• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

กฟผ. เร่งระดมเครื่องมือและส่งทีมช่วยค้นหา 13 ชีวิตที่ถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย

กฟผ. เร่งระดมเครื่องมือและส่งทีมช่วยค้นหา 13 ชีวิตที่ถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย

กฟผ. เร่งส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเจาะระเบิด ระบบสูบน้ำและระบบไฟฟ้า พร้อมส่งเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิตที่สูญหายในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ร่วมกับกองอำนวยการศูนย์ประสานฯ ในพื้นที่อย่างเต็มที่
นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ทราบข่าว ผู้ฝึกสอนและนักฟุตบอลทีมหมูป่า 13 ชีวิตสูญหายภายในถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา  กฟผ. ได้เร่งส่งทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งอุปกรณ์ปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการค้นหาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมอบหมาย นายบรรพต ธีระวาส ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ เป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยในการปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ กฟผ. ได้เข้าร่วมสนับสนุนและดำเนินการตามที่กองอำนวยการศูนย์ประสานช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงมอบหมายอย่างเต็มที่
เบื้องต้น การช่วยเหลือค้นหาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การส่งทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านการเจาะระเบิด ระบบสูบน้ำและระบบไฟฟ้าไปร่วมประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ รวมถึงหาแนวทางและวิธีการทำงานที่เหมาะสมในกรณีที่ต้องมีการเจาะโพรงถ้ำร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น ได้จัดส่งอุปกรณ์ปฏิบัติการที่จำเป็นไปสมทบ ประกอบด้วย สายไฟชนิดกันน้ำ (VCT) ขนาด 3 x 2.5 ตารางมิลลิเมตร เชือกมะนิลาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร ความยาว 200 เมตร  เครื่องปั่นไฟขนาด 5 กิโลวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง  เครื่องปั๊มน้ำ  เครื่องสกัดคอนกรีต (สกัดไฟฟ้า) ขนาด 1,510 วัตต์ จำนวน 2 เครื่อง  เครื่องสกัดคอนกรีต (สกัดไฟฟ้า) ขนาด 900 วัตต์ จำนวน 1 เครื่อง  และปลั๊กพ่วง ความยาว 500 เมตร  รวมทั้งล่าสุดวันนี้ได้ส่งสาย Power main กันน้ำขนาด 4 x 50 ตารางมิลลิเมตร ความยาว 1,250 เมตร พร้อมอุปกรณ์ต่อสายไฟฟ้าครบชุด เพื่อไปใช้เป็นสายไฟหลักเสริมการจ่ายไฟที่จะใช้กับเครื่องสูบน้ำร่วมกับเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าเดินทางไปสมทบกับทีมงานที่เดินทางไปก่อนหน้านี้
“กฟผ. จะร่วมมือและให้การสนับสนุนทุกหน่วยงานในการค้นหาอย่างเต็มที่ ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของน้องๆทีมหมูป่าและผู้ฝึกสอน หวังว่าจะค้นพบและช่วยทุกคนกลับมาได้อย่างปลอดภัย” ผู้ว่าการ กฟผ. ในตอนท้าย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ปล่อยนักปั่นรณรงค์โครงการ 6 x 4 รวมใจ ปั่น ปลุก ลุก สร้างกระแสรณรงค์ โครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไท้องค์ราชัน ปีที่ 3

สตูล   ปล่อยนักปั่นรณรงค์โครงการ 6 x 4  รวมใจ ปั่น ปลุก ลุก สร้างกระแสรณรงค์ โครงการ  3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไท้องค์ราชัน ปีที่ 3
 
  เมื่อเวลา 7.30 น. วันนี้ 30 ม.ย.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ บริเวณลานวัฒนธรรม ต.พิมานอ.เมือง จ.สตูล นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดโครงการ 6 x 4  รวมใจ ปั่น ปลุก ลุก สร้างกระแสรณรงค์ โครงการ  3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไท้องค์ราชัน ปีที่ 3 โดยนายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูลและแกนนำเครือข่ายหมออนามัย สมาคมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย มูลนิธิเครือข่ายหมออนามัย สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ชมรมนักปั่นจักรยาน จังหวัดสตูล  และผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้มอบของที่ระลึก แก่ตัวแทนนักปั่นที่มาจาก จังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา พร้อมนำกล่าวประกาศเจตนารมณ์ ลด ละ เลิกบุหรี่ โดยให้สัตย์ปฏิญาณว่า จะไม่เกี่ยวข้องกับบุหรี่และสิ่งเสพติดทั้งมวล และผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในการปล่อยขบวนจักรยาน นักปั่นรณรงค์และนักปั่นที่จะปั่นจักรยานไป สู่กระทรวงสาธารณสุข 
     
  นายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูลกล่าวว่า ปัจจุบันเครือข่ายหมออนามัยซึ่งเป็นกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ที่มีความเข้มแข็ง ที่ครอบคลุมพื้นที่ทุก ตำบลทั่วประเทศมีความเข้าใจในบริบทของแต่ละ มีบทบาทสำคัญอย่างสูงต่อการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน ในฐานะผู้ประสานเครือข่ายพัฒนาความร่วมมือในการทำงานของหน่วยงานสาธารณสุขและองค์กรเครือข่ายในทุกระดับ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งและสร้างกระบวนการทำงานดำเนินการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะในเรื่องของปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศมีที่จะทำให้ประชาชนนั้นสูญเสียปีสุขภาวะเพิ่มมากขึ้นจนทำให้เกิดปัญหาระดับชาติที่ต้องจัดสรรงบประมาณในด้านการลงทุนด้านสุขภาพเพื่อดูแลแก้ไขปัญหาอย่างมากมาย นั่นคือภาระโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของสุขภาพที่ไม่เหมาะสมทั้งทางด้านพฤติกรรมส่วนบุคคลปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาระบบบริการ  ในปีพ. ศ. 2559 ถึง 2560 เครือข่ายหมออนามัยได้ดำเนินโครงการ 3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไท้องค์ราชันในปีที่ 1 และปีที่ 2 โดยกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)ได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการก่อให้เกิดความร่วมมือและเกิดกระแสในการเลิกสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้นผ่านยุทธศาสตร์กลไกเครือข่ายหมออนามัยและอสม ซึ่งมีการกระจายอยู่ทุกตำบลและหมู่บ้านทั่วประเทศและลงมือทำสร้างพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับ การสร้างกระแส  ซึ่งโครงการนี้สามารถทำให้คนไทยจะสมัครใจเลิกบุหรี่ได้จำนวน 1,200,000 คนจากข้อมูลในเว็บไซด์ Quitforking ปี 1 และ 2 และข้อมูล 43 แฟ้ม และเลิกบุหรี่นานตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปมีจำนวน 116,000 คน ทั่วประเทศ และในครั้งนี้สมาคมหมออนามัยร่วมกับเครือข่ายหมออนามัยจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นโดยการสนับสนุนของกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)ดำเนินการผลักดันการขับเคลื่อนให้หน่วยงานองค์กรเครือข่ายทั่วประเทศดำเนินงานสู่เป้าหมายตามโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไทองค์ราชันในปีที่ 3 ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือเพื่อร่วมถวายความดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 และเพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานสาธารณสุขและเครือข่ายเพื่อการขับเคลื่อนโครงการ 3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไทองค์ราชันเพื่อส่งเสริมพลังและชื่นชมเครือข่ายและบุคคลผ่านกลไกสร้างกระแสขับเคลื่อนโดยได้กำหนดให้มีการปั่นจักรยานสร้างกระแสรณรงค์ภายใต้โครงการ 3 ล้าน 3 ปีเลิกบุหรี่ทั่วไทยเทิดไทองค์ราชันจำนวน 8 สายโดยภาคใต้ฝั่งอันดามันเริ่มการปั่นวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ต้นทางเริ่มที่คฤหาสน์กูเด็นตำบลพิมานอำเภอเมืองจังหวัดสตูลและส่งไม้ต่อให้กับจังหวัดตรังตามเส้นทางดังนี้จังสตูลกระบี่พังงาระนองชุมพรประจวบคีรีขันธ์เพชรบูรณ์ราชบุรีนครปฐมนนทบุรีร่วมกับชมรมนักปั่นจักรยานทั่วประเทศตลอดเส้นทางจนถึงกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 10 กรกฎาคม 2561
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561

