• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ชาวบ้าน อ.ลำทับ จ.กระบี่ฮือฮาเลขเด็ด ขวานโบราณอายุนับ100 ปี เผยถูกมาแล้ว 1 งวด (+คลิป)

ชาวบ้าน อ.ลำทับ จ.กระบี่ฮือฮาเลขเด็ด ขวานโบราณอายุกว่า 100 ปี เผยถูกมาแล้ว 1 งวด (+คลิป)
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 30 พ.ย. 60 ทีมข่าวกระแสใต้ได้ลงพื้นที่ไปยัง บ้านเลขที่ 568 ม.5 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ ซึ่งเป็นบ้านของ นาย มีศักดิ์ ลักษณ์วิลาศ อายุ 51 ที่พบขวานโบราณ และเชื่อว่าอายุกว่า 100 ปี และมีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต่างมาขอดูและขอเลขเด็ดกันไม่ขาด สาย
     ทั้งนี้ นาย มีศักดิ์ ลักษณ์วิลาศ อายุ 51 ปี (เจ้าของบ้าน)เล่าให้ทีมข่าวกระแสใต้ฟังว่าเมื่อเดือนที่แล้วตนและเพื่อนๆได้ออกไปหาปลาที่คลองสินปูน ขณะที่กำลังหาปลาอยู่นั้นก็เห็นวัตถุคล้ายๆขวานโบราณ จึงเก็บกลับบ้านและให้ชาวบ้านดู ต่างพูดเป็นเสียงเดียววันว่าเป็นขวานโบราณ อายุน่าจะกว่า 100 ปีแน่นอน ขณะเดียวกันนักเสียงโชคทั้งหลายหลังจากทราบข่าวถึงการพบขวานของนาย มีศักดิ์ ต่างเข้ามาชมพร้อมนำแป้ง น้ำหอม มาถูเพื่อหาเลขเด็ดโดยบางคนเห็นเป็นเลข 5 และเลข 3
 ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อของส่วนบุคลเท่านั้น

สุเมธ บุญวรรณ และทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ชาวบ้านพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จับปลาน้ำจืดจากแม่น้ำคลองยะกังขายรายได้ดีกว่ากรีดยางพารา(+คลิป)

ชาวบ้านพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จับปลาน้ำจืดจากแม่น้ำคลองยะกังขายรายได้ดีกว่ากรีดยางพารา ที่ริมถนนสายนราธิวาส – ระแงะ บ้านลำภู ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพกรีดยางพาราได้รวมตัวกันออกจับปลาน้ำจืดนานาชิดจากแม่น้ำคลองยะกังออกมาวางขายที่ริมถนนทุกวันตั้งแต่ช่วงสายๆจนถึงมืดค่ำหลังจากมวลน้ำท่วมจากพื้นที่ อ.ระแงะ และ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ไหลบ่าลงแม่น้ำคลองยะกังทำให้บรรดาปลาน้ำจืดนานาชนิดไหว้มากับน้ำจนชาวบ้านนำอุปกรณ์จับปลาไปจับในแม่น้ำคลองยะกัง อ.เมืองนราธิวาส ตั้งแต่มืดค่ำได้ปลาเป็นจำนวนมากแล้วให้แม่บ้านมาวางขายริมถนนสายดังกล่าว จนชาวบ้านที่สัญจรไปมาบนถนนสายดังกล่าวเป็นรู้กันว่ามีปลาน้ำจืดสดๆวางขายเฉพาะในช่วงน้ำท่วมเท่านั้น จึงแห่กันมาหาซื้อไปรับประทานกันอย่างเนื่องแน่น โดยแม่ค้าได้ทำปลาให้เสร็จเรียบร้อยพร้อมนำไปปรุงเพื่อรับประทานได้เลย โดยทำการผ่าพุง นำเกล็ดออกอย่างเรียบร้อยอีกทั้งยังทาขมิ้นกับเกลือ สามารถนำไปทอดรับประทานได้เลยจนถูกใจคนซื้อ นางเมาะห์ สือแม แม่ค้ารายหนึ่งกล่าวว่า ในช่วงน่าฝนสามีจะออกไปจับปลาน้ำจืดในแม่น้ำคลองยะกังตั้งแต่หัวค่ำ และจะกลับมาอีกครั้งก็เกือบสว่าง และได้ปลานานาชนิดมาเป็นจำนวนมาก และลูกค้าที่มาหาซื้อจนมีเท่าไหร่ก็หมดทุกวันเพราะเป็นปลาน้ำจืดที่สดมาก รสชาติหวานอร่อย และจะมาปลามาวางขายเฉพาะน้ำท่วมเท่านั้น ซึ่งบางวันสามารถทำรายได้งามเกือบ 2,000 บาท ต่อวัน บางวันถ้าขายไม่ดีก็ได้ 500 บาท ต่อวัน ซึ่งสร้างรายได้เป็นอย่างดี แต่การหาปลาในแม่น้ำลำคลองที่มีน้ำเชี่ยวนั้น ค่อนข้างยากหากไม่มีความชำนาญดีพอก็อาจจะได้รับอันตราย โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาซื้อปลาสดให้เหตุผลว่า ปลาริมถนนเป็นปลาที่มีราคาถูกไม่แพงเหมือนในตลาดสด ไม่ถูกแช่น้ำแข็งหรือฉีดน้ำยามาก่อน มีรสชาติหวาน และไม่ต้องกลัวน้ำยาใดๆที่จะติดมากับปลาเหล่านั้น จึงได้รับความนิยมจากผู้คนที่ผ่านไปมาบนถนนสายนี้ และที่สำคัญจะมีขายเฉพาะช่วงน้ำท่วมเท่านั้น ซึ่งหาซื้อได้ง่ายสะดวกไม่ต้องไปเดินแย่งปะปนกับชาวบ้านในตลาดนัดที่แฉะและมีราคาแพงกว่า. ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

พลังงานจังหวัดกระบี่ พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพพลังงานทดแทนสู่ชุมชนเข้มแข็ง(+คลิป)

สำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่ กระทรวงพลังงาน เดินหน้า โครงการเพิ่มสมรรถนะการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบล ผ่านการส่งเสริมการใช้เตาประหยัดพลังงานที่ช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิงก๊าซหุงต้ม ลดรายจ่ายด้านพลังงาน ชุมชนมีรายได้มีเพิ่มขึ้น และสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

​จังหวัดกระบี่ – วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2560) นายศิวเรศ ธรรมวิเศษ พลังงานจังหวัดกระบี่ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า พลังงานจังหวัด ได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้เตาประหยัดพลังงานให้กับกลุ่มพลังสตรีบ้านเขาตั้ง  หมู่ที่ 8 ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่     เพื่อเพิ่มรายได้ในกระบวนผลิต “กล้วยหินฉาบ”    ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จัดจำหน่ายในท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง โดยจากเดิมทางกลุ่มฯ ได้ใช้ก๊าซแอลพีจี ในกระบวนการทอดกล้วย ทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูง ต่อมาพลังงานจังหวัดได้ส่งเสริมการใช้เตาประหยัดพลังงาน หรือที่เรียกว่า “เตามณฑล”  ที่มีฟืนซึ่งหาได้ง่ายในท้องถิ่นเป็นเชื้อเพลิงหลัก และทำให้ทางกลุ่มฯ สามารถลดรายจ่ายด้านพลังงานลงได้เป็นอย่างมาก

​ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนมาใช้เตามณฑลดังกล่าวนั้น ในช่วงก่อนการปรับปรุงทางกลุ่มพลังสตรีได้ใช้แก๊สหุงต้มหรือ LPG เป็นเชื้อเพลิงในการทอด ประมาณ 150 กก./เดือน หรือมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเป็นเงินสูงถึง 3,750 บาท /เดือน ต่อมาเมื่อพลังงานจังหวัด ได้เข้าไปส่งเสริมให้ใช้เตาประหยัดพลังงานแทน จากเตาที่ใช้ก๊าซหุงต้ม มาเป็นเตามณฑล ที่สามารถใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงทดแทน จะใช้ประมาณ  1,200 กก./เดือน หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายจากฟืนเพียง 1,200 บาท  ซึ่งโดยภาพรวมได้ช่วยให้กลุ่มพลังสตรี สามารถประหยัดเงิน ได้สูงถึง 2,550 บาท/เดือน
   
