• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560

กฟผ.คงมาตรการรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคใต้ จากเหตุแหล่งก๊าซฯ JDA-A18 ขัดข้องพร้อมดึงไฟฟ้าภาคกลาง – มาเลเซียช่วยเสริม

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คงมาตรการรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคใต้ต่อเนื่อง จากเหตุแหล่งก๊าซฯ JDA-A18 ขัดข้อง  พร้อมดึงไฟฟ้าภาคกลาง – มาเลเซียช่วยเสริม 





       กฟผ. เผย ได้รับแจ้งจาก ปตท. อยู่ระหว่างแก้ไขปัญหาแหล่งก๊าซธรรมชาติไทย – มาเลเซียขัดข้อง ต้องใช้เวลาเพิ่ม 10-14 วัน เร่งประสานส่งน้ำมันใช้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติที่ขาดหายไป พร้อมซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซียและดึงไฟฟ้าจากภาคกลางเสริมช่วงพีก เพื่อให้ภาคใต้มีไฟฟ้าใช้เพียงพอ

             นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ตามที่ กฟผ. ได้รับการประสานจาก บมจ.ปตท. ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่าเกิดเหตุขัดข้องในระบบส่งจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือแหล่ง JDA-A18 ล่าสุดการแก้ไขยังไม่แล้วเสร็จ คาดว่าจะใช้เวลาอีกราว 10 - 14 วัน หรือแล้วเสร็จประมาณวันที่ 12 กรกฎาคม 2560

             รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. กล่าวต่อไปว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กฟผ. ได้ปรับแผนการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ เนื่องจากโรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 2 ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงต้องหยุดการเดินเครื่อง กฟผ. จึงได้บริหารจัดการโดยปรับมาใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 1 และโรงไฟฟ้ากระบี่ โดยประสานกับ ปตท. ให้จัดส่งน้ำมันให้กับโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งเพิ่ม ทั้งนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ของภาคใต้ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 2,350 เมกะวัตต์ ขณะที่การผลิตไฟฟ้าของภาคใต้ในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถผลิตได้ประมาณ 1,800 เมกะวัตต์ สำหรับไฟฟ้าส่วนที่ขาดอยู่อีกประมาณ 500-600 เมกะวัตต์ ได้มีการซื้อไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียเข้ามาเสริมในบางช่วงเวลา และมีการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปช่วยอีกส่วนหนึ่ง รวมถึงคาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วง 10-14 วันนี้ จะสูงสุดไม่เกิน 2,500 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถจ่ายไฟฟ้าในภาคใต้ได้อย่างเพียงพอ

             “ต้องขอให้พี่น้องประชาชน ภาคการท่องเที่ยว และภาคธุรกิจอุตสาหกรรมในภาคใต้ ยังคงช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้าต่อไปอีกจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา ในอนาคตคาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก ดังนั้น หากภาคใต้มีโรงไฟฟ้าหลักเพิ่มในพื้นที่จะช่วยให้เกิดความมั่นคงและลดความเสี่ยงได้” นายสุธน บุญประสงค์ กล่าว

บ้านท่ามะพร้าว สร้างสุขด้วยสื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชน

บ้านท่ามะพร้าว สร้างสุขด้วยสื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชน 
     เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 กลุ่มละครมาหยา ศูนย์สื่อสารเด็กไทยฯ (องค์กรสาธารณประโยชน์ เลขที่4314) โดยแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. พร้อมผู้บริหารโรงเรียนบ้านท่ามะพร้าว และ ผู้นำชุมชนบ้านท่ามะพร้าว ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ร่วมจัดเวทีประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือในโครงการสื่อศิลปวัฒนธรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลง ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านท่ามะพร้าว จังหวัดกระบี่ นายปริวัตร กิจนิตย์ชีว์ ประธานโครงการวิถีชุมชนท่ามะพร้าวสร้างสุขด้วยกะลา ได้กล่าวว่า ในเวทีครั้งนี้ ถือเป็นเวทีแรกของจุดเริ่มต้นที่ขับเคลื่อนผ่านสื่อศิลปวัฒนธรรมในชุมชน ด้วยการจัดหารือกับผู้ใหญ่ในชุมชน และผู้บริหารโรงเรียนถึงแนวทางในการสร้างความร่วมมือพร้อมหาจุดร่วมในการสร้างแกนนำเด็กในชุมชนพร้อมการใช้สื่อศิลปวัฒนธรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลง และในเวทีครั้งนี้ มีนายฮาริส มาศชาย หัวหน้าศูนย์สื่อสารเด็กไทยฯ พร้อมนายการานี แดงร่า มาร่วมนำเสนอแนวทางและทิศทางการสร้างความร่วมมือและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายใน 3เดือนนี้ ถึงกระบวนการในการเรียนรู้ ทักษะฉลาดรู้ทางสื่อ ฉลาดรู้ทางสุขภาวะ ด้านความมั่นคงทางอาหารในเด็กปฐมวัยในชุมชน พร้อมการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์และพื้นที่เรียนรู้สุขภาวะชุมชน โดยเชื่อมโยงกับประเด็นทางด้านสุขภาวะเศรษฐกิจสร้างสรรค์อีกด้วย การใช้สื่อศิลปวัฒนธรรมบ้านท่ามะพร้าวเพื่อการเปลี่ยนแปลงสุขภาวะในชุมชน ที่ประชุมได้มีแนวความคิดตรงกันในการใช้สื่อของ "กะลามะพร้าว" ของ บ้านท่ามะพร้าว ผ่านการเรียนรู้สู่กระบวนการสร้างสรรค์ ทั้งการสร้างแกนนำเด็ก รวมถึงการรณรงค์และส่งเสริมค่านิยมเรื่องโภชนาการ ด้านการกินผักเพื่อลดหวาน ลดเค็มในเด็กปฐมวัยด้วย ด้าน นายสมพงษ์ แออ้อย ครูโรงเรียนบ้านท่ามะพร้าว ได้กล่าวถึง ชุมชนบ้านท่ามะพร้าวว่า เป็นชุมชนที่มีต้นทุนดี ทั้งทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงแม้จะเป็นชุมชนที่ไม่ใช่ทางผ่าน แต่ถือเป็นชุมชนที่ชาวบ้านให้ความร่วมมือและมีความรักห่วงแหนในวิถีชีวิตประเพณีที่ดีงาม ที่ผ่านมาชุมชนบ้านท่ามะพร้าวได้ตระหนักถึงเรื่องสิ่งเเวดล้อมไปพร้อมกับการบุคลากรในชุมชน การนำเรื่องสื่อศิลปวัฒนธรรมเข้ามาสร้างกระบวนการเรียนรู้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ให้เกิดการตระหนักรู้และเข้าใจชุมชนมากยิ่งขึ้น สื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชน จึงเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนถึงพฤติกรรมในการสร้างสุขภาวะที่ดีที่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยความหวังของเรื่องดีดีในชุมชนบ้านท่ามะพร้าวผ่านกะลาที่ไม่ใช่แค่กะลามะพร้าว รวมถึงวาระ"ผัก" ที่จะชวนเด็กๆในชุมชนมายกระดับเรื่องกิน เรื่องผัก (ลดหวาน ลดเค็ม) กัน

สตูล เปิดเวทีการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานสำรวจออกแบบสะพานข้ามคลองตำมะลัง (มีคลิป)

