• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

นศ.สาขาปกครองท้องถิ่นวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ตามแผนการจัดการเรียนการสอนหน่วยที่ 7 ภาวะผู้นำ

นักศึกษาสาขาปกครองท้องถิ่นวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ตามแผนการจัดการเรียนการสอนหน่วยที่ 7 ภาวะผู้นำ

นายอัสมีรี แวเด็ง นายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ ได้ให้การต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ศึกษาดูงาน ณ สำนักงานเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ในรายวิชาองค์การและการจัดการ ซึ่งได้จัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาสาขาปกครองท้องถิ่น  ตามแผนการจัดการเรียนการสอนหน่วยที่ 7 เรื่องการอำนวยการ ซึ่งมีหัวข้อเรื่องภาวะผู้นำ เพื่อให้นักศึกษาสาขาปกครองท้องถิ่นได้ความรู้และประสบการณ์จากการบริหารงานในสถานที่จริง ด้วยมีนักศึกษาจำนวน 20 คน เข้าศึกษาดูงาน และฟังการบรรยายจากนายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ  

นายอัสมีรี แวเด็ง นายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ มีการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์ให้กันภายในระหว่างบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีกลไกในการส่งเสริมการทำงานร่วมกันที่เป็นระบบ ผู้บริหารมีภาวะความเป็นผู้นำสูง บุคลากรในองค์กรมีความรู้ความสามารถและมีความรับผิดชอบ การบริหารงานมีการรับฟังความคิดเห็นจากภายนอก และมีความคล่องตัว มีการแปลงวิสัยทัศน์ นโยบาย และยุทธศาสตร์ ขององค์กรมาสู่การปฏิบัติงานอย่างแท้จริง เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการติดตามและประเมินผลโครงการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด มีความเพียงพอของงบประมาณ

จัดให้มีองค์กรภาคประชาชนในท้องถิ่นในรูปแบบต่างๆ เช่น สภาที่ปรึกษาประชาชนในท้องถิ่น เวทีรับฟังความคิดเห็น การจัดตั้งสถาบันพัฒนาผู้นำท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรเหล่านั้นเสนอแนะแนวทางในการดำเนินงานให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารงานและเสนอโครงการได้ตรงตามความต้องการของประชาชนและให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจมากที่สุด

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล อบต.กำแพง จัดโครงการอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขาภิบาลอาหารแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

สตูล อบต.กำแพง จัดโครงการอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขาภิบาลอาหารแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ตำบลกำแพง”
              วันนี้30พ.ค.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุมอุไรทอง อบต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.กำแพง จัดโครงการอบรมอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ โดยมีนางสำลี ลัคนาวงศ์ นายก อบต.กำแพง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบป้ายแก่ร้านอาหารที่ปลอดภาชนะโฟมบรรจุอาหาร 100 % และ ว่าที่ ร.ต.สุกล พรหมรักษ์ ปลัด อบต.กำแพง เป็นผู้กล่าวรายงาน กิจกรรมดังกล่าวเพื่อจัดให้กลุ่มเป้าหมาย  ได้แก่ ผู้ประกอบการจำหน่ายอาหาร ผู้สัมผัสอาหาร ครูผู้รับผิดชอบงานสุขาภิบาลอาหาร และแม่ครัวในโรงเรียนหรือในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กว่า 50 ราย ได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการสุขาภิบาลอาหารเพิ่มขึ้น สามารถนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงาน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปรุงประกอบอาหารได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาร้านอาหาร แผงลอยจำหน่ายอาหาร การจัดบริการอาหารในโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์การสุขาภิบาลของกรมอนามัย อันจะนำไปสู่สุขอนามัยที่ดีของผู้บริโภค
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สภ. ทรายขาวร่วมกิจกรรมมุสลิมสัมพันธ์ สมานฉันท์รอมฎอน ประจำปี 2561

สภ. ทรายขาวร่วมกิจกรรมมุสลิมสัมพันธ์ สมานฉันท์รอมฎอน ประจำปี 2561 พิธีละศีลอด ณ มัสยิดบ้านทับควาย ม.2 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่
     วันที่ 28 พ.ค.61 เวลาประมาณ 17.30 น. พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่, พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ปากบารา รอง ผกก.ป.สภ.ทรายขาว, พ.ต.ท.ปรีชา บุญมาก สว.ธร., พ.ต.ท.วรุฒ สาเหล็ม สว.สส., พร้อมสายตรวจรถยนต์, จราจร และผู้แทนข้าราชการตำรวจ สภ.ทรายขาว 
     พร้อมเข้าร่วมให้กำลังใจ พบปะพูดคุยและร่วมกิจกรรมมุสลิมสัมพันธ์ สมานฉันท์รอมฎอน ประจำปี 2561 และพิธีละศีลอด ณ มัสยิดเราะห์มาตุ้ลอิสลามียะห์(บ้านทับควาย) ม.2 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยมีนาย สมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ และคณะ(ข้าราชการประจำ-การเมือง อบจ.กระบี่), รองประธาน/คณะกรรมการอิสลาม จ.กระบี่, หน.ส่วนราชการ อ.คลองท่อม, นายกสมาคมอิสลาม จ.กระบี่, กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ต.ทรายขาว, อิหม่าม-คอเต็บ-บิหลั่น และคณะกรรมการประจำมัสยิด 4 มัสยิด ได้แก่
     1.มัสยิดเราะห์มาตุ้ลอิสลามียะห์(บ้านทับควาย) ต.ทรายขาว
     2.มัสยิดอัลอามีนอิสลาม(บ้านทุ่งล้อ) ต.ทรายขาว
     3.มัสยิดมุสลิมพัฒนา(บ้านทุ่งยอ) ต.ทรายขาว
     4.มัสยิดนุรุ้ลอีหมาน(แคพรวก) ต.ทรายขาว
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่คลื่นลมแรงซัด ชายฝั่ง ที่เกาะพีพี ส่งผลให้เรือหางยาวที่จอดหน้าหาด จำนวน 8 ลำจมทะเล

กระบี่คลื่นลมแรงซัด ชายฝั่ง ที่เกาะพีพี ส่งผลให้เรือหางยาวที่จอดหน้าหาด  จำนวน 8 ลำจมทะเล โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ขณะเกิดเกิดเหตุไม่มีคนอยู่บนเรือ   เจ้าหน้าที่เตรียมสำรวจความเสียหาย ด้าน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจงหวัดกระบี่ เตือนประชาชนพื้นที่เสียงเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนัก
วันที่ 29 พ.ค.61 
นายนิติพัฒน์  มงคลประดิษฐ์   ผู้อำนวยการศูนย์รับแจ้งเหตุและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่  ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังประจำเกาะพีพีว่า ได้เกิดเหตุคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่ง หน้าหาดอ่าวต้นไทร เกาะพีพี ใกล้ท่าเทียบเรือเกาะพีพี  ม.7 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่   เป็นเหตุให้เรือหางยาวที่จอดบริเวณหน้าหาด ถูกคลื่นซัดจม จำนวน8 ลำ  เบื้องต้น เป็นเรือหางยาวหรือเรือหัวโทงขนาด 23-28 ตัวกง ทำให้ตัวเรือเครื่องยนต์ และทรัพย์สินที่อยู่บนเรือบางส่วนได้รับความเสียหาย  เจ้าหน้าที่ต้องคอยเฝ้าระวังทรัพย์สินบนเรือและประสานเจ้าของเรือเพื่อหาทางกู้เรือต่อไป
     นายนิติพัฒน์  เปิดเผยอีกว่า จากการรายงานของหน่วยเฝ้าระวัง ทราบว่าเหตุการณ์ ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ6โมงเช้าเศษๆ ได้มีลมกระโชกแรก จากนั้นก็ได้มีคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่ง ความสูงประมาณ 1-2 เมตร และซัดเข้าตัวเรือที่จอดหน้าหาด จมเสียหาย  แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากขณะเกิดเหตุยังไม่มีคนอยู่บนเรือ  ส่วนเรือที่ไม่ได้รับความเสียหายก็ ได้ย้ายเรือไปหาจอดในที่ปลอดภัยแล้ว  คาดว่าในช่วงเวลา11.00 น.จะมีคลื่นลมแรมมาอีกระลอก ขณะนี้ยังไม่สามรถกู้เรือได้  
       ด้านนายไพศาล  ขุนศรี   หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดกระบี่  ได้  ออกประกาศ แจ้งเตือน ประชานในพื้นที่เสี่ยง8อำเภอ เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก  ดินโคลรถล่ม  ส่วนทะเลคลื่นลม  เรือทุกประเภท เฝ้าระวังอันตรายจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีกำลังแรง ทำให้มีฝนตกหนัก ลมพัดแรง คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ในระยะนี้ ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม  เรือขนาดเล็ก เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และติดตามการประกาศแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ไฟไหม้รับวันวิสาขบูชา อาคารตลาดสดวอด 5 คูหา(มีคลิป)

ไฟไหม้รับวันวิสาขบูชา อาคารตลาดสดวอด 5 คูหา(มีคลิป)

      เกิดเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ครึ่งปูนครึ่งไม้ กลางตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ วอด 5 คูหา และโกดังเก็บข้าวเปลือกของนายอำเภอได้รับความเสียหาย เจ้าของบ้านระบุเห็นร้านเสริมสวยมาจุดธูปวันพระใหญ่ทั้งหน้าบ้านและชั้นบน กระทั่งได้ยินเสียระเบิดดังสนั่นก่อนจะมีเปลวไฟลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
วันนี้ 29 พ.ค.61 ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรถดับเพลิงหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม และพื้นที่ใกล้เคียงมาช่วยเหลือ
โดยอาคารดังกล่าวเป็นอาคารเช่า เพลิงได้เริ่มลุกไหม้จากห้องเสริมสวยก่อน แล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว รถดับเพลิงต้องพยายามเร่งควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปห้องอื่น ซึ่งมีอาคารลักษณะเดียวกันมากกว่า 20 หลัง
นอกจากนี้ไฟยังไหม้ลามไปถึงบ้านนายอำเภอประโคนชัย ซึ่งมีโกดังเก็บข้าวเปลือกอยู่ด้วย แต่กู้ภัยสกัดเพลิงเอาไว้ได้ ทำให้โกดังเก็บข้าวเปลือกได้รับความเสียหายบางส่วน กู้ภัยใช้เวลานานกว่า 1 ชม.จึงสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามได้ เบื้องต้นมีอาคารถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด 5 คูหา มีสำนักงานทนายความ ร้านเสริมสวยและร้านค้า
นายสมชัย ปัตถา เจ้าของบ้านเช่า บอกว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.ตนเองออกมาเดินเล่นบริเวณบ้านเช่า เห็นเจ้าของร้านเสริมสวยกำลังจุดธูปบริเวณหน้าบ้าน ตนไม่แปลกใจเพราะวันนี้เป็นวันพระใหญ่ ซึ่งจากการสอบถามเจ้าของร้านเสริมสวยแล้ว ยังทราบว่าได้ขึ้นไปจุดธูปบนชั้นสองด้วย โดยชั้นสองมีห้องครัว มีถังแก๊ส จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น.ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ก่อนจะมีเปลวไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
คาดว่าอาจจะเกิดจากการจุดธูปแล้วมีประกายไฟ ลุกไหม้จนทำให้ถังแก๊สระเบิด และลุกไหม้ตามกระแสแก๊สอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อีกครั้ง เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท

ภาพ / ข่าว ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง / วันชัย ผิวอร่าม จ.บุรีรัมย์
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสจัด สัมมนาเชิงปฏิบัติการทิศทางการพัฒนาวิทยาลัยชุมชนสู่ความเป็นเลิศ

วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสจัด สัมมนาเชิงปฏิบัติการทิศทางการพัฒนาวิทยาลัยชุมชนสู่ความเป็นเลิศ

 ณ ห้องประชุมผกากรอง อาคารวิทยบริการ วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการทิศทางการพัฒนาวิทยาลัยชุมชนสู่ความเป็นเลิศเพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนให้มีความสอดคล้องและครอบคลุมภารกิจของวิทยาลัยชุมชน  โดยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยชุมชนทั้ง กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสกรรมการสภาวิชาการวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสตัวแทนศิษย์เก่าอาจารย์ผู้สอนวิทยาลัยชุนนราธิวาสบุคลากรวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส และตัวแทนนักศึกษา เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ทั้งสิ้น 105 คน  
นายยุทธนา พรหมณี ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ได้กล่าวว่า “ การจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการทิศทางการพัฒนาวิทยาลัยชุมชนสู่ความเป็นเลิศ ในครั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้บริหารและบุคลากรวิทยาลัยชุมชน พร้อมทั้งเพื่อร่วมกันระดมความคิดวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT) ทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ อัตลักษณ์ และจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการประจำปีของวิทยาลัยชุมชนที่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และร่วมกำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานตามพันธกิจ พ.ศ.2560 ถึง 2564 เพื่อการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนเป็นไปตามกรอบที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คือดร.ถนอม อินทรกำเนิด กรรมการสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนร่วมบรรยายในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาวิทยาลัยชุมชนสู่ความเป็นเลิศ” เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา 
นายอัศว์มันต์ บินยูโซ๊ะ ตัวแทนผู้เข้าร่วมสัมมนาได้กล่าวว่า “ รู้สึกดีที่ได้เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้รับรู้ถึงทิศทางแนวทางของวิทยาลัยชุมชนในด้านกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ อัตลักษณ์ของวิทยาลัยชุมชนที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ความพยายามของวิทยาลัยชุมชนในการเข้าร่วมพัฒนาชุมชนในการให้ความรู้ในด้านต่างๆเพื่อเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน และการให้โอกาสทางด้านการศึกษาในระดับอนุปริญญาของวิทยาลัยชุมชนให้แก่ผู้ที่ขาดโอกาส และตนจะได้นำสิ่งที่ได้รับรู้ในครั้งนี้ไปปรับใช้กับการเรียนการสอนในห้องเรียนเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจถึงบทบาทของวิทยาลัยชุมชนให้มากขึ้นกว่าเดิม”               

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

หัวหน้าคนงานก่อสร้าง ตึกในโรงพยาบาลกระบี่ เลือดร้อน เล่นน้ำเต้าปูปลากับคนงานก่อสร้าง หลังเลิกกงาน เกิดโวยวายหาว่าโกง ชักปืนไล่ยิงดับ

หัวหน้าคนงานก่อสร้าง ตึกในโรงพยาบาลกระบี่  เลือดร้อน เล่นน้ำเต้าปูปลากับคนงานก่อสร้าง หลังเลิกกงาน เกิดโวยวายหาว่าโกง  ชักปืนไล่ยิงดับ   ก่อนหอบลูกเมียขึ้นรถกระบะหลบหนี  ทิ้งปืนไว้ในที่พัก 1 กระบอก  เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัว
 เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 26 พ.ค.61    พ.ต.อ.สมเด็จ  สุขการ  ผกก.สภ.เมืองกระบี่   พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน  กองพิสูจน์หลักฐาน  แพทย์เวรโรงพยาบาลกระบี่   และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา เข้าตรวจสอบบริเวณแคมป์ คนงานก่อสร้าง  ภายในโรงพยาบาลกระบี่   ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่  หลังรับแจ้งเหตุ คนถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย  ทราบชื่อภายหลัง คือนายจอลิน  อายุ 32ปี   เป็นคนงานก่อสร้างสัญชาติพม่า   สภาพศพนอนอนหงาย สวมเสื้อยืดคอโปโลสีน้ำเงินเข้ม  นุ่งกางยีนต์สีน้ำเงิน ชันสูตร ศพ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธขนาด.38 มม. เข้าที่บริเวณราวนมด้านซ้าย1นัด  ทะลุแผ่นหลังด้านขวา  ที่เกิดเหตุ ไม่พบปลอกกระสุน  พบรองเท้าแตะ 1คู่  โทรศัพท์ผู้ตาย1เครื่อง  ของผู้ตาย
           จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุ ชื่อนายอนุกูล หาญธัญกรรม อายุ 50 ปี เป็นหัวหน้าคนงาน บ้านอยู่ ตำบลวังเพลิง  อำเภอโคกสำเริง  จังหวัด ลพบุรี  หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะตอนครึ่ง สี บรอนซ์เงิน ทะเบียน 1ฒษ  1370 กรุงเทพมหานคร    หลบหนีไป พร้อม ภรรยา และ ลูกสาวอีก 2คน เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบที่ห้องพักผู้ต้องหา พบอาวุธปืน ขนาด 38 มม. 1 กระบอก  คาดว่าเป็นอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ   เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
            เบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ หลังเลิกงาน หัวหน้าคนงาน และคนงานก่อสร้างชาวพม่า ได้ ตั้งวงเล่นการพนัน น้ำ เต้า ปู ปลา กัน ในที่พักคนงาน  โดยมีนายอนุกูล เป็นเจ้ามือ เมื่อเล่นไปสักพัก ผู้ตายโวยวาย  ไม่พอใจนายอนุกูล  ทำนองว่าโกง นายอนุกูลโมโห จึงได้ใช้อาวุธปืน ยิง ขึ้นฟ้า 2 นัด เพื่อข่มขู่ จากนั้น เพื่อนคนงานได้แยกผู้ตายออกจากวง  ผู้ตายจึง ได้เดินกลับห้องพัก ขณะเดียวกันนายอนุกูล ได้ เดินตามหลังไปก่อนชักอาวุธปืน ยิงผู้ตายเสียชีวิต  แล้วพาลูกเมียขึ้นรถกระบะหลบหนีความผิด  ผู้ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าก่อนที่นายจอลิน จะถูกยิงได้นั่งคุกเข่าขอชีวิต แต่ก็ไม่รอด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ วิทยุสกัด เพือ่ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ทวงคืนผืนป่าพลิกฟื้นป่าชายเลน 70 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา

สตูล ทวงคืนผืนป่าพลิกฟื้นป่าชายเลน 70 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา
         วันนี้25พ.ค.2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 34 (เจ๊ะบิลัง) และ 35 (ตำมะลัง)สำนักการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สชว.กอ.รมน.)โดย ร.อ.ปิยะเชษฐ์  หนูฉ้ง ผช.หน.บก.ควบคุม สขว.กอ.รมน.ที่ 4 ร่วมกับ นายวิสิษฐ์ สุทธิสว่าง หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลน ที่ 35 (เจ๊ะบิลัง สตูล)  เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการทวงคืน (พลิกฟื้น) ผืนป่าชายเลน จ.สตูล หน่วยงานเจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10  เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 34 – 37 และ 41 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สต.4 (ควนขัน) กรมป่าไม้  เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล  เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมือง จ.สตูล และเจ้าหน้าที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายที่ 436 ได้สนธิกำลังดำเนินการเพื่อปฏิบัติการทวงคืน (พลิกฟื้น) ผืนป่าชายเลยที่ถูกบุกรุกในพื้นที่เป้าหมาย AO 3  บ้านกาลันยีตัน ม.5 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 35 (เจ๊ะบิลัง สตูล) ท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก ยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 70 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา พบว่าพื้นที่เป้าหมายมีสภาพทำประโยชน์เป็นบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 13 บ่อ และปลูกพืชผลอาสิน ปลูกปาล์มน้ำมัน จำนวน 27 ต้น มะพร้าว จำนวน  64 ต้น มะม่วง จำนวน 2 ต้น มะขาม จำนวน 6 ต้น กระท้อน จำนวน 1 ต้น มะกรูด จำนวน 1 ต้น มะนาว จำนวน  1 ต้น ลองกอง จำนวน 1 ต้น ขนุน จำนวน 1 ต้น บนคันดินบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ 
        สำหรับบ่อกุ้งดังกล่าวเป็นบ่อกุ้งที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี สภาพบ้านพักถูกรื้อทิ้งต้นไม้ขึ้นรกร้างมานานแล้วสภาพบ่อก็มีสภาพที่ไม่ได้ใช้งานมานานแล้วเช่นกัน เจ้าหน้าที่ได้ติดป้ายตรวจยึดดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สลด น้ำตาผัวไทยกิ๊กเมียฝรั่ง ถูกตีจากกระโดดให้รถไฟชนดับสยอง(มีคลิป)

สลด น้ำตาผัวไทยกิ๊กเมียฝรั่ง ถูกตีจากกระโดดให้รถไฟชนดับสยอง(มีคลิป)

     หนุ่มวัย 31 ปี วิ่งกระโดดให้รถไฟชนเสียชีวิตคาที่ ต่อหน้าญาติที่พยายามห้ามกลางทุ่งนา แม่เผยลูกชายมีแฟนลับๆกับหญิงคนหนึ่งแต่ไม่มีลูก สาเหตุไม่แน่ชัด ขณะที่กระแสชาวบ้านเชื่อว่าผู้ตายเสียใจที่กิ๊กสาวภรรยาชาวต่างชาติ หนีออกจากบ้านไปตามหาแล้วไม่เจอบ่นน้อยใจก่อนจะก่อเหตุ
วันนี้ 26 พ.ค.61 ร.ต.ท.ปรฉัตร รักษาวงศ์ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.เมือง บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีคนถูกรถไฟชนเสียชีวิตที่สถานีหนองตาด อ.เมือง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม
ที่เกิดเหตุเป็นทุ่งนาระหว่างบ้านบัลลัง ต.หนองตาด ห่างจากสถานีหนองตาด ไปทางสถานีบุรีรัมย์ประมาณ 1 กม.พบศพนายเอนก แก้วกล่ำ อายุ 31 ปี ชาวบ้านบัลลัง ต.หนองตาด นอนเสียชีวิตในสภาพแขนขาหักหลายแห่ง ตกอยู่ห่างจากรางรถไฟประมาณ 5 เมตร และพบโทรศัพท์และรองเท้าผู้ตายตกอยู่ห่างกันประมาณ 5 เมตร 
จากการสอบถามนางบุญส่ง จันทร์เวียง อายุ 53 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองเลี้ยงวัวอยู่ถนนข้างทางรถไฟ ต่อมาผู้ตายเดินมาขอดื่มน้ำ ตนเองในฐานะญาติกันจึงถามไปว่าจะไปไหน ได้รับคำตอบแบบน้อยใจว่าจะไปตามหาเมีย”เพราะเมียฝรั่งทิ้ง ก่อนจะวิ่งตรงไปหารถไฟที่กำลังวิ่งมา โดยไม่สนใจตนเองที่ตะโกนห้าม จนกระทั่งชนกับรถไฟกระเด็นตกลงมาเสียชีวิตดังกล่าว
สอบถามนางเฉลิม คะเลารัมย์ อายุ 64 ปี แม่ผู้เสียชีวิต บอกว่า ลูกชายเก็บเสื้อผ้า บอกว่าจะไปตามหาภรรยาที่อยู่กินกันแบบลับๆ จนกระทั่งมาทราบข่าวว่ากระโดดให้รถไฟชน ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะน้อยใจที่หางานทำไม่ได้
จากข้อมูลของชาวบ้านทราบว่า ผู้ตายไม่มีลูก-เมีย แต่คบหากับภรรยาฝรั่งซึ่งเป็นคนตำบลเดียวกันมานานหลายปี โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายไปต่อว่าหลานของกิ๊กเมียฝรั่ง ทำให้กิ๊กเมียฝรั่งหนีออกจากบ้านไปในตัวเมือง โดยผู้ตายพยายามตามหาแต่ไม่เห็น คาดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย

 ภาพ / ข่าว ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง / วันชัย ผิวอร่าม จ.บุรีรัมย์
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สภ.ทรายขาว ขับเคลื่อน "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด" ส่งเสริมการท่องเที่ยวกระบี่

สภ.ทรายขาว ขับเคลื่อน "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด" ส่งเสริมการท่องเที่ยวกระบี่

     วันที่ 25 พ.ค.61 เวลาประมาณ 11.30 น. พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ พร้อมด้วย ด.ต.พิชิต โส้แหลม ผบ.หมู่(ป.) สภ.ทรายขาว ได้เดินทางออกตรวจพื้นที่บ้านบ่อม่วง หมู่ 4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ และเพื่อติดตามการดำเนินการต่างๆในพื้นที่เป้าหมายบ้านบ่อม่วงนำร่องปลอดยาเสพติด ณ บ้านนายสิทธิชัย บ่อม่วง ผู้ใหญ่บ้านบ้านบ่อม่วง เลขที่ 8/1 ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เพื่อหารือแนวทางดำเนินการจัดทำแผนที่หมู่บ้าน เพื่อปักหมุดครอบครัวนำร่องปลอดยาเสพติด(ครอบครัวของผู้ผ่านการบำบัด) และจะได้ทำการติดตั้งไว้ ณ มัสยิดชุมชนบ้านหัวแหลม(ศูนย์กุหลาบ พี่ทำเพื่อน้อง) อันเป็น 35 ครอบครัวแรกที่จะนำร่องให้เป็นครอบครัวที่ปลอดยาเสพติดอย่างแท้จริง และจะได้ขยายครัวเรือนออกไปให้ครอบคลุมพื้นที่ ต.ทรายขาว และ ต.คลองพน เขตรับผิดของของ สภ.ทรายขาว ต่อไป  

     ด้าน นายวีระพล คงมั่น อยู่บ้านเลขที่ 98 ซอย 18 ถนนกาญจนวณิชย์ ต./อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เลขาฯกรรมาธิการคมนาคม สนช. เจ้าของ/ผจก. หจก.คงมั่นการช่าง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีความประสงค์ที่จะส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว/แหล่งท่องเที่ยว ณ บ้านบ่อม่วง เนื่องจากทราบว่ามีการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติดและเกิดความมั่นใจหลังจากได้พบปะพูดคุยกับ ผกก.สภ.ทรายขาว โดยจะลงทุนกิจการโรงแรม/ที่พัก ระดับ 5 ดาว งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท จำนวนห้องพักกว่า 400 ห้อง และสามารถสร้างงานให้กับราษฎรในพื้นที่จำนวนกว่า 1,000 คน พื้นที่ดำเนินการประมาณ 80 ไร่เศษ

     ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีมากๆของหมู่บ้านและราษฎรในพื้นที่บ้านบ่อม่วงที่ได้ร่วมดำเนินการ "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด" ทำให้เกิดและมีการส่งเสริมพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวขึ้นในพื้นที่และพื้นที่ข้างเคียง รวมทั้งจังหวัดกระบี่ต่อไป

ศุภกิจ คงภักดี-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องหายิงยกครัวครูสอนนาฎศิลป์ที่ภูเก็ต

สตูล เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องหายิงยกครัวครูสอนนาฎศิลป์ที่ภูเก็ต
       
วันนี้25พ.ค.2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์    ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม นำหมายจับจากศาลจ.ภูเก็ต พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กองปราบฯกว่า 50 นาย สนธิกำลังกับ ทหารกองกำลังเทพสตรี ตำรวจสภ.มะนัง และตร.สภ.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต   เข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 48 ม.7 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล หลังจากสืบทราบว่าผู้ต้องหาคนสำคัญคดียิงยกครัวครูสอนนาฎศิลที่จ.ภูเก็ต หนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้วางกำลังออกเป็น 3 ชุด คือชุดจู่โจม ชุดปิดล้อม และชุดสนับสนุน เข้าโอบล้อมบริเวณบ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่รุ่งเช้า ซึ่งผู้ต้องหาเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามหลบหนีไปทางหลังบ้านซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตะครุบตัวได้โดยไม่ทันตั้งตัว  จากนั้นนำไปสอบปากคำที่สภ.มะนัง จ.สตูล
         สำหรับผู้ต้องหารายสำคัญคนดังกล่าว คือนายพันปกรณ์  สุวรรณฤทธิ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่12/390 ม.3 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยได้ก่อเหตุยิงนายสมชาย เคียงจันทร์ อายุ 42 ปี ครูสอนนาฎศิลป์ ในจ.ภูเก็ตพร้อมภรรยาคือนางอุรารัตน์  เคียงจันทร์ อายุ 43 ปี และนายธนาวัฒน์   เคียงจันทร์ อายุ 20 ปี ลูกชาย  โดยทั้ง 3 รายอาการบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 12/319 หมูบ้านธินวุฒิ  ม.3  ต.วิชิต อ.เมือง จ.สตูล    โดยในที่เกิดเหตุมีปลอกกระสุน 11 ม.ม.ตกกระจายเกลื่อนพื้น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 61 ที่ผ่านมา  แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่กองปราบฯทราบว่านายพันปกรณ์ หรือนายอ้น ผู้ต้องหาหนีไปอยู่ที่พัทลุงและมีนายหมัดหราด  หลีศิริ อายุ 53 ปี เจ้าของบ้านที่ให้ที่พักพิงไปรับตัวจากอ.กงหรา จ.พัทลุง
     
  จึงได้ติดตามจนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาไปหลบอยู่ที่นั่นจริงโดยเข้ามาอยู่ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.61 จึงวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว  หลังจับกุมนำตัวไปสอบสวนผู้ต้องหายังคงนิ่งเงียบพูดแต่เพียงว่าสาเหตุที่ยิงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสุนัขเหมือนที่ข่าวออกไป แต่เป็นเรื่องส่วนตัวโดยไม่ยอมปริปากพูดว่าเป็นเรื่องอะไร  ส่วนปืนที่ก่อเหตุได้ทิ้งไปหลังจากก่อเหตุในพื้นที่จ.ภูเก็ตแล้ว  ส่วนนายหมัดหราด หลีศิริ  เจ้าของบ้านที่ให้ที่พักพิงบอกว่าที่ให้ที่พักเพราะไม่ทราบเรื่องว่าผู้ต้องหาไปก่อเหตุมาเขาขอมาอยู่ด้วยเฉยๆ โดยให้การว่ามาอยู่ได้ 1 สัปดาห์โดยไม่ได้ทำอาชีพอะไร ที่ให้อยู่เพราะรู้จักมาเมื่อ20 ปีที่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อคำให้การเพราะแนวทางสืบสวนทราบว่าเจ้าของบ้านเป็นญาติฝ่ายพ่อของผู้ต้องหา และดำเนินคดีข้อหาให้ที่พำนักซ่อนเร้นกับผู้ต้องหาที่มีหมายจับ โดยพ.ต.อ.สมพงษ์  สุวรรณวงศ์ ผกก.6 กล่าวว่าคดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ คนร้ายเลือดเย็นยิงภรรยาก่อน จากนั้นครูนาฎศิลป์ ซึ่งเป็นสามีมาห้ามและยกมือไหว้ แต่ผู้ต้องหายิ้มและใส่กระสุนยิงทันทีก่อนที่จะหันไปยิงลูกชายอีกคน ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ยิงในบ้านยกครัว ส่วนสาเหตุนั้นต้องสอบสวนเพิ่มเติมอีกต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สมเด็จพระสังฆราช ประทานรางวัล"เพชรงามการสาธารณะสงเคราะห์" ประจำปี 2561

สมเด็จพระสังฆราช ประทานรางวัล"เพชรงามการสาธารณะสงเคราะห์" ประจำปี 2561
 แด่พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาสรางวัล

          นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี พันเอก ธิติวัฒน์ วาศกุลพิสิทธิ์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และคณะศิษยานุศิษย์ผู้เลื่อมใสศรัทธา ร่วมนมัสการและแสดงความยินดีในโอกาสที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกประทานอนุโมทนารางวัล "เพชรงามการสาธารณะสงเคราะห์" ประจำปี 2561แด่ พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส 

         สำหรับรางวัล"เพชรงามการสาธารณะสงเคราะห์" เป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม พิจารณาพระสงฆ์และคฤหัสถ์ รวมทั้งหน่วยงานต่างๆที่ทำคุณประโยชน์ด้านสาธารณสงเคราะห์ โดยปีนี้มีพระสงฆ์รับรางวัลจำนวน 18รูป และหน่วยงานภาครัฐ1แห่ง และภาคเอกชน1แห่ง 

          พระเทพศีลวิสุทธิ์เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เป็นพระมหาเถระผู้เป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประชาชนต่างศาสนิก สนับสนุนให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในพื้นที่และให้การสนับสนุน ช่วยเหลือประชาชนโดยไม่มีการแบ่งแยกศาสนา เพื่อส่งเสริมให้จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสันติสุขร่มเย็นจนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่รวมทั้งชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ สำหรับโครงการที่พระเดชพระคุณพระเทพศีลวิสุทธิ์ได้ดำเนินการไปนั้นมีมากมาย อาทิ สนับสนุนให้เกิดหมู่บ้านเฉลิมพระเกียรติฯในจังหวัดนราธิวาส จัดสรรที่ดินและพัฒนาที่ดินวัดเป็นธนาคารข้าวสำหรับประชาชน รับอุปการะเด็ก คนชรา และนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน ตลอดจนจัดสรรธรณีสงฆ์ให้ประชาชนใช้ในการประกอบอาชีพ                                   

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

โครงการ FSRU ลงพื้นที่สำรวจด้านเศรษฐกิจ สังคมและความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่

โครงการ FSRU ลงพื้นที่สำรวจด้านเศรษฐกิจ สังคมและความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ดำเนินการแล้วเกือบ 90%

**โครงการ FSRU อยู่ระหว่างลงพื้นที่สำรวจด้านเศรษฐกิจ สังคมและความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ในพื้นที่ศึกษาโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติฯ แนววางท่อส่วนบนบก วางขนานเขตคลองระบายน้ำสุวรรณภูมิ และใต้เขตระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ในจังหวัดสมุทรปราการ รวมระยะทางประมาณ  40 กม. ซึ่งเป็นแนววางท่อที่มีความเป็นไปได้และเหมาะสมมากที่สุด ปัจจุบันการลงพื้นที่สำรวจฯ ดำเนินการไปแล้วเกือบ 90% 

ว่าที่ พ.ต. ดร. อนุชาต ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์โครงการ (ชพฟช.) เปิดเผยถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ (Floating Storage and Regasification : FSRU) บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน โครงการท่าเทียบเรือ FSRU และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจาก FSRU ไปยังโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ว่า ภายหลังจาก กฟผ. และบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด บริษัทที่ปรึกษาในการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ดำเนินการจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ครั้งที่ 1 บริเวณพื้นที่ที่โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติฯ ส่วนบนบก ในจังหวัดสมุทรปราการแล้วเสร็จ ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 

จากนั้น กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษา ได้ลงพื้นที่ดำเนินงานตามกระบวนการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการลงพื้นที่สำรวจด้านเศรษฐกิจ สังคมและความคิดเห็นของประชาชน (Socio-Economic and Opinion Survey) ในกลุ่มผู้นำและประชาชน     (ครัวเรือน,สถานประกอบการ,หมู่บ้านจัดสรร) หน่วยงานราชการ สถานพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถาน และกลุ่มองค์กรต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษา ทั้งในและนอกระยะประชิด เพื่อชี้แจงข้อมูลและรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ รวมถึงการเก็บแบบสอบถามสำรวจสภาพเศรษฐกิจ สังคม และรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลต่อการดำเนินงานโครงการ ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีความคืบหน้าการดำเนินงานลงพื้นที่สำรวจฯ ในระยะประชิดไปแล้ว 87% และนอกระยะประชิด (ในรัศมี 500 เมตร) ไปแล้ว 88.5% ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จครบทุกพื้นที่ศึกษา ภายในเดือนพฤษภาคม 2561 ทั้งนี้ จากการประเมินทัศนคติต่อโครงการจากการลงพื้นที่ภาคสนาม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีทัศนคติเป็นกลางต่อการดำเนินงานโครงการ

สำหรับ แนววางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ส่วนบนบก ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษาโครงการที่มีความเป็นไปได้และเหมาะสมมากที่สุด คือ จุดขึ้นท่อบนบก ในเขตคลองระบายน้ำบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ (ฝั่งทิศตะวันตก) ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เชื่อมต่อไปยังเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ กฟผ. ประกอบด้วย เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 เควี เส้นบางปะกง-บางพลี (ฝั่งซ้าย) ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เรื่อยมาจนถึงเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 เควี เส้นบางพลี-เทพารักษ์ (ฝั่งซ้าย) ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร และเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 เควี เส้นเทพารักษ์-พระนครใต้ (ฝั่งซ้าย) ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร จนกระทั่งถึงโรงไฟฟ้าพระนครใต้ รวมระยะทางทั้งสิ้น ประมาณ 40 กิโลเมตร

อนึ่ง โครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ (FSRU) บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน โครงการท่าเทียบเรือ FSRU และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจาก FSRU เป็นโครงการเตรียมความพร้อมรองรับเชื้อเพลิงให้กับประเทศและเสริมความมั่นคงในการจัดหาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว เป็นไปตามมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 มอบหมายให้ กฟผ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ FSRU ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนเป็นแห่งแรกของประเทศไทย สำหรับรองรับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)  ในปริมาณ 5 ล้านตันต่อปี เพื่อจัดส่งก๊าซธรรมชาติให้กับโรงไฟฟ้าพระนครใต้และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ รวมทั้งจัดส่งก๊าซธรรมชาติเข้าสู่โครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จและส่งก๊าซธรรมชาติได้ในปี 2567
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สภ.ทรายขาว จ.กระบี่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด


สภ.ทรายขาว จ.กระบี่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกระบี่​ คณะทำงานโต๊ะข่าวเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด
     วันที่ 23 พ.ค.61 เวลา 09.30 - 12.20 น. พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่, พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ปากบารา รอง ผกก.ป.สภ.ทรายขาว และ พ.ต.ท.วรุฒ สาเหล็ม สว.สส.สภ.ทรายขาว ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกระบี่​ คณะทำงานโต๊ะข่าวเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 8/2561 ณ​ ห้องประชุมปกาสัย​ ชั้น​ 2 ศาลากลางจังหวัด​กระบี่​ เลขที่​ 5 โดยมีนายสมโภช โชติชูช่วง ปลัดจังหวัดกระบี่ ประธานการประชุมฯ
     ทั้งนี้การประชุมดำเนินไปตามระเบียบวาระ และในส่วนของผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของ สภ.ทรายขาว โดย พ.ต.ท.วรุฒ สาเหล็ม สว.สส.สภ.ทรายขาว ได้ชี้แจงเกี่ยวกับสถานภาพโดยทั่วไปของพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ทรายขาว หลังจากนั้น ผกก.สภ.ทรายขาว ได้นำเรียนที่ประชุมฯ เกี่ยวกับการดำเนิน "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง) ปลอดยาเสพติด" โดยบ้านบ่อม่วง ตั้งอยู่ ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ในปกครองของนายสิทธิชัย บ่อม่วง ผู้ใหญ่บ้านบ้านบ่อม่วง เป็นการดำเนินการโดยใช้หลัก "ชุมชนบำบัด - ศาสนาบำบัด" เป็นการดำเนินการของชุมชน โดยชุมชน และเพื่อชุมชนเอง ด้วยยุทธการ "น้ำดี ไล่น้ำเสีย" เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2561 ซึ่งได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งราษฎรบ้านบ่อม่วงที่ร่วมด้วยช่วยกัน ใช้มัสยิดชุมชนบ้านหัวแหลมเป็น "ศูนย์กุหลาบ พี่ทำเพื่อน้อง" บำบัดผู้ติดยาเสพติด จำนวน 35 คน ซึ่งเป็นราษฎรในพื้นที่บ้านบ่อม่วง ระหว่าง 4-12 พ.ค.61 และผ่านการบำบัดทั้ง 35 คน
     ในส่วน ตร.สภ.ทรายขาว เป็นพี่เลี้ยง/คู่บั๊ดดี้ผู้ผ่านการบำบัดทั้ง 35 ราย รวมทั้งให้ดูแลไปถึงครอบครัวทั้ง 35 ครัวเรือนของผู้ผ่านการบำบัด เพื่อดำเนินการให้เป็นครอบครัวปลอดยาเสพติด และจะได้ขยายครัวเรือน/พื้นที่ปลอดยาเสพติดออกไปอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ทรายขาว (ต.ทรายขาว และ ต.คลองพน) 
     ได้จัดสร้างเครือข่ายกลุ่มไลน์ของผู้ผ่านการบำบัดทุกคน เพื่อเป็นพลังของชุมชนและหมู่บ้าน เฝ้าระวังเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ชักจูงผู้หลงผิดให้กลับตัวกลับใจและเลิกเสพยาเสพติด รวมทั้งเชิญชวนผู้เสพติดให้เข้ารับการบำบัดในรุ่นต่อไปด้วย ทั้งเป็นสายข่าวและให้ข้อมูลผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อดำเนินมาตรการต่างๆในทุกมิติ กระทั่งการนำเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายของบ้านเมือง สภ.ทรายขาว จะได้ดำเนินการโครงการอย่างต่อเนื่องต่อไป  
     การดำเนินโครงการครั้งนี้ ได้รับการชื่นชมและชมเชยจากท่านประธานการประชุมฯ โดยเฉพาะท่าน พ.ต.ท. ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เคยกล่าวชมเชยการดำเนินโครงการนี้ต่อท่านประธานฯด้วย และอาจเป็นไปได้ว่า รูปแบบโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของกระบี่ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของ จ.กระบี่***ทีมข่าว กระแสใต้-รายงาน***

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ.เปิดอบรมทีมปฏิบัติงานโครงการภูมิชุมชนเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของชุมชน

กฟผ.เปิดอบรมทีมปฏิบัติงานโครงการภูมิชุมชนเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของชุมชน

 (21 พฤษภาคม 2561) ณ ห้องประชุมสิริวารี โรงแรมบัดดี้ โอเรียลทอล ริเวอร์ไซด์ จ.นนทบุรี นายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานเปิดการอบรมทีมปฏิบัติงาน “โครงการภูมิชุมชน” เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ชุมชนและเครือข่ายชุมชนมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) 
        โครงการภูมิชุมชน เป็นความร่วมมือระหว่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กับ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ชุมชน 4 ภาค ตามแนวศาสตร์พระราชา โดยมีนางรัชดา ทองอยู่ ผู้อำนวยฝ่ายกิจการสังคม เป็นผู้กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และนายสุกิจ อุทินทุ รองคณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วยอึ๊งภากรณ์ เป็นวิทยากรให้ความรู้และเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ชุมชน การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมการสัมมนาเพื่อเป็นทีมงานภาคสนามจำนวน 50 คน
-----------------------------------------------

ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สุราษฎร์ธานี ผบ.ร.25 พัน.3 มอบเครื่องอุปโภคและบริโภค ให้กับผู้ยากไร้ 2 สามี ภรรยา

สุราษฎร์ธานี ผบ.ร.25 พัน.3 มอบเครื่องอุปโภคและบริโภค ให้กับผู้ยากไร้ 2 สามี ภรรยา

เมื่อ 22 พ.ค.61 เวลา 1430 พ.ท.เฉลิมพล  เทโหปการ ผบ.ร.25 พัน.3 พร้อมด้วยสมาชิกเเม่บ้านจิตสา ดำเนินการตามโครงการ "คนไทยไม่ทิ้งกัน" โดยได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ,ชุดเครื่องครัว เเละเงินบรรเทาทุกข์ ให้เเก่ผู้ยากไร้สองสามีภรรยา (นายสมยศ  ทองใบ อายุ 53 ปี กล้ามเนื้อขาลีบ  เเละนางมยุรี  โฉมกลั่น อายุ 52 ปี สติไม่สมประกอบ) ซึ่งดำรงชีพด้วยการหาผักปลามาประทังชีวิต  ณ กระท่อมริมคลอง ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฏร์ธานี
***ทีมข่าว กระแสใต้-รายงาน***

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สภ.ทรายขาวปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ห้วงระดมกวาดล้างอาชญากรรมฯ ตามคำสั่ง หน.คสช.


สภ.ทรายขาวปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ห้วงระดมกวาดล้างอาชญากรรมฯ ตามคำสั่ง หน.คสช.
     วันที่ 22 พ.ค.61 ภายใต้อำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่, พ.ต.ท.พิสิทธิ์ ปากบารา รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.จักรพันธ์ ณ นคร รอง ผกก.สส.ฯ นำโดย พ.ต.ท.วรุฒ สาเหล็ม สว.สส, พ.ต.ต.สมบูรณ์ พูนส่ง สวป, ร.ต.อ.นันทกร มัธยันต์ รอง สวป, ร.ต.อ.สัจจะ สมกำลัง รอง สว.สส, ร.ต.ท.ประกิจ แก้วลอย รอง สวป, ร.ต.ต.ทรงฤทธิ์ หนูสาย รอง สว.(ป.), ด.ต.วิชิต จันทร์แจ่มศรี, ด.ต.สมบูรณ์ ตั้งคีรี, ด.ต.ปัญญา ทองชา,ติ จ.ส.ต.สัมฤทธิ์  จันทร์ส่องแสง และ ส.ต.ต.ธีรเมธ ปลอดอักษร สภ.ทรายขาว
     ★ร่วมกันจับกุมตัว...
      นายสุขใจหรือใจ วงค์สอน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/3 ม.10 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่         
     ★พร้อมด้วยของกลาง...
1.อาวุธปืนพกสั้น ชนิดลูกโม่ แบบบรรจุ 6 นัด ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
2.กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 10 นัด
     ★โดยกล่าวหาว่า...
มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน
     ★เหตุเกิดและจับกุม...
ภายในบ้านเลขที่ 47/3 ม.10 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เมื่อ 22 พ.ค.61 เวลาประมาณ 14.00 น.

    ต่อมาเวลา 15.10 น.
    ร่วมกันจับกุมตัว...นายสุเทพหรือกาด โต๊ะขวัญ อายุ 42 ปี อยู่ 160 ม.11 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมด้วยของของกลาง...
ต้นพืชกระท่อมสดสูง 3 เมตร จำนวน 1 ต้น น้ำหนัก 8 กิโลกรัม
  ดำเนินคดีในข้อหา ผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
     (.)เหตุเกิดและจับกุม...
ขนำไม่มีเลขที่ บริเวณบ่อกุ้ง ม.11 ต.คลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เมื่อ 22 พ.ค.61 เวลาประมาณ 15.10 น.
     นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.ทรายขาว ดำเนินคดีต่อไป
 
***ศุภกิจ คงภักดี-รายงาน***
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สตูล พล.ต.กฤษดา พงษ์สามารถ ผบ.พล.ร.5/ผบ.กกล.เทพสตรี/ผบ.บก.ควบคุม พล.ร.5 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ มว.ปล.เคลื่อนที่เร็ว กกล.เทพสตรี

สตูล พล.ต.กฤษดา พงษ์สามารถ ผบ.พล.ร.5/ผบ.กกล.เทพสตรี/ผบ.บก.ควบคุม พล.ร.5 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ มว.ปล.เคลื่อนที่เร็ว กกล.เทพสตรี
        วันนี้23พ.ค.2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามื่อวันที่ 22 พ.ค.2561 ที่ ห้องประชุม บก.ร.5พัน 2 ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว ผบ.ร.5 พัน.2 / ผบ.ควบคุม จ.สตูล / รอง ผบ.ฉก.ร.5 ให้การต้อนรับ พล.ต.กฤษดา พงษ์สามารถ ผบ.พล.ร.5 / ผบ.กกล.เทพสตรี / ผบ.บก.ควบคุม พล.ร.5 และร่วมติดตามคณะ ในโอกาสเป็นประธานการประชุมรับทราบการปฏิบัติงานและปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อด้านความมั่นคงในพื้นที่ จ.สตูล โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายด่านศุลกากรสตูล และตรวจเยี่ยมการปฏบัติงานของ มว.ปล.ที่ 3 ร้อย.ร.5021 อ.ควนโดน ,ด่านตรวจความมั่นคงทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล และด่านตรวจความมั่นคงทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล เพื่อบูรณารการร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่และตามแนวชายแดนของ จ.สตูล อีกทั้งเป็นการขับเคลื่อน งานนโยบายสำคัญ ของ มทภ.4 และ ผบ.ทบ. บรรลุผลตามนโยบายที่กำหนดต่อไป
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำรังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส ทำพิธีมอบทุนโครงการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ปี 61 เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคง (มีคลิป)

นราธิวาส ทำพิธีมอบทุนโครงการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ปี 61 เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคง
   23 พ.ค 61 ณ อาคารเอนกประสงค์ กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.เมือง จ.นราธิวาส นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีมอบทุนโครงการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ปี 2561 โดยมีนายกูอิลาม ระยีแก นายกสมาคมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมคณะ ผู้เข้าร่วมโครงการที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมเป็นเกียรติ
 นายกูอิลาม ระยีแก นายกสมาคมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ว่า ตามนโยบายรัฐบาลกำหนดให้ “ผู้ติดยาเสพติด คือ ผู้ป่วย” ที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ในฐานะทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า การติดตามดูแลช่วยเหลือเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยประคับประคองให้ผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขในสังคม ดังนั้นรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมได้กำหนดให้มีการคืนคนดีสู่สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การติดตามความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดรักษาฟื้นฟูยาเสพติดให้เป็นรูปธรรม มีศักยภาพ คุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถกลับไปดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข  
 ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน ในทางปฏิบัติการติดตามผู้ผ่านการบำบัดรักษาฟื้นฟูยาเสพติดโดยใช้กลไก กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครในพื้นที่ทำหน้าที่ติดตาม สังเกตพฤติกรรมและส่งข้อมูลการขอรับความช่วยเหลือให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อ ซึ่งยังมีข้อจำกัดในการให้ความช่วยเหลือ ปัจจุบันมีผู้ผ่านการบำบัดรักษาฟื้นฟูยาเสพติดและได้แจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือในพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่มีผู้ผ่านการบำบัดรักษาฟื้นฟูยาเสพติดได้รับความช่วยเหลือน้อย 
 นายกูอิลาม ระยีแก ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับในปี 2561 สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 ได้มอบหมายให้สมาคมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดทำโครงการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดรักษายาเสพติด ปี 2561 พื้นที่ จ.นราธิวาส มีผู้ได้รับการพิจารณาได้รับทุนสงเคราะห์ช่วยเหลือในการประกอบอาชีพ จำนวน 20 คน ประกอบด้วย อ.เมืองนราธิวาส 3 คน อ.ตากใบ 5 คน อ.ระแงะ 4 คน อ.ยี่งอ 4 คน อ.แว้ง 2 คน อ.บาเจาะ 1 คน อ.ศรีสาคร 1 คน โดยได้รับการสนับสนุนอาชีพเลี้ยงวัว 12 คน เลี้ยงแพะ 7 คน เลี้ยงไก่ 3 คน เพื่อนำไปประกอบอาชีพที่ยั่งยืนและมีรายได้ที่มั่นคงต่อไป โดยจะมีการติดตาม รวม ระยะเวลา 6 เดือน โดยใช้กลไกของเจ้าหน้าที่สมาคมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดำเนินงานตามแต่ละพื้นที่ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการประสบผลสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการ.     

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดกระบี่ YEC Krabi (วายอีซี กระบี่) ได้จัดงานสานสัมพันธ์ภาคใต้ ครั้งที่ 7 เกือบ 5 ล้านบาทเงินสะพัดในจังหวัด

ใครๆ ก็มางานสานสัมพันธ์กระบี่
จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดที่ติด 1 ใน 5 ของจังหวัดที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยในด้านการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 19 -20 พฤษภาคม 2561 กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดกระบี่ หรือ             YEC Krabi (วายอีซี กระบี่)  ได้จัดงานสานสัมพันธ์ภาคใต้ ครั้งที่ 7 โดยมีสมาชิก YEC                     จากทั่วประเทศมาร่วมงานในครั้งนี้ กว่า 400 คน  ร่วมสานสัมพันธ์เครือข่ายของแต่ละจังหวัดเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวโดยจัดกิจกรรมที่หาดนพรัตน์  รวมถึงโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ผ่านตัวแทน YEC ของแต่ละจังหวัด เพื่อแนะนำและบอกต่อให้นักท่องเที่ยวมาเยือนกระบี่อย่างประทับใจ  

นายวงศกร เอ่งฉ้วน  ประธาน YEC หอการค้าจังหวัดกระบี่  บอกว่า  YEC Krabi เป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้   มีสมาชิก YEC จากทั่วประเทศมาร่วมงาน กว่า 400 คน ทำให้เกิดเงินสะพัดกับร้านค้า    ที่พัก   ร้านอาหารในจังหวัดกระบี่ เกือบ 5 ล้านบาท เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นอีกด้วย  และเป็นการพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง การมีส่วนสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น  เป็นการเชื่อมสัมพันธ์เครือข่ายในระดับจังหวัด ระดับประเทศ ตลอดจนเครือข่ายไปยังต่างประเทศอีกด้วย

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส ต้อนรับคณะกรรมการตัดสินการประกวดผลการดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศ

นราธิวาส ต้อนรับคณะกรรมการตัดสินการประกวดผลการดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE  ระดับประเทศ ขณะที่นายอัสรี วัฒนายากุล ตัวแทนเยาวชนจ.นราธิวาส  to be number one Idol 8 ระดับประเทศร่วมในกิจกรรม ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น

 22 พ.ค 61 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส นายสุรพร  พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ต้อนรับคณะกรรมการตัดสินการประกวดผลการดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE  ระดับประเทศ โดยมีนายธรรมรงค์  คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส   นายแพทย์สาธิต  ทิมขำ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส  นายแสงประทีป   โกมลบุตร  นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส ผู้ตรวจราชการ กรมพินิจและคุ้มครองแรงงาน ประธานเด็กและเยาวชน  นายประวิทย์  เคียงผล ผู้เชี่ยวชาญ  นางสาวจีระวรรณ   ปักกัดตัง ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบการแนะแนว สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนคณะกรรมการด้านการป้องกัน TO BE NUMBER ONE  หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

นายสุรพร  พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส นำเอาพระปณิธานขององค์ประธานโครงการทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี น้อมนำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 16 ปี  โดยได้ดำเนินกิจกรรมโครงการตามยุทธศาสตร์หลักของโครงการ ทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ มาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2545 เน้นให้มีการรับสมัครสมาชิกใหม่  เพิ่มสมาชิกและขยายเครือข่าย สร้างนวัตกรรม ต่อยอดนวัตกรรมสู่องค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งได้บรรจุโครงการ TO BE NUMBER ONE   ในแผนการพัฒนาจังหวัดทุกปี โดยกำหนดเป็นนโยบายให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรม พร้อมสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม 
 ซี่งจังหวัดนราธิวาสสามารถเพิ่มสมาชิก TO BE NUMBER ONE   เพิ่มขึ้นทุกปี โดยภาพรวมของจังหวัดมีจำนวน  366,433 คน สามารถเพิ่มศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE  ครอบคลุมทุกอำเภอ เพิ่มขึ้นทุกปีจากจำนวนศูนย์เพื่อนใจในปี 2560 ที่มีเพียง  326 ศูนย์ เพิ่มขึ้น จำนวน 135 ศูนย์ รวมศูนย์เพื่อนใจ ในปี 2561 มีจำนวน  418 ศูนย์ ทั้งนี้ยังได้สุดยอดเยาวชนต้นแบบ TO BE NUMBER ONE    รุ่นที่ 8 ในระดับประเทศด้วย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดนราธิวาส ที่มีเยาวชนเป็นต้นแบบ TO BE NUMBER ONE  สามารถเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด
                           

   ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

แม่พาลูกสาว 16 เข้าร้องสื่อ หลังถูกเพื่อนบ้านบุกข่มขืนคาห้องน้ำ - กระแสใต้ 4 ภาค

แม่พาลูกสาว 16 เข้าร้องสื่อ หลังถูกเพื่อนบ้านบุกข่มขืนคาห้องน้ำ แจ้งความแล้ว แต่ต้องรอผลจาก รพ.ที่ชัดเจนถึงเดือนหน้า

     แม่วัย 48 ปี แจ้งความลูกสาววัย 16 ปี ถูกเพื่อนบ้านล็อคคอลูกสาวข่มขืนขณะลงไปอาบน้ำห้องน้ำชั้นล่าง พนักงานสอบสวนรอผลการตรวจของแพทย์แต่ล่าช้า ผกก.ฮีโร่ สั่งจับทันทีโดยไม่ต้องรอผล ระบุเป็นคดีร้ายแรงเกี่ยวกับเด็ก ตามรวบขณะกำลังหนี สารภาพก่อเหตุจริง ขณะสาววัย 16 จิตใจยังย่ำแย่
วันนี้ 22 พ.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับร้องทุกข์จากชาวบ้านใน ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่าอยากจะให้นักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญ มาเยียวยาด้านจิตใจนักเรียนชั้น ม.4 หลังจากถูกเพื่อนบ้านบุกข่มขืนในห้องน้ำชั้นล่างของบ้านแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย 
เมื่อตรวจสอบ พบว่าหญิงสาววัย 16 ปี ที่ถูกข่มขืนคือ น.ส.เอ (นามสมมุติ)เรียนชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ประโคนชัย เดินทางมาพร้อมกับญาติ เพื่อมาติดตามผลพิสูจน์ของแพทย์จากโรงพยาบาลประโคนชัย 
โดยแม่ของนักเรียน ม.4 เล่าว่า บ้านของตนเองเป็นบ้านไม้ยกสูง ชั้นล่างโล่งมีห้องน้ำ 2 ห้องด้านล่างข้างบ้านเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ค.เวลา 20.00 น.ที่ผ่านมา ลูกสาวใส่ผ้าถุงกระโจมอกจะไปอาบน้ำด้านล่าง ส่วนตนกับสามีนั่งดูทีวีอยู่บนบ้าน ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติเหมือนทุกวัน
จากนั้นลูกสาวขึ้นบ้านร้องไห้ปิดประตูห้องถามอะไรไม่ยอมพูด ประมาณ 30 นาที ลูกสาวคนโตที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯโทรศัพท์เข้ามาบอกว่า น้องโทรมาบอกว่าโดนข่มขืนในห้องน้ำแต่ไม่กล้าบอกให้แม่
สอบถามลูกสาวบอกว่า คนที่ก่อเหตุข่มขืนคือนายอภิวัฒน์ ทรงประโคน อายุ 31 ปี บ้านอยู่ตรงข้ามถนนกัน พร้อมกับเล่าว่าลูกสาวเดินลงไปกำลังจะเปิดประตูห้องน้ำ จู่ๆได้มีนายอภิวัฒน์ พลักเข้าไปในห้องน้ำ แล้วปิดปากกดลงกับพื้น แล้วทำการข่มขืนจนสำเร็จความไคร่ โดยลูกสาวไม่มีโอกาสต่อสู้
ตนเองแค้นใจทำอะไรไม่ถูกเพราะเป็นเวลากลางคืน จึงรอรุ่งเช้าเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.ประโคนชัย ทันที ส่วนคนก่อเหตุก็ยังนอนเปลญวนอยู่หน้าบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม่เด็ก ม.4 เล่าด้วยว่า ตำรวจรับแจ้งความแล้ว ให้พาลูกสาวไปตรวจร่างกายกับโรงพยาบาลประโคนชัย โดยโรงพยาบาลได้นัดให้มาฟังผลในวันที่ 15 พ.ค.โดยแพทย์ระบุยังไม่ชัด ต้องมารอฟังผลด้านอื่นๆอีกในวันที่ 11 มิ.ย.,14 ส.ค.และวันที่ 12 พ.ย. 61 ตนเองร้อนใจมากเพราะเกรงว่าคนร้ายจะหนีกลับไปทำงานกรุงเทพฯโดยเฉพาะคนก่อเหตุยังยิ้มร่าอยู่หน้าบ้านของตนเอง จนทำให้ลูกสาวไม่อยากจะอยู่บ้าน
ต่อมา พ.ต.อ.นิคม โชติทวีศักดิ์ ผกก.สภ.ประโคนชัย ทราบข่าวได้สั่งการให้ไปจับกุมผู้ต้องสงสัยมาทันทีโดยไม่ต้องรอผลของแพทย์ ตำรวจใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถจับกุมนายอภิวัฒน์ มาได้โดยละม่อม ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนข่มขืนจริง เพราะเห็นเด็กใส่ผ้าถุงแบบกระโจมอกเพียงผืนเดียว จึงวางแผนมา 2 วันก่อนก่อเหตุ ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาก่อนจะนำไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง
โดยผู้กำกับ สภ.ประโคนชัย ยอมรับว่าลูกน้องอ่อนประสบการณ์ การกระทำความผิดคดีอาญาร้ายแรง โดยเฉพาะกับเด็กต้องรีบจับกุมผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนก่อนเบื้องต้น หากไม่ผิดก็ปล่อยตัวไป เพราะผู้ก่อเหตุอาจจะหลบหนีได้ง่าย โดยหลังจากนี้จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่เต็มความสามารถไม่ให้เกิดกรณีลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
ด้านนางบรรจง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ญาติผู้เสียหาย บอกว่าการกระทำดังกล่าวของ เป็นการกระทำที่เลือดเย็น ทั้งที่เป็นคนบ้านเดียวกันและมีบ้านหันหน้าเข้าหากัน โดยเฉพาะเด็ก ม.4 ที่เสียหายเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ไม่เคยออกจากบ้าน ไม่เคยเที่ยว ก็ยังกล้าก่อเหตุแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตอนนี้อยากจะให้นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญ มาเยียวยาสภาพจิตใจเด็ก เพราะหลังเกิดเหตุมีอาการซึมเศร้า

ภาพ / ข่าว ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง / วันชัย ผิวอร่าม จ.บุรีรัมย์
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานคณะกรรมการตรวจติดตาม พิจารณาคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชน ข้าราชการลูกจ้าง ประจำปี(มีคลิป)

ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานคณะกรรมการตรวจติดตาม พิจารณาคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชน  ข้าราชการลูกจ้าง ประจำปี 2561

 ที่ห้องประชุมโรงแรมอิมพีเรียล อ.เมือง จ.นราธิวาส นางปราณี  รัตนประยูร  ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานคณะกรรมการตรวจติดตาม พิจารณาคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชน  ข้าราชการลูกจ้าง ประจำปี 2561 เขตตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน  โดยมีนายไกรวุฒิ  ช่วยสถิตย์ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนพัฒนาการประจำอำเภอ   ร่วมพิจารณาคัดเลือก นางปราณี  รัตนประยูร  ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนมีนโยบายให้พิจารณาคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชน  ข้าราชการลูกจ้างที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น   ปฏิบัติหน้าที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับข้าราชการและลูกจ้างในหน่วยงานพัฒนาชุมชน  ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกฯจะได้รับมอบเกียรติบัตร โล่รางวัล และเข็มเชิดชูเกียรติ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดแก่ผู้ที่ได้รับ พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่าในส่วนของผู้ที่สนใจที่จะสมัครเข้าทำงานในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน สิ่งแรกที่อยากฝากคือจะต้องมีใจรักในงานด้านนี้ โดยเฉพาะการทำงานจะต้องอาศัยความเข้าใจ เข้าถึงคนในชุมชนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ) ที่จะต้องอาศัยความเข้าใจคนในชุมชน คนในหมู่บ้านให้ได้มากที่สุด และสามารถบูรณาการแก้ปัญหาให้กับชุมชนได้ โดยการดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนของตนให้มีความก้าวหน้า เพื่อเป็นชุมชนที่เข้มแข็งต่อไป
         สำหรับการพิจารณาคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชน  ข้าราชการลูกจ้าง ประจำปี 2561  มีการคัดเลือกข้าราชการดีเด่น ประเภทพัฒนากรขวัญใจชุมชน  การคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชนใสสะอาดดีเด่น  และการคัดเลือกข้าราชการและลูกจ้างดีเด่น ประจำปี 2561  ประเภทหัวหน้ากลุ่มงานฯ ประเภทพัฒนาการอำเภอ  ประเภทนักวิชาการ ประเภทสนับสนุน และนักประชาสัมพันธ์ดีเด่น  ซึ่งทุกรางวัลนั้นถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของชีวิตข้าราชการในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน วันนี้ 21 พ.ค.61 ที่ห้องประชุมโรงแรมอิมพีเรียล อ.เมือง จ.นราธิวาส นางปราณี  รัตนประยูร  ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานคณะกรรมการตรวจติดตาม พิจารณาคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชน  ข้าราชการลูกจ้าง ประจำปี 2561 เขตตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน  โดยมีนายไกรวุฒิ  ช่วยสถิตย์ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนพัฒนาการประจำอำเภอ   ร่วมพิจารณาคัดเลือก 

นางปราณี  รัตนประยูร  ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนมีนโยบายให้พิจารณาคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชน  ข้าราชการลูกจ้างที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น   ปฏิบัติหน้าที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับข้าราชการและลูกจ้างในหน่วยงานพัฒนาชุมชน  ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกฯจะได้รับมอบเกียรติบัตร โล่รางวัล และเข็มเชิดชูเกียรติ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดแก่ผู้ที่ได้รับ
 พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่าในส่วนของผู้ที่สนใจที่จะสมัครเข้าทำงานในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน สิ่งแรกที่อยากฝากคือจะต้องมีใจรักในงานด้านนี้ โดยเฉพาะการทำงานจะต้องอาศัยความเข้าใจ เข้าถึงคนในชุมชนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ชายแดน (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ) ที่จะต้องอาศัยความเข้าใจคนในชุมชน คนในหมู่บ้านให้ได้มากที่สุด และสามารถบูรณาการแก้ปัญหาให้กับชุมชนได้ โดยการดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนของตนให้มีความก้าวหน้า เพื่อเป็นชุมชนที่เข้มแข็งต่อไป
 สำหรับการพิจารณาคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชน  ข้าราชการลูกจ้าง ประจำปี 2561  มีการคัดเลือกข้าราชการดีเด่น ประเภทพัฒนากรขวัญใจชุมชน  การคัดเลือกหน่วยงานพัฒนาชุมชนใสสะอาดดีเด่น  และการคัดเลือกข้าราชการและลูกจ้างดีเด่น ประจำปี 2561  ประเภทหัวหน้ากลุ่มงานฯ ประเภทพัฒนาการอำเภอ  ประเภทนักวิชาการ ประเภทสนับสนุน และนักประชาสัมพันธ์ดีเด่น  ซึ่งทุกรางวัลนั้นถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของชีวิตข้าราชการในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน

   ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กลุ่มคนเทพารวมพลังคัดค้านกิจกรรมกลุ่มกรีนพีช

กลุ่มคนเทพารวมพลังคัดค้านกิจกรรมกลุ่มกรีนพีช
****กลุ่มคนเทพาร่วมชุมนุมเพื่อแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการเข้ามามำกิจกรรมของ NGOs กลุ่มกรีนพีชในพื้นที่อำเภอเทพา ชี้ไม่เห็นมีประโยชน์และยังเป็นการสร้างความขัดแย้ง พร้อมสวดดูอาขอให้สิ่งเลวร้ายออกไปให้พ้นจากพื้นที่
****เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 ณ ชายหาดสะกอม ม.1 ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา กลุ่มคนเทพานำโดยนายฮามะ บากา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำและป่าชายเลนอำเภอเทพา และนายสะการียา สาหลี ที่ปรึกษาชมรมสิ่งแวดล้อมสะกอมพัฒนา พร้อมทั้งชุมชนและชาวบ้านในอำเภอเทพาได้ร่วมกันชุมนุมเพื่อแสดงเจตนารมณ์คัดค้านการเคลื่อนไหวของกลุ่ม NGOs หลังจากที่นำเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ของกรีนพีชเข้ามาทำกิจกรรมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพาในพื้นที่ นอกจากนั้นยังได้มีพิธีดูอา (ขอพรจากพระเจ้า) เพื่อขับไล่สิ่งที่ไม่ดีหรือสิ่งเลวร้ายให้ออกไปและหมดสิ้นไปจากพิ้นที่ให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาแทนที่ รวมทั้งชาวบ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่ยังได้นำอาหารมาเปิดบวชร่วมกันเนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอนอันประเสริฐอีกด้วย
****นายฮามะ บากา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำและป่าชายเลนอำเภอเทพา กล่าวว่า "ไม่ให้ด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม NGOs ที่นำเรือเข้ามาในพื้นที่ ทั้งๆ ที่ทราบข่าวอยู่แล้วว่ากำลังจะมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้นในพื้นที่ การที่เข้ามาเช่นนี้คนเทพาไม่เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ แต่กลับจะเป็นการสร้างความขัดแย้งแตกแยกให้มากกว่า ดังนั้นชาวเทพาขอไม่ต้อนรับและคัดค้านการกระทำของกลุ่ม NGOs ในครั้งนี้"
****นายสะการียา สาหลี ที่ปรึกษาชมรมสิ่งแวดล้อมสะกอมพัฒนา กล่าวว่า "วันนี้คนเทพาพร้อมแล้วที่จะมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นในพื้นที่ ขอให้กรีนพีชกลับไปดูที่บ้านของตัวเอง เพราะสำนักงานใหญ่ของกรีนพีชอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งยังบริโภคถ่านหินเป็นลำดับต้นๆ ดังนั้นอย่ามาคาดหวังที่ประเทศไทย เพราะประเทศไทยดูแลตัวเองได้"
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

กฟผ.–สนช. ประกาศแชมป์สุดยอดไอเดีย Hackathon แก้โจทย์พลังงานเพื่อชุมชน เตรียมพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์

กฟผ. – สนช. ประกาศแชมป์สุดยอดไอเดีย Hackathon แก้โจทย์พลังงานเพื่อชุมชน เตรียมพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ 
กฟผ. - สนช. ประกาศผลผู้ชนะการแข่งขัน Hackathon ด้านเทคโนโลยีพลังงาน ในงาน Startup Thailand 2018 เตรียมต่อยอดพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ เพื่อชีวิตที่กว่าของคนไทย

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) จัดการแข่งขัน Hackathon ในงาน Startup Thailand 2018 ซึ่งเป็นงานแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย ระหว่างวันที่ 19 - 20 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดแนวคิดและรูปแบบธุรกิจนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ด้านพลังงาน และการพัฒนาชุมชน 

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี กล่าวต่อไปว่า Hackathon คือ การแข่งขันระดมความคิดแก้ปัญหาหรือพัฒนาตามหัวข้อที่ได้รับภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่ง กฟผ. ได้ร่วมกับ สนช. จัดแข่งขันในด้านเทคโนโลยีด้านพลังงาน “Innovative Power Solutions for Thailand Community and Energy Sector” โดยเป็นเวทีให้ภาคประชาชนและภาคเอกชนมีพื้นที่แสดงความสามารถ แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และเสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์  

หัวข้อการแข่งขัน Hackathon ในหัวข้อด้านเทคโนโลยีพลังงาน ประกอบด้วย 5 หัวข้อหลัก ประกอบด้วย
1) Firm Renewable Energy การนำเอาพลังงานทดแทนเข้ามาช่วยเสริมระบบผลิตไฟฟ้าหลัก และการบริหารจัดการระบบผลิตพลังงานทดแทนให้มีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
2) Energy Storage การส่งเสริมให้เกิดธุรกิจใหม่จากการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน
3) Electric Vehicle การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและระบบสถานีชาร์จไฟฟ้า การพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจในภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า
4) Smart City - Smart Grid การส่งเสริมและพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
5) Bio Economy การนำทรัพยากรธรรมชาติจากพืช สัตว์ และสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ มาพัฒนาต่อยอดการวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี หรือ แปรรูปเพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 

สำหรับผลการประกวด มีดังนี้ 
รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท ได้แก่ทีม Keen Signal จากกลุ่ม Startup Thailand และนักศึกษาปริญญาเอกจาก Braunschweig University of Technology ในหัวข้อ “Smart energy bridge” 

รางวัลชมเชย 3 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท ได้แก่ 
1) ทีม คิดแล้วทำเขื่อนภูมิพล จากเขื่อนภูมิพล กฟผ. ในหัวข้อ “นวัตกรรมจำกัดวัชพืชลอยน้ำแบบบดละเอียดสู่การใช้ประโยชน์ทางการเกษตรของชุมชน” 
2) ทีม Fling จากกลุ่ม Startup Thailand และ Startup Silicon Valley ในหัวข้อ “Drone machine learning”
และ 3) ทีม How to train your duck จาก กฟผ. ในหัวข้อ “Virtual Power Plant (VP)” 

“การแข่งขัน Hackathon ในครั้งนี้ทำให้ได้มุมมองใหม่เกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ด้านพลังงานที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ได้ โดยทั้ง 4 ไอเดียที่ได้รับรางวัล กฟผ. จะให้การสนับสนุนด้านทุนวิจัย และพัฒนาแนวคิดให้เกิดเป็นนวัตกรรมและธุรกิจต่อไป” นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี กล่าว
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ.สนับสนุนการขนย้ายอินทผาลัมจากกรุงเทพฯให้พี่น้องมุสลิม จ.กระบี

กฟผ.สนับสนุนการขนย้ายอินทผาลัมจากกรุงเทพฯให้พี่น้องมุสลิมจ.กระบี

วันที่ 18 พค. 61 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โรงไฟฟ้ากระบี่ได้สนับสนุนในการดำเนินการขนย้ายอินทผาลัม จากกรุงเทพฯ มายัง จ.กระบี่ เพื่อแจกจ่ายให้กับมัสยิดต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ เนื่องในโอกาสเข้าสู่เดือนรอมฎอนอันประเสริฐ (ถือศิลอด) ประจำปี ฮ.ศ.1439 (พ.ศ.2561) โดย กฟผ.กระบี่ ได้ทำการขนส่งอินทผาลัม จากท่าเรือคลองเตย มามอบให้ทางคณะกรรมการอิสลามจังหวัดกระบี่ ณ มัสยิดกลางจังหวัดกระบี่ เพื่อให้กับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ ได้ดำเนินการแจกจ่ายอินทผาลัมให้กับตัวแทนจากมัสยิดต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ต่อไป โดยมีนายเขมญาติ ยมานันตกุล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ นายวิมลไชย มงคล หัวหน้าโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ พร้อมทั้งผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.กระบี่ เป็นผู้ส่งมอบอินทผาลัมให้กับ ท่านอัสนาวี มุคุระ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระบี่ เป็นผู้รับมอบเพื่อนำไปแจกจ่ายต่อไป
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

โรงแรม โซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ร่วมกับชุมชนและสถานศึกษาจัดโครงการ Planet 21 เพื่อชุมชนในท้องถิ่น(มีคลิป)

โรงแรม โซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ร่วมกับชุมชนและสถานศึกษาจัดโครงการ Planet 21 เพื่อชุมชนในท้องถิ่น

เวลา09.00-17.00 น. วันที่ 19.พฤษภาคม 2561,
โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา Golf & Spa  รีสอร์ท จังหวัดกระบี่. ร่วมกับสถานศึกษาและชุมชนจัดกิจกิจกรรม planet21
เพื่อให้เยาวชนและชาวชุมชนรอบข้างเล็งเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และเรียนรู้ร่วมกัน
ทั้งนี้ โดยมี  นาย สุขกาย จันทร์อ่อน นายกอบต. หนองทะเล เป็นประธารในการเปิดโครงการพร้อมด้วย ปลัดอาวุโส เศวตฉัตร สุวรรณรัตน์ นาย แบร์ทองค์ คูร์ทัว ผู้จัดการทั่วไป, มร. แบรนดอน ซิง เจ้าของโครงการ Shark Guadian , มร. โมบีน อคายาคา ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมและสันทนาการ
ซึ่งทางโรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท เป็นแม่งานจัดทำกิจกรรมเพื่อสังคม ที่รู้จักกันในนาม Planet21 ซึ่งมีการผลักดันโดย AccorHotels มี เยาวชนและชาวชุมชนบ้านเกาะกวาง และ บ้านแหลมป่อง และสื่อมวลชนจังหวัดกระบี่มาร่วมกว่า100คน ได้
ร่วมเก็บขยะ ณ บริเวณชายหาด กว่า1กม.ด้านหน้าโรงแรมฯ. 

      นายแบร์ทองค์ คูร์ทัว. ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า  กิจกรรม Planet21 นี้จัดขึ้นเพื่อปลูกจิตสำนึกและปลูกฝังให้เยาวชนและชาวชุมชนรอบข้างตระหนักรับรู้ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นหากไม่รู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในงานจะให้เด็กและเยาวชนและผู้ร่วมกิจกรรม ร่วมเก็บขยะบริเวณชายหาด สอนรู้จักวิธีคัดแยกขยะแต่ละประเภท นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้เยาวชนแสดงออกทางด้านศิลปะ ใช้ความคิดสร้างสรรตกแต่งเศษวัสดุที่ได้มาจากธรรมชาติทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง นอกจากนี้ นาย เบรนดอน จากโครงการ Shark Guardian ซึ่งได้บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับฉลามหลากหลายชนิด ที่มีความสำคัญต่อท้องทะเลอย่างไร และทำอย่างไรไม่ให้ฉลามนั้นสูญพันธุ์ จากนั้นได้ร่วมกันรับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารมาหยา สุดท้ายนี้ทางโรงแรมได้เปิดบ้านต้อนรับน้องๆ ได้เล่นบ้านบอล แทรมโพลีนและสนุกไปกับสระว่ายน้ำในโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

ทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...