​นายศิวเรศ  กล่าวว่า การดำเนินโครงการ ฯ ครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากที่สำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่ ได้ดำเนินงานโครงการเพิ่มสมรรถนะการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบล ประเภทกลุ่มวิสาหกิจชุมชน/otop ประจำปี 2559   และในปี 2561 สำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่ได้ขยายผลความสำเร็จไปยัง วัด มัสยิด และกลุ่มวิสาหกิจต่างๆ จำนวน 82 เตา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดกระบี่ จำนวน 32 เตา และจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 50 เตา โดยเน้นการมีส่วนร่วมการจัดรูปแบบด้านการผลิต การใช้ และการแก้ปัญหา เพื่อให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการตนเองทางด้านพลังงานตามศักยภาพด้านพลังงานที่มีอยู่ในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนสามารถผลิตพลังงานขึ้นได้เอง ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาวอีกด้วย
ทีมข่าว กระแสใต้-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

แสดงจุดยืน!เครือข่ายคนเทพายื่นหนังสือถึงนายกฯ เร่งสร้างโรงไฟฟ้าฯ

เครือข่ายคนเทพายื่นหนังสือถึงนายกฯ เร่งสร้างโรงไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 กลุ่มเครือข่ายคนเทพา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย 67 องค์กรในอำเภอเทพา นำโดยนายพณวรรธน์ พงศ์ประยูร ประธานกลุ่มเครือข่ายพัฒนาเทพา และตัวแทนกลุ่มอื่นๆ อีกกว่า 50 คน ยื่นหนังสือขอสนับสนุนและเร่งรัดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีพันเอกธีรวัฒน์  ปิ่นแก้ว  รองผู้บัญญชาการมณฑลทหารบกที่ 46 เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
 โดยทางกลุ่มเห็นว่า การสร้างโรงไฟฟ้าเทพาเป็นการยกระดับเศรษฐกิจจากเม็ดเงินของโครงการฯ ที่จะหมุนเวียนในพื้นที่ ซึ่งจะทำให้ชาวเทพาได้รับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้าขาย เกษตรกรรม การประมง รวมถึงการบริการ การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกับทำให้เมืองเทพาเป็นที่รู้จักและเป็นเป้าหมายในการเดินทางของผู้คน จนกลายเป็นเมืองพักไม่ใช่เมืองผ่านอีกต่อไป  ทั้งนี้ชาวเทพาได้รับข้อมูลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนได้ร่วมทัศนศึกษา เพื่อความเข้าใจเชิงประจักษ์ ในโรงไฟฟ้าถ่านหินอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศจนคลายข้อวิตกกังวลไปแล้ว รวมทั้งยินดีจะเป็นผู้เสียสละและพร้อมจะโยกย้ายครัวเรือน ออกจากพื้นที่โครงการฯ เนื่องจากมั่นใจในการชดเชยที่เหมาะสมและการดูแลด้านอาชีพซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีกว่าปัจจุบัน  จึงขอให้นายกรัฐมนตรี สนับสนุนและเร่งรัดอนุมัติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพาให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ทหารเร่งแจกของช่วยชาวบ้านที่ อ.เจาะไอร้อง ขณะที่ล่าสุด 10 อำเภอยังรับผลกระทบน้ำท่วม(+คลิป)

ทหารเร่งแจกของช่วยชาวบ้านที่ อ.เจาะไอร้อง ขณะที่ล่าสุด 10 อำเภอ กระทบน้ำท่วมแล้ว

รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า บรรยากาศโดยทั่วไปยังคงมีเมฆฝนแพร่ปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ และมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นช่วงๆ ส่งผลทำให้น้ำป่าที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรีในพื้นที่ อ.สุคิริน ที่อิ่มตัวและสะสมกันเป็นเวลานาน 4 วัน มวลน้ำได้ไหลทะลักลงมาสมทบกับปริมาณน้ำฝนในแม่น้ำสุไหงโก-ลกอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้แม่น้ำสุไหงโก-ลก ล้นตลิ่ง และได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่ปลูกสร้างอยู่ที่ราบลุ่มตลอดแนวริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก ในพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.แว้ง สุไหงโก-ลกและตากใบ โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 30 ถึง 60 ซ.ม. โดยประชาชนบางครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ต้องขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ในการขนย้ายสัมภาระที่จำเป็นหนีน้ำ เพื่อไปอยู่ที่บ้านของเครือญาติเป็นการชั่วคราว แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านพักบริเวณชั้น 2 เพื่อดูท่าที หากสภาวะฝนยังไม่หยุดตก ก็คงจะอพยพไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพเป็นการชั่วคราว

            นอกจากนี้แล้วผลพ่วงของสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ก็ยังส่งผลทำให้แม่น้ำสายหลักอีก 2 สาย คือ แม่น้ำบางนรา ที่ได้รับอิทธิพลของมวลน้ำจากพื้นที่ อ.จะแนะและระแงะ และแม่น้ำสายบุรี ที่ได้รับอิทธิพลของมวลน้ำจากพื้นที่ อ.ศรีสาครและ อ.รือเสาะ ก็มีปริมาณน้ำล้นตลิ่งแล้วเช่นกัน ส่งผลทำให้มวลน้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตรใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย ระแงะ เจาะไอร้อง บาเจาะ ยี่งอ และอำเภอเมืองนราธิวาส โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 80 ซ.ม. ชาวบ้านบางส่วนก็ได้เริ่มอพยพสิ่งของสัมภาระที่จำเป็นรวมทั้งสัตว์เลี้ยง ไปอาศัยอยู่ตามบ้านของเครือญาติเป็นการชั่วคราว

            โดยทางสำนักงานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส ได้รายงานผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. 60 ถึงวันที่ 27 พ.ย.60 เกิดสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ 25หมู่บ้าน 1 ชุมชน 13 ตำบล 10 อำเภอ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 580 ครัวเรือน รวม 1,714 คน บ้านพักเสียหายบางส่วน 9 หลัง แยกเป็นพื้นที่ อ.สุคิริน 2 หลัง บาเจาะ 5 หลัง ตากใบ 2 หลัง

            ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (ค่ายปีเหล็ง) ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส นำถุงยังชีพไปแจกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ บ้านปีเหล็ง ม.7 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง โดยชาวบ้านไม่สามารถออกตลาดเพื่อหาซื้อข้าวสารอาหารแห้งได้ เนื่องจากบางจุดถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องชีเรือท้องแบนสันจรออกจากหมู่บ้านเท่านั้น แต่กลับไม่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เพื่อจะออกมายังตลาดนัดได้ จึงต้องอาศัยถุงยังชีพเป็นอาหารหลักในการหุงหาอาหารเป็นการชั่วคราว จำนวนกว่า 20 ครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อน
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สมาคมน้ำบาดาล จัดโครงการเจาะน้ำบาดาล มอบให้ชุมชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พ่อหลวง ร.9(+คลิป)

สมาคมน้ำบาดาล จัดโครงการเจาะน้ำบาดาล มอบให้ชุมชน ที่มีปัญหาเรืรองน้ำอุปโภค บริโภค
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9
โดนมี นายนฤพันธ์ พรหมวิเศษ กรรมการ ผจก.บริษัทกระบี่ บาดาล 2005 จำกัด นายประหยัด ใจดี บริษัท ทงหยังเทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด บริษัท มณฑลรักษ์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้
นายนฤพันธ์ พรหมวิเศษ กรรมการ ผจก.บริษัทกระบี่ บาดาล 2005 จำกัด กล่าวว่า ซึ่งโครงการมอบบ่อบาดาลครั้งนี้ เป็นโครงการของสมาคมน้ำบาดาล โดยถวายทั่วประเทศ 126 บ่อ
โดยมอบให้กับจังหวัดกระบี่จำนวน 3 บ่อ
1. ที่มัสยิดอิสลาฮุดดีน ต.ห้วยน้าขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ รับมอบเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560
2 .วัดถ้ำวารีริทร์ ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ รับมอบเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560
3 .โรงเรียนบ้านเขาทอง ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ จะส่งมอบวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 

ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
เป็นโอกาสดี ของชาวกระบี่ที่ทางภาคเอกชนให้ความสำคัญในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้น้ำเพื่ออุปโภค บริโภคจากการสนับสนุนของโครงการเจาะน้ำบาดาลในครั้งนี้
ภาพข่าว/ทิวา ร่มรื่น/รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
241 ม.4.ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ เทศบาลเมืองกระบี่ โทร 075 817 208