นิตยา แสงมณี // สตูล
สตูล เปิดเวทีการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานสำรวจออกแบบสะพานข้ามคลองตำมะลัง พบชาวบ้านส่วนใหญ่ให้การยอมรับ หากทุกฝ่ายพร้อมคาดจะสามารถก่อสร้างได้ในปี พ.ศ.2562
          เมื่อเวลา 10.30น.วันที่30มิ.ย.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสุวรรณ ช่วยนุกูล นายอำเภอเมืองสตูล พร้อมนายพิสิฐ ศรีวรานันท์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวงชนบท นายรักชาติ บุหงาชาติ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสตูล และคณะที่ปรึกษาจากบริษัท ซี คอนซัลท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัทซีวิลดีไซน์แอนด์คอนซัลแต้นส์ จำกัด ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านตำมะลังใต้ หมู่ที่ 3 ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล เพื่อประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) งานสำรวจออกแบบสะพานข้ามคลองตำมะลัง โดยให้ประชาชน หน่วยงาน และองค์กรระดับต่างๆ รับทราบถึงผลการศึกษาด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงผลการศึกษาด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ พร้อมทั้งให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ มีประชาชนในชุมชนบ้านตำมะลังเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการฯ ดังกล่าว
          นายพิสิฐ ศรีวรานันท์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า โครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองตำมะลัง มีการริเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 จนถึงปัจจุบัน โดยโครงการได้รับพระกรุณาพระราชทานพระราชานุมัติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อเดือนธันวาคม 2544 ซึ่งสะพานครอบคลุมพื้นที่ 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 2 บ้านตำมะลังเหนือ และหมู่ที่ 3 บ้านตำมะลังใต้ แนวเส้นทางโครงการมีจุดเริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข 406 บริเวณ กม.93 + 900 เข้าไปตามถนนลูกรังเดิม ขนาด 2 ช่องทางจราจร ตรงเข้าสู่ท่าเทียบเรือประมงเอกชนริมคลองตำมะลัง จากนั้นสะพานจะข้ามไปยังบริเวณหมู่ที่ 2 บ้านตำมะลังเหนือ ผ่านพื้นที่เกษตรกรรมและถนนหิน ไปสิ้นสุดที่บริเวณถนนสาธารณะของหมู่บ้าน ระยะทางรวมทั้งหมด 2.735 กิโลเมตร งบประมาณ 350 ล้านบาท ทั้งนี้ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนครั้งแรกไปแล้ว เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา คาดว่าหากการสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี ทุกฝ่ายพร้อมจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี พ.ศ.2562
           ด้านนางเนตรนภา ไมตรี ชาวบ้านชุมชนตำมะลังเหนือ กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญกับประชาชนในชุมชนบ้านตำมะลัง ซึ่งตนเองเห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างสะพานดังกล่าว เพราะจะทำให้การคมนาคมสะดวกมากยิ่งขึ้น ช่วยลดปัญหาความเดือดร้อนในการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองของประชาชนที่อาศัยอยู่บนเกาะตำมะลัง โดยเฉพาะในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งเป็นการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ สามารถพัฒนาชุมชนบ้านตำมะลังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสตูลในอนาคต


กระบี่ สานเยาวชน 8 รร.จัดกิจกรรม “พลังงานเพื่อชีวิต Energy for life @krabi”อย่างต่อเนื่อง


