• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันเสาร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560

รายงานพิเศษ(เฉพาะกิจ)สรุปยอดวันสุดท้าย จิตอาสาเฉพาะกิจ ทั้ง8 อำเภอ จ.กระบี่ (+คลิป)

สรุปยอดวันสุดท้าย จิตอาสาเฉพาะกิจ ทั้ง8 อำเภอ จ.กระบี่

วันที่ 30 กันยายน ทีมข่าวกระแสใต้และเครือข่ายสื่อจิตอาสา ลงพื้นที่ๆว่าการอำเภอเมืองกระบี่ 
  ทั้งนี้ตามที่รัฐบาลกไหนดให้ กระทรวงมหาดไทย รับสมัครจิตอาสา ทางอำเภอกระบี่ ก็เปิดรับลงทะเบียนมาตังแต่วั1กันยายน ที่ผ่านมา โดยเปิดรับสมัครทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ขณะนี้มียอดผู้สมัคร 16078 คน

สำหรับการเปิดลงทะเบียนจิตอาสา ของที่จีงหวัดกระบี่ ที่ลงทะเบียนทำบัตรจิตอาสา งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ ของจังหวัดกระบี่ ทั้ง8อำเภอ แบ่งเป็น อำเภอเมืองกระบี่จำนวน 3852 คน อำเภอเขาพนม จำนวน2,557คน อำเภอเกาะลันตา จำนวน1,453 คน อำเภอคลองท่อม จำนวน1,796คน อำเภออ่าวลึกจำนวน3,244คนอำเภอปลายพระยา1,279คน อำเภอลำทับ จำนวน 1,039คน และ อำเภอเหนือคลอง จำนวน1.259
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560

ตรวจโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ทับสะแก พบว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ อยู่ในระดับสากล ภายใต้โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM)



กฟผ. ร่วมกับหน่วยงานภายนอกเข้าตรวจในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังนั่ง และ สถานที่ในร่มพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่าผลการตรวจปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากการดำเนินงานอยู่ในระดับสากล

ตรวจโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ทับสะแก พบว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้
อยู่ในระดับสากล ภายใต้โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM)ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน และ สถานที่กลางแจ้ง
วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ (อสค.) โดยกองบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (กบกจ-พฟ.) นำคณะผู้ทวนสอบจากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เข้าตรวจพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ทับสะแก ขนาด 5 เมกะวัตต์ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจัดเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism; CDM) เพื่อตรวจยืนยันปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ (Verification) และขอรับรองจากคณะกรรมการบริหารโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM Executive Board) โดยมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้จากการดำเนินโครงการฯ หรือ คาร์บอนเครดิต ประมาณ 1,821 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) อยู่ในระดับสากล ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว จัดเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกโดยความสมัครใจเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติมจากการดำเนินการทั่วไป และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศทั้งในแง่ของทรัพยากรสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นายอำเภอเหนือ จ.กระบี่ ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น ร่วมใจขุดลอกคลองปกาสัย เพื่อประกันปัญหานำท่วม เผยคลองแห่งประวัติศาสตร์ เหมาะสู่การท่องเทียวทางสายน้ำ(+คลิป)

นายอำเภอเหนือ จ.กระบี่ ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น ร่วมใจขุดลอกคลองปกาสัย เพื่อประกันปัญหานำท่วม เผยคลองแห่งประวัติศาสตร์ เหมาะสู่การท่องเทียวทางสายน้ำ (28 ก.ย.60) เวลา 10.00 น. นายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ พร้อมโดยส่วนราชการ สมาชิกสภาองค์กรปกครองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ และรชาวบ้านเกือบ 200 คน ลงพื้นที่เพื่อดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำคลองปกาสัยตามโครงการจิตอาสาประชารัฐพัฒนาแหล่งน้ำ พื้นที่คลองปกาสัย โดยเริ่มจากจุดวัดปกาสัย .. ทั้งนี้ นายอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เปิดเผยกับทีมข่าวกระแสใต้ว่า หลังจากทำารสำรวจไปแล้ว4วันเป็นระยะทางกว่า 20 กม. ก็พบปัญหาต่างๆโดยเฉพาะสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งวันนี้จึงลงพื้นที่เพื่อทำการรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำคลองปกาสัย ซึ่งคาดว่าน่าจะใชเวลาไม่กี่วัน ทั้งนี้จากที่ได้มีการพูดคุยกันว่าเราต้องสามารถเปิดทางระบายน้ำ เพื่อให้น้ำจากเขาพนมเบญจาระบายเข้ามาที่คลองปกาสัยได้คล่องตัวยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะเริ่มถอนสิ่งกีดขวางออก ซึ่งกีดขวางทางน้ำอยู่พอถอนออกแล้ว จะทำให้น้ำจากเขาพนมเบญจาระบายผ่านเข้ามาที่คลองปกาสัยได้คล่องยิ่งขึ้น เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมามีสิ่งกีดขวางทางน้ำได้มีการปิดกั้นคลองปกาสัยมาตลอด ทำให้น้ำจากเขาพนมเบญจาไม่สามารถระบายน้ำเข้าคลองปกาสัยได้โดยสะดวก ซึ่งนับจากนี้ น้ำจากเขาพนมเบญจาจะสามารถระบายเข้ามาที่คลองปกาสัยได้สะดวกยิ่งขึ้น .. นายอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าโครงการรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำนี้แล้วเสร็จมั่นใจว่าจะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ตลอดจนการต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้อีกด้วยเนื่องจากคลองแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติแบบ 100 เปอร์เซ็นและคลองปกาสยแห่งนี่ยังมีเรื่องเล่ามากมายในเรื่องของประวัติศาตร์ของคลองปกาสัยแห้งนี่ นาย วิสูตร อินทรกำเนิด กล่าวฯ สุมามาลย์ มรกตคัลโท/สุเมธ บุญวรรณ/และทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน -----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นายกประยุทธ ฯเดินทางมาสตูล พบปะพี่น้องประชาชน ทดลองการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ท่ามกลางสายฝน