เอาใจไปเลย!นายก ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากพายุพัดถล่ม พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลืออย่างเต็มที่(+คลิป)

นายกตำบลกะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากพายุพัดถล่ม รวมทั้งเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลืออย่างเต็มที่

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่  ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ได้รับความเสียหายจากพายุพัดถล่มพัดอย่างรุนแรงหอบเอาหลังคาบ้านเรือนปลิวไปไกลได้รับความเสียหาย จำนวน 20 หลัง มีบางหลังได้รับความเสียหายไปเกือบทั้งหมด และนอกจากนี้ยังมีต้นไม้ล้มขวางทางเข้าออกภายในหมู่บ้านหลายสาย โดยผู้นำชุมชนได้เร่งออกสำรวจความเสียหายทั้งหมดก่อนที่จะรายงานไปทางเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ เพื่อสนับสนุนขอความช่วยเหลือแล้ว
           นายอัสมีรี แวเด็ง นายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส หลังได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนจึงได้พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มอบวัสดุก่อสร้าง เช่น สังกะสี กระเบื้อง ให้ผู้ประสบเหตุพายุพัดถล่มในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นพบว่าบ้านเรือนเสียหาย จำนวน 20 หลังคาเรือน
           นายอัสมีรี แวเด็ง นายกเทศมนตรีตำบลกะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส  เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมและพายุถล่มในเขตตำบลกะลุวอเหนือ  เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันและลมพายุพัดถล่มกระโชคแรงจนทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากแรงลมได้พัดหลังคาบ้าน ซึ่งเป็นกระเบื้องปลิวลอยขึ้นไปบนอากาศ ซึ่งบางพื้นที่มีน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ได้รับความเสียหาย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สำนักงานเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ เทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยประชาชนสามารถเดินทางมาขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา และหากประชาชนท่านใดน้ำท่วมสูง ไม่สามารถออกจากบ้านได้ สามารถโทร.073-542038 และกู้ชีพกู้ภัย โทร.073-542039 หรือ 098-847-0871 เพื่อขอรับการช่วยเหลือ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือได้ตลอดเวลาที่เกิดเหตุ.

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

รองนายกลงพื้นที่ จ.สตูล รับฟังปัญหาผู้ประกอบการเรือประมงสตูลพร้มมอบนโยบาย(+คลิป)

รองนายกเดินทางมาสตูล รับฟังปัญหาผู้ประกอบการเรือประมงสตูล   และ มอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ PIPO  ปากบารา
         วันนี้27พ.ย.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์แจ้งเรือเข้าออก หรือ ศูนย์ PIPO   ปากบารา อ.ละงู จ.สตูลพลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ได้เดินทางมาดูความเรียบร้อยของศูนย์ PIPO  ในพื้นที่ จ.สตูลพร้อมทั้งรับฟังปัญหาของพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ จ.สตูล โดยนาวาโท ธนะพงษ์ สุดรักษ์ ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ ๔๕๒ กองทัพเรือ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออก เรือประมงปากบารา และทหารเรือ ตำรวจน้ำ เจ้าท่าภูมิภาค ประมง ปกครอง แรงงาน และผู้ประกอบการ ร่วมกันต้อนรับคณะที่มาตรวจเยี่ยมและเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออก เรือประมงปากบาราในการตรวจเรือแจ้งเข้า ที่บริเวณแพณรงค์ชัย และรับทราบปัญหาข้อขัดข้อง เรือประมง ปากบารา และรับทราบปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายของจังหวัดสตูล
         พร้อมทั้งรับฟังปัญหาของพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ จ.สตูล  และในวันนี้นายอรุณ ชูประสิทธิ์ ที่ปรึกษาสมาคมประมง จ.สตูล ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ รองนายก ถึงปัญหาของพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ จ.สตูล  ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในเรื่องของการจ่ายค่าแรงงานให้ครบ 365 วัน ซึ่ง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการจ่ายเงินค่าจ้างผ่านธนาคาร  ที่ทางพี่น้องประมงไม่สามารถจะทำได้  จึงได้ยื่นหนังสือผ่าน รองนายรัฐมนตรีไปยัง นายกรัฐมนตรีเพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป
สตูล // นิตยา แสงมณี-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

กฟผ. มอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนชาวนาแห่งแรกของ จ.อุบลราชธานี มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย


กฟผ. มอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนชาวนาแห่งแรกของ จ.อุบลราชธานี  มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย
 กฟผ. มอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง จ.อุบลราชธานี  สืบสานพระราชปณิธานด้านการดูแลชาวนา  พัฒนาท้องถิ่นและสร้างอาชีพในระยะยาวให้กับชาวนาในพื้นที่เขื่อนสิรินธร  ต่อยอดสู่การเป็น   ต้นแบบชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
 วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2560) นายนิกูล ศิลาสุวรรณ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง อ.สิรินธร  จ.อุบลราชธานี  โดยมีนายสุรพล แสนทวีสุข ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เป็นผู้รับมอบ  และชาวบ้านในชุมชนบ้านโคกเที่ยง  พร้อมด้วยภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน
 นายนิกูล ศิลาสุวรรณ  กล่าวว่า  การมอบโรงสีข้าวแก่วิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง จ.อุบลราชธานี  เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสาน“พระราชปณิธานด้านการดูแลชาวนา”  จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนชาวนาของพ่อบริเวณโดยรอบเขื่อน  โรงไฟฟ้า พื้นที่ใกล้แนวสายส่ง และสถานีไฟฟ้าแรงสูง ของ กฟผ. ให้มีความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการมอบโรงสีข้าวให้กับวิสาหกิจชุมชนไปแล้ว 1 แห่ง คือ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ กฟผ. บ้านเสรียง จ.สุรินทร์ และในวันนี้เป็นการส่งมอบโรงสีข้าวให้กับวิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง จ.อุบลราชธานี  รวมทั้งมีแผนงานจะสนับสนุนโรงสีข้าวให้กับวิสาหกิจชุมชนอีกจำนวน 7 แห่ง ที่ จ.กระบี่  จ.อุดรธานี  จ.ปทุมธานี  จ.ราชบุรี  จ.กาญจนบุรี  จ.พิษณุโลก และ จ.ตาก โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2561
                    สำหรับวิสาหกิจชุมชนโรงสีชาวนาบ้านโคกเที่ยง อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเขื่อนสิรินธร ของ กฟผ. เป็นวิสาหกิจชุมชนแห่งแรกที่เกิดจากการรวมตัวกันของชาวนาในพื้นที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งส่วนใหญ่จะปลูกข้าวเหนียว และข้าวหอมมะลิ ที่มีลักษะพิเศษ คือ ข้าวมีความเหนียว นุ่ม และ  กลิ่นหอม เพราะเป็นข้าวที่ปลูกในพื้นที่สูง  อีกทั้ง จ.อุบลราชธานี ยังถือเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญ  1 ใน 5 จังหวัดของประเทศ  กฟผ. จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและตั้งเป้าหมายในการช่วยพัฒนาท้องถิ่นและสร้างอาชีพแก่เกษตรกร  ด้วยการสนับสนุนโรงสีข้าววิสาหกิจขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้มาตรฐานแห่งแรกของ จ.อุบลราชธานี เป็นเครื่องสีข้าวขนาด 3 ลูกหิน สามารถ  สีข้าวได้ทุกประเภททั้งข้าวเจ้า  ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง  ข้าวซ้อมมือ และข้าวไรซ์เบอรี่  มีกำลังการผลิตประมาณ7 ตันข้าวเปลือกต่อวัน  โดยจะดำเนินการผลิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้ชุมชนร่วมกันบริหารจัดการและดูแลโรงสีข้าวด้วยตัวเอง คือ จำหน่าย จ่าย แจกในชุมชน ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดของข้าว  ส่วนผลพลอยได้จากการสีข้าว อาทิ แกลบ รำ   จะนำไปขายแล้วนำเงินมาไว้ใช้บริหารโรงสีข้าว  สำหรับเป็นค่าสาธารณูปโภค  ค่าแรง  และค่าบำรุงรักษาโรงสีข้าว  โดยคณะกรรมการโรงสีจะต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อ กฟผ. เพื่อติดตามประเมินผลต่อไป  ทั้งนี้ การจัดตั้งโรงสีข้าวให้กับชาวนา  ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน  ช่วยให้ชาวนามีกำไรมากกว่าการขายข้าวเปลือกในรูปแบบเดิม ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้
                    นอกจากนี้ กฟผ. มีแผนพัฒนาส่งเสริมต่อยอดสู่การเป็นชุมชนต้นแบบชีววิถี กฟผ. ให้ชาวบ้านหันมาทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง  โดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพมาทำ การเกษตร  เลี้ยงสัตว์ ทำประมง และบำบัดสิ่งแวดล้อม มีผลผลิตเหลือจึงขาย สร้างรายได้  สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่เฝ้าระวังเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลืออพยพประชาชน 24 ชม.

เจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารราบที่1 กรมทหาราบที่ 15  นำกำลังพล ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ พร้อมให้การช่วยเหลืออพยพประชาชน ออกจากพื้นที่ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในลำคลองสายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
วันที่ 27 พ.ย.60  ร.อ.คำเด็จ  หมวดทองอ่อน   ผู้บังคับกองร้อยสนับสนุนการช่วยรบ   ทำหน้าที่นายทหารกิจการพลเรือน  กองพันทหารราบที่1กรมทหารราบที่15  นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจระดับน้ำบริเวณคลองกระบี่ ใหญ่  ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่  และภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ภายหลังหลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระดับน้ำในคลองกระบี่ใหญ่ ที่รับน้ำมาจากเทือกเขาพนมเบญจาเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีสีขุ่นมัว    ทั้งนี้ได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองระมัดระวังน้ำป้าไหลหลาก   และเตรียมขนย้ายทรัพย์สินสัตว์เลี้ยงไปยังที่ปลอดภัย  เช่นเดียวกับระดับน้ำที่คลองต้นหาร ต.หน้าเขา อ.เขาพนม  จ.กระบี่  พื้นทีประสบภัยดินโคลนถล่มเมื่อปี 2554  ที่อยู่ด้านล่างเขาพนม เบญจา  ระดับน้ำเพิ่มขึ้น และไหลเชี่ยว  ชาวบ้านที่ปลูกบ้านริมเชิงเขา ประมาณ 3-4ครัว ได้อพยพไปอาศัยบ้านญาติชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
ด้านนายสมควร ขันเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ออกประกาศด่วนที่สุด ถึงนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ หอกระจายข่าว ประจำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยพื้นที่ชายฝั่ง เฝ้าสังเกตระดับน้ำในลำคลองหากน้ำมีสีดินขุ่นดินโคลน มีกิ่งไม้ ต้นไม้ ถูกน้ำพัดมาเป็นจำนวนมาก พร้อมให้เฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มที่อาจเกิดขึ้นได้ จากฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ดินอุ้มน้ำไว้มาก ให้เตรียมพร้อมขนย้ายทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยงไว้ที่ปลอดภัย และอพยพออกจากพื้นที่ หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ในระยะนี้

ข้อมูลข่าว / ภาพ
ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง  จ.กระบี่ รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

น้ำท่วมนราธิวาสต่อเนื่อง น้ำป่าไหลหลากเอ่อล้นท่วมโรงเรียน มัสยิด และถนน 13 อำเภอยังอ่วม(+คลิป)

หลังจากฝนตกลงมาต่อเนื่องในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส ล่าสุดน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมในหลายอำเภอ ประกอบด้วย อ.สุคิริน อ.แว้ง อ.สุไหงโก-ลก อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ อ.รือเสาะ และ อ.ศรีสาคร ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้เข้าท่วมโรงเรียน มัสยิด และถนนในพื้นที่หมู่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่บ้านบ่อทอง ม.13 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส น้ำท่วมโรงเรียนสูงกว่า 80 ซม.ทำให้ต้องปิดโรงเรียนเป็นการชั่วคราวโดยไม่มีกำหนด ส่วนถนนเข้าหมู่บ้านน้ำท่วมล้นถนนสูงกว่า 50 ซม.รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ทำให้ชาวบ้านต้องนำรถจอดทิ้งไว้บนถนน สัตว์เลี้ยงไปไว้ที่สูง โดยใช้ผ้ายางปิดไว้พร้อมสลับสับเปลี่ยนกันเฝ้าทรัพย์สินตลอดทั้งคืนเกรงจะมีมือดีแอบย่องขโมยในตอนดึก
 ส่วนแม่น้ำสายหลัก 3 สาย ประกอบด้วย แม่น้ำสุไหงโก-ลก แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำบางนรา เริ่มมีน้ำเพิ่มมากขึ้นอยู่ในระดับเกือบล้นตลิ่ง ซึ่งหากแม่น้ำทั้ง 3 สายลิ้นตลิ่งแล้วจะทำให้หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักกระจายในหลายอำเภอทันที ส่วนชาวบ้านเริ่มถูกตัดขาดจากโลกภายนอกบ้างแล้ว สำหรับชาวบ้านที่มียกสูง 2 ชั้น ยังสามารถอาศัยอยู่ชั้น 2 ได้ ส่วนบ้านที่มีชั้นเดียวถูกน้ำท่วมเกือบครึ่งหลังและย้ายไปอาศัยบ้านญาติแทนแล้ว ส่วนอาหารการกินเริ่มขาดแคลนเนื่องจากไม่สามารถออกไปหาซื้อที่ตลาดได้ โดยชาวบ้านต้องใช้เรือท้องแบนในการสัญจรไปมาเท่านั้น แต่ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเจ้าหน้าที่จะนำอาหารแห้ง น้ำ และยารักษาโรคไปแจกในช่วงบ่ายของวันนี้ 

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สลด ช้างพังวัย35 ปีกระทืบควาญดับ ขณะนำช้างไปล่ามในป่า อ.เขาพนม จ.กระบี่

สลด ช้างพังวัย35 ปีกระทืบควาญดับ  ขณะนำช้างไปล่ามในป่า พื้นที่ ม.4  ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่    คาดช้างเกิดอาการตกมันแต่ผู้ตายไม่ทันระวังตัว จึงถูกช้างทำร้ายจนเสียชีวิต เผยเคยมีประวัติตกมันทำร้ายควาญช้างมาแล้วหลายครั้ง

 เวลา 23 .00 วันที่ 26 พ.ย.60  เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย มูลนิประชาสันติสุขเขตอ.เขาพนม จ.กระบี่ นำศพนายอมร มรกต อายุ 50 ปี  ควาญช้าง  อยู่บ้านเลขที่ 56/1 ม.7  ต.ทับปริก อำเภอเมือง จ.กระบี่  มาอาบน้ำ ทำความสะอาด เตรียมบำเพ็ญกุศล ที่วัดคลองใหญ่  ต.ทับปริก   หลังถูกช้างของตัวเอง ชื่อพังสาวนุ้ย วัย 35 ปี ทำร้ายเสียชีวิต เหตุเกิดในป่าพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลหน้าเขา อำเภอเขาพนม ท่ามกลางความเศร้าสลดของญาติพีน้อง
              ร.ต.อ.บุญส่ง ล่องารี  พนักงานสอบสวนสภ.เขาพนม เปิดเผย ว่า  ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเที่ยงวันเดียวกัน(26พ.ย.)นายอมรฯผู้ตาย ได้นำช้างพังสาวนุ้ยไปผูกล่ามไว้ในป่าพื้นที่ ม.4 ต.หน้าเขา ตามปกติ  จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 6  โมงเย็น ยังไม่กลับบ้าน  ญาติ ๆ  เห็นผิดสังเกต จึงออกตามหา จนกระทั่งพบว่านายอมร ถูกช้างทำร้ายเสียชีวิตแล้วโดยมีบาดแผลที่ชายโครงด้านซ้าย และแขนซ้ายหัก  หลังเกิดเหตุช้างพังสาวนุ้ยได้ยืนคร่อมร่างผู้ตายไว้ ไม่ให้ใครเข้าใกล้  จึงไม่สามารถนำร่างผู้ตายออกมาได้ ญาติจึงได้ติดต่อให้ควาญช้างอีกคน ที่เคยเลี้ยงช้างพังสาวนุ้ยและชาวบ้านประมาณ  7-8 คน เข้าไปช่วยกันโดยใช้เวลานานกว่า3ชั่วโมง จึงสามารถนำร่างออกมาได้สำเร็จ เมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่ม จึงนำศพพิสูจน์ที่ โรงพยาบาลเขาพนม ก่อนมอบศพให้ญาติทำพิธีทางศาสนา
         นายสมพร  ชุมเดือน อายุ39ปี ญาติผู้ตายเปิดเผยว่า นายอมร เป็นเจ้าของพังสาวนุ้ย และเป็นควาญช้างด้วย  ได้นำพังสาวนุ้ยมาเลี้ยงมานานหลายปี เพื่อทำงานรับจ้างชักลากไม้ ยางพารา  ปกติพังสาวนุ้ยนิสัยไม่ดุร้าย แต่มีประวัติเคยตกมัน มาแล้ว 3-4 ครั้ง  และเคยทำร้ายนายอมรบาดเจ็บมาแล้ว   แต่ครั้งนี้คาดว่าพังสาวนุ้ยเกิดอาการตกมัน แต่นายอมร ไม่ทันตั้งตัว จึงถูกช้างทำร้ายขณะเข้าไปปลดโซ่ตรวน เป็นเหตุให้เสียชีวิต
ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว-โฆษณา
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ผู้ใหญ่บ้านค่ายเฝ้าระวัง !! หลังฝนตกหนัก เผยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ผู้ใหญ่บ้านค่ายดูแลเข้ม !! หลังฝนตกหนัก สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ผู้ใหญ่บ้านค่ายเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ  พี่น้องประชาชนลูกบ้านค่าย หมู่ที่ 2 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส และได้ให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ ปรส. ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัย รวมทั้งให้กำลังใจพี่น้องที่ประสบอุทกภัย บ้านค่าย หมู่ที่ 2  จำนวน 10 ครัวเรือน และชาวบ้านสามารถติดต่อประสานงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และให้ชาวบ้านติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย  ในคืนนี้ฝนตกลงมาอีกคาดว่าจะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอีก ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าฝนจะตกลงมาอีกเนื่องจากท้องฟ้ายังมืดครึ้ม  