๒๙ มิถุนายน ๒๕๖o โรงเรียนลำทับประชานุเคราะห์ อ.ลำทับ จ.กระบี่ นายชวลิต เลิศเกียรติวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนลำทับประชานุเคราะห์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการให้ความรู้เรื่องพลังงานแก่เด็กนักเรียน“พลังงานเพื่อชีวิต Energy for life @ krabi” โดยมีนายภัทรพล พัธรตั้งมนตรี นายช่างเทคนิคปฏิบัติงาน
        นายชวลิต เลิศเกียรติวงศ์ กล่าวว่า พลังงาน ถือเป็นสิ่งที่มีค่า และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของเราทุกคน ซึ่งความต้องการในการใช้พลังงานมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกๆปี ในขณะที่พลังงานต่างๆมีอยู่อย่างจำกัด ในอนาคตอาจจะทำให้พลังงานไม่เพียงพอกับความต้องการของมนุษย์ การแก้ไขต้องเริ่มจากตัวมนุษย์เอง และเยาวชนนับเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในอนาคต จึงควรมีการสร้างจิตสำนึกการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ ให้มีหัวใจอนุรักษ์พลังงาน
กิจกรรมครั้งนี้สำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่ร่วมกับโรงไฟฟ้ากระบี่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จัดกิจกรรม “พลังงานเพื่อชีวิต Energy for life @krabi” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าภาคใต้ ตลอดจนได้เรียนรู้และตระหนักว่าปัญหาเรื่องพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัวและเกิดจิตสำนึกในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งมีการขยายผลต่อไปยังสมาชิกในครอบครัวและคนใกล้ชิด โดยจัดกิจกรรมนี้กับนักเรียนระดับมัธยมต้น โดยมีอาสาสมัครพลังงานชุมชน(อส.พน.)จังหวัดกระบี่ เป็นวิทยากรประจำฐาน ประกอบด้วย ๕ ฐานเรียนรู้ คือ สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าภาคใต้ น้ำมันเชื้อเพลิง การประหยัดพลังงาน พลังงานทดแทนและภารกิจผลิตไฟฟ้าและการดูแลสิ่งแวดล้อมของ กฟผ.
งานนี้นอกจากจะได้รับความรู้ด้านพลังงานแล้ว นักเรียนก็ยังได้สนุกกับเกมส์พลังงานและร่วมตอบคำถามชิงรางวัลมากมาย นอกจากนี้ยังสามารถร่วมตอบปัญหาชิงรางวัลและกิจกรรมอื่นๆได้อีกทาง Facebook สำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่
สุดท้ายนี้นายศิวเรศ ธรรมวิเศษ พลังงานจังหวัดกระบี่ อยากจะเชิญชวนน้องๆนักเรียนที่สนใจ ร่วมกิจกรรมตอบคำถามทาง Facebook สำนักงานพลังงานจังหวัดกระบี่ และร่วมใจกันประหยัดพลังงาน โดยเริ่มที่ตัวเราด้วย ๔ ป.(ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน)ปิดไฟดวงที่ไม่ใช้..ปรับแอร์ ๒๖ องศา..ปลดปล๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เลิกใช้แล้วและเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์เบอร์ ๕
ซึ่งโครงการดังกล่าวจะจัดขึ้น ทั้ง ๘ อำเภอ ๘ โรงเรียนในจังหวัดกระบี่
๙ มิ.ย. ๖o โรงเรียนปลายพระยาวิทยาคม
๑๒ มิ.ย.๖o โรงเรียนเหนือคลองประชาบำรุง
๑๓ มิ.ย. ๖o โรงเรียนเมืองกระบี่
๑๙ มิ.ย.๖o โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์
๒o มิ.ย. ๖o โรงเรียนเขาพนมเบญจา
๒๙ มิ.ย. ๖o โรงเรียนลำทับประชานุเคราะห์
๖ ก.ค. ๖o โรงเรียนคลองยางประชานุสรณ์
๗ ก.ค. ๖o โรงเรียนคลองพนสฤษฏ์พิทยา

ชาวสวนยางกระบี่ หันมาเพาะเห็ดฟางจากทะลายปาล์มสร้างรายได้เสริม เผยตลาดมีความต้องการสูง