นิตยา แสงมณี // สตูล-รายงาน
นายกประยุทธ เดินทางมาสตูล พบปะพี่น้องประชาชน ทดลองการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ท่ามกลางสายฝน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ส.ค. 2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย. ผวจ.สตูล พร้อมด้วย ข้าราชการ กำนันผู้ใหญ่ บ้าน นักเรียน และพี่น้องประชาชน คนสตูล ได้ให้การต้อนรับ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ที่ได้เดินทางมายังจังหวัดสตูล เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน โดยการเดินทางมาของ นายกประยุทธ ในวันนี้ นั้น เพื่อต้องการที่จะ มาพบปะพี่น้องประชาชน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมการเปิดใช้เน็ตประชารัฐที่ขณะนี้ ได้มีการเปิดใช้ไปทั่วทั้งประเทศแล้ว โดยได้เปิดใช้ไปแล้วถึง 24,700 หมู่บ้าน ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยรัฐบาลได้มีเป้าหมายที่จะให้คลอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ให้สามารถได้ใช้อินเทอร์เน็ตกันอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนได้นำเทคโนโลยี่ดิจิทิลมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เต็มศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข และด้านการบริการของรัฐ และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้เติบโตจากการใช้ประโยชน์ด้านเทคโนโลยี่ดิจิทัลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ตั้งแต่การประกอบอาชีพ การเรียนรู้ การค้าขาย ทำมาหากิน ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต ไปจนถึงเพิ่มช่องทางการขาย การเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็ว เพิ่มความสะดวกสบาย ลดเวลา ลดข้อจำกัด และเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อนำประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและรอบด้าน เป็นสังคมคนไทย 4.0 ที่มีความเท่าเทียมกันทั้งด้านการศึกษา การเกษตรสมัยใหม่ ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ต้นทุนการผลิตต่ำลง เพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรจากการแปรรูป ที่มีความสามารถทางด้านการขายเข้าถึงตลาดในประเทศตลาดอาเซียน และตลาดโลก ที่สามารถกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึง ซึ่งถือว่าเน็ตประชารัฐนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพี่น้องประชาชนอีกช่องทางหนึ่งเป็นอย่างมากที่รัฐจะต้องให้ความสำคัญ และ หลังจากนั้น ได้ทำการมอบอุปกรณ์กีฬาแก่นักเรียน มอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบกับภัยภิบัติน้ำท่วม และได้เดินทางพบปะพี่น้องประชาชน ที่มาร่วมและยังให้คำแนะนำถึงการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่เกิดปัญหา และไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น สามารถที่จะยื่น เรื่องได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรม จ.สตูล หรือ ที่อำเภอ ต่าง ๆ ที่สะดวก โดยในวันนี้ ได้มีกลุ่มคัดค้านท่าเรือน้ำลึกมายื่นหนังสือ เพื่อไม่ต้องการที่จะให้เกิดการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ซึ่งท่านได้ส่งตัวแทนไปรับมอบ ทำให้พี่น้องประชาชน พอใจเป็นอย่างมาก และในเวลา บ่ายโมง นายรัฐมนตรีได้เดินทางไปเปิดระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ทีมีเครือข่ายไปทั่วโลก ซึงมีความยาวถึง 25,000 กิโลเมตร โดยเป็นระบบเคเบิลใต้น้ำความจะสูงระบบแรกที่มีเส้นทางหลักผ่านประเทศไทย ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทที่สำคัญของโลก เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเอเชียตะวันออก แอฟริกา และ ยุโรป นำประเทศสู่ศูนย์กลาง ด้านการสื่อสารของภูมิภาค Asean digital hub รองรับการใช้งานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มควรามแข็งแร่งในยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลของประเทศ ที่สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 
สำหรับโครงการที่ นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย. ผวจ.สตูล เสนอต่อ นายกรัฐมนตรีนั้น ประกอบไปด้วยโครงการ ถนนสตูล-เปอร์ลิส ถนเลี้ยงเมืองฝั่งตะวันออก และโครงการ สนามบิน พาณิชย์ เพื่อดึงนักธุรกิจจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้ามาลงทุนในจังหวัดสตูล ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการลงทุนในพื้นที่แห่งนี้

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

พ่อจัดงานแต่งให้ลูกสาวคนเดียวอย่างยิ่งใหญ่ สุดท้ายวันงานเจ้าบ่าว หายเข้ากลีบเมฆ พ่อเจ้าสาวสุดทนเตรียมแจ้งความ ขณะเจ้าสาวเผยรู้จักทางโซเชียล

พ่อจัดงานแต่งให้ลูกสาวคนเดียวอย่างยิ่งใหญ่ ลงทุน เช่าเต้นท์ เวที เครื่องดนตรี อาหาร  สุดท้ายวันงานเจ้าบ่าว หายเข้ากลีบเมฆ พ่อเจ้าสาวสุดทนเตรียมแจ้งความ ขณะที่เจ้าสาววัย15 ปี  เผยรู้จักกันทางโซเชี่ยล ก่อนคบกันได้1ปี 
    วันที่ 29 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บ้านเลขที่ 230 ม.7 อ.เขาพนม จ.กระบี่ ได้มีการจัดงานมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่ มีการตั้งเต็นท์ โต๊ะเก้าอี้และจัดอาหารไว้ต้อนรับ เพื่อเตรียมต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน จำนวนเกือบ100 ชุด แต่สุดท้าย รอจนกระทั่งถึงเที่ยงวัน ฝ่ายเจ้าบ่าว ไม่ได้เดินทางมา ร่วมพิธีแต่อย่างใด สร้างความผิดหวังแต่เจ้าสาวและญาติพี่น้อง เป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ดังกล่าว พบนายสมพงศ์ อินศิริ อายุ 68 ปี และนางสมหมาย อินศิริ อายุ 56ปี พ่อและแม่ของเจ้าสาว ยืนรอรับแขก แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา ท่ามกลางญาติพี่น้องที่คอยให้กำลังใจ 
    จากกาสอบนายสมพงศ์ พ่อของเจ้าสาว ทราบ ว่า ก่อนที่จะมีการจัดเตรียมงานมงคลสมรส ในครั้งนี้ได้มีการเตรียมงานอยู่ประมาณ1เดือน ภายหลังจากญาติผู้ใหญ่ฝ่าย เจ้าบ่าว ได้มาพูดคุยสู่ขอลูกสาว คือ นางสาวเอ นามสมมุติ อายุ 15 ปี ตอนแรกได้มีการตั้งค่าสินสอด เป็นเงิน 3แสนบาท เพราะตนและภรรยามีลูกสาวเพียงคนเดียว และเพิ่งมีลูกตอนอายุมากแล้ว แต่ฝ่ายเจ้าบ่าว ขอลดค่าสินสอดอีก จึงลดลงมา เหลือ 150,000 บาท และได้มีการดูฤกษ์วันแต่งในวันนี้ (29 ก.ย.) แต่ก่อนจะถึงวันงานทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็ได้ขอลดลงมาอีก แต่ตนไม่ยืนยันคำเดิม หลังจากนั้นได้มีการเตรียมจัดงานขึ้นที่บ้าน โดยได้มีการเช่าเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ เวที ร้องเพลง รวมทั้งอาหาร ไว้เรียบร้อย รวมเงินลงทุนไปกว่า3แสนบาทจนกระทั่ง เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางฝ่ายเจ้าบ่าวได้โทรศัพท์ มาบอกว่า ไม่สามารถมาในพิธีงานมงคลสมรสได้ เนื่องจาก
ไม่มีเงิน ค่าสินสอด แต่ตนและญาติๆปรึกษากันแล้วว่า จะต้องเดินหน้าจัดงานต่อ ไป ตามที่ได้แจกการ์ดเชิญไว้ และลงทุนไปหลายแสนบาท โดยจะรอจนกระทั้งถึงตอนเที่ยง หากทางฝ่ายเจ้าบ่าวไม่มาก็ยุติการจัดงาน และหลังจากนี้จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายเจ้าบ่ายที่ เบี้ยวงานแต่งงานในครั้งนี้ เพื่อให้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
ด้านนางสาวเอ เจ้าสาว กล่าวทั้งน้ำตา ว่าเรียนอยู่ชั้นม.4 ได้ ส่วนเจ้าบ่าว อายุ 17 ปี บ้านอยู่ รอยต่อ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รู้จักกับฝ่ายเจ้าบ่าว ผ่านทางเฟซบุคได้ประมาณ1เดือน จากนั้นก็ตกลงปลงในคบหากันได้ประมาณ 1ปี และเคยไปที่บ้านฝ่ายเจ้าบ่าวหลายครั้ง จนกระทั่งตนตั้งท้องไปประมาณ5เดือน ก่อนที่จะมีการจัดงานมงคลสมรสในวันนี้ ตน รู้สึกเสียใจมาก ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวมาทำกันแบบนี้ 
ข้อมูลภาพ/ข่าว/กระบี่
ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นร.รร.บ้านดินแดงน้อย เฮ!ได้อาคารเรียนหลังใหม่ ด้าน อดีต สส.จ.กระบี่เผย ที่นี่มีความพร้อมหลายด้าน (+คลิป)