กระบี่-ระทึกกู้ภัย และเจ้าของบ้านช่วยกันจับงูเห่าอยู่ใต้กองไม้หลังร้านข้าวมันไก่

กระบี่-ระทึกกู้ภัย และเจ้าของบ้านช่วยกันจับงูเห่าอยู่ใต้กองไม้หลังร้านข้าวมันไก่

(วันนี้)29มิย.2561เวลา13.00น.หน่วยกู้ภัยเต็กก่าจีคุงเกาะอ.ลำทับ ได้รับแจ้งว่ามีงูเห่านอนคดใต้กองไม้หลังร้าน ข้าวมันไก่ดำโอชา อ.ลำทับ จึงขอออกตรวจสอบ พบ งูเห่า ขนาดความยาว1.5เมตร นอนอยู่ใต้กองไม้ หน่วยกู้ภัย จับด้วยความลำบาก เนื่องจาก งูอยู่ใต้กองไม้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยชึ้งไปอยู่ที่เกิดเหตุด้วยจึงหาอุปกรณ์ที่จะหาไดับริเวณนั้น จึงไปเจอ เหล็กเส้น จึงทำให้เป็นตะขอ เพื่อ ดึงไม้ออก เพื่อปัองก้นอันตราย หลังจากนั้น งูก็ได้เลื้อยไปที่กองไม้อีกกอง หน่วยกู้ภัย จึงตามไป งูไปอยู่ใต้กระเบี้อง หน่วยกู้ภัยพยายาม ด้วยความ ทุลักทุเลเนื่องจาก ที่งูเลื้อยเข้าไปคดอยู่เป็นพื้นที่แคบ อัดตะคัด แต่หน่วยกู้ภัยก็ไม่ลดละความพยายาม ซึ่งการจับงูครั้งนี้ต้องใช้เวลา ถึง45นาที กว่าจะจับได้  ชึ้งหน่วยกู้ภัยจึงจับใส่ถุง และไปปล่อยธรรมชาติต่อไป   ต่อมา น้องหนู  วงค์พิพันธ์ อายุ37ปีเจ้าของร้าน บ้านเลขที่421 ม.5 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ ได้บอกว่า งูตัวดังกล่าว ได้มาอาศัย อยู่ใต้กองไม้นี้ 3วันแล้ว งูตัวนี้เวลาจะไปก็ไป เวลาจะมาก็มา ตนเองรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงได้แจ้งกู้ภัยมาจับ และต้องขอขอบคุณหน่วยกู้ภัยเต็กก่าจีคุงเกาะ อ.ลำทับเป็นอย่างมาก ขอบคุณจริงๆ น้องหนู เจ้าของร้านดำโอชา กล่าว ต่อมา ลูกค้าภายในร้าน เห็น กู้ภัย หิวถุงงูผ่านไป ต่างก็ วิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเชื่อทางโชคลาภ เพราะป้ายบ้านเลขที่ติดอยู่กลางร้าน จึงได้เอาปากกามาจด เพื่อซื้อหวยตามความเชื่อของตนเองต่อไป
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กำลัง 3 ฝ่าย จ.นราธิวาส ร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิดกลางเมืองนราฯชาวบ้านบาดเจ็บ 2 ราย (มีคลิป)

กำลัง 3 ฝ่าย จ.นราธิวาส ร่วมซ้อมแผนเผชิญเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิดกลางเมืองนราฯชาวบ้านบาดเจ็บ 2 ราย 
ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองนราธิวาส ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่
บริเวณกลางซอยละไม้อุทิศ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จึงประสานมูลนิธิเมตตาธรรม เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EODและเจ้าหน้าที่วิทยาการ หน่อยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง รถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองนราธิวาส รุดเดินทางเข้าที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
 จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายนำระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เว้ป 110 CC สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยในที่เกิดเหตุมีชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บสาหัส รวม 2 ราย นอนระเกะระกะอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมตตาธรรม จึงช่วยกันลำเลี้ยงส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
 ภายหลังเกิดเหตุ น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร.นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส ร่วมลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจเยี่ยมการซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยเขตเมืองเศรษฐกิจ 8 เมืองหลักของเขตเมืองนราธิวาส  ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงพยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องปรามและป้องกันเหตุอันจะเกิดขึ้น จึงได้สมมุติสถานการณ์ว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบวางระเบิด และวางเพลิงในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส
 ด้าน น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร.เปิดเผยว่า ทางจังหวัดนราธิวาส ได้มีการซักซ้อมแผนการรักษาความปลอดภัยพื้นที่อยู่เกือบทุกเดือนอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดทักษะในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆไม่ว่าจะเป็นหน่วยปฏิบัติการณ์ร่วม ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง อพปร ชรบ.ก็แล้วแต่ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้รับทราบและให้ความสำคัญว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร รับมืออย่างไร และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างไร เพื่อเป็นความรู้ที่จะปฏิบัติตัวเองให้ปลอดภัยเมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในพื้นที่.

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

เปิดนโยบาย วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 14 นำพา กฟผ. สร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าให้ประเทศ

เปิดนโยบาย วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 14 นำพา กฟผ. สร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าให้ประเทศ

ผู้ว่าการ กฟผ. เผยแนวทางการบริหาร กฟผ. สู่อนาคตในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก หวังให้เป็นองค์กรหลัก  ในการรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ด้วยการให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่ต้นทาง เพื่อขับเคลื่อนภารกิจตาม PDP ให้ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรมและสร้างพันธมิตร ต่อยอดธุรกิจใหม่

วันนี้ (28 มิถุนายน 2561) นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วม     จิบน้ำชายามบ่ายกับสื่อมวลชนและพูดคุยถึงแนวทางการบริหาร กฟผ. หลังขึ้นรับตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 14     โดยมุ่งมั่นจะขับเคลื่อนให้ กฟผ. เป็นองค์กรหลักในการรักษาความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของประเทศ ด้วยการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและวิธีทำงานใหม่ๆ มาปรับใช้

