• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

นทท.นอนอาบเเดด ตกตะลึงเห็นโลมาเกยชายหาด สภาพอ่อนเเรง ก่อนแจ้ง จนท.เร่งช่วยเหลือ

 31ก.ค.60 เวลา11.50น.
เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชายหาด หรือไลฟ์การ์ดเเละนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าช่วยเหลือโลมาเกยตื้นบริเวณหน้าหาดกะรน ต.กะรน จ.ภูเก็ต เพศผู้ อายุประมาณ30ปีมีลักษณะอ่อนเเรง มีบาดเเผลใต้คางจึงช่วยกันนำเข้าฝั่ง
ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่ยืนดูเหตุการณ์และรุมถ่ายภาพ พร้อมประสานศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันให้รับทราบ เพื่อเตรียมช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรับเเจ้งว่า ขณะกำลังเคลื่อนย้ายส่งรักษา โลมาก็ได้ตายลง โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการติดเชื้ออย่างรุนเเรง ซึ่งต้องผ่าพิศูจน์ซากเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

จากการสอบถามทราบว่าขณะนักท่องเที่ยวกำลังนอนอาบเเดดอยู่บริเวณชายหาด ก็เห็นโลมาตัวดังกล่าวและมีลูกโลมาตัวเล็กอีก2ตัว กำลังถูกคลื่นซัดเข้าชายฝั่งลักษณะอ่อนเเรงนักท่องเที่ยวจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำหน้าหาดเข้าช่วยเหลือนำเข้าฝั่งส่งรักษาแต่ก็ตายในที่สุด

ขอบคุณภาพจาก/ จนท.ไลฟการ์ด
ขัยมงคล สุวรรณวงศ์-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

อำเภอถลาง..จัดโครงการรวมใจปลูกกล้ายางนา เทิดพระเกียรติ..

อำเภอถลาง..จัดโครงการรวมใจปลูกกล้ายางนา เทิดพระเกียรติ.....

วันนี้(31ก.ค.60)ที่ สวนนวมินทรราชา 87 พรรษา หมู่ที่ 4 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
อำเภอถลางร่วมกับเทศบาลตำบลศรีสุนทร จัดโครงการรวมใจปลูกกล้ายางนา เพื่อเทิดพระเกียรติในการสงวนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา โดยมี ว่าที่วิกรม จากที่ นายกอำเภอถลาง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายวรวุฒิ ทรงยศ นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานราชการในพื้นที่อำเภอถลาง คณะครู นักเรียน และพี่น้องประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก...
ชัยมงคล สุวรรณวงศ์  - รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ด่วน! เกิดเหตุเรือชนที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เจ็บระนาว 16 คน

วันที่ 31 ก.ค 60 เกิดเหตุเรือชนที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา บริเวณระหว่างเขาทะลุและเขาพิงกัน เป็นเรือยาวท้องแบนชื่อเรือ 99 ทัวร ์41(บ.ทัวร์ไทยมอนิ่งซัน)  ออกจากท่าเรือเขาเปาะ กับเรือหางยาวชื่อวรารัตน์(บ.ทัวร์เขาหลักเอเซีย)

เบื้องต้น มีนทท.บาดเจ็บ จำนวน 16 ราย (เป็น นทท.บ.ทัวร์ เขาหลักเอเซีย ทั้งหมด) แบ่งเป็น
- เบลเยี่ยม 4 ราย
- นอรเวย์  12 ราย
 - นทท.บาดเจ็บ สาหัส 1 ราย เพศชาย ไม่แน่ใจสัญชาติคนไทย (ไกด์/ผช.ไกด์ )3 ราย  รวมทั้งสิ้น 19 ราย ขณะนี้ นทท.รับการรักษาที่ รพ.พังงา

ทั้งนี้ นายเอกรัฐ หลีเส็น รองผวจ.พังงาพร้อมด้วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ผอ.ททท.พังงา ผอ.ท่องเที่ยวกีฬาพังงา ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตม. เจ้าท่าพังงา ร่วมให้การอำนวยความสะดวกผู้ประสบภัยดังกล่าว และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานสถานฑูตเพื่อดำเนินการต่อไป

ชัยมงคล สุวรรณวงศ์ ทีมข่าว กระแสใต้-รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ผจก.ฟาร์มตัวอย่างฯ อ.เจาะไอร้อง และผู้แทนวิสาหกิจชุมชน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ร่วมบรรยายสรุปเพื่อเป็นตัวอย่าง นำไปต่อยอด

ผจก.ฟาร์มตัวอย่างฯ อ.เจาะไอร้อง และผู้แทนวิสาหกิจชุมชน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ร่วมบรรยายสรุปเพื่อเป็นตัวอย่าง นำไปต่อยอดขยายผลการดำเนินงานให้พื้นที่อื่น ๆ

ผู้จัดการโครงการฟาร์มตัวอย่างและหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง และผู้แทนวิสาหกิจชุมชนบ้านไอร์บือแต อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ร่วมบรรยายสรุปเพื่อเป็นตัวอย่าง นำไปต่อยอดขยายผลการดำเนินงานให้พื้นที่อื่น ๆ
   พลตรี วิชาญ สุขสง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานการประชุมผู้นำสมาชิกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่แหล่งสมาคมนายทหารสัญญาบัตร พล.ร.๑๕ ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีหัวหน้ากองพัน ราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน  ผู้จัดการโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ และผู้นำกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จำนวน 185 คน เข้าร่วมประชุม
พลตรี วิชาญ สุขสง กล่าวว่า การประชุมในวันนี้  เพื่อพบปะแจ้งข่าวสาร  ลดช่องว่าง สร้างความเข้าใจ รวมถึงรับทราบปัญหาข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาการขับเคลื่อนงานโครงการพระราชดำริฯ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ นอกจากนี้ ทางคณะทำงานฯ ยังได้ชี้แจงและให้แนวทางในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม  2560 แผนพัฒนาศูนย์ครูใต้ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ สถานที่จัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ สถานที่ท่องเที่ยวและค่ายกิจกรรมอบรมเยาวชน  การสร้างเครือข่ายฟาร์มตัวอย่างฯ เพื่อช่วยเหลือกันจำหน่ายผลผลิต และจัดหาวัตถุดิบเพื่อนำมาแปรรูป เป็นต้น

โอกาสเดียวกันนี้ ผู้จัดการโครงการฟาร์มตัวอย่างและหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง และผู้แทนวิสาหกิจชุมชนการผลิตนมวัวและไอศครีมบ้านไอร์บือแต อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ร่วมบรรยายสรุปเพื่อเป็นตัวอย่าง  อีกทั้งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อนำไปต่อยอดขยายผลการดำเนินงานให้พื้นที่อื่น ๆ  ต่อไป
ภ่พ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

9 ปี แห่งความสำเร็จ ถนนคนเดินกระบี่ สู่ ตลาดต้องชม ถนนคนเดินกระบี่ แห่งที่ 2 ของจังหวัด (+คลิป)



9 ปี แห่งความสำเร็จ ถนนคนเดินกระบี่ สู่ ตลาดต้องชม ถนนคนเดินกระบี่ แห่งที่ 2 ของจังหวัด
ส่งเสริมช่องทางสร้างรายได้สู่ภาคประชาชน ขับเคลื่อนวัฒนธรรมประจำถิ่น
 วันที่ 30 ก.ค 60 ณ ตลาดถนนคนเดินกระบี่ นาย สิริธร จุลชู ประธานคณะกรรมการ บริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นาย อินทรพล สุทธิวิริยะ นาง จันทิรา ยิมเรวัตวิวัฒน์รัตน์ ผู้ตรวจการกระทรวง และหลายหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ในเขตท้องที่อำเภอเมืองกระบี่ ร่วมกันทำพิธีเปิด ตลาดต้องชม ถนนคนเดินกระบี่พร้อมจัดสถานที่ตั้งซุ้มแผงลอยให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ ได้วางจำหน่ายสินค้าของดีของชุมชน ในนาม ตลาดต้องชม เอกลักษณ์พาณิชย์ อัตลักษณ์ของชุมชน    
       ซึ่งในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาเป็นประธานพิธี ร่วมกับ ประธานหอการค้าจังหวัดกระบี่ นำทีมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำพิธีเปิดตลาดอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก มีสื่อมวลชนจากสื่อทุกแขนง ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่จำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมในพิธีเปิดงาน พร้อมกับร่วมกันเดินชมตลาดเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ภายในงาน
      สำหรับตลาดถนนคนเดินกระบี่ ถือเป็นตลาดชุมชนอีกแห่งของจังหวัดกระบี่ ที่มีจุดเด่นมากมายสามารถที่จะพัฒนาเป็นตลาดต้องชมได้ เนื่องด้วยตลาดแห่งนี้ เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ และเป็นจุดศูนย์กลางของเส้นทางถนนที่เชื่อมโยงถึงสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบ รวมทั้งตลาดดังกล่าวยังมีความโดดเด่นในเรื่องของสินค้าที่นำมาวางจำหน่าย ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาถูก ย่อมเยา มีความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของชุมชน เป็นตลาดวิถีชาวกระบี่แบบดั้งเดิมสามารถถ่ายทอดวิถีชีวิตภูมิปัญญาพื้นบ้านอันเป็นมนต์เสน่ห์ ที่จะทำให้ผู้มาเที่ยวชมเกิดความประทับใจและต้องหวนกลับมาเที่ยวชมอีกครั้ง โดยสินค้าที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดต้องชม ถนนคนเดินกระบี่ จะมีด้วยกันหลากหลายชนิดทั้ง สินค้าของฝากของที่ระลึก OTOP ระดับ 3-5 ดาว, สินค้าพื้นเมืองอาหารคาวหวาน เสื้อผ้า และสินค้าสะสมของเก่าหายาก เป็นต้น
สุเมธ บุญวรรณ และทีมข่าว กระแสใต้-รายงาน


-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

นราธิวาส จัดกิจกรรมขุด คู คลอง รอบเมือง เตรียมรับมือน้ำท่วมหนักที่จะมาถึงเดือนหน้านี้(+คลิป)

 นราธิวาส จัดกิจกรรมขุด คู คลอง รอบเมือง เตรียมรับมือน้ำท่วมหนักที่จะมาถึงเดือนหน้านี้

   เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 31 ก.ค.60 ณ บริเวณคองชุมชนวัชรีบำรุง ชุมชน ณ นคร เขตเทศบางเมือง อ.เมือง จ.นราธิวาส นายสาโรช กาญจนพงศ์ นายอำเภอเมือง จ.นราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ Big Cleaning Day” ลำน้ำ คูคลอง ตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี และ “โครงการประชารัฐร่วมใจ คลองสวยน้ำใส ไร้ผักตบชวา อ.เมืองนราธิวาส” โดยมีพลังมวลชนต่างๆ เช่น ส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ เทศบาลเมืองนราธิวาส โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ผอ.สำนักชลประทานที่ 17 อบต.ลำภู ทหารเรือ ฉก.นย.ทร.33 ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน  กองกำลังประจำถิ่น กำลังภาคประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวนกว่า 200 คน