นร.รร.บ้านดินแดงน้อย เฮ!ได้อ่คารเรียนหลังใหม่ ด้าน อดีต สส.จ.กระบี่เผย ที่นี่มีความพร้อมหลายด้าน (วันนี้) เวลา 9:29 น.วันที่ 29 ก.ย60ณโรงเรียนบ้านดินแดงน้อย อ.ได้มีการเปิด "อาคารโรงเรียนหลังใหม่โดยมี นายสาคร เกี่ยวข้อง อดีต สส.จ.กระบี่เป็นประธานเปิดงานพร้อมด้วย นายสมพร เพชรประพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดินแดงน้อย นำคณะบุคลากรครู นักเรียน ตลอดจน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่นมาและ ประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนี้อาคารเรียนหลังใหม่นี้ได้รับงบประมาณจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผ่านจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน3,850,000 บาท สุมามาล มรกตคัลโท/สุเมธ บุญวรรณ ทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน -----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานมอบบ้านโครงการกาชาดซ่อม สร้างบ้านให้แก่ผู้ยากไร้


นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานมอบบ้านโครงการกาชาดซ่อม สร้างบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ 

นางไขแสง ศักดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ประธานพิธีมอบบ้านให้แก่ผู้พิการ นายปิยะ หลีเหล็ม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ พร้อมด้วย นายสาโรช กาญจนพงศ์ นายอำเภอเมืองนราธิวาส นายนิติพงษ์ ทาหา ปลัดอาวุโส, หัวหน้าส่วนราชการ, สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส, ฝ่ายทหาร, จนท.อบต.ลำภู, กำนัน, ผญบ., บัณฑิตอาสาฯ และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีมอบครั้งนี้ ณ เลขที่ ๔๕ ม.๑ ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส การก่อสร้างบ้านให้แก่ผู้ด้อยโอกาสนายปิยะ หลีเหล็ม ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมานจาก ศอ.บต. ประสบความสำเร็จเพราะการร่วมแรง ร่วมใจ ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชน กรรมการหมู่บ้าน และส่วนราชการ โดยประชารัฐมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อตั้งใจที่จะทำความดีถวายแม่ของแผ่นดิน ขอให้เจ้าของบ้าน นายปิยะ หลีเหล็ม ได้ตั้งใจประพฤติตนเป็นคนดีไม่สร้างปัญหาให้กับชุมชน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

      นางไขแสง ศักดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ทั้งยังทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ มีผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระวิริยะอุตสาหะครั้งแล้วครั้งเล่าก่อให้เกิดคุณปการอันใหญ่หลวงแก่ประชาชนและประเทศไทย อเนกนันต์ ทรงประพฤติปฎิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างแห่งคุณงานความดี สมควรแล้วที่เราในฐานะผู้ซึ่งอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร จะได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระองค์ท่าน โดยการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ โดยรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวถวายความจงรักภักดีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ว่าจักทำแต่ความดีละเว้นความชั่วทั้งหลายทั้งปวง จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยความมีนํ้าใจ เมตตากรุณาต่อกัน จักบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และเสริมสร้างความสามัคคีในชาติ ประพฤติปฎิบัติตนตามรอยเบื้องพระยุคลบาทสนองพระราชปณิธานอันประเสริฐสุด และส่งเสริมความเจริญสมบูรณ์พูนสุขแก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไปโดยสุดกำลัง


ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส จัดกิจกรรมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืด เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ประตูระบายน้ำบางนราตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล

จังหวัดนราธิวาส จัดกิจกรรมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืด เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ประตูระบายน้ำบางนราตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 

วันนี้ 28 ก.ย.60 นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่บริเวณหน้าประตูระบายน้ำบางนราตอนบน ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส พร้อมกล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส โดยสำนักงานชลประทานที่ 17 ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและด้วยรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ให้แก่พสกนิกรชาวนราธิวาส ทรงเสด็จวางศิลาฤกษ์ประตูระบายน้ำบางนราตอนบน เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2530 และเด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดประตูระบายน้ำบางนราตอนบน เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2533 ในโอกาสเดียวกันนี้รัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งมอบอาคารหัวงาน และอาคารประกอบโครงการฯ ให้กับรัฐบาลไทย ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถช่วยเหลือราษฎรได้หลายทาง ได้แก่ ป้องกันน้ำเค็มจากทะเลทั้ง 2 ข้าง ป้องกันน้ำเปรี้ยวจากพื้นที่พรุ ระบายน้ำบรรเทาอุทกภัย ลดจำนวนวันน้ำท่วม และกักเก็บน้ำจืด เพื่อการเกษตร อุปโภค-บริโภค 
สำหรับการจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่จะปล่อยลงสู่แม่น้ำบางนรา ได้แก่ ปลาบึกขนาดต่าง ๆ ปลากระโฮ้ และปลานิล ซึ่งจะนำไปปล่อยบริเวณปากคลองยะกัง ที่บรรจบกับแม่น้ำบางนรา อีกทั้งจะปล่อยปลานิลที่บริเวณหน้าประตูระบายน้ำบางนราตอนบน นอกจากนี้จะมอบกุ้งก้ามกราม จำนวน 100,000 ตัว ให้เรือประมงพื้นบ้านปล่อยบริเวณหน้าทำนบดินของประตูระบายน้ำบางนราตอนบน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำและรักษาระบบนิเวศน์ให้ดำรงอยู่อย่างเป็นวัฏจักรต่อไป
ด้านนายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนราธิวาส เปิดเผยว่า สำหรับโครงการลุ่มน้ำบางนราได้มีการก่อสร้างมาเมื่อปี 2530 แล้วเสร็จเมื่อปี 2533 และวันนี้ถือว่าเป็นวันครบรอบ 30 ปี ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชการที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินการในการแก้ปัญหาแก่ประชาชนในเรื่องของน้ำท่วม เรื่องของน้ำเค็มที่ตามมาตามลำน้ำ เรื่องของน้ำเปรี้ยวจากพรุโต๊ะแดงที่ไหลลงมาในแม่น้ำบางนรา เพื่อให้คุณภาพน้ำที่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชนสามารถนำมาใช้ประโยขนในการทำการเกษตรได้ อุปภาคบริโภคได้ ซึ่งตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ รวมถึงการเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลในช่วงน้ำท่วมในฤดูฝนได้ดีขึ้น ส่วนในฤดูแล้งนั้น ประตูปิดกั้นลำน้ำที่ อ.เมือง และ อ.ตากใบสามารถป้องกั้นการไหลย้อนของน้ำเค็มไม่ให้ลุกล้ำเข้ามาในลำน้ำจืดได้ และยังสามารถกักเก็บน้ำในลำน้ำได้ปีละ 20 ล้านลูกบาทเมตร ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชนด้านอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตรในพื้นที่ตลอดลำน้ำระยะทาง 60 กิโลเมตร อีกทั้งทางประปาส่วนภูมิภาคยังนำน้ำไปใช้ได้ตลอดระยะเวลา 30 ปี ซึ่งเมื่อก่อนนั้นน้ำในลำน้ำพบว่า ในฤดูแล้งน้ำทะเลลุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำจนเป็นน้ำกร่อยไม่สามารถนำน้ำมาใช้บริโภคได้ แต่หลังจากที่มีการสร้างประตูระบายน้ำแห่งนี้แล้วปัจจุบันนี้เป็นน้ำจืดร้อยเปอร์เซ็นต์และสามารถใช้การได้ตามปกติ