ชาวสวนยางกระบี่ หันมาเพาะเห็ดฟางจากทะลายปาล์มเป็นรายได้ดี  ไม่เดือดร้อนราคายางพาราจะตกต่ำต่อเนื่อง เผยตลาดมีความต้องการสูงมีพ่อค้าแม่ค้า มารับซื้อถึงที่ ในราคากิโลกรัมละ53 บาท สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 500-800 บาท ต่อวัน
วันที่ 30 มิ.ย.60  เกษตรกรชาวสวนยาง บ้านบางคราม ม.4 ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อมจ.กระบี่   หันมาเพาะ เห็ดฟางขายเป็นรายได้เสริม หลังราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่อง   ผลปรากฏว่า รายได้ดี มีตลาดแน่นอน มีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่  บางรายได้รวมกลุ่มกันในญาติพี่น้อง รับซื้อส่งไปขายที่กรุงเทพมหานคร  สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 500 - 800 บาทต่อครอบครัว   จึงไม่เดือดร้อนแม้ว่าราคายางพาราจะตกต่ำลงต่อเนื่อง 
นายนิรัตน์ รัตนคช  อายุ33ปีอยู่บ้านเลขที่ 109 ม.4 ต.คลองท่อมเหนือ กล่าวว่า ว่าเดิมทีตนและภรรยามีอาชีพหลักคือรับจ้างกรีดยางพารา และให้เช่าทำเครื่องเสียงตามงานต่างๆในหมู่บ้านเป็นอาชีพเสริม  แต่หลังจากที่ราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่อง  งานเครื่องเสียงก็ลดน้อยลงก็ไม่มีลูกค้ามาติดต่อ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่อาชีพทำสวนยาง ทำให้รายได้ไม่เพียงพอค่าใช้จ่ายในครอบครัว   จึงทดลองหันมาเพาะเห็นฟางขายโดยเรียนรู้จากญาติที่เพาะเห็ดขายมาก่อนหน้านี้   โดยมีเงินลงทุนครั้งแรกเพียง 5,000 บาท  เอาไปซื้อทลายปาล์ม 1 คันรถ 6 ล้อ หรือประมาณ 7 ตัน นำมาฉีดล้างน้ำ และจัดเรียงเป็นกอง ความกว้าง 70 ซ.ม. ยาว 4 เมตร จะได้จำนวน 30 กอง จากนั้นนำเชื้อเห็ดไปโรยบนกองทะลายปาล์มและปิดทับด้วยผ้ายางทึบแสง ทิ้งไว้ประม13วัน เห็ดก็จะเริ่มงอก และเริ่มเก็บผลผลได้เรื่อยๆ  ซึ่งเพาะครั้งหนึ่งจะเก็บได้ประมาณ 1 เดือน เฉลี่ยจะได้กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 1 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่วงเป็นรายได้ที่มากกว่าทำสวนยางในปัจจุบัน
นายนิรัตน์กล่าวอีกว่า ตอนนี้ตนวางแผนเห็ด อาทิตย์ละ 1รุ่น  ตกเดือนละ4รุ่น  จะสามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวัน ตนเองลงทุนรุ่นละ 3,000บาท จะทำรายได้ตกรุ่นละ10,000บาท   หักต้นทุนแล้วจะเหลือกำไรประมาณ7,000บาทต่อเดือน  เดือนละ4รุ่นเท่ากับรายได้เดือนละ28,000บาทต่อเดือน ถือว่าดีกว่าทำสวนยาง   ส่วนราคาไม่ต้องห่วง ราคาจะอยู่ สม่ำเสมอ เฉลี่ย ก.ก.ละ50ถึง53บาท  และมีตลาดที่แน่นอน ซึ่งขณะนี้ตลาดในกรุงเทพฯ ยังมีความต้องการอีกมาก เพราะเห็ดฟางสามรถแปรรูปเป็นอาหารได้หลายอยบ่าง เช่น ผัดน้ำมันหอย  แกงจืด แกงเลียง  ต้มยำ  เป็นต้น และยังแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลาย
 ภาพ-ข่าว นัาเมศ มากผล รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560

หวิดวอด...ไฟลุกพรึ๊บติดสายและถังเเก๊สก่อนลุกลามไหม้ รถ จยย.

หวิดวอด...ไฟลุกพรึ๊บติดสายและถังเเก๊สก่อนลุกลามไหม้รถ จยย.
เสียหาย  เจ้าของร้านพยายามเข้าปิดวาร์ว ดับไฟวุ่น...