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้องค์กรต่างๆ รวมถึง กฟผ. ต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง โดยในด้านสังคม กฟผ. จะปรับวิธีสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อโครงการต่างๆ ในรูปแบบใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว โดยจะมุ่งเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ด้วยการสื่อสารสองทางให้ความรู้สร้างความเข้าใจกับชุมชนและสังคม ให้ได้รับทราบข้อมูลโครงการทุกประเด็น ทั้งข้อดีและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเปิดเผย โปร่งใส ชุมชนสามารถซักถามแสดงความคิดเห็นได้โดยตรง ให้ใช้สิทธิชุมชนตามกฎหมายอย่างเต็มที่ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงร่วมของชุมชนที่ชัดเจนก่อนจะทำการศึกษา EIA – EHIA เชื่อว่าหากชุมชนยอมรับตั้งแต่ต้น จะทำให้ดำเนินโครงการต่างๆ ตาม PDP ได้ประสบความสำเร็จ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว (Disruptive Technology) ทำให้พลังงานหมุนเวียนเข้ามา มีบทบาทมากขึ้น กฟผ. จะพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อให้การเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนนี้เป็นไปอย่างราบรื่น เช่น พัฒนาโครงการระบบส่งไฟฟ้ารองรับพลังงานหมุนเวียนตามแผน PDP ให้แล้วเสร็จตามกำหนด พัฒนาระบบส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงภูมิภาคต่างๆ ให้เข้มแข็ง พัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดให้การผลิตและจ่ายพลังงานไฟฟ้ามีเสถียรภาพ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน เป็นต้น รวมถึงจะนำงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบผลิตและส่งไฟฟ้า และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมาใช้ รวมถึงต่อยอดนวัตกรรมเดิมที่ประสบความสำเร็จแล้วมาสร้างเป็นธุรกิจใหม่ๆ ควบคู่กันไปด้วยให้องค์กรมีการเติบโต

ทั้งนี้ กฟผ. ไม่ได้มองเพียงมิติขององค์กรเท่านั้น แต่ยังพร้อมส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่สร้างคุณค่าให้ประเทศและสังคมโดยรวม สนับสนุนให้พนักงาน กฟผ. รวมถึงหน่วยงานและบุคคลภายนอกทำการวิจัยพัฒนานวัตกรรมด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพลังงานด้วย เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้พัฒนาประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง

ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวด้วยว่า ท่ามกลางความท้าทายในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก กฟผ. จะไม่เดินเพียงลำพัง แต่จะแสวงหาพันธมิตรในการก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้หน่วยงานต่างๆ บูรณาการการใช้ทรัพยากรให้เกิดมูลค่าเพิ่มกับประเทศ โดย กฟผ. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตไฟฟ้าและบริหารจัดการพลังงาน      ได้แสวงหาพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ มาร่วมกันสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ เช่น การบูรณาการด้านดิจิทัลและพลังงานร่วมกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) การแสวงหาโอกาสเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานร่วมกับ บมจ.ปตท. การนำโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ตลอดจนการสร้างการเติบโตผ่านบริษัทในกลุ่ม กฟผ. เป็นต้น

“กฟผ. พร้อมนำนวัตกรรมและวิธีการดำเนินงานใหม่ๆ มาใช้พัฒนาองค์กรในทุกด้าน เพื่อให้ กฟผ. เป็นองค์กรหลักในการสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศ ให้ประเทศชาติพัฒนาและประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ตามวิสัยทัศน์ของ กฟผ. คือ นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า Innovate Power Solutions for a Better Life” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในที่สุด
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล - เปิดศูนย์สมรรถภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ

สตูล // เปิดศูนย์สมรรถภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพ
         วันนี้ 29 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายประสิทธิ์ แบ้สกุล นายกเทศมนตรีเมืองสตูล เป็นประธานเปิดงานพร้อมเปิดผ้าแพรป้านศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและผู้พิการเทศบาลเมืองสตูล ณ ศูนย์สุขภาพชุมชน PC 1 (ตรงข้ามศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ทั้งนี้ศูนย์ได้รับการสนับสนุนเงินจำนวน 350,000 บาทจากชมรมฟุตบอล VIP และจัดสรรตามงบ PCC ของกระทรวงสาสุข และครุภัณฑ์ได้รับจากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองสตูล ตามโครงการพัฒนาฟื้นฟูฯ จำนวน 50,720 บาท และบริหารงานโดยคณะกรรมการศูนย์ฟื้นฟูฯ ประกอบด้วย ทีมสหวิชาชีพจากโรงพยาบาลสตูล ชมรมคนพิการ ผู้แทนชุมชน กศน.ตำบลพิมาน ผู้แทน อพก.พิมาน ผู้แทนจากเทศบาลเมือง ผู้จัดการระบบดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง และผู้ดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงการจัดตั้งศูนย์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาสุขภาพกายจิตใจ สังคมและสิ่งแวดล้อมและเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวมกลุ่มผู้สูงอายุ รวมไปถึงเป็นศูนย์ข้อมูลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคฟื้นฟูสมรรถภาพ และการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุกอีกด้วยซึ่งในขณะนี้ทางศูนย์ ได้ดำเนินการดูแลผู้สูงอายุ ระยะยาวด้านสาธารณสุข ในระบบ Long Team Care จำนวน 35 – 40 ราย โดยผู้ช่วยเหลือผู้ดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง เป็นอาสาสมัครผ่านการอบรม จำนวน 70 ชม. และพยาบาลประจำศูนย์เป็นผู้ควบคุมร่วมกับทีมหมอ ครอบครัว โดยทางศูนย์จัดให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโดยนักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลสตูล เปิดบริการทุกวัน มีผู้มารับบริการ วันละ 35 – 40 ราย และออกบริการเชิงรุกในชุมชน วันจันทร์ และ วันศุกร์ จนเป็นทึ่พึงพอใจของผู้ป่วยและญาติเป็นอย่างยิ่ง
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561

คณะครู-เด็กนรนับพันคน ร่วมสวดมนต์และทำกิจกรรมส่งแรงใจช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำ(มีคลิป)

คณะครู-เด็กนรนับพันคน ร่วมสวดมนต์และทำกิจกรรมส่งแรงใจช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำ
วันที่ 28 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนอนุบาลลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ ทางคณะครู บุคลากรทางการศึกษา นำโดย นายธเนศ ขจรสุวรรณ์ ผู้อำนวยการ รร.อนุบาลลำทับ นักเรียน โรงเรียนอนุบาลลำทับ จำนวนกว่า 800 คน ร่วมกันสวดมนต์บทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และนั่งสมาธิเจริญจิตภาวนา ตั้งอธิษฐานจิต ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองนักฟุตบอลเยาวชนทีม “หมูป่าอะคาเดมี และโค้ชผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย พร้อมส่งแรงใจให้ทีมค้นหาให้สำเร็จและให้ทุกคนปลอดภัย นอกจากนั้นยังได้มีการทำป้ายหัวใจกระดาษเพื่อแสดงสัญลักษณ์ส่งแรงใจเป็นรูปอักษรที่เขียนว่า we  ❤ 13 ด้วย
โดยเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม บอกว่า เห็นข่าวการระดมทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือทีมฟุตบอลทั้ง 13 คน รู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก จึงอยากให้ขอให้ช่วยสำเร็จและปลอดภัยทุกคน
 /น้าเมศ มากผล และทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สภ.ทรายขาว..ร่วมกิจกรรมการอบรมหลักสูตร "ทบทวนการประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล"

สภ.ทรายขาว..ร่วมกิจกรรมการอบรมหลักสูตร "ทบทวนการประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล"
     