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560

ชวนเด็กเล็ก หันมากินผัก ด้วยละครสร้างสุขจากกะลา และ นิทานสร้างสรรค์ สู่มือน้อง

ชวนเด็กเล็ก หันมากินผัก ด้วยละครสร้างสุขจากกะลา และ นิทานสร้างสรรค์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา รอยยิ้มของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่ามะพร้าว เมื่อมีพี่ๆแกนนำจากโครงการวิถีชุมชนท่ามะพร้าวสร้างชุมชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง. (สร้างสุขด้วยกะลา) ซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนบ้านท่ามะพร้าว นำละครหุ่นกะลามาเล่นให้น้องๆชม และการเล่านิทานจากหนังสือนิทานทุกมื้ออร่อยจัง ของพี่ๆกลุ่มละครมาหยา นายปริวัตร กิจนิตย์ชีว์ ประธานโครงการฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการจัดกระบวนการสร้างแกนนำเยาวชนผ่านการเรียนรู้รากเหง้าและอัตลักษณ์ในชุมชน และใช้กระบวนการละครสร้างสรรค์จากกะลา พร้อมจัดให้การเปิดพื้นที่สวนกะลาสร้างสุขของเด็กในชุมชนสร้างขึ้นให้คนสูงวัยได้ใช้ออกกำลังกายในเวลาว่างที่ไร่สวนสุขสันต์ และกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความต่อเนื่องจากกิจกรรมที่ผ่านมา โดยการลงพื้นที่จัดกิจกรรมกับเด็กปฐมวัยเพื่อเชื่อมโยงเรื่องผักให้กับเด็กเล็กในชุมชน นางรัญญา หยีสัน หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่ามะพร้าว ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ กล่าวชื่นชมแกนนำเยาวชน ที่มาเล่านิทาน และแสดงละครสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆ พร้อมนำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์การชวนเด็กกินผัก ปัญหาการที่เด็กไม่ชอบทานผัก ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่กำลังเผชิญอยู่ เพราะส่งผลต่อการพัฒนาการของเด็กและอื่นๆมากมาย และนอกจากนั้นยังมีกิจกรรมป้องกันนักสูบหน้าใหม่และเชิญชวนผู้ปกครองร่วมการเลิกสูบบุหรี่ถือเป็นเรื่องที่ประทับใจและมีกิจกรรมดีดีที่เป็นประโยชน์ต่อเด็ก ต่อครอบครัวและคนในชุมชน เด็กชายปิยะวัตร ทำเผือก แกนนำเยาวชนและนักแสดงละครกะลา ได้เล่าให้ฟังว่า การได้มาเล่นละครกะลาสร้างสุขในศพด.บ้านท่ามะพร้าว ตนรู้สึกมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอ่านนิทานให้น้อง และเล่นละครให้น้องชม ถึงเรื่องการกินผัก จากที่ตนและเพื่อนๆได้มีส่วนร่วมในการเพาะปลูกผักที่ไร่สวนสุขสันต์ วันนี้ยิ่งทำให้รู้สึกว่าภูมิใจมากยิ่งขึ้น และจะกลับไปขยายพันธ์ุเพื่อเพาะปลูกต่อที่บ้านและให้คนข้างบ้านด้วย กะลาสร้างสุข โดยกลุ่มละครมาหยา ภายใต้การสนับสนุนของแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุข_สพ สสส จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างสรรรค์ ผ่านสื่อศิลปวัฒนธรรมในชุมชน ที่สามารถสร้างแกนนำเด็กท่ามะพร้าว มาเล่นละครกะลาสร้างสุข ชวนเด็กเล็กเด็กปฐมวัยกินผักที่มีประโยชน์เพื่อโภชนาการในการพัฒนาการสู่การเรียนรู้ที่สมวัย ถือเป็นเรื่องดีดี เรื่องง่ายๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน
ภาพ-ข่าว/ฮาริส กระบี่-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ. ร่วมลงนามขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) กับ ป.ป.ช. และ สคร.

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ สถานที่ในร่มกฟผ. ร่วมลงนามขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) กับ ป.ป.ช. และ สคร. 
.
วันนี้ (27 กันยายน) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 3 ฝ่าย ระหว่าง สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 55 แห่ง เพื่อเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) เพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านการทุจริต และให้เกิดการจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยมี นายสมคิด จตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการป.ป.ช. ร่วมเป็นสักขีพยาน ในโอกาสนี้ นายสมคิด จตุศรีพิทักษ์ ยังได้มอบนโยบายเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจด้วยความโปร่งใสเป็นมืออาชีพ โดยในส่วนของ กฟผ. นั้น ผู้ว่าการ กฟผ. ได้มอบหมายให้ นายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการบริหาร (รวห.) เป็นตัวแทนองค์การ ร่วมลงนาม MOU ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
.
นอกจากนี้ในช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในงานประกาศเจตนารมณ์ภาครัฐและเอกชนในการต่อต้านการให้สินบน “รัฐเอกชนร่วมใจ ขับเคลื่อนธุรกิจไทยไร้สินบน (Clean Business, Sustainable Thailand)” โดยนำภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการให้สินบน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ส่งมอบพื้นที่ปลอดภัย ให้กับผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองธารโต

ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ส่งมอบพื้นที่ปลอดภัย ให้กับผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองธารโต
วันนี้ ( 26 กันยายน 2560 ) เวลา 10.00 น. ที่ ศาลาเอนกประสงค์ วัดศรีนคร ตำบลคีรีเขต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา   พลโท ประสพชัย กงบุราณ  ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งมอบพื้นที่ปลอดภัยจากทุ่นระเบิดและกับระเบิดที่อันตราย และต้องสงสัยว่ามีทุ่นระเบิดและกับระเบิด  ในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยได้ดำเนินการกวาดล้างและเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่อำเภอธารโตจังหวัดยะลา ตั้งแต่เดือนตุลาคม  2559 – เดือนกันยายน  2560  ผลการปฏิบัติงานทำให้พื้นที่ปลอดภัยจากอันตรายของทุ่นระเบิดกับระเบิด ตามแผนงานที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้กำหนดให้เป็นพื้นที่อันตรายต้องสงสัยจำนวน 3 พื้นที่คือ 1. พื้นที่ SHA 763 - 01 อุโมงค์จีนคอมมิวนิสต์มาลายา ขนาดพื้นที่ 79ตารางเมตรความยาวของอุโมงค์  60 เมตร 2. พื้นที่ SHA 764 01 ปลายสายเปีย ขนาดพื้นที่ 495,353  ตารางเมตร  และ 3. พื้นที่ SHA 765 - 01 ระหว่าง หลักเขตที่ 46 - 47ขนาดพื้นที่ 63,011 ตารางเมตร รวมพื้นที่ ทั้งหมด 550,000 ตารางเมตร  โดยมี พันเอก ศิวาพัชร์  กลิ่นจันทร์ รองผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ พร้อมด้วย รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลารองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44  ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองธารโต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
ในโอกาสนี้ พลโท  ประสพชัย  กงบุราณ  ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กล่าวว่า การมอบหนังสือส่งมอบและประกาศรับรองพื้นที่ปลอดภัยให้กับหน่วยงานผู้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่นิคมสร้างตนเองธารโตในวันนี้ เป็นผลมาจากการปฏิบัติงานกวาดล้างและเก็บกู้ทุ่นระเบิดของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมฯ เป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ โอน ผลิต สะสม และทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล                 ที่ประเทศไทยของเราได้ลงนามเป็นรัฐภาคีร่วมไว้กับนานาประเทศ ซึ่งทั้ง พื้นที่  ที่ได้ส่งมอบในครั้งนี้ ได้ผ่านการตรวจสอบ และได้รับการยืนยัน ในการปฏิบัติที่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติการทุ่นระเบิดจากคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว จึงได้ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้นิคมสร้างตนเองธารโตเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่อไป/.
ภาพ-ข่าว/เอกรักษ์ ศรีรุ่ง-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ลงทะเบียนจิตอาสาที่อำเภอรามัน ยังคงคึกคัก ขณะที่ประชาชนชาวยะลา เดินทางมางทะเบียนจิตอาสา เกิน 2 หมื่นคนแล้ว