นายการียา มะแซสะอิ ผู้ใหญ่บ้านค่าย กล่าวว่า มีระดับน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนติดตามการรายงานพยากรณ์อากาศ และการประกาศเตือนเพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายสิ่งของ และสัตว์เลี้ยงไว้บนที่สูง

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

พลังงานจังหวัดกระบี่ร่วมกับ กฟผ.สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้

 24 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00 น. พลังงานจังหวัดกระบี่ โดยนายภัทรพล พัธรตั้งมนตรี นายช่างเทคนิคปฏิบัติงานฯ และกฟผ.กระบี่ โดย นายวิมลไชย มงคล หัวหน้าโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ฯ (หก-ศก.) ลงพื้นที่ชี้แจงสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้และสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดจังหวัดกระบี่ ณ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ โดยมี นายธีระนันท์ มิ่งเมืองและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่เข้าร่วมรับฟัง
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ฝนถล่ม!! ทำพิษตำบลกะลุวอเหนือ ต้นไม้หักโค่น ปิดทับทางขึ้น น้ำท่วมหมู่บ้าน

ฝนถล่ม!! ทำพิษตำบลกะลุวอเหนือ ต้นไม้หักโค่น ปิดทับทางขึ้น น้ำท่วมหมู่บ้าน

 "ทีมงานเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ" และชาวบ้านช่วยกันตัดต้นไม้ที่โค่นลงมาขวางถนน บริเวณในหมู่บ้านสะปอม หมู่ 13 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้สามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้ หลังเกิดฝนตกหนักสะสมตั้งแต่เมื่อวาน ในพื้นที่ตำบลกะลุวอเหนือ ทำให้พื้นดินอุ้มน้ำจนชุ่มฉ่ำ ส่งผลให้ดินอ่อน ต้นไม้ขนาดใหญ่จึงหักโค่นลงมาขวางถนนในหมู่บ้านสะปอม ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งใช้เป็นทางมุ่งออกเส้นทางหลัก เช้าเมือง ล่าสุดทีมงานเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือและชาวบ้านในพื้นที่นำเลื่อยยนต์ และอุปกรณ์ต่างๆมาตัดต้นไม้ที่ขวางถนนเปิดทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยวันนี้ ยังมีฝนตกต่อเนื่อง ด้าน สำนักงานเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ จัดทีมงานเฝ้าระวัง และสังเกตระดับน้ำ ความแรงของน้ำ และเตรียมพร้อมหากมีฝนตกลงมาอีกจะแจ้งเตือนชาวบ้านให้เก็บข้าวของมีค่าไว้ในที่สูงทันที ซึ่งขณะนี้บรรยากาศในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยังปกคลุมไปด้วยกลุ่มเมฆฝนทั่วบริเวณ

อย่างไรก็ตามจากเหตุที่เกิดขึ้นขณะนี้ทางเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ ได้สั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิดเพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมทะเล รวมทั้งในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์เพื่อสามารถทำการอพยพและขนย้ายสิ่งของได้ทัน นอกจากนี้ยังได้มีการสั่งการให้ที่มงานเทศบาลฯ และผู้ใหญ่บ้าน ทุกคน ให้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติตลอด 24 ชั่วโมง โดยหากในพื้นที่ไหนได้รับความเดือดร้อน ก็จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ลงไปให้การช่วยเหลืออย่างทันที รวมทั้งสรุปความเสียหาย เพื่อจะได้มีการดำเนินการให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวง ได้ยังได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้มีการเฝ้าระวังในพื้นที่อยู่ติดกับทะเล รวมถึงพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งหากเกิดภัยพิบัติจะได้มีการแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
ขอขอบคุณโรงเรียนธิดาแม่ จ.กระบี่

วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ทีมงานสตรีท สะตอ เข้าร่วมโครงการ สานพลังสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ทางถนนอย่างต่อเนื่อง (+คลิป)

ทีมงานสตรีท สะตอ เข้าร่วมโครงการ สานพลังสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
ทางถนนอย่างต่อเนื่อง : วันนี้ 23 พฤศจิกายน 2560 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดกระบี่ จัดกิจกรรมอบรมเยาวชนขับขี่ปลอดภัยเสริมสร้าง
วินัยจราจรและการป้องกันอุบัติภัยในโรงเรียน 
ณ โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกุล กระบี่ โดยมีกิจกรรมอบรม
ให้ความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคทฤษฎี
และภาคปฏิบัติ จาก ตำรวจภูธรเมืองกระบี่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด หจก.กระบี่ไพศาล ลิสซิ่ง และ ศูนย์ ปภ.เขต 18 ภูเก็ต โดย นายไพศาล ขุนศรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จังหวัดกระบี่ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ กล่าวรายงาน และ ผู้อำนวยการโรงเรียนอำมาตย์ฯ กล่าวเปิดและมอบโอวาทแก่นักเรียนในครั้งนี้


ภาพข่าว/สันติ เพชรแก้ว ,จักรกฤษณ์ นิลพันธ์และทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน


-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาแก้ไอท่าเรือตันหยงกาโบยเพียบ

สตูล เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาแก้ไอท่าเรือตันหยงกาโบยเพียบ   
   
วันที่24พ.ย.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ พ.ต.อ.วรวิทย์ น่วม ผกก.9 บก.รน.ร.ต.ท.วสันต์ นพคุณ รอง สว.(ป.สายน้ำ)ส.รน.3 กก.9 บก.รน. น.ท.ธระพงษ์ สุดรักษ์ผบ.นป.สอ.รฝ. 452โดยสนธิกำลังร่วมกับ ตชด.436 , นป.สอ.รอ.รฝ.452 ,ชุดชป.รส.ร.5 พัน 2  ได้รับแจ้งจากสายรับว่ามีกล่องต้องสงสัย มีถุงพลาดสติกสีดำคลุมอยู่ บริเวณท่าเรือตันหยงกาโบย ม.2 ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล จึงได้ประสานชุดตวจเรือเร็วตรวจการณ์ รน.28 ออกไปตรวจสอบ พบกล่องกระดาษลังมีพลาสติกสีดำคลุมอยู่วางในท่อชีเมน จำนวน 2กล่อง เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดจึงได้ทำการตรวจสอบ พบภายในบรรจุยาแก้ไอ ยี่ห้อ DYNADRYL SYRUP จำนวน 200 ขวด ได้ถามบุคคลไกล้เคียงแล้วไม่มีผู้ใดทราบว่าเป็นของผู้ใด จึงได้นำมายัง ส.รน. 3กก.9 บก.รน.(ตำรวจน้ำสตูล) ทำการบันทึกตรวจยึดและนำของกลางดังกล่าวส่งพงส.สภ.เมืองสตูล เพื่อดำเนินการต่อไป
สตูล // นิตยา แสงมณี-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดฝึกกองกำลังประจำถิ่นและกำลังประชาชนเพื่อฝึกความพร้อมและเสริมสร้างความเข้มแข็งในการร่วมปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดฝึกกองกำลังประจำถิ่นและกำลังประชาชนเพื่อฝึกความพร้อมและเสริมสร้างความเข้มแข็งในการร่วมปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยใน 4 ตำบลของอำเภอสุไหงโก-ลก    
            23 พ.ย 60 ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดฝึกกองกำลังประจำถิ่นและกำลังประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2561 ครั้งที่ 1 ณ สนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยมีพลตรี สมพล ปานกุล รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธาน โดยมี นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงโก-ลก พร้อมด้วยรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ผู้บังคับบัญชากองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอสุไหงโก-ลกที่ 6 สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก หัวหน้าส่วนราชการร่วมพิธี ซึ่งมีการกล่าวคำปฏิญาณตน การเดินสวนสนาม  และการแสดงของกำลังประจำถิ่น 
           สำหรับการฝึกกำลังประจำถิ่น กำลังประชาชน ของ4ตำบล 19 หมู่บ้าน 3 ชุดคุ้มครองตำบล 28 ชุมชน รวม 732 นาย ดำเนินการตามกลไกของศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงโก-ลก เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กำลังประจำถิ่นและกำลังภาคประชาชน ในการรองรับการถ่ายโอนภารกิจเชิงรับจากฝ่ายทหาร ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการอำเภอสุไหงโก-ลก เร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เน้นการปฏิบัติงานด้านการรักษาความปลอดภัย โดยมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และมวลชนอาสาสมัครต่างๆในพื้นที่ ร่วมกันรับผิดชอบในภารกิจสำคัญ เช่น การดูแลรักษาความปลอดภัยครู บุคลากรทางการศึกษา เส้นทาง และสถานที่ราชการต่างๆ รวมทั้งเขตเมืองเศรษฐกิจและชุมชนในอำเภอสุไหงโก-ลก การสร้างเครือข่ายข่าวภาคประชาชน สนับสนุนการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย จัดงานวันรวมใจ อาสาสีส้ม 2560

สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย จัดงานวันรวมใจ อาสาสีส้ม 2560
เมื่อวันที่ 11พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนน กาญจนาภิเษก แขวง ศาลาธรรมสพน์ เขต ทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร “ พันตำรวจตรี หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ( อส.1 ) นายกสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน วันรวมใจ อาสาสีส้ม โดยมีคุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ ( อ.ส.2 ) อุปนายกอาวุโสซึ่งเป็นประธานจัดงาน พลโท หม่อมหลวง สุปรีดี ประวิตร ( อ.ส.7 ) ที่ปรึกษากองทัพบก และประธานสโมสรกีฬาราชประชา เป็นผู้กล่าวให้กำลังใจกับจิตอาสาผู้มาร่วมงาน
วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลืออาสาบาดเจ็บ เสียชีวิต และกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเชิดชูคุณธรรม ความดี ของจิตอาสาที่สละแรงกายแรงใจ และทุนทรัพย์ในการช่วยเหลือผู้อื่น
สำหรับในงานนี้ พลตำรวจตรี นิพนธ์ เจริญผล ได้ให้เกียรติมาร่วมงาน พร้อมด้วย ดร.ทวีชัย จริยะเอี้ยมอุดม ประธานบริษัทท๊อบไลน์ มิวสิค นำศิลปินในสังกัดมาร่วมสร้างสีสัน คุณสุมิตร จริยะเอี้ยมอุดม นำของขวัญของรางวัลมาร่วมมอบให้กับผู้ที่มาร่วมงาน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ศักดิ์ ปากพนัง / ที่ปรึกษาอาวุโส กองบรรณาธิการ กระแสใต้

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

เปิดใจหนุ่ม อปพร.จ.กระบี่ โครงการเสริมสร้างศักยภาพอาสา (+คลิป)

     23 พฤศจิกายน 2560 ณ.ห้องธารา โรงแรมกระบี่มาริไทม์ ปาร์ค แอนด์สปา จ.กระบี่ สำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ได้เปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพอาสาสมัครเพื่อป้องกันและรับมือสาธารณภัย โดยมีพันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  เป็นประธานในการเปิดงานโครงการเสริมสร้างศักยภาพอาสาสมัครเพื่อป้องกันและรับมือสาธารณภัย 
      ทั้งนี้  พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่าจังหวัดกระบี่ได้อนุมัติให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสารภัยจังหวัดกระบี่ดำเนินโครงการตามมาตรการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในจังหวัดกระบี่ประจำปีงบประมาณ 2561 มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริม เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพ การให้ความรู้ความเข้าใจให้กับอาสาสมัครด้านการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน โดยคาดหวังว่าผู้เข้ารับการอบรม สามารถนำแนวทางการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ไปสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกระบี่และฝั่งอันดามันให้มีความเข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว เนื่องจากในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่นับล้านคน สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับจังหวัดกระบี่และประเทศไทยจำนวนมาก
จากนั้นทีมข่าวได้สัมภาษณ์ จ.อ สุวิทย์ ดวงจันทร์ นาย วิเชียร พูลภักดี นาย อภินันท์ บัวทองจันทร์ และ อปพร.ทุกคนได้พูดถึงความรู้สึกเป็นเสียงเดียวมาด้วยใจและรักในงานอาสาพร้อมที่ต้องการช่วยเหลือสังคม โดยไม่หวังสิ่งอื่นใดตอบแทน
น.ส.สุภาวินี ภู่ริยะพันธ์ และทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน


-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

กฟผ.สานเยาวชนชายแดนใต้สู่การเรียนรู้

มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส นำคณาจารย์และนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาฟิสิกส์ประยุกต์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า และคณะวิทยาการจัดการ ดศึกษาดูงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
         
อาจารย์วาริน นาราวิทย์ และนักศึกษา จำนวน 9 คน จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาฟิสิกส์ประยุกต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการ
เข้าร่วมศึกษาดูงานเชิงประจักษ์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ โรงไฟฟ้าประเภทพลังความร้อนร่วมกังหันก๊าซแบบแกนเพลาเดียว (Single Shaft Combined Cycle) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องกังหันก๊าซ เครื่องกังหันไอน้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยใช้ก๊าซธรรมชาติผสมจากสองแหล่งเป็นเชื้อเพลิง
       โดยนักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการการผลิตไฟฟ้าในหลากหลายรูปแบบทั้งระบบ รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ชุมชนในพื้นที่โรงไฟฟ้า แนวทางการสหกิจศึกษา และการเข้าทำงานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้นอกสถานที่จริงและเพิ่มประสบการณ์ให้กับนักศึกษาจากคณะดังกล่าวด้วย.

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จัดโครงการฝึกทบทวนกำลังประจำถิ่น อาสาสมัครรักษาดินแดน และกำลังประชาชน 2,000 นาย

อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จัดโครงการฝึกทบทวนกำลังประจำถิ่น อาสาสมัครรักษาดินแดน และกำลังประชาชน 2,000 นาย