วันที่ 27 มิ.ย.61 เวลาประมาณ 15.00 น. พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ เข้าร่วมพิธีเปิดการอบรมหลักสูตร "ทบทวนการประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล" โดยมี พลเรือตรี นันทพล มาลารัตน์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธี ณ โรงเรียนบ้านท่งครก ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ นายไพศาล ศรีเทพ นายอำเภอคลองท่อม และมีหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ เจ้าหน้าที่ทหารจาก ร.15 พัน 1 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีปิดการฝึกอบรม ณ รร.บ้านทุ่งครก ม.11 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งในการฝึกอบรมครั้งนี้เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการด้านประมงและการมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงทางทะเล โดยมีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐเข้าร่วมอบรม 73 คน โดยมีการฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 25 - 27 มิ.ย.61
***ศุภกิจ คงภักดี-รายงาน***
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ระบบไฟฟ้าไทยต้องยืดหยุ่น พัฒนาพลังงานหมุนเวียนคู่เชื้อเพลิงหลักเสริมความมั่นคง

ระบบไฟฟ้าไทยต้องยืดหยุ่น พัฒนาพลังงานหมุนเวียนคู่เชื้อเพลิงหลักเสริมความมั่นคง

กฟผ. จัดสัมมนาสื่อมวลชน สร้างความรู้ความเข้าใจระบบไฟฟ้าไทยในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก จำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น สามารถตอบสนองได้รวดเร็ว แนะจับคู่พลังงานหมุนเวียนกับเชื้อเพลิงหลักเสริมความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า 

 (25 มิถุนายน 2561) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดสัมมนาสื่อมวลชนในหัวข้อ “เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกพลังงาน” โดยนายพัฒนา แสงศรีโรจน์  รองผู้ว่าการนโยบายและแผน กฟผ. เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับสื่อมวลชน ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว

รองผู้ว่าการนโยบายและแผน กล่าวว่า ระบบไฟฟ้าไทยในปัจจุบันเป็นระบบแบบรวมศูนย์ คือ มีโรงไฟฟ้า ระบบส่งขนาดใหญ่ และระบบจ่ายไฟฟ้าครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ในอนาคตจะมีกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้าและ                 ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าไปสู่ชุมชน รวมถึงมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้น การเดินหน้าของอุตสาหกรรมไฟฟ้าในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกต้องรองรับการเข้ามาของพลังงานหมุนเวียน คือ การสร้างความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าต้องมีความยืดหยุ่น สามารถเริ่มเดินเครื่องได้รวดเร็ว ส่วนในระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้าจะต้องพัฒนาสู่ระบบ Smart Grid ทำงานผ่านรีโมทมอนิเตอร์ (Remote Monitor) สามารถเรียกดูข้อมูลและสั่งการจากศูนย์ควบคุมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที ต้องบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกทำให้สามารถคาดเดาหรือพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตได้ ส่วนพลังงานหมุนเวียนที่ยังมีข้อจำกัดเรื่องความไม่เสถียร ควรพัฒนาในรูปแบบของการผสมผสานระหว่างพลังงานหมุนเวียนกับเชื้อเพลิงหลัก (RE Hybrid Firm) เพื่อลดความผันผวน สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามระยะเวลาสัญญาที่กำหนด เช่น โซลาร์เซลล์กับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 

พลังงานลมกับเซลล์เชื้อเพลิง เชื้อเพลิงชีวมวลกับโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเพื่อช่วยให้การจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีเสถียรภาพ ซึ่ง กฟผ. ได้นำร่องโครงการติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานแล้วจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ขนาด 4 เมกะวัตต์ สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี ขนาด  21 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และสถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ขนาด 16 เมกะวัตต์-ชั่วโมง
 การพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าจึงต้องอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมต่อประเทศชาติและประชาชน โดยคำนึงถึงความสมดุล มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคงแต่มีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับภาพรวมของสังคมไทย สามารถบริหารจัดการโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ผลิต ประชาชน และหน่วยงานกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีค่าไฟฟ้าที่สามารถแข่งขันได้เพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

อดีตหนุ่มช่างกลโรงงาน ประสบความสำเร็จ เลี้ยงหมูหลุม ทำปุ๋ยหมูอินทรีย์ ทำรายได้ตกเดือนละ 2 แสน

อดีตหนุ่มช่างกลโรงงาน  ประสบความสำเร็จ เลี้ยงหมูหลุม ทำปุ๋ยหมูอินทรีย์ ทำรายได้ตกเดือนละ 2  แสนกว่าบาท  ลูกค้าสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง
เกษตรกรยุคใหม่ คิดใหม่ชีวิตก็จะสบาย  ชีวิตอดีตหนุ่มช่างกลโรงงาน ที่ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัวเมื่อปี 2555 เนื่องจากเบื่อชีวิตในโรงงาน ประกอบกับเป็นคนที่ชื่นชอบท่องเที่ยว ในแนวเชิงเกษตร หลายๆพื้นที่ทั้งในต่างจังหวัดและในพื้นที่จังหวัดกระบี่  โดยเฉพาะการเลี้ยงหมูหลุม จึงตัดสินใจสร้างโรงเรือนเลี้ยงหมูหลุมจำนวน 12 คอก ภายในสวนปาล์มน้ำมันของตัวเองในพื้นที่บ้านทับพล ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ 
โดยเลี้ยงหมูหลุมแบบครบวงจร ทุกอย่างสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และนำมาใช้เองได้  หมูหลุมทั้ง 12 คอก มีหมูทั้งหมด 150 ตัวในการเลี้ยงแต่ละครั้ง  เมื่อหมูอายุครบ 3 เดือน 10 วัน ก็จะขายหมูในกิโลกรัมละ 60-65 บาท โดยเน้นอาหารที่เป็นพืช ผักพื้นบ้าน เสริมกับอาหารหมู  เพื่อที่จะให้หมูมีคุณภาพปลอดจากสารตกค้าง ทำ ขายหมูแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาทต่อเดือน 
นอกจากนั้น ยังทำขี้หมูหลุมขาย เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ จะไม่มีเศษดินปะปน  เพื่อที่จะให้ลูกค้าได้ขี้หมูหลุมที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้  กระสอบละ 50 บาท  น้ำหนัก 25 กิโลกรัม  ปัจจุบันมีลูกค้าสั่งซื้อครั้งละไม่ต่ำกว่า 250 กระสอบ ทำรายได้ไม่ตำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน  สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ที่เหลือยังสามารถ นำไปใช้ในแปลงปลูกสาธิตปลูกผักปลอดสารพิษ ในพื้นที่  1 ไร่   เพื่อที่จะเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว เป็นการต่อยอดด้านการเกษตร แบบครอบวงจร  ปลูกผัก  เลี้ยงปลา ปลาก็จะกินผัก  ทำให้ปลาไม่มีสารตกค้าง  ผู้บริโภคผัก ปลา ก็ปลอดภัย 
นายธวัชชัย สหะวิริยะ  อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 7 บ้านทับพล  ต.เขาพนม  อ.เขาพนม จ.กระบี่   กล่าวว่า เมื่อก่อนเลี้ยงหมูหลุม เพื่อเป็นอาชีพเสริม จากการทำเกษตร สวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน  จนปัจจุบันสามารถเลี้ยงหมูหลุมได้ทั้งหมด 12 คอก  สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากขี้หมูหลุม 40 ตัน ต่อเดือน  เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกช่องทางหนึ่ง มีความสุขที่ได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองรักและชื่นชอบ นอกจากนั้นยังสามารถแบ่งบัน  ทั้งพืชผักและปุ๋ยอินทรีย์ที่เหลือจากการขายให้กับเพื่อนบ้าน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ผบ.นย.ลุยพื้นที่สร้างสัมพันธ์กับชุมชน พร้อมมอบของช่วยเหลือประชาชน

ผบ.นย.ลุยพื้นที่สร้างสัมพันธ์กับชุมชน พร้อมมอบของช่วยเหลือประชาชน
             
28 มิ.ย 61 น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.พร้อมด้วย ฝ่ายอำนวยการ พบปะพัฒนาสัมพันธ์ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ประชาชน เด็กและเยาวชน ในกิจกรรมนาวิกนาวีสัญจร ณ ตาดีกาฮัมมันบาบุลอิสลามปิยะน์ บ้านชูโว ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยจัดให้มีกิจกรรมสันทนาการ การวาดภาพระบายสี บ้านลม การมอบอุปกรณ์เครื่องเขียน และอุปกรณ์กีฬา การบริการของว่างและไอศกรีมแก่เด็ก การให้บริการด้านการแพทย์ตรวจรักษาพยาบาลเบื้องต้น เพื่อเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าทหารกับประชาชน ลดความหวาดระแวงระหว่างกัน และสร้างความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนให้มีความเจริญมั่นคงภายใต้พหุวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรม แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้
           
ในโอกาสเดียวกันนี้ น.อ.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.ได้แสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนที่ได้ผ่านการถือศีลอดในห้วงเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา พร้อมกับได้มอบผ้ารองละหมาด และอิทผาลัมให้กับผู้นำศาสนา มอบถุงยังชีพให้กับผู้สูงอายุ รวมทั้งได้ขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลบุคคลแปลกหน้า และผู้ไม่หวังดีที่จะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ หากพบเห็นให้ช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่ และฝากดูแลบุตรหลาน และเยาวชนที่อยู่ในความปกครองอย่าให้ถูกชักจูงไปกระทำในทางที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด หรือไปเป็นแนวร่วมของผู้ไม่หวังดี ขอให้พี่น้องประชาชนกับเจ้าหน้าทหารเป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน เพื่อที่จะได้ช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองของเราให้มีความเจริญก้าวหน้า และเกิดความสันติสุขตลอดไป โดยมี น.อ.บุญเกิด มูลละกัน ผบ.ฉก.ทพ.นย.ทร.พร้อมด้วย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ.             

 ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส  0936193807
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561

กระบี่-เปิดโครงการฝึกอบรมการพัฒนาปราชญ์ชุมชน และเยาวชน OTOP สู่การเป็นนักเล่าเรื่องชุมชน

(วันนี้)27 มิถุนายน 2561 โครงการฝึกอบรมการพัฒนาปราชญ์ชุมชน และเยาวชน OTOP สู่การเป็นนักเล่าเรื่องชุมชน
บ้านบางเตึยว หมู่ที่ 2 ตำบลคลองคลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อมเหนือ จ.กระบี่
นายอำนวย ยั่งยืน พัฒนาการอำเภอคลองท่อม นางสาวบุปผา คีรีเดช นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ นายไพโรจน์ บุญมณี นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ และนายยงยุทธ ชูมณี นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
โดยมี ปราชญ์ชุมชน และเยาวชนใน หมู่ 2 ตำบลคลองท่อมเหนือ ร่วมกิจกรรม เพื่อรับความรู้ ความเข้าใจ ในการถ่ายทอด และการเป็นเจ้าบ้านที่ดี
" ปราชญ์เล่า เยาวชนสืบสาน ตำนาน บ้านเรา "
จัดอบรมโครงการกรอบแนวทางการพัฒนา ฯ เรียนรู้รากเหง้า วิถีชีวิต อัตลักษณ์ จุดเด่น จุดขายของชุมชน เพื่อนำมาเป็นเรื่องเล่าชุมชน สร้างข้อมูลรวม ที่เป็นเรื่องเดียวกัน เป็นข้อมูลมาตรฐาน
และฝึกการเป็นนักเล่าเรื่อง และฝึกการถ่ายทอด เพื่อใช้ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว สู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยวบางเตียวในอนาคต
โดยมี ดร.กฤตพร บุตรเพชร นักวิชาการอิสระ บรรยาย กรอบแนวทางการสร้างเรื่องราวชุมชน
และทีมวิทยากรกระบวนการ
นางสาวทิวา ร่มรื่น
นางสาวภัทร ศิริแก้ว
นางสาวสายชล เจนงาน
นายกฤษะกร ชะนะชัยสมบัติ
จัดทำกระบวนการจัดเก็บข้อมูล
ดำเนินกิจกรรม เพื่อสรุปเป็นข้อมูลชุมชนเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับชุมชนต่อไป

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เผยนาทีชีวิต นร.วัย 17 ปี ชนท้ายฟอร์จูนเนอร์ดับสยอง อ.คลองท่อม จ. กระบี่(มีคลิป)

เผยวินาทีชีวิตเด็ก17 ขี่จยย.ชนท้ายฟอร์จูนเนอร์ดับ

 โซเชียลแชร์คลิปกล้องวงจรปิดริมถนน บันทึกภาพอุบัติเหตุ ฟอร์จูนเนอร์หยุดจอดกลางดื้อ ๆ ส่งผลเด็ก17 ขี่จยย.ตามหลัง ชนท้ายเข้าอย่างจังก่อนดับสยอง
      กรณีโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์คลิปเหตุการณ์รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีขาว วิ่งมาและชะลอรถซ้อนคันแบบเรียงหน้ากระดานอยู่ข้างๆรถตู้รับ-ส่งนักเรียน บนถนน 4 เลน ที่บริเวณหน้าโรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ ถนนเพชรเกษม ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ กระทั่งมีเด็กนักเรียนขี่รถมอเตอร์ไซต์มาชนท้ายรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีขาวคันดังกล่าว ส่งผลให้เด็กนักเรียนรายนั้นถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25มิ.ย. พ.ต.ท. สมชาย หนูบุญ สว.สอบสวน สภ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นเหตุที่เกิดขึ้นด้วยความประมาท ซึ่งฟอร์จูนเนอร์หยุดรถในที่ที่ไม่ควรหยุด และรถมอเตอร์ไซต์วิ่งมาชนท้าย ทั้งนี้จะต้องสอบสวนกันอีกครั้งหลังทางญาติผู้เสียชีวิตจัดการเรื่องงานศพเสร็จเป็นที่เรียบร้อย และอยากฝากถึงประชาชนว่าขณะขับรถผ่านหน้าโรงเรียนก็ให้ขับขี่อย่างระมัดระวัง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ทัน
          เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาทของรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีขาว ซึ่งผิดต่อกฎหมายอาญา มาตราที่ 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท พรบ.จราจรทางบก มาตราที่ 54การหยุดรถหรือการจอดรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามมาตรา 37 หรือไฟสัญญาณตามมาตรา 38 ก่อนที่จะหยุดรถหรือจอดรถในระยะไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร และจะหยุดรถหรือจอดรถได้เมื่อผู้ขับขี่เห็นว่าปลอดภัย และไม่เป็นการกีดขวางการจราจร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 500 บาท. 