บรรยากาศลงทะเบียนจิตอาสาที่อำเภอรามัน ยังคงคึกคัก ขณะที่ประชาชนชาวยะลา เดินทางมางทะเบียนจิตอาสา เกิน 2 หมื่นคนแล้ว
            เมื่อวานนี้ ( 28 กันยายน 2560 ) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทะเบียนจิตอาสา ที่บริเวณที่ว่าการอำเภอรามัน จ.ยะลา ว่า มีพี่น้องประชาชน ข้าราชการ เดินทางมาลงทะเบียนจิตอาสากันอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นนายพงษ์พันธ์ ยมมาศ นายอำเภอรามัน ยังได้ช่วยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำกับประชาชนที่เดินทางมาลงทะเบียนด้วย
             นายพงษ์พันธ์ ยมมาศ นายอำเภอรามัน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลกไหนดให้ กระทรวงมหาดไทย รับสมัครจิตอาสา ทางอำเภอรามัน ก็เปิดรับลงทะเบียนมาตังแต่วันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเปิดรับสมัครทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ขณะนี้มียอดผู้สมัครกว่า 2,600 คน แล้ว และมีครบทุกกลุ่มงานทั้ง 8กลุ่มงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพี่น้องประชาชน เด็กนักเรียน รวมทั้งข้าราชการ และสมาชิกสภาท้องถิ่น  ส่วนข้าราชการก็ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มทหาร ที่อยู่ในพื้นที่ ส่วนการเตรียมความพร้อมในการถวายดอกไม้จันทน์ ทางอำเภอได้กำหนดสถานที่ไว้ที่วัดสาเมาะ ต.ท่าธง  ส่วนการมอบเสื้อพระราชทานของ อำเภอรามัน จะมอบให้ในวันที่ 10 ตุลาคม 2560  จากนั้นจะมีการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจกับทุกๆฝ่าย สำหรับช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันนี้ ประชาชนยังสามารถเดินทางมาลงทะเบียนจิตอาสาได้ โดยนำเพียงบัตรประชาชนมาเท่านั้
สำหรับการเปิดลงทะเบียนจิตอาสา ของที่ว่าการอำเภอรามัน ถึงล่าสุดวันนี้ (27 กันยายน 2560)  มีประชาชน ข้าราชการเดินทางมาลงทะเบียนแล้ 2,694 คน  แบ่งเป็นงานดอกไม้จันทน์ 211 คน งานโยธา 247 คน งานบริการประชาชน 831 คน งานรักษาความปลอดภัย 915 คน งานประชาสัมพันธ์ 190คน งานขนส่ง 67 คน งานแพทย์ 196 คน และงานจราจร 37 คน” นายอำเภอรามัน กล่าว  
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำนวนประชาชน ที่ลงทะเบียนทำบัตรจิตอาสา งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ ของจังหวัดยะลา ทั้ง 8 อำเภอ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 20,477คน แบ่งเป็น อำเภอเมืองยะลา จำนวน 6,142 คน  อำเภอเบตง จำนวน 2,591 คน  อำเภอบันนังสตา จำนวน2,657 คน  อำเภอธารโต จำนวน 1,491 คน  อำเภอยะหา จำนวน 1,767 คน  อำเภอรามัน 2,682 คน  อำเภอกาบัง จำนวน 1,380 คน  และ อำเภอกรงปินัง จำนวน 1.767 คน 
ภาพข่าว/เอกรักษ์ ศรีรุ่ง-ราย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560

กฟผ. แม่เมาะเยี่ยม คว้า 2 รางวัล เวที ASEAN Coal Awards 2017 สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติในการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า

กฟผ. แม่เมาะเยี่ยม คว้า 2 รางวัล เวที ASEAN Coal Awards 2017 สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติในการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าในภาพอาจจะมี 15 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
กฟผ. แม่เมาะ สร้างชื่อเสียง “องค์กรที่มีความเป็นเลิศในกิจการถ่านหินของอาเซียน” คว้า 2 รางวัล จากเวที ASEAN Coal Awards 2017 จาก รางวัลชนะเลิศ Best Practice for Surface Coal Mining Category และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ด้าน Corporate Social Responsibility (CSR) Category
​เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. นายอมรพันธ์ ลีลาภรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กฟผ. นายอดุลย์ พิทักษ์ชาติวงศ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า กฟผ. พร้อมด้วยคณะทำงาน เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาส กฟผ.แม่เมาะ เข้ารับรางวัล ASEAN Coal Awards 2017 ซึ่งจัดขึ้นในการประชุม ASEAN Energy Business Forum 2017 ณ โรงเเรมคอนราด กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
​โดยรางวัลที่ กฟผ.แม่เมาะ ได้รับทั้ง 2 รางวัล คือ 1.)รางวัลชนะเลิศ Best Practice for Surface Coal Mining Category จากผลงาน “Mae Moh Lignite Mine” และ 2.) รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Corporate Social Responsibility (CSR) Category จากผลงาน “The Community Collaboration for Sustainable Development in Mae Moh District”
​ทั้งนี้ คณะทำงานจัดการประกวดและคัดเลือกองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ ของกิจการถ่านหินของไทย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ส่งผลงานของ กฟผ. เข้าร่วมประกวด ASEAN Coal Awards 2017 ปรากฏว่า คณะกรรมการคัดเลือกองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ ของกิจการถ่านหินของอาเซียน Board of Judge (BOJ) for ASEAN Coal Awards ได้คัดเลือกให้ผลงานของ กฟผ. ได้รับ 2 รางวัลดังกล่าว ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการดำเนินงานตามมาตรฐานระดับนานาชาติ โดย กฟผ. แม่เมาะ ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ดีระดับอาเซียน ทั้งในด้านการใช้เทคโนโลยีสะอาดสำหรับถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าโดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งดำเนินงานโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
​นายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. แม่เมาะ ให้ความสำคัญต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมที่แหล่งกำเนิด รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อให้ได้รับความรู้ความเข้าใจ และเกิดการยอมรับของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
​กฟผ.แม่เมาะ ได้รับรางวัลดังกล่าวย่อมสะท้อนให้เห็นว่า มีการบริหารจัดการที่ดี สามารถนำถ่านหินคุณภาพต่ำในปริมาณที่เหมาะสมมาปรับปรุงคุณภาพเพื่อส่งให้แก่โรงไฟฟ้า ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง อีกทั้งยังเป็นการการันตีในการทำงานของเราในเรื่องประสิทธิภาพที่มีการพัฒนาปรับปรุงตลอดเวลา ที่สำคัญทำให้ราคาค่าไฟฟ้าของประชาชนไม่สูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในที่สุด
​ส่วน นายอมรพันธ์ ลีลาภรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กล่าวว่า ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม กฟผ.แม่เมาะ ได้มุ่งเป้าหมายที่จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรในทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงประชาชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ เพื่อให้เกิดการพัฒนาในทุกมิติอย่างมีส่วนร่วม
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล เตรียมพร้อมจัดระเบียบเกาะหลีเป๊ะ ก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 15 ตุลาคม นี้