28มิย.2560เวลา12.00น.สายตรวจสภ.เมืองภูเก็ต ข่ายจราจร จนท.มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านตรัง ราชาติ่มซำ เลขที่451ตรงข้ามตลาดชิวา ถนนเยาวราช อ.เมืองภูเก็ตจ.ภูเก็ต พบต้นเพลิงเกิดจากถังเเก๊สหุงต้ม ซึ่งทางร้านใช้ทำอาหาร มีไฟลุกเป็นระยะ โดยรัศมีของไฟยังลุกไหม้ไปโดนรถยนต์1คันและรถ จยย.อีก1คันที่จอดอยู่บริเวณหน้าร้านได้รับตวามเสียหายอีกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าใช้เวลาเกือบ20นาทีจึงสามรถควบคุมไฟไว้ได้ นอกจากนี้ทราบว่ายังมีผู้บาดเจ็บเป็นชาย๑รายซึ่งเป็นเจ้าของร้าน บาดเจ็บเล็กน้อย มูลนิธิฯนำส่งรพ.เเล้ว

  ขณะเดียวกันร.ต.อ.ไกศร ภาคอารีย์ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองภูเก็ตพร้อมชุดสืบสวน ก็เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าวันนี้ร้านเปิดบริการตามปกติขณะที่เจ้าของร้านเปิดวาร์วแก๊สคาดสายเเก๊สหลุดจนเกิดไฟลุกขึ้นมาเเละลุกลามไปติดรถที่จอดบริเวณหน้าร้าน เจ้าของร้านพยายามเอาถังเคมีไปดับและเข้าไปปิดวาร์วเเก๊สท่ามกลางลูกค้าและผู้คนระเเวกนั้นเเตกตื่นต่างยืนดูด้วยความระทึกเเละเเจ้งจนท.มาช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งทางจนท.ตำรวจจะได้ตรวจหาสาเหตุที่เเท้จริงต่อไป...

ชัยมงคล สุวรรณวงศ์ ทีมข่าวกระแสใต้ จ.ก็ต-รายงาน

พ่อเมืองนราธิวาส ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้การต้อนรับรองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการปกครองท้องถิ่น คนที่ 1 สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะ ในโอกาสลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น

      วันนี้ (29 มิ.ย.60) นายวัลลภ พริ้งพงษ์ รองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการปกครองท้องถิ่น คนที่ 1 พร้อมด้วยพลเอก ภูดิศ ทักติยโชติ รองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการปกครองท้องถิ่น คนที่ 2 และคณะกรรมาธิการฯ รวม 29 คน ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส
        นายวัลลภ พริ้งพงษ์ รองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการปกครองท้องถิ่น คนที่ 1 กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ (29 มิ.ย.60) เพื่อมาร่วมรับฟัง ตอบคำถาม ความไม่ชัดเจนหรือความไม่เข้าใจในประเด็นต่าง ๆ ของร่างกฎหมายการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น ผลกระทบจากการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมกันนี้ได้กล่าวถึงโครงสร้างการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2558 ได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งสมาชิก สปท. ให้เป็นประธาน สปท. คนหนึ่ง และเป็นรองประธานสองคนตามมติของ สปท. (มาตรา 39/2 วรรคสาม) มีคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา 11 คน โดยแต่ละคนประกอบด้วยสมาชิก 11-19 คน ซึ่งมีหน้าที่การปฏิรูปด้านต่าง ๆ รวม 11 ด้าน ทั้งนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแนวทาง แผนการปฏิรูป วิธีการปฏิรูป พร้อมกำหนดเวลาการปฏิรูป และข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นให้สัมฤทธิผล
ด้านนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งสิ้น 89 แห่ง แบ่งออกเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลเมือง 3 แห่ง เทศบาลตำบล 13 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 72 แห่ง ซึ่งในวันนี้ (29 มิ.ย.60) มีคณะผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ และตัวแทนภาคประชาชน กว่า 500 คน เข้าร่วมรับฟังแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงปัญหาและข้อขัดข้องของรูปแบบหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นที่เหมาะสมและพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ

สถาบันวิทยาลัยชุมชนเร่งเดินหน้าตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ระบุ เร่งเดินหน้าตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล  ปรับปรุงหลักสูตรฝึกอบรม หลักสูตรประกาศนียบัตรและหลักสูตรอนุปริญญา

ดร.สิริกร  มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน กล่าวว่า สถาบันวิทยาลัยชุมชนได้ผลักดันให้มีการจัดหลักสูตรดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเบื้องต้น ถือเป็นหลักสูตรสำคัญสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล รวมถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส โดยรวม 5 วิทยาลัยชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คัดเลือกบุคลากรซึ่งเป็นผู้แทนในสาขาวิชาต่าง ๆ เข้ารับการอบรมครั้งที่สองที่วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส  โดยวิทยากรจากภาคเอกชนผู้มีประสบการณ์ตรงด้านดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ได้แก่ ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ นายณัฐนันท์ เจนศักดิ์ศรีสกุล และนางสาวนพรัตน์ มุณีรัตน์  ทั้งนี้การอบรมภาคทฤษฎีครั้งแรก ได้จัดขึ้นก่อนหน้านี้ ที่ปัตตานี ให้ผู้เรียนได้รับทราบภาพรวมของ Digital Marketing พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การใช้เครื่องมือ Social Media ในการสื่อสารได้ในวงกว้าง เทคนิคการถ่ายภาพให้ดูดีมียอด Like & Share   เทคนิกการเขียนสื่อสารได้โดนใจใน Social Media     และการโปรโมทสื่อโฆษณาด้วยตนเองแบบง่าย ๆ ผ่าน Facebook องค์ประกอบหน้าเพจที่น่าสนใจ  และการอบรมครั้งที่สองที่นราธิวาสนี้เป็นการติดตามความเข้าใจจากผลงานที่ผู้เรียนได้นำความรู้ดังกล่าวไปลองปฏิบัติด้วยตนเอง เพื่อมานำเสนอให้วิทยากรวิพากษ์และให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงให้เกิดผลได้ในโลกธุรกิจที่การแข่งขันสูง///
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้รับการอบรมมีทักษะเพิ่มขึ้น สามารถสร้างหลักสูตรฝึกอบรมและนำไปถ่ายทอดได้ดีขึ้น คาดว่าอาจต้องมีการอบรมอีกครั้ง  โดยกำหนดจัดขึ้นที่วิทยาลัยชุมชนสตูล ในระยะต่อไป///
“...เชื่อว่าผู้เข้ารับการอบรมจะมีพื้นฐานที่นำกลับไปใช้ประโยชน์ด้วยตนเอง แล้วสร้างหลักสูตรระยะสั้น เพื่อถ่ายทอดให้ผู้สนใจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้..”///
นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้วิทยาลัยชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดทำแผนให้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา อีกทั้งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ปรับโฉมของหลักสูตรต่าง ๆ  นอกเหนือจากหลักสูตรดิจิทัลมาเก็ตติ้งแล้ว ยังมีหลักสูตรสาธารณสุขชุมชน  การดูแลผู้สูงอายุ ทั้งหลักสูตรฝึกอบรม หลักสูตรประกาศนียบัตรและหลักสูตรอนุปริญญา                               

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ-รายงาน

ชาวสตูลกว่า 2,000 คนแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง ร่วมกิจกรรมเนื่องในเทศกาลเฉลิมฉลองวันฮารีรายา อิดิ้ลฟิตรี (มีคลิป)

นิตยา แสงมณี // สตูล-รายงาน
ชาวสตูลกว่า 2,000 คนแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง ร่วมกิจกรรมเนื่องในเทศกาลเฉลิมฉลองวันฮารีรายา อิดิ้ลฟิตรี ประจำฮิจเราะห์ศักราช 1438
           วันที่ 29มิ.ย.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดงานสตูลอีดิ้ลฟิตรี โอเพ่นเฮ้าส์ 1438 ครั้งที่ 4 ณ บริเวณถนนบุรีวานิช หน้าหอนาฬิกา ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลร่วมกับสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสตูล และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนกว่า 90 แห่ง ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ความศรัทธาของพี่น้องชาวไทยมุสลิม หลังจากถือศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอนมาเป็นเวลา 1 เดือนเต็มทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นและร่วมแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองเดินขบวนพาเหรดอย่างอลังการ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนที่มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
        บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยประชาชนทั้งชาวไทย-พุทธ ไทย-มุสลิม ชาวไทยเชื้อสายจีน และพี่น้องชาวมาเลเซีย กว่า 2,000 คน ที่ต่างแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองสวยงามเข้าร่วมงาน สร้างความโดดเด่นภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม นอกจากนั้นยังมีการแสดงอานาซีด การควงกระบองไฟ การแข่งขันชาชัก การแสดงแสงสีเสียงสื่อผสมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นสตูล รวมทั้งการจัดบูธอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มของส่วนราชการและเอกชนกว่า 100 บูธ เพื่อคอยให้บริการแก่ประชาชนฟรีตลอดทั้งงาน คาดว่างานสตูลอีดิ้ลฟิตรี โอเพ่นเฮ้าส์จะเป็นอีกกิจกรรมที่โดดเด่นอีกกิจกรรมหนึ่ง ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับประชาชนชาวสตูลในอนาคต

ผู้ว่าฯนราธิวาส เปิดแถลงข่าวเตรียมจัดงาน otop ทั่วไทย ประสานใจ สู่แดนใต้

ผู้ว่าฯนราธิวาส เปิดแถลงข่าวเตรียมจัดงาน otop ทั่วไทย ประสานใจ สู่แดนใต้ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 11 ก.ค.60  ณ สนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส คาดจะมีเงินสะพัดในการจัดงานในครั้งนี้  ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
            ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายสิทธิชัย  ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการจัดงาน otop ทั่วไทย ประสานใจสู่แดนใต้ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-11 ก.ค.60  โดยมีนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก นายเมธา ภมรานนท์ นายด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก นายไกรวุฒิ ช่วยสถิตย์ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส พ.ท.พงศกร แสงกูล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30  และ พ.ต.ต.จรูญ ด้วงไข่ สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้
           นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นการยกระดับสินค้าotop ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยดำเนินการจัดขึ้น 3ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกสามารถทำยอดขายกว่า 17 ล้านบาท  โดยพิธีเปิดงาน otop ทั่วไทย ประสานใจสู่แดนใต้ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่ 6กรกฏคม2560 เวลา19.30น. ณ เวทีกลางสนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และคาดว่าในการจัดงานครั้งที่ 2 นี้ จะมีเงินสะพัดมากถึงกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จะมีเงินสะพัดมากมายทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม รถรับแจ้ง จะมีรายได้มากขึ้นจากปกติหลายเท่าตัว รวมทั้งมีการเพิ่มจำนวน บูธ ร้านค้าจาก 110 บูธ เป็น 150 บูธ สินค้าโอทอเกรดระดับ 3 – 5 ดาว เพิ่มจำนวนอาหารจากเดิม 47 บู้ด เป็น 65 บู้ด ตามคำเรียกร้องของประชาชน พร้อมทั้งเพิ่มเวลาจำหน่วยในแต่ละคืนจากเดิม 14.00 น.มาเป็น 11.00 น.คาดหวังว่าพี่ใน 2 จ.ใต้รวมถึงชาวต่างประเทศจะมาเที่ยวและสนับสนุนสