• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ระดมทุนจากการร่วมบริจาคภาคประชาสังคมเกือบ 500,000 บาท จัดโครงการ รินน้ำใจสู่เด็กกำพร้า ซับน้ำตาในวันอีดิลอัฏฮา ครั้งที่ 2

อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ระดมทุนจากการร่วมบริจาคภาคประชาสังคมเกือบ 500,000 บาท จัดโครงการ รินน้ำใจสู่เด็กกำพร้า ซับน้ำตาในวันอีดิลอัฏฮา ครั้งที่ 2 มอบทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กยากจนในพื้นที่ เพื่อต้อนรับวันฮารีรายอ อีดิลอัฏฮา ประจำปี ฮิจเราะห์ ศักราช 1438

   วันที่ 31 ส.ค. ณ หอประชุม อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส นายสุรพร พร้อมมูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรินน้ำใจสู่เด็กกำพร้า ซับน้ำตาในวันอีอิลอัฏฮา ครั้งที่ 2 พร้อมมอบทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กยากจนในพื้น อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส จำนวน 492 ราย โดยมีนายยาลา ใบกาเด็ม นายอำเภอยี่งอ กูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายซาฟีอีน เจะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส นายกสมาคมโรงเรียนเอกชน จ.นราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ นายกเทศมนตรีตำบลยี่งอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยานกว่า 200 คน
 นายยาลา ใบกาเด็ม นายอำเภอยี่งอ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมมอบทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กยากจนในพื้นที่ อ.ยี่งอ ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 โดยมอบทุนให้กับเด็กกำพร้าและเด็กยากจนให้รายละ 1,000 บาท พร้อมชุดเสื้อ เป็นเงิน 492,000 บาท เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กยากจนในพื้นที่ อ.ยี่งอ จำนวน 492 คน จาก 6 ตำบล ประกอบด้วย ต.จอเบาะ จำนวน 82 คน ต.ยี่งอ จำนวน 86 คน ต.ลูโบ๊ะบือซา จำนวน 59 คน ต.ลูโบ๊ะบายะ จำนวน 59 คน ต.ตะปอเยาะ จำนวน 98 คน และ ต.ละหาร จำนวน 108 คน ทั้งนี้ ในส่วนของตำบลละหาร มีเด็กกำพร้าที่นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 7 คน
 ในส่วนของการระดมทุน จำนวน 492,000 บาท นั้น ได้มาจากการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ การจำหน่ายเสื้อ การเดินวิ่งการกุศล การจัดกิจกรรมจิบน้ำชา และบางส่วนยังได้รับการบริจาคจากภคส่วนต่างๆทั้งผู้นำศาสนา ผู้ท้องที่ พ่อค้า ประชาชน และโรงเรียนเอกชน โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้เด็กกำพร้าและเด็กยากจนในพื้นที่ได้มีโอกาสนำเงินที่ทางอำเภอได้มอบให้ไปใช้ในการร่วมต้อนรับวันอันสำคัญ คือ วันฮารีรายออีดิลอัฏฮา ซึ่งจะเกิดขึ้นพร้อมๆกันทั่วโลกในวันที่ 1 กันยายน 2560 และครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา ทางอำเภอได้จัดกิจกรรม รินน้ำใจสู่เด็กกำพร้า ซับน้ำตาในวันอีดิลฟิตรี ซึ่งเป็นวันฮารีรายอหลังชาวมุสลิมถือศิลอดในเดือนรอมฏอน นาน 1 เดือน ในช่วงวันที่ 25 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา
 โดยการจัดกิจกรรมมอบทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กยากจนในครั้งที่ 3 และ 4 จะมีขึ้นในช่วงเดือนรอมฏอน ปี 2561 ที่จะมาถึงนี้
               ด้านตัวแทนเด็กกำพร้ารายหนึ่ง กล่าวขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีที่จัดกิจกรรมดีๆเช่นนี้ และไม่ทอดทิ้งเด็กกำพร้าและเด็กยากจนให้เป็นภาระของสังคม อีกทั้งยังขอให้เด็กกำพร้าและเด็กยากจนที่ได้มารับทุนในครั้งนี้ขอให้ทุกคนเป็นคนดีของสังคม ไม่เป็นภาระให้กับแผ่นดิน อีกทั้งต้องดำความดีเพื่อตอบแทนบุญคุณของสังคมและแผ่นดินเกิดในอนาคตต่อไป.

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองหลังใหม่

นิตยา แสงมณี / สตูล-รายงาน
สตูล รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองหลังใหม่
         วันที่31ส.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.ต.ต. นิติพงษ์ เนียมน้อย รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นประธานในการเปิดอาคารที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง จ.สตูล โดยมีพ.ต.อ.ภูวสิษฎ์ เมฆี ผกก.ตรวจคนเข้าเมือง กล่าวรายงาน นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผวจ.และผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ โดยที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นอาคารใหม่แทนหลังเก่าที่ก่อสร้างมานานอายุการใช้งาน 38 ปีซึ่งอาคารเก่าเป็นอาคารไม้ที่ทรุดโทรมไม่สะดวกต่อการให้บริการประชาชน โดยอาคารหลังใหม่นั้นเป็นตึกสี่ชั้น งบประมาณ 17 ล้านบาท ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถ.บุรีวานิช อ.เมือง จ.สตูล
       ซึ่งด่านตรวจคนเข้าเมืองจ.สตูล มีเขตรับผิดชอบ 2 จังหวัดคือ จ.สตูล และจ.พัทลุง ช่องทางอนุญาติทางน้ำประกอบด้วย บริเวณเขตท่าเทียบเรือตำมะลัง ท่าเรือเจ๊ะบิลัง ทำเลจอดเรือรอบเกาะหลีเป๊ะ และช่องทางอนุญาติทางบก มีเส้นทางจากพรมแดนถึงที่ตั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองควนโดน การเปิดอาคารดังกล่าว มีพิธีทางสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ด่านตม.สตูล ซึ่งหลังจากเปิดแพรคลุมป้าย รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องแรงงานต่างด้าวว่า ขอให้นายจ้างได้นำแรงงานต่างด้าวมาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง เพราะการขึ้นทะเบียนถือเป็นการควบคุมแรงงาน ได้ทราบจำนวนที่ถูกต้องซึ่งนอกจากนำมาขึ้นทะเบียนแล้วก็อยากให้ดูแลในเรื่องของค่าแรงให้ความเป็นธรรมแก่ลูกจ้างด้วย
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ตำรวจภาค8 และตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ แถลงข่าวจับกุม ผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า ยาไอซ์ มูลลค่ากว่า 100 ล้านบาท