นิตยา แสงมณี /รายงาน
สตูล เตรียมพร้อมจัดระเบียบเกาะหลีเป๊ะ ก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 15 ตุลาคม นี้ 
วันที่27ก.ย.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.อาทิตย์ อรุณโชติ รอง ผอ.รมน.จังหวัดสตูล ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการ และชาวเลให้เป็นเจ้าบ้านที่ดีรับนักท่องเที่ยว ก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 15 ตุลาคม 2560โดยมีชาวเลราว 100 คน และผู้ประกอบการบนเกาะหลีเป๊ะร่วมหารือและหาทางออกในด้านต่างๆ ร่วมกัน ประกอบด้วย การจัดการสิ่งก่อสร้างที่รุกล้ำทางน้ำผ่าน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณที่อยู่อาศัยของชาวเลและจุดท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงห้ามก่อสร้างเพิ่มเติมในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ยกเว้นการตกแต่งภายใน , ปัญหาขยะโดยได้ขอความร่วมมือให้ทุกคนบนเกาะหลีเป๊ะคัดแยกและทิ้งให้ถูกที่ รวมถึงการห้ามเผาขยะบนเกาะฯเพราะจะมีความผิดตามกฎหมายกำหนด ปัญหาน้ำเสียน้ำทิ้งจากสถานประกอบการทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร โดยจะต้องบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ , ปัญหาการจราจร กำหนดเวลาขับขี่บนถนนสายหลัก walking street คือ ห้ามขับผ่านในเวลา18.00-24.00น.และห้ามจอดในที่ห้ามจอด หากฝ่าฝืนจะโดนจับปรับตามกฎหมายจราจรทันที เริ่มดีเดย์ 1 พฤศจิกายน 2560 ปัญหาการเข้าออกของเรือบาสสำหรับขนส่งสินค้าโดยกำหนดให้ช่วงไฮซีซั่นห้ามเข้าจอดหน้าหาดเด็ดขาด การเปิดอาคารสำหรับรักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน ณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลเกาะหลีเป๊ะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรักษาโรคให้กับชาวเลและนักท่องเที่ยวกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการ 10 พฤศจิกายน 2560 และ การขอความร่วมมือกับชาวเลและผู้ประกอบการในการอำนวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยวและการเป็นเจ้าบ้านที่ดีตลอดฤดูกาลท่องเที่ยวเพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว กลับมาเที่ยวซ้ำอีก โดยการพูดคุยดังกล่าวทั้งชาวเลและผู้ประกอบการเห็นด้วยกับแนวทางที่จะดำเนินการเพื่อจัดระเบียบเกาะหลีเป๊ะก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นนี้ พร้อมกันนี้ยังได้สำรวจทางเดินน้ำโดยรอบเกาะหลีเป๊ะเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนด้วย

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส ชมรมแทนคุณแผ่นดินเพื่อกีฬามวย จัดฝึกอบรมแม่ไม้มวยไทย สมานใจ ชาวใต้

นราธิวาส ชมรมแทนคุณแผ่นดินเพื่อกีฬามวย จัดฝึกอบรมแม่ไม้มวยไทย สมานใจ ชาวใต้
ภาพข่าว/ ประพันธ์ ฤทธิวงศ์
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 ที่โรงยิมโรงเรียนศรีวารินทร์ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส นายแวสะมะแ เจ๊ะหะ ปลัดอาวุโสอำเภอศรีสาคร ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิด โครงการฝึกอบรมแม่ไม้มวยไทย สมานใจชาวใต้
โดยมีนายซายิดขาน กุลามาหมัด ประธานชมรมแทนคุณแผ่นดินเพื่อกีฬามวย อดีต นักมวยสากลทีมชายไทย และแชมป์โลกมวยไทย กล่าวรายงาน โดยมี นายมาหะมะพิดรี วาแม ผู้ตรวจดารดรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร.อ.ขันท์ไชย ขุนฤทธิ์แก้ว ผบ.ร้อย ทพ. 4915 ร.ต.อ.อุสมาน เหมหมัด รอง สส.สภ.ศรีสาคร นายมะบอลี ปะดอ ผอ.โรงเรียนบ้านลาเวง อำเภอศรีสาคร นางสาวแก้วตา แสงสว่าง แสงสว่าง หรือมาดามมด ประธานกลุ่มแม่บ้านไทย- ฝรั่งเศล และนางปรีดานุ๙ บญผรักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ตำบลตะมะยูง อำเภอศรีสาคร เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีนายนายรินทร์ อูเซ็ง ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีวารินทร์ อำเภอศรีสาคร และคณะครูให้การต้อนรับ
สำหรับการจัดฝึกอบรมแม่ไม้มวยไทย สมานใจ ชาวใต้ มีนักเรียนเข้าร่วมกิ่จกรรม ประมาณ 630 คนจากโรงเรียนในพื้นที่อำเภอศรีสาคร จำนวน 12 โรงเรียน จัดให้มีกิจกรรมการแสดงการไหว้ครูมวยไทยโบราณ ของครูภาคภูมืเหมราช และการสาธิต ทักษะมวยไทย ขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งมวยอุปกรณ์ มวยไทยให้กับโรงเรียน
การจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยชมรมแทนคุณแผ่นดินเพื่อกีฬามวยไทยร่วมกับอำเภอศรีสาคร ได้จัดดำเนินการจัดกิจกรรม แม่ไม้มวยไทย สมานใจ ชาวใต้ เพื่อที่จะสานฝันให้กับเยาวชน ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอำเภอศรีสาคร เป็นอำเภอนำร่อง โดยมีวัตถภุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างและอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะประจำชาติ นำความรู้ที่ได้รับการอบรม มาพัฒนาต่อยอดให้กับโรงเรียนและชุมชน และเป็นตัวแทนของชมรมในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม แม่ไม้มวยไทย สามารถนำไปพัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้ ตนเองและครอบครัว ตลอดถึงเพื่อพัฒนาบุคลากรและนักกีฬามวยไทย ให้มีประสิทธิภาพ ในท้องถิ่นได้เห็นความสำคัญและประโยชน์ต่อไป

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่เปิดงานแถลงข่าว มิสแกรนด์ เตรียมความพร้อมสู่เวทีระดับโลกที่ประเทศเวียดนาม


กระบี่เปิดงานแถลงข่าว มิสแกรนด์ เตรียมความพร้อมสู่เวทีระดับโลกที่ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 25 กย 60 ณ โรงแรม เดอะเชลซี กระบี เปิดงานแถลงข่าว มิสแกรนด์ 2018 โดยมี นาย อภิชัย อรัญญิก ผอ.ททท.กระบี่ นายสาคร เกี่ยวข้อง อดีต สส พรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนทุกแขนงและประชาชนร่วมในงาน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคีกคักโดยมีกิจกรรมมากมายประกอบด้วยการเดินแบบของเด็กๆ รวมถึงการประมูลเสื้อเพื่อนำรายได้เข้าการกุศล ขณะที่คณะมิสแกรนด์ นำโดย น้องแพม เปมิกา ได้กล่าวสั้นๆว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาจังหวัดกระบี่อีกครั้ง และพร้อมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อคนไทยทั้งประเทสและชาวกระบี่ทุกคน จากนั้นในเวลาต่อมา(20.00)คณะมิสแกรนได้เดินทางมายังโรงแรมอ่าวนางคลิฟ บีช รีสอร์ทโดยมีนาย สาคร เกี่ยวข้อง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ให้การตอนรับซึ่งทางคณะของมีสแกรนยังได้กล่าวขอบคุณสำหรับทางโรงแรมฯที่ได้จัดเตรียมอาหารตอนรับครั้งนี้พร้อมพูดคุยแบบกันเอง ซึ่งบรรยากาศได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและเทศให้ความสนใจและขอเข้ามาถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก
สำหรับการประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2017 (Miss Grand Thailand 2017) ประกวดค้นหาสาวงามตัวแทนจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยเจ้าของมงกุฎได้แก่ "แพม-ปาเมล่า ปาสิเนตตี้" มิสแกรนด์กระบี่ ขณะที่รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ "นลิน-ฉัตร์ณลิณ โชติจิรวราฉัตร" มิสแกรนด์กำแพงเพชร, รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ "อาย-ศรุชา นิลจันทร์" มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์, รองชนะเลิศอันดับที่ 3 ได้แก่ "อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส" มิสแกรนด์จันทบุรี, รองชนะเลิศอันดับที่ 4 ได้แก่ "แป้งหอม-กมลรัตน์ ทานนท์" มิสแกรนด์ศรีสะเกษ ส่วนรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมได้แก่ชุดทุเรียนของจังหวัดจันทบุรี ...

สุมามาลย์ มรกตคันโธ และทีมข่าวกระแสใต้/รายงาน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส-ประชาชนชาวไทยและชาวไทยมุสลิมจำนวนมากมาต่อแถวเข้ารับบัตรคิว เพื่อลงทะเบียน “ จิตอาสาเฉพาะกิจ(+คลิป)

นราธิวาส-ประชาชนชาวไทยและชาวไทยมุสลิมจำนวนมากมาต่อแถวเข้ารับบัตรคิว เพื่อลงทะเบียน “ จิตอาสาเฉพาะกิจ

วันที่ 26 ก.ย. 60 ณ ที่ว่าการอำเภอเมือง จ.นราธิวาส มีเจ้าหน้าที่ทหาร ข้าราชการ พนักงาน และประชาชนจิตอาสา "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" ร่วมกันลงทะเบียน "จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ" โดยผู้สมัครสามารถเลือกประเภทของงานได้ตามความสมัครใจใน 8 ประเภท ได้แก่ งานดอกไม้จันทน์, งานประชาสัมพันธ์, งานโยธา, งานขนส่งเพื่อความปลอดภัยของประชาชน, งานบริการประชาชน, งานแพทย์, งานรักษาความปลอดภัย และงานจราจร
ซึ่งมีประชาชนชาวอำเภอเมืองนราธิวาส เดินทางมาลงทะเบียนตั้งแต่เช้า โดยเลือกประเภทงานที่ถนัด และรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 


สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้ง “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” ขึ้น เพื่อเป็นการรวมพลังความรักอันมีค่า รวมพลังน้ำใจ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะน้อมถวายแด่ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวก่อนเสด็จสู่สวรรคาลัย จากการสอบถามประชาชนที่เดินทางมาลงทะเบียนในวันนี้ กล่าวว่า ต เพื่อมารอรับบัตรคิวสมัครเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจฯ และการเป็นจิตอาสา ผมคิดไว้ว่าจะมาเป็นจิตอาสาในทุกๆวันไปจนเสร็จงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 ผมมาทำด้วยใจและเมื่อได้ทำแล้วรู้สึกปลื้มปิติ อิ่มอก อิ่มใจ ที่เราทำเพื่อในหลวง


ขณะที่กำลังพลหน่วยทหาร กองร้อย 151 ค่ากัลยาณิวัฒนา ตำบลกะลุวอ ทุกนายเลือกประเภทงานบริการประชาชนเพราะเป็นงานที่ถนัด และรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มาเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผู้สมัครจะได้รับสิ่งของพระราชทาน ได้แก่ หมวกแก๊ป ผ้าพันคอ เสื้อโปโลสีดำ และปลอกแขนประชาชนสามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2560 นี้ ระหว่างเวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอเมือง จ.นราธิวาส

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

พ่อค้า-แม่ค้าตลาดซิตี้ จ.กระบี่ พร้อมใจ ปรับตลาดรอบ 2 ดึง นทท.ไทย-เทศ เผยเพื่อเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัด




พ่อค้า-แม่ค้าตลาดซิตี้ จ.กระบี่ พร้อมใจ ปรับตลาดรอบ 2ดึง นทท.ไทย-เทศ 
 (วันนี้เมื่อเวลา 14.30 .วันที่ 24 .ย 60 ทีมข่าวกระแสใต้ ได้ลงพื้นที่ตลาดสดซิตี้ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ หลังทราบว่าพ่อค้าแม่ค้า ลงขันหางบประมาณกันเอง(ครั้งที่2)เพื่อปรับตลาดให้เป็นที่สนใจของ นทท.และ ปชช.ที่มาใช้สอย
ซึ่งบรรยากาศที่สดตลาดซิตี้ตำบลปากน้ำอำเภอเมืองจังหวัดกระบี่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ากำลังช่วยกันปรุงทางเท้าโดยใช้ปูนซีเมนต์ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ในตลาดสดให้ดูสวยงามมีพ่อค้าแม่ค้ากำลังช่วยกันอย่างหิ้วปูนเทปูน
ด้าน นาย สิทธิชัย รักไทย อายุ 42 ปี ปธ.ชมรม ตลาดซิตี้ เปิดเผยกับทีมข่าวกระแสใต้ว่า ตลาดแห่งนี้ตั้งมานานกว่า 18 ปี แล้วปัจจุบันมีแผงพ่อค้าแม่ค้าอยู่ 107 ร้าน ซึ่งเป็นธรรมดาที่บริเวณดั่งกล่าวจะเซื่อมโทรมตามกาลเวลา ทั้งนี้ทั้งนั้นตนและพ่อค้าแม่ค้าจึงได้มีความคิดเห็นตรงกันว่าน่าจะมีการปรับปรุงให้ตลาดซิตี้แห่งนี้ให้ดีขึ้นซึ่งครั้งนี้เป็นการเทปูนทางเท้า เนื่องจากเวลามีฝนตกมักจะมีน้ำท่วมขังส่งผลให้ผู้ที่เข้ามาซื้อของลำบาก หลังจากนั้นพ่อค้าแม่ค้าก็ได้ช่วยกันออกเงินโดยเบื้องต้นรวมกันได้ แสน กว่าบาทเพื่อจะดำเนินการปรับปรุงโดยเบื้องต้นได้ทำการเทพื้นปูนเพื่อตัดปัญหาน้ำท่วมขัง และในอนาคตยังมีแผนในการทำหลังคาเพิ่มเติมแต่ก็ต้องปรึกษาหารือกับพ่อค้าแม่ค้าว่าทำกันอย่างไรต่อไป

  ด้านนาย กรกฤษ บางเหลือง อายุ 52 ปี พ่อค้าผลไม้ กล่าวว่าการปรับปรุง
ตลาดซิตี้เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกกับผู้ที่มาซื้อของถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการก็สะดวกสบายหมดปัญหาเรื่องฝนตกน้ำท่วมและยังเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดอีกด้วย ซึ่งการรวมแรงร่วมใจครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 2โดยพ่อค้าแม่ค้าพร้อมใจกันมาช่วยกันแบบ 100 เปอร์เซ็น นายกรกฤษฯกล่าวกว่าบาทเพื่อจะดำเนินการปรับปรุงโดยเบื้องต้นได้ทำการเทพื้นปูนเพื่อตัดปัญหาน้ำท่วมขัง และในอนาคตยังมีแผนในการทำหลังคาเพิ่มเติมแต่ก็ต้องปรึกษาหารือกับพ่อค้าแม่ค้าว่าทำกันอย่างไรต่อไป
  ด้านนาย กรกฤษ บางเหลือง อายุ 52 ปี พ่อค้าผลไม้ กล่าวว่าการปรับปรุงตลาดซิตี้เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกกับผู้ที่มาซื้อของถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการก็สะดวกสบายหมดปัญหาเรื่องฝนตกน้ำท่วมและยังเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดอีกด้วย ซึ่งการรวมแรงร่วมใจครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 2โดยพ่อค้าแม่ค้าพร้อมใจกันมาช่วยกันแบบ 100 เปอร์เซ็น นายกรกฤษฯกล่าว



ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง ทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ-ผู้นำชุมชนสานโครงการจังหวัดเคลื่อนที่หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน

26 ก.ย 60 มัคคุเทศก์พลังงานอำเภอเทพากลุ่ม ศาสนา สังคม วัฒนธรรม การศึกษาและกีฬา นายสมาน แวสแลแม วศ.9 นายสัมพันธ์ ศิริพันธ์ วก.8 คณะทำงานกฟผ.โครงการเตรียมงานพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพาร่วมออกบูทจัดนิทรรศการให้ความรู้พร้อมห้องฉายหนัง แก่ประชาชนและเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรม "โครงการจังหวัดเคลื่อนที่หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน โดยภายในกิจกรรมมีการออกบูทให้ความรู้จากหน่วยงานราชการ หน่วยงานภาครัฐวิสาหกิจ การมอบทุนให้กับเด็กนักเรียนจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และทุนเด็กเรียนดีผู้มีรายได้น้อย พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุ วันนี้ได้รับเกียรติจากนายศักระ กปิลกาญจน์ ปลัดจังหวัดสงขลา เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยนายสนอง จันทร์รักษ์ นายอำเภอเทพา ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐวิสาหกิจ อบต.ทุกตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียนและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณโรงเรีียนชุมชนนิคมสร้างตนเองเทพา ม.3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

พบแหล่งท่องเที่ยวชมทะเลหมอกแห่งใหม่ กับบรรยากาศสุดฟิน รอชมแสงพระอาทิตย์ยามเช้า บนเทือกเขาวัดคอกช้าง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา

พบแหล่งท่องเที่ยวชมทะเลหมอกแห่งใหม่ กับบรรยากาศสุดฟิน รอชมแสงพระอาทิตย์ยามเช้า บนเทือกเขาวัดคอกช้าง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา
            ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลา ว่า ได้รับการประสานจากนายสุวรรณ ขุนอินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านคอกช้าง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ว่าขณะนี้ทางชาวบ้านในพื้นที่ได้ค้นพบสถานที่ท่องเที่ยว ชมทะเลหมอกแห่งใหม่ ที่อยู่เหนือภูเขา ภายในเขตวัดคอกช้าง  และมีการเดินทางไปสำรวจพื้นที่ พร้อมจะทำการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อีกแห่งหนึ่งจังหวัดยะลา
            ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อไปถ่ายภาพบรรยากาศ สถานที่ท่องเที่ยวตามที่ได้รับการแนะนำ โดยมี พระมหากรกฏ เขมะปัญโญ รักษาการเจ้าอาวาสวัดคอกช้าง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา พร้อมด้วย ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มชาวบ้าน เดินทางขึ้นไปร่วมสำรวจและแนะนำพื้นที่
            โดยการเดินทางนั้น จะต้องเดินเท้าจากวัดคอกช้าง ขึ้นไปบนภูเขาหลังวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ของวัดคอกช้าง ประมาณ 500 เมตร ซึ่งต้องเริ่มเดินทางตั้งแต่ช่วง 05.00 น.ของรุ่งเช้า ตามเส้นทางยังเป็นเส้นทางที่ถูกบุกเบิกใหม่ ระดับความชันของเนินเขาประมาณ 45 องศา เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่มีต้นไม้ธรรมชาติขึ้นอยู่เรียงราย และใช้เวลาในการเดินเท้าประมาณ 30 นาที ก็ถึงจุดชมวิว ทะเลหมอก
            ซึ่งในวันนี้ สภาพอากาศไม่เป็นใจเท่าใดนัก มีกลุ่มเมฆหมอกน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่สภาพอากาศที่เย็นสบาย และอากาศบริสุทธิ์ พร้อมด้วยวิวธรรมชาติ ที่มองเห็นสะพานข้ามเขื่อนบางลาง หรือ สะพานบ้านฆอแย ก็ทำให้การเดินทางมาในครั้งนี้หายเหนื่อยไปได้บ้าง
            ทั้งนี้ บริเวณจุดชมวิวนั้น กำลังที่จะได้รับการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ และสถานที่ เพื่อให้เหมาะแก่การรองรับนักท่องเที่ยว  กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
            พระมหากรกฏ เขมะปัญโญ รักษาการเจ้าอาวาสวัดคอกช้าง กล่าวว่า จุดชมวิวทะเลหมอกวัดคอกช้างแห่งนี้ ได้ถูกพบโดยพระลูกวัด ที่เดินทางขึ้นมาเพื่อจะปฏิบัติธรรม ก็ได้พบว่า ช่วงเช้าจะมีหมอกปกคลุมพื้นที่บ้านคอกช้าง และมีทัศนียภาพที่สวยงาม จึงได้ไปบอกกล่าวให้กับเจ้าอาวาส องค์เดิม ซึ่งปัจจุบัน มรณภาพไปแล้วได้รับทราบ จากนั้น อาตมาเอง ก็ได้สานต่อ โดยเชิญชวนชาวบ้านคอกช้าง ขึ้นมาดูบรรยากาศและสถานที่ เมื่อเห็นดังกล่าว ว่าน่าจะปรับเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ได้ จึงได้รับความร่วมมือจากทั้งชาวบ้านในพื้นที่ เทศบาลตำบลคอกช้าง เข้ามาช่วยกันปรับสถานที่เป็นการเบื้องต้น และถ่ายภาพเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ซึ่งหากในอนาคต มีนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางมาเที่ยวชม ก็สามารถที่จะพักแรม กางเต็นท์ พักผ่อนบนยอดเขา ณ.จุดชมวิวตรงนี้ได้ ตื่นเช้ามา ก็จะได้ชมแสงอาทิตย์ยามเช้าพร้อมกับทะเลหมอก  และหากมีการพัฒนาไปได้ก็จะสามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้คนในพื้นที่ต่อไป
            ทางด้านนายโสพล ขุนอินทร์ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลคอกช้าง ก็เปิดเผยว่า ทางเทศบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุน เพื่อพัฒนาสถานที่ดังกล่าวนี้ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถที่จะมาเที่ยวชมกันได้
            ขณะที่กลุ่มแม่บ้านคอกช้าง ซึ่งเดินทางไปชมทะเลหมอกในครั้งนี้ ก็กล่าวว่า หลังจากทราบว่าจุดชมทะเลหมอกในหมู่บ้าน ก็ได้เดินทางขึ้นมาชมบรรยากาศที่นี้แล้วถึง ครั้ง บางวันมีหมอกหนา อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การมาเที่ยวชมและพักผ่อนเป็นอย่างมาก และอยากเชิญชวนให้ผู้คนในพื้นที่ และใกล้เคียงเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อชมบรรยากาศและความสวยงาม ณ ที่แห่งนี้
            ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวท่านใดจะเดินทางไปเที่ยวชมทะเลหมอกวัดคอกช้าง ซึ่งอยู่ในช่วงที่กำลังบุกเบิกและพัฒนาพื้นที่ ก็สามารถที่จะติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดดังกล่าวไปได้ที่นายสุวรรณ ขุนอินทร์ ผู้ใหญ่บ้านคอกช้าง หมายเลขโทรศัพท์ 0849647646
            ซึ่งทะเลหมอกวัดคอกช้าง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา นั้น สามารถจะเดินทางจากตัวอำเภอเมืองยะลา ไปตามเส้นทางสาย 410 ยะลา – เบตง จนถึงตลาดบ้านคอกช้าง ระยะทางประมาณ  80 กิโลเมตร และใช้เส้นทางลัดที่จะไปอำเภอเบตง เดินทางต่อไปยังวัดคอกช้าง  ซึ่งทางวัดคอกช้าง มีสถานที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวติดต่อจองที่พัก เพื่อจะเดินทางขึ้นไปชมทะเลหมอก ในยามเช้าได้/.
ภาพ-ข่าว/เอกรักษ์ ศรีรุ่ง-รายงาน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...