   นายสาโรช กาญจนพงศ์ นายอำเภอเมือง นราธิวาส กล่าวว่า ในปัจจุบัน ผักตบชวารวมถึงวัชพืชอื่นๆมักจะสร้างปัญหาอย่างมากมายในแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ ด้วยการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาและผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การขนส่งและการสัญจรทางน้ำ น้ำเน่าเสีย ทางเดินน้ำหรือแหล่งกักเก็บน้ำตื้นเขิน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เฉกเช่นคลองชุมชนวัชรีบำรุงแห่งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยวัชพืชต่างๆรวมถึงขยะมูลฝอยบางส่วนทำให้กีดขวางการไหลระบายของน้ำไปสู่แม่น้ำคลองยะกัง ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของมวลน้ำที่จะระบายลงทะเลเพื่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมสถานที่ราชการสำคัญๆในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส

  “ในการแก้ปัญหาผักตบชวาและวัชพืชต่างๆเป็นปัญหาที่รัฐบาลได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น ในระดับพื้นที่จึงนับเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจและร่วมกันแก้ไข โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบประชารัฐ และมีโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจังและยั่งยืน และจะทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนคนริมคลองมองเห็นปัญหาร่วมกันและแก้ไขปัญหาทันที ไม่ปล่อยให้ผักตบชวาแพร่พันธ์ไปมากกว่าเดิม รวมทั้งดูแลความสะอาดและไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลองโดยเด็ดขาด”
 
   สำหรับคลองวัชรีบำรุง เป็นคลองที่สำคัญและทำหน้าที่รองรับมวลน้ำจากเขตพื้นที่เทศบาลเมืองนราธิวาส อีกแห่งหนึ่งที่จะระบายน้ำลงคลองยะกังก่อนที่จะระบายน้ำลงในทะเล และเป็นคลองที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่พื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นราธิวาส จะมีฝนตกและน้ำท่วมเกิดขึ้น จึงเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือมวลน้ำที่จะเทลงมาในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกเหนือจากการเตรียมกำลังพล เครื่องมืออุปกรณ์ เรือท้องแบน เพื่อช่วยประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติอีกด้วยแล้ว โดยล่าสุด นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ทำหนังสือสั่งการให้ทั้ง 13 อำเภอ จัดเตรียมความพร้อมรับมือช่วยเหลือประชาชนได้ทุกเมื่อหากมีน้ำท่วมดินถล่มในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง.
ภ่พ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
 กระแสใต้-นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

กฟผ.สานใจ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมภาคอีสาน อย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐) นายไวฑูรย์ เกียรติเฉลิมคุณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าน้ำพอง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยคณะผู้ปฏิบัติงานจิตอาสา กฟผ.ได้นำน้ำดื่ม จำนวน ๒,๔๐๐ ขวด (๒๐๐แพค) และยารักษาโรค ได้แก่ ยาทาแก้น้ำกัดเท้า พาราเซตามอล อลั่มมิลค์ ชุดทำแผล เบต้าดีน และยาแก้แพ้ จำนวน ๖๐๐ ชุด ไปมอบให้กับ นายประสิทธิ์ สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ ๗ ขอนแก่น เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.มหาสารคม จ.ร้อยเอ็ด และ จ.กาฬสินธุ์
     ทั้งนี้ กฟผ.เชิญชวนผู้ฏิบัติงานและผู้สนใจร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านบัญชี "กฟผ.รวมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย"
นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเซินก้า ซึ่งในเบื้องต้น กฟผ.ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ กฟผ.ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ จ.สกลนคร และได้มอบหมายให้ ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อปอ.) ฝ่ายโรงไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อฟอ.) และฝ่ายโรงไฟฟ้าน้ำพอง(อฟพ.) เร่งระดมทีมผู้ปฏิบัติงานจิตอาสาร่วมกันจัดทำถุงยังชีพจำนวนรวมกว่า 2,000 ชุดและน้ำดื่มจำนวนกว่า 15,000 ขวด โดยได้ทยอยส่งไปช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น
เนื่องจากปัจจุบันยังมีหลายจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมและมีพี่น้องประชาชนเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก ดั้งนั้น จึงขอเชิญชวนผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากพายุโซนร้อน "เซินกา" โดยสามารถโอนเงินเข้าบัญชี "กฟผ.รวมใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย" ธนาคารกรุงไทย สาขาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย เลขที่บัญชี 143-0-09814-7 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายกิจการสังคม(อกค.) โทร 0-2436-4624 ในวันและเวลาทำการ
สำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ร่วมบริจาคขอให้เก็บหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว อาทิ ใบโอน หรือ สลิปโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม เก็บไว้ก่อน ซึ่งหากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้นำหลักฐานการบริจาคเงินไปยื่นขอลดหย่อนภาษีได้ กฟผ.จะดำเนินการเสนอขออนุมัติต่อไป" รวส. กล่าวในที่สุด




 

ชาวบ้านใน ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา พลิกวิกฤต เป็นโอกาส ออกจับตั๊กแตนบนพื้นที่นาร้าง ขายรายได้อย่างงาม


ชาวบ้านใน ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา พลิกวิกฤต เป็นโอกาส ออกจับตั๊กแตนบนพื้นที่นาร้าง ขายรายได้อย่างงาม
            ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลา ว่า มีชาวบ้านใน ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา กลุ่มหนึ่ง ได้ออกจับตั๊กแตนขายสร้างรายได้อย่างงาม หลังว่างเว้นจากการทำนา และกรีดยาง โดยชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 บ้านอาเหอูโต๊ะ ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ได้พลิกกวิกฤต จากพื้นที่นาร้างที่มีอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งปีนี้ไม่สามารถจะทำนาได้ตามฤดูกาล เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ชาวนาบางส่วน ไม่สามารถจะทำนาปลูกข้าวได้ จึงได้ปล่อยที่นาให้ร้าง จนมีต้นกก ขึ้นเต็มท้องนา
            ชาวบ้านหมู่บ้านอาเหอูโต๊ะ จึงได้รวมตัวกัน ออกไปหาตั๊กแตน ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องนา มาส่งขายได้รายได้เสริมอย่างงาม
            โดยชาวบ้านจะเตรียมตัวกัน หลังจากที่ดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้วประมาณ 1 ทุ่ม หรือ 19.00 น. ก็จะเตรียมสัมภาระ เปลี่ยนเสื้อผ้า ที่ต้องใส่กางเกงขายาว เสื้อแขนยาว พร้อมด้วย ไฟฉายส่องสว่าง และที่สำคัญคือ ขวดพลาสติก ที่มีปากขวดแคบ ขนาดใด ก็ได้ คนละ 1-2 ขวด เพื่อเอาไว้เก็บตั๊กแตนที่จับได้
            ซึ่งหลังจากเตรียมความพร้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านก็จะพากันขี่จักรยานยนต์ออกจากหมู่บ้าน ไปกลางทุ่งนา ซึ่งเป็นพื้นที่นาร้าง ที่มีต้นกก ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก หลังจากนั้น ก็จะลงมือกันหาตั๊กแตน และจับตั๊กแตน ด้วยมือเปล่า ตามต้นกก ซึ่งจะมีตั๊กแตน ตัวเล็กตัวน้อย บางตัวก็มีขนาด 1-2 เซนติเมตรเกาะอยู่ตามต้นกก และนำมาใส่ขวดพลาสติกที่ได้เตรียมมา
            โดยชาวบ้านบอกว่า วิธีการหาก็ไม่ยาก เนื่องจาก ตอนกลางคืนตั๊กแตน จะมองไม่เห็น และจะเกาะอยู่ตามลำต้น ของต้นกก ที่อยู่ในนา บางต้น มีอยู่ถึง 3-4 ตัวยิ่งถ้าหากวันไหน ฝนตก หรือ มีฝนพร่ำลงมาเล็กน้อย ตั๊กแตน ก็จะเกาะอยู่นิ่งไม่เคลื่อนไหว ก็ทำให้จับได้ง่ายยิ่งขึ้น ชาวบ้าน ก็จะต่างคนต่างหา และจับตั๊กแตน เป็นเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็จะได้ตั๊กแตนจำนวนมาก หรือ เกือบจะเต็มขวดพลาสติก จึงได้พากลับบ้าน
            ซึ่งตั๊กแตนที่จับมาได้นั้น ชาวบ้านจะนำมาล้าง หรือต้ม เพื่อทำความสะอาด ก่อนที่จะชั่งขายเป็นลิตร ประมาณลิตรละ 50-60 บาท และจะขายให้กับผู้ที่ชอบรับประทานตั๊กแตน โดยส่วนใหญ่แล้วนั้น จะนำตั๊กแตนไปทอดกรอบ แล้วราดซอสปรุงรสนิดหน่อยให้มีความเค็ม และก็รับประทานได้ ซึ่งตั๊กแตน ที่จับมาได้นั้น ชาวบ้านยืนยันและบอกว่า ไม่มีอันตราย และไร้สารพิษ หรือ สารเคมี เนื่องจาก เป็นตั๊กแตนที่หากินตามธรรมชาติ ในพื้นที่นาร้าง ซึ่งชาวบ้านเอง ก็ไม่นิยมการใช้สารเคมี จึงทำให้ตั๊กแตนดังกล่าว มีอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
            ชาวบ้านที่ออกหาตั๊กแตนขาย ก็บอกว่าสามารถที่จะสร้างรายได้เสริมให้กับตนเองมีรายได้ครั้งนึง 200-300 บาทต่อคืน/.

เอกรักษ์ ศรีรุ่ง-รายงาน

 


-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

คนร้ายชัก 9 มม. จ่อยิงแกนนำม็อบสวนปาล์มพื้นที่ ต.กระบี่น้อย กว่า 10 นัด ดับสยองคาสวนปาล์ม.

 30 ก.ค. ร.ต.อ.ไสว ชูแก้ว รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต ภายในสวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่หมู่ 9 ต.กระบี่น้อย หลังจากรับแจ้งรุดไปที่เกิดเหตุ พบศพนายไพฑูรย์ เพ็ชรสวัสดิ์ หรือบ่าวแม็คโค อายุ 32 ปี ที่อยู่ 83 หมู่ 8 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ นอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะด้านซ้ายประมาณ 7-8 นัดสมองไหล แก้มขวา 2 นัด ชายโครงขวา 2 นัด ไหล่ซ้าย 2 นัด ช่วงเอวด้านซ้ายอีก 1 นัด นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนตกอยู่ ขนาด 9 ม.ม. 16 ปลอก หัวกระสุน 2 หัว ลูกกระสุนที่ยังไม่ปะทุ 2 หัว เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบว่า ผู้ตายเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในสวนปาล์มในพื้นที่ดังกล่าว และเคยถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นเมื่อช่วง 3 ปีก่อน ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นคนที่สนิท และรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ทราบเพียงฉายาว่า "บ่าว ค้างคาวแดง" ซึ่งได้มาอาศัยอยู่ภายในสวนปาล์มน้ำมันดังกล่าว ได้ประมาณ 3 ปี จากการช่วยเหลือของผู้ตายเอง ทั้งนี้ นายบ่าว ค้างคาวแดง มีหมายจับในคดีพยายามฆ่าอยู่ในพื้นที่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ด้วย อยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนชนวนเหตุการณ์สังหารครั้งนี้ คาดมาจากความขัดแย้งส่วนตัว และเรื่องที่ดินในสวนปาล์มน้ำมันดังกล่าว ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่ในสวนปาล์มระบุว่า ผู้ตายเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น แม้กระทั่งกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุก็ให้เงินช่วยเหลือมาตลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนติดตามตัวคนร้าย และพวกที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป.
ขอบคุณภาพข่าว-สุที มารายา
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สนง.ปภ บุรีรัมย์ ขอสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ "เซินกา"

 ปภ.บุรีรัมย์ รายงานสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่จ.บุรีรัมย์
          สนง.ปภ บุรีรัมย์ ขอสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ "เซินกา" วันที่ 26-29 ก.ค.60 รวม 5 อำเภอ 19 ตำบล 76 หมู่บ้าน 3,895 ครัวเรือน บ้านพักอาศัย 185 หลัง วัด 5 แห่ง สถานที่ราชการ 2 แห่ง พืชไร่ 125 ไร่ นาข้าว 3,920 ไร่ สวนยางพารา 200 ไร่ บ่อปลา 97 บ่อ ถนน 13 สาย คลองส่งน้ำ 2 แห่ง สุกร 80 ตัว คอสะพาน 1 แห่ง
@1.สถานการณ์ของอำเภอที่เกิดน้ำท่วม
1) อ.สตึก จำนวน 1 หมู่บ้าน 1 ตำบล 534 ครัวเรือน คงเหลือน้ำท่วมขังนาข้าว อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายบ้านเรือนชุมชนและพื้นที่การเกษตร
2) อ.แคนดง จำนวน 7 หมู่บ้าน  1 ตำบล 1,220 ครัวเรือน วัด1  แห่ง สถานที่ราชการ 1 แห่ง พืชไร่ 120 ไร่ นาข้าว 1,300 ไร่  สวนยางพารา 200 ไร่ บ่อปลา 5  บ่อ ถนน 4 สาย คลองส่งน้ำ  2  แห่ง คงเหลือน้ำท่วมนาข้าว อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย
3) อ.พุทไธสง จำนวน 36 หมู่บ้าน  7 ตำบล 524  ครัวเรือน  บ้านพักอาศัย181หลัง วัด 4  แห่ง สถานที่ราชการ (โรงเรียน) 1แห่ง พืชไร่ 5 ไร่ นาข้าว 2,620 ไร่ บ่อปลา 5 บ่อ สุกร 80 ตัว ถนน  5 สาย  คอสะพาน 1 แห่ง ปัจจุบันยังคงมีน้ำจากคลองห้วยเตยไหลเข้าท่วมขังเขตชุมชน ทต.พุทไธสง อำเภอได้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้
(1) ดูแล ปชช.ชุมชนที่น้ำท่วม (ความเป็นอยู่ ความปลอดภัย และเร่งการระบายน้ำ)
(2)ประสานหน่วยงาน ตัดยอดน้ำในคลองห้วยเตยที่ไหลเข้าเขตเมือง โดยเสริม Stoper ตามฝาย มข 3 จุด เพื่อลดการไหลและปริมาณ ให้น้ำกระจายออกเฉลี่ยลงพื้นที่ด้านข้างเส้นทางของตัวคลองห้วยเตย เป็น 3 ระยะ
(3) ประสาน กรม ปภ ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำท่วมขังประสิทธิภาพสูง จำนวน 1 ชุด จาก ศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมา ติดตั้งดำเนินการสูบระบายน้ำออกจากชุมชน (ดำเนินการ 29 กค 60) และเครื่องสูบน้ำจาก อบจ.บุรีรัมย์ 2 เครื่อง สูบน้ำในชุมชน
(4)ประสาน หน่วยทหาร/มทบ.26 ขอกำลังทหาร วางแนวกระสอบทราย ความยาวประมาณ 250 ม.ปิดกั้นน้ำลอดคานกำแพงรั้ว  รร.พุทไธสง และ ส.ชป เขต 8 นม และ ชป บร สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ ขนาด 8 นิ้ว 4 เครื่อง และ ขนาด 12 นิ้ว 1 เครื่อง ดำเนินการติดตั้งและจะสูบน้ำให้เสร็จ ภายใน 2 วัน เพื่อรีบเปิดโรงเรียน
(5)ดำเนินการตัดยอดน้ำในคลองห้วยเตย เพื่อลดปริมาณการไหลได้ในระดับหนึ่งแล้ว จะเร่งการระบายน้ำออกจากชุมชนโดยเร็ว
(6) สถานการณ์โดยรวม ปริมาณและระดับน้ำเริ่มลดลง ยังคงมีท่วมขังในเขตชุมชนและพื้นที่การเกษตร เหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ ปภ หน่วยงาน และ ทต.พุทไธสง เยี่ยมเยือนช่วยเหลือถุงยังชีพ และน้ำดื่ม
4) อ.นาโพธิ์  จำนวน 5 ตำบล  46 หมู่บ้าน 1,619 ครัวเรือน  ถนนถูกตัดขาดสัญจรไม่ได้ จำนวน 2 สาย เบื้องต้นปิดการจราจร  น้ำท่วมถนนในหมู่บ้าน  4  สาย บ่อปลา  87 บ่อ พืชสวน 5 ไร่ นาข้าว 2,084 ไร่ การให้ความช่วยเหลือ ประสาน กรม ปภ ขอรับการสนับสนุนสะพานแบรี่จาก ศูนย์ ปภ.เขต 6 ขอนแก่น ติดตั้งบนเส้นทางเชื่อมต่อจังหวัดบุรีรัมย์-มหาสารคาม สายทาง ทช บร 5030 ระยะทาง 30 เมตร. น้ำลดลงยังคงมีท่วมขังพื้นที่นาข้าว อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย บ้านเรือนชุมชน และพื้นที่การเกษตร
5) อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ในพื้นที่ ต.หนองเยือง ม.2,3,4,8 ต.กู่สวนแตง ม.3 ,ต.หนองแวง ม.7,8,9 , ต.ทองหลาง ม.4,5 ต.แดงใหญ่ ม.5,6
    รวม 5 ตำบล 12 หมู่บ้าน ระดับน้ำลดลง อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย                     
@@ 2.การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมขัง ในการดำรงชีพ ขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพ จำนวน 2,000 ชุด และเรือพลาสติก 30 ลำ เรือท้องแบนขนาดกลาง 10 ลำ (ศูนย์ ปภ เขต 5 นครราชสีมา) จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำหรับบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัย/น้ำท่วมขัง
@@@ 3. สถานการณ์ในภาพรวม ฝนไม่ตกเพิ่มในพื้นที่ ระดับน้ำลดลง ยังคงมีน้ำท่วมขังชุมชนบางส่วน และท่วมขังพื้นที่นาข้าว การเกษตรในทุกอำเภอจะดำเนินการ เร่งรัดการสำรวจความเสียหาย และเร่งการระบายน้ำลงลำน้ำสาขาและลำน้ำมูลต่อไป

ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง /บุรีรัมย์ /  รายงาน
ศูนย์ข่าวกระแสใต้ ภาคอีสาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ระทึกเกิดเหตุเพลิงไหม้ข้างโรงแรมดังกลางเมืองยะลา

เกิดเหตุเพลิงไหม้ข้างโรงแรมดังกลางเมืองยะลา โชคดี จนท.ควบคุมเพลิงไว้ได้ไม่ลุกลาม เบื้องต้น จนท.เชื่อ สาเหตุจากทิ้งก้นบุหรี่ตกใส่เบาะที่นอนเก่า
            เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 เวลา 14.40 น. ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่า เกิดเพลิงไหม้ที่อาคารร้านโคขุน ซอยโรงแรมปาร์ควิวยะลา ถนนรวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครยะลา นำรถดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์
            เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้บนดาดฟ้าของอาคารดังกล่าว ซึ่งอยู่ติดกับโรงแรมปาร์ควิว  เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงจำนวน 4 คัน เพื่อควบคุมเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดที่เกิดเพลิงไหม้ อยู่บนดาดฟ้าของอาคารดังกล่าว ซึ่งมีเบาะที่นอนเก่า วางทิ้งไว้ ส่วนภายในตัวอาคารไม่ได้ถูกเพลิงไหม้แต่อย่างใด
            จากการสอบสวนทราบว่า สาเหตุเบื้องต้นน่าจะเกิดจาก ก้นบุหรี่ที่พนักงาน หรือผู้ที่มาพักโรงแรม ทิ้งลงจากตัวโรงแรม มาตกบนดาดฟ้าของอาคารที่เกิดเหตุ ซึ่งมีเบาะที่นอนเก่า ซึ่งวางทิ้งอยู่บนดาดฟ้า และเนื่องจากสภาพอากาศค่อนข้างร้อน ทำให้ไฟจากก้นบุหรี่ ไปติดกับเบาะที่นอนเก่า แล้วเกิดพลิงไหม้ลุกลามดังกล่าว แต่โชคดีที่เพลิงไม่ได้ลุกลามสร้างความเสียหายกับตัวอาคารด้านข้างแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม เพื่อตรวจสอบว่า ในขณะก่อนเกิดเหตุ มีผู้ใดยืนสูบบุหรี่บริเวณบันไดหนีไฟข้างจุดเกิดเหตุหรือไม่
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

วส.912 จ.นราธิวาส จัดมหกรรมการแข่งขันบทเพลงอนาซีดเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ สู่เวทีประชาคมอาเซียน

วส.912 จ.นราธิวาส จัดมหกรรมการแข่งขันบทเพลงอนาซีดเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ สู่เวทีประชาคมอาเซียนและเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกร  บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 60
         
    เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 29 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา ณ ลานสนามกีฬาโรงเรียนสมานมิตรวิทยา บ้านศาลาลูกไก่ ม.6 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส สถานีวิทยุ 912 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมกับโรงเรียนสมานมิตรวิทยา จัดมหกรรมการแข่งขันบทเพลงอนาซีดเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่เวทีประชาคมอาเซียน และเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกร บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระขนมพรรษา 65 พรรษา 28 กรกฎาคม 2560 โดยมีทีมเข้าแข่งขันบทเพลงอนาซีด จำนวน 18 ทีม จากพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จ.นราธิวาส จ.ยะลา จ.ปัตตานี และ จ.สงขลา โดยมี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รอง ผอ.ศอ.บต เป็นประธานในพิธีเปิด และ นายซาฟีอีน เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  นาวาอากาศเอก อธิสพล สังขรัตน์ หัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง 912 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้นำศาสนา เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ซึ่งในการนี้ ได้อัญเชิญ ฮัจญะห์ไซนับ อับดุลรอแม นักคอรีอะห์ แชมป์โลก 3 สมัย จาก อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งมีการแสดงอนาซีดกุมปัง วงอันนาดา ร่วมกับคณะอนาซีดจากประเทศมาเลเซีย

   การขับร้องบทเพลงอนาซีด เป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นที่บ้านที่ได้รับความนิยมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง และยังเป็นการสื่อในการเชิญชวนร่วมสร้างการทำความดีแก่ตนเองและสังคมส่วนรวม อีกทั้งยังช่วยในการผ่อนคลายความเครียดจากปัญหาต่างๆ ส่งเสริมการพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สติปัญญาและสังคมไปพร้อมๆกัน และเพื่อฟื้นฟูศิลปะพื้นเมืองมาเผยแพร่แก่เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ให้มีความภาคภูมิใจในศิลปะพื้นเมืองของตนเองต่อไป

    พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รอง ผอ.ศอ.บต.กล่าวว่า ในภาพรวมของกิจกรรมที่จัดขึ้นมาในครั้งนี้เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทางสถานีวิทยุ 912 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมกับโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ผู้นำศาสนา ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับเยาวชนและอยู่ในครรลองของศาสนาอิสลาม สำหรับบทเพลงอนาซีดนั้น คือการที่จะเป็นเพลงขับร้องอนาซีดในลักษณะที่การแสดงออกถึงความศรัทธาต่อศาสนานั้นเป็นการเรียกร้องให้ทำความดี เรียกร้องให้เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เรียกร้องให้เป็นคนที่ดีต่อสังคม เพราะฉะนั้นการจัดกิจกรรมแบบนี้ นอกเหนือจากให้เด็กๆและเยาวชนได้มีกิจกรรมที่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชนแล้วยังจะเป็นการสื่อสารให้สังคมโดยรอบให้รับรู้ว่า ทุกคนต้องช่วยกันทำความดี ซึ่งการจัดกิจกรรมแบบนี้ยังมีสิ่งดีๆอีกหลายๆอย่าง เช่นส่วนหนึ่งจะเห็นได้ว่าเด็กๆและเยาวชนจำนวนมากจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร่วมกิจกรรมร่วมกับลูกหลานของตัวเอง แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้น คือ การสื่อสารในเนื้อหาเพลงที่ขับร้องเชิญชวนบอกกล่าวเรียกร้องให้ทุกคนมาทำความดี และถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และดีกว่าให้ผู้ใหญ่เรียกร้องให้เด็กๆและเยาวชนเรียกร้องกันเองถือเป็นสิ่งที่สำคัญและดีกว่าอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาพื้นที่ต่อไปในอนาคต.
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส 
กระแสใต้/นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

โซเชียลวิจารณ์ยับหลัง ตชด.44 ชุดเฝ้าป่าพระนามาภิไธย และ จนท.อุทยานแห่งชาติบางลางขอตัดหัวแม่วัวกระทิง อ้าง คำสั่ง ผอ.อุทยาน


อย่างนี้ก็ได้เหรอ !!! สังคมโซเชียลวิจารณ์หนัก หลัง ตชด.44 ชุดเฝ้าป่าพระนามาภิไธย และ จนท.อุทยานแห่งชาติบางลาง เข้าช่วยเหลือ แม่มะลิ วัวกระทิงแก่ ติดหล่มหลายวันจนร่างกายซูบผอม สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ หลังสิ้นลม จนท.อุทยานขอตัดหัวแม่วัวกระทิง อ้าง คำสั่ง ผอ.อุทยาน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลา ว่า ได้เกิดกรณีวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา หลังจากที่มีเหตุการณ์ตัดหัววัวกระทิงแก่ หลังเข้าช่วยเหลือยื้อชีวิตไม่สำเร็จ จากเหตุการณ์ วัวกระทิงติดหล่มโคลนในต้นน้ำเขื่อนบางลาง จนวัวกระทิงแก่ ที่เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อให้ว่า “แม่มะลิ” ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ

ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ โดยเฟสบุ๊ค ที่ใช้ชีวิตว่า “ฮาลา บาลา” โดยได้โพสเรื่องราวการเข้าช่วยเหลือชีวิตวัวกระทิงแก่ ที่ติดหล่มโคลนบริเวณต้นน้ำเขื่อนบางลาง ในเขตป่าฮาลาบาลา พื้นที่ ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา โดยเฟสบุ๊ค “ฮาลา บาลา”  ได้โพสเล่าเรื่องราวดังกล่าว เป็น 3 ช่วง คือช่วงแรก เมื่อค่ำวันที่ 28 ก.ค.60 เจ้าหน้าที่ ตชด.44 ชุดเฝ้าป่าพระนามาภิไธย ได้ไปพบวัวกระทิงแก่ เพศเมีย อายุมาก ลงไปกินน้ำและร่างกายติดหล่มโคลน ไม่สามารถขึ้นมาได้ คาดว่า ติดมาหลายวันแล้ว และจะทางเจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือในช่วงเช้าของอีกวัน เนื่องจากช่วงเวลาที่พบนั้นใกล้ค่ำแล้ว มีความยากลำบากในการให้ความช่วยเหลือ จนรุ่งเช้าวันที่ 29 ก.ค.60 เจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าช่วยเหลือวัวกระทิงแก่ ที่ชื่อว่า “แม่มะลิ” ซึ่งมีการเขียนข้อความอธิบายบนหน้าโฟสว่า

“เช้านี้ เราได้เข้าช่วยเหลือ กระทิงชรา เพศเมีย ที่ติดหล่มโคลน อยู่บริเวณพิกัด คลองฮาลา ตรงข้ามวังปลาช่อน และ ตอนนี้ได้ทำการช่วยเหลือจน นำกระทิง ขึ้นมาจากหล่มโคลนได้ 
ขณะนี้กระทิง มีอาการเพลีย อ่อนล้า รอรับการช่วยเหลือปฐมพยาบาลในเบื้องต้น และ ได้ทำการแจ้งเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยเหลือชีวิตโดยด่วน  กระทิงกำลังรอ หมอ อยู่น่ะครับ...ขอขอบคุณ ทีม ชปพ.ตชด.445  จนท.อุทยานแห่งชาติ บางลาง (วังไทร)  ทีมหลวงบัว วังไทร  อส.ชุดคุ้มครองตำบลแม่หวาด ชาวบ้าน บ้านตาพะเยา”

