาพเหตุการณ์ที่ตำรวจ สภ.วารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีเเละเจ้าหน้าที่ทหาร บุกเข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 4บ้านไม้ค้าง ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อจับกุมนายชินเสฎฐ์ นิลเกตุ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนปืนยิงขึ้นฟ้าหลายสิบนัด โดยก่อนหน้านี้เมื่อสองปีที่เเล้วนายชินเสฎฐ์เคยโดนจับกุมข้อหามีอาวุธปืนไว้ใครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติเเละได้ประกันตัวออกมาต่อมา นายชินเสฎฐ์ ได้รับราชการเป็นทหารเกณท์สังกัดกองทัพอากาศ ต่อมาได้รับร้องเรียนทุกข์จากประชาชนว่า นายชินเสฎฐ์ก่อพฤติกรรมเช่นเดิม จึงร้องไปยังสถานีตำรวจภูธรวารินชำราบให้มาตรวจสอบ ด้านพันตำรวจเอก อดิเทพ พิชาดุลย์ผู้กำกับการสภวารินชำราบได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษนำหมายค้นเข้าทำการจับกุมตัวนายชินเสฎฐ์สามารถจับกุมตัวขณะที่อยู่ในบ้าน พร้อมอาวุธปืน6กระบอก เครื่ิองกระสุน และมีดพกเสื้อเกราะกันกระสุน นายชินเสฎฐ์ บอกว่า สั่งซื้อปืนทางอินเทอร์เน็ต และส่งของทางไปรษณีย์  ขณะที่ญาติ ๆ บอกว่า นายชินเสฎฐ์ เป็นคนที่มีนิสัยก้าวร้าว ชอบยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่  และทุกครั้งที่ไม่ได้ใจตัวเองจะดุด่ายายตัวเองสร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านในระเเวกนั้นเป็นจำนวนมาก     ขณะที่เจ้าหน้าที่ จะต้องขยายผลว่านายชินเสฎฐ์ สั่งซื้อปืนมาจากที่ใด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป    

ศุภชัย นามเเก้ว  ภาพ/ข้อมูล
ทศพร ก้อนแก้ว  รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ รับโล่เชิดชูเกียรติ "ตำรวจบ้านเรา พิทักษ์ถิ่นเกิด"

สภ.ทรายขาว.. รับโล่เชิดชูเกียรติ "ตำรวจบ้านเรา พิทักษ์ถิ่นเกิด"
     วันที่ 23 ส.ค.61 เวลาประมาณ 13.30 น.  พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 กำหนดให้มีการประชุมบริหาร ภ.8 ครั้งที่ 8/2561 ณ ห้องประชุมไม้ขาว ภ.8 อ.ถลาง จว.ภูเก็ต โดยก่อนการประชุมได้มีพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานดีเด่น ตามมติคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกฯ ภ.8 โดยมีมติเห็นชอบมอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับ... 
     พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว อ.คลองท่อม จว.กระบี่ "เป็นข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจทั้งหลาย" สมควรได้รับการสรรเสริญและยกย่องให้เป็น "ตำรวจบ้านเรา พิทักษ์ถิ่นเกิด" โดย ผบช.ภ.8 ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติ พร้อมกับได้จับมือ กล่าวชื่นชมและแสดงความยินดี พร้อมให้กำลังใจในการมุ่งมั่นทำความดีและสิ่งดีๆให้กับประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถตลอดจน เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส แถลงข่าวจับยาเสพติดกว่า 5 แสนเม็ด ผู้ต้องหา 3 คนยึดของกลางยาบ้า รถยนต์ เงินสดและอาวุธปืน มูลค่ากว่า 27 ล้านบาท(มีคลิป)

ตำรวจนราธิวาส แถลงข่าวจับยาเสพติดกว่า 5 แสนเม็ด ผู้ต้องหา 3 คน ยึดของกลางยาบ้า รถยนต์ เงินสดและอาวุธปืน มูลค่ากว่า 27 ล้านบาท

                23 ส.ค 61 ณ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รอง ผบช.ภ.9 นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัส ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พล.ต.สมพล ปานกุล ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.ต.อ.ธวัชชัย ศุกสุขแก้ว รอง ผบก.ภจว.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.นราธิวาส หน่วยงาน บช.ปส.ตำรวจน้ำ กก.7 บก.รน.เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง สภ.ยี่งอ สภ.สุไหงโก-ลกร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ค้ายาเสพติด 3 เป้าหมาย คือ 1.บ้านนายอามีน วาเด็งพงษ์ เลขที่ 41/12 ม.7 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส  2.ห้องเช่าเลขที่ 107/51 ถ.เลี่ยงเมืองบ้านซรายอ ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ก จ.นราธิวาส 3.อู่ซ่อมรถยนต์บ้านกาเด็ง เลขที่ 1 ม.7 ถ.สี่เลน ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส จับกุมผู้ต้องหา รวม 3 คน คือ นายอามีน วาเด็งพงษ์ อายุ 33 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 41/12 ม.7 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส 2.น.ส.ซัลวานี เจะเตะ อายุ 29 ปี ที่อยู่ 61 ซ.12 ถ.ทรายทอง 1 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ น.ส.ซารีม๊ะ เจ๊ะอูมา อายุ 31 ปี ที่อยู่ 33/1 ม.6 ต.จอเบาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซุ่งทั้ง 2 คน เป็นภรรยาของนายอามีน พร้อมยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 564,500 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 กัญชาแห้งผสมยาเส้น น้ำหนัก 0.57 กรัม อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน จำนวน 6 นัด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เงินสดสกุลไทย จำนวนกว่า 128,500 บาท รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน ขส 6897 กรุงเทพมหานคร รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีตี้ สีเทา ทะเบียน กจ 9891 ยะลา และรถจักรยานยนต์บิ้คไบค์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น ซีบี 500 เอฟ สีส้มเทา ทะเบียน 1 กช 2029 ถูเก็ต จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ประกอบในสำนวนคดี

พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัส ผบก.ภจว.นราธิวาส เปิดเผยว่า สถานการณ์ความเคลื่อนไหวของยาเสพติดในพื้นที่นราธิวาส ทางเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้แบ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งปี 2560 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้กว่า 500 ราย อีกทั้งยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรับรองว่าทั้งผู้ค้าและผู้เสพเจ้าหน้าที่มีประวัติความเคลื่อนไหวไว้ในระบบหมดแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะอยู่ในระหว่างการขออนุมัติหมายศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อละเว้นอย่างแน่นอน และสำหรับข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น ปี 260ที่ผ่านมาสามารถดำเนินคดีตามกฏหมายและไล่ออกไปแล้วอย่างน้อย38 ราย ในปี 2561 ดำเนินการตามกฎหมายไปแล้ว 22 ราย

               ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 เปิดเผยถึงเส้นทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มยาเสพติดทีพยายามลำเลียงยาเสพติดผ่านมาทางภาคใต้มาพักและเตรียมส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 ล่าสุดพบว่าเที่ยวนี้มีมากถึง 1 ล้าน 2 แสนเม็ด และเจ้าหน้าที่สามารถจับและยึดมาได้ในครั้งนี้จำนวนกว่า 500,000 เม็ด ส่วนอีก 700,000 กว่าเม็ดนั้น คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะต้องใช้ความพยายามลำเลียงลงมาจนครบ แต่ถ้ามีการลำเลียงขนลงมายังภาคใต้เมื่อไหร่ไม่พ้นสายตาเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน และการบูรณาการของเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหารมีแผนการสกัดการขนย้ายยาเสพติดข้ามชาติทั้งทางน้ำและบนบกตั้งแต่ อ.แว้ง อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ อย่างรัดกุม.  .



ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ผบ.ฉก.นย.ทร. ลงพื้นที่ พบปะเยี่ยมเยียนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี

ผบ.ฉก.นย.ทร. ลงพื้นที่ พบปะเยี่ยมเยียนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี
   
น.อ.นิรัตน์  ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.ให้การต้อนรับคณะผู้แทนวิทยาลัยการทัพบก รุ่นที่ 60 วันที่ 23 ส.ค.61 ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส และร่วมปฏิบัติภารกิจ พบปะเยี่ยมเยียนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ครู นักเรียน และผู้ปกครอง พร้อมกับมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา และเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับ โรงเรียนบ้านละเวง หมู่ 3 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น จว.ปัตตานี หลังจากนั้น ผบ.ฉก.นย.ทร./คณะผู้แทนวิทยาลัยการทัพบก รุ่นที่ 60 ได้ลงพื้นที่ต่อ ที่บ้านทอนอามาน หมู่ 11 ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จว.นราธิวาส พร้อมกับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินจำนวนหนึ่งให้กับ น.ส.ปารีดะ เจะเฮาะ ซึ่งมีฐานะยากจน และได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากบ้านพักอาศัยถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ก.ค.61 เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ยากไร้ เบื้องต้น

น.อ.นิรัตน์  ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร. เพื่อพบปะ เยี่ยมเยียน และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ครู นักเรียน และผู้ปกครอง  รวมถึงส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้นำศาสนา ประชาชน ที่สำคัญยังเป็นการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่ข้าราชการในการดำเนินชีวิต และปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. แม่เมาะ แจง เพลิงไหม้หม้อแปลงหลักโรงไฟฟ้า ไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้าภาพรวม

กฟผ. แม่เมาะ แจง เพลิงไหม้หม้อแปลงหลักโรงไฟฟ้า ไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้าภาพรวม

กฟผ. แม่เมาะ ชี้แจงสาเหตุเพลิงไหม้หม้อแปลงหลักของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 9  สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว  และไม่กระทบความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาพรวม

นายอมรพันธ์ ลีลาภรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึง 
เหตุเพลิงไหม้หม้อแปลงหลักของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หน่วยที่ 9 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 เวลา 23.52 น. ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว กฟผ. แม่เมาะ สามารถระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 00.20 น. รวมถึงระบบป้องกันภัยอัตโนมัติ
ได้ทำการปลดเครื่องออกจากระบบ ทำให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราว แต่ไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้า
ในภาพรวม ทั้งนี้ กฟผ. จะเร่งดำเนินการเปลี่ยนหม้อแปลงสำรองโดยเร็ว และจะตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ต่อไป
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ตร.ลำทับ จ.กระบี่ รวบ"บ่าวโต"ชาวนครศรีฯตะเวนลักทรัพย์-วิ่งราวเผยลักรถ.จยย.19 คันในกระบี่(มีคลิป)

   .วันที่ 22 สิงหาคม 61 ที่ห้องสืบสวน สภ.ลำทับ จ.กระบี่ พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล ผกก.สภ.ลำทับ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ลำทับ และเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายพรศักดิ์ หรือโต ทองจิตร อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 87 ม.6 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดใกล้เคียง รวม 4 หมาย
      พ.ต.อ.พิษณุ เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม 61 ที่ผ่านมา ได้มีประชาชนในพื้นที่ อ.ลำทับ เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำทับ มีรถจักรยานยนต์ หาย รวม 3 คัน เฉลี่ยเดือนละ 1 คัน จึงได้สั่งการทีมสืบสวนออกหาข่าวจนสืบทราบว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุน่าเป็นคนเดียวกัน จึงได้ออกติดตามพฤติกรรมจนแน่ชัดว่าว่าผู้ก่อเหตุคือนายพรศักดิ์ หรือโต จนสามารถจับกุมตัวได้บริเวณหน้าห้างโลตัสทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ขณะหลบหนี พร้อมนำตัวมาสอบสวนขยายผล
       พ.ต.อ.พิษณุ กล่าวว่าจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับรวม 4 หมาย ในพื้นที่ จ.กระบี่ 2 หมาย จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 หมาย และ จ.ภูเก็ต 1 หมาย ซึ่งทุกหมายเกี่ยวกับทรัพย์ และนอกจากนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การรับสารภาพด้วยว่า ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ จ.กระบี่ และ จ.ใกล้เคียง รวมเกือบ 20 คัน ส่วนใหญ่เลือกรถจักรยานยนต์ เป็นที่นิยมของตลาดยี่ห้อฮ้อนด้าเวฟ เมื่อได้ของกลางแล้วก็จะนำไปขาย ให้แก่บุคคลต่างด้าว ที่เป็นลูกจ้างอยู่ตามสวนปาล์มแปลงใหญ่ ในราคา คันละ 3,000-5,000 บาท เมื่อได้เงินมาก็จะนำไปเที่ยวเตร่และเสพยาเสพติด
พ.ต.อ.พิษณุ กล่าวด้วยว่า สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ ก่อนลงมือก่อเหตุ จะนั่งรถโดยสารไปหาเป้าหมาย เมื่อได้รถของกลางไปแล้วก็จะนำไปขาย แล้วนั่งรถโดยสารมาก่อเหตุ ซึ่งทุกครั้งที่ลงมือจะทำในลักษณะเดียวกันนี้ตลอดและลงมือคนเดียว นอกจากนี้ทราบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง และล่าสุดเพิ่งพ้นโทษมาแต่กลับมาก่เหตุซ้ำอีก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ตามหมายจับต่อไป
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เข้ายื่นหนังสือสนับสนุนโรงไฟฟ้ากระบี่พร้อมยกระดับ(มีคลิป)

ตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอเหนือคลอง จ.กระบี่ เข้ายื่นหนังสือสนับสนุนให้มีการจัดสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่

วันที่ 21 สิงหาคม 2561  ตัวแทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอเหนือคลองจังหวัดกระบี่เข้ายื่นหนังสือสนับสนุนให้มีการจัดสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่โดยมีนายประเสริฐ สันหาด นายก อบต.คลองขนานเป็นตัวแทนยื่นหนังสือแก่ นายไพรัตน์ ทับชุม นายอำเภอเหนือคลองเป็นผู้รับหนังสือดังกล่าวเพื่อส่งต่อให้กับ กฟผ โดยมีนางนงนุช ไตรธเนศ  วิศวกรระดับ 11 เป็นผู้รับมอบหนังสือเพื่อนำไปพิจารณาให้กับทางคณะกรรมการผู้บริหาร กฟผ.   
   เนื่องจากการประชุมของคณะกรรมการชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านของอำเภอเหนือคลอง ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นของสถานการณ์ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดจังหวัดกระบี่ ซึ่งคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวได้มีการสรุปว่าประชาชนส่วนใหญ่ในอำเภอเหนือคลอง มีความต้องการให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ว่าโดยแท้จริงแล้วประชาชนส่วนใหญ่ในอำเภอเหนือคลองสนับสนุนโครงการมากน้อยเพียงใด ซึ่งทางคณะกรรมการจึงต้องการจัดทำประชามติภาคประชาชนเพื่อให้ทราบจำนวนของผู้สนับสนุนโครงการและผู้คัดค้านโครงการ โดยจะทำเฉพาะในพื้นที่ของอำเภอเหนือคลอง เพื่อเป็นข้อมูลเท็จจริงเพื่อใช้ประโยชน์ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
  ทางด้านนายประเสริฐ สันหาด กล่าวว่า เป็นการรวมตัวของผู้นำในพื้นที่ในท้องถิ่นเพื่อยื่นหนังสือให้แก่รัฐบาลได้รับทราบโดยผ่านไปยังท่านนายอำเภอและท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ต้องการให้เกิดความเจริญและมีการพัฒนาขึ้นในพื้นที่ในชุมชนอำเภอเหนือคลองและในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพราะเป็นผลประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน และพร้อมขับเคลื่อนในเรื่องนี้ต่อไป
   
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ผู้ว่าฯ นราธิวาส เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการปกครองท้องที่ ปี 2561

ผู้ว่าฯ นราธิวาส เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการปกครองท้องที่ ปี 2561

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการปกครองท้องที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561  มุ่งหวังสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ รวมถึงเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่อย่างยั่งยืน

 (21 ส.ค.61) นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการปกครองท้องที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ที่หอประชุมอำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีนายยะยาห์ ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี สมบัติ สิงคาร นานอำเภอเจาะไอร้อง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบในพื้นที่ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการ

นายสมหวัง เรืองเพ็ง ปลัดจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การจัดโครงการฯ ในวันนี้ (21 ส.ค.61) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน ตลอดจนเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ สร้างจิตสำนึก อุดมการณ์ ทัศนคติ แนวคิด และวิธีการทำงานในฐานะผู้นำการปกครองท้องที่ ที่มีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อันจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ เข้ารับการอบรมตามโครงการฯ จำนวน 13 อำเภอ แบ่งเป็น 2 รุ่น รวมทั้งสิ้น 1,767 คน โดยมีวิทยากรจากกรมการปกครองมาบรรยายให้ความรู้                                          
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ผู้บังคับการตำรวจภูธรสตูล ออกแจง ขณะนี้ได้ทำหนังสือขอตัว ทั้ง 4 คน กลับจากมาเล ขณะที่เมื่อคืนได้ปล่อยตัว 4 คน ของมาเลเซีย กลับไปแล้ว(มีคลิป)

 ผู้บังคับการตำรวจภูธรสตูล ชี้แจ้ง ขณะนี้ได้ทำหนังสือขอตัว ทั้ง 4 คน กลับจากมาเล ขณะที่เมื่อคืนได้ปล่อยตัว 4 คน ของมาเลเซีย กลับไปแล้ว
         วันนี้21ส.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพลตำรวจตรี ศุภวัฒน์ ทับเคลียว. ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล กล่าวว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้ง 4 คน ที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในประเทศมาเลเซียนั้น ขณะนี้ ตนเองได้ทำหนังสือไปยังทางการมาเลเซียเพื่อขอให้ทางการมาเลเซียปล่อยตัว และจะกลับมาสอบสวนต่อไปที่สตูล นั้น  ถือว่าเป็นกระบวนการที่กระทำอย่างรวดเร็ว โดยใช้มิตรภาพเป็นหลักในการประสานงานทำให้สะดวกรวดเร็วขึ้น แต่ทางการมาเลเซียจะปล่อยตัวในวันไหนนั้นตนเองก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ แต่ตอนนี้ ได้ทำหนังสือไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วน คนของมาเลเซียที่ทางเราจับกุมนั้น ก็ได้ มีการปล่อยตัวไปแล้วเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 20 โดยถือว่าเป็นการเข้าใจผิดกันบางประการ ในเรื่องของพิกัดน่านน้ำ และได้มีการสอบปากคำ เพิ่มเติม ก่อนที่จะปล่อยตัวไป  ซึ่งการประสานงานในเรื่องนี้ถือว่าเป็นการทำงานที่รวดเร็วเนื่องจากทางจังหวัดสตูล กับมาเลเซียถือว่าเป็นบ้านพีเมืองน้องมีการผูกมิตรที่ดีต่อกัน ทำให้การทำงาน สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561

โรงรับจำนำนราธิวาส คึกคักเตรียมเงินสำรอง 45 ล้านบาท รับเทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลอัดฮา

โรงรับจำนำนราธิวาส คึกคักเตรียมเงินสำรอง 45 ล้านบาท รับเทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลอัดฮา ส่วนร้านทองคักคักหลังราทองคำลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี มุสลิมต่อแถวซื้อทองฉลองวันรายอ


  ที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองนราธิวาส (โรงรับจำนำ) ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้มีพี่น้องมุสลิม จำนวนมากเริ่มทยอยใช้บริการตั้งแต่เช้า ทำให้บรรยากาศคึกคัก กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร กรีดยาง และผู้ประกอบการค้าที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นทองคำรูปพรรณ และเครื่องมือช่างต่างๆ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน นำมาจำนำเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในช่วงเทศกาลฮารีรายออีฎิ้ลอัดฮา

 ด้านนางบุษบา ทิพย์เหรียญ ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองนราธิวาส เผยว่า ในปี 2561 นี้ ทางสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้เตรียมพร้อมงบประมาณให้กับสถานธนานุบาลไว้ 45 ล้านบาท และสำรองยาวไปจนถึงช่วงเดือนกันยายน  และคาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เงินในช่วงนี้ เนื่องต้องใช้เงินค่อนข้างมาก โดยทางสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเป็นพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 31 ธันวาคม 2561 พิเศษสำหรับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนต้องการใช้เงิน เงินต้นวงเงินไม่เกิน 5,000 บาทคิดดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ ต่อเดือน เงินต้นเกิน 5000 ถึง 100,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท ต่อเดือน  ผู้จำนำสามารถจำนำได้สูงสุดถึงรายละ 500,000 บาทซึ่งสิ่งของที่ประชาชนนิยมมาจำนำส่วนใหญ่จะเป็นทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ 
 นอกจากนี้สำหรับบรรยากาศร้านทองหลายๆร้านในเขตตัวเมืองนราธิวาส เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากราคาทองลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี ลดลงต่ำกว่า 2 หมื่น มีพี่น้องมุสลิมแห่ซื้อทองคำ ทองรูปพรรณต่างๆทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ตามน้ำหนักที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีประชาชนนำทองรูปพรรณเส้นเก่ามาเพิ่มขนาดเพิ่มน้ำหนัก โดยจะเลือกซื้อเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ซึ่งจะมีจำนวนใกล้เคียงกับการมาเลือกซื้อทองเส้นใหม่ใส่ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเดียวกัน การเลือกซื้อทองของชาวไทยมุสลิมไว้สวมใส่เฉลิมฉลอง วันฮารีรายอ ยังคงคึกคัก เช่นเดิม นอกจากนี้ ชาวไทยมุสลิมบางคนก็จะเริ่มหันมาสนใจเลือกซื้อเพชร ไว้สวมใส่กันบ้างแล้ว 
 ทั้งนี้ ตามที่จุฬาราชมนตรีประกาศว่า วันที่ 1 เดือนซุลฮิจยะห์ ฮิจเราะห์ศักราช 1439 ตรงกับวันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2561 และวันอีฎิ้ลอัดฮา ฮ.ศ.1439 ตรงกับวันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2561

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. แจ้ง อิทธิพลพายุ “เบบินคา” ส่งผลให้น้ำไหลเข้า 2 เขื่อนใหญ่ พร้อมจัดทีมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

กฟผ. แจ้ง อิทธิพลพายุ “เบบินคา” ส่งผลให้น้ำไหลเข้า 2 เขื่อนใหญ่ จ.กาญจนบุรี เพิ่มขึ้นพร้อมจัดทีมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

อิทธิพลพายุโซนร้อน “เบบินคา” ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี เพิ่มขึ้น กฟผ. จัดทีมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิดผ่านศูนย์เฉพาะกิจฯ 

ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจงภาพน้ำท่วมวัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่สื่อมวลชนบางสื่อนำเสนอนั้น เป็นภาพวัดเดิมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เก็บกักน้ำของเขื่อน ซึ่งเป็น Unseen Thailand ที่รู้จักกันในชื่อ “วัดใต้น้ำสังขละบุรี” ส่วนวัดแห่งใหม่ กฟผ. ได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของสังขละบุรี

นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำของเขื่อน กฟผ. ว่า เนื่องจากอิทธิพลของพายุ “เบบินคา” และมรสุมกำลังแรงที่เริ่มเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งหลายพื้นที่ในประเทศ มีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางแห่ง ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 มีปริมาณน้ำไหลเข้า 105 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในเขื่อน 7,940 ล้าน ลบ.ม. หรือ ร้อยละ 90 สูงกว่าเกณฑ์การควบคุมตอนบน (Upper Rule Curve: URC) โดยมีการระบายน้ำวันละ 43 ล้าน ลบ.ม. และจะปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 53 ล้าน ลบ.ม.ในวันที่ 23-27 สิงหาคม นี้ ซึ่งกฟผ. ได้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ กล่าวเพิ่มเติมกรณีที่มีการนำเสนอภาพของวัดวังก์วิเวการามที่ถูกน้ำท่วมโดยสื่อมวลชนบางสื่อว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพของวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำของ
เขื่อนวชิราลงกรณ เมื่อถึงฤดูฝนพระอุโบสถของวัดวังก์วิเวการามหลังเก่าจะจมอยู่ใต้น้ำ และในช่วงฤดูแล้งจะโผล่พ้นน้ำปรากฏให้เห็น ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ที่มีชื่อเสียงของอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “วัดใต้น้ำสังขละบุรี” สำหรับวัดวัดวังก์วิเวการามใหม่  กฟผ. ได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างโดยตั้งอยู่บนเนินเขาห่างออกไปจากจุดเดิมประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ประชาชนมาสักการะจำนวนมาก

ด้านสถานการณ์น้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำไหลเข้า 64 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในเขื่อน 15,647 ล้าน ลบ.ม. หรือ ร้อยละ 88 ต่ำกว่าเกณฑ์ URC ทั้งนี้คาดว่าจะยังคงมีน้ำไหลเข้าเขื่อนทั้งสองแห่งต่อเนื่องอีกระยะ ซึ่งจะทำให้เขื่อนศรีนครินทร์มีแนวโน้มที่ปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจนเกินเกณฑ์ URC กฟผ. จึงจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์เพื่อเตรียมพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดได้ทางเว็บไซต์ WATER.EGAT.CO.TH หรือ www.vrk.egat.com www.snr.egat.com www.sirikitdam.egat.com และแอพพลิเคชั่น EGAT Water ซึ่งสามารถดาวน์โหลดค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำได้อย่าง Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งสามารถติดตามภาพสถานการณ์น้ำในเขื่อนจริงผ่านกล้อง CCTV ของแต่ละเขื่อนได้อีกด้วย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล เจ้าหน้าที่รัฐสตูล ถูกทางการมาเลเซียจับกุม ขณะผู้ว่าฯประสานทางมาเลเซียพูดคุย(มีคลิป)

สตูล เจ้าหน้าที่รัฐสตูล ถูกทางการมาเลเซียจับกุม ผู้ว่าประสานทางมาเลเซียพูดคุย ขอความร่วมมือ ประนีประนอม  ขณะที่ เจ้าหน้าที่ รัฐทั้งหมด ให้ออกไว้ก่อน
         วันนี้ 20 ส.ค.เมื่อวันที่19ส.ค.61ที่ผ่านมาเวลา06.00 น.นาย รอซาด สุวาหลำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3ต.ตันหยงโป อ.เมือง สตูล พร้อม ชุด สืบสวน.สภ.เมืองสตูล รวมจำนวน 8 นายใช้เรือหางยาว จำนวน 2 ลำออกตระเวรหลังรับแจ้งว่ามีเรือประมงชาวบ้านจากประเทศมาเลเซียเข้ามาจับปลาประเภทอวนล้อมปลาทูบริเวณเกาะสามหมู่ที่3ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูลเมื่อไปถึงพบเรือจากประเทศมาเลเซียกำลังทำประมงเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมแต่ชาวประมงจากประเทศมาเลเซียพยายามขัดขืนไม่ยอมให้จับกุมโดยง่ายและได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังหน่วยตำรวจน้ำมาเลเซียเข้าไปช่วยเหลือชาวประมงดังกล่าวและเกิดการชุลมุนทำให้เรือเรือตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่ประเทศมาเลเซียชนกับเรือประมงที่เจ้าหน้าที่ไทยนำออกไปจับกุมในขณะเดียวกันในเรือประมงของประเทศมาเลเซียมีลูกเรือ5คนและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองสตูล3คือด.ต.สัญชัย  สลีมีน ด.ต.เอกณัฐ โพธิปกเกษม ด.ต.คณิต นัธทีและนายอภิสิทธิ์ ยันยูโซ๊ะผช.ผญบ.หมู่3 ต.ตันหยงโป ติดอยู่ในเรือประมงประเทศมาเลเซียทำให้เรือตรวจการณ์หน่วยMMEA – หรือMalaysian Maritime Enforcement  Agency ลากเรือกลับไปยังเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซียไปด้วยส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ตรวจยึดเรือประมงมาเลเซีย ได้จำนวน 1 ลำลักษณะเรือไฟเบอร์ เครื่องยนต์ติดท้าย สีเขียว ราโทสีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน KHS4461 พร้อมชาวประมงประเทศมาเลเซีย4คนคือ1. Mr.HamzahBin Yaakob2. Mr.Malik Bin Mat Mr.Abdul Rahman Bin Omar4. Mr.Mohamad Rafi Bin Yunusนำไปควบคุมที่สภ.เมืองสตูลโดยเจ้าหน้าที่ทั้ง2ฝ่ายคือฝ่ายไทยและฝ่ายมาเลเซีย
และในวันนี้ เมื่อเวลา 11.30 ภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย-ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้เชิญ  เจ้าหน้าที่ของทางการมาเลเซียเข้ามาพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้มุ่งว่าใครจะผิดหรือถูกแต่ขอความเป็นธรรมเนื่องจากน่านน้ำเราไม่ได้มีกำแพงกันทำให้ไม่ทราบว่า น่านน้ำ นั้นใครลุกล้ำใครกันแน่ แต่ถึงอย่างไรในช่วงบ่ายวันนี้จะลงไปดูพื้นที่กันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ว่าใครลุกล้ำใคร  เนื่องจากตนเองไม่ต้องการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ ต้องการเป็นมิตรกันต่อไป จึงอยากขอแค่ความร่วมมือ ส่วนเรื่องจะปล่อยตัวหรือไม่นั้น ก็เป็นดุลพินิจของทางการมาเซียอีกชั้นหนึ่ง สำหรับชาวบ้านที่ถูกตำรวจจับกุมมานั้น ตอนนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ ดูแลเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องจะปล่อยตัวหรือไม่นั้น ก็ต้อง ดูกันที่หลักฐาน  แต่อย่างไรตนเองก็ต้องการที่จะเป็นมิตรกับมาเลเซีย และสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหมดที่ออกไปปฏิบัติการในครั้งนี้ นั้น ให้ออกจากราชการไว้ก่อน  ทั้ง 11 คน โดยประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 คน และ กำนันผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วย อีก 3 คน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยรายชื่อประกอบไปด้วย
1 ร.ต.อ. สมปอง มีชู  รอง สวส สภ.เมืองสตูล  2 ดต.สัญชัย  สลีมีน  ผบ.หมู่ ( ป)
3ด.ต.อาทิตย์  นัทธี ผบ.หมู่(ป) 4 ด.ต.เอกณัฐ โพธามิกเกษม  ผบ.หมู่สส. 5 จสต.ประเสริฐ มรรคาเขต  ผบ.หมู่ ปช่วยงานสื่บสวน. 6 สตต พชร  อรัญชัชพิศาล ผบ.หมู่ ป.
7 ด.ต.คณิต นัธที ผบ.หมู่สส. 8 ด.ต.อุเทน บุญศิริ  ผบหมู่ (สส) 9 นายอภิสิทธ์ ห ยันยูโซ๊ะ  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม. 3 10 นายรอชาด สุวาลำ  ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูล 11 นายแลสมัน  เส็นดากัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม. 3 ตันหยงโป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

โครงการส่งเสริมอุดมการณ์ความรักชาติ ณ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา)อำเภอสุไหงปาดี (มีคลิป)

โครงการส่งเสริมอุดมการณ์ความรักชาติ (กิจกรรมร้องเพลงชาติ) ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา)อำเภอสุไหงปาดี

           18 ส.ค.61 ณ หอประชุมโรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี ดร.กอบภณ แสงสมบัติ รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมอุดมการณ์ความรักชาติ (กิจกรรมร้องเพลงชาติ) ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา)อำเภอสุไหงปาดี โดยมี  นายพิชิต รุ่งประเสริฐ ปลัดอาวุโสอำเภอสุไหงปาดี นายสรสรร ดุลมนัส ผู้นวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอสุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน คณะครูจากโรงเรียนตาดีกา และนักเรียนโรงเรียนตาดีกาเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก 

           การจัดโครงการครั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงปาดี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนอำเภอสุไหงปาดี ร่วมจัดโครงการส่งเสริมอุดมการณ์ความรักชาติ (กิจกรรมร้องเพลงชาติ) ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา)อำเภอสุไหงปาดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการฝังอุดมการณ์ ความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้กับเด็กนักเรียนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ และส่งเสริมให้การร้องเพลงชาติได้ถูกต้อง ให้เด็กนักเรียนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดมีระเบียบ วินัย สามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคมพหุวัฒนธรรม 

         โดยการจัดโครงการในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนอำเภอสุไหงปาดีรับผิดชอบในการคัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตัดสินผลการประกวด โรงเรียนมัธยมสุไหงปาดีให้ความเอื้อเฟื้อสถานที่และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างและกองร้อยทหารพรานในพื้นที่ช่วยอำนวยการรักษาความปลอดภัย                     

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ไฟไหม้ตลาดโรงเกลือครั้งใหญ่พ่อค้าแม่ค้าเสี่ยงตายฝ่าเปลวเพลิงขนของ(มีคลิป)

ไฟไหม้ตลาดโรงเกลือครั้งใหญ่พ่อค้าแม่ค้าเสี่ยงตายฝ่าเปลวเพลิงขนของ
**เกิดเหตุไฟไหม้ตลาดโรงเกลือเทศบาล 3 อาคารบี ครั้งใหญ่ ไฟโหมไหม้ร้านค้าอย่างรุนแรง พ่อค้า แม่ค้าชาวกัมพูชาต่างเสี่ยงตายลุยไฟเข้าไปเอาสินค้าออกจากกองไฟ
    เมื่อเวลา 18.00 น. ของ18ส.ค.61 ร.ต.อ.วิญญู ปัญญาวิรภรณ์  รองสารวิตร (สอบสวน)สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ ได้รับแจ้งเหตุเกิดไฟลุกไหม้ตลาดโรงเกลือเทศบาล 3 ครั้งใหญ่ ไฟไหม้ร้านขายรองเท้าและเสื้อผ้า ของชาวกัมพูชา อาคาร ล็อคบี ตลาดเทศบาล 3 ภายในตลาดโรงเกลือ ไฟได้ลุกไหม้และลามไปอย่างรวดเร็ว หลังรับแจ้งจึงได้รีบแจ้งไปยังเทศบาลอรัญประเทศและ อบต.ใกล้เคียง เพื่อขอรถดับเพลิง ระดมเข้ามาช่วยดับไฟ เนื่องจากไฟได้โหมไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากภายในร้านค้าที่ถูกไฟลุกไหม้เป็นร้องเท้าและเสื้อผ้า แทบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เพียงไม่กี่นาที ไฟได้โหมลุกไหม้และลามไปติดอาคารใกล้เคียง จนไฟขยายวงไปอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่า รถดับเพลิงจะระดมเข้าไปนับ 15 คันแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถระงับไฟได้ มีหน่วยกู้ภัยอรัญประเทศ ทหารจาก มทบ.19 ทหารกองพันที่ 3 รักษาพระองค์ ตชด.12 ตำรวจภูธรคลองลึกช่วยระงับเหตุไฟไหม้
    ด้านพ่อค้า แม่ค้าชาวกับพูชา ต่างฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปขนสินค้าของตนเองออกมา บางคนก็นำถังพลาสติก ใส่น้ำเข้าไปสาดไฟหวังว่า จะว่าจะยังพอได้สินค้าออกมาได้บ้าง ถึงแม้ว่าจะเสี่ยงก็ตาม ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหล เนื่องจากทุกคนห่วงสินค้าของตนเอง ถึงแม้ว่า เจ้าหน้าที่จะห้ามเข้าไปก็ตามแต่ทุกคนก็ไม่ยอมฟัง เนื่องจากไม่เหลืออะไรแล้วและมีพ่อค้า แม้ค้ากัมพูชา ประมาณ 300-400 คนมามุงดูเหตุการณ์
 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ขณะไฟไหม้ครั้งแรก เล่าว่า ขณะที่ตนเองขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็นไฟช็อตที่เสาไฟฟ้า แล้วก็ลุกลามไปตามสายไฟเข้าไปไหม้ร้านที่อยู่ใกล้กับเสาไฟดังกล่าว จากนั้นไฟก็ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่า เจ้าของร้านค้าจะพยายามช่วยกันดับก็ตามแต่ก็ไม่สามารถระงับเหตุไฟไหม้ได้ในครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่ทราบมูลค่าความเสียหาย
** สมศักดิ์ สารการ รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...