• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ผกก.สั่งเผารัง “ต่อหัวเสือ” ฝูงใหญ่ใกล้โรงพักคลองท่อม เผยหวัน ปชช.ได้รับอันตราย(มีคลิป)


ต่อยผิดคนแล้ว ผกก.สั่งเผารัง “ต่อหัวเสือ” ฝูงใหญ่ใกล้โรงพักคลองท่อม เผยหวัน ปชช.ได้รับอันตราย

(วันนี้) 31 ก.ค 61 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ที่ สภ.คลองท่อม พบรังต่อหัวเสือขนาดใหญ่ อยู่บนเสาไฟฟ้าหน้าบ้านพักข้าราชการตำรวจ ซึ่งอยู่ติดกับที่ทำการ สภ.คลองท่อม โดยรังดังกล่าวมีขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 50 ซม. มีฝูงต่อหัวเสืออาศัยอยู่ภายในรังจำนวนมาก โดยทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองท่อม ว่า ก่อนนี้ต่อฝูงดังกล่าว มาเริ่มทำรังได้นานประมาณ 2 เดือนแล้ว แรกทีเดียวทางตำรวจเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะจะพบเห็นรังต่อในพื้นที่ชนบทเป็นปกติอยู่แล้ว กระทั่งเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา มีต่อตัวหนึ่งได้บินมาต่อย พ.ต.อ.ภาสกร สนธิกุล ผกก.สภ.คลองท่อม ได้รับบาดเจ็บพกช้ำเล็กน้อย ทางผู้บังคับบัญชา จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเผารังดังกล่าวทิ้ง เพื่อให้ตัวต่อย้ายไปอยู่ที่อื่น ทั้งนี้เพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้มาติดต่อราชการ รวมทั้งครอบครัวตำรวจที่อาศัยอยู่บริเวรดังกล่าวได้ เนื่องจากต่อหัวเสือ เป็นแมลงมีพิษที่นิสัยดุร้าย หากผู้ที่แพ้พิษถูกต่อย อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ ที่ผ่านมาก็เคยมีข่าวปรากฎหลายครั้งแล้วเช่นกัน.

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ปปส. ตชด.436 ทหาร ตำรวจ ตำรวจน้ำ จับกัญชาและยาบ้าล็อตใหญ่จำนวน 449 ก.ก.และยาบ้าอีก 6 พันเม็ด(มีคลิป)

สตูล ปปส. ตชด.436 ทหาร ตำรวจ ตำรวจน้ำ จับกัญชาและยาบ้าล็อตใหญ่จำนวน 449 ก.ก.และยาบ้าอีก 6 พันเม็ด
         (วันนี้)31ก.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสืบทราบของสำนักงานปปส. ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาใน จ.สตูลโดยลำเลียงมากับรถบรรทุก จึงได้ประสานความร่วมมือกับทหารและตำรวจในพื้นที่ ต่อมา พ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว  ผบ.ร5พัน2 ได้สั่งการให้หน่วยบก.ควบคุม พล.ร5(ชป.รส.ร.5 พัน.2)สนธิกำลังกับพ.ต.ท.บัณฑิต สีหาโคตร ผบ.ตชด.436 ตำรวจน้ำสตูล และตำรวจสภ.ควนกาหลง เข้มงวดในการสกัดกั้นการเข้ามาของรถต่างถิ่นโดยเฉพาะรถบรรทุกและรถยนต์ต่างถิ่น ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณด่านความมั่นคง ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล พบรถพ่วง22 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70-0321 บึงกาฬ ซึ่งเป็นรถขนมูลไก่ มีลักษณะน่าสงสัยจึงตรวจสอบพบมีถุงดำจำนวนมากปนมากับกระสอบมูลไก่ เมื่อเปิดออกพบภายในเป็นกัญชาอัดแท่งจำนวนมาก ต่อมาในเวลา 21.00น.ของวันที่ 30 ก.ค. 61จึงนำรถคันดังกล่าวมาตรวจสอบที่ตชด.436 สตูล พบยาเสพติดทั้งกัญชาและยาบ้า โดยกัญชาจำนวน 449 ก.ก.ใส่ในกระสอบปุ๋ยและปิดทับด้วยถุงดำใช้เทปกาวปิดสนิท และยาบ้าอีก 6 พันเม็ด เงินสด107,000 บาท จึงจับกุมนายรักชาติ  เมฆดล  อายุ 41 ปี บ้านเลขที่12 ม.1 ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม  ซึ่งเป็นคนขับรถ และน.ส.ยิง  พิมพักดีอายุ 25 ปี ภูมิลำเนาเกิด บ.ปากปิง เมืองปากซัน แขวง บอลำคำไซ ประเทศลาว  ซึ่งเป็นภรรยานั่งคู่กันมา โดยนายรักชาติ บอกเพียงว่าได้ค่าจ้างในการขนมูลไก่ เที่ยวละ1หมื่น 5 พันบาท โดยไม่ทราบว่าภายในนอกจากมูลไก่แล้วมีอะไรบ้าง ตนเพียงรับจ้างขับมาส่งในพื้นที่อ.ควนกาหลงเท่านั้น  จนท. จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับ จนท.ตร.สตูล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่-ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนำทีมลงพื้นที่ ต.พรุดินนา แก้ปัญหาไฟดับ พร้อมขอบคุณชาวบ้านที่เสียสละเพื่อส่วนรวม


30 ก.ค 61 การไฟฟ้าฯ สาขาคลองท่อม นำโดย นายวุฒิชัย ธรรมศิริ ผู้จัดการไฟฟ้าสาขาคลองท่อม ได้นำทีม ลงพื้นที่แก้ปัญหา ไฟฟ้าดับ เพื่อให้กับพี่น้องชาวบ้านในพื้นที่บ้านห้วยโสก ม.3 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยนำรถแม็คโคร มา ขุดต้นไม้ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ที่อยู่ใต้สายไฟฟ้าส่งออก ที่เป็นต้นเหตุ ของไฟฟ้าดับ วันละ  3-4 ครั้ง จนทำให้ชาวบ้าน เดือดร้อนและเป็นปัญหา เรื้อรังตลอดมา โดยมีชาวบ้านให้ความ ร่วมมือเป็นอย่างดี

นายวุฒิชัย ธรรมศิริ ผู้จัดการไฟฟ้าสาขาคลองท่อม เปิดเผยทีมข่าวกระแสใต้ว่า ทั้งนี้ต้องขอชื่นชม ชาวบ้านห้วยโสก ที่ได้เสียสละ ทรัพย์สินส่วนตัว โดยเลือกส่วนรวมเป็นหลัก และยังออกมามีส่วนร่วม กับการไฟฟ้า ในการแก้ปัญหา เป็นแบบอย่างที่ดี ของชุมชน และหมู่บ้านอื่นต่อไป ต้องขอชื่นชม และขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครั

#และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แห่งบ่อน้ำพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ณ ที่แห่งนั้น ขอจงดลบันดาล ให้ท่าน กับครอบครัว จงมีแต่ความสุข ความเจริญ ยิ่งขึ้นไป ครับ

***ศุภกิจ คงภักดี-รายงาน***
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ชาวกระบี่ชื่นชม จนท.อุทยานฯ ช่วยนักเรียนเหตุรถชนจนรอด

ชาวกระบี่ชื่นชม จนท.อุทยานฯ ช่วยนักเรียนเหตุรถชนจนรอด

        ผู้สื่อข่าวจาก จ.กระบี่ รายงานเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2561ภายหลังในสังคมออนไลน์พื้นที่ จ.กระบี่ มีการชื่นชมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ นายหนึ่งที่ประสบเหตุรถชน แล้วเห็นผู้บาดเจ็บ ก่อนจะรีบลงไปช่วย ผ่านทางเพจเฟสบุ๊กชื่อ “กู้ชีพ-กู้ภัย อ.อ่าวลึก จ.กระบี รายงานข่าวสารและอุบัติเหตุ” โดยมีผู้คนบางส่วนอยากรู้จักเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ แม้เหตุดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรง แต่ยังมีจิตใจที่ดีให้การช่วยเหลือคนเดือดร้อน หลังจากทราบเรื่อง ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบจนทราบว่าชายในภาพคือนายกฤษกร สุทธินวล อายุ 45 ปี เป็นลูกจ้างของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จึงติดต่อขอเข้าพบ

โดยนายกฤษกร หรือพี่ดี รอพบผู้สื่อข่าวพร้อมด้วยภรรยา คือ นางธัญชนก หรือพี่หนึ่ง สุทธินวล อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ แห่งเดียวกัน ทั้งนี้จากการสอบถามได้ความว่า ในวันเกิดเหตุ คือช่วงเช้าของวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ทั้ง 2 คนกำลังขับรถ จยย.จะมาทำงานที่อุทยานฯ โดยใช้เส้นทางถนนอ่าวลึก-ปลายพระยา จนมาถึงช่วงหลัก กม.5 บ้านห้วยปริศนา ต.อ่าวลึก ก็ประสบกับอุบัติเหตุรถชน เป็นรถกระบะบรรทุกน้ำยางพารา ชนกับรถ จยย. มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นเด็กนักเรียน ซึ่งขณะทั้งคู่ประสบเหตุ เป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย กำลังเดินทาง แต่ยังมาไม่ถึงที่เกิดเหตุ นายกฤษกร หรือพี่ดี เห็นว่าผู้บาดเจ็บมีอาการค่อนข้างสาหัส จึงจอดรถลงไปช่วยเหลือทันที โดยพบว่าผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายขาหัก ศรีษะฟาดพื้นเลือดออกจำนวนมาก อาการค่อนข้างหนัก จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อรอเจ้าหน้าที่กู้ภัย ส่วนตัวนางธัญชนก ภรรยา ก็คอยช่วยโบกรถที่สัญจรไปมาให้ทราบว่ามีอุบัติเหตุบริเวณดังกล่าว กระทั่งรถพยาบาลของหน่วยกู้ภัยอ่าวลึก มาถึงที่เกิดเหตุ จึงสามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายนำส่ง รพ.อ่าวลึก และอาการปลอดภัยแล้วทั้งคู่

นายกฤษกร เล่าว่า หลังเกิดเหตุตนก็ทราบข่าวจากเพื่อนๆ ว่ามีผู้นำภาพขณะตนกำลังช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุ ไปโพสต์ลงโซเชียล และมีผู้คนต่างชื่นชม ตนก็รู้สึกภูมิใจ ซึ่งโดยปกติตัวของตนเองก็เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว ประกอบกับได้รับการฝึกอบรมในเรื่องของการปฐมพยาบาลจากหน่วยงานต้นสังกัดของกรมอุทยานฯ จึงนำความรู้ที่มีช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ไม่ว่าผู้เดือดร้อนจะประสบเหตุในเขตอุทยานฯ หรือพื้นที่อื่นๆ หากตนพบเจอ ตนก็จะช่วยทุกครั้ง โดยมีภรรยาคอยช่วยเหลือด้วยอีกคน หลังจากทราบว่าน้องทั้ง 2 คนปลอดภัย ตนก็รู้สึกดีใจด้วย

ด้านนายเนรมิต ส่งแสง ผช.หน.อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยว่า ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาของนายกฤษกร ก็รู้สึกภูมิใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย ที่ได้นำความรู้จากที่ได้ฝึกอบรมกับทางกรมอุทยานฯ ไปใช้ในการช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกรมอยู่แล้ว ที่อยากให้เจ้าหน้าที่ทุกคนนำความรู้ที่มีไปช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะเสนอเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อประกาศยกย่องเชิดชูเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน รวมทั้งอยากให้ทุกคนเอาการกระทำของทั้ง 2 คนเป็นแบบอย่าง.

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส จับมือกับชมรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ จ.นราธิวาส จัดโครงการ “ปั่นสองน่องท่องเมืองนรา” (มีคลิป)

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส จับมือกับชมรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ จ.นราธิวาส จัดโครงการ “ปั่นสองน่องท่องเมืองนรา” มีน่องเหล็กจากทั่วสารทิศร่วมปั่นกว่า 3,000 คน ปั่นจาก อ.เมืองนราธิวาส – น้ำตกซีโป อ.ระแงะ ระยะทาง 40 กม.เพื่อปลูกต้นไม้ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 10

            29 ก.ค.60ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดโครงการ “ปั่นสองน่องท่องเมืองนรา” โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พลตรี สมพล ปานกุล ผบ.ฉก.นราธิวาส นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร อบจ.นราธิวาส และนักปั่นน่องเหล็กจาก 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งยังมีนักปั่นจาก จังหวัดอื่นๆอีกหลายจังหวัดมาร่วมโครงการ จำนวนกว่า 3,000 คน

            นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในเชิงพื้นที่ทางกายภาพของ จ.นราธิวาส มีความเหมาะสมในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์รวมทั้งสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและน่าสนใจ ทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต แหล่งอรยธรรมเก่าแก่และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การเกษตร ชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยวที่ดำเนินงานตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่มีความโดดเด่นเพียงพอในการนำมาจัดกิจกรรมนำร่องส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาดสำหรับกลุ่มคนนักปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว

            องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส จึงได้ร่วมกับชมรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ จ.นราธิวาส จัดทำโครงการปั่นจักรยานท่องเมืองนรา นี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม งานประเพณี วิถีชีวิตของชาวจังหวัดนราธิวาสในรูปแบบของการท่องเที่ยว กระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่นราธิวาสเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทางภายในชุมชนและบริเวณในเมือง และส่งเสริมการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย โดยมีนักปั่นจาก จ.นราธิวาสและใกล้เคียง ชุมรมจักรยานในพื้นที่ ประชาชน หัวหน้าส่วนราชการ นักปั่นจากประเทศมาเลเซีย กทม.จำนวนกว่า 3,000 คน โดยมีเส้นทางการปั่นจาก สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ถึง อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป อ.ระแงะ รวมระยะทาง 40 กิโลเมตร พร้อมทั้งมีกิจกรรมร่วมปลูกต้นรวงผึ้งซึ่งเป็นต้นไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 อีกด้วย
ด้านนายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การจัดโครงการดังกล่าว ยังเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสดงความจงรักภักดีดาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ที่ทรงห่วงใยในสุขภาพของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพและด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม อันทรงคุณประโยชน์อย่างมากมายให้กับพสกนิกรชาวไทยให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นแสดงออกถึงความจงรักภักดี การปลูกฝังความสามัคคีปรองดองและสมานฉันท์ของคนในชาติ.  

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

พสกนิกรจังหวัดนราธิวาส ร่วมพิธีถวายราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66พรรษา

พสกนิกรจังหวัดนราธิวาส ร่วมพิธีถวายราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา  66 พรรษา  28 กรกฏาคม  2561

 (28 ก.ค. 61) ที่บริเวณหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายสุรพร  พร้อมมูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร       เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา  66 พรรษา  28 กรกฏาคม  2561  เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ เป็นอเนกอนันต์ เพื่อให้เหล่าพสกนิกรชาวไทยได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา
      สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี มีความสุข และประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยงานราชการในพระองค์ 904 เป็นผู้กำกับดูแลการงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน และให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการใหญ่โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ มีหน้าที่ควบคุม อำนวยการ และประสานการปฏิบัติ เพื่อให้การจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ เป็นไปอย่างต่อเนื่องถูกต้องตามพระราโชบายและสมพระเกียรติ

ในระยะเริ่มแรก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชปณิธานในการบำเพ็ญประโยชน์พื้นที่ชุมชนโดยรอบพระราชวังดุสิต เป็นการทำความ ดี ด้วยหัวใจถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารรักษาพระองค์ ข้าราชบริพารในพระองค์ฯ ร่วมกับประชาชนจิตอาสา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" 
 ขณะที่จังหวัดนราธิวาสได้จัดกิจกรรมรวมพลังจิตอาสาร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จิตอาสาพระราชทานตามพระราชดำริ    “เราทำความดี ด้วยหัวใจ “ณ บริเวณถนนศูนย์ราชการ ถนนสายแห่งความจงรักภักดี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฏาคม 2561



ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

องค์การบริหารส่วนตำบลแว้ง จ.นราธิวาส จับมือกับศูนย์เครือข่ายตำบลแว้ง จัดโครงการปั่นยกครัว ทัวร์ชุมชน

องค์การบริหารส่วนตำบลแว้ง จ.นราธิวาส จับมือกับศูนย์เครือข่ายตำบลแว้ง จัดโครงการปั่นยกครัว ทัวร์ชุมชน มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

