• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เปิดบริการอย่างเป็นทางการ True agent plus ร้านเวิร์ลเทเลคอม อำเภอแว้ง จ.นราธิวาส

เปิดบริการอย่างเป็นทางการ True agent plus  ร้านเวิร์ลเทเลคอม อำเภอแว้ง
 จังหวัดนราธิวาส มีสินค้าทรูมากมายให้เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นซิมรายเดือน/ทรูวิชั่นส์/เน็ตบ้านทรูออนไลน์/มือถือหลากหลายรุ่น และที่สำคัญมีบริการหลังการขาย ย้ายค่ายเบอร์เดิม สามารถชำระค่าบริการต่างๆ สะดวกสบายใกล้บ้านคุณ ทรูออนไลน์ พร้อมให้พี่น้องชาวนราธิวาสได้สัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วแสงครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจและสถานที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส และได้มอบความคุ้มค่า
True Super Fiber Plus แรงกว่า ครบกว่า คุ้มกว่า
50 mbps.เริ่มต้นเพียง 799 บาทต่อเดือน พร้อมรับบริการถึง 7 บริการ จากทรูมูฟ เอช โทรชัดพร้อมเน็ต 4G  ความเร็ว 4 Mbps. ไม่ลดสปีด และดูทีวีชัดจากทรูวิชั่นส์ฟรี สนใจสมัคร โทร.086-9562951

สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษทันที
ฟรีค่าติดตั้งและเดินสาย ฟรีค่าสิทธิ์ยืมwifi-router ฟรีค่าติดตั้งทรูวิชันส์และประกันทรูวิชั่นส์
ฟรีค่าแรกเข้า รวมมูลค่า13,000บ.
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่-ยังไม่สิ้นหวังหลังทีมสำรวจได้ยินเสียงแล้ว นกแต้วแล้วท้องดำ เชื่อยังไม่สูญพันธุ์จากเมืองไทย ยันยังคงอาศัยเขตที่ราบต่ำเขานอจูจี้ในพื้นที่ 2 จุดใหญ่

ยังไม่สิ้นหวังหลังทีมสำรวจได้ยินเสียงแล้ว นกแต้วแล้วท้องดำ เชื่อยังไม่สูญพันธุ์จากเมืองไทย ยันยังคงอาศัยเขตที่ราบต่ำเขานอจูจี้ในพื้นที่ 2 จุดใหญ่

 28 กุมภาพันธ์ 2561
 ที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งหลังจากการดำเนินการกิจกรรมสำรวจประชากรนกแต้วแล้วท้องดำ โดยมีแผนการสำรวจนกแต้วแล้วท้องดำในพื้นที่ป่าที่ราบต่ำเขานอจู้จี้ โดยการระดมเจ้าหน้าที่สำรวจในพื้นที่พร้อมกัน จำนวน 54 คน ตั้งแต่วันที่ 22 – 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้คุยกับสำนักวิจัยสัตว์ป่าตั้งแต่ต้นปี 2560 ว่าต้องหานกแต้วแล้วท้องดำในป่าให้เจอ เพราะจากข้อมูลที่ได้รับมาเชื่อมั่นว่านกแต้วแล้วท้องดำยังคงอยู่ในป่าเขาประ-บางคราม ไม่หายไปไหนและยังไม่สูญพันธ์อย่างแน่นอน นอกจากจะหานกแต้วแล้ว ต้องทำทุกอย่างที่เป็นบ้านของนกให้กลับคืนมาคือพื้นที่ป่าสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เพื่อเพื่อให้นกกลับมาให้มากที่สุด

นส.สมหญิง ทัฬหิกรณ์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าทีมวิจัยและสำรวจประชากรนกแต้วแล้วท้องดำ กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ซึ่งพยายามติดตามประชากรนกแต้วแล้วท้องดำซึ่งถือเป็นสัตว์มีปีกตัวน้อยที่มีลักษณะซึ่งมิที่มีสถานะใกล้สูญพันธุ์เต็มทีในประเทศไทยโดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่มีใครได้พบเห็นนกชนิดนี้เลยแต่ก็ไม่มีใครหมดหวังทุกคนยังคงมีความเชื่อว่าประเทศไทยยังมีนกชนิดนี้อาศัยอยู่โดยเฉพาะพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม แหล่งดั้งเดิมที่นกชนิดนี้อาศัยอยู่ ซึ่งทางเราได้แบ่งทีมสำรวจออกเป็น 24 ทีมปรากฏว่าทีมที่เดินไปบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่า 100 ชั้นพันวัง สามารถบันทึกเสียงนกแต้วแล้วตัวผู้ได้ ที่ในใจมากกว่าเป็นเสียงนกแต้วแล้วท้องดำตัวผู้ เพราะเราใช้วิธีเปิดเสียงนกแต้วแล้วท้องดำตัวเมีย ตัวผู้ได้ยินมันก็จะส่งเสียงร้องกลับมา คนที่ได้ยินเสียงคนแรกนั้นตื่นเต้นมากและพวกเราก็ดีใจกันเป็นที่สุดแม้ไม่ได้เจอตัว แต่อย่างน้อยเราก็ได้ยินเสียงแล้วนกแต้วแล้วท้องดำยังคงมีที่อยู่ในป่าประเทศไทย

หัวหน้าทีมสำรวจ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 22 - 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่าได้อบรมเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติจำนวน 54 คน สำหรับใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูล เพื่อตามหานกแต้วแล้วท้องดำ และจะออกสำรวจแบบสแกนพื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในเขตป่าที่ราบต่ำรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม โดยโฟกัสพื้นที่ 32 ตารางกิโลเมตร และนอกเหนือจากนกแต้วแล้วท้องดำแล้ว ทีมสำรวจยังได้ยินเสียงนกแต้วแล้วลาย ในพื้นที่เดียวกันถึง 6 จุด ซึ่งเป็นอีกชนิดหนึ่งที่หาค่อนข้างยากพอกับนกแต้วแล้วท้องดำ แต่นกแต้วแล้วลายนั้นสามารถปรับตัวได้เก่งกว่านกแต้วแล้วท้องดำ จึงหาง่ายกว่า โดยขณะนี้ทีมสำรวจออกจากพื้นที่ไปแล้วยังเหลืออีก 6 คน ยังคงเก็บข้อมูลเข้มข้นในป่าต่อไป ทั้งนี้นกจะมีการจับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม จะสร้างรัง และวางไข่ต่อไป
ข้อมูลภาพ/ข่าว/กระบี่
ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ทหาร ตำรวจ บุกทลายแหล่งรับจำนำรถเถื่อนพบรถจักรยานต์จำนวนมาก

สตูล ทหาร ตำรวจ บุกทลายแหล่งรับจำนำรถเถื่อนพบรถจักรยานต์จำนวนมาก
     
 วันนี้ 27 ก.พ. 61 เมื่อเวลา 13.30 น. สำนักการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สขว.กอ.รมน.) โดย ร.อ.ปิยะเชษฐ์  หนูฉ้ง ผช.หน.บก.ควบคุม สขว.กอ.รมน.ที 4 ร่วมกับ พ.ต.ท.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ รอง ผกก.สส.ภ.จว.สตูล ชุพ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ปะดุกา สว./หน.ชปส.ภ.จว.สตูลพ.ต.ท.กันตภณ เจติพัฒนกูล สว.กก.สส.ภ.จว.สตูล  ตข.3 หน่วย ขกท.กกล.เทพสตรี, จนท.ชปส.ภ.จวสตูล ,กก.สส.ภ.จว.สตูล และตร.สภ.ควนกาหลง ร่วมกันตรวจสอบโรงรับจำนำรถเถื่อนในพื้นที่บ้านซอย 4 หมู่ 4 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล"ต่อมาเจ้าหน้าที่พบโรงเก็บรถขนาดใหญ่ที่บ้านเลขที่ 192 ม.4 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล พบรถ จยย.จำนวน 45 คัน รถยนต์ จำนวน 2 คัน (กระบะ อีซูซุ สีขาว จำนวน 1 คัน และรถเก่ง โตโยต้า เลขทะเบียน กค 9518 สตูล สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน)โดยมีนายเกรียงศักดิ์  แกล้วทนงค์ เป็นเจ้าของบ้าน และเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 410 ม.4 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง  จ.สตูล พบรถ จยย.จำนวน 12 คัน โดยมี ร.ต.ต ทวิทย์  แกล้วทนงค์ (ข้าราชการบำนาญ) เป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าชุดจับกุม จึงได้แจ้งข้อกล่าวกับบุคคลทั้ง 2 ราย (สองคนพี่น้อง) กล่าวคือ "เปิดโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต" และ "  ปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินอัตรที่กฏหมายกำหนด" พร้อมกับนำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่ง เจ้าพนักงาน สอบสวน สภ.ควนกาหลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นิตยา แสงมณี   //  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่ จัดกิจกรรม โครงการกระบี่เมืองสีขาว ณ. โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง

ศูนย์อำนวยการป้องกันยาเสพติด จ.กระบี่ จัดกิจกรรม โครงการกระบี่เมืองสีขาว ณ. โรงเรียนบ้านตลิ่งชัน ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2561 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561เวลา 13.00 น. นายสมโภช โชติชูช่วง ปลัดจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดโครงการกระบี่เมืองสีขาวประจำปี 2561 เพื่อ รณรงค์ป้องกันยาเสพติดเคลื่อนที่แบบเชิงรุก (Mobile Team) ให้แก่นักเรียนและเยาวชน พร้อมทั้งบรรยายพิเศษแก่ผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวฯ ให้ตระหนักถึงภัยยาเสพติด และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เยาวชน ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยมีนายอำเภอเหนือคลอง นายไพรัตน์ ทับชุม ให้การต้อนรับ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สหภาพแรงงานไฟฟ้า กว่า 3 ร้อยคนยืนหนังสือถึงรัฐมนตรีพลังงานยกเลิกเอ็มโอยูและตอบคำถามผ่านรองผู้ว่ากระบี่

สหภาพแรงงานไฟฟ้า 3 ร้อยคนยืนหนังสือถึงรัฐมนตรีพลังงานยกเลิกเอ็มโอยูและตอบคำถามผ่านรองผู้ว่ากระบี่
 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.30 นาฬิกา ที่อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่หลังเก่า นายเลอศักดิ์ เอ่งฉ้วน และนายสุวรรณ เอ่งฉ้วน ประธานและที่ปรึกษาอนุกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยพื้นที่จังหวัดกระบี่ นำสมาชิก 3 ร้อยคนตั้งอธิฐานจิตขอพรพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 พระผู้กำเนิดกิจการไฟฟ้าของประเทศไทย มีความประสงค์ให้ได้มาซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และขอให้รัฐบาลระงับการลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือ หรือเอ็มโอยู ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
 จากนั้นสมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยพื้นที่จังหวัดกระบี่ ร่วมตัวที่หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่หลังใหม่ มีป้ายข้อความมีการปราศรัย ถึงความต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ทั้งยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและคำตอบให้นายศิระ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผ่านนายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับหนังสือมีใจความว่า การลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กับเครือข่ายปกป้องฝั่งทะเลต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินและเทพา เพื่อชะลอการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่  ซึ่งนำมาสู่ความสับสนต่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ทั้งชาวกระบี่ที่มีความต้องการโรงไฟฟ้า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติด้านพลังงานไฟฟ้า ขอคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดังนี้
 รู้บทบาทหน้าที่ในตำแหน่งหรือไม่การก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่และเทพา ผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและอนุมัติให้ทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากคณะรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่ยอมรับมีความเข้าใจและความติ้องการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เสมอภาคเท่าเทียมกับกลุ่มกลุ่มคัดค้านหรือไม่ พื้นที่ภาคใต้ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ไปเอาข้อมูลมาจากไหนหรือเป็นนโยบายรายวัน เมื่อกำลังผลิตในภาคใต้ขยายตัวและวิกฤตต้องใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 5 ปีจะทำอย่างไร และปัจจุบันใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์มีความเสี่ยง การผลิตกระแสไฟฟ้าต้องมีความสมดุลและความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของประเทศ ราคาค่าไฟฟ้าไม่เป็นภาระต่อประชาชนส่วนใหญ่จะทำอย่างไร
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล เจ้าของรีสอร์ทดังเกาะหลีเป๊ะชี้แจงมั่นใจเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินถูกต้องและไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล

สตูล เจ้าของรีสอร์ทดังเกาะหลีเป๊ะชี้แจงมั่นใจเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินถูกต้องและไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล
     วันนี้28ก.พ.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่27ก.พ.61ที่ผ่านมานายมานิตย์ กวีรัช อายุ 65 ปี เจ้าของบันดาหยารีสอร์ท และบันดาหยาวิลล่า ม.7 เกาะหลีเป๊ะ อ.เมือง จ.สตูล  ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชนกรณีถูกนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระบุว่าเป็นนายทุนผู้มีอิทธิพล ฮุบที่ดินของโรงพักเกาะหลีเป๊ะ 10 ไร่ ทำให้ธุรกิจของตนได้รับผลกระทบเกิดความเสียหาย  เสียชื่อเสียง
        โดยนายมานิตย์ กล่าวว่าจริงๆแล้วตนเป็นนักธุรกิจไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล เกาะหลีเป๊ะสมัยก่อนยังไม่เจริญตนเข้ามาลงทุนสร้างความเจริญมีภาษีกลับสู่จังหวัด จึงวอนขอความเป็นธรรมให้แก่ตนด้วย ซึ่งตนได้เข้าไปในที่ดินของตนเพราะมีสิทธิ์ ในที่ดินน.ส.3 ที่รัฐออกมาให้อย่างถูกต้อง แต่ที่ตำรวจอ้างว่าอุทยานให้ใช้ที่10ไร่นั้นต้องคุยกันในชั้นศาล  ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าเอกสารที่ดินนั้นมีการปลอมแปลงหรือเท็จก็ต้องไปพิสูจน์เอาแต่ส่วนของตนนั้นตอนที่ซื้อที่ดินแปลงนี้มามีเอกสารนส.3แล้วการซื้อที่ดินต้องมีการนัดที่ดินข้างเคียงมีการติดประกาศชัดเจนที่อำเภอก็ไม่มีใครมาอ้างสิทธิ์และเป็นการติดประกาศอย่างถูกต้องตนมั่นใจในครุฑของทางราชการตราบที่ครุฑยังไม่ยกเลิกตนก็ยังมั่นใจว่ายังมีสิทธิ์ในที่ดินผืนนั้น  อย่างไรก็ตามสำหรับที่ดินที่มีปัญหากับโรงพักเกาะหลีเป๊ะนั้น ก่อนที่ตนจะเข้าซื้อที่ดินดังกล่าว 2 ปี ชาวบ้านเจ้าของที่ดินเดิมเคยมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องที่ดินผืนดังกล่าวมีการฟ้องร้องกันและศาลตัดสินให้ชาวบ้าน 4 รายชนะ  ตนก็ยึดถือคำสั่งศาล ตอนนี้ที่ดินของตนมีปัญหากับอุทยานฯตะรุเตาเพียง 3 ไร่เศษเท่านั้นซึ่งหากมีการตัดสินว่าเป็นของอุทยานจริงตนก็ยินดีคืนให้ซึ่งที่ดิน 3 ไร่ที่ลงทุนทำบันดาหยาวิลล่าไปก็มูลค่าตอนนี้50-60 ล้าน  ส่วนเรื่องที่ดินที่ว่าตนรุกของตำรวจ 10 ไร่นั้นตนถือว่ามีเอกสารถูกต้อง หากตำรวจบอกว่าขอจากอุทยานและเป็นที่อุทยานให้ใช้10 ไร่ ก็เอามาแสดง ซึ่งที่ดินของตนบนเกาะหลีเป๊ะมีทั้งหมด50 กว่าไร่ตนทำประโยชน์เพียง 30 กว่าไร่ ที่เหลือตนยังไม่กล้าดำเนินการใดๆเพราะมีปัญหาเรื่องทับซ้อนกันอยู่ แต่อยากวอนขอให้สังคมเข้าใจตนด้วยว่าไม่เคยคิดเอาที่ดินของใครมาเป็นของตนและตนยืนยันว่าเป็นนักธุรกิจไม่ใช้ผู้มีอิทธิพลตนเชื่อมั่นในเอกสารทางราชการเพราะหากมีการปลอมแปลงจริงตนก็เป็นผู้ที่ถูกกระทำคนหนึ่งเหมือนกัน
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เรียกร้องความเป็นธรรม!ประธานชมรมคนปลูกปาล์มกระบี่ จี้คดีแจ้งความโรงงาน หลังไม่คืบ(มีคลิป)


26 กุมภาพันธ์ 61 นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมัน จังหวัดกระบี่ ยื่นหนังสือต่อ พลตำรวจตรีบุญทวี โตรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่  เพื่อให้เร่งรัดคดี ที่ ชาวสวนปาล์มน้ำมัน จังหวัดเข้า แจ้งความเอาผิดกับโรงงานสกัดแห่งหนึ่ง ข้อหาฉ้อโกง ในพื้นที่อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่  เมื่อเดือนเมษายน ปีที่ผ่านมา จนถึงขณะ คดีไม่คืบหน้า ขณะที่ทางที่โรงงานสกัดน้ำมันแจ้งความกล่าวหาว่า  นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมัน จังหวัดกระบี่

หมิ่นประมาท ว่า ให้ข่าวเท็จ สร้างความเสื่อมเสียแก่โรงงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา 
นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมัน จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา  พร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ได้นำผลปาล์มไปขายให้กับโรงงานสกัดดังกล่าว โดยได้คัดผลปาล์มสุกได้มาตรฐาน ให้ทางนักวิชาการจากสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ ไปตรวจสอบก่อนตัดผลปาล์ม พบว่า ผลการตรวจสอบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์น้ำมัน อยู่ 22 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อนำไปขายทางโรงสกัด ให้เพียง 19 เปอร์เซ็นต์ ในราคากิโลกรัมละ 4.75 บาท ซึ่งไม่ตรงกับราคาหน้าป้ายที่ติดไว้หน้าโรงงาน อยู่ที่ กิโลกรัมละ 5.50 บาท หลังขายเสร็จ จึงไปแจ้งความในข้อหาฉ้อโกง ไว้ที่ สภ.อ่าวลึก แต่จนถึงขณะนี้ คดีก็ยังไม่คืบหน้ามากนัก แต่ทางโรงงานกลับแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทแก่ตนเอง   ส่วนสาเหตุที่ออกมาเรียกร้อง เรื่อง ราคาผลปาล์มนั้น เพื่อเกษตรกรทุกคน ที่ควรจะได้ราคาสูงกว่าที่โรงงานรับซื้อ และ เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงเกษตรฯ โดยใช้หลักวิชาการในการตัดผลปาล์มสุก ทุกทลายต้องมีเมล็ดร่วงจะได้มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ทางโรงงานกลับซื้อคละแค่ 17 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เกษตรกรขาดทุน เพราะราคาผลปาล์ม ขณะนี้เหลือเพียง 3 บาทกว่าๆ ต่อ กิโลกรัมเท่านั้น ต่างจากของมาเลเซีย ที่ซื้อสูง กว่า 1 บาท ต่อกิโลกรัม ขึ้นไป หลังจากนี้ก็จะเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐมาควบคุมดูแลอย่างจริงจังต่อไป

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ขบวนการสหกรณ์ผนึกกำลังจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติจังหวัดสตูล ประจำปี 2561

สตูล ขบวนการสหกรณ์ผนึกกำลังจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติจังหวัดสตูล ประจำปี 2561
          วันนี้ 27 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 61 ที่ผ่านมาที่โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคม (นิคมวัฒนา) อ.ควนกาหลง จ.สตูล นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดงานงานวันสหกรณ์แห่งชาติจังหวัดสตูล ประจำปี 2561 โดยมีนายเจริญ นวลจริง ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรควนกาหลง จำกัด ประธานจัดงานวันสหกรณ์ฯ กล่าวรายงาน 
         นายเจริญ นวลจริง กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ สหกรณ์การเกษตรควนกาหลง จำกัด เป็นเจ้าภาพจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติจังหวัดสตูล ประจำปี 25561 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของผู้ให้กำเนิดสหกรณ์ “กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์” พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ทรงริเริ่มให้มีการทดลองจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นเป็นแห่งแรก คือ สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้ ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 โดยทรงดำรงตำแหน่งนายทะเบียนสหกรณ์ เป็นพระองค์แรกของประเทศไทย และทรงเป็นผู้นำในการเผยแพร่อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ เพื่อให้สมาชิกช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนเป็นที่แพร่หลายไปทั่วราชอาณาจักร ด้วยพระปรีชาสามารถที่ทรงมีคุณูปการต่อระบบสหกรณ์ในประเทศไทย ส่งผลให้เกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์พ้นจากภาวะหนี้สิน มีทุนในการประกอบอาชีพ มีความเป็นอยู่ที่พอมีพอกิน 
          ด้านนายเจริญ นวลจริง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระรูปพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ และกล่าวสดุดีพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทยอ่านสารนายกรัฐมนตรี และมอบทุนเพื่อสมทบกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนในโรงเรียนที่มีผลงานเด่นซึ่งประกอบด้วยโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยูงทองรัฐประชาสรรค์ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านส้านแดง โรงเรียนเพียงหลวง 4 โรงเรียนอนุบาลสตูล โรงเรียนอนุบาลทุ่งหว้า โรงเรียนอนุบาลมะนัง โรงเรียนอนุบาลท่าแพ โรงเรียนอนุบาลควนโดน รวม 8 ทุน กิจกรรมกีฬาสี แข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ฟุตบอลชาย หญิง วอลเลย์บอลหญิง และงานราตรีสังสรรค์วันสหกรณ์ สำหรับ กิจกรรมจิตอาสา 102 คน ร่วมบริจาคโลหิต ณ สหกรณ์การเกษตร กรป.กลาง นพค.สตูล จำกัด อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ได้ดำเนินการ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา เพื่อสอดคล้องกับการก่อตั้งสหกรณ์ในประเทศไทยเป็นเวลา 102 ปี
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ชาว อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ร่วมกับ วชช.นราธิวาส ผุดไอเดียร์ ไข่เค็มพอกฮาลาล จาก 2 มือ ของคนในชุมชน

ชาว อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ร่วมกับ วชช.นราธิวาส ผุดไอเดียร์ ไข่เค็มพอกฮาลาล จาก 2 มือ ของคนในชุมชน

         วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส จัดอบรมหลักสูตรการทำไข่เค็มพอกฮาลาล ให้กับชุมชนบ้านตะลาฆอสะโต หมู่ที่8 ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูป และสามารถเป็นอาชีพเสริมในกลุ่มชุมชนสร้างรายได้อย่างงาม โดยใช้วัตถุดิบจากชุมชน ซึ่งมีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 35 คน
นายยุทธนา พรหมณี ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนราธิวาส กล่าวว่าชุมชนบ้านตะลาฆอสะโต ม. 8 ต.จอเบาะ อ.ยี่งอ มีสมาชิกของชุมชนที่รวมกลุ่มกันเลี้ยงเป็ดไข่ แต่ประสบปัญหาต้นทุนของอาหารค่อนข้างสูงในขณะที่ราคาไข่ขายได้ราคาไม่สูง ทางกลุ่มผู้เลี้ยงเป็ดต้องประสบปัญหาการขาดทุน วิทยาชุมชนนราธิวาส จึงได้จัดหลักสูตรการทำไข่เค็มพอกฮาลาลฝึกอบรมให้กับทางกลุ่มเพื่อเพิ่มมูลค่าของไข่เป็ดให้ขายได้ราคาที่สูงขึ้นซึ่งจะช่วยให้ทางกลุ่มคนเลี้ยงเป็ดของบ้านตะลาฆอสะโตมีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้น
นายวันอิสมาแอล กูโน หัวหน้ากลุ่มตะลาโฆสะโต ได้กล่าวว่า “ เมื่อก่อนชุมชนบ้านตะลาฆอสะโต เป็นชุมชนที่ไม่มีวัตถุดิบที่จะเป็นต้นทุนในการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสได้ลงมาสำรวจความต้องการของชุมชนเพื่อพัฒนาให้ชุมชนสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยแรกเริ่มวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสได้อบรมการเลี้ยงชันโรง การปลูกพืชระยะสั้น การทำปุ๋ยหมัก เพื่อเป็นวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ชุมชนตะลาฆอสะโต  และในปีนี้ วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสได้ต่อยอดในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทำสบู่จากชันโรง การอบรมทำขนมทองพับ การแปรรูปกล้วย และทางชุมชนได้นำเสนอให้กับทางวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสได้รับทราบถึงปัญหาในเรื่องของไข่เป็ดที่ปีนี้มีจำนวนมากและราคาถูกกว่าทุกปี ทางวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสจึงได้นำเสนอในการอบรมการทำไข่เค็มพอกฮาลาลขึ้นมาเพื่อเป็นการใช้วัตถุดิบชุมชนทีมีอยู่เป็นจำนวนมากนั้นคือไข่เป็ด มาแปรรูปเป็นไข่เค็มพอกฮาลาลขึ้นมา โดยการสร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ฮาลาลที่ทุกคนสามารถรับประทานได้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลาย ๆองค์กรที่ส่งวิทยากรที่ความรู้ความเชี่ยวชาญจากหน่วยงานเข้ามาให้ความรู้เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความใจให้กับผู้เข้าอบรมทั้งในหลักการผลิตอย่างมีอนามัย และการผลิตอย่างถูกหลักศาสนาอิสลาม และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ในกระบวนการผลิตไข่เค็มฮาลาลให้เป็นไข่เค็มที่อร่อยที่ถูกสุขอนามัยและฮาลาลอย่างแท้จริงต่อไปทางกลุ่มตะลาโฆสะโต ขอขอบคุณวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ที่ค่อยสนับสนุน และให้ความรู้ในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ให้กับคนในชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างเข้มแข็ง “                        ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่ผุดโครงการ “อ่าวนางแลนมาร์คบนพื้นที่ทำเลทองติดชายหาดย่านแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง(คลิปสัมพาษณ์)

กระบี่ผุดโครงการ “อ่าวนางแลนมาร์ค  เนื้อที่55 ไร่ บนพื้นที่ทำเลทองติดชายหาดย่านแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง จ.กระบี่  ทุ่มกว่า6พันล้าน  เนรมิตร เมืองใหม่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรที่ทันสมัยที่สุดในฝั่งอันดามัน  รองรับการค้าการลงทุน เน้นชุมชนมีส่วนร่วมและเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม 

 วันที่ 27 ก.พ.61   ที่สำนักงานขายบริษัทอ่าวนาง  แลนด์มาร์ค  จำกัด หน้า หาดนพรัตน์ธารา  ม.3   ต.อ่าวนาง  อ.เมือง  จ.กระบี่  นางพรทิพย์   กิตติธรกุล ประธานบริหาร  บริษัท อ่าวนาง แลนด์มาร์ค  จำกัด   พร้อมด้วยธนพัฒน์    พัฒศรีเรือง   กรรมการผู้จัดการฯ   หม่อมหลวงชาญโชติ ชมพูนุช  ที่ปรึกษาโครงการฯ  ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “อ่าวนางแลนด์มาร์ค”  เมืองแห่งใหม่ในย่านการค้าและธุรกิจครอบวงจร ใจกลางแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกระบี่   โดย มีนายพันคำ  กิตติธรกุล นายก อบต.  กล่าวให้การต้อนรับ  มีนักธุรกิจ  ตัวแทนสถาบันการเงิน  ให้ความสนใจ เข้าร่วมงาน และร่วมชมโมเดลโครงการเป็นจำนวนมาก  หลังการแถลงข่าว ทางคณะผู้บริหารโครงการ ได้ลงพื้นที่จุดที่มีการก่อสร้างโครงการซึ่งในวันนี้  ได้มีการดำเนินการตอกเสาเข็ม เริ่มเดินหน้าโครงการเฟสแรก 
            นายธนพัฒน์ พัฒศรีเรือง กรรมการผู้จัดการ บริษัทอ่าวนางแลนด์มาร์ค จำกัด เจ้าของแนวคิดโครงการ “อ่าวนางแลนด์มาร์ค เปิดเผยว่า โครงการ “อ่าวนางแลนด์มาร์ค  เป็นการรวมตัวของนักธุรกิจ ของนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง  ถือเป็นพื้นที่ทำเลทองผืนสุดท้ายและสวยงามที่สุดใน จ.กระบี่ เนื้อที่55 ไร่เศษ  โดยเป็นการลงทุนระยะยาวมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า  6,000 ล้านบาท ภายในพื้นที่โครงการจะมีถนนมาตรฐานตัดผ่าน การเดินทางไปมาสะดวก มีที่จอดรถที่กว้างขวาง มีความทันสมัย ซึ่งเป็นโครงการแรกและโครงการเดียวในจังหวัดกระบี่และภาคใต้ที่จะพัฒนาคอมมูนิตี้ มอลล์ ริมทะเล หาดนพรัตน์ธารา  สร้างแหล่งการค้าที่ครับครันที่สุด รองรับผู้ประกอบการและนักลงทุนในทุกรูปแบบ ตั้งแต่การลงทุนเพื่อทำการค้า การลงทุนด้านที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร บริการท่อเที่ยว นำเที่ยว  โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และระบบสาธารณูปโภค จัดสรรเป็นระบบ zoning ทั้งด้านการค้าการลงทุน การบริหารจัดการด้านพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเป็น "แลนด์มาร์ค" ของอ่าวนางอย่างแท้จริง  
 จุดเริ่มต้นของการลงทุนในโครงการนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ มานานกว่า 30 ปี เล็งเห็นว่า จ.กระบี่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลกเป็นศูนย์กลางของจังหวัดการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวของฝั่งอันดามัน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวติดอันดับ 5 ของประเทศ และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อตนได้มาพบเห็นที่ดินแปลงที่สวยและใหญ่ที่สุด และเหลือเป็นแปลงสุดท้าย จึงคิดว่าจะมีการพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่มีความครบครัน รองรับการเติบการท่องเที่ยว จึงได้หารือกับคุณพรทิพย์ กิตติธรกุล ประธานบริหาร บ.อ่าวนาง แลนด์มาร์ค จนนำมาสู่การเปิดตัวโครงการดังกล่าว 
 นายธนพัฒน์ กล่าวอีกว่า "โครงการอ่าวนาง แลนด์มาร์ค" บนพื้นที่กว่า 55 ไร่ติดทะเล มีถนนตัดผ่าน ไปมาสะดวก มีที่จอดรถที่กว้างขวาง มีความทันสมัย เป็นโครงการแรกและโครงการเดียวในจังหวัดกระบี่ ที่พัฒนาคอมมูนิตี้ มอลล์ ริมทะเล สร้างแหล่งการค้าที่ครบครันที่สุด ที่ที่พักไว้รองรับนักท่องเที่ยวกว่า 20,000 ห้อง  และเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ  ก็สามารถเดินทางจากจุดอ่างนางแลนด์มาร์คได้อย่างสะดวกรวดเร็ว  สำหรับการออกแบบตัวอาคารเป็นรูปหยดน้ำ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากทำเลที่ตั้งโครงการ ฯที่อยู่ติดทะเล อีกทั้งอาคารเพื่อการพาณิชย์ที่ออกแบบให้ทันสมัย แต่ก็ไม่ลืมผสมผสานสไตล์อนุรักษ์ไทยเข้าไปได้อย่างคลาสสิค  ก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีของ Lindab ประเทศสวีเดน พร้อมด้วยการจัดสรรพื้นที่ให้เป็น "Krabi Beach Walk" เต็มรูปแบบ ผสมผสานร้านค้าแบรนด์เนม และร้านค้าท้องถิ่นเข้าด้วยกัน   พร้อมลานวัฒนธรรม ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่และภาคใต้ เป็นต้น โดยมีเส้นทางเดิน"Beach Walk" ขนาดใหญ่เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กม. 
               ดังนั้นโครงการอ่าวนางแลนด์มาร์คนอกจากจะโดดเด่นในเรื่องทำเลที่ตั้งติดชายทะเลที่สวยงามแล้ว ยังโดนเด่นที่รูปแบบการพัฒนาที่ครบวงจรสุดทันสมัยและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและระบบสาธารณูปโภค โดยมีการจัดสรรเป็นระบบ zoning ทั้งพื้นที่ด้านการค้าการลงทุน ศูนย์การค้าและช็อปปิ้ง โรงแรมที่พัก ลานจัดแสดงสินค้าและบริการ ลานวัฒนธรรม ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว จ.กระบี่และภาคใต้  เป็นต้น  ซึ่งคาดว่าจะสามารถดึงดูดผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากให้หลั่งไหลมาสู่ “อ่าวนางแลนด์มาร์ค” อย่างแน่นอน  โดยในเดือนมิถุนายน 2561  จะเป็นการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง อย่างยิ่งใหญ่ อย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในภูมิภาคนี้ นายธนพัฒน์ กล่าว
ทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ผู้ว่านราธิวาสเยี่ยมปลอบขวัญเจ้าของร้านถูกเพลิงไหม้พร้อมมอบเงินเยียวยาเบื้องต้น

ผู้ว่านราธิวาสเยี่ยมปลอบขวัญเจ้าของร้านถูกเพลิงไหม้พร้อมมอบเงินเยียวยาเบื้องต้น
            เวลา17.00น.วันที่ 24 กพ 61 นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนางยินดี พร้อมมูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายสมหวัง เรืองเพ็ง ปลัดจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกติครอง ร่วมติดตามความคืบหน้าใรการเข้าไปเก็บกวาดทำความสะอาดร้านค้าเบ็ดเตล็ดและร้านขายปลาสวยงาม ที่ตั้งอยู่ถนนระแงะมรรคา ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ โดยทางเจ้าหน้าที่ อส. และเจ้าหน้าที่จากกองสาธารณสุข เทศบาลเมืองนราธิวาส ได้เข้ามาช่วยเก็บกวาดทำความสะอาด เพื่อปรับพื้นที่ และป้องกันเศษฝุ่นละอองและขยะที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ลอยในอากาศส่งผลต่อมลภาวะและสิ่งแวดล้อม และในการลงพื้นที่ครั้งนี้คณะผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมทั้งรับปากที่จะช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมในทุกด้าน ซึ่งในวันนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นจำนวน 4 ราย ซึ่งเป็นทั้งความเสียหายจากตัวโครงสร้างอาคาร และด้านทรัพย์สิน  ประกอบด้วยนายณรงค์ นวลเปรม นายชูชาติ ศิลามาศ นางสาวนิรมนตร์ สังสุวรรณ และนางสุดารัตน์ ศรีสว่าง 
           จากนั้นคณะผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเยี่ยมนายพรสุวรรณ ยอดศรี  เจ้าหน้าที่ดะยเพลิง เทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาและกล่าวขอบคุณที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น            ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กองวิทยาการนราธิวาส เตรียมหาจุดคนร้ายซุกระเบิดเผาห้างดัง

กองวิทยาการนราธิวาส เตรียมหาจุดคนร้ายซุกระเบิดเผาห้างดัง ขณะที่พนักงานแผนกซุปเปอร์ย้ายมาทำงานในแผนกดีพาสเม้นสโตว์แทน เตรียมเปิดชั่วคราว 1 มีนาคมนี้
 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หน่อยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน กองวิทยาการ ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เดินทางมายังห้างซุปเปอร์ 4 ดีพาสเม้นสโตว์ เป็นวันที่ 3 หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบค้นหาหลักฐานภายในตึกได้เนื่องจากระบบไฟฟ้าทั้งหมดในตัวตึกเกิดเหตุได้รับความเสียหายและมืดไม่สามารถทำงานได้ อีกทั้งตังตึกเอง ซึ่งเป็นตึก 2 ชั้น รวม 4 ห้อง ถูกไฟเผาจนตัวตึกมีลักษณะยุบตัวที่บริเวณชั้น 2 เจ้าหน้าที่เกรงตึกอาจจะถล่มลงมาทัพได้ จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาแก้ไขเนื่องจากหม้อแปลงขนาดใหญ่ที่ใช้ในตึกเกิดความเสียหายจนต้องเปลี่ยนใหม่และเดินสายไฟใหม่ทั้งอาคาร เพื่อเก็บหลักฐานวันตุระเบิดที่คนร้ายนำมาใช้นั้นเป็นแบบชนิดใด  
 ส่วนพนักงานแผนกซุปเปอร์มารเก็ตที่ทำงานภายในตึกเกิดเหตุ จำนวนประมาณ 80 ราย ล่าสุดถูกย้ายมาทำงานในแผนกดีพาสเม็นสโตว์แผนกเสื้อผ้าแทน เครื่องสำอาง รองเท้า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับพนักงานได้ทำงานครบเดือนโดยที่ไม่ต้องหยุดงาน และแผนกดังกล่าวจะเปิดจำหน่ายอีกครั้งในวันที่ 1 มีนาคม 2561 นี้ เนื่องจากตึกในแผนกดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียว รวม 7 ห้อง และไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด  
 ส่วนการรักษาความปลอดภัยในรอบบริเวณซุปเปอร์ 4 ดีพาสเม้นสโตว์ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนจำรูฐนรา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.เมือง และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันเมืองคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นย่านธุรกิจสำคัญมีร้านค้าและที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก 
 ส่วนความคืบหน้าทางคดีนั้น แหล่งข่าวในพื้นที่แจ้งว่า กลุ่มคนร้ายที่ลอบนำวัตถุระเบิดชนิดใหม่แบบกระเป๋าสตางค์นำมาใช้เพื่อวินาศกรรมเผาร้านค้าย่านเศรษฐกิจสำคัญๆเป็นกลุ่มวัยรุ่นๆใหม่ที่ถูกฝึกมาปฏิบัติการณ์โดยเฉพาะ และไม่มีหมายใดๆจากฝ่ายความมั่นคง โดยมีกลุ่มโจรรุ่นพี่อยู่เบื้องหลังคอยวางแผนและสั่งการให้กลุ่มนี้นำวัตถุระเบิดไปก่อเหตุตามเป้าหมายที่ถูกเลือกไว้และตระเวรดูต้นทางไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งล่าสุดได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปซ่อนตัวในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอที่มีเขตรอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน  
 สำหรับคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้เจ้าหน้าที่คาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน โดยแบ่งหน้าที่เป็นคนขับรถจักยานยนต์ 1 คน และอีก 1 คน ทำหน้าที่แอบนำวัตถุระเบิดไปวางซุกไว้ในร้านค้าเป้าหมาย และยังมีคนที่ทำหน้าที่ดูต้นทางอีก 1 คน รวมจุดละ ไม่น้อยกว่า 3 คน รวม 3 จุด น่าจะใช้คนไม่น้อยกว่า 10 คน โดยเลือกสถานที่ที่ไม่มีหรือห่างจากกล้องวงจรปิด โดยนำมาวางไว้ก่อนที่ร้านจะปิดไม่นาน ซึ่งโดยปกติร้านค้ามักจะปิดร้านในช่วงเวลา ประมาณ 22.00 น.และเมื่อวางซุกไว้ในร้านค้าแล้ว คนร้ายได้มีการตั้งเวลาระเบิดไว้ที่หลัง 00.00 น.เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของร้านปิดร้านและพักผ่อนแล้ว โดยการกระทำในครั้งนี้ คนร้ายมุ่งเน้นเปาร้านค้ามากกว่ามุ่งหวังในชีวิต เนื่องจากเป็นวัตถุระเบิดชนิดเล็กที่ไม่มีสะเก็ดระเบิด.        ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่-เร่งไล่ล่าสองคนร้ายใช้รถยนต์กระบะขโมยตู้เอทีเอ็มไม่สำเร็จธนาคารไทยพาณิชย์ถูกขโมยเป็นครั้งที่สามแล้ว

สองคนร้ายใช้รถยนต์กระบะขโมยตู้เอทีเอ็มไม่สำเร็จธนาคารไทยพาณิชย์ถูกขโมยเป็นครั้งที่สาม
 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 07.30 นาฬิกา ศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ รับแจ้งเหตุจากร้านแสงทองลีฟวิ่งรูม ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเทศโก้โลตัส ถนนสายกระบี่ – เหนือคลอง หมู่ที่ 12 บ้านควนเนียง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ว่าตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ตั้งอยู่ข้างร้านถูกคนร้ายงัดตู่เซฟมากองที่พื้น จึงแจ้งพันตำรวจตรี ประพันธ์ หนูชัยแก้ว พนักงานสอบสวนร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกระบี่ จากนั้นจึงพร้อมด้วยพันตำรวจโท เจนภพ บุตรกินรี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน พันตำรวจโทหญิง ประเพ็ญพิศ คงมาก นักวิชาการวิทยาศาสตร์ 3 พิสูจน์หลักฐานกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และทีมชุดสืบสวน รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อเก็บพยานหลักฐานและหาข้อมูลของคนร้าย
 พบตู้เซฟที่เก็บเงินตั้งห่างจากตัวตู้เอทีเอ็มดังกล่าว 1.50 เมตร มีชิดส่วนต่างๆของตู้กระจัดกระจาย ส่วนตู้เซฟยังอยู่คนร้ายไม่สามารถเอาไปได้ และยังพบบัตรเอทีเอ็มตกอยู่ข้างตู้เซฟ เป็นของนายชัยสิทธิ์ ไร่ยาว จากการดูภาพวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเหตุเกิดเวลา 03.20 นาฬิกา มีคนร้าย 2 คน ขับรถยนต์กระบะมาจอดหน้าตู้เอทีเอ็ม คนร้ายที่นั่งมาด้วยกันเดินลงไปที่ตู้ ส่วนคนขับได้ถอนรถมาจอดห่างจากตู้ 3 เมตร แล้วนำสายสริงค์ไปเกี่ยวกับตู้เอทีเอ็ม จากนั้นจึงขับรถดึงให้ตู้เอทีเอ็มลมลง แล้วยกขึ้นรถแต่ยกไม่ไหวจึงพยุงให้ตู้เอทีเอ็มยืนขึ้น แล้วถอยรถมาเที่ยวเพื่อยกขึ้นกระบะอีกครั้งหนึ่ง  แต่ไม่สามารถยกขึ้นกระบะรถยนต์ได้เนื่องจากมีน้ำหนักหนักมาก สองคนร้ายใช้เวลานานในการขโมยถึง 10 นาที เห็นว่าเอาตู้เอทีเอ็มไปไม่ได้จึงได้ขึ้นรถยนต์กระบะขับหลบหนีไป
 ส่วนบัตรเอทีเอ็มของนายชัยสิทธิ์ ไร่ยาว เจ้าหน้าที่จะได้เชิญตัวมาสอบปากคำต่อไป และสอบถามไปยังบริษัทที่รับผิดชอบตู้เอทีเอ็มว่าบัตรถูกอายัดไว้หรือไม่ สำหรับตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ถูกสองคนร้ายพยายามขโมยอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทกรุงเทพเซอรเว็คจำกัด ซึ่งมีสาขาใหญ่อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต พึงมาเติมเงินเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ยังไม่ทราบจำนวนเงินต้องรอทางบริษัทดังกล่าวชี้แจงรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง  เหตุการณ์เช่นนี้เปิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดกระบี่มา 2 ครั้งแล้ว คือที่หน้าโรงงานน้ำยางในพื้นที่บ้านบางผึ้ง ตำบลโคกยาง อำเภอเหนือคลอง หน้าสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตจังหวัดกระบี่ ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

เปิดบริการอย่างเป็นทางการ True agent plus ร้าน76 เทเลคอม 3 อำเภอรือเสาะ


เปิดบริการอย่างเป็นทางการ True agent plus  ร้าน76 เทเลคอม 3 อำเภอรือเสาะ
 จังหวัดนราธิวาส มีสินค้าทรูมากมายให้เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นซิมรายเดือน/ทรูวิชั่นส์/เน็ตบ้านทรูออนไลน์/มือถือหลากหลายรุ่น และที่สำคัญมีบริการหลังการขาย ย้ายค่ายเบอร์เดิม สามารถชำระค่าบริการต่างๆ สะดวกสบายใกล้บ้านคุณ ทรูออนไลน์ พร้อมให้พี่น้องชาวนราธิวาสได้สัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วแสงครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจและสถานที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส และได้มอบความคุ้มค่า
True Super Fiber Plus แรงกว่า ครบกว่า คุ้มกว่า
50 mbps.เริ่มต้นเพียง 799 บาทต่อเดือน พร้อมรับบริการถึง 7 บริการ จากทรูมูฟ เอช โทรชัดพร้อมเน็ต 4G  ความเร็ว 4 Mbps. ไม่ลดสปีด และดูทีวีชัดจากทรูวิชั่นส์ฟรี สนใจสมัคร โทร.099-7632690

สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษทันที
ฟรีค่าติดตั้งและเดินสาย ฟรีค่าสิทธิ์ยืมwifi-router ฟรีค่าติดตั้งทรูวิชันส์และประกันทรูวิชั่นส์
ฟรีค่าแรกเข้า รวมมูลค่า13,000บ.
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สหกรณ์หวัดนราธิวาส จัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ มีสมาชิกเข้าร่วมงานนับพันคน รวมกิจกรรมต่างๆเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

สหกรณ์หวัดนราธิวาส จัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ มีสมาชิกเข้าร่วมงานนับพันคน รวมกิจกรรมต่างๆเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

                ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ศาลากลาง อ.เมืองนราธิวาส นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2561 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ต่างๆและสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่ จำนวน 1,100 คน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

                นายนอร์ดีน เจะแล สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า วันที่ 26.ก.พ.ของทุกปี ขบวนการสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจะรวมตัวกันจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมสานุวงศ์ที่ทรงมีระมหากรุณาธคุณต่อการสหกรณ์ไทยและถวายสักการะเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระราชวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาการสหกรณ์ไทย รวมทั้งส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรตระหนักถึงคุณค่าของระบบสหกรณ์ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างขบวนการสหกรณ์และหนาวยงานภาครัฐ

                สำหรับการจัดงานและการจัดกิจกรรมในแ 2561 ขบวนการสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริม แนะนำ และให้การสนับสนุน ได้ร่วมกันจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติระดับจังหวัดขึ้น ตลอดจนเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทความสำคัญขององค์กรในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศภายใต้อุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์ โดยมีผู้แทนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ประมาณ 1,00 คน ในการจัดงานกำหนักให้มีกิจกรรม ถวายสดุดีพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระราชวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ที่ทรงบุกเบิกริเริ่มการสหกรณ์ในประเทศไทย พร้อมกิจกรรมทางศาสนา เพื่อเป็นการสร้างและปลูกฝังค่านิยมในการประพฤติปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน และอิสลามิกชน กิจกรรมปั่นจักยาน ภายใต้ชื่อ นราสดใส กายสุขสันต์ ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยการปลูกฝังค่านิยมเป็นจิตอาสา โดยการทำความสะอาดบริเวณถนนเลี่ยงเมืองสามแยกปูตะ กิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นกระจูดในพื้นที่อนุรักษ์ของนิคมสหกรณ์บาเจาะ เพื่อเป็นการเสริมสร้างและปลูกฝังค่านิยมในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเอื้ออาทรต่อสังคม การบริจาคโลหิต และเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กกำพร้าบ้านสะปอม กิจกรรมแข่งขันกีฬาและกิจกรรมสันทนาการ เพื่อเป็นการพบปะและเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างหน่วยงานราชการกับผู้แทนการสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดนราธิวาส เป็นต้น.​

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

แห่ชื่นชม นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติน้ำใจงาม ช่วยปั้มหัวใจหนุ่มน้อยวัย15ปี จนฟื้นหลังปีนขึ้นบันได1,000 ขั้น วัดถ้ำเสือ จกระบี่

แห่ชื่นชม นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติน้ำใจงาม  ช่วยปั้มหัวใจหนุ่มน้อยวัย15ปี จนฟื้นหลังปีนขึ้นบันได1,000 ขั้น เพื่อสัการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาวัดถ้ำเสือวิปัสนา จ.กระบี่ แต่อ่อนแรงหมดสติกะทันหัน 
 เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา   เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา  จ.กระบี่ ได้รับแจ้งวเหตุนักท่องเที่ยวหมดสติ ขณะเดินขึ้นไปบนยอดวัดถ้ำเสือวิปัสสนา ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่    จึงเดินทางไปตรวจสอบ ไปถึงพบ ผู้ป่วยเป็นชายวัยรุ่นชาวไทยอายุ 15 ปี  นอนหมดสติ บนขั้นบันใดขั้นที่ 1พัน  โดยมีนักท่องเที่ยวช่างต่างชาติกว่า 10 คน  กำลังช่วยกัน ปฐมพยาบาลชายวัยรุ่นดังกล่าว ด้วยการปั้มหัวใจ (CPR)   จนกระทั่ง ผ่านไปประมาณ10นาที ก็ เกิดกาตอบสนองของชีพจร และมีการหายใจ และหัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติอีกครั้ง  ก่อนที่ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา  รับผู้ป่วยส่งต่อโรงพยาบาลกระบี่ 
 ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ เด็กหนุ่มนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว  ได้เดินที่ขึ้นขั้นบันใดไปบนยอดเขา วัดถ้ำเสือวิปัสนา  เพือขึ้นกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์   ซึ่งมีความสูง  กว่า 1,200 ขั้น   แต่เมื่อไปถึงขั้นที่ 1,000  นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวเกิดอาการเหนื่อยหอบ หายใจติดขัดอย่างเฉียบพลัน ด้วยสาเหตุโรคประจำตัว  จึงทำให้มีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว และ หมดสติ สัญญาณชีพเต้นอ่อนลงทุกวินาที นักท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ตัวผู้ป่วย จึงตัดสินใจ ปั้มหัวใจทันที และ เรียกรถพยาบาล มูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ให้ส่งกำลังคนพร้อม อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ขึ้นไปสมทบนำถังอ๊อกซิเจน ให้กับผู้ป่วย ซึ่งในขณะนั้น ผู้ป่วย  เริ่มกลับมามีสติสัญญาณชีพเต้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ  เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า1ชั่วโมงในการลำเลียงผู้ป่วยวิกฤตรายนี้ลงสู่พื้น  ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลกระบี่  ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ได้สร้างความประทับใจแก่ประชนชาวไทย ที่เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก   และได้มีการแชร์ภาพนาที  ที่ชาวต่างชาติพยายามช่วยชีวิต ลงในโลกโซเชี่ยล   จนได้รับการยกย่องชื่นชมกันอย่างล้นหลาม ถึงความมีน้ำใจของชาติต่างชาติ  ที่พยายามช่วยอย่างเต็มที่ และดูเหมือนได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี   นอกจากนี้ชาวเน็ตยังได้มีการเสนอแนะให้คนไทยควรจะมีการฝึกฝนให้นักเรียนนักศึกษา ทุกระดับโยยก เอากรณีของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในครั้งนี้มาเป็นตัวอย่าง  ทีสามารถช่วยชีวิตไว้ในเบื้องต้นก่อนที่จะถึงมือแพทย์ 

ขอบคุณภาพจากมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เปิดบริการอย่างเป็นทางการ True agent plus ร้านโมบายเซ็นเตอร์ อำเภอระแงะ

เปิดบริการอย่างเป็นทางการ True agent plus  ร้านโมบายเซ็นเตอร์ อำเภอระแงะ
 จังหวัดนราธิวาส มีสินค้าทรูมากมายให้เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นซิมรายเดือน/ทรูวิชั่นส์/เน็ตบ้านทรูออนไลน์/มือถือหลากหลายรุ่น และที่สำคัญมีบริการหลังการขาย ย้ายค่ายเบอร์เดิม สามารถชำระค่าบริการต่างๆ สะดวกสบายใกล้บ้านคุณ ทรูออนไลน์ พร้อมให้พี่น้องชาวนราธิวาสได้สัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วแสงครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจและสถานที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส และได้มอบความคุ้มค่า
True Super Fiber Plus แรงกว่า ครบกว่า คุ้มกว่า
50 mbps.เริ่มต้นเพียง 799 บาทต่อเดือน พร้อมรับบริการถึง 7 บริการ จากทรูมูฟ เอช โทรชัดพร้อมเน็ต 4G  ความเร็ว 4 Mbps. ไม่ลดสปีด และดูทีวีชัดจากทรูวิชั่นส์ฟรี สนใจสมัคร โทร.073-675299

สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษทันที
ฟรีค่าติดตั้งและเดินสาย ฟรีค่าสิทธิ์ยืมwifi-router ฟรีค่าติดตั้งทรูวิชันส์และประกันทรูวิชั่นส์ 
ฟรีค่าแรกเข้า รวมมูลค่า13,000บ.
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

คนร้ายลอบวางเพลิง 2 จุดในพื้นที่ย่านการค้าเมืองนราธิวาส จนท.ระดมรถดับกว่ากว่า 20 คัน(มีคลิป)

คนร้ายลอบวางเพลิง2 จุดในพื้นที่เมืองนราธิวาส

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 24 ก.พ. 61 พ.ต.อ.เจริญ ธรรมขันธ์ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ 2 จุด จุดแรกที่บริเวณร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก ไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่ ถ.ระแงะมรรคา จุดที่ 2 บริเวณห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ เลขที่ 24/2 ถ.จำรูญนรา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยังหน่วยบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลเมืองนราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวนกว่า 20 คัน เพื่อสนับสนุนในการแยกย้ายฉีดน้ำสกัดเพลิงทั้ง 2 จุด พร้อมระดมเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อทำการปิดกั้นการจราจร และอำนวยความสะดวกรถดับเพลิงเข้าฉีดน้ำดับไฟ


โดยจุดแรกต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูกไม่มีชื่อและเลขที่ ซึ่งปลูกสร้างในลักษณะใช้สังกะสีมุงหลังคาและกั้นเป็นฝาผนัง ซึ่งเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อยู่ที่จุดวางสินค้าประเภทพลาสติก ซึ่งตั้งอยู่กลางร้าน และได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็วที่ร้านจำหน่ายปลาสวยงามที่อยู่ติดกัน โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการฉีดน้ำสกัดกั้นต้นเพลิงนานเกือบ 2 ชั่วโมง จึงสงบลงและพบว่าร้านค้าถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย จำนวน 2 คูหา
ส่วนจุดที่ 2 ซึ่งเป็นห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ ที่ใหญ่ที่สุดของ จ.นราธิวาส และเคยถูกคนร้ายลอบวางเพลิงได้รับความเสียหายมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณล็อกวางสินค้าประเภทไวไฟที่บรรจุไว้ในกระป๋อง และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังฉีดน้ำสกัดกั้นต้นเพลิง ก็ได้ยินเสียงระเบิดเกิดขึ้นเป็นระยะๆ จนกระทั่งไฟได้ลุกลามไปยังที่วางสินค้าส่วนต่างๆของห้าง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี โดยที่เจ้าหน้าที่กระทำได้เพียงฉีดน้ำดับไฟเพื่อไม่ให้ต้นเพลิงได้ลุกลามไปไหม้บ้านเรือนของประชาชนที่ปลูกสร้างอยู่บริเวณด้านข้างของห้าง จนเวลาผ่านไปนานประมาณ 4ชั่วโมง เพลิงจึงได้สงบลงทำให้ห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ ได้รับความเสียหายทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรก็ตามในช่วงเช้าของวันนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุทั้ง 2 จุด เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่นาคาเฟสเริ่มคืนแรกบรรยากาศคึกคักทั้งนักท่องเที่ยวไทยต่างชาติที่หาดคลองม่วง 23 – 25 นี้



งานกระบี่นาคาเฟสเริ่มคืนแรกบรรยากาศคึกคักทั้งนักท่องเที่ยวไทยต่างชาติที่หาดคลองม่วง 23 – 25 นี้
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 19.30 นาฬิกา พันตำรวจตรี หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดการจัดงานกระบี่นาคาเฟส 2018 ภายใต้แนวคิดเดอะบีสออ๊ฟเลิฟซอง วันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ชายหาดคลองม่วง ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ เริ่มคืนแรกบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน ด้วยการแสดงตำนานพญานาค อย่างยิ่งใหญ่ตระการตาด้วยแสงสีเสียง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาสัมผัสอย่างคับคั่ง และดื่มด่ำกับบรรยากาศชายหาดที่สวยงาม อิ่มอร่อยกับสุดยอดเมนูอาหารซีฟู๊ด จากโรงแรมระดับ 4 - 5 ดาวที่มาออกบูธ ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกริมชายหาดคลองม่วง เคล้าเสียงเพลงป๊อบแจ๊สอันไพเราะจากศิลปินชั้นนำของเมืองไทยและต่างประเทศ มีการออกร้านสินค้า OTOP ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่กว่า 30 ร้าน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
 งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ทำให้เกิดการเข้าพักในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นการสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์การเป็นเมืองท่องเที่ยวหาดทราย ชายทะเล ระดับนานาชาติ ที่มีกิจกรรมหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคู่รักและกลุ่มครอบครัวที่หลงใหลกับบรรยากาศชายหาดยามค่ำคืนเคล้าเสียงดนตรีคลาสสิกริมทะเล และตอกย้ำการเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพที่สามารถสร้างความคุ้มค่าและความพึงพอใจให้นักท่องเที่ยว 
จังหวัดกระบี่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ มาเที่ยวงานกระบี่นาคาเฟส 2018 วันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ 2561 จะได้พบกับวงดนตรีชั้นนำวงเคลีย วงชอยอันดามัน วงแจ๊ทเซ็ตเตอร์ วงแก๊ทสโนว่า วงเดอะเว้าวีออลเลิฟไทยแลนด์แซพ และนักร้องชั้นนำเช่น ต้น สุชาติ ชางกูร ปู แบล็คเฮด ป้อม แอ็ดดี้ ออโตบาห์น ปิงปอง ศิรศักดิ์ 4 โฟดำ ลูกหว้า พิจิกา ลูกปัด ชลนรรจ์ ตู่ ภพธร เป็นต้น
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สตูล จิตอาสาร่วมบริจาคโลหิตวันสหกรณ์แห่งชาติจังหวัดสตูล ประจำปี 2561(มีคลิป)

สตูล จิตอาสาร่วมบริจาคโลหิตวันสหกรณ์แห่งชาติจังหวัดสตูล ประจำปี 2561
วันนี้ 23 ก.พ.  61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายนาวี หะยีดอเลาะ สหกรณ์จังหวัดสตูลกล่าวว่าต้องจัดให้มีการรับบริจาคโลหิตก่อนวันสหกรณ์แห่งชาติจังหวัดสตูลเพราะมีสมาชิกมาบริจาคจำนวนมากสมาชิกทั้งหมดมาร่วมบริจาคจำนวน 102 คน โดยมีสมาชิกสหกรณ์ ผู้แทนสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จ.สตูลเข้าร่วมบริจาคในครั้งนี้ และมีการมอบของขวัญให้กับสมาชิกเป็นหมอนจากยางพาราที่สหกรณ์ผลิตเอง 
 นายนาวี หะยีดอเลาะ กล่าวต่ออีกว่าในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปี ได้มีการจัดงานขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของผู้ให้กำเนิด “สหกรณ์” กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับจดทะเบียนเท่านั้น แต่เป็น “พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย” ผู้ปูพื้นฐานและทรงเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่และขยายอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์อย่างกว้างขวางทั่วทั้งประเทศยัง เป็นประโยชน์ให้สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อำนวยประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าตราบถึงปัจจุบัน จนได้รับการยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย” สำหรับการจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติปี 2561 นี้ ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้สหกรณ์การเกษตรควนกาหลง จำกัด เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการจัดนิทรรศการ พิธีวางพานพุ่มเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กิจกรรมการบริจาคโลหิต การมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน และงานราตรีสังสรรค์วันสหกรณ์ กิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 “วันสหกรณ์แห่งชาติ” โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล พันเอกนิคม ทองอินทร์แก้ว มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ ตามโครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน

สตูล พันเอกนิคม ทองอินทร์แก้ว มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ ตามโครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน
         วันนี้ 23 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 22 ก.พ.61ที่ผ่านมาพันเอกนิคม ทองอินทร์แก้ว ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พันเอกวรเดช เดชรักษา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 5 กองกำลังเทพสตรี ดำเนินการมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับผู้ยากไร้ มีฐานะยากจน ตาม ตามโครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน โดยในวันนี้ได้มอบสิ่งของช่วยเหลือจำนวน 2 ครอบครัว ในพื้นที่ ต.เกตรี อ.เมืองสตูล จ.สตูล คือ นายอุเส็น ผลาอาด อายุ 75 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 129 ม.5 ต.เกตรี และ นายผิน แก้วน้อย อายุ 85 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 171 ม.5 ต.เกตรี อ.เมืองสตูล จ.สตูล โดยได้มอบสิ่งของช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับทั้งสองครอบครัว 
      ทั้งนี้ โดยโครงการคนไทยไม่ทิ้งกันนี้เป็นโครงการที่หน่วยงานทหารจัดทำขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือในขั้นต้นให้กับประชาชนที่มีความเดือดร้อน ยากจน ยากไร้ มีความเป็นอยู่ยากลำบากในลักษณะการแบ่งปันเพื่อช่วยเหลือเพื่อให้มีความเป็นอยู่หรือผ่อนคลายความเดือดร้อนในขั้นต้น สำหรับกิจกรรมดังกล่าวนี้ ได้สร้างความรู้สึกที่ดีต่อกันและได้เห็นถึงความมีน้ำใจของหน่วยงานทหารที่มีต่อประชาชนในพื้นที่ ตรงตามชื่อของโครงการ "คนไทยไม่ทิ้งกัน"
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่-รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่นิคมสหกรณ์


รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่นิคมสหกรณ์ โดยการทำเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ สร้างรายได้กว่า 3 หมื่นบาท/เดือน

วันนี้ 22 กุมภาพันธ์ 2561 นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้มาตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่นิคมสหกรณ์คลองท่อม จังหวัดกระบี่ ของนายเชาวลิต จันทร์ย่อง  อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 399 ม.5 ต.โคกยาง     อ.เหนือคลอง  จ.กระบี่ โดยมีนายกิตติ พงศ์เลิศฤทธิ์ สหกรณ์จังหวัดกระบี่  นายสถาพร วังบุญคง ผู้อำนวยการนิคมสหกรณ์คลองท่อม พร้อมด้วยสมาชิกให้การต้อนรับ
 นายสถาพร  วังบุญคง ผู้อำนวยการนิคมสหกรณ์คลองท่อม กล่าวว่า สมาชิกสหกรณ์คลองท่อม จังหวัดกระบี่ ได้ใช้บริการสหกรณ์เป็นกลไกในการประกอบอาชีพ ได้แก่ การใช้ปุ๋ยผสมเพื่อลดต้นทุน การทำเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ และการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่นิคมสหกรณ์ ถือว่าเป็นแบบอย่างให้แก่สมาชิกและเกษตรกรทั่วไปได้เป็นอย่างดีในส่วนของนายเชาวลิต จันทร์ย่อง  ที่ได้รับเงินอุดหนุนให้มีการเลี้ยงเป็ดเทศ เป็ดดำ เป็ดขาว เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลาในกระชัง เลี้ยงด้วงสาคู เพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดแครง ทําเชื้อเห็ด ปลูกผักกางมุ้ง ผักกาด  แตงกวา กล้วย  มะนาว โดยใช้พื้นที่ประมาณ 10 ไร่ สามารถสร้างรายได้กว่า 3 หมื่นบาท / เดือน
 นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  กล่าวว่าการเดินทางมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ได้มีการเน้นย้ำและมอบนโยบายการปฏิบัติแก่งานเจ้าหน้าที่ของนิคมสหกรณ์คลองท่อมว่าจะต้องยึดกฎหมายและนโยบายของภาครัฐและต้องปฏิบัติงานขับเคลื่อนนโยบายอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะการสนองนโยบายขับเคลื่อนไทยนิยมอย่างยั่งยืน
  นายวารินทร์ ใจเกลี้ยง ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์กล่าวว่า สหกรณ์นิคมคลองท่อม จำกัด จัดตั้งและจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2552 ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 3,522 คน ทุนเรือนหุ้น 12.56 ล้านบาท สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อบริการสมาชิกจำนวน 4 ธุรกิจ คือ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจแปรรูป (ปุ๋ยผสม) ธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจรวบรวมผลผลิต (ปาล์มน้ำมัน) โดยเฉพาะธุรกิจผสมปุ๋ยใช้เอง สหกรณ์ดำเนินการให้บริการแก่สมาชิกสามารถลดต้นทุนการผลิตให้แก่สมาชิกได้เป็นจำนวนมากและสหกรณ์ยังเป็นแม่ข่ายในการประมูลแม่ปุ๋ยของจังหวัดกระบี่
 การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ สหกรณ์นิคมคลองท่อม จำกัด ได้ดำเนินการตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ มีสมาชิกจำนวน 300 ราย พื้นที่ 7,500 ไร่ ปัจจุบันสมาชิกอยู่ระหว่างดำเนินการปฏิบัติตามขั้นตอนการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (RSPO) ซึ่งคาดว่าภายใน 1 ปี
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ เปิดห้องสมุดอาเซียนใน จังหวัดพัทลุง


กรมอาเซียน  กระทรวงการต่างประเทศ  เปิดห้องสมุดอาเซียนใน  จังหวัดพัทลุง .... เมื่วันที่ 22 กมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนอนุบาลป่าบอน   อำเภอป่าบอน   จังหวัดพัทลุง   นายวันชัย  จันทร์พร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวต้อนรับ นางสาวบุศรา  กาญจนาลัย   รองอธิบดีกรมอาเซียน  กระทรวงการต่างประเทศ  เนื่องในโอกาสได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดห้องสมุดอาเซียน  ให้แก่โรงเรียนอนุบาลป่าบอน   อำเภอป่าบอน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง  เขต  2   ซึ่งเป็นโรงเรียนลำดับที่  34  ที่ได้รับมอบห้องสมุดอาเซียนจากรมอาเซียน  กระทรวงการต่างประเทศ
ทั้งนี้ กรมอาเซียน  กระทรวงการต่างประเทศ  ได้ดำเนินโครงการห้องสมุดอาเซียน  เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนไปข้างหน้า   สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียนในระดับเยาวชน  เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนสำหรับชุมชนในพื้นที่  รวมทั้งจะเป็นโรงเรียนต้นแบบให้กับโรงเรียนต่างๆในจังหวัด   ได้พิจารณานำไปประยุกต์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ต่อไป  โดยโครงการนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี  พ.ศ.2557   จนถึงขณะนี้    
นอกจากนี้ในปีงบประมาณ  2560  กรมอาเซียน  กระทรวงการต่างประเทศ  ได้สานต่อโครงการของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชนตามนโยบายรัฐบาล  โดยได้จัดสร้างและมอบห้องสมุดอาเซียน  เพื่อขยายโอกาสให้กับโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับห้องสมุดอาเซียน   จึงได้ตัดเลือกโรงเรียนระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา  ที่มีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับอาเซียน  จำนวน  14  จังหวัด  ได้แก่  ลำพูน  ลำปาง  แพร่  นครศรีธรรมราช  พัทลุง  พิจิตร  กำแพงเพชร  สุพรรณบุรี  พระนครศรีอยุธยา  บุรีรัมย์  สุรินทร์   ศรีสะเกษ  ระยอง  และ  จังหวัดจันทบุรี  รวมทั้งสิ้น  14  จังหวัดทั่วประเทศ    ทั้งนี้  เพื่อสนับสนุนเครือข่ายการตระหนักรู้และการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนอย่างเป็นระบบ  และเสริมสร้างศักยภาพของโรงเรียนในการปฏิสัมพันธ์กับภาคส่วนต่างๆในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนต่อไป.
……………………………………….....

ภาพ/ข่าว : สุทธิพงษ์ นิ่มนวล
ทศพร ก้อนแก้ว รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

เลือกมัสยิดกลางกระบี่นำร่องเป็นศาสนาสถานแห่งแรกเมืองท่องเที่ยวเมืองอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล

เลือกมัสยิดกลางกระบี่นำร่องเป็นศาสนาสถานแห่งแรกเมืองท่องเที่ยวเมืองอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล
 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 14.00 นาฬิกา ที่มัสยิดกลางจังหวัดกระบี่ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดกิจกรรมคิกอ๊อฟโครงการกระบี่เมืองท่องเที่ยวเมืองอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล และเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวกับหน่วยงานราชการและเอกชน 17 แห่งของจังหวัดกระบี่ โดยมีพันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับ มีส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โต๊ะอีหม่ามประจำมัสยิด คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 15 จังหวัดภาคใต้ รวมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคนพิการจังหวัดกระบี่ เข้าร่วม 350 คน
 โครงการดังกล่าวเป็นการนำร่องขยายพื้นที่ตัวอย่างในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้คนพิการ เข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเอื้อต่อการดำรงชีวิต ใช้ประโยชน์ในอาคารสถานที่และบริการต่างๆ มีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไป ให้สอดคล้องกับกฎหมายและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ จังหวัดกระบี่จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีทางลาด ห้องน้ำ ที่จอดรถ พื้นผิวต่างสัมผัส ป้ายสัญลักษณ์และข้อมูล และปี 2561 ส่งเสริมให้ศาสนสถานเป็นสถานที่เอื้อต่อการเข้าถึงใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต และการท่องเที่ยวของคนพิการ ผู้สูงอายุและคนทั่วไป ใช้มัสยิดกลางจังหวัดกระบี่นำร่องเป็นแห่งแรก 
 ด้วยรัฐบาลมีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นกลุ่มคนพิการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำสร้างโอกาสให้เข้าถึงบริการของรัฐ เป็นสิทธิพื้นฐานและเครื่องหมายแสดงถึงความเท่าเทียมของสังคม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ขับเคลื่อนให้คนพิการเข้าถึงบริการทางสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ดำรงชีวิตอิสระร่วมกับทุกคนในสังคมอย่างมีความสุข เข้าถึงสิทธิ์อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี 2550 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ปี 2556 ให้ได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ครอบคลุมทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีพึ่งตนเองได้
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เปิดบริการอย่างเป็นทางการ True agent plus ร้านแบมะซิงเกอร์ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

เปิดบริการอย่างเป็นทางการ True agent plus  ร้านแบมะซิงเกอร์ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส มีสินค้าทรูมากมายให้เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นซิมรายเดือน/ทรูวิชั่นส์/เน็ตบ้านทรูออนไลน์/มือถือหลากหลายรุ่น และที่สำคัญมีบริการหลังการขาย ย้ายค่ายเบอร์เดิม สามารถชำระค่าบริการต่างๆ สะดวกสบายใกล้บ้านคุณ ทรูออนไลน์ พร้อมให้พี่น้องชาวนราธิวาสได้สัมผัสประสบการณ์อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วแสงครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจและสถานที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส และได้มอบความคุ้มค่า
True Super Fiber Plus แรงกว่า ครบกว่า คุ้มกว่า
50 mbps.เริ่มต้นเพียง 799 บาทต่อเดือน พร้อมรับบริการถึง 7 บริการ จากทรูมูฟ เอช โทรชัดพร้อมเน็ต 4G  ความเร็ว 4 Mbps. ไม่ลดสปีด และดูทีวีชัดจากทรูวิชั่นส์ฟรี สนใจสมัคร โทร.095-7711208

สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษทันที
ฟรีค่าติดตั้งและเดินสาย ฟรีค่าสิทธิ์ยืมwifi-router ฟรีค่าติดตั้งทรูวิชันส์และประกันทรูวิชั่นส์
ฟรีค่าแรกเข้า รวมมูลค่า13,000บ.
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส จัดกิจกรรมเก็บขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศศที่สำคัญแบบมีส่วนร่วม มีปชช.เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก(มีคลิป)

สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7  กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ร่วมกับเทศบาลเมืองนราธิวาส จัดกิจกรรมเก็บขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศที่สำคัญแบบมีส่วนร่วม มีปชช.เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นาย วีรวัฒน์ อุนาพันธ์ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส  เป็นประธานเปิดกิจกรรมจัดเก็บขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศที่สำคัญแบบมีส่วนร่วม ด้วยสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7  กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง จะดำเนินกิจกรรมตามแผนงานบูรณการจัดการขยะทะเลและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมจัดเก็บขยะทะเล  ที่ตกค้างในระบบนิเวศที่สำคัญแบบมีส่วนร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดขยะที่ตกค้างในทะเล จากกิจกรรม การท่องเที่ยว กิจกรรมการประมงโดยการเก็บขยะ และเพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดจากแหล่งชุมชนชายฝั่ง  และชายหาด ณ บริเวณพื้นที่หาดนราทัศน์ เทศบาลเมืองนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย หน่วยงาน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชน อาสาสมัครและกลุ่มอนุรักษ์ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรรม ประมาณ 500 คน 

หาดนราทัศน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทั้งทรัพยากรเพื่อการประมง ทรัพยากรเพื่อการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชาดหาดที่สวยงาม ระบบนิเวศทางทะเลที่สำคัญเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล ความเจริญของชุมชน การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ความต้องการด้านการประมงและการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลแบบสิ้นเปลือง การท่องเที่ยวที่ขาดความรับผิดชอบ รวมถึงภัยพิบัติจากธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเลโดยเฉพาะขยะ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อระบบนิเวศ ทั้งปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน และชายหาด ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงสร้างความเสียหายให้กับเครื่องมือประมง ทำลายทัศนียภาพที่สวยงาม ทำให้คุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวลดลง

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

พ่อเมืองนราธิวาสเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลการกุศล ปาดีคัพ ครั้งที่1 ประจำปี 2561

พ่อเมืองนราธิวาสเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลการกุศล ปาดีคัพ ครั้งที่1 ประจำปี 2561
           ณ สนามกีฬาหน้าโรงเรียนบ้านโคกตา อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส       นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลการกุศล ปาดีคัพ ครั้งที่1 ประจำปี 2561  โดยมี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี ข้าราชการทุกหน่วยงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะครูในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี และนักเรียน กศน.อำเภอสุไหงปาดี ร่วมในกิจกรรม
         การจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลการกุศล ปาดีคัพ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2561 ในครั้งนี้ มีการจัดการแข่งขันทุกๆวันอังคารกับวันพุธ รวมเวลาทำการแข่งขันทั้งสิ้น 2 เดือนกับอีก 20 วัน มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ทั้งหมด 19 ทีม ประกอบด้วยที่ทำการปกครองอำเภอสุไหงปาดี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 48 สถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดี เทศบาลตำบลปะลุรู อบต.โต๊ะเด็ง อบต.สุไหงปาดี อบต.ปะลุรู อบต.ริโก๋ อบต.กาวะ อบต.สากอ โรงพยาบาลสุไหงปาดี คณะครูในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี และกศน.อำเภอสุไหงปาดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานราชการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี
         ทั้งนี้ นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบถ้วยรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำใจให้กับทีมนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันกีฬาฟุตบอลการกุศล ปาดีคัพ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2561 ในครั้งนี้อีกด้วย                   ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล จัดงานสตูลจีโอพาร์ค ฟอสซิลเฟสติวัล ครั้งที่ 5 สุดยิ่งใหญ่

สตูล จัดงานสตูลจีโอพาร์ค ฟอสซิลเฟสติวัล ครั้งที่ 5
          วันนี้ 22 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 61 ที่ผ่านมาที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งหว้าพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จังหวัดสตูล ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี , องการณ์บริหารส่วนจังหวัดสตูล , การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล และองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมจัดงาน มหกรรมเรียนรู้ธรณีวิทยา สตูลจีโอพาร์คฟอสซิลเฟสติวัล ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 19-28 ก.พ. 61 ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งหว้า จ.สตูล
         กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่บอกเล่าความเชี่อมโยงระหว่างอุทยานธรณีสตูลกับวิถีชุมชน โดยแบ่งโซนการเรียนรู้ทั้งหมด 3 โซนคือกำเนิดอุทยานธรณีสตูลสู่วิถีชีวิตผู้คน การท่องเที่ยวโดยชุมชนเครือข่ายอุทยานธรณีสตูล จาก 5 ชุมชน โดยกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน นิทรรศการจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ที่มาให้ความรู้รอบด้านเช่นสถาบันไม้กลายเป็นหิน องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาที่นำภาพยนตร์ 3 มิติมาให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษา นักเรียนนักศึกษาและเยาวชนต่างสนุกกับกิจกรรมทั้ง 3 โซน เรียนรู้อุทยานธรณีสตูล กิจกรรมปั่นไปรู้ไป ปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวตามหาฟอสซิล แข่งขันการทำชาชัก วาดภาพ การประกวดการทำอาหารดึกดำบรรพ์ เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมโดยชุมชนท้องถิ่นและการแสดงต่างๆอีกมากมาย ภายในงานผู้ปกครองก็พาบุตรหลานมาเที่ยวกันเป็นครอบครัว มาชมไดโนเสาร์ เด็กๆต่างตื่นเต้นดีใจสนุกสนานและได้ความรู้ความเพลิดเพลินไปพร้อมๆกัน โดยในงานคาดว่าจะมีนักเรียนนักศึกษาทั้งภาคใต้เข้าร่วมงานจำนวนมาก 
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กองพันทหารราบที่ 1 สร้างบ้านพักอาศัยพระราชทานพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 แก่ผู้ยากไร้ตาบอดสองข้างหูหนวก

กองพันทหารราบที่ 1 สร้างบ้านพักอาศัยพระราชทานพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 แก่ผู้ยากไร้ตาบอดสองข้างหูหนวก
 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 14.00 นาฬิกา พันเอก ธนายุทธ สวนกูล ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายไพศาล ศรีเทพ นายอำเภอคลองท่อม และจิตอาสาเราทำดีด้วยหัวใจ ออกพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเหล่าทหารช่าง กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างบ้านพักอาศัยพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานให้กับนางติหวา นาวารี อายุ 81 ปี ผู้ยากไร้ด้อยโอกาส ตาบอดสองข้างและหูหนวก มีอาศัยอยู่ในบ้านหรือขนำที่ทรุดโทรมน่าเวทนา รวม 6 ชีวิตกับบุตรชายและบุตรชาว ที่รับจ้างทำงานทั่วไป และหลายสาวที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
การก่อสร้างบ้านพักอาศัยพระราชทานปลูกสร้างในที่ดินของนางติหวา นาวารี บ้านกว้าง 5 เมตร ยาว 17 เมตร เป็นบ้านคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้อง ฝาผนังกันด้วยปูน พื้นปูน มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ  1 ห้องครัว ซึ่งเริ่มทำการก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ขณะนี้แล้วเสร็จ 80 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้เนื่องด้วยนางสาวนฤมล นาวารี อยู่บ้านเลขที่ 15 / 8 หมูที่ 10 ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีสภาพบ้านเหมือขนำร้างๆเป็นที่หลับนอน ได้ทำหนังสือทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกา ถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ ญาติ และยาย ที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และที่อยู่อาศัยมีสภาพทรุดโทรมได้รับความเดือดร้อน มีความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือเพื่อให้ครอบครัวสามารถดำรงชีพต่อไปได้ พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรกกระหม่อม พระราชทานบ้านพักอาศัยให้ โดยให้กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 จังหวัดกระบี่ ดำเนินการก่อสร้าง
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

นาทีระทึกใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งจับกุมสาวปืนโหดใช้อาวุธปืนยิงญาติคู่อริสาเหตุขุดลำห้วยไม่ให้ใช้ถนนสาธารณะ

นาทีระทึกใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งจับกุมสาวใช้อาวุธปืนยิงญาติคู่อริสาเหตุขุดลำห้วยไม่ให้ใช้ถนนสาธารณะ
 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.30 นาฬิกา ศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ รับแจ้งเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ข้างบ้านเลขที่ 62 หมู่ที่ 1 บ้านในช่อง ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ จึงแจ้งร้อยตำรวจเอก สัญญา แก้วนุ้ย ร้อยเวรสอบสวน จึงพร้อมด้วยพันตำรวจโทคุณิน ชุ่มจำรัส รองผู้กำกับการสอบสวน พันตำรวจโท เจนภพ บุญกินรี รองผู้กำกับการสืบสวน นำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุคนเจ็บญาตินำตัวส่งโรงนงพยาบาลกระบี่ คือนางสาว เพชรนภา เรืองทิพย์ อยู่บ้านเลขที่ 2 หมูที่ 4 ตำบลควนรัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถูกยิงแฉลบขาด้านซ้ายไปทะลุขาด้านขวา ที่เกิดเหตุมีรถแมคโอจอดอยู่ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ขุดดินในลำห้วย เขตรอยต่อบ้านในช่องกับบ้านหนองขอน ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
 จากการสืบสวนมือปืนคือ นางเสน่ห์จันทร์ จันทร์เกิด อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ที่ 2 บ้านหนองขอน ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ หลบซ้อนตัวอยู่ในขนำ มีอาวุธปืนยาวขนาดจุด 22 มิลลิเมตร ประกาศใครเข้ามาที่รถแมคโฮจะยิงทุกคน โดยก่อนหน้าที่มีมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับ นางน้อม สุขศรีเมือง อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ที่ 1 ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ไม่ยอมให้มือปืนใช้ถนนสาธารณประโยชน์ที่ได้บริจาคทำถนนทางสาธารณะประโยชน์ และมี่เรื่องมา 1 ปีเศษ เจ้าหน้าที่จึงได้เกลี่ยกล่อมต่างๆนานาๆแต่มือปืนไม่ยอม จึงให้นายบุญฤกษ์ เต้บำรุง ผู้ใหญ่บ้านหนองขอน เข้าเจรจาแต่ไม่เป็นผล จากนั้นให้พันตำรวจโท อรุณ สุขนาม สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกระบี่ เข้าเกลี่ยกล่อมอีกครั้ง โดยให้ถอดเสื้อตำรวจออกห้ามพกอาวุธและวิทยุสื่อสาร เข้าไปเจรจาใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนสงบสติอารมณ์ลง และได้นำอาวุธปืนไปไว้บนขนำ และพาพันตำรวจโท อรุณ มาดูที่รถแมคโฮขุดดินในลำคลอง พร้อมบอกให้ทำถนนให้ตนสามารถใช้รถวิ่งผ่านไปมาได้ ในขณะที่มือปืนยืนอยู่ด้านหน้า พันตำรวจโท อรุณ จึงฉวยโอกาสเข้ารัดตัวอย่างเข้มแข็ง กำลังเจ้าหน้าที่จึงเข้าที่รอจังหวะจึงเข้ารวบตัว พร้อมยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต และขัดขวางการจับกุม
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สมจิตร จงจอหอนักชกวีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิค2008 พิธืกรและนักแสดงมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจน(มีคลิป)

สตูล ร้อยเอกสมจิตร จงจอหอ  นักชกวีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิค ปี 2008  กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน พิธืกรและนักแสดงมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจน
          วันนี้ 20 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 61 ที่ผ่านมาที่โรงเรียนบ้านเจ๊ะบิลัง ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล ร้อยเอกสมจิตร จงจอหอ  นักชกวีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิค ปี 2008  กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน  พิธืกรและนักแสดง  นำคณะผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือการศึกษา  ลงพื้นที่ตำบลเจ๊ะบิลัง  จังหวัดสตูล  เข้ามอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจนโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล และสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดสตูล จำนวน 100 ทุนๆ ละ 500 บาท  มูลค่า 50,000 บาท พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬาแก่ 6 โรงเรียนในพื้นที่  โดยมีนายจักรพงษ์ ทองเพ็ชร์ รอง ผอ.สพป.สตูล  ครู นักเรียน และ ชาวบ้านเจ๊ะบิลังให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง
     นายสมจิตรฯ  กล่าวให้กำลังใจนักเรียนที่มาร่วมต้อนรับว่า ขอให้ตั้งใจเรียนและมีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงโดยเฉพาะด้านกีฬาก็จะประสบความสำเร็จเข่นเดียวกับตนเอง เพราะกีฬาช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและนำพาเราให้ห่างไกลจากยาเสพติดทั้งปวง
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ชนสยอง!กระบะพ่อแม่ลูกพุ่งข้ามเกาะกลางถนนพุ่งชนรถกระบะสี่ประตูที่วิ่งสวนมาตาย 4 เด็ก 6 ขวบ รอดปาฎิหาริย์(มีคลิป)


กระบะพ่อแม่ลูกพุ่งข้ามเกาะกลางถนนพุ่งชนรถกระบะสี่ประตูที่วิ่งสวนมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4ศพ   บาดเจ็บ1  เป็นลูกชายสุดท้องอายุ6 ขวบ 
 เมื่อเวลา22.30 น.วันที่ 20 ก.พ.61 ร.ต.อ.วีระพันธ์ คงพูล  รองสว.(สอบสวน)สภ.เหนือคลอง จ.กระบี่  รับแจ้งเหตุรถกระบะชนกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4ราย เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม  สายเหนือคลอง-คลองท่อม ม.7  บ้านควนม่วง ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่   จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.เหนือคลอง หน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลเหนือคลอง มูลนิธิประชาสันติสุขกระบี่ เหนือคลอง หน่วยกู้ชีพอบต.ปกาสัย  และหน่วยกู้ชีพเพหลา
         ที่เกิดเหตุอยู่ใสคูระบายน้ำ  หน้า โรงแรม ปกาสัย รีสอร์ท  ต.ปากาสัย พบรถยนต์กระบะ อีซุซุ ตอนครึ่ง  สีเทา หมายเลขทะเบียน บจ.7024 พังงา   สภาพหัวทิ่มลงในคูระบายน้ำ ช่วงหน้าพังยับเยินทั้งคัน หลังคาห้องโดยสารยุบ  ภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิต รวม3ศพ   เป็ทราบชื่อภายหลังคือนายธนพล  ลีลาสุธาภรณ์ อายุ 38 ปี นางสาวมาลิสา  พลการณ์ อายุ 40ปี  และเด็กชายวิสารัท  ลีลาสุธาภรณ์ อายุ 10ปี   ทั้งหมดพ่อแม่ลูกกัน อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.7 ต.เกากลาง อ.เกาะลันตา  และจากการตรวจสอบภายในรถเจ้าหน้าที่พบผู้รอดชีวิต 1ราย  คือเด็กชายชัยกร ลีลาสุธาภรณ์อายุ 6ขวบ  เป็นลูกคนเล็ก  นอนร้องให้ด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก  มีบาดแผลที่หน้าผากและมีรอยช้ำตามร่างกาย  เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดถ่างงัดโครงรถ เพื่อเอาร่างผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บออกมา ก่อนนำส่งโรงพยาบาลเหนือคลอง
       ห่างจากรถกระบะคันแรกประมาณ 1 เมตร พบซากรถกระบะสี่ประตูยี่ห้อฟอร์ด  สีขาว หมายเลขทะเบียน บม1628  ปราจีนบุรี   ตกอยู่ในคูระบายน้ำ  สภาพด้านข้างขวา พังยับเยินทั้งคัน ห่างกันประมาณ 10เมตร  พบศพผู้เสียชีวิต1 ศพ  นอนเสียชีวิตในพงหญ้าบนเนินดิน คาดว่าขณะเกิดเหตุร่างกระเด็นออกนอกรถ ทราบชื่อต่อมาคือนายพรทิพย์  จิตรอักษร อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 ม.1  ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง   เจ้าหน้าที่นำศพ ส่งโรงพยาบาลเหนือคลอง 
   สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ่อแม่ลูกทั้ง4 คน ได้มากับรถกระบะอีซุซุ คันดังกล่าวมาจากอำเภอเกาะลันตา มุ่งหน้ามาทางอำเภอเหนือคลอง โดยมีนายธนพลฯ เป็นคนขับ  แต่ระหว่างทางก่อนถึงที่เกิดเหตุ เป็นทางโค้ง คาดว่ารถได้เกิดเสียหลักแล้วพุ่งข้ามเกาะกลางมายังเลนฝั่งตรงข้าม ก่อนพุ่งไปรถกระบะฟอร์ดฯ  ที่ วิ่งสวนมาตามเส้นทาง อย่างแรง จนรถตกลงไปในคูระบายน้ำ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว คาดว่า รถกระบะที่พุ่งข้ามเกาะกลาง วิ่งด้วยความเร็วสูง และมาถึงที่เกิดเหตุเป็นโค้งอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง  อาจทำให้รถเสียการควบคุม ก่อนพุ่งข้ามไปอีกเลน ไปชนกับรถอีกคัน  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...