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่เปิดโครงการ 74 ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA


การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่เปิดโครงการ 74 ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA ( การตรวจปรับปรุง ซ่อมแซม อุปกรณ์ไฟฟ้าให้กับครัวเรือนในชุมชน )
 ( วันนี้) 25 มิถุนายน 2561 เวลา 9.30 น. ณโรงเรียนบ้านเขาเทียมป่า ชุมชนบ้านในสระ หมู่ที่ 1 ตำบลเขาทอง อำเภอเมือง  จังหวัดกระบี่  นายภาณุมาศ   ลิ้มสุวรรณ  ผู้อำนวยการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นประธานเปิดโครงการ 74 ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA  โดยมีนายบุญธรรม   เจริญพงษ์   ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดกระบี่กล่าวรายงาน
  การจัดโครงการ 74 ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA  มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนใด้ใช้ไฟฟ้าที่ถูกต้อง   ประหยัด  ปลอดภัย  เพื่อลดอุบัติภัยจากการใช้ไฟฟ้าตลอดจนตรวจสอบและปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าในชุมชน  ให้มีความปลอดภัย การดำเนินโครงการในครั้งนี้ ได้คัดเลือกพื้นที่เป้าหมายชุมชนบ้านในสระหมู่ที่ 1 ตำบลเขาทอง  อำเภอเมือง  จังหวัดกระบี่  จำนวน 100 ครัวเรือน  วัดจำนวน 1 แห่ง  มัสยิด 1 แห่ง  โรงเรียนจำนวน 1 แห่ง และศาลเจ้าจำนวน 1 แห่ง ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้ามานานเป็นเวลาหลายปี  อาจมีการชำรุด และเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดต่างๆได้  มีระยะเวลาดำเนินการ 3 วันตั้งแต่วันที่ 25 ถึง 27 มิถุนายน 2561
    สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ได้จัดให้มีกิจกรรมจัดบูธคลินิกให้ความรู้ แนะนำ และแจกเอกสารการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และปลอดภัย  โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญ แนะนำให้ความรู้แก่ผู้ใช้ไฟในชุมชน  การปล่อยขบวนของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การปฏิบัติงานในพื้นที่เป้าหมาย โดยดำเนินการตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขและเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดภายในบ้านของชุมชน เช่นติดตั้งอุปกรณ์ตัดต่อ เตือนระบบไฟฟ้า เมนเบรกเกอร์ เครื่องตัดไฟรั่ว หลอดไฟแอลอีดีสายไฟฟ้า เต้ารับสวิตซ์ ไฟฟ้าระบบการต่อลงดินและอุปกรณ์อื่นๆ

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

Miss Cream” สกินแคร์ ฉลองความสำเร็จ พาตัวแทนจากไทยและกัมพูชา ทัวร์กระบี่ กับทริปสุดหรู

Miss Cream” สกินแคร์ ฉลองความสำเร็จ พาตัวแทนจากไทยและกัมพูชา ทัวร์กระบี่ กับทริปสุดหรู
เรียกว่าฮอตไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆ กับ Miss Cream Skin Care ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ปรนนิบัติผิวสวย จบ ครบสูตร ล่าสุด เมื่อวันที่ 19-20 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา บริษัท มิสครีม (ไทยแลนด์) จำกัด ได้พาตัวแทนผู้จัดจำหน่ายกว่า 200 ชีวิต ท่องเที่ยวทริปสุดหรู ณ จังหวัดกระบี่ นำทีมโดย คุณอารญา คำอินต๊ะ เจ้าของแบรนด์ Miss Cream Skin Care และคุณตุ๊กตา ศรีชาติ ร่วมกับคุณกันจนา รุ่งเหมือนฟ้า 2 CEO ที่พาตัวแทนจากประเทศกัมพูชาและประเทศไทย มาร่วมสนุกกันในทริปครั้งนี้
​โดยคุณครีม – อารญา คำอินต๊ะ เจ้าของแบรนด์กล่าวว่า “เข้าสู่ปีที่ 3 “Miss Cream” โดยปกติเราจะจัดงานใหญ่ประจำปีๆละ 1 ครั้ง ทั้งในไทยและต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์มิสครีม อาจถือว่าไม่ได้เป็นสินค้ากระแสทั่วไป แต่ก็ยังขายดี โดยเฉพาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศกัมพูชา เราได้ผลตอบรับที่ดีเยี่ยม และในทริปนี้ได้มีการแนะนำสินค้าตัวใหม่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค เข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Cosmetic Make up / Lipstick / ผลิตภัณฑ์เพื่อจุดซ้อนเร้น และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายสำหรับท่านชาย งานครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ และรวมพลตัวแทน เก็บความทรงจำสุดสนุกกับทริปสุดหรู เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ที่รักในแบรนด์ Miss Cream และสนับสนุนกันอย่างดีมาตลอด”
การพาตัวแทนไปท่องเทียวในครั้งนี้ถือเป็นทริปการท่องเที่ยวแบบ Exclusive สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินระดับภัตคารทุกมื้อ พักโรงแรมสุดหรู ที่สำคัญ ทริปนี้ฟรีสำหรับตัวแทน
 สำหรับท่านใดที่อยากร่วมทริปดีๆแบบนี้สามารถติดตามข่าวสารหรือสมัครเป็นตัวแทนผู้จัดจำหน่ายได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Miss Cream Skin Care ทั่วประเทศ

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ประชาชนจังหวัดกระบี่และจังหวัดไกล้เคียง ร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น เพื่อโรงพยาบาลกระบี่ครบรอบ 65 ปีครั้งที่ 1 กว่า 3,500 คน

ประชาชนชาวจังหวัดกระบี่และจังหวัดไกล้เคียง ร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น เพื่อโรงพยาบาลกระบี่ครบรอบ 65 ปีครั้งที่ 1 กว่า 3,500 คน
      วันนี้(24 มิ.ย 61)โรงพยาบาลกระบี่จัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น เพื่อโรงพยาบาลกระบี่ครบรอบ 65 ปีครั้งที่ 1 จัดขึ้น ณ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ โดยมีว่าที่ร้อยตรีอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการเปิดงาน และประธานในการปล่อยตัวนักวิ่งในระยะ 5 ก.ม / 10 ก.ม และปั่นจักรยาน 21 ก.ม ซึ่งการจัดงานในวันนี้มีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประชาชนเข้าร่วมกว่า 3,500 คน
ด้วยปัจจุบันโรงพยาบาลกระบี่มีผู้มารับบริการเฉลี่ยมากกว่า 1300 คนต่อวัน และแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาคารสถานที่และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงมีความจำเป็นในการจัดกิจกรรมการกุศลเพื่อหารายได้มาปรับปรุงอาคาร และจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีการบูรณาการจัดกิจกรรมขึ้นจำนวน 4 กิจกรรม  คือ          1.กิจกรรมนำเสนอผลงานวิชาการและนิทรรศการ 65 ปีโรงพยาบาลกระบี่ 2. กิจกรรมเดินวิ่งปั่นเพื่อโรงพยาบาลกระบี่ครั้งที่ 1  3. กิจกรรมทำบุญประจำปีและทอดผ้าป่าสามัคคีโรงพยาบาลกระบี่ และ 4. กิจกรรมรวมน้ำใจ
 สำหรับกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น เพื่อโรงพยาบาลกระบี่ครบรอบ 65 ปี ในวันนี้จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองด้วยการออกกำลังกายและให้ประชาชนมีความสนใจการออกกำลังกายในหลายๆรูปแบบ หลายกลุ่มวัยได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมเดินวิ่งหรือ Fun Run ในระยะ 5 กิโลเมตร /วิ่งระยะทาง 10 กิโลเมตรและการปั่นจักรยานระยะทาง 21 กิโลเมตร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากในจังหวัดและในจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

***นัฐ ศรีปล้อง และทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน***

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ทหารจับผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้ากว่า 4 พันเม็ด คาด่านตรวจความมั่นคงทุ้งนุ้ย

ทหารจับผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้ากว่า 4 พันเม็ด คาด่านตรวจความมั่นคงทุ้งนุ้ย
          เมื่อเวลา 18.30 น.วันนี้ 23 มิ.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ด่านตรวจทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล พ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว ผบ.ร.5 พัน. 2 ร.ต.ประสิทธิ์ ท่องเที่ยว ชป.รส.ร.5 พัน.2 (ด่านความมั่นคง) และ บก.ควบคุมพล.ร.5 โดยชป.รส.ร.5 พัน.2   จ.สตูล (ด่านตรวจทุ่งนุ้ย) ร่วมกับ จนท.ตร.นปพ.ภ.สตูล ,จนท.ตร.สภ.ควนโดน และ จนท.ตร.สภ.ควนกาหลง และเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง อ.ควนกาหลง ร่วมตั้งด่านตรวจสกัดเส้นทางขาเข้า และขาออก โดยได้เรียกตรวจรถทุกคันตรวจตราความเรียบร้อยตามปกติ ก่อนพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ 110 สีแดงดำ  ทะเบียน  1 กค 1590 สตูล จึงขอตรวจปกติแต่กลับพบพิรุธและผู้ต้องหาพยามจะวิ่งหนีแต่เจ้าหน้าที่จับได้ทันจึงตรวจค้นรถต่อและตรวจค้นตัวผู้ต้องหาพบ(ยาบ้า)ซ่อนไว้ในกางเกงชั้นใน  อยู่ในถุงเมล็ดฟักทองตรามือ บรรจุในถุงพลาสติกแบบกดปิดเลื่อนเปิด สีน้ำเงินจำนวน  16  ถุง  และบรรจุในถุงพลาสติกสีดำมีรูปแอปเปิ้ลบนถุงจำนวน 4 ถุง  รวม 20 ถุง  ตรวจสอบพบยาบ้าชนิดเม็ดสีส้ม จำนวน  4,020เม็ด และชนิดสีเขียว  40 เม็ดรวม  4,060เม็ด  จึงควบคุมตัวนาย  ชาตรี   รัตนรงค์ อายุ  30  ปี  ที่อยู่  155 ม.4 ต.เจ๊ะบิลัง  อ.เมืองสตูล  จ.สตูล เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจความมั่นคงทุ่งนุ้ยได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สภ.ทรายขาว.รณรงค์ไม่เล่นพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 พร้อมขับเคลื่อน โครงการไทยนิยมยั่งยืน

 สภ.ทรายขาว.รณรงค์ไม่เล่นพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 พร้อมขับเคลื่อน โครงการไทยนิยมยั่งยืน เวทีที่ 4 บ้านคลองปิ้ง
     
วันที่ 22 มิ.ย.61  ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.วิโรจน์ โรจน์พัฒนสุข รอง สวป.สภ.ทรายขาว ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองอำเภอคลองท่อม โดยมีนายเกรียงศักดิ์ อินทนุพัฒน์ ปลัดเทศบาล ต.คลองพนพัฒนา, นายสีลม บุญกร จิตอาสาคลองท่อม, นายประภาส กาเยาว์ ประธาน ศพก.คลองพนฯ, นายมนูญ เกกินะ กำนัน ต.คลองพน เป็นวิทยากรและเป็นกรรมการร่วมโครงการไทยนิยมยั่งยืน เวทีที่ 4 หมู่ที่ 4 บ้านคลองปิ้ง ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ณ อาคารเอนกประสงค์มัสยิดบ้านคลองปิ้ง มีประชาชนเข้าร่วมโครงการฯจำนวน 70 คนเศษ ดังนี้...
     -รณรงค์ ปชส. เชิญชวน ไม่เล่นพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตาม กม. และมาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงินทุกราย ไม่มีการยกเว้น
     -รู้เท่าทันเทคโนโลยี่ในโลกปัจจุบัน
     -ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดและได้นำเสนอหมู่บ้านนำร่องแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยที่ สภ.ทรายขาว ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านบ่อม่วงและประชาชน ณ บ้านบ่อม่วง หมู่ที่ 4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด"
     -งานตามภารกิจของทุกหน่วยงานต่างๆ
     -ติดตามการขับเคลื่อนการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาต่างๆในพื้นที่
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561

รร.สารสาสน์วิเทศชลบุรี ได้จัดหน่วยการเรียนรู้เปิดประตูรถได้เองเมื่อถูกลืม เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

รร.สารสาสน์วิเทศชลบุรี ได้จัดหน่วยการเรียนรู้เปิดประตูรถได้เองเมื่อถูกลืม เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

วันที่ 22 มิถุนายน 2561 นางสาวเตือนใจ บัวประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯจัดหน่วยการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนได้รู้จักการรักษาความปลอดภัย
เพื่อช่วยเหลือตนเองเมื่ออยู่ในสถานการณ์อันตราย
โดยวิธีการ "จำลองสถานการณ์"
เมื่อนักเรียนติดอยู่ในรถ และประตูถูกล็อคไว้
หลังจากคณะครูซึ่งเป็นวิทยากรอธิบายวิธีการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆจนจบขั้นตอนแล้ว
จึงเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้ช่วยเหลือตนเองเพื่อทดสอบความเข้าใจ
หากต้องติดอยู่ในสถานการณ์คับขัน
พร้อมยกตัวอย่างวิธีการช่วยเหลือตนเอง ดังนี้
- การทำความเข้าใจกับอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ภายในรถตู้
- การรู้จักปลดล็อคประตูรถ
- การเปิดหน้าต่างรถยนต์เพื่อถ่ายเทอากาศ
- การส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ด้วยการกด สัญญาณแตรรถยนต์เพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือช่วยเหลือ ทั้งนี้เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถช่วยเหลือตนเองเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์จริง
  ทางโรงเรียนฯ ขอขอบคุณ คุณสมควร บุญดี เจ้าของรถตู้รับส่งนักเรียน ที่ให้การสนับสนุนการจำลองสถานการณ์ในครั้งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นายอลงกรณ์ ศิลา ผู้สื่อข่าว จังหวัดชลบุรี-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สุดยิ่งใหญ่!สังข์ทองเกมส์ ครั้งที่ 40 ใช้เพลงคุกกี้เสี่ยงทาย เปิดสนาม นักแสดง-กีฬา กว่า 3,000 ชีวิต(มีคลิป)

สุดยิ่งใหญ่!สังข์ทองเกมส์ ครั้งที่ 40 ใช้เพลงคุกกี้เสี่ยงทาย เปิดสนาม นักแสดง-กีฬา กว่า3,000 ชีวิต สืบสานสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจอันดี สร้างความสามัคคี ความกลมเกลียวในหมู่คณะ ขจัดพฤติกรรมอันไม่พึงปรารถนาของสังคมโดยเฉพาะปัญหายาเสพติด
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 พ.ต.อ.ขจิต คงปราบ  ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่   เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียนสังข์ทอง วิทยา หรือ สังข์ทองเกมส์    ครั้งที่ 40   จัดขึ้น ณ.สนามโรงเรียนสังข์ทองวิทยา   อําเภอเหนือคลอง     จังหวัดกระบี่ โดยมีนายธีร์ สังขสัญญา ผู้อำนวยการโรงเรียนสังข์ทองวิทยา กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานมีเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง เข้าร่วมในพิธีการแข่งขันประมาณ 1 หมื่นคน
   นายธีร์ สังขสัญญา ผู้อำนวยการโรงเรียนสังข์ทองวิทยา  กล่าวว่า การจัดการแข่งขันกีฬาสังข์ทองเกมส์ ได้จัดติดต่อกันมาเป็นครั้งที่ 40 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคน ได้แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬาให้นักเรียนทุกคน เป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สร้างความสามัคคีในหมู่คณะระหว่างชุมชน ผู้ปกครอง ครู และนักเรียน ปลูกฝังการรักในการออกกำลังกาย และเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่ากีฬาคือสื่อในการสืบสานสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอันดี สร้างความสามัคคี ความกลมเกลียวให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ กีฬาเป็นสิ่งขจัดพฤติกรรมอันไม่พึงปรารถนาของสังคมโดยเฉพาะปัญหายาเสพติด
   สำหรับโรงเรียนสังข์ทองวิทยามีครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 217 คน นักเรียน 4,300 คน ในการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ชนิดกีฬา แบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 สี คือสีเหลือง สีม่วง สีฟ้า สีชมพู และสีเขียว โดยทำการแข่งขัน 2 วันคือ วันที่ 23 และวันที่ 24 มิ.ย. 2561 แบ่งออกเป็น 7 รุ่น คือรุ่นอายุ 3 ปี 4 ปี 5 ปี 6 ปี 8 ปี  10 ปีและ 12 ปี สำหรับการจัดการแข่งขันสังข์ทองเกมส์ครั้งที่ 40 นี้มีการเปิดสนามในชุด คุกกี้เสี่ยงท้าย มีนักเรียนเข้าร่วมในการแสดงจำนวน 1,100 คน
***ทีมข่าว กระแสใต้-รายงาน***
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. จับมือ 4 สถาบันการศึกษา ลงนามความร่วมมือทางวิชาการด้านการทำเหมืองแร่

กฟผ. จับมือ 4 สถาบันการศึกษา ลงนามความร่วมมือทางวิชาการด้านการทำเหมืองแร่
        
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือทางวิชาการด้านการทำเหมืองแร่ระหว่าง กฟผ. และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จาก 4 สถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษาและวิจัยทางด้านงานเหมืองแร่ให้แก่บุคลากรของ ด้านเหมืองแร่ พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพให้ กฟผ. เหมืองแม่เมาะ เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกอบรมด้านเหมืองแร่ของประเทศไทย 
    (22 มิถุนายน 2561) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่อง ความร่วมมือทางวิชาการด้านการทำเหมืองแร่ ระหว่าง กฟผ. โดย นายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนิต เฉลิมยานนท์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐ วรยศ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร.กิจจา ไชยทนุ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ณ ห้องประชุม M.1 อาคารที่ทำการเหมืองแม่เมาะ กฟผ. เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง 
       นายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. กล่าวว่า “กฟผ. เหมืองแม่เมาะ มีภารกิจในการผลิตถ่านหินลิกไนต์ปีละ 16 ล้านตัน และหินปูนปีละ 1.4 ล้านตัน ส่งให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 2,400 เมกะวัตต์ ถือเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีการดำเนินงานทำเหมืองแร่ถ่านหินและหินปูนแบบเหมืองเปิดขนาดใหญ่ มีระบบและกระบวนการทำเหมืองตามหลักวิชาการและมีมาตรฐานการปฏิบัติงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานเหมืองแร่อย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน การฟื้นฟูสภาพพื้นที่การทำเหมืองทั้งในระหว่างทำเหมืองและภายหลังการปิดเหมืองในอนาคต ตลอดจนการดูแล และพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนโดยรอบ ทำให้เหมือง แม่เมาะมีศักยภาพเหมาะสมที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ของสถาบันการศึกษา และนำไปสู่การพัฒนาการทำเหมืองแร่ของประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปพร้อมกันในทุกภาคส่วน” 
“ภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าว กฟผ. และสถาบันการศึกษา ร่วมกันจัดกิจกรรมค่ายวิชาการ Mining Camp เพื่อพัฒนา และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านการทำเหมืองแร่ระหว่างผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เหมืองแม่เมาะ อาจารย์ และนิสิตนักศึกษา ของสถาบันการศึกษา ความร่วมมือทางวิชาการเหมืองแร่ในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างให้เกิดการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ ระหว่างกัน นำไปสู่การพัฒนาบุคลากร ให้สามารถนำความรู้ไปพัฒนาเทคโนโลยีการทำเหมืองแร่ ให้มีความก้าวหน้า ทันสมัย เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของประเทศในอนาคต” รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. กล่าวทิ้งท้าย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

เจ้าหน้าที่รวบตัวลูกจ้างกองช่างเทศบาลเมืองสตูลพร้อมของกลางปืน-เครื่องกระสุน

เจ้าหน้าที่รวบตัวลูกจ้างกองช่างเทศบาลเมืองสตูลพร้อมของกลาง 7 รายการ
       เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ 23 มิ.ย.61 ภายใต้อำนวยการของ พ.อ.สุระ  แก้วไพโรจน์ รอง ผอ.รมน.จังหหวัด ส.ต.(ท.), พ.ต.อ.นิพนธ์  คงขวัญ ผกก.สภ.เมืองสตูล และ พ.ต.ท.บัณฑิต  สีหาโคตร ผบ.ร้อย.ตชด.436 ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ภูชงค์  สงวนจิตร สวป.สภ.เมืองสตูล, ร.ต.อ.ฮาซัน แหละซัน รอง สว.สส.เมืองสตูล, ร.อ.ปิยะเชษฐ์  หนูฉ้ง ส่วนประสานงาน กกล.รส.กอ.รมน.จว.ส.ต. ร่วมกับ ชปส.สภ.เมืองสตูล, ตร.สภ.เมืองสตูล  และ ชปส.ตชด.436 สนธิกำลังเข้าตรวจสอบเป้าหมายตามคำร้องเรียน หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายไชยวัฒน์  เพ่งกุล  อาชีพ ลูกจ้างอัตราจ้างตามภารกิจ กองช่าง เทศบาลเมืองสตูล ซึ่งถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมเป็นผู้ค้ายาเสพติด ในการนี้ ชุดตรวจสอบและจับกุม จึงได้เข้าตรวจสอบ  บ้านเลขที่ 66 ถ.ท่าไม้ไผ่ (สามแยกท่าไม้ไผ่) ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล จากการตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย ชุดตรวจสอบจึงได้เดินตรวจสอบบริเวณรอบๆ ตัวบ้าน ตามที่ได้รับรายงานจากสายลับ พบกระสอบปุ่ยวางแอบไว้ บริเวณบ้านร้าง อยุ่ติดกับบ้านนายไชยวัฒน์ฯ  พบของกลาง จำนวน 7 รายการ คือ 1.อาวุธปืนยาว เลขทะเบียน กท 31964 (ไม่มีใบ ป.4 มายืนยันผู้ครอบครอง) จำนวน 1 กระบอก  2.กระสุน, ขนาด .041 จำนวน 22 นัด  3.อาวุธพกสั้นขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก  4.กระสุนขนาด .22 จำนวน 21 นัด 5.ซองปืนพกสั้น จำนวน 1 ซอง  6.ฝาประกับปืนพกสั้น จำนวน 1 อัน  7.กระเป่าใส่กระสุน จำนวน 2 ใบ
         ซึ่งนายไชยวัฒน์ฯ ให้การขั้นต้นยอมรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของ ของกลางดังกล่าว ชุดตรวจสอบจึงได้ทำการควบคุมตัวนายไชยวัฒน์  เพ่งกุล และแจ้งข้อกล่าวหาความผิดฐาน “ ครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต “ และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตาเมท)” ชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าว นำส่ง พนง.สอบสวน สภ.เมืองสตูล เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...