ซึ่งใต้ข้อความของโพสก็มีภาพขณะเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ “แม่มะลิ” วัวกระทิงแก่ ที่ตัวติดอยู่ในหล่มโคลนลึก จนไม่สามารถที่จะช่วยตัวเองได้ และสภาพของร่างกายก็ซูบผอม คาดว่า ติดหล่มโคลนมาแล้วมากกว่า 5-6 วัน ทำให้ไม่ได้กินอาหาร จนเจ้าหน้าที่มาพบ และพยายามเข้าช่วยเหลือ

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ชุดเฝ้าป่าพระนามาภิไธย ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติบางลาง เจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลแม่หวาด อ.ธารโต และชาวบ้านในพื้นที่บ้านตาพะเยา  เข้ามาช่วยเหลือแม่มะลิให้หลุดพ้นจากหล่มโคลน ซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง ในการนำเอาร่างของวัวกระทิงแก่ หรือ แม่มะลิ ที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักน่าจะมากกว่า 500 กิโลกรัม ขึ้นมาจากหล่มโคลนที่ติดอยู่

ซึ่งจะเห็นในภาพว่า ทางเจ้าหน้าที่ต่างทุ่มเท สละแรงกาย และใช้วิธี ขั้นตอนในการช่วยเหลือ จนสามารถนำเอา “แม่มะลิ”ขึ้นมาจากหล่มโคลนได้ แต่ด้วยสภาพที่ขาดอาหารมาหลายวัน ทำให้ แม่มะลิไม่มีเรี่ยวแรง ทางเจ้าหน้าที่ จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อรอเวลาให้ แม่มะลิ มีเรี่ยวแรงกลับมา

จนถึงช่วงเวลาประมาณ 13.04 น.แม่วัวกระทิงแก่ ที่ชื่อว่า “แม่มะลิ” ก็ได้สิ้นใจตาย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ต่างระดมกำลังนำร่างขึ้นมาจากหล่มโคลนได้ไม่นาน  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า จะทำการขุดหลุมฝังร่าง แม่มะลิไว้บริเวณดังกล่าว แต่ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติบางลาง ได้ขอตัดเอาหัว หรือ ศีรษะ ของแม่มะลิ ไป ท่ามกลางคำคัดค้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสม แต่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานกลับบอกว่า เป็นคำสั่งของ ผอ.อุทยาน จึงได้ทำการตัดเอาหัวของ แม่มะลิ วัวกระทิงแก่ กลับไปก่อนที่จะทำการฝังร่างของแม่มะลิ
ซึ่งในโพสดังกล่าว มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าหน้าที่อุทยาน ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลอนุรักษ์ โดยมีการโพสข้อความว่า “เป็นคำสั่งของ ผอ.” แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ ตชด.จะร้องขอไม่ให้กระทำ ก็ไม่เป็นผล จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักบนโพสดังกล่าว/.

เอกรักษ์ ศรีรุ่ง-ภาพข่าว

กระแสใต้-รายงาน

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ย้ำการปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เน้นย้ำการปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน อีกทั้งสกัดกั้นภัยแทรกซ้อนทุกรูปแบบ

วันนี้ (29 ก.ค.60) พลตรี วิชาญ สุขสง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ชุดคุ้มครองตำบล ในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอสุไหงปาดี อำเภอศรีสาคร อำเภอจะแนะ อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

โดยพลตรี วิชาญ สุขสง ได้เน้นย้ำการปฏิบัติงานในช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน 2560 ตามนโยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  พร้อมกำชับให้ปรับยุทธวิธีการปฏิบัติงาน ทั้งเรื่องการควบคุมพื้นที่ การปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่อจำกัดเสรีการเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรง  และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ทางด้านในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนของผู้ก่อเหตุรุนแรง และสารตั้งต้นที่ใช้ประกอบระเบิด อีกทั้งสิ่งของผิดกฏหมายอื่น ๆ อีกด้วย
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
ศูนย์ข่าวกระแสใต้-นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ล้นหลาม!ชาวภูเก็ต ร่วมเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา

ล้นหลาม!ชาวภูเก็ต ร่วมเดิน-วิ่ง
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา

วันนี้ 29 กรกฎาคม 2560 เวลา 06.00 น. ที่  สะพานเทพศรีสินธุ์ บริเวณช่วงหน้าโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  เป็นประธานพิธีมอบเสื้อโปโลสีดำ พระราชทาน แก่ประชาชนและปล่อยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม เดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 โดยมี คณะรองผู้ว่าราชการ จังหวัดภูเก็ต ข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกว่า 7,000 คน

โอกาสนี้ นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธาน
ในพิธีเปิดกรวยดอกไม้ถวายราชสักการะ นำกล่าวถวายราชสดุดี จากนั้นทุกภาคส่วน ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้อง เบื้องหน้า พระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
จากนั้นนายนรภัทร ปลอดทองพสกนิกรชาวภูเก็ต กว่า 7,000 คน ร่วมเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา

สำหรับกิจกรรมเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดี พลังความร่วมมือร่วมใจ ความรักความสามัคคี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกร ถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 พร้อมทั้งเป็นกิจกรรมที่สนองนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนสนใจกีฬา เพื่อสร้างสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ

 ทั้งนี้เมื่อผู้ร่วมกิจกรรมกลับเข้าสู่เส้นชัย ณ จุดเดิมทั้งหมดได้ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ด้วยการเก็บขยะบริเวณข้างเคียงเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วย

-ขอบคุณ ข้อมูล ปชส.จ.ภูเก็ต
ชัยมงคล สุวรรณวงศ์ ทีมข่าวกระเเสใต้ จ.ภูเก็ต  รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...