 นางสาวจุฑามณี หามะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแว้ง จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ศูนย์จัดการเครือข่ายตำบลแว้งร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักสุขภาวะชุมชนสำนัก 3 จัดโครงการปั่นยกครัว ทัวร์ชุมชน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ จำนวน 300 คน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังมีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลโรค
และสนับสนุนบุคคลต้นแบบที่จะเป็นผู้นำการรณรงค์การออกกำลังกายการออกกำลัง สุขภาพดีครบ 4 ด้าน กาย จิต ปัญญา สังคม เพื่อสนับสนุนการทำกิจกรรมครอบครัวและกิจกรรมทัวร์ชุมชน 
กิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย

 นางสาวจุฑามณี หามะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแว้ง กล่าวว่ กิจกรรมปั่นจักรยานทัวร์ชุมชนตำบลแว้งระยะทาง 10 กิโลเมตร สังคมแบ่งปัน ชุมชนมีสุข มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ด้อยโอกาสทางสังคมจำนวน 10 คน โดยแบ่งเป็นจุดที่หนึ่ง ที่มัสยิดบ้านกูวา 5 คน และ มัสยิดบ้านเจ๊ะเหม 5 คน พร้อมร่วมกันทำอาสาทำดีเพื่อสังคม โดยการทำความสะอาดรอบบริเวณมัสยิดทั้ง 2 แห่ง รณรงค์การจัดการขยะนักปั่นทุกคนร่วมกันรณรงค์การเก็บขยะตั้งแต่ประตูทางเข้าสนามกีฬาจนถึงแยกลูโบ๊ะมือแฆ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนรักความสะอาด เป็นการกระตุ้นให้ชาวตำบลแว้งรักการออกกำลังโดยการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพที่ดีของเราและคนที่เรารัก และร่วมกันอาสาทำดีเพื่อตำบลแว้ง

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ลูกคลั่งยาฆ่าพ่อตัวเองวัย 60 ปี ก่อนลากศพทิ้งข้างบ้าน


ลูกคลั่งยาฆ่าพ่อตัวเอง ก่อนลากศพไปทิ้งข้างบ้าน

(วันนี้) 28 ก.ค.61  พ.ต.ท.สมชาย หนูบุญ สว.(สอบสวน) สภ.คลองท่อม จ.กระบี่ รับแจ้งพบศพคนถูกฆ่าตายที่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ 5 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.ท.ประเทือง วงค์เดช รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ต.พิเชษฐ์ รักษ์ศรีทอง สวป. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.คลองท่อม เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเต็กก่าจีคุงเกาะลำทับ รุดไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงอยู่บริเวณลานข้างบ้าน โดยบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณสวนกล้วยห่างจากบ้านประมาณ 20 ม.พบศพชาย ทราบชื่อคือนายสุวิทย์ สำเภา อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่ ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดคอกลมสีเทา ท่อนล่างนุ่งเพียงกางเกงใส่สีดำตัวเดียว บริเวณลำคอมีเชือกไนล่อนยาว 5 เมตร รัดไว้รอบคอ แพทย์ชันสูตรศพมีบาดแผลถูกแทงด้วยเหล็กแหลมที่บริเวณกรามซ้าย ทะลุกกหูซ้ายเลือดเริ่มแห้ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชม. 

ตรวจสอบภายในบ้านของผู้ตาย พบบริเวณห้องโถงใกล้กับประตูเข้าบ้านมีกองเลือด 1 กอง ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านล้มกระจัดกระจาย ตรงประตูบ้านพบกองเลือดรอยลากเป็นทางยาวไปยังจุดพบศพ บริเวณศาลาใกล้บ้าน พบเหล็กชะแลงเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาว 1 ม. มีรอยคราบเลือดตั้งพิงอยู่กับเสาของศาลา จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายพักอยู่ในบ้าน พร้อมด้วยลูกชาย ทราบชื่อคือนายสมโชค สำเภา อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งมีอาการทางประสาท และมีพฤติกรรมติดยาเสพติด สอบถามจากพยานบ้านข้างเคียงทราบว่า 
ผู้ก่อเหตุคือนายสมโชค โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายนอนดูทีวีอยู่ ที่ห้องโถงในบ้าน ต่อมานายสมโชค ใช้เหล็กชะแลงทิ่มไปที่ใบหน้าของผู้เป็นพ่อย่างแรงจนทะลุกราม เสียชีวิต ก่อนจะใช้เชือกไนล่อนรัดที่ลำคอแล้วลากศพออกไปทิ้งในสวนปาล์มข้างบ้าน รุ่งเช้านายสมโชค เดินไปบอกญาติ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันว่าพ่อตายแล้ว ก่อนกลับมานอนที่หน้าบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสมโชค ซึ่งยังอยู่ในการสลึมสลือไปทำการสอบปากคำที่สภ.คลองท่อม ส่วนสาเหตุการสังหารเจ้าหน้าที่สันนิษฐาน ว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาน่าจะไปเสพยานอกบ้าน จนเกิดอาการประสาทหลอน จากนั้นก็ได้กลับมาบ้าน และเห็นผู้ตายนอนอยู่ จึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว และเมื่อประมาณ 3-4ปี ที่ผ่านมา ผู้ตายก็เคยก่อเหตุใช้มีดฟันหน้าผู้ตายจนได้รับบาดเจ็บมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง.

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่ ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา

กระบี่ ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 ก.ค. 61

      (วันนี้) 28 ก.ค. 2561 พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัด กระบี่ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ณ บริเวณวัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง  อ.เมือง จ.กระบี่  โดยมีว่าที่ร้อยตรีอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ ส่วนท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร รัฐวิสาหกิจ เอกชน ประชาชน และจิตอาสา เข้าร่วมพิธี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จากนั้นพระราชสุทธิวิมลประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ให้ศีล และเริ่มรับบิณฑบาต ข้าวสาร อาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์และสามเณรจำนวน 67 รูป

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล อบต.กำแพงจัดกิจกรรม Big Cleaning Day (มีคลิป)

สตูล อบต.กำแพงจัดกิจกรรม Big Cleaning Dayรณรงค์ตัดหญ้าริมทางและเก็บขยะบริเวณถนนและที่สาธารณประโยชน์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66พรรษา 28 กรกฎาคม 2561
         27ก.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ บริเวณริมถนน (ตั้งแต่ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง - สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอละงู) นางสำลี ลัคนาวงศ์ นายก อบต.กำแพง พร้อมด้วยรองปลัด เจ้าหน้าที่ อสม. และนักเรียน ร่วมทำกิจกรรม Big Cleaning Day รณรงค์ตัดหญ้าริมทางและเก็บขยะบริเวณถนนและที่สาธารณประโยชน์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 เพื่อเกิดการบูรณาการ การดำเนินงานร่วมกันตามแนวทาง "ประชารัฐ" ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ภาคประชาชนในพื้นที่ตำบลกำแพง เพื่อรณรงค์กระตุ้นจิตสำนึก ส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนและประชาชนทำความดี โดยช่วยกันรักษาความสะอาดบริเวณถนนและที่สาธารณประโยชน์รวมทั้งเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์สองข้างทางถนนสายหลักให้มีความสวยงาม สะอาด และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย 
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส จัดพิธีประสาทอนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2560(มีคลิป)

วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส จัดพิธีประสาทอนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2560

             27 ก.ค 61 ณ โรงแรมอิมพีเรียล อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส  ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน เป็นประธานในพิธีประสาทอนุปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ประจำปีการศึกษา 2560 โดยมีนางตีเมาะ สะดียามูรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา   ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชม กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชน และคณาจารย์ร่วมต้อนรับ 
        ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้ารับอนุปริญญาบัตรประจำปีการศึกษา 2560 จำนวนทั้งสิ้น 284 คน  ใน 3 หลักสูตร 8 สาขาวิชาดังนี้ หลักสูตรศึกษาศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรอนุปริญญาศิลปะศาสตร์ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน  สาขาวิชาอิสลามศึกษา  สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น   หลักสูตรอนุปริญญาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการทั่วไป  สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ  สาขาวิชาการบัญชี   
โดยภายหลังพิธีมอบอนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา  ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ได้กล่าวให้โอวาทแก่นักศึกษาว่าขอแสดงความชื่นชม ที่ท่านได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กระทั่งสำเร็จการศึกษาในที่สุด ท่านคือความภาคภูมิใจของวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส คือผลผลิตของวิทยาลัยชุมชน ที่มีศักยภาพเป็นที่ประจักษ์แก่ชุมชน สังคม และเป็นที่ยืนยันได้ว่า วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพมีความพร้อมที่สามารถออกไปรับใช้สังคม ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ ดิฉันมีความยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิงที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสำเร็จให้แก่ทุกท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะนำความรู้ความสามารถที่ได้รับ นำไปประกอบสัมมาชีพ ดูแลครอบครัว และพัฒนาหน้าที่การงานของท่านให้มีความก้าวหน้า รวมทั้งการต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชนต่อไป
         นายธีระ อัครมาศ ประธานสภาวิทยาลัยชุนนราธิวาส กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสที่ได้มีความมุ่งมั่นในการศึกษานับเป็นความสำเร็จอีกวันหนึ่งของท่าน ที่จะนำไปสู่ก้าวต่อไปในอนาคตอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น ทั้งด้านการศึกษา หน้าที่การงาน และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน อันนำมาซึ่งความยินดี ความภาคภูมิใจของบิดา มารดา ผู้ปกครอง และญาติมิตร และขอให้ท่านพึงระลึกไว้เสมอว่า การศึกษา(Study) ทำให้ท่านมีความรู้(Knowledge) เพิ่มเติมยิ่งขึ้น แต่การเรียนรู้(Learning) จะทำให้ท่านมีประสบการณ์(Experiences) ฉะนั้นจงอย่าหยุดการเรียนรู้(Learning) เพราะการเรียนรู้(Learning) จะทำให้ท่านสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน(Sustainable) และยังทำให้ท่านสามารถเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมในโลกดิจิตอล อีกทั้งยังสามารถนำพาตนเองเข้าสู่สังคมอาเซียน แต่ทั้งนี้ทุกคนต้องตั้งมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม มีความรับผิดชอบ มีวินัย และรู้รักสร้างความสามัคคี ความสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นในชุมชนและสังคม บนพื้นฐานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
นายยุทธนา พรหมณี ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสได้กล่าวว่ายินดีอย่างยิ่งกับผู้สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาของวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ขอให้ทุกท่านจงภูมิใจว่าการสำเร็จในวันนี้ เกิดจากความตั้งใจ ความพยายาม ที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จได้ ในฐานะผู้บริหารวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส คณะกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชมชน คณะครู และบุคลากรวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ได้นำนโยบายการจัดการศึกษามาสานต่อเพื่อพัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้ที่มีความรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถช่วยเหลือ พัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้ ตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และเป็นคนสำคัญของชุมชนที่มีส่วนช่วย ส่งเสริม ผลักดันให้ชุมชนเกิดคุณภาพ เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้เหมาะสมกับปรัชญาวิทยาลัยชุมชน ที่ว่า “วิทยาลัยชุมชน พัฒนาคน พัฒนาท้องถิ่น” และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในความเป็นนักศึกษาและการเป็นผู้นำ นั้นคือ “จิตสาธารณะ” และ “ความรับผิดชอบ” ที่ทุกคนควรมีให้กับตนเองและคนรอบข้างในชุมชน สิ่งเหล่านี้แหละที่สามารถยกระดับคุณภาพของชุมชนให้เข้มแข็งในทุกด้านได้อย่างแท้จริง
        นางสาวทยาตา แซ่ตัน ตัวแทนนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ได้กล่าวว่า ขอขอบคุณวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสที่ให้โอกาสทางการศึกษาให้ประสบการณ์ที่ดี ให้ความรู้ที่สามารถนำไปประกอบอาชีพ และรู้สึกดีใจมากที่เลือกเรียนที่วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสเพราะวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสเป็นสถาบันการศึกษาที่ให้มากกว่าคำว่าสถานศึกษา แต่เป็นครอบครัวที่ค่อยให้กำลังใจ พร้อมทั้งผลักดันให้ตนเองมีวันนี้ วันที่ตนสามารถทำให้ครอบครัวภาคภูมิใจ

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วรวิทย์ รวีนิภาพงศ์ ยืนยัน “เขื่อนอุบลรัตน์” มีความมั่นคงปลอดภัย

ยืนยัน “เขื่อนอุบลรัตน์” มีความมั่นคงปลอดภัย

(วันนี้) 27 ก.ค.61 นายวรวิทย์ รวีนิภาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากข่าวที่เกิดเหตุการณ์ทรุดตัวของเขื่อนหินย่อย โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน – เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ – จำปาสัก สปป.ลาว นั้น ขอรายงานสถานการณ์น้ำและสภาพความมั่นคงของเขื่อนอุบลรัตน์ ดังนี้
ปัจจุบันน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำเก็บกัก จำนวน 787 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 32 % ของความจุอ่าง ยังสามารถรับน้ำได้อีก 1,642 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง เฉลี่ย 13 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 10 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังทำให้เขื่อนอุบลรัตน์สามารถรับน้ำไหลเข้าได้อีกเป็นจำนวนมาก

ส่วนสภาพความมั่นคงของตัวเขื่อนอุบลรัตน์ได้มีการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ที่มีความชำนาญทุกวัน ตามมาตรฐานการตรวจสอบเขื่อนโลก และได้มีการติดตั้งระบบติดตามตรวจวัดข้อมูล ในด้านความปลอดภัยของเขื่อนแบบอัตโนมัติทำให้เราทราบผลการประเมินความมั่นคงของเขื่อนได้ตลอดเวลา

“ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปดูได้ โดยเข้าไปที่ Egat app แล้ว เลือกติดตั้ง Dam Safety ซึ่งจะสามารถตรวจสอบด้านปริมาณน้ำ พฤติกรรมเขื่อน สถานะของเขื่อนได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชน มั่นใจได้ว่าเขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนอื่นๆ ของ กฟผ. ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความมั่นคงปลอดภัยเป็นอย่างดี” นายวรวิทย์ กล่าว

แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โทร.043-446152
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. ตั้งศูนย์ช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน สปป.ลาว ล่าสุดคาราวานขนส่งถุงยังชีพ ยารักษาโรค และน้ำดื่ม ถึง สปป.ลาวแล้ว(มีคลิป)

กฟผ. ตั้งศูนย์ช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน สปป.ลาว  ล่าสุดคาราวานขนส่งถุงยังชีพ  ยารักษาโรค  และน้ำดื่ม  ถึง สปป.ลาวแล้ว

       วันนี้ (27 กรกฎาคม 2561) นายศานิต  นิยมาคม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน สปป.ลาว ว่า กฟผ.ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน สปป.ลาว ณ ที่ทำการเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อประสานงานและรวบรวมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดอุบลราชธานีและรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว  ซึ่งวันนี้ขบวนรถบรรทุกถุงยังชีพพร้อมยารักษาโรค จำนวน 5,000 ชุด  และน้ำดื่มจำนวน 18,200 ขวด เดินทางข้ามไปยัง สปป.ลาว เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวจะสนับสนุนสิ่งของบรรเทาทุกข์ร่วมสมทบด้วย
      นอกจากนี้ กฟผ.กำลังระดมความช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง อาทิ เตรียมบริจาคเงินช่วยเหลืออีกจำนวน 2 ล้านบาท   เชิญชวนผู้ปฏิบัติงาน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กฟผ. และภาคส่วนต่างๆร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลืออีกส่วนหนึ่ง
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

Miss Cream สกินแคร์ เจาะตลาด AEC ฉลองความสำเร็จ พาตัวแทนจากประเทศกัมพูชา ทัวร์กระบี่กับทริปสุดหรู

Miss Cream สกินแคร์ เจาะตลาด AEC ฉลองความสำเร็จ พาตัวแทน
จากประเทศกัมพูชา ทัวร์กระบี่กับทริปสุดหรู

Miss Cream Skin Care  ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ปรนนิบัติผิวสวย จบ ครบสูตร ล่าสุด เมื่อวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา บริษัท มิสครีม (ไทยแลนด์) จำกัด ได้จัดทริปท่องเที่ยวสุดพิเศษพาตัวแทนชาวกัมพูชากว่าร้อยชีวิต ท่องเที่ยวทริปสุดหรู ณ จังหวัดกระบี่  นำทีมโดย คุณอารญา คำอินต๊ะ เจ้าของแบรนด์ Miss Cream Skin Care และคุณตุ๊กตา ศรีชาติ CEO ของผลิตภัณฑ์ ที่พาตัวแทนจากประเทศกัมพูชา พร้อมกระชับความสัมพันธ์ในทริปสุดสนุกครั้งนี้

       ทั้งนี้ คุณครีม – อารญา คำอินต๊ะ เจ้าของแบรนด์กล่าวว่า “เข้าสู่ปีที่ 3 “Miss Cream” โดยปกติเราจะจัดงานใหญ่ประจำปีๆละ 1 ครั้ง ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์มิสครีม อาจถือว่าไม่ได้เป็นสินค้ากระแสทั่วไป แต่ก็ยังขายดี โดยเฉพาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศกัมพูชา เราได้ผลตอบรับที่ดีเยี่ยม จึงได้พาตัวแทนชาวกัมพูชาที่ทำยอดขายสูงสุดพร้อมครอบครัวมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย
 ที่จังหวัดกระบี่ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ทะเลน้ำใส บรรยากาศดี ถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทยไปในตัว และในทริปนี้ได้มีการสอนเทคนิคการแต่งหน้าแบบมืออาชีพ  รวมไปถึงการแนะนำสินค้าตัวใหม่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค เข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Cosmetic Make up / Lipstick / ผลิตภัณฑ์เพื่อจุดซ้อนเร้น และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายสำหรับท่านชาย งานครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ และรวมพลตัวแทน เก็บความทรงจำสุดสนุกกับทริปสุดหรู เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ที่รักในแบรนด์ Miss Cream และสนับสนุนกันอย่างดีมาตลอด”
การพาตัวแทนไปท่องเทียวในครั้งนี้ถือเป็นทริปการท่องเที่ยวแบบ Exclusive สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินระดับภัตคารทุกมื้อ พักโรงแรมสุดหรู สนุกกับกิจกรรมที่หลากหลาย ที่สำคัญทริปนี้ฟรีสำหรับตัวแทน

 สำหรับท่านใดที่อยากร่วมทริปดีๆแบบนี้สามารถติดตามข่าวสารหรือสมัครเป็นตัวแทนผู้จัดจำหน่ายได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Miss Cream Skin Care ทั่วประเทศ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 099 298 7953
-----------------------------------------------

สตูล จัดโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์ฯ 76 จังหวัด

สตูล จัดโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์ฯ 76 จังหวัดประจำปี2561เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับจังหวัดสตูลและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล
         วันนี้26 ก.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล  อ. เมือง จ.สตูลนายภัทรพนธ์  รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์ฯ 76 จังหวัดประจำปี2561เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมด้วยนางฐิตารีย์  รัตนพิเชฏฐชัย ,ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล, หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ,ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล, ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดสตูล,สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล,กรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล,สมาชิกชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดสตูล,สื่อมวลชน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล และศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูลและผู้ร่วมเข้าร่วมกิจกรรมโครงการฯ เพื่อสืบสานและสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงมีความห่วงใยและต้องการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้พิการผู้สูงอายุ ผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม. เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561   จัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กพิเศษและผู้ปกครอง จำนวน 100 ราย ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูลนอกจากนั้นยังมีภาคเอกชนประกอบด้วย บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นต์เตอร์ จำกัด(มหาชน) สาขาสตูล  เทสโก้โลตัส สาขาสตูลและ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) สาขาสตูล ให้การสนับสนุนเครื่องอุปโภคและบริโภค เพื่อมอบให้แก่น้องๆเด็กพิเศษอีกด้วย
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล


-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เร่งทำความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึก ให้กับนักศึกษา ภายในมหาวิทยาลัยฯ เรื่องการชำระหนี้คืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เร่งทำความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึก ให้กับนักศึกษา  ภายในมหาวิทยาลัยฯ เรื่องการชำระหนี้คืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)


            ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้คุณธรรมจริยธรรมให้กับนักศึกษากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยจัดขึ้น ณ ห้องประชุม ดร.จงรัก พลาศัย ชั้น 3 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้คุณธรรมจริยธรรม  ให้กับนักศึกษากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และสร้างความเข้าใจในการชำระหนี้คืนกองทุนเงิน  ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยได้จัดวิทยากรที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการ                 เช่น นักศึกษาศิษย์เก่ากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) วิทยากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต วิทยากรจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขานราธิวาส โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมฟังการบรรยายกว่า  600 คน

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์   กล่าวว่า ในปัจจุบันมีนักศึกษากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นจำนวนมากที่สำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ไม่ได้ชำระหนี้คืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จึงส่งผลกระทบต่อรุ่นน้องที่กำลังศึกษามีเงินไม่เพียงพอที่จะกู้ยืมเงิน มหาวิทยาลัยฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นจึงจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อทำความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึก ให้กับนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยฯ ในการชำระหนี้คืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ.กระบี่ ทำกิจกรรม"เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10


26 กค. 61 เวลา 09.30 น. กฟผ.กระบี่ นำโดย นายวิมลไชย มงคล หัวหน้าโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ฯ (หก-ศก.) พร้อมผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.กระบี่ จำนวน 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา ร่วมกับ อำเภอเหนือคลอง หัวหน้าส่วรราชการ หน่วยงานราชการ และองค์กรภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป  ร่วมในกิจกรรมโครงการจิตอาสา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เป็นกิจกรรมเพื่อให้ประชาชนที่มีจิตอาสามาร่วมกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ให้กับสังคม โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นที่บริเวณลานกว้างหน้าที่ทำการอำเภอเหนือคลอง โดยมี พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดกระบี่ และนายไพรัตน์ ทับชุม นายอำเภอเหนือคลองเป็นประธานเปิดกิจกรรมในครั้งนี้
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. และบริษัทในกลุ่ม ร่วมกับชุมชน ถวายผ้าป่ามหากุศลเฉลิมพระเกียรติ สนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย

กฟผ. และบริษัทในกลุ่ม ร่วมกับชุมชน ถวายผ้าป่ามหากุศลเฉลิมพระเกียรติ
สนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย

กฟผ. จัดงานถวายผ้าป่ามหากุศลเฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2561 โดยมีบริษัทในกลุ่ม กฟผ. และชุมชนโดยรอบ กฟผ. ร่วมใจถวายผ้าป่าและปัจจัย จำนวนเงิน 1,699,520 บาท เพื่อสมทบทุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย สืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  

วันนี้ (26 กรกฎาคม 2561) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เป็นประธานในพิธีถวายผ้าป่ามหากุศลเฉลิมพระเกียรติ สนับสนุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ประจำปี 2561 โดยนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ถวายเงินผ้าป่าในนาม กฟผ. เป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท รวมทั้งผู้แทนบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ผู้แทนพนักงาน และชุมชนโดยรอบ กฟผ. ร่วมสมทบทุนอีกจำนวน 699,520 บาท เพื่อมอบเป็นทุนเล่าเรียนสำหรับพระสงฆ์ไทย และน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา พร้อมกันนี้ ได้จัดให้ผู้บริหาร พนักงานและชุมชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณในการเป็นพนักงานที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี   

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา กฟผ. ได้มอบเงินรวมกว่า 14.4 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการศึกษาแก่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรภายใต้สังกัด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมกุฎราชวิทยาลัย กองบาลีสนามหลวง กองงานพระธรรมทูต กองธรรมสนามหลวง และศูนย์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมถึงเป็นทุนเล่าเรียนสำหรับคณะวิปัสสนาจารย์ พระธรรมทูต โรงเรียนปริยัติธรรม สำนักปฏิบัติธรรม ส่งผลให้พระภิกษุสงฆ์ และสามเณร มีความรู้ทางพระพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้ และเป็นแบบอย่างให้พุทธศาสนิกชนหันมาศรัทธา ศึกษาและปฏิบัติตามหลักธรรมมากขึ้น 

สำหรับโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้านศาสนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการดังกล่าวขึ้นในปี 2547 เพื่อส่งเสริมให้พระภิกษุและสามเณรได้มีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนาขั้นสูง จากสถาบันพุทธศาสนาในประเทศ ให้มีความรู้ความเข้าใจหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง อันจะช่วยสร้างความร่มเย็นให้สังคมด้วยหลักพุทธธรรม และธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่สังคมไทยสืบไป
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

12หมูป่าอะคาเดมี่บวชแล้ว ณ วัดพระธาตุเจ้าดอยตุงเผยนาคโค้ชเอกบวชคนสุดท้ายได้ฉายาว่า พระวิสารโทภิกขุ (มีคลิป)

พ่อแม่น้ำตาคลอ12หมูป่าบวชแล้ว ณ วัดพระธาตุเจ้าดอยตุง
//////////////////////////////////////////////////////
เด็กทั้ง 12 คน ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทแล้วที่วัดพระธาตุเจ้าดอยตุง  โดยมีพ่อแม่พร้อมญาติ และภรรยาจ่าแซม หมอภาคย์ ร่วมอนุโมทนา เผยนาคโค้ชเอกบวชคนสุดท้ายได้ฉายาว่า พระวิสารโทภิกขุ ซึ่งหมายถึงผู้เปรื่องปราชญ์และแกล้วกล้า สำหรับพระใหม่จะจำวัดที่วัดพระธาตุดอยตุง 1 คืนก่อนที่จะไปศึกษาปฏิธรรมที่วัดพระธาตุดอยเวา ม.1 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย
วันนี้ 25 ก.ค.61 เวลา 09.00 น.ที่วัดพระธาตุดอยตุง ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พระรัตนมุนี รักษาการเจ้าคณะ จ.เชียงราย และนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดพิธีบรรพชาอุปสมบท ให้กับเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี  
ได้ประกอบพิธี เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และอุทิศบุญกุศลให้ นาวาตรีสมาน กุนัน หรือ จ่าแซม หน่วยจู่โจมทำลายใต้น้ำหรือหน่วยซีล ซึ่งเสียชีวิตขณะปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่า ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.-11 ก.ค. ที่ผ่านมา  ซึ่งทีมหมูป่าจำนวน 13 คน ยกเว้น ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน หรือน้องอดุลย์ อายุ 14 ปี ที่ไม่ได้บวชในครั้งนี้เนื่องจากนับถือศาสนาคริสต์ และแยกออกไปประกอบพิธีกรรมที่โบสถ์ตามหลักของศาสนาแล้ว ทางด้านหมอภาคย์และเมียจ่าแซมร่วมถือผ้าไตรในพิธีงานบวช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าพบว่ามีพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างพากันไปรออยู่ที ณวัดพระธาตุดอยตุงกันเป็นจำนวนมาก ขณะที่นาคทั้ง 12 คน ได้ประกอบพิธีปลงผมที่วัดพระธาตุดอยเวา ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย มาแล้ว เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา เดินทางไปยังมณฑลพิธีลานพระธาตุดอยตุง ตามหมายกำหนดการบวช โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจ.เชียงราย พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน แพทย์ ทบ.นำคณะผู้อัญเชิญผ้าไตร โดยในขบวนแห่ใช้ตาลปัตรใหม่จัดทำเป็นรูปหมูป่าและเทือกเขาดอยนางนอนด้วย  อุทิศบุญให้จ่าแซม โดยเมื่อขบวนแห่ถึงพระธาตุดอยตุง นายประจญประกอบพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย นำนาคทั้ง 12 คน ถวายความเคารพและเปิดกรวยดอกไม้เบื้องหน้า พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จากนั้นนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก ของทีมหมูป่าอะคาเดมี นำคณะนาคอีก 11 คน ตั้งแถวหน้ารูปนาวาตรีสมาน กุนัน โดยจุดธูปเทียนและวางพวงมาลัยหน้ารูปนาวาตรีสมาน โดยมีนางวลีพร กุนัน ภรรยานาวาตรีสมาน เดินทางไปร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย จากนั้นนาคลาพ่อแม่ ผู้ปกครอง ญาติ และผู้บริหารทีมหมูป่าอะคาเดมี พร้อมทั้งคณะผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย แล้วเข้าสู่พิธีบวชภายในพระอุโบสถ
ซึ่งภายในพระอุโบสถพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าคณะ อ.แม่สาย และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยตุงในฐานะพระอุปัชฌาย์ ประกอบพิธีบวชเณรหรือบรรพชาให้กับนาคจำนวน 11 คน และอุปสมบทหรือบวชเป็นพระภิกษุให้กับนาคเอกพลเป็นอันเสร็จพิธี  จากนั้นถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์และสามเณรใหม่ และจัดให้พักผ่อนเพื่อรอจำวัดที่พระธาตุดอยตุง1 คืน จากนั้นในวันที่ 26 ก.ค. จะเดินทางไปศึกษาปฏิธรรมที่วัดพระธาตุดอยเวาต่อไป
ทั้งนี้ ตลอดพิธีกรรมดังกล่าวพบว่าประชาชนทั่วไป และพุทธศาสนิกชนต่างเดินทางไปร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ขณะที่ทางสำนักพระพุทธศาสนา จ.เชียงราย เปิด “กองทุนหมูป่าโดยพระรัตนมุนีและนายประพันธ์ คำจ้อย” ขึ้น โดยในปัจจุบันพระรัตนมุนีดำรงค์ตำแหน่งรักษาการเจ้าคณะ จ.เชียงราย ส่วนนายประพันธ์เป็นผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา จ.เชียงราย เพื่อจัดหารายได้สำหรับเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากประกอบพิธีบวชเณรทั้ง 11 คนแล้ว ก็มีพิธีอุปสมบทโค้ชเอกจนแล้วเสร็จเวลา 11.04 น. โดยได้รับฉายานามว่า พระวิสารโทภิกขุ ซึ่งหมายถึงผู้เปรื่องปราชญ์และแกล้วกล้า โดยในครั้งนี้พบว่าครูบาแสงหล้า เจ้าอาวาสวัดพระธาตุสายเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ร่วมอนุโมทนาบุญ หลังจากนั้นพระภิกษุและสามเณรใหม่ ตักบาตรรอบพระอุโบสถวัดพระธาตุเจ้าดอยตุงเป็นอันเสร็จพิธีอุปสมบทเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง 12 คน ///////////////////////////////
บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์  ///////  เชียงราย  //////////////
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

กฟผ. ระดมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุทรุดตัวของเขื่อนดินย่อยที่ สปป.ลาว

กฟผ. เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน สปป.ลาว
 
กฟผ. ระดมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุทรุดตัวของเขื่อนดินย่อย โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน - เซน้ำน้อย ใน สปป.ลาว เบื้องต้นมอบเงินช่วยเหลือ 2 ล้านบาท พร้อมส่งของยังชีพไปยังพื้นที่อย่างเร่งด่วน 

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เขื่อนดินย่อยที่กั้นช่องเขาส่วน D ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเสริมการกั้นน้ำรอบอ่างเก็บน้ำเซน้ำน้อย โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน - เซน้ำน้อย ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงบอละเวน แขวงอัตตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้เกิดการทรุดตัวจากพายุฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดรอยร้าวบริเวณสันเขื่อน ส่งผลให้มวลน้ำไหลท่วมพื้นที่ใกล้เคียงและบ้านเรือนประชาชน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน 

ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ขอเป็นอีกกำลังสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว ในเบื้องต้นได้ส่งน้ำดื่มจำนวน 5,000 ขวดไปบรรเทาความเดือดร้อนแล้ว และได้เตรียมบริจาคเงินจำนวน 2 ล้านบาท ผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียงจันทน์ และสนับสนุนถุงยังชีพพร้อมยารักษาโรคจำนวน 5,000 ชุด ประสานผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อนำส่งไปยังพื้นที่ประสบภัยโดยเร็วที่สุด และได้ให้หน่วยงาน กฟผ. ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับ สปป.ลาว ร่วมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง 

นอกจากนี้ กลุ่มพนักงานจิตอาสา กฟผ. ยังได้ระดมเงินบริจาคจากผู้ปฏิบัติงานเพื่อช่วยผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเชิญชวนจิตอาสาช่วยกันคัดแยกเสื้อผ้า ซึ่งเดิมเป็นเสื้อผ้าที่ขอรับบริจาคเพื่อมอบให้กับชุมชนยากไร้ในพื้นที่รอบ กฟผ. โดยจะมีการคัดแยกเสื้อผ้าเพื่อแบ่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ และจะมีการเปิดรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง และยารักษาโรค ในส่วนเหลือใช้จากวัดต่างๆ บริเวณโดยรอบสำนักงานใหญ่ กฟผ. เพื่อรวบรวมไปบริจาคด้วยเช่นกัน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส-โจรใต้ดักซุ่มยิงคนหาของป่าเจ็บ 4 คนที่สุไหงปาดี

โจรใต้ดักซุ่มยิงคนหาของป่าเจ็บ 4 คนที่สุไหงปาดี

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 25 ก.ค. 61 ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ โสดานิล รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บใกล้กับมัสยิดบ้านกำปงบือแน ม.6 ต.ริโก๋ จึงพร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.สุไหงปาดี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพื่อนของผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่เกิดเหตุซึ่งมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยืนอยู่ด้วย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คน เพื่อนๆได้นำตัวขึ้นรถยนต์กระบะส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดีไปก่อนหน้าแล้ว จากการสอบถามพบว่าจุดที่คนร้ายดักซุ่มยิงเป็นพงป่ารกทึบห่างจากถนนบริเวณมัสยิดไปประมาณ 500 เมตร แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าตรวจสอบ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงตั้งซุกซ่อนวัตถุระเบิดเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อ คือ 1.นายภานุพงศ์ แก้วเมฆ ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่ข้อมือขวา 2.นายสมพร ปุ๋ยรุก ซึ่งถูกกระสุนปืนเฉี่ยวที่บริเวณหลัง 3.นายสุทธิศักดิ์ บุญช่วย ถูกกระสุนปืนเฉี่ยวที่บริเวณคางขวาและขา 4.นายวิชาญ บุญช่วย ถูกกระสุนปืนที่บริเวณหน้าท้อง และเมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นได้ส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 คนรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

จากการสอบสวนนายสุทธิพงศ์ บุญช่วย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ชวนเพื่อนๆ จำนวน 11 คน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่พื้นที่บ้านใหม่ ม.3 ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส นั่งรถยนต์กระบะ 2 คัน เดินทางไปหาหมู่ป่าที่บริเวณเชิงเขาหลังหมู่บ้านกำปงบือแน โดยได้นำรถยนต์กระบะ 2 คัน จอดไว้ที่บริเวณลานว่างหลังมัสยิด จนกระทั่งตนและเพื่อนๆได้ล่าหมูป่ามาได้จำนวน 7 ตัว จึงพากันหามและเดินทางลงจากเชิงเขาเพื่อกลับบ้านพัก โดยเพื่อนๆจำนวน 5 คน ได้แยกย้ายนั่งโดยสารรถยนต์กระบะคันแรกออกจากที่จอดรถไปประมาณ 100 เมตร ส่วนตนและเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บรวม 4 คน นั่งท้ายกระบะหลัง และเพื่อนอีกคนเป็นคนขับรถยนต์กระบะออกจากลานจอดรถไปได้เพียงประมาณ 10 เมตร ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในพงป่ารกทึบห่างจากมัสยิดไปประมาณ 500 เมตร ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ตนและเพื่อนๆที่นั่งอยู่บริเวณท้ายกระบะได้รับบาดเจ็บ ตนและเพื่อนอีก 2 คน เมื่อถูกกระสุนปืนของคนร้ายจึงได้ใช้อาวุธปืนลูกซองที่นำไปล่าหมูป่ายิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้ายไปคนละ 1 นัด คนร้ายจึงได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป เพื่อนๆที่เหลือจึงได้นำตนและเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บรวม 4 คน ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายมีแผนที่จะลอบดักสังหารชาวบ้านที่เป็นไทยพุทธ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนให้ระมัดระวังตัวโดยเฉพาะกลุ่มหาของป่าไปแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกดักซุ่มยิงดังกล่าว

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

สตูล อบต กำแพง จัดโครงการคนในชุมชนสุขภาพดีด้วยวิถีชีวิตแบบแผนไทย

สตูล อบต กำแพง จัดโครงการคนในชุมชนสุขภาพดีด้วยวิถีชีวิตแบบแผนไทย
     
   วันนี้23ก.พ.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณโรงเรียนบ้านปิใหญ่ หมู่ที่ 5 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล นางสำลี ลัคนาวงศ์ นายก อบต.กำแพงเป็นประธานพิธีเปิดโครงการคนในชุมชนสุขภาพดีด้วยวิถีชีวิตแบบแผนไทย ประธานกรรมการบริหารกองทุนอบตกำแพง สมาชิกสภาผู้ใหญ่บ้านวิทยากรคณะผู้จัดโครงการและผู้เข้าร่วมโครงการคนในชุมชนสุขภาพดีด้วยวิถีชีวิตแบบแผนไทยในวันนี้แพทย์แผนไทยในปัจจุบันได้รับการส่งเสริมให้เป็นแพทย์ ทางเลือก แก่ผู้รับบริการเช่นการนวด อบ ประคบสมุนไพร และการแปรรูปสมุนไพรมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ แพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกเป็นอีกทางเลือกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพของคนไทยเห็นได้จาก เลือกใช้ วิธีการรักษาด้วยแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือกเพิ่มขึ้นแต่การใช้ยาแผนโบราณและยาสมุนไพรยังไม่สามารถทดแทนยาแผนปัจจุบันได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากการขับเคลื่อนดำเนินงานด้านยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่ยังขยายตัวได้ไม่มากนัก 
          ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการแพทย์แผนไทยการนำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์ประชาชนในชุมชนต้องให้ความสำคัญของพืชสมุนไพรและประยุกต์ให้เกิดประโยชน์เพื่อที่จะลดภาวะค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้และตอบสนองความต้องการในชุมชนได้
นิตยา แงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล บูรณาการปฏิบัติการประเมินแผนแม่บทป่าไม้ตามโครงการทางคืนผืนป่า


สตูล บูรณาการปฏิบัติการประเมินแผนแม่บทป่าไม้ตามโครงการทางคืนผืนป่า
         วันที่ 22 ก.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.อ.สุระ  แก้วไพโรจน์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ต.(ท.) สั่งการให้ ร.อ.ปิยะเชษฐ์  หนูฉ้ง รอง หน.กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน กอ.รมน.จังหวัด ส.ต.และ จ.ส.อ.สมศักดิ์  บุญทรง จนท.ธุรการ สง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ต.ร่วมกับ หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ สต.4 (ควนขัน), สภ.ควนโดน, ฝ่ายปกครอง อ.ควนโดน และ ผู้นำท้องที่ หมู่ 7 และ หมู่ 9 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล บูรณาการ การปฏิบัติการประเมินแผนแม่บทป่าไม้ตามโครงการทางคืนผืนป่า ประจำเดือน ก.ค.61 พื้นที่ ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานตามผลงานของหน่วย กอ.รมน.จังหวัด สตูลรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนแม่บท สำหรับผลการปฏิบัติ ซึ่งอยุ่พื้นที่ของหน่วยปัองกันและรักษาป่าที่ สต.4 (ควนขัน) สามารถแบ่งออกตามลักษณะพื้นที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดดังนี้ 1.AO1 พื้นที่รับผิดชอบที่คดีถึงที่สุดแล้วและ/หรือสามารถเข้าดำเนินการได้ทันที ท้องที่ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล  :  ไม่มี  2.AO2 พื้นที่ที่มีการบุกรุก และได้ดำเนินการตามกฏหมายแล้ว แต่ยังอยุ่ในกระบวนการยุติธรรม ทัองที่ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล  :  ไม่มี  3.AO3 พื้นที่อยุ่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ท้องที่ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 9 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล  :  ไม่มี 4.AO4 พื้นที่ที่มีการบุกรุกและได้ทำการรื้อถอนแล้วหรือฟื้นฟูสภาพป่า ท้องที่ หมู่ 7 และ หมู่ที่ 9 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ จำนวน 219.75 ไร่  4.1 ท้องที่ หมู 7 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ จำนวน 170 - 3 - 00 ไร่ 4.2 ท้องที่ หมู่ที่ 9 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ จำนวน 49 - 3 - 00 ไร่
     ในการนี้ จากการร่วมกันตรวจสอบตามพื้นที AO 4 ดังกล่าวว พบว่า ในพื้นที่ หมู่ 7 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ซึ่งมีร่องรอยการแผ่วถางป่า ประมาณ 1 ไร่ได้รับยืนยันจาก ผญบ.หมู่ 7 ต.ควนโดนฯ ว่า เป็นการแผ้วถางโดยทางอำเภอควนโดน ร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ หมู่ 7 ต.ควนโดนฯ เพื่อจะทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจาก กรมศิลปกรได้มีการขุดพบซากมนุษย์โบราณ และมีถ้ำเข้าช่องเขา บริเวณเวณดังกล่าว 
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส - "ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีคนร้ายลอบยิงและวางเพลิงอาคารโรงเรียน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)"

นราธิวาส - "ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีคนร้ายลอบยิงและวางเพลิงอาคารโรงเรียน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)"

      24 ก.ค 61 ที่ บ้านค่าย หมู่ที่ 2 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร. ประธาน ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุตาม"ยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วน " การซ้อมแผนเผชิญเหตุในครั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะ และศักยภาพของการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน ในการพัฒนาแผนพิทักษ์ชุมชนของตำบลกะลุวอเหนือ และกำหนดความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ และเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของประชาชน ตามยุทธศาสตร์ โดยมีปลัดอำเภอเมืองนราธิวาส  ทหาร/ตำรวจ/กำนัน/ ผู้ใหญ่บ้าน /ชรบ. /อรบ. / กู้ชีพกู้ภัยเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ   /และกำลังภาคประชาชน ร่วมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีคนร้ายลอบยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บริเวณป้อมเวรยาม และวางเพลิงอาคารโรงเรียนบ้านค่าย  ณ ที่โรงเรียนบ้านค่าย หมู่ที่ 2 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส  เพื่อทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เกิดความคุ้นเคยและมีความพร้อมในการปฏิบัติอยู่ตลอด ซึ่งการซักซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และกำลังภาคประชาชนต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีความเข้าใจในการปฏิบัติและมีความพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริงในพื้นที่

    น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร.  กล่าวว่า ได้ออกมาปฏิบัติภารกิจในเชิงรุกในการรักษาความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ การรักษาความปลอดภัยบุคลากรทางการศึกษา ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และเป็นเป้าหมายอ่อนแอ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ได้ ฉะนั้นทุกภาคส่วนควรที่จะต้องร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา เพื่อให้พื้นที่ชายแดนใต้เกิดความสามัคคี และสันติสุขในพื้นที่  ซึ่งต้องการให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง ซึ่งโมเดลนี้มาจากองค์ประกอบหลายๆ ส่วน โดยเอางานการช่วยเหลือประชาชนนำไปสู่หมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ เป็นยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของประชาชน พยายามที่จะลดบทบาทเจ้าหน้าที่ทหารในการใช้อำนาจ กฎหมายพิเศษ การใช้กำลังหรือการใช้อาวุธก็ตาม ลักษณะงานเอาทหารออกมา แล้วสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนต่อไป  

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

พ่อเมืองกระบี่มอบเกียรติบัตร ประกาศเกียรติคุณ แก่ทีม นักปีนผา ชมรมอ่าวไร่เลย์

พ่อเมืองกระบี่มอบเกียรติบัตร ประกาศเกียรติคุณ แก่ทีม นักปีนผา ชมรมอ่าวไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ เข้าร่วม ช่วยเหลือ การค้นหา ทีมหมูป่า Academy ที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงราย
     
วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกระบี่ พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิตบดี  ประวิตร   ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ทำการมอบเกียรติบัตรประกาศเกียรติคุณ แก่17นักปีนผา ทีมชมรมปีนผาอ่าวไร่เลย์ ตำบลอ่าวนางอำเภอเมืองจังหวัดกระบี่  ที่ได้ไปปฏิบัติ ภารกิจ ในการค้นหา ทีมฟุตบอล ทีมหมูป่า Academy 13 ชีวิต ร่วมกับ ทางจังหวัดเชียงราย ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน และ ทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วม ในการ นำทีมหมูป่า Academy 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงรายได้สำเร็จเมื่อ วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ซึ่งถือเป็น แบบอย่างที่ดี ในนามของคนจังหวัดกระบี่ ที่มีจิตอาสา ร่วมกัน โดยเดินทางไปร่วมกิจกรรม ในภารกิจ ค้นหาโพรงเข้าถ้ำ พร้อมกันนี้ทางภาคเอกชน ใบมอบบัตรกำนัล อาหารและที่พัก ให้กับ นักปีนผา ทั้ง 17 คนด้วย โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแสดงความยินดี
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. รวมพลังจิตอาสาทุกภาคส่วน ทำความ ดี ด้วยหัวใจ บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ 10 แห่ง ในพื้นที่ใกล้เคียงสำนักงานใหญ่ กฟผ.

กฟผ. รวมพลังจิตอาสาทุกภาคส่วน ทำความ ดี ด้วยหัวใจ  บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ 10 แห่ง ในพื้นที่ใกล้เคียงสำนักงานใหญ่ กฟผ.

 กฟผ. ร่วมกับเครือข่ายทุกภาคส่วน และประชาชนจังหวัดนนทบุรี รวมพลังจิตอาสาทำกิจกรรม
“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาด และพัฒนาชุมชน วัด โรงเรียน จำนวน 10 แห่ง ในพื้นที่ใกล้เคียงสำนักงานใหญ่ กฟผ. เฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561

วันนี้ (22 กรกฎาคม 2561) นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ร่วมกับอำเภอบางกรวย เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ ทหาร กรมคุมประพฤติ และประชาชนจังหวัดนนทบุรี 
จัดกิจกรรม “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 โดยรวมพลังจิตอาสาจากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาสถานที่อันเป็นสาธารณประโยชน์ อาทิ ชุมชน วัด และโรงเรียน ในพื้นที่ใกล้เคียงสำนักงานใหญ่ กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จำนวน 
10 แห่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญอีกครั้งหนึ่งของ กฟผ. ในการ “ทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ที่จัดตลอดเดือนกรกฎาคมนี้

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย กล่าวต่อว่า กิจกรรมทำความดีในครั้งนี้ กฟผ. และจิตอาสาจากทุกภาคส่วน ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาด ล้างถนน ตัดแต่งต้นไม้ เพื่อพัฒนาชุมชน วัด โรงเรียน ในพื้นที่ใกล้เคียงสำนักงานใหญ่ กฟผ. จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าสำนักงานใหญ่ กฟผ. ถึงท่าน้ำสะพานพระราม 7 บริเวณรอบวัดวิมุตยาราม บริเวณรอบวัดบางขนุน บริเวณรอบวัดปากน้ำและมัสยิดรี่ยาดิ๊สสุนัน บริเวณรอบวัดลุ่มคงคาราม บริเวณรอบวัดเชิงกระบือ บริเวณรอบวัดจันทร์ บริเวณรอบวัดบางอ้อยช้าง บริเวณรอบวัดชองพลู และบริเวณรอบวัดหูช้างบางคูเวียง
อีกทั้งมีกิจกรรมให้บริการประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว อาทิ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การตรวจรักษาเบื้องต้น รวมถึงให้บริการในพื้นที่สาธารณประโยชน์ อาทิ ซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าและระบบประปา ขุดลอกคลอง สำรวจความปลอดภัยและปรับปรุงเครื่องหมายจราจร เป็นต้น

ทั้งนี้ตลอดเดือนกรกฎาคม 2561 หน่วยงาน กฟผ. ทั่วประเทศ ยังได้ร่วมกับพี่น้องประชาชน และเครือข่าย
ทุกภาคส่วนในพื้นที่ จัดกิจกรรมทำความดีเพื่อสังคมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อาทิ เมื่อวันที่
19 กรกฎาคม 2561 จัดกิจกรรม “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ปลูกป่าชายเลน เทิดไท้องค์ราชัน” ณ อุทยานแห่งชาติ
หมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กฟผ. ส่วนราชการ และประชาชน จ.กาญจนบุรี จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ณ เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี โดยปลูก
ต้นรวงผึ้ง 100 ต้น ต้นยางนา 100 ต้น และปล่อยพันธุ์ปลา 660,000 ตัว เพื่อช่วยขยายพันธุ์ปลาน้ำจืด สร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชน และในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 กฟผ. จะจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นพนักงานที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน และพิธีถวายผ้าป่ามหากุศลโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ. อีกด้วย

“กฟผ. จะน้อมนำพระราชปณิธานจิตอาสาทำดีด้วยหัวใจมาเป็นแบบอย่าง พร้อมส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสาธารณะในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม ตลอดจนยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นพลเมืองที่ดี เคารพกฎหมาย และร่วมกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์สุขของคนไทยตลอดไป” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในที่สุด
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...