     ที่บริเวณสนามโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พล.ตสมดุล เอี่ยมเอก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกทบทวนกำลังประจำถิ่น (อส.) และกำลังประชาชน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)ในพื้นที่ 7 ตำบลของอำเภอระแงะ ตำรวจ และทหารพราน รวม 2,000 นาย เพื่อเตรียมความพร้อมและทบทวนวิชาที่ฝึกมาเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบและสกัดกั้นการก่อเหตุความไม่สงบ รักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ โรงเรียน และบุคลากรทางการศึกษารวมถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยมีข้าราชการ ผู้นำท่องที่ ตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มพลังมวลชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
 นายสังคม เกิดก่อ นายอำเภอระแงะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า การจัดโครงการฝึกทบทวนกำลังประจำถิ่น (อส.)และกำลังประชาชน (ชรบ.) จำนวน 2,000 นาย ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมแสดงพลังการขับเคลื่อนตามนโยบายของ กอ.รมน.ภาค 4 และตามยุทธศาสตร์ความมั่นคง จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพของกำลังพลให้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของกำลังประจำถิ่น และกำลังประชาชน โดยการฝึกทบทวน และเสริมสร้างความเข้มแข็ง ตลอดจนรับผิดชอบงานเชิงรับแทนกำลังทหารหลัก
 โดยการฝึกทบทวนกำลังประจำถิ่น (อส.) และกำลังภาคประชาชน (ชรบ.) ในครั้งนี้ แบ่งการฝึกยุทธศาสตร์เป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1.ใช้เวลา 1 วัน เป็นการรวมพลที่ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ขั้นที่ 2. ใช้เวลา 3 วัน แยกการฝึกตามตำบล ขั้นที่ 3. ใช้เวลา 3 วัน เป็นการทบทวนการฝึกปฏิบัติตามหมู่บ้าน
 นอกจากนี้แล้ว ยังมีการแสดงขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในการใช้อาวุธปืนลูกซองในท่าต่างๆตามที่ได้ฝึกฝนมาในการใช้ยุทธวิธีการต่อสู้กับกลุ่มผู้ไม่หวังดีในการซุ่มยิงขณะออกลาดตระเวร และถูกโจมตีขณะปฏิบัติหน้าที่ตามจุดตรวจและฐานปฏิบัติการย่อยตามหมู่บ้าน ซึ่งก่อนที่จะจบการฝึกทบทวนของกำลังประจำถิ่น (อส.)และกำลังภาคประชาชน (ชรบ.) ได้มีการปติยานตนและเดินสวนสนามต่อหน้าประธานก่อนเสริจพิธีด้วย.

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ติดปีกอาสาตำรวจน้ำ ผ่าวิกฤตน้ำป่าแหล่งท่องเที่ยว

สตูล ติดปีกอาสาตำรวจน้ำ ผ่าวิกฤตน้ำป่าแหล่งท่องเที่ยว
         วันที่ 21 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายจาตุวัฒน์ เกลี้ยงเกลารองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “เจ้าบ้านที่ดี”พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครตำรวจน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุน้ำป่าไหลหลากในแหล่งท่องเที่ยวภายใต้โครงการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยว  ณ  ห้องประชุมศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวองค์การบริหารจังหวัดสตูล ระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤศจิกายน 2560 โดยมี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยกระทรวงสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลร่วมกับกองกำกับการ9 กองบังคับการตำรวจน้ำ โดยสถานีตำรวจน้ำ3 กองกำกับการ9(ตำรวจน้ำจังหวัดสตูล)เป็นแม่งาน ในการจัดทำกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก โรงพยาบาลฐานทัพเรือสงขลา ทหารเรือภาค2  ป้องกันและบบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดสตูล และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำตกวังสายทอง
        นายสมชาย เสมมณี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูลกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีภารกิจและอำนาจหน้าที่ในการประสานงานร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับนักท่องเที่ยวและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำและกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในแหล่งท่องเที่ยวท่องเที่ยว โดยการอบรมนี้มี ตำรวจน้ำ อาสาสมัครตำรวจน้ำ และหน่วยงานอื่นๆจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คนเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ซึ่งโครงการ “เจ้าบ้านที่ดี” พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครตำรวจน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุน้ำป่าไหลหลากในแหล่งท่องเที่ยวนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับความรู้ทั้งทางทฤษฏีและทางปฏิบัติ  ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ  วิธีปฏิบัติเมื้อประสบภัยทางน้ำ  การปฐมพยาบาลผู้ประสบเหตุทางน้ำ  การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ  การซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินทางน้ำ
        นายจาตุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลประธานในพิธีกล่าวว่าจังหวัดสตูลเป็นจังหวัดเล็กๆเงียบสงบ ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติป่าเขาอันสมบูรณ์ และรายล้อมไปด้วยหมู่เกาะสวยงามต่างๆ มี แหล่งท่องเที่ยวอันโดดเด่นและมีเสน่ห์ เช่น เกาะหลีเป๊ะ, เกาะหินงาม, เกาะไข่ สตูล, เกาะหินซ้อน สตูล, เกาะอาดัง สตูล, เกาะราวี, หาดสันหลังมังกร, หาดหอขาว, ถ้ำเลสเตโกดอน, พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสตูล ในปี 2559 เป็นจำนวน 1,379,601 และในปี 2560 มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.5 ซึ่งส่งผลให้ขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดสตูลต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการบริการนักท่องเที่ยวและพัฒนาศักษภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว อาทิเช่น บุคลากรด้านการโรงแรม มัคคุเทศก์ พนักงานบริการต่างๆ และอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครตำรวจน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุน้ำป่าไหลหลากในแหล่งท่องเที่ยวนี้ เป็นกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้ที่สนใจหรือผู้ที่มีใจรักในการเป็นจิตอาสา ได้ช่วยเหลือและดูแลผู้ที่ประสบภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย ทั้งทางบกและทางทะเลให้แก่นักท่องเที่ยว
       นายจาตุรนต์  ภักดีวานิช ได้กล่าวถึงอำนาจหน้าที่และบทบาทของกองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ปัจจุบันนักท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้น มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุให้การท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทางกระทรวงจึงเล็งเห็นความสำคัญของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจึงได้มีการจัดฝึกอบรบอาสาขึ้นมา เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือและดูแลความปล่อยภัยแกนักท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม  นายจาตุรนต์  ภักดีวานิช  ได้ฝากถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  ให้ระมัดระวังในพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีจุดเสี่ยงเกิดอันตราย โดยเฉพาะทางน้ำ
        พ.ต.อ. จตุรวิทย์  คชน่วม  ผกก.9 กองบังคับการตำรวจน้ำได้กล่าวถึงเรื่องการรักษาความรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมต่างๆรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลการค้นหาและช่วยเหลือเรือ อากาศยานและผู้ประสบภัยทางน้ำการช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่สัญจรทางน้ำเป็นหลัก  การท่องเที่ยวทางน้ำปัจจุบันนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่องๆ  จึงเห็นว่าควรนำอาสาสมัครตำรวจน้ำมาเพิ่มศักยภาพ ซึ่งโครงการ “เจ้าบ้านที่ดี” พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครตำรวจน้ำช่วยเหลือผู้ประสบเหตุน้ำป่าไหลหลากในแหล่งท่องเที่ยวให้มีทักษะ ความชำนาญและมุ่งเน้นให้เป็นกำลังเสริมในการเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที่ เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้ว อาสาสมัครเหล่านี้ อยู่ในพื้นที่ และมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย พวกเราทำงานเป็นวินาที ครับ
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

คืบหน้าเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิด ตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยครู สภ.บันนังสตา เชื่อกลุ่มนายอับดุลเลาะ ตาเปาะโต๊ะ แกนนำคนร้ายก่อเหตุตอบโต้

คืบหน้าเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิด ตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยครู สภ.บันนังสตา เชื่อกลุ่มนายอับดุลเลาะ ตาเปาะโต๊ะ แกนนำคนร้ายก่อเหตุตอบโต้ หลัง ฝ่ายความมั่นคงจับกุมแกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับปฎิบัติการในพื้นที่ ในขณะที่ มทภ.4 สั่งเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 21 พย 60 เวลา 08.45 น. ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ริมถนนสาย ตะบิงตีงี-ทรายแก้ว บ้านทรายแก้ว ม.3 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด รปภ.ครู สภ.บันนังสตา ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย  จึงได้แจ้ง พลตำรวจตรีกฤษฏา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พ.ต.อ.มุสตอฟา มะนิ ผกก.สภ.บันนังสตา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา  เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
โดยเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวตำรวจ 2 นาย ทราบชื่อคือ จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ ส.ต.ต.เทียมเมฆ ทองฉัตร ที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบันนังสตา ไปก่อนหน้าแล้ว
ซึ่งในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ ตราโล่ ของ สภ.บันนังสตา จอดอยู่ ห่างจากรถยนต์กระบะ พบรถจยย.ของเจ้าหน้าที่ล้มคว่ำอยู่   โดยที่บริเวณป้ายทางเลี้ยวริมถนน ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด  เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดกั้นที่เกิดเหตุ ก่อนให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และชุดสุนัขสงครามจาก ฉก.อโนทัย  เข้าตรวจสอบโดยรอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่า กลุ่มคนร้ายอาจจะซุกระเบิดเอาไว้อีกลูก 
จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบเศษกล่องเหล็กที่คาดว่าคนร้ายใช้บรรจุระเบิด กระเด็นอยู่รอบบริเวณจุดเกิดเหตุ นอกจากนั้นยังพบเศษเครื่องวิทยุสื่อสาร ตกอยู่ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเชื่อว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 5 กก. จุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร ซึ่งเป็นหัวหน้าชุด รปภ.ครู  นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา จำนวน 8 นาย  โดยใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน และรถยนต์กระบะ 1 คัน  ลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยครูในพื้นที่   ในขณะที่ จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร และส.ต.ต.เทียมเมฆ ทองฉัตร  ขี่รถ จยย. นำหน้ารถยนต์กระบะ  ขี่ผ่านตรงจุดเกิดเหตุ คนร้ายที่คาดว่านำระเบิดมาใส่ไว้ในป้ายทางเลี้ยวริมถนน ก่อนหน้านี้ ได้จุดชนวนระเบิดทันที แรงระเบิดเป็นเหตุให้ จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร เสียชีวิตทันที ส่วน ส.ต.ต.เทียมเมฆ ทองฉัตร   ได้รับบาดเจ็บ ดังกล่าว  ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการก่อเหตุตอบโต้เจ้าหน้าที่ โดยกลุ่มของนายอับดุลเลาะ ตาเปาะโต๊ะ และนายอาหามะ ลือแบซา แกนนำก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ หลังจากวานนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายซับรี เจะแว ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความมั่นคง แนวร่วมก่อเหตุรุนแรงระดับปฎิบัติการได้
ด้านพันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทาง พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สลดใจวีรชน! เหตุระเบิดพรากชีวิต จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร ตำรวจชุดคุ้มครองครูบันนังสตา ในวันเกิดของลูกชาย

สลดใจ เหตุระเบิดพรากชีวิต จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร ตำรวจชุดคุ้มครองครูบันนังสตา ในวันเกิดของลูกชาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด รักษาความปลอดภัยครู สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ขณะปฏิบัติหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ลาดตระเวนเส้นทางเพื่อส่งครูไปยังโรงเรียน ในพื้นที่บ้านทรายแก้ว หมู่ ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา จนทำให้ จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร ถูกระเบิดเสียชีวิต และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก นายได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทั้งนี้ มีข้อมูลที่น่าเศร้าสลดใจยิ่งนัก เมื่อทราบว่า สำหรับ จ.ส.ต.ทศพร เสธสารที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับคณะครู ในวันนี้เป็นวันหยุดลาพัก แต่ จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร ยังคงขอปฏิบัติหน้าที่ และที่เศร้าใจยิ่งกว่านั้น เมื่อวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 21 พ.ย. เป็นวันคล้ายวันเกิดครบ ขวบ ของเด็กชายฐิติกร เสสาร บุตรชายเพียงคนเดียวกับภรรยาที่หย่าร้างกันไป แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์ที่ต้องทำให้สูญเสียผู้เป็นพ่อในวันนี้ สำหรับ  จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร ได้ลงมาปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2551 จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แม้ว่า จะมีเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันหลายคน ที่ขอย้ายกลับภูมิลำเนาไปแล้ว แต่ จ.ส.ต.ทศพร เสธสาร ยังคงยื่นขอปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ต่อ ซึ่งที่ผ่านมา เคยร่วมปฏิบัติหน้าที่กับ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีตผู้กำกับ สภ.บันนังสตา และยังเป็นที่รักของเพื่อนตำรวจที่เคยปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง
ภาพข่าว/เอกรักษ์ ศรีรุ่ง-รายงาน
กองบรรณาธิการและทีมข่าวกระแสใต้ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว จ.ส.ต.ทศพร เสธสารว มา ณ โอกาสนี้
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

บก.สส. ร่วมกับ สืบ 8 จับกุมมาเฟีย คดียาเสพติดรายใหญ่ ตลึงพบของกลางยาบ้า 10 ล้านเม็ด (ภาพชุด)

สมุทรปราการ -- บก.สส. ร่วมกับ สืบ 8 ร่วมกันจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่ จำนวน 10 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 21 พ.ย.60 เวลาประมาณ 01.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุม ได้สืบสวนทราบว่า นายบอม หรือนายพงศกร พระวร อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 243/8 ม.10 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มีพฤติการณ์เป็นผู้ค้ารายใหญ่ระดับประเทศ จะลำเลียงยาบ้ามาเก็บไว้ที่บ้านเลขที่ 33/433 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์ของนายนายบอม หรือนายพงศกร มาโดยตลอด จนกระทั่งเวลาดังกล่าว ผู้ต้องหา ได้เข้ามาที่บ้าน จึงได้ตรวจค้นจับกุมตัว ซึ่งภายในบ้านตรวจพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 10 ล้านเม็ด ใส่ห่อกระดาษสีเหลืองซุกซ่อนอยู่ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลและดำเนินการตามกฏหมายต่อไป ** ข้อมูลภาพข่าว / ทีมข่าวเฉพาะกิจ กระแสใต้


-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กองทัพบกสานนโยบายปรับปรุงและซ่อมเส้นทางในโครงการก่อสร้างและปรับปรุงถนนที่ชำรุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

กองทัพบก สั่งการให้กรมการทหารช่าง จัดหน่วยทหารช่างจากกองทัพภาคที่ 1-4 และกรมการทหารช่าง เข้าปรับปรุงและซ่อมเส้นทางในโครงการก่อสร้างและปรับปรุงถนนที่ชำรุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ตามที่รัฐบาลมอบหมาย โดยเป็นนโยบายเร่งด่วนด้านความมั่นคง และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่ รวมทั้งให้นำยางพารามาใช้เป็นวัสดุในการสร้างถนนดังกล่าวด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ



         
    โครงการดังกล่าวเป็นการก่อสร้างซ่อมแซมถนนคอนกรีตผสมยางพารา ในพื้นที่ 4จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งกองทัพบกได้มอบหมายความรับผิดชอบ ให้หน่วยทหารช่างของกองทัพภาคโดยในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี มี พันเอก องอาจ แจ่มดี รองเสนาธิการกองพลพัฒนาที่ 1 ผู้บังคับหน่วยงานทหารช่างเฉพาะกิจกองทัพภาค 1 ได้นำกำลังพลเข้าไปดำเนินการเข้าปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางและปรับปรุงถนนที่ชำรุดเส้นทางเลียบรางรถไฟ จาก ตำบลโต๊ะเด็งถึงเขตเทศบาลตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งถนนสายนี้ประชาชนในพื้นที่ 2 อำเภอ และ2 หมู่บ้าน ประกอบด้วยอำเภอสุไหงปาดี อำเภอเจาะไอร้อง บ้านโผลง และบ้านโต๊ะเด็ง สามารถใช้สัญจร ไปมาเข้าตัวเมืองสุไหงปาดีสะดวกและใกล้ที่สุด เมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินการซ่อมแซมแล้วก็จะมีพิธีส่งมอบเส้นทางให้กับผู้นำในพื้นที่ต่อไป
        ซึ่งการทำงานจะเป็นการซ่อมแซมและปรับปรุงถนนที่ชำรุดจากสภาพเดิมที่เป็นถนนลูกรังหรือเป็นผิวลาดยางที่หมดสภาพทำการซ่อมแซมปรับปรุงเป็นถนนผิวแอสฟัลติกคอนกรีต ผสมยางพารากว้าง 5-6 เมตร พร้อมตีเส้นจราจร โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างดี เช่นมีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน มาร่วมกันดูความปลอดภัยทุกวัน
        ด้าน นายอับดุลเลาะ สีระโก ผู้นำศาสนาในพื้นที่ตำบลโต๊ะเด็ง กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากนะเพราะถนนเส้นนี้เป็นถนนสายสำคัญมากระหว่างโต๊ะเด็งกับสุไหงปาดี ชาวบ้านรอการปรับปรุงถนนเส้นนี้มานานมาก วันนี้ประสบความสำเร็จประสบความพอใจแล้วนะครับ ขอขอบคุณหน่วยงานทหารที่มาให้ความสำคัญกับถนนเส้นนี้เพราะชาวบ้านรอถนนเส้นนี้มานานหลายปีกว่าจะได้มา แต่ก่อนก็รู้สึกไม่ดีพอทุกวันนี้รู้สึกโอเค ดีจริงๆขอขอบคุณหน่วยทหารที่มาทำถนนเส้นนี้เพราะชาวบ้านมีความต้องการถนนสายนี้มากนะครับ

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...