ตำรวจภาค8 และตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ แถลงข่าวจับกุม  ผู้ต้องหา   พร้อมของกลางยาบ้า ยาไอซ์   มูลลค่ากว่า 100 ล้านบาท 
              เมื่อเวลา 11.00 น   วันนี้ (31 สิงหาคม  2560 )ที่ห้องประชุมพิทักษ์กระบี่ ตำรวจภูธรจังหวัดพล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบช.ฯ,พล.ต.ต.ชินรัตน์ ฤทธาคณานนท์ ผบก.สส.ฯ,พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผบก.ภ.จว.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ แถลงข่าวการจับกุม ตัว นายสมพร ราชพิบูลย์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 หมู่ 8 ตำบลพล่วงพรมนคร อำเภอเคียนซา  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าจำนวน 243 มัด จำนวนประมาณ 486,000 เม็ด  ยาไอซ์ประมาณ 10 กิโลกรัม   มูลค่า100 ล้าน พร้อมยึดทรัพย์สิน  โทรศัพท์ มือถือจำนวน 3 เครื่อง รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส  สีเทา  หมายเลขทะเบียน กจ -4762 ตรัง สถานที่เกิดเหตุ    ที่จับกุมเป็นบ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 7 ตำบลหนองทะเล  อำเภอเมือง  จังหวัดกระบี่
    โดยพฤติการณ์ก่อนการจับกุมตัวของคนร้าย ในคดีนี้  เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม  ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาพื้นที่อำเภอปลายพระยา จ.กระบี่   จากการสอบสวนขยายผล   ผู้ต้องดังกล่าวรับว่าซื้อยามาจากนายสมพร ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในพื้นมี่อำเภอเมืองกระบี่    เจ้าหน้าที่จึงๆได้นำตัวผู้ต้องหาดังกล่าว เดินทางมายังบ้านพักของนายสมพร  ฯ   พบนายสมพร   ราชพิบูลยืนอยู่ที่หน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวจับกุม นายสมพร พร้อมสอบถามเรื่องยาเสพติด  นายสมพร  ยอมรับว่า  ยังมียาซุกซ่อนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง โดยตนเองเก็บรักษาไว้ที่บ้านเช่าในหมู่ที่ 7 ตำบลหนองทะเล   อำเภอเมือง   จังหวัดกระบี่   เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจยึดยาบ้าทั้งหมด ได้ 243 มัดรวม 486,000เม็ด   ยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม    วางอยู่ในห้องนอนจึงได้ทำการตรวจยึดและจับกุ ตัว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา   มียาประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์)ไว้ในครอบครอง ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ .อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข้อมูลภาพ/ข่าว/กระบี่
ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กฟผ. ยืนยัน รายงาน EHIA โครงการเทพา ทำทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย

กฟผ. ยืนยัน รายงาน EHIA โครงการเทพา ทำทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย

          กฟผ. ย้ำโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ทำตามแผน PDP2015 และมติ ครม. ที่เห็นชอบตั้งแต่ปี 2555 และใช้เวลาศึกษา รวมถึงพิจารณารายงาน EHIA โดย คชก. อย่างรอบคอบรวมเกือบ 3 ปี ทั้งนี้ ยังต้องให้ กก.วล. และ ครม. พิจารณาอนุมัติโครงการจึงจะเริ่มก่อสร้างได้
นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าเทพา จังหวัดสงขลา เป็นโครงการที่เกิดขึ้นตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558 – 2579 (PDP2015) เพื่อแก้ปัญหาความไม่มั่นคงระบบไฟฟ้าในภาคใต้ที่ปัจจุบันยังต้องพึ่งพาการส่งไฟฟ้าจากภาคกลาง โดยมี กฟผ. เป็นผู้รับผิดชอบศึกษาโครงการตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555
โฆษก กฟผ. กล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่ กฟผ. ได้รับมอบหมายให้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ได้มีการลงพื้นที่ให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระตุ้นให้คนในชุมชนใช้สิทธิ์แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีในหลายช่องทาง สำหรับในขั้นตอนการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) นั้น กฟผ. ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งชาวจังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดปัตตานี ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำ EHIA ตั้งแต่ต้น และจัดเวทีให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างโปร่งใสทั้งจากผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พร้อมรับทุกข้อห่วงกังวลมาปรับปรุงเพื่อพัฒนาโครงการร่วมกัน ข้อคิดเห็นและข้อวิตกกังวลทุกประเด็น ได้ถูกบันทึกและรวบรวมเป็นมาตรการเพื่อลดความวิตกกังวลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
          ทั้งนี้ กฟผ. ใช้เวลาในการศึกษาและจัดทำรายงาน EHIA ประมาณ 1 ปี จากนั้นคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ได้ใช้เวลาในการพิจารณารายงาน EHIA อย่างรอบคอบอีกถึง 1 ปี 10 เดือน รวมเป็นเวลาเกือบ 3 ปี คชก. จึงได้พิจารณาเห็นว่าข้อมูลในรายงานฉบับดังกล่าวมีความครบถ้วน ซึ่งจากนี้จะได้มีการนำรายงานฉบับสมบูรณ์เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) อีกครั้ง ก่อนจะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม. ตามขั้นตอนต่อไป
“กฟผ. เลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินการของโรงไฟฟ้าเทพาเป็นไปตามมาตรการติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในรายงาน EHIA ฉบับสมบูรณ์ ที่เปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ที่ www.egat.co.th โดย กฟผ. ต้องรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุก 6 เดือน รวมถึงเปิดให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นภาคีในการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าอีกทางหนึ่งด้วย จึงมั่นใจได้ว่า กฟผ. จะดูแลให้โรงไฟฟ้าเทพาเป็นมิตรกับชุมชนอย่างแท้จริง” โฆษก กฟผ. กล่าว

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่-เมียฉุนขาดชัก .38 จ่อยิงผัวพลทหารดับอนาถคาบ้าน จนท.เร่งหาสาเหตุ



เมียฉุนขาดชัก .38 จ่อยิงผัวพลทหารดับอนาถ จนท.เร่งหาสาเหตุ

วันนี้ (30 ส.ค. 60)เมื่อเวลา 14.00 น.ร.ต.อ ธีรยุทธิ์ เชื้อจักร พนง.สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ได้รับแจ้งเหตุเมียยิงผัวเสียชีวิตที่ บริเวณ ถ. อ่าวลึก พระแสง บ้านเลขที่ 3 ม.1ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ปลายพระยา ที่บ้านเลขที่ หลังจากได้รับแจ้งพร้อมด้วยกู้ชีพ รพ.ปลายพระยา จ.กระบี่ รุดไปตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม่ชั้นเดียว บริเวณหลังบ้านพบศพชายนอนเสียชีวิตจมกองเลือดส่งกลิ่นฟุ้งบริเวณหลังบ้านที่เกิดเหตุสภาพศพมือขวากุมศรีษะ ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงยืนขายาว ด้านแขนขวามีรอยสัก ถูกยิงด้วยอาวุธปืน .38 เข้าที่ศรีษะ 1 นัด  ทราบชื่อภายหลังคือนาย สุธรรม แซ่หล้อย (ดอย) อายุ 21 ปี

     จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเป็นพลทหาร แห่งหนึ่งและได้ลากลับมาบ้านก่อนจะมีปากเสียงกับภรรยา(ขอสงวนนาม) พร้อมให้การกับ จนท.ว่าตนเป็นคนยิงสามีและยังไม่พร้อมให้การใดๆ

    ถามชาวบ้านทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงทะเลาะกันเสียงดังอย่างรุนแรงก่อนจะได้ยินเสียงปืน 1 นัดดังขึ้น เบื้อต้นเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานเพื่อติดตามคดีนี้ต่อไป
ขอบคุณภาพ/ กู้ชีพ รพ.ปลายพระยา จ.กระบี่
นัฐ ศรีปล้อง-รายงาน

 

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

เลขาธิการ ศอ.บต. ยืนยัน 2 ผู้บริหารระดับสูง ศอ.บต. ที่ปรากฏชื่อมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ตรวจสอบแล้ว

เลขาธิการ ศอ.บต. ยืนยัน 2 ผู้บริหารระดับสูง ศอ.บต. ที่ปรากฏชื่อมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ถูกกลั่นแกล้ง ตรวจสอบแล้วไม่พบพฤติกรรมตามที่มีการร้องเรียน  

จากกรณี เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา  ได้มีหนังสือร้องเรียน ส่งไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลา เพื่อส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา  เรื่อง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม  โดยมีข้อความในหนังสือ ว่า  กราบเรียน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ที่เคารพอย่างสูง  ด้วยมีข้าราชการหญิงของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้รับความเดือดร้อน จากการกระทำที่ไม่เหมาะสมของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ของ ศอ.บต. (ระบุตำแหน่ง ในหนังสือ) มีการลวนลามทำกริยาหมาหยอกไก่ ชอบเอาข้าราชการหญิงไปประดับบารมี และมีการซื้อบริการจากลูกจ้าง ซึ่งมีการข่มขู่และจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ เช่น (ระบุชื่อ และตำแหน่ง  จำนวน 2 คน)  เอาลูกจ้างหญิงในสำนักงานไปเป็นเมียน้อย  นอกจากนี้ล่าสุด  ในการประชุมนอกสถานที่ ที่ อ.ละงู จ.สตูล เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 และที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช  เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560  ในการประชุมนอกสถานที่ ทั้งสองครั้ง มีนาย (ระบุชื่อ และตำแหน่ง จำนวน 2 คน) ได้กระทำเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม คือ มีการบังคับให้ข้าราชการหญิงของ ศอ.บต. ไปนั่งดื่มเบียร์ด้วย ท่ามกลางข้าราชการที่เป็นมุสลิมเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ขัดหลักศาสนา  และมีการสั่งให้ไปพบที่ห้องนอนของทั้งสองคน  หลังเลิกงานเลี้ยง โดยได้ข่มขู่ว่าถ้าไม่ไปจะเลิกจ้าง ไม่ให้ทำงานอีกต่อไป 
                ในหนังสือยังระบุอีกว่า การกระทำทั้งหมดที่กล่าวมา นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อข้าราชการหญิง และผิดต่อหลักศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม  ทั้งเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ที่ไม่ถูกต้อง  มีการนำงบประมาณของทางราชการไปใช้แบบไม่ถูกต้อง ฟุ่มเฟือย  มีการจัดประชุมที่โรงแรมต่างๆ เฉลี่ยเดือนละสาม สี่ครั้ง เพื่อเบิกค่าอาหารและค่าโรงแรมเกินความจริง มีการนำรถยนต์ราชการไปใช้ส่วนตั  จึงขอร้องเรียนให้ท่านได้กรุณาดำเนินการช่วยเหลือด้วย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเป็นที่ถูกต้องต่อการทำงานด้วย  โดยมีการลงท้ายในหนังสือด้วยข้อความ ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง  ข้าราชการหญิงของ ศอ.บต.   ซึ่งหนังสือดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 28สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
                ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 29  สิงหาคม 2560  เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)  นายศุภณัฐ  สิรันทวิเนติ  เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวดังกล่าวออกทางสื่อมวลชน ตนเองขอชี้แจงว่า หนังสือดังกล่าวเป็นบัตรสนเท่ห์ ไม่มีการลงชื่อผู้ร้องเรียน โดยหนังสือดังกล่าวมีการกล่าวอ้างถึงผู้บริหาร ศอ.บต. 2 ท่าน ว่า มีประเด็นเรื่องชู้สาว  ประเด็นที่สองคือ การให้ลูกจ้างที่เป็นชาวไทยมุสลิมดื่มเครื่องดื่มของมึนเมา ในการประชุมที่ อ.ขนอม  ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว ได้มีการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผู้ที่ถูกกล่าวอ้างก็ให้ข้อมูลว่าไม่เป็นความจริง คือท่านแรกที่ถูกร้องว่าบังคับให้เด็กมุสลิมดื่มเหล้า และมีการลวนลาม บังคับขู่เข็ญว่าจะย้ายออกจากงาน ก็ไม่เป็นความจริง  ตนเองอยากเรียนว่า ศอ.บต. คือหน่วยงานหลัก ที่จะต้องทำความเข้าใจ ที่นี่มีการอบรมข้าราชการทุกปี ข้าราชการที่ย้ายมาใหม่ หรือมาบรรจุใหม่ ก้จะต้องมาอบรมที่นี่ทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้มีการสร้างเงื่อนไข  เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น การร้องเรียนตามบัตรสนเท่ห์นั้น เป็นการใส่ร้ายกันมากกว่า
                “ส่วนเรื่องที่อ้างว่า ผู้บริหารทั้ง 2 ท่าน มีพฤติกรรม มีภรรยาน้อย ก็ไม่เป็นเรื่องจริง บัตรสนเทห์ดังกล่าว ถูกส่งไปยังจังหวัดยะลา  ซึ่งตามปกติ เรื่องบัตรสนเท่ห์ จะไม่ให้ความสนใจเท่าไหร่ เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นการกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายป้ายสีกัน   ส่วนใหญ่จะฉีกทิ้ง เว้นแต่ผู้ที่รับร้องเรียนเห็นว่า เหตุผลร้องเรียนนั้นมีความเป็นไปได้ แต่ผู้ร้องไม่ลงชื่อ เพราะกลัวอิทธิพล จึงจะรับพิจารณา แต่กรณีนี้ เป็นการร้องเรียนลอยลอยมากลั่นแกล้ง ทำให้ข้าราชการดีๆ เสียกำลังใจมาก  เพราะต้องเสียเวลาในการทำงาน ที่จะต้องมาแก้ข่าวว่าไม่เป็นความจริง  กรณีที่เกิดขึ้น ตนเองได้มีการสอบถาม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ทุกคนที่ไปในครั้งนั้น ทุกคนยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น จึงเชื่อว่าคนที่ร้องเรียนผ่านบัตรสนเท่ห์ คงมีความไม่พอใจส่วนตัว  ตนเองขอยืนยันว่า ทั้งสองท่านที่มีชื่อในบัตรสนเท่ห์นั้น ไม่มีพฤติกรรมตามที่ถูกใส่ร้ายแต่อย่างใด  อย่างกรณีมีการร้องเรียนว่า ออกจากขนอม ไปสตูล ก็พบว่า ผู้ถูกร้องเรียนก็ไม่ได้เดินทางไป จึงทำให้เชื่อว่าเป็นการใส่ร้ายกันมากกว่า เจตนาให้เกิดความไขว้เขว่ เสียกำลังใจกันมากกว่า หลังเกิดเหตุ ทั้งสองท่านก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากตนเองได้มีการสอบข้อมูลทั้งทางลับ และสอบทางเปิดเผย ก็ยืนยันว่าทั้งสองท่านไม่ได้มีพฤติกรรม ตามที่บัตรสนเท่ห์ใส่ร้ายแต่อย่างใด ไม่เป็นความจริง  ทั้งนี้ในเรื่องดังกล่าว ก็ถือว่า ได้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นไปแล้ว ไม่พบข้อมูลความผิดแต่อย่างใด  แต่อย่างไรก็ตาม หากผู้บังคับบัญชา ต้องการให้สอบข้อเท็จจริงใหม่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสอง ก็ยินดีที่จะให้สอบข้อเท็จจริงอีกครั้งเลขา ศอ.บต. กล่าว/. 

เอกรักษ์ ศรีรุ่ง-รายงาน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2560

นราธิวาส คนร้ายเหิมเกริมขว้างระเบิดใส่ป้อมจุดตรวจ รือเสาะ หวังปลิดชีพ จนท.(+คลิป)

นราธิวาส คนร้ายเหิมเกริมขว้างระเบิดใส่ป้อมจุดตรวจ รือเสาะ โชคดีไร้คนเจ็บ
ภาพข่าว/ประพันธ์  ฤทธิวงศ์
     เมื่อเวลา 12.00 น. ( 29 ส.ค. 60 ) ร.ต.อ.อุทัย  พันธ์ทอง  รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.รือเสาะ รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นในป้อมจุดตรวจตาหยง ในพื้นที่ ม.2 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ด้านหน้าบ้านพักของนายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ทำให้จุดตรวจและบ้านเช่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหาย โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จรัส  เส็มสัน  ผกก. สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.ณรงค์  ทองขาว รอง ผกก.(ป) สภ.รือเสาะ และ พ.อ.พิสิษฐ์  ชาญเลขา ผบ.ทพ.46 เข้าตรวจสอบและ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
               เบื้องต้นพบเป็นระเบิดขว้าง ที่คนร้ายขว้างมาจากด้านหลัง โดยเจ้าหน้าที่เตรียมตรวจสอบบริเวณเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
          สำหรับระเบิดขว้างที่คนร้ายใช้ขว้างครั้งนี้ทำให้หลังคาของป้อมจุดตรวจได้รับความเสียหาย และหลังบ้านเช่าที่ติดกับป้อมจุดตรวจได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ
          ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

.เทศบาลนครภูเก็ตจับมือกับผู้ว่าฯนำมวลชน ร่วมพัฒนา ทำความสะอาดBig cleaning day

เมืองจะสะอาด...อยู่ที่ผู้นำที่ดี ..เทศบาลเมืองนครภูเก็ตจับมือกับผู้ว่านำมวลชน ร่วมพัฒนา ทำความสะอาดBig cleaning day รอบอาคารเก่าเเก่ สะพานหิน

วันนี้ (29 ส.ค. 60) ที่บริเวณอาคารลัคกี้คอมเพล็กซ์ สวนสาธารณะสะพานหิน นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม Big Cleaning Day โครงการภูเก็ตสวยด้วยมือและในของเรา “ Keep Phuekt by our hands and heart” ภายใต้โครงการการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายธวัชชัย ทองมั่ง ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต , องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พนักงานของส่วนราชการต่าง ๆ และประชาชนเข้าร่วม
นายธวัชชัย กล่าวว่า เทศบาลนครภูเก็ต ได้ให้ความสำคัญเรื่องการจัดขยะมูลฝอยกำลังเป็นปัญหาในภาพรวมของประเทศ รวมถึงการดูแลรักษาความสะอาดของบ้านเมือง
กิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย การกวาด การเก็บขยะมูลฝอย การล้างถนน การตัดแต่งต้นไม้ เพื่อความสะอาด สวยงามของบริเวณดังกล่าว
ชัยมงคล สุวรรณวงศ์-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

โครงการก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชน ออกหน่วยให้บริการโครงการแว่นแก้ว จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สิงหาคม 2560 โครงการก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชน (อค-สช.) ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) และบริษัท หอแว่น กรุ๊ป จำกัด ออกหน่วยให้บริการโครงการแว่นแก้ว หน่วยที่ 424 เพื่อให้บริการตรวจสายตาประกอบแว่นแก่ประชาชนที่มีปัญหาด้านสายตา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในพื้นที่งานก่อสร้างสายส่ง 500 kV สุราษฎร์ธานี 2-ภูเก็ต 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันตกและภาคใต้ เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยมีนายธนิก กิจเวชวิสุทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะปาน เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนายภราดร ธรรมประพัทธ์ วิศวกรระดับ 11 ฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ (อปต.) พร้อมผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. จาก อปต. ฝ่ายกิจการสังคม ฝ่ายสื่อสารองค์การ เข้าร่วมกิจกรรม และเป็นผู้แทน กฟผ. มอบชุดยาปฐมพยาบาล กฟผ. ให้กับชุมชนในตำบลตะปานทั้ง 5 หมู่บ้าน ณ ศาลาอเนกประสงค์ชุมชน หมู่ที่ 1 บ้านปลายคลอง ตำบลตะปาน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ อค-สช. ยังได้มอบเงิน จำนวน 13,000 บาท เพื่อร่วมสนับสนุนดซื้ออุปกรณ์กีฬาให้กับชุมชน หมู่ที่ 14 บ้านสายวารี ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายนิพล เชาะปลอด ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับมอบ และมอบเงินสนับสนุน จำนวน 30,000 บาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการศึกษาให้กับโรงเรียนบ้านหน้าเขาใต้ร่มเย็น 1 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูล ขนมทองพับสูตรใหม่ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรอินทรีย์มะนัง นำผักและผลไม้พื้นถิ่น มาสร้างสีสัน(+คลิป)

นิตยา แสงมณี // สตูล-รายงาน
สตูล ขนมทองพับสูตรใหม่ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรอินทรีย์มะนัง นำผักและผลไม้พื้นถิ่น มาสร้างสีสันให้น่ากิน อร่อย มีประโยชน์
         วันที่ 28ส.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม่บ้านเกษตรอินทรีย์ ศูนย์วิสาหกิจชุมชน บ้านผัง8 ต.นิคมพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล นำพืชผักพื้นบ้านซึ่งเป็นพืชผักที่ได้จากการทำเกษตรอินทรีย์มาผสมลงในขนมทองพับเพื่อสร้างสีสันให้มีความสดใส แถมมีกลิ่นและรสชาดที่อร่อยไม่เหมือนที่อื่นมีคุณค่าทางโภชนาการและเป็นที่สนใจแก่นักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้
         น.ส.รัตนพร ทาแดง แม่บ้านเกษตรอินทรีย์ฯ บอกว่าการนำผักพื้นบ้านซึ่งเป็นผักเกษตรอินทรีย์มาผสมในขนมนั้นเริ่มทำตั้งแต่ปี59 ผลตอบรับค่อนข้างดีเพราะสีสันสดใสมีความแปลกและที่สำคัยรสชาดอร่อยทำให้เป็นที่ต้องการของลูกค้า มีคุณค่าทางอาหารโดยเฉพาะเด็กที่ไม่ชอบกินผักเมื่อนำมาใส่ในขนมเด็กจะชอบกินมากขึ้น โดยผักและผลไม้ที่นำมาใส่ จะมีผลไม้ตามฤดูกาลเช่นกล้วย จำปาดะ แก้วมังกร ฟักข้าว และผักเหลียง โดยเฉพาะผักเหลียงถือเป็นราชินีผักพื้นบ้านเลยทีเดียวมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตาถือว่ามีประโยชน์มาก ส่วนจำปาดะให้กลิ่นหอมแปลกจากรสชาดอื่นๆในช่วงนี้จึงได้รับความนิยมเป็นพิเศษ หลังจากนั้นพืชผักมาผสมในขนมทองพับมีการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างมากมีการสั่งทำกันมากในช่วงนี้ ส่วนผักเหลียงเด็กจะชอบกินเพราะคิดว่าเป็นสาหร่ายซึ่งถือเป็นการกระตุ้นให้เด็กได้กินผักมากขึ้นสำหรับผักที่ใส่แต่ละชนิดก็ให้สีแตกต่างกัน เช่นผักเหลียงให้สีเขียว ฟักข้าวให้สีส้ม กล้วยสีเหลืองอ่อน จำปาดะเหลืองแก่ แก้วมังกรจะให้สีชมพูเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติล้วนๆ
         ด้านด.ญ.ภิญญดา เมืองปาน นักเรียนชั้นป.4 ร.ร.อนุบาลมะนัง อ.มะนัง กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เรียนรู้การทำขนมทองพับสูตรผสมผักพื้นบ้านผลไม้พื้นถิ่น โดยเฉพาะพืชผักที่เป็นเกษตรอินทรีย์ เพราะนอกจากได้สีสันสดใสของขนมแล้วยังมีประโยชน์มีคุณค่าสำหรับผู้บริโภค และในส่วนของตนยังมีรายได้เสริมระหว่างเรียนอีกด้วย

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นายอำเภอสุไหงปาดีเปิดบ้านพักจิบน้ำชายามเช้า ร่วมกับเยาวชนโครงการอิสลามวิถี คืนคนดีสู่สังคม(+คลิป)

         นายอำเภอสุไหงปาดีเปิดบ้านพักจิบน้ำชายามเช้า ร่วมกับเยาวชนโครงการอิสลามวิถี คืนคนดีสู่สังคม 29 ส.ค.60 นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี เปิดบ้านพักนายอำเภอให้เยาวชนที่เข้าอบรมโครงการอิสลามวิถี คืนคนดีสู่สังคมร่วมกิจกรรมจิบน้ำชายามเช้า เพื่อพบปะ พร้อมให้กำลังใจเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยขอให้ยึดศาสนามาสร้างเข้มแข็งให้กับจิตใจเพื่อต่อสู้และเอาชนะยาเสพติด เพื่อกลับมาสร้างคุณประโยชน์ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยมี นายชัยเจริญ มูสิกิ้ม หัวหน้าฝ่ายอำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส นางธิวาพร กาญจนกิติกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมกิจกรรม
           สำหรับโครงการอิสลามวิถี คืนคนดีสู่สังคม เป็นโครงการที่อำเภอสุไหงปาดีจัดขึ้น โดยนำกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งกลุ่มเสพและกลุ่มเสี่ยงจำนวน50 คน มาเข้าค่ายรับการฝึกอบรมทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในกระบวนการบำบัดผู้ติดยาเสพติดและการให้ความรู้เกี่ยวกับโทษและผลกระทบจากยาเสพติดแบบเข้ม สร้างหมู่บ้านจำลองที่เชื่อมโยงกับบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม พร้อมนำกฎเหล็ก 13 ข้อตามหลักศาสนาอิสลามมาเป็นแกนหลักเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายให้นำหลักคำสอนทางศาสนามายึดเหนี่ยวจิตใจให้อยู่ห่างไกลยาเสพติดและเป็นคนดีของสังคม เพื่อให้ได้ผลบุญอันประเสริฐจากองค์ศาสดา อีกทั้งมีการขยายผลด้วยการนำผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปศึกษาเรียนรู้การสร้างงาน สร้างอาชีพ อาทิ ช่างตัดผม ช่างเชื่อม ช่างเฟอร์นิเจอร์ ช่างไฟฟ้า ช่างแอร์ และช่างยนต์ ซึ่งตลาดแรงงานยังเปิดกว้างทั้งในและนอกพื้นที่ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้นำไปใช้ประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวต่อไปได้อย่างยั่งยืน
         ทางด้าน นายตอลา โซ๊ะโก ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ทางนายอำเภอท่านนี้ได้จัดให้มีโครงการอิสลามวิถี คืนคนดีสู่สังคมในครั้งนี้ทำให้ผู้ปกครองที่มีความเครียดเกี่ยวกับลูกๆมันเป็นยังไงบ้างท่านหัวหน้าส่วนหลายๆท่านยังไม่เคยมีลูกที่ติดยานะครับท่านอาจจะไม่รู้สึกว่ามีความเครียดแบบไหนความเครียดยังไงแต่ผมได้ประสบกับตัวเองมาแล้วไม่ทราบจะพึ่งใครนะครับผมไม่ทราบจะไปขอความช่วยเหลือจากใครได้พอดีนายอำเภอท่านนี้นะครับได้จัดให้มีโครงการนี้ผมดีใจมากนะครับที่ได้เห็นลูกชายผมและลูกๆของเพื่อนบ้านอีกหลายๆคนได้กลับมาสู่อ้อมกอดของพ่อแม่อีกครั้งหนึ่ง
         ส่วนทางด้าน พงษ์ศักดิ์ คมขำ ตัวแทนเยาวชนอิสลามวิถี กล่าวว่า ผมขอพูดจากใจจริงนะครับว่าการทำกิจกรรมนี้เป็นสิ่งที่ดีมากๆครับมากแค่ไหนเพื่อนๆผมทั้ง50ชีวิตนี้รู้ดีก่อนจะมานะจุดๆนี้พวกผมก็เปรียบเสมือนขยะสังคมแต่ว่ายังมีผู้ใหญ่ใจดีที่เขาให้โอกาสให้เราได้มาฝึกฝนมาอบรมเรื่องราวของศาสนาเพื่อที่จะได้ขัดเกลาหัวใจซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดเพราะว่าไม่มีสิ่งใดจะพัฒนาคนได้ถ้าว่าไม่พัฒนาจิตใจครับมาถึงทุกวันนี้พวกผมก็ทราบซึ้งเป็นอย่างยิ่งกับผู้ใหญ่ในที่นี้ในบ้านเมืองนี้ที่ยังมีคนที่เห็นใจคนระดับล่างๆระดับรากหญ้าอย่างพวกผมซึ่งน้อยคนมากที่จะเอามาคิดเอามาพิจารณาแต่ว่าด้วยความคิดความห่วงใยของนายอำเภอท่านนี้จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาแล้วก็พวกผมในระหว่างที่อยู่ในการเข้าค่ายอบรมทำให้มีความคิดไตรตรองถึงคนที่รักเรานั้นก็คือพ่อแม่ของเราครับหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอยากให้มีโครงการแบบนี้เรื่อยๆไปและอยากจะให้ในประเทศไทยเอาโครงการนี้ไปพัฒนาทุกๆจังหวัดทุกๆอำเภอเพื่อที่จะสร้างให้ประเทศของเรามีความเจริญก้าวหน้าเพราะว่าการพัฒนาประเทศชาติจะต้องมาจากการพัฒนาบุคคลในประเทศชาติต่อไป
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส-รายงาน


-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สุราษฎร์ธานีประกาศความพร้อมจัดงาน Samui Festival 2017 เฉลิมฉลองวาระก่อตั้งครบรอบ 120 ปีเกาะสมุย

จังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมจัดงานSamui Festival 2017 เฉลิมฉลองวาระก่อตั้งครบรอบ 120 ปีเกาะสมุย
      วันที่ 28 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณ 17.00 น.ที่บริเวณชายหาดเฉวง หน้าโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยคณะกรรมการแถลงข่าวยืนยันความพร้อมการจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวเกาะสมุยครั้งที่ 2  (Samui Festival 2017)วันที่ 7-11 กันยายน 2560 ในพื้นที่ 3 แห่งบนเกาะสมุยพร้อมกันที่ท่าเทียบเรือหน้าทอน , พรุเฉวงและหมู่บ้านประมง(ฟีสเชอร์แมนด์วิลเลจ)เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 120ปีในการก่อตั้งอำเภอเกาะสมุยและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาล โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานในวันที่ 7 กันยายน2560

       นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีกล่าวว่า งานครั้งนี้จัดใหญ่กว่าปีที่แล้วที่ใช้สถานที่บริเวณหน้าทอนเพียงแห่งเดียว กิจกรรมสำคัญมีการทำบุญตายาย 24 วัดพร้อมกันใน 7 ตำบล , การแข่งขันวิ่งมาราธอน 42 กิโลเมตรกว่า 3,000 คน และแข่งขันจักรยาน 50กิโลเมตรกว่า 1,500 คัน ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศจาก พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, การแสดงถนนศิลปะ , การแสดงอาหารพื้นถิ่นเกาะสมุยและสินค้าโอทอป เป็นต้น

ส่วนนายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า เทศบาลร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรมเกาะสมุย จัดบุฟเฟ่ต์ชายหาดยาวที่สุดในโลก 2.6 กิโลเมตรเปิดให้รับประทานฟรีบนชายหาดเฉวง ซึ่งเป็นชายหาดที่สวยที่สุดของเกาะสมุย โดยมีรายการอาหารกว่า 6,000 รายการจากโรงแรมชื่อดังบนเกาะสมุย

นอกจากนี้นายอำนาจ โชติช่วง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า ปีนี้จะมีขบวนคานิวัล 13 ขบวน และขบวนรถบุปผชาติ 12 คัน โดยมีประชาชนร่วมขบวนแห่อีกกว่า 1,500 คน ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศมาร่วมงานจำนวนมาก คาดว่าจะทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวคึกคักเป็นอย่างมาก

ในขณะที่พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้ระดมจัดกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าดูแลรักษาและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยยืนยันในความความปลอดภัยครั้งนี้
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สตูล ร่วมโครงการประชารัฐวัดสร้างสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้(+คลิป)

นิตยา แสงมณี // สตูล-รายงาน
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สตูล ร่วมโครงการประชารัฐวัดสร้างสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
วันที่28ส.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดควนกาหลง อ.กาหลง จ.สตูล พระเทพสิทธิมุนี เจ้าคณะภาค 18 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีสวดมนต์เพื่อเสริมสร้างสันติสุข 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการประชารัฐ วัดสร้างสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสตูลจัดขึ้น ณ วัดควนกาหลง โดยมีนายสรเดช สุนทรารชุน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมนายวาทิน กรดเต็ม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสตูล หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ คณะครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมพิธีกว่า 1,500 คน ทั้งนี้ยังได้นิมนต์คณะสงฆ์ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ สตูล ยะลา สงขลา นราธิวาส และปัตตานี กว่า 300 รูป ร่วมกิจกรรมสวดมนต์ในครั้งนี้ด้วย
นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดนิทรรศการการเผยแผ่และการศึกษาพระพุทธศาสนา กิจกรรมการสาธิตศูนย์ฝึกอาชีพและจำหน่ายสินค้าชุมชนของศูนย์ฝึกอาชีพในวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการแสดงความสามารถจากเครือข่าย “บวร” คือ บ้าน วัด และโรงเรียน ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น การสวดมนต์เป็นหมู่คณะ การสวดสรภัญญะ พร้อมทั้งจัดให้มีการประชุมพระสังฆาธิการในพื้นที่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่พระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่
จากนั้นนายออมสิน ชีวะพฤษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางไปยังท่าเทียบเรือปากบารา ในพื้นที่อำเภอละงู เพื่อเยี่ยมเยียนและตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในการสัญจรทางน้ำ โดยเฉพาะในช่วงมรสุมพายุที่ผ่านมา ซึ่งนายวินัย หมื่นสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิ , ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสตูล ได้รายงานว่าทางจังหวัดสตูลใช้มาตรการความปลอดภัยขั้นสูงในการให้บริการ จึงทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายใดๆ อย่างไรก็ตามนายออมสินได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมตลอดเวลา และปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด พร้อมเพิ่มมาตรการใหม่ๆ ที่ทันสมัย รวดเร็ว ฉับไว และทันต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกรณีฉุกเฉิน เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะแก่งต่างๆ ในจังหวัด ซึ่งจะเป็นการต่อยอดสร้างรายได้ให้กับประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดสตูลให้เฟื่องฟูมากยิ่งขึ้น

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กระบี่ประกาศเตือนเฝ้าระวังพายุ ปาข่า ตลอด 24 ชั่วโมงทหารเตรียมพร้อมช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง(+คลิป)


 กระบี่ประกาศเตือนเฝ้าระวังพายุ ปาข่า ตลอด 24 ชั่วโมงทหารเตรียมพร้อมช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง
เวลา 11.00 น.วันที่ 28 สิงหาคม 2560 ร้อยเอกคำเด็จ หมวดทองอ่อน  ผู้บังคับกองร้อยสนับสนุนการช่วยรบ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ทำหน้าที่นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 20 นาย ออกตรวจสอบปริมาณของน้ำภายในคลองกระบี่ใหญ่ ม.6 และ ม.7ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ ที่รับน้ำมาจากเขาพนมเบญจา เพื่อเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน หลังจากที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

ร้อยเอกคำเด็จ กล่าวว่า ในเบื้องต้นพบว่าปริมาณน้ำในคลองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีสีขุ่นข้น บางแห่งได้ไหลหลาก เข้าท่วมสวนปาล์ม สวนยาง ของชาวบ้าน จึงได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติของน้ำเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว ก็ให้รีบอพยพและขนย้ายข้าวของไปอยู่ในที่ปลอดภัยทันที เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกน้ำท่วมมาแล้วหลายครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนหลายครัวเรือน

ด้านนายไพศาล ขุนศรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น.ของวันนี้ จังหวัดกระบี่ ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะได้รับอิทธิพลของ พายุ“ปาข่า”โดยในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ สามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้สูงสุดถึง 81.4 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้น้ำในลำคลองหลายสายมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเบื้องได้แจ้งเตือนไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสียงเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงนี้   

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ขึ้นธงแดง บริเวณอ่าวมาหยา แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลชื่อดัง ได้ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากคลื่นลมแรง ส่วนบริเวณเกาะไผ่ ได้ขึ้นธงเหลือง ให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังในการลงเล่นน้ำ
ทั้งนี้ในส่วนของ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)  มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ข้อมูลภาพ/ข่าว/กระบี่
ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน



-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกจับนายมะลาเซ็ง เครือข่ายเรือนจำและเพื่อนซึ่งเป็นผู้ค้ายาเสพติด

นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกจับนายมะลาเซ็ง เครือข่ายเรือนจำและเพื่อนซึ่งเป็นผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี ได้พร้อมของกลางยาเสพติดและเงิน
            
วันที่ 28 ส.ค.60 ภายหลังการสืบทราบของ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาสว่าพบการเคลื่อนไหวของเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จึงสั่งการให้ นายพิชิต รุ่งประเสริฐ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มความมั่นคง นายเปายี เจ๊ะแว ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบงานยาเสพติด และ ร้อยโท เจริญ แก้วไทย ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่4811พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอสุไหงปาดี สนธิกำลังเข้าดำเนินการตรวจค้น บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 6 บ้านตะโล๊ะบูเก๊ะ ตำบลริโก๋ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านของภรรยาของนายมะลาเซ็ง ยูโซ๊ะ (เซ็งเครือข่ายเรือนจำ) เนื่องมาจากได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่
         สำหรับการตรวจค้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า บรรจุไว้ในหลอด จำนวน 16 เม็ด ซึ่งเป็นของ นายมะลาเซ็ง ยูโซ๊ะ (เซ็งเครือข่ายเรือนจำ) อายุ 34 ปี ที่อยู่ 88/1 หมู่ 3 ตำบลโล๊ะจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และขยายผลสามารถจับกุม นายฟะห์มี การียา อายุ 21 ปี ที่อยู่ 37/1 หมู่ 3 ตำบลโล๊ะจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส พร้อมยาบ้า จำนวน 302 เม็ด บรรจุในซองซิปล๊อคสีน้ำเงิน และเงินสกุลไทย จำนวน 9,200 บาท เงินสกุลมาเลย์ จำนวน 1,136 เหรียญ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งมอบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

“งานประกาศผลถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ โครงการ “อ่านสร้างสุข ยกกำลังสุขในสถานศึกษาและชุมชน”

วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ ที่ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน , สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ,กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) และสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ร่วมจัด “งานประกาศผลถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ในโครงการ “อ่านสร้างสุข ยกกำลังสุขในสถานศึกษาและชุมชน”
↘️
นางมัทนา ถนอมพันธ์ หอมลออ ประธานกรรมการ คณะกรรมการ กำกับทิศทางแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา (คณะที่ ๕ สสส.) กล่าวว่า “โครงการ อ่านสร้างสุข ยกกำลังสุขในสถานศึกษาและชุมชน จัดขึ้นเพื่อมุ่งสร้างเสริมระบบการอ่าน ให้เอื้อต่อกระบวนการเรียนรู้สู่สังคมสุขภาวะ โดยสอดคล้องกับบริบท ด้วยแนวคิด “การอ่านสร้างสุข” โครงการนี้ ได้รับความร่วมมือทั้งจาก ผู้บริหาร ครู ผู้นำชุมชน แกนนำเด็กและเยาวชน ทำให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในสถานศึกษาและชุมชนอย่างหลากหลาย” ↘️
ด้านนางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า “ จากการติดตามประเมินผลโครงการฯ โดยคณะกรรมการฯ พบว่า เมื่อมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งพบความสำเร็จและความงอกงามมากขึ้นเท่านั้น ทั้งในตัวผู้เรียน ครู คณะทำงาน และเครือข่ายในชุมชน เด็กที่เข้าร่วมโครงการฯนี้ รักการอ่านมากขึ้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ในกลุ่มยุวทูตและทูตการอ่าน ไม่เพียงมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังเห็นคุณค่าจากการทำงานจิตอาสา ได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วย เด็กเล็กๆ ทั้งในโรงเรียนและชุมชน ทำให้รู้จักการบริหารจัดการเวลา เพื่อการเรียน เพื่อการพัฒนาตนเอง ทั้งงานอาสาและงานบ้าน ในชุมชนต่างดีใจที่พบว่า กระบวนการนี้ ทำให้เด็กๆ ติดเกมน้อยลง ลดความก้าวร้าว การทะเลาะวิวาทน้อยลง ทำให้ชุมชนร่วมกันสอดส่อง ชักชวนบุตรหลานให้สนใจการอ่านมากขึ้น บางครอบครัวเห็นประโยชน์การพัฒนาอาชีพจากการอ่าน มีการค้นพบอาชีพใหม่ๆจากการอ่าน ในโรงเรียนพบแนวทางสำคัญว่า หากจะแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเด็กวัยเรียน ครอบครัวต้องอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่เล็กๆ และหรือหนุนเสริมให้ใช้เวลาในการอ่านหนังสือที่ชอบ และเปิดโอกาสให้ทำงานส่งเสริมการอ่านในชุมชน
↘️
โครงการฯนี้ทำให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการจากหลากหลายบุคคลและองค์กร ปีนี้มีการประกาศผลรางวัลจูงใจแก่สถานศึกษาที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ – พ.ศ. ๒๕๕๙ หลายพื้นที่กลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานที่สามารถขยายแนวคิดของยุทธศาสตร์ “อ่านสร้างสุข” ได้กว้างขวางมากขึ้น ผลสำคัญเหนืออื่นใดคือสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ทั้งในระดับครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ซึ่งทำให้เห็นว่ายุทธศาสตร์ “อ่านสร้างสุข” จะเป็นพลังสำคัญในการถักทอและร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความสุข ความเกื้อกูลต่อไป
↘️
สำหรับการประกาศผลรางวัลสถานศึกษาที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นในโครงการฯนี้ จาก ๔ องค์กรหลักด้านการศึกษา ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร และ สสส. ดังนี้
สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร
• รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โรงเรียน สุเหร่าหะยีมินา เขตหนองจอก
• รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ โรงเรียนสุเหร่าบ้านเกาะ เขตหนองจอก
• รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๒ โรงเรียนสุเหร่าหัวหมากน้อย เขตบางกะปิ
• รางวัลชมเชย โรงเรียนบ้านเจียรดับ เขตหนองจอก
• รางวัลชมเชย โรงเรียนบ้านลำต้นกล้วย เขตหนองจอก

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สถ.
• รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โรงเรียนเทศบาล ๕ (บ้านตลาดเก่า) เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา
• รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ โรงเรียนเทศบาล ๑ บ้านจะบังติกอ เทศบาลเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี
• รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๒ โรงเรียนเทศบาล ๕ (วัดประชาภิรมย์) เทศบาลเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
• รางวัลชมเชย โรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านบาเละฮิเล) เทศบาลเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
• รางวัลชมเชย โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านสะเดา เทศบาลเมืองสะเดา จังหวัดสงขลา
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กศน.
• รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
• รางวัลชมเชย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
• รางวัลชมเชย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอยะลา จังหวัดยะลา
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.
• รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โรงเรียนบ้านสุเหร่า จังหวัดสงขลา
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ โรงเรียนบ้านบันนังปุเลา จังหวัดสตูล
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ โรงเรียนบ้านบาโงยซิแน จังหวัดยะลา
• รางวัลชมเชย โรงเรียนสตูลวิทยา จังหวัดสตูล
• รางวัลชมเชย โรงเรียนชุมชนบ้านกะมิยอ จังหวัดปัตตานี
ประเภทสถานศึกษาที่มีการดำเนินงานต่อเนื่องระหว่างปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙
๑. โรงเรียนวัดบึงทองหลาง เขตบางกะปิ
๒. โรงเรียนวัดคณิกาผล เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
๓. โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ เขตคลองเตย
๔. โรงเรียนเทศบาลบูรพาอุบล เทศบาลนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
๕. โรงเรียนเทศบาล ๔ สันป่าก่อ เทศบาลนครเชียงราย จังหวัดเชียงราย
๖. โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๑ (ดอนสักผดุงวิทย์)
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี
๗. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
๘. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
๙. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง
๑๐. โรงเรียนอนุบาลเมืองเชียงราย (สันทรายราษฎร์ดรุณานุเคราะห์) สังกัด สพป.เชียงราย เขต ๑
จังหวัดเชียงราย
๑๑. โรงเรียนวัดแสลง (เขมราษฎร์วิทยาคาร) สังกัด สพป.จันทบุรี เขต ๑ จังหวัดจันทบุรี
๑๒. โรงเรียนชุมชนบ้านบ่อประดู่ สังกัด สพป.สงขลา เขต ๑ จังหวัดสงขลา


-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...