• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560

สตูล เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจดูความปลอดภัยทางถนนและตามเกาะต่าง พร้อมเตรียมนับถอยหลัง 7 วันอันตราย (มีคลิป)

สตูล เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจดูความปลอดภัยทางถนนและตามเกาะต่าง พร้อมเตรียมนับถอยหลัง 7 วันอันตราย
      วันนี้31ธ.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน.ท.ธนะพงษ์  สุดรักษ์  ผบ.นป.สอ.รฝ.452ร.ท.โอวิทยา เกลี้ยงจิตร  รอง  ผบ.นป.สอ.รฝ.452พ.จ.อ.สุโภชน์ ทองย้อย ผบ.หมู่ป้องกันส่วนบังคับการและบริการ นป.สอ.รฝ.452 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ม.3ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล จ.อ.ภูวิช คงเขาม่วง ชุดปืนเล็ก หมู่ป้องกัน ฯ  นายสมศักดิ์ โต๊ะดิน กำนันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ฝ่ายปกครอง อีหม่าม สถานีเรด้าร์พื้นน้ำเกาะปูยู และบัณฑิตอาสาได้ปฎิบัติหน้าที่เฝ้าระวังรณรงค์อุบัติเหตุช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในโครงการจุดให้บริการทั่วไทย ปลอดภัยเดินทางในช่วงปีใหม่ 256  นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น  การบริการตรวจรถก่อนใช้ปลอดภัยแน่นอน และซ่อมแซมบำรุงถนนป้ายเตือนป้ายบังคับต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง และนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วย              
นิตยา แสงมณี // สตูลรายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ซุ้มอุโมงค์ไฟหลากสี สวยงดงาม นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูปหน้าเทศบาลคึกคัก(มีคลิป)


สตูล ซุ้มอุโมงค์ไฟหลากสี สวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูปหน้าเทศบาลคึกคัก
         วันนี้ 31ธ.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของจ.สตูลเริ่มคึกคักขึ้น โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองสตูล ถนนหนทางถูกตกแต่งประดับประดาด้วยไฟหลากสี ทั้งสีเขียว แดงเหลืองม่วง โดยเฉพาะบริเวณหน้าเทศบาลเมืองสตูล มีการตกแต่งไฟเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เป็นต้นไม้เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เข้าชมได้ถ่ายรูปกับไฟหลากสี และที่จุดไฮไลท์ในการถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวคือซุ้มอุโมงค์ไฟ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวพากันออกมาถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก ขณะที่บริเวณสนามหญ้ามีการนำกองฟางมาตั้งเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศโดยปีนี้ทางเทศบาลเมืองสตูล จัดงานต้อนรับปีใหม่ในธีมย้อนยุค ภายใต้ชื่อเก๋ไก๋ “มาตะโหม๋เรา มาเที๋ยวปีใหม่สีสันสดใสแฟชั่นย้อนยุค”
       นายประสิทธิ์ แบ้สกุล นายกเทศมนตรีเมืองสตูล กล่าวว่า เทศบาลเมืองสตูล ได้ออกแบบงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ สไตล์ย้อนยุค หลากสีสัน กิจกรรม ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2561 ประกอบด้วยกิจกรรม 2 ส่วนหลักๆ คือ ถนนคนเดิน แบบวิถีย้อนยุค จำหน่ายสินค้า ขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง บริเวณถนนสฤษดิ์ภูมินารถ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสตูล พร้อมจุดถ่ายภาพหลากหลายเรื่องราว และการแสดง แสง สี เสียง ครบครัน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น. นอกจากนี้ ผู้มาร่วมงาน รวมถึงพ่อค้าแม่ขาย หากแต่งกายมาร่วมงานตามสโลแกนข้างต้น อาจได้รับรางวัล ติดไม้ติดมือกลับบ้าน อีกด้วย กิจกรรมในส่วนที่ 2 เป็นการทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ในปีพุทธศักราชใหม่ โดยเทศบาลเมืองสตูล ได้นิมนต์พระสงฆ์ 66 รูป ตามพระชนมายุของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสตูล เวลา 05.30 – 08.00 น
นิตยา แสงมณี // สตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสจัดงานเมาลิคสัมพันธ์ ค.ศ.1439 และ พ.ศ.2561 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวมุสลิม

วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสจัดงานเมาลิคสัมพันธ์ ค.ศ.1439 และ พ.ศ.2561 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวมุสลิม

วิทยาลัยชุมชนนราธิวาสจัดกิจกรรมเมาลิคสัมพันธ์นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนอ.เมืองนราธิวาสเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีโบราณนับพันปีของพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามในหน่วยจัดการศึกษาอำเภอเมืองและหน่วยจัดการศึกษาอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส โดยมีอาจารย์ บุคลากร และ นักศึกษา ทั้งพุทธและมุสลิมเข้าร่วมงาน จำนวน 1,250 คน
โดยภายในงานเมาลิคสัมพันธ์ในครั้งนี้มีกิจกรรมการบรรยายธรรมในหัวข้อ“จริยวัตรของท่านศาสดามูฮัมมัด (ซ.ล.) ศาสดาแห่งศาสนาอิสลามแบบอย่างของมุสลิมทั่วโลก”ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรอาจารย์มูฮัมหมัด สันหมาน  การแสดงอนาซีดของนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสกิจกรรมทำของที่ระลึกงานเมาลิด“บุหงารำไปกิจกรรมการแข่งขัน“การคัดลายมือภาษาอาหรับ” และกิจกรรมการจัดบอร์ดวิชาการ หัวข้อ “จรรยามารยาทที่ดีงามของท่านศาสดามูฮัมหมัด”
นายยุทธนา พรหมณี ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส กล่าวว่า “งานเมาลิดถือเป็นกิจกรรมที่ชาวมุสลิมให้ความนิยมและปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านานตั้งแต่ปี ค.ศ.1439 เป๊นต้นมา  โดยเฉพาะพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นวันสำคัญในการรำลึกถึงคุณูปการของท่านศาสดามูฮัมหมัดที่มีต่อศาสนาอิสลามซึ่งงานเมาลิคสัมพันธ์นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสจัดขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมทั้งนำแบบอย่างที่ดีของท่านศาสดามูฮัมหมัดในการดำรงตนในชีวิตประจำวันและเป็นการอนุรักษ์ สืบสาน วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามวิถีชีวิตของคนในจังหวัดนราธิวาส                               ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ  จ.นราธิวาส-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071


กระบี่-ฝนตกถนนลื่นกระบะเสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนร้านขนมจีนริมทาง 2 หญิงเคราะห์ร้ายดับ

ฝนตกถนนลื่นกระบะเสียหลักหลุดโค้งพุ่งชนร้านขนมจีนริมทาง 2 หญิงเคราะห์ร้ายตายคาที่.
30 ธ.ค.60    ร.ต.อ.อรรถวุฒิ   พัฒน์คง รองสว.(สอบสวน)สภ.เขาพนม จ.กระบี่    ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะชนร้านขายขนมจีน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ  เหตุเกิดริมถนนสายสินปุน-ลำทับม.2  ต.โคกหาร อ.เขาพนม  จ.กระบี่   หลังจากได้รับแจ้งพร้อมเดินทางไปที่เกิดเหตุ  พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลเขาจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชาลำทับ กู้ชีพ อบต.สินปุน  กู้ชีพ อบต.โคกหาร  และหน่วยกู้ภัยไต้เต็กตึ้งทุ่งใหญ่
     ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะตอนเดียวยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ทะเบียน บพ.4295 กระบี่ สภาพหน้ารถพังยับเยิน    ใกล้กันซึ่งเป็นเพิงขายขนมจีน อยู่ห่างจากริมถนนประมาณ 5 เมตร  สภาพพังยับ กระเบื้องแตกกระจาย  ส่วนลูกค้าที่มานั่งทานขนมจีนเสียชีวิต 2ราย   ทราบชื่อคือนายสมใจ  ไหมทอง อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/1 ม.6  ต.หลักช้าง  อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช และนางพรทิพา บุญทอง  อายุ 42 อยู่บ้านเลขที่ 128 ม.2 ต.โคกหารอ.เขาพนม จ.กระบี่  ก่อนที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอบต.สินปุนนำศพส่งโรงพยาบาลเขาพนมต่อไป
     ส่วนคนขับรถกระบะทราบชื่อคือ นายสมพร  ไกรนรา อายุ 24ปี  อยู่บ้านเลขที่ 110 ม.2 ต.โคกหาร  อ.เขาพนม  บาดเจ็บเล็กน้อยเล่าว่าตนได้ขับรถกระบะจาก อ.ลำทับ มุ่งหน้า ไปยัง ต.สินปุน อ.เขาพนม   แต่ระหว่างทางก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 50เมตร เป็นทางโค้ง  แต่มีฝนตกลงมาย่างหนัก ทำให้ถนนลื่นรถได้เกิดเสียหลักแหกโค้ง พุ่งไปชนร้านขนมจีน ซึ่งมีนายสมใจและนางพรทิพาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน กำลังนั่งรอทานขนมจีนอยู่ในร้าน ถูกชนเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ   ส่วนแม่ค้าเจ้าของร้านโชคดีขณะเกิดเหตุได้ออกไปซื้อเส้นขนมจีนข้างนอกเนื่องจากเส้นขนมจีนหมดจึงไม่ได้รับอันตราย อย่างไร  

ทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน 
     
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071


วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันกระบี่เลี้ยงไก่ดำและไก่บ้านเป็นอาชีพเสริมประสบความสำเร็จ(มีคลิป)

เกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันกระบี่เลี้ยงไก่ดำและไก่บ้านเป็นอาชีพเสริมประสบความสำเร็จสามารถเพาะพันธุ์ไก่ขายได้เอง มีลูกค้าสั่งซื้อไม่ขาดสาย ช่วงปีใหม่ รายได้เดือนละกว่า3หมื่นบาท เน้นต้นทุนต่ำนำพืชที่หาได้มาเป็นอาหารไก่ ไร้สารเคมี ขี้ไก่ไม่มีกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านใกล้เคียง
 นายอุดม  หรือบังดล  นาวาทอง  อายุ 50ปี เกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน อยู่บ้านเลขที่173 ม.3 ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ จ.กระบี่  พลิกวิกฤตในช่วงราคาผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ เมื่อ5 ปีก่อน หันไปศึกษาการเพาะเลี้ยงไก่ดำ สายพันธุ์มองโกเลียอย่างจริงจัง โดยศึกษาด้วยตัวเองตามเวปไซด์ต่าง ๆ  และศึกษาดูงานตามศูนย์เรียนรู้ มาทำการทดลองเลี้ยงอย่างจริงจังโดย ด้วยการลองผิด ลองถูก  เน้นต้นทุนต่ำ  ไม่ใช้สารเคมี จนกระทั่งประสบความสำเร็จ วิธีแบบกึ่งขังกึ่งปล่อย และยังสามารถเพาะเลี้ยงพันธุ์ไก่ดำและไก่บ้านขายเองด้วย  เป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด   ปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยเดือนละกว่า 3 หมื่นบาท  และที่สำคัญแม้ว่าฟาร์มไก่จะอยู่กลางชุมชน แต่ก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีกลิ่นขี้ไก่รบกวนชาวบ้าน ใกล้เคียง
          นายอุดม  เล่าว่า ตนประกอบอาชีพทำสวนยางพาราและทำสวนปาล์มน้ำมัน เดิมทีก็พอมีรายได้จากการทำสวนไม่เดือดร้อน  แต่เมื่อ5ปีก่อนราคาผลผลิตตกต่ำลงมาต่อเนื่องทำให้รายได้ไม่เพียงพอ จึงหันมาศึกษาการเลี้ยงไก่ ตามเวปไซด์ และหาโอกาสไปศึกษาดูงานตามศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่9  ตามที่ต่างๆ  โดยเลือกเลี้ยงไก่ดำสายพันธุ์มองโกเลีย เนื่องจากทนต่อโรค และรสชาดดี จากนั้นก็ได้ซื้อลูกไก่ดำมา30 ตัว ไก่พื้นบ้านอีก 20 ตัว และแม่พันธุ์5 ตัว โดยเลี้ยงแบบกึ่งขังกึ่งปล่อย  ในที่เดียวกัน ใช้เนื้อที่หลังบ้านประมาณ2 งาน กั้นตาข่ายล้อมรอบๆมีเล้าไก่ ตรงกลาง ปีแรกก็ลองผิดลองถูกประสบปัญหาเรื่องโรคระบาดตายไปหลายตัว  ก็พยามไปสอบถามจากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์บ้าง สอบถามที่ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์สัตว์บ้าง  จนเริ่มรู้วิธีแก้ปัญหา จากนั้นก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และคิดหาวิธีลดค่าใช้จ่ายด้วยนำพืชที่หาได้มาผสมหัวอาหาร เพื่อ ลดต้นทุน  เช่น หยวกกล้วย หญ้าเนเปีย  มาผสมกับน้ำหมักชีวภาพ  ผลปรากฏว่าไก่เจริญเติบโตได้ดี  ทั้งไก่ดำและไก่บ้าน และสุขภาพแข็งแรง  เนื้อแน่น ที่สำคัญขี้ไก่ไม่มีกลิ่นเหม็น  จึงไม่กระทบต่อคนในชุมชน
          นายอุดม กล่าวอีกว่า นอกจากเลี้ยงไก่ เพื่อบริโภคแล้ว ยังมีการเพาะเลี้ยงพันธุ์ไก่ดำขายด้วย  ซึ่งตู้ฟักไข่ก็ขึ้นเอง  ใช้วัสดุที่ไม่ใช้แล้วมาทำเป็นตู้ฟัก เช่นตู้เย็น ตู้แช่เก่าๆ  นำมาดัดแปลงทำให้สามารถลดต้นทุนได้มาก  และสามรถออกแบบได้ตามขนาดที่ต้องการ  และราคาถูกกว่าท้องตลาดหลายเท่าตัว  ทำให้มีเงินเหลือไปลงทุนอย่างอื่นได้อีก   ปัจจุบันมีไก่ดำและ ไก่บ้านรวมกว่า 500ตัว  ไก่ดำขายราคากก.ละ200 บาท ไก่บ้านกก.ละ100บาท  ส่วนลูกพันธุ์ ตัวละ50บาท  การทำตลาดช่วงแรก ประกาศขายทางเฟซบุค ใช้ชื่อบังดลบ้านไก่ดำ มีลกค้าติดต่อสั่งซื้อไม่ขาดสาย และในพื้นที่โดยเฉพาะช่วงเทศกาล  จะขายดีมาก โดยเฉพาะ ไก่ดำ จะเป็นที่นิยม เพราะเนื้ออร่อย มีสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ  ตอนนี้รายได้เฉลี่ยเดือนละ30,000 บาท  
       สำหรับเคล็ดลับความสำเร็จนั้น นายอุดมเปิดเผยว่า  อยู่ที่การเอาใจใส่  หมั่นศึกษาหาความรู้ พยามหาวัสดุที่เหลือใช้ และวัสดุจากธรรมชาติมา ใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด  หากใครสนใจเลี้ยง ไก่ดำ หรือไก่บ้าน ยินดี ให้คำปรึกษาฟรี   ซึ่งที่ผ่านมามีนักเรียน นักศึกษามาดูงาน บ่อยครั้ง  ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด  ติดต่อได้ที่  087-2706818   เฟซบุค “บังดลบ้านไก่ดำ” ข่าว น้าเมศ มากผล รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ทหารไล่ล่ากองทัพมดลักลอบขนพืชกระท่อมทางน้ำ(มีคลิป)

สตูล  ทหารไล่ล่ากองทัพมดลักลอบขนพืชกระท่อมทางน้ำ
          เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.เวลา 03.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.อ.วรเดช เดชรักษา ผบ.ฉก.ร.5 พ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้ว ผบ.ร.5พัน.2 สั่งการให้ร.ต.ประยูร เพ็ชรหิน ผบ.มว.ปล.ที่ 3 ร้อย.ร.5021ร่วมกับ  เจ้าหน้าที่ทหาร ชป.รส.ร.5 พัน2 บก.ควบคุม พล ร.5 และมว.ปลที่ 3 ร้อย ร.5021 หลังจากสืบทราบว่ามีการลักลอบนำพืชกระท่อมเข้ามาจากชายแดนรัฐเปอร์ลิสประเทศมาเลเซีย พร้อมเจ้าหน้าที่นำเรือตรวจการณ์กองบัญชาการกองทัพไทย ออกตรวจตราในคลองพร้าว หมู่ที่2ต.ปูยู อ.เมืองสตูล พบเรือพรีสวิ่งอยู่ในลำคลองดังกล่าวจึงส่งสัญญาณขอตรวจค้นแต่เรือ ลำดังกล่าวพยายามขับเรือหลบหนีอย่างรวดเร็ว  เจ้าหน้าที่ได้พยายามส่งสัญญาณให้หยุดแต่ คนขับเรือไม่ยอมหยุดเรือซึ่งเป็นเรือพรีสขนาดเล็กมีความแรงและเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ได้ขับเรือไล่ล่าอย่างไม่ลดละเช่นกัน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะยอมจอดเรือและให้จับกุม พบของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท5 พืชกระท่อม จำนวน100 กก.และจับกุมนายท้ายเรือชื่อปราโมทย์ ประทุมรัตน์ อายุ22ปี บ้านเลขที่240หมู่ที่2ต.ปูยู อ.เมืองสตูล นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
    เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าตนเองรับจ้างขนเพื่อไปส่งให้พ่อค้าที่บ้านนาแค ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล โดยขนเที่ยวละ 1500 บาท และคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นึกว่าเจ้าหน้าที่ไปดูแลด้านอื่นจึงฉวยโอกาสขนพืชกระท่อมเข้ามา
นิตยา สางมณี // สตูล-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

รัฐบาลปฏิเสธข่าวให้โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้น้ำมันปาล์มแก้ปัญหาราคาปาล์มตก เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ

รัฐบาลปฏิเสธข่าวให้โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้น้ำมันปาล์มแก้ปัญหาราคาปาล์มตก เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ชี้มีมาตรการลดสต็อกน้ำมันปาล์มดิบที่มีประสิทธิภาพกว่า

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการปล่อยข่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายจะให้โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้น้ำมันปาล์ม เพื่อช่วยแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ พร้อมกับปลุกกระแสให้ชาวกระบี่และพี่น้องชาวสวนปาล์มติดตามทวงถามจากรัฐบาล และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่า

"ความจริงแล้ว รัฐบาลมีมติไม่ให้นำน้ำมันปาล์มดิบไปเผาที่โรงไฟฟ้ากระบี่ เพราะเป็นมาตรการที่ช่วยเกษตรกรได้เพียงเล็กน้อย แต่ส่งผลเสียหายให้ประชาชนทุกคนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้นถึงมากกว่า 10 เท่า
ในทางตรงข้าม รัฐบาลมีมาตรการที่จะช่วยลดปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบอย่างมีประสิทธิภาพกว่า ด้วยการเร่งรัดให้โรงงานผลิตไบโอดีเซลเพิ่มปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบ โดยให้ผลิตมากขึ้นกว่าปกติถึง 50% เพื่อเก็บสำรอง ซึ่งจะช่วยดูดซับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบที่ล้นถังให้ลดลงได้มากถึง 50,000 ตันต่อเดือน และยังมีแผนจะใช้น้ำมันปาล์มดิบเพิ่มจากปกติอีกถึง 100,000 ตัน ภายใน 2 เดือน"

ทั้งนี้ หลังจากได้เริ่มดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 19 บาท ต่อก.ก. เป็น 19.25 ในขณะที่ราคาที่มาเลเซียอ่อนตัวลง

cr.สำนักโฆษกฯ
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071


พี่ชายเหยื่อมีดสปาต้า ร้องสื่อ หลังน้องชายถูกวัยรุ่นไล่ฟันแต่คดีไม่คืบ วอนตำรวจยะลาเร่งจับกุมคนร้ายระบุมีเหตุใช้มีดฟันประชาชน 5 ครั้งในรอบสัปดาห์

พี่ชายเหยื่อมีดสปาต้า ร้องสื่อ หลังน้องชายถูกวัยรุ่นไล่ฟันกับสปาต้าแต่คดีไม่คืบ  วอนตำรวจยะลาเร่งจับกุมคนร้าย  ระบุมีเหตุใช้มีดฟันประชาชน 5 ครั้งในรอบสัปดาห์
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2560 เวลา 17.00 น. นายปฎิพัทธิ์  ธนไชยพันธุ์  ชาวบ้านในเขตเทศบาลนครยะลา เปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมา ในขณะที่ตนและครอบครัว กำลังนั่งทานข้าวอยู่ภายในบ้าน ขณะนั้นเวลาประมาณ 19.20 น. ตนเองได้ให้น้องชายคือ นายนิเวศ ไชยลำยา อายุ 15 ปี และน้องชายอีกคน ขี่รถจักรยานยนต์ ออกไปซื้อน้ำแข็งที่ปากซอยหน้าบ้าน ซึ่งห่างออกไปประมาณ 500 เมตร  โดยน้องชายทั้งสองของตน ได้ขี่รถจักรยานยนต์เลยร้านค้าที่ขายน้ำแข็ง  และในขณะที่กำลังเลี้ยวรถกลับ เพื่อจะไปร้านที่ขายน้ำแข็ง คนร้ายเป็นเด็กวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสาม ขี่เข้ามาประกบ ก่อนที่จะใช้อาวุธมีดซึ่งคาดว่าเป็นมีดสปาต้า ฟันเข้าที่ใบหน้าของน้องชายของตน คือนายนิเวศ ไชยลำยา ส่วนน้องชายอีกคนซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ ก็ได้รับบาดเจ็บที่หลัง  และได้นำตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลา โดยคุณหมอได้ทำการเย็บปิดบาดแผลก่อน ซึ่งพบว่าน้องชายของตนจมูกหัก และท่อน้ำตาขาด คุณหมอได้ทำการเย็บปิดแผลก่อน เพื่อรอดูว่า หลังจากที่แผลไม่บวมแล้ว จมูกเบี้ยวไปทางไหน จึงจะดำเนินการรักษาอีกครั้ง โดยบาดแผลที่ถูกฟันต้องเย็บถึง 20 เข็ม และเป็นแผลลึก
            หลังเกิดเหตุตนเองก็ไปดำเนินการแจ้งความ โดยมีร้อยเวรของ สภ.เมืองยะลา มารับเรื่อง โดยร้อยเวร เพียงแค่ลงประจำวันเอาไว้ก่อนว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย ยังไม่ได้แจ้งความว่าเป็นคดีอะไร เนื่องจากจะต้องมีแพทย์รับรอง และภาพประกอบจากที่เกิดเหตุ และรูปพรรณคนร้าย จึงจะสามารถแจ้งความได้   ส่วนน้องชายของตนเองนั้น ยืนยันได้ว่าเป็นเด็กเรียบร้อย อยู่แต่บ้านไม่ค่อยออกไปไหน  ปกติจะอยู่บ้านนั่งเล่นเกมส์ มือถือ ไม่ค่อยจะออกไปไหน เพราะไม่มีเพื่อน และไม่มีคู่อรินายปฎิพัทธิ์ กล่าว
          
  นายปฎิพัทธิ์ ธนไชยพันธุ์ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุแบบนี้ ก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของคนในจังหวัดยะลา เนื่องจากว่า จุดที่เกิดเหตุ อยู่กลางเมือง มีคนมากมาย ใกล้แหล่งชุมชน แต่ยังไม่ปลอดภัย ทั้งๆ            ที่ในเมือง มีด่านของเจ้าหน้าที่มากมาย แต่ทำไมถึงปล่อยให้เด็กวัยรุ่นพกมีดสปาต้าเข้ามาก่อเหตุในเมืองได้ ซึ่งถ้ามีการตรวจจับกันจริงๆ ก็น่าจะตรวจเจอได้ เพราะมีดสปาต้า ไม่ใช่มีดเล็กๆที่พกพาซุกซ่อนได้ 
            “วันนี้ก็ได้ไปที่ สภ.เมืองยะลา เพื่อไปให้ปากคำเจ้าหน้าที่ และได้ดูกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้ เพียงแต่เห็นป้ายทะเบียนรถค้นที่ก่อเหตุไม่ชัด ตนเองจึงอยากขอภาพจากกล้องวงจรปิดตามร้านค้า หรือหน้าบ้าน ใกล้จุดเกิดเหตุ หรือภาพจากกล้องหน้ารถยนต์ ที่อาจจะบันทึกภาพขณะเกิดเหตุการณ์ได้ ซึ่งหากสามารถบันทึกภาพได้ อยากให้นำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนในพื้นที่  ทุกวันนี้เชื่อว่าคนในพื้นที่ก็มีความหลอน ต้องระวังหน้าระวังหลัง เวลาจะออกไปไหน เพราะว่าทุกวินาทีที่อยู่บนท้องถนนรู้สึกไม่ปลอดภัยแล้ว  เหตุการณ์ที่เกิดกับน้องชายของตน สองวันแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้า เชื่อว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็จะเกิดขึ้นอีก หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่รีบจับกุมคนร้าย น้องชายของตนเป็นเคสที่ 5 ในช่วงนี้ หรือในช่วง 2-3 วันนี้ โดยทราบจากคุณหมอที่มารักษาน้องชายของตน บอกว่า น้องชายของตนเป็นรายที่ 5 ในช่วงนี้ที่ถูกในลักษณะนี้มา ตนเองขอฝากตำรวจที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ เร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะประชาชนอยู่กันอย่างหวาดระแวง”นายปฎิพัทธิ์ กล่าว
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2560

คลิปแห่งความสุขที่ชายแดนใต้ ส่งท้ายปี 2560 เมื่อนายทหารหมวกแดง สวมชุดมาสคอตส์ ทำเซอร์ไพรส์ ขอแต่งงานครูสาวกลางหน้าเสาธง

คลิปแห่งความสุขที่ชายแดนใต้ ส่งท้ายปี 2560 เมื่อนายทหารหมวกแดง สวมชุดมาสคอตส์
ทำเซอร์ไพรส์ ขอแต่งงานครูสาวกลางหน้าเสาธง ขณะลงเวรดูแลนักเรียน
ผู้สื่อข่าว รายงานจากจังหวัดยะลา ว่า ได้ชมคลิปวีดีโอ คลิปหนึ่ง
ซึ่งนักเรียนของโรงเรียนธารโตวัฑฒนวิทย์ อ.ธารโต จ.ยะลา ได้ถ่ายภาพบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้
ขณะที่ ครูเวรประจำวัน ชื่อว่า นางสาวชัญญานุช แย้มไสว หรือครูเข็ม ครูสอนวิชาฟิสิกส์
ประจำโรงเรียนธารโตวัฑฒนวิทย์ อ.ธารโต จ.ยะลา ได้ลงแถวเป็นครูเวรประจำวัน
และตรวจสอบความเรียบร้อยของนักเรียน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา
ซึ่งขณะที่ครูเข็ม ได้ทำหน้าที่ กำกับดูแลความเรียบร้อยของนักเรียนอยู่นั้น
และวันดังกล่าวเป็นวันที่ โรงเรียนได้จัดให้มีการจัดงานสังสรรค์ปีใหม่ให้กับ นักเรียน
ซึ่งสภานักเรียน ได้บอกว่า วันนี้จะมีมาสคอตส์ของพี่ ๆ ทหารมาร่วมงานปีใหม่ด้วย
โดยในขณะนั้น ครูเข็ม นางสาวชัญญานุช แย้มไสว
ก็ไม่ได้รับทราบการตระเตรียมการมาก่อน ก็มี มาสตอตส์ชุดทหาร เดินถือกล่องกระดาษเข้ามา
และร่วมกิจกรรมปีใหม่ ซึ่งตัวมาสตอสต์ได้ให้นักเรียนชาย ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ช่วยถือกล่องกระดาษ
ก่อนที่ มาสคอตส์ทหาร จะให้ครูเข็มช่วยอ่านข้อความ ที่เขียนไว้ในกระดาษแต่ละใบ
ซึ่งมีข้อความว่า
“ช่วยอ่านข้อความนี้ของผมได้ไหม ผมพูดไม่ได้ ( ข้อร้องอ่านข้อความเถอะ )
พยักหน้าแล้วอ่านข้อความ
-ตั้งแต่ผมเกิดมา
-ผมก็ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย
-จนมาวันหนึ่ง
-ผมได้เจอผู้หญิงคนหนึ่ง
-แล้วมองเค้าด้วยความแปลก
-ผู้หญิงคนนั้นก็มองผมด้วย
-จากนั้นเค้าก็หมั้นไส้ผม
-ตามหาผมจนเจอ
-แล้วคุยกับผม
-จนได้เป็นแฟนกัน
-ในระหว่างเป็นแฟนนั้น
-ผมไม่รู้สึกรักเขาเลย
-เพราะเธอขี้เหร่มากๆๆๆ

-ตอนนั้นเธอก็จะอวบๆหน่อยๆ
-แต่ตอนนี้เธออ้วนแล้ว
-เธอเป็นคนชอบกิน
-ไม่ออกกำลังกาย
-เธอไม่ค่อยเข้าใจอะไรในตัวผมเลย
-และผมก็ไม่เข้าใจในตัวเธอ
-เธอชอบทำตัวงี่เง่า
-เธอเป็นคนแปลก ๆ
-แต่เธอเป็นคนที่รักครอบครัวมาก
-ไม่รู้ทำไม
-ทำไม
-ทำไม
-ทำไม
-ทำไมไม่รู้
-คบกันไปเรื่อย
-ผมก็มีความรู้สึก
-รู้สึก
-รู้สึก
-รู้สึกว่ารักเธอ
-จนอยากชีวิตกับเธอ
-อยากอยู่กับเธอตลอด
-แต่ด้วยความจำเป็น
-เราจึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน
-และผมก็ไม่รู้ว่าเธอจะอยากอยู่กับผมหรือปล่าว
-ผมอยากจะบอกเธอตรง ๆ ว่าผมรักเธอ
-( หันหน้าไปหานักเรียน แล้วบอกให้นักเรียนช่วยอ่านข้อความพร้อมกัน)
-ที่รักครับ
-ที่รักแต่งงานกับผมน่ะครับ
ทั้งหมดเป็นข้อความที่ จ.ส.ท.รัชตะ ทองเกื้อ นายทหาร
ประจำกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยาที่4 ค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ภายในชุดมาสคอตส์

ได้กลั่นกรองและเขียนมาจากใจ เพื่อขอคุณครูเข็ม หรือ นางสาวชัญญานุช แย้มไสว แต่งงาน
ท่ามกลางหน้าเสาธง ที่มีเด็กนักเรียนนับร้อยคน ให้กำลังใจ และปรบมือให้กับทั้งสองคน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นางสาวชัญญานุช แย้มไสว หรือครูเข็ม
ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปวีดีโอนั้น ก็ทราบว่า ครูเข็ม ไม่ได้ทราบเรื่องนี้มาก่อน
เพราะก่อนหน้าที่จะถูกขอแต่งงานท่ามกลาง นักเรียน
และขณะที่ตนเองลงเวรปฎิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของนักเรียนในวันนั้น ทุกอย่างก็ปกติ
ส่วนกับแฟนก็คบหาดูใจกันมา 5 ปีแล้ว มีเรื่องทะเลาะผิดใจกันบ้าง และเมื่อ 5 วันก่อนก็ทะเลาะกัน
จนมาทราบภายหลังว่า แฟน กับคุณครูที่โรงเรียน ได้เตรียมการกันมาก่อนหน้านี้ โดยที่ตนเองไม่รู้
ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นแฟน ก็ตื่นเต้น ตกใจ และน้ำตาไหล ปลื้มใจ ที่เค้าทำแบบนี้
นักเรียนต่างก็ชื่นชมและปรบมือให้กำลังใจ ซึ่งตนเองกับแฟน ก็ยังไม่มีกำหนดการในการแต่งงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล-อำเภอละงูและอบต.กำแพงลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ส่งความสุขต้อนรับปีใหม่ 2561 แก่ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่

สตูล ที่ทำการปกครองอำเภอละงูและอบต.กำแพงลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ส่งความสุขต้อนรับปีใหม่ 2561 แก่ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ อบต.กำแพง”
       วันนี้ 29ธ.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำการปกครองอำเภอละงู โดยนายบดินทร ไชยพงศ์ ปลัดอำเภอประจำตำบลกำแพง พร้อมด้วยนางสำลี ลัคนาวงศ์ นายก อบต.กำแพง, นายสุริยันต์ ลัคนาวงศ์ กำนันตำบลกำแพง และทีมงานจิตอาสาอำเภอละงู มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง จำนวน 25 ราย ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อบต.กำแพง เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2561 โดยกลุ่มผู้สูงวัยเป็นผู้สร้างความอบอุ่นให้ครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดในสังคม และปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงต้องได้รับการดูแลด้านสุขภาพถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
       ทั้งนี้ เครื่องอุปโภคบริโภคที่นำมามอบในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากที่ว่าการอำเภอละงู และอบต.กำแพง แล้ว ยังได้รับการบริจาคจากชาวบ้านในชุมชนต่างๆ ผ่านทางกำนัน อบต.กำแพง เพื่อร่วมสมทบทุนส่งมอบความสุขต้อนรับปีใหม่ สร้างขวัญกำลังใจและความปลาบปลื้มให้กับผู้สูงวัยเหล่านี้เป็นอย่างมาก
สตูล // นิตยา แสงมณี
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071


คนกระบี่ต้องรู้!กฟผ.และบริษัทที่ปรึกษาเตรียมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ 28 ม.ค61นี้(มีคลิป)

กฟผ.และบริษัทที่ปรึกษาเตรียมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ในวันที่ 28 มกราคม 2561
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2560 นายวิมลไชย มงคล หัวหน้าโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่โดยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน (หก-ศก.) ได้แถลงข่าวสื่อมวลชนจังหวัดกระบี่ เรื่อง การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1) โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ (ส่วนขยาย ครั้งที่ 1) ณ ห้องเหลืองกระบี่ โรงแรมมาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท อำเภอเมือง จ.กระบี่โดยมีนายศิวเรศ ธรรมวิเศษ
พลังงานจังหวัดกระบี่ และสื่อมวลชนจังหวัดกระบี่ มาร่วมรับฟังกว่า 50 คน
นายวิมลไชย มงคล หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมิลผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1)ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากขึ้น โดย กฟผ.และบริษัทแอร์เชฟ จำกัด บริษัทที่ปรึกษา ได้กำหนดให้จัดเวทีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม 2561 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคลองขนาน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เวลา 13.00-17.00 น.จึงขอเชิญทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในทุกด้านในวันและเวลาดังกล่าว

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นายก อบต.สุไหงปาดีส่งสุขปีใหม่จัดงบประมาณพร้อมของขวัญให้โรงเรียนในพื้นที่จัดกิจกรรม

นายก อบต.สุไหงปาดีส่งสุขปีใหม่จัดงบประมาณพร้อมของขวัญให้โรงเรียนในพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อเติมเต็มรอยยิ้มให้ครูและนักเรียนรับเทศกาลปีใหม่2561 

          นายเพียร มะโนภักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดี พร้อมคณะ ส่งสุขปีใหม่ให้กับนักเรียนในพื้นที่ โดยเดินสายลงพื้นที่สนับสนุนงบประมาณและของขวัญให้กับโรงเรียนบ้านตลิ่งสูง โรงเรียนวัดโบราณสถิต โรงเรียนธัญธารวิทยา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนบ้านตาเซะใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ที่ได้จัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561  ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่48 ได้นำกำลังพลมาจัดแสดงมายากลให้นักเรียนได้รับชมด้วย

           นายเพียร มะโนภักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดี กล่าวว่า ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อยากเห็นรอยยิ้มและความสุขของครูและนักเรียนในพื้นที่ ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจ และบรรเทาความตึงเครียดจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ อบต.สุไหงปาดีได้ดำเนินกิจกรรมในลักษณะนี้ขึ้นทุกปี เพราะเห็นความสำคัญของครู และนักเรียนในพื้นที่                         ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071


ลูกหลานแห่เยี่ยมทวด อายุยืน 103 ปี อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เพื่อขอพรเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่(มีคลิป)

ลูกหลานแห่เยี่ยมคุณทวด อายุยืน 103 ปี  ที่ต.พรุดินา อ.คลองท่อม  จ.กระบี่  เพื่อขอพรเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อความสิริมงคลของครอบครัว  ยังแข็งสามารถ เดินเข้าออกห้องน้ำด้วยตัวเองไม่ต้องมีคนพยุง เผยชอบกินอาหารพื้นบ้าน และอาบน้ำสมุนไพรประจำในสมัยหนุ่มๆทำให้ร่างกายแข็งแรง

            วันที่29 ธ.ค.60   ที่บ้านเลขที่ 13  ม.3  ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่   ได้มีลูกหลาน  เหลน ที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางเข้าเยี่ยม คุณทวด  หรือนายเปลี่ยน  คงภัคดี  อายุ 103 ปี   เป็นจำนวนมาก เพื่อขอพรจากผู้สูงอายุที่มีอายุยืน  เพื่อความสิริมงคลแก่ครอบครัว ซึ่งปฏิบัติเป็นประ ตามธรรมเนียมประเพณีของคนในชุมชน ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ     บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น  โดยนายเปลี่ยน มีลูกทั้งหมด 8 คน หลาน จำนวน 33 คน  และเหลนอีกจำนวนกว่า50 คน ซึ่งแยกย้ายกันไปมีครอบครัว และทำงานตามที่ต่างๆ ในพื้นที่   
               นายศุภกิจ   คงภัคดี  อายุ 39ปี  ซึ่งเป็นลูกชายนายอำนวย  คงภัคดี  ลูกชายคนที่ 6ของ ปู่ทวด   เปิดเผยว่า คุณทวดของตนมีอายุตามบัตรประชาชน นั้น พ.ศ. 2459  แต่เมื่อนับอายุอายุจริงนั้น 103ปี แล้ว   แต่สุขภาพท่านยังแข็งแรง สามสามารถช่วยเหลือตัวเองได้  เช่น เดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และจะล้างทำความความสะอาดเองหลังขับถ่าย แต่ตอนนี้หูฟังไม่ค่อยได้ยิน ต้องพูดดังๆ  และทุกปีในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่นช่วงสงกรานต์  ปีใหม่    ลูกหลานของปู่ทวด ที่ จะกลับมาเยี่ยมคุณปู่ทวดกันเป็นจำนวนมาก   ซึ่งแต่ละครั้งจะมีไม่ต่ำกว่า 100 คน ซึ่งจะรวมตัวที่บ้านเลขที่ดังกล่าว ที่คุณทวดอาศัยอยู่ เพื่อพบญาติ และขอพรจากคุณปู่ทวด เพื่อความสิริมงคลของครอบครัว
      ขณะที่คุณทวดเปลี่ยน  เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนยังสุขภาพแข็งแรง นั้น มีเคล็ดลับ คือ ทานอาหารพื้นบ้านที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่น เช่น ปลา พืชผัก   ส่วนเนื้อสัตว์ จะทานเป็นบางครั้ง  และนอกจากนี้ในสมัยหนุ่มๆ ก็เป็นหมอ นวดรักษา ปวดเมื่อยให้ชาวบ้าน และจะอาบน้ำว่าน น้ำสมุนไพรเป็นประจำทุกวัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง 

ศุภกิจ คงภักดี ,น้าเมศ มากผล-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาสประชาชาแห่มาถ่ายรูปแสงสีและสีสันอย่างงดงามต้อนรับปีใหม่2561(มีคลิป)


บรรยากาศในค่ำคืนนราธิวาสประชาชาแห่มาถ่ายรูปแสงสีและสีสันอย่างงามต้อนรับปีใหม่2561
             ผู้สื่อข่าวรายงานในช่วงบรรยากาศช่วงค่ำที่สวนกรมหลวงนราธิวาสราชนคริทร์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส และที่วงเวียนนกสันติภาพมีประชาชนจำนวนมากได้เดินทางไปถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกหลังจากทางเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้จัดสถานที่เตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวยามราตรีเก็บภาพสวยๆตามจุดต่างๆที่เตรียมไว้ และประดับด้วยไฟแสงสี เป็นรูป นาฬิกาขนาดใหญ่ ของขวัญขนาดใหญ่ มีอุโมงแสงไฟ และที่บริเวณวงเวียนนกสันติภาพ เพื่อให้ประชาชนทั้งในพื้นที่และต่างถิ่นแวะมาร่วมถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกกับบุตรหลานเพื่อฝูงและญาติมิตรอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งก่อนและหลังเทศกาลปีใหม่ 2561  
            ด้านนายธนาวิทย์ ไชยนุพงค์ นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส ได้เลือกสถานที่ต่างๆที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส พร้อมประดับตกแต่ง พื้นที่ด้วยกระพริบและแสงสีอย่างสวยงาม พร้อมเขียนข้อความสวัสดีปีใหม่ 2561อย่างสวยงาม โดยมรประชาชนในพื้นที่ตามแวะมาถ่ายรูปกับโทรศัพท์และบางคนใช้กล้องภาพนิ่ง และพื้นที่อื่นๆเช่น บริเวณถนนสายหลักสำคัญๆรอบเมืองและเกาะกลางถนนต่างๆส่งผลให้เกิดบรรยากาศน่าขับรถเล่นรอบเมือง โดยบรรยากาศเช่นนี้จะเกิดขึ้นเพียงปีละ 1 ครั้ง เฉพาะเทศกาลต้อนรับวันปีใหม่เท่านั้น ซึ่งจะสร้างรอยยิ้มกบเกลื่อนความทุกข์ของประชาชนในพื้นที่ได้ไม่มากก็น้อย.
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560

พ่อเมืองนราธิวาส เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ย้ำ ต้องร่วมมือกันทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ย้ำ ต้องร่วมมือกันทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ใช้รถ ใช้ถนน เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ
          นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่จุดตรวจบ้านปลักปลา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พร้อมกล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายประชารัฐร่วมใจของรัฐบาล ที่ต้องการให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกันในการป้องกัน และแก้ไขอุบัติเหตุทางถนน เน้นการตรวจจับ ป้องกัน การรายงาน และการดูแลผู้บาดเจ็บ
ในส่วนของจังหวัดนราธิวาส ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ซึ่งเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน และประชาชนใช้รถ ใช้ถนน เดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้แม้จะมีการรณรงค์กันมาก แต่ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุก็ยังมีสถิติเพิ่มสูงขึ้น ทุกคนต้องช่วยกันทำอย่างไรให้ลดอุบัติเหตุ ส่วนหนึ่งเกิดจากตัวผู้ขับขี่ด้วย เช่น การดื่มสุรา ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาในภาพรวม ทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และผู้ใช้รถ ใช้ถนน อย่างไรก็ตามเห็นความตั้งใจในการปฏิบัติงานของทุกคนในวันนี้ ซึ่งเชื่อว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จะลดลง
          สำหรับศูนย์ปฏิบัติการร่วมฯ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวมทั้งหมด 27 จุด เจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานกว่า 350 คน ซึ่งเป็นการบูรณาการจากทุกภาคส่วนทั้งส่วนราชการและภาคประชาชน โดยบริหารจัดการที่มีคุณภาพ มุ่งเน้นการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงอันเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งจากคน พาหนะ ถนนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่การสร้างความตระหนักและจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนมากขึ้น ซึ่งได้กำหนดช่วงการรณรงค์ฯ ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560 ถึง 3 มกราคม 2561 โดยใช้หัวข้อในการรณรงค์ว่า “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร”
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล-เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กองปราบ นำหมายศาล จ.ขอนแก่นเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเช่าจับผู้ต้องหา-กัญชาอัดแ่ทนกว่า 1 พันกิโล

เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กองปราบ นำหมายศาล จ.ขอนแก่นเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเช่าจับผู้ต้องหาคาบ้านเช่า
        วันนี้28ธันวาคม2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่ตำรวจทางหลวงตรวจยึดกัญชาอัดแท่งจำนวน 1,095 กก.พร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า ทะเบียน 1 ฒศ-7040 กทม.ที่ ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ส่วนผู้ต้องหาหลบหนีเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 30 ต.ค.60ที่ผ่านมา สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในเวลา11.00 น.วันที่ 28 ธ.ค. ร.อ.ปิยะเชษฐ์ หนูฉ้ง สำนักการข่าวกองอำนวยความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ต.ต.กัณตภณ  เจติพัฒนกูล สว.กก.สส.ภ.จ.สตูล พร้อมกำลังทหาร ตำรวจ กองปราบ นำหมายศาล จ.ขอนแก่นเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 246 หมู่ที่4 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวหนีไปหลบซ่อน จากการตรวจค้นพบนายสมศักดิ์ ดูระเบียบ อายุ 33 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน 199 หมู่ที่8 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในห้องนอน  เจ้าหน้าที่แสดงหมายจับและควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวนสภ.น้ำพองดำเนินคดีต่อไป ผู้ต้องหาขอให้การในชั้นศาล
สตูล // นิตยา แสงมณี
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ปีใหม่ท่าอากาศยานกระบี่มอบเครื่องตรวจอาวุธระเบิดเป็นของขวัญให้ประชาชนนักท่องเที่ยว

ปีใหม่ท่าอากาศยานกระบี่มอบเครื่องตรวจอาวุธระเบิดเป็นของขวัญให้ประชาชนนักท่องเที่ยว
            เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2560 เวลา 11.00 นาฬิกา ที่ท่าอากาศยานนาชาติจังหวัดกระบี่ พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ร่วมแถลงข่าวโครงการรณรงค์มาตรการความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ตามมาตรการ 7 – 7 – 7 ตั้งเป้าลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ไม่มีผู้เสียชีวิตจากระบบขนส่งสาธารณะ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือไปพักผ่อนอย่างปลอดภัย ช่วง 28  ธันวาคม 2560 ถึง 3 มกราคม 2561 และ 7 วันหลังเทศกาล 14 – 10 มกราคม 2560




















ท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวก และมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยเพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร โดยจัดเจ้าหน้าที่ให้บริการและดูแลผู้โดยสารอย่างทั่วถึง ตามนโยบายยิ้มแย้มยินดีสุขขีที่บ้านเรา มอบเครื่องตรวจจับอาวุธและวัตถุระเบิดแบบอีดีเอส พร้อมสายพานลำเลียงสำภาระ ห้องควบคุมและอุปกรณ์ในท่าอากาศยาน เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือไอซีเอโอ จัดเวรอำนวยการ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ดูแลให้คำแนะนำทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น เก้าอี้พักรับรองต้องมีเพียงพอกับปริมาณผู้โดยสาร ความสะอาดในทุกพื้นที่ของท่าอากาศยาน จัดเจ้าหน้าที่ตรวจตราบริเวณอาคารที่พักและโดยรอบพื้นที่ท่าอากาศยาน

เฝ้าระวังตรวจตรากล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง ซักซ้อมแผนรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น ประสานเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ติดตามควบคุมสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ให้ผู้ประกอบการรถสาธารณะจัดรถรับส่งอย่างเพียงพอทุกเที่ยวบิน อัตราค่าบริการเป็นไปตามมาตรฐาน ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม ร่วมสร้างวัฒนธรรมทางถนนความปลอดภัยทางถนน โดยร่วมกันขับรถช้าเปิดไฟหน้าคาดเข็มขัดนิรภัย 
ทีมข่าว กระแสใต้-รายงาน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่-ปั้นหัวกะทิแกนนำเกาะแห่งการอ่าน สู่แผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านให้น้องเด็กเล็กในพื้นที่ห่างไกล

ปั้นหัวกะทิแกนนำเกาะแห่งการอ่าน สู่แผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านให้น้องเด็กเล็กในพื้นที่ห่างไกลในเกาะศรีบอยา ด้วยสื่อนิทานสร้างสรรค์ จังหวัดกระบี่
ศูนย์สื่อสารเด็กไทยมุสลิม กลุ่มละครมาหยา ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ ร่วมสร้างแกนนำเยาวชนในพื้นที่เกาะตำบลเกาะศรีบอยา สู่เกาะแห่งการอ่านภายใต้ขับเคลื่อนยุทธ์ศาสตร์แผ่นแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน และการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัยด้วยวัฒนธรรมการอ่านในชุมชนท้องถิ่น ของแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.
แกนนำนักอ่านปั้นเด็กหัวกะทิ ผ่านสื่อสร้างสรรค์ สู่น้องเด็กปฐมวัย ถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของเกาะแห่งการอ่าน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2560 ในพื้นที่ตำบลเกาะศรีบอยา จังหวัดกระบี่ 2 เกาะ 4โรงเรียน ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านเกาะปู และห้องประชุมโรงเรียนบ้านเกาะศรีบอยา โดยมีวัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมเพื่อสร้างแกนนำสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน พร้อมสามารถใช้สื่อละครนิทานเล่าเรื่องและออกแบบกิจกรรมการอ่านนิทานกับเด็กปฐมวัยได้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นแกนนำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4-5 จำนวน 67 คน จากแกนนำโรงเรียนบ้านเกาะปู โรงเรียนบ้านติงไหร่ โรงเรียนบ้านเกาะศรีบอยา และโรงเรียนบ้านคลองเตาะ พร้อมคณะครูผู้บริหารโรงเรียน ครู กศน.ตำบลเกาะศรีบอยา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ โดยมีนายวรเชษฐ เขียวจันทร์ นักคิดนักเขียน สำนักพิมพ์ปิ่นโต หนึ่งวิทยากรที่มาสร้างแรงบันดาลใจพร้อมแนวทางการเขียนหนังสือนิทานทำมือเรื่องเล่าในชุมชนให้กับแกนนำเยาวชนหัวกะทิในพื้นที่เกาะแห่งการอ่าน
นายปรียา แก้วบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า เกาะแห่งการอ่านเป็นกิจกรรมที่มีการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องในจังหวัดกระบี่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ ได้เล็งเห็นความสำคัญของกิจกรรมจึงได้มีการหนุนเสริมผ่านยุทธศาสตร์การส่งเสริมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในจังหวัดกระบี่ เป็นการปลูกสร้างพฤติกรรมรักการอ่านที่เข้มแข็ง เข้าถึงสื่อการอ่านและยกระดับคุณภาพของแหล่งเรียนรู้และสื่อการอ่านเพื่อการเรียนรู้ที่เข้าถึงเด็กในพื้นที่ห่างไกล ทั้งนี้ จากแผ่นแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย พ.ศ.2560-2564 การขับเคลื่อนงานร่วมกับศูนย์สื่อสารเด็กไทย กลุ่มละครมาหยา จังหวัดกระบี่ จึงถือเป็นหนึ่งในการดำเนินงานร่วมกันสู่การส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านจังหวัดกระบี่ และหลังจากกิจกรรมครั้งนี้ จะได้ร่วมกันผลิตกระเป๋านิทานเคลื่อนที่เพื่อให้แกนนำเยาวชนเกาะแห่งการอ่านได้ใช้ประโยชน์ในการสร้างความสุขด้วยการอ่านกับเด็กเล็กในโรงเรียนและชุมชนต่อไป
เด็กชายกิตินันทร์ กอพล แกนนำหัวกะทิส่งเสริมการอ่านนักเรียน นักเรียนชั้นป.6 โรงเรียนเกาะศรีบอยา ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ว่า ปกติมีความเข้าใจว่าการอ่านหนังสือต้องเข้าห้องสมุดอย่างเดียว หรือไม่ก็อ่านหนังสือเรียนที่ครูสอน วันนี้ได้มีโอกาสอีกครั้งจากพี่ๆทีมเกาะแห่งการอ่าน มาชวนผมและเพื่อนๆได้รู้จักการอ่านมากยิ่งขึ้น ได้คิดได้เขียนได้ออกแบบเล่าเรื่องนิทานที่พวกผมคิดและทำเองผ่านหนังสือนิทานทำมือและหุ่นนิ้วมือ ไม่เคยคิดว่าการอ่านนอกจากการอ่านจากหนังสือแล้วการดึงตัวละครมาเล่ามาเล่นเป็นเรื่องราวจากสิ่งรอบๆตัวในชุมชน มันสามารถเปลี่ยนความคิดผม และที่สำคัญหลังจากนี้ผมและเพื่อนๆจะได้นำนิทานไปเล่าไปเล่นกับน้องๆต่อไป
ด้าน นายปริวัตร กิจนิตย์ชีว์ ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลังจากที่ได้สร้างความร่วมมือ MOU กับภาคีส่งเสริมการอ่านในพื้นที่ และการพัฒนาบุคลากรเด็กเล็กอาสาสมัครในเกาะด้วยเครื่องมือพัฒนาทักษะสมอง Executive Functions - EF และมีการพัฒนาแกนนำหัวกะทิส่งเสริมวัฒนธรรมอ่านผ่านกระบวนการในการสร้างแกนนำส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านเพื่อสร้างแกนนำพี่เลี้ยงในชุมชนส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ กิจกรรมครั้งนี้ แกนนำเยาวชนจะได้นำเทคนิคและกิจกรรมส่งเสริมการอ่านสู่แนวทางส่งเสริมการอ่านเด็กปฐมวัย การอ่านเพื่อพัฒนาการทางภาษาศิลปะสร้างสรรค์ผ่านการเล่าเรื่องละครนิทานสร้างนักสื่อสารการอ่าน โดยแบ่งกลุ่มสร้างนิทานสร้างสรรค์ ออกเป็น 3กลุ่มเรียนรู้ กลุ่มนักคิด กลุ่มนักเขียน และกลุ่มนักสร้างสรรค์ ตามที่แกนนำสนใจ เพื่อร่วมออกแบบสมุดนิทานทำมือ และวางแผนที่การอ่านในชุมชน โดยจะนำองค์ความรู้ไปขยายผลในโรงเรียนให้กับน้องในระดับปฐมวัย ผ่านการเล่า การเล่นนิทานทำมือ เพื่อให้เป็นนิทานสร้างนักอ่านในตำบลเกาะศรีบอยา 6 โรงเรียน 5 ศพด. 4 บ้านอ่านยกกำลังสุข 3 หน่วยงานหนุนเสริมการอ่าน (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่,สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกระบี่,สำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่) 2 รพ.สต.และ กศน. 1 คณะทำงานของเกาะแห่ง ที่จะร่วมหนุนเสริมกองทุนหนังสือดีเพื่อน้องในพื้นที่ห่างไกลให้เป็นหนังสือหมุนเวียน ผ่านกระเป๋าสมุดนิทานเคลื่อนที่ในชุมชนและแหล่งเรียนรู้การอ่านที่มีชีวิตของ “บ้านอ่านยกกำลังสุข” หรือบ้านการอ่านส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีในชุมชนอีกด้วย
ปั้นหัวกะทิแกนนำเยาวชนเกาะแห่งการอ่าน สู่แผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน
ให้น้องเด็กเล็กในพื้นที่ห่างไกล ด้วยสื่อนิทานสร้างสรรค์ พลังของเด็กและเยาวชนในพื้นที่เกาะแห่งการอ่าน ที่สร้างความรู้คู่ความสุข สู่การเปลี่ยนแปลงของแกนนำเด็กและเยาวชนที่พร้อมลุกขึ้นมาส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านร่วมกัน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว

ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์ 

เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ผู้แทนพิเศษรัฐบาล เป็นประธานปล่อยแถวกำลัง 3 ฝ่าย กวาดล้างอาชญากรรม ป้องปรามเหตุช่วงปีใหม่ สร้างความมั่นใจประชาชน(มีคลิป)

ผู้แทนพิเศษรัฐบาล เป็นประธานปล่อยแถวกำลัง 3 ฝ่าย กวาดล้างอาชญากรรม ป้องปรามเหตุช่วงปีใหม่ สร้างความมั่นใจประชาชน

           ณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษรัฐบาล เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลปี ใหม่ 2561 โดยมี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี กองกำลัง 3 ฝ่าย อำเภอสุไหงปาดี เครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชน เข้าร่วมในการปล่อยแถวครั้งนี้ประมาณ 500 นาย เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมปัญหาอาชญากรรม และระงับยับยั้งเหตุการณ์ความไม่สงบ ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาสนราธิวาส ในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2561 

           โดยเจ้าหน้าที่จะมีการกวาดล้างอาชญากรรมตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2560 - 2 ม.ค. 2561 เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงที่จะต้องมีการเฉลิมฉลอง รวมทั้งการเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการบูรณาการการปฏิบัติหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินไปตามนโยบายของรัฐบาล

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล จัดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ และเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 (มีคลิป)

สตูล จัดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ และเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561
        วันนี้ 27 ธันวาคม 2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิทยาลัยเทคนิคสตูล นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานจัดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ และพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ภายใต้แนวคิดในการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” โดยมีคณะกรรมการการจัดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติจังหวัดสตูล คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลปีใหม่ 2561 หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายกู้ชีพกู้ภัย อาสาสมัคร ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
         นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปีเป็นช่วงเวลาที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน และมีประชาชนจำนวนมาก ใช้รถ ใช้ถนน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ดังนั้นจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าช่วงปกติ หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทุกภาคส่วน ได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อร่วมกันลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยการดำเนินงานครั้งนี้ภายใต้แนวคิด “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เพื่อสร้างความตระหนักรับรู้ และกระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้ประชาชน ใช้รถ ใช้ถนน ด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ปฏิบัติตามกฎจราจร และเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด
        นางสาวสุนารี บุญชุบ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูล กล่าวว่า จังหวัดสตูล จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งจุดตรวจจุดบริการในพื้นที่ 7 อำเภอ โดยจะควบคุมเข้มข้น ในระยะดำเนินการระหว่าง วันที่ 28 ธันวาคม 2560 ถึง 3 มกราคม 2561 ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการเนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ การให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา ในหลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากประสบเหตุ การให้เทคนิคความรู้เรื่องการระงับอัคคีภัยเบื้องต้น พิธีการอ่านสาส์นนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ พิธีไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตเนื่องจากเหตุภัยพิบัติทุกรูปแบบ เป็นเวลา 1 นาที
         นอกจากนี้ยังมีพิธีปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย รณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุ โดยขับขี่รณรงค์ไปบนถนนทุกสายในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองสตูล เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 และลดการสูญเสียทุกรูปแบบต่อไป
สตูล // นิตยา แสงมณี-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่ เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน -ทะเล ในช่วงเทศกาลปีใหม่ (มีคลิป)


            (วันนี้)  27 ธันวาคม 60 . ที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงจังหวัดกระบี่  เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 และกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย โดยมี พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธี นายไพศาล ขุนศรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ และนายศิวกรณ์ เอ่งฉ้วน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหน่วยงานกรมทางหลวงจังหวัดกระบี่ กรมขนส่งกระบี่ สาธารณสุขกระบี่ สื่อมวลชน และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ เข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดกระบี่ ได้ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงเทศกาลและตลอดทั้งปี ประกอบกับจังหวัดกระบี่ได้รับคัดเลือกให้เป็นจังหวัดต้นแบบด้านความปลอดภัยทางทะเล  ดังนั้น จังหวัดกระบี่จึงได้มีมาตรการ และแผนบรูณาการเพื่อสร้างความปลอดภัยทั้งทางบก และทางทะเล  เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและ  การเดินทางทั้งในช่วงเทศกาล และตลอดทั้งปี 

             พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสำคัญที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ   การสูญเสียชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนน และสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงประกาศให้ปี พ.ศ.2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนของประเทศ ภายใต้กรอบปฏิญญามอสโก เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คน ต่อประชากรหนึ่งแสนคน ภายในปี พ.ศ.2563   จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางเข้ามาในจังหวัด และเป็นทางผ่านการเดินทางไปจังหวัดท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นได้มีการปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์โดยมีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคกระบี่จำนวน 150 คันทุกคนสวมหมวกนิรภัยและท่านผู้ว่าได้เลยเยี่ยมชมบูธนิทรรศการต่างๆ ที่หน่วยงานจัดขึ้นมา. 
  นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสื่อมวลชนในนาม สตรีท สะตอ ร่วมกันในการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเพื่อตระหนักค่านิยมใหม่ๆการสร้างพื้นฐานความปลอดภัยให้กับเยาวชนและผู้ใช้รถใช้ถนนต่อไป

สันติเพชรแก้ว, นัฐฎน ศรีปล้องทีมข่าว กระแสใต้-ทีมสื่อสตรีทสตอ/รายงาน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560

กระบี่จัดงานวันรำลึกเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิครบรอบ 13 ปี(คลิปประกอบข่าว)

กระบี่จัดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติรำลึกเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิครบรอบ 13 ปีอย่างเรียบง่าย             
           เมื่อวันนี้ 26 ธันวาคม 2560 เวลา 09.30 นาฬิกา ที่ลานประติมากรรมปลาใบอ่าวต้นไทร เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2560 และงานรำลึกภัยเหตุการณ์พิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ ครบรอบ 13  ปี วันที่ 26 ธันวาคม 2547 ของจังหวัดกระบี่ โดยมีนายพันคำ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง กล่าวรายงาน  
            โอกาสนี้นายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ อ่านสารของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2560 และการรำลึกเหตุการณ์ภัยพิบัติคลื่นยักษ์สินามิ ครบรอบ 13  ปี ซึ่งการรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลและไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต โดยจัดให้มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม การกล่าวไว้อาลัย การวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถานสึนามิใต้น้ำ โดยมี ญาติของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมงานที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ซึ่งจังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติรวมถึงผู้ประกอบการเสียชีวิต  722 คน สูญหาย 587 คน   

           ส่วนบรรยากาศภายการในงานบิดา มารดา รวมถึงญาติพี่น้อง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ยังมีความโศกเศร้าอย่างลืมไม่ลง ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้วถึง 13 ปีก็ตาม นอกจากนี้สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ จัดนิทรรศการเรียนรู้และการรู้เท่าทันเพื่อป้องกันภัย เหตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิ และการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีและมีความปลอดภัยสูง 
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
(คลิปประกอบข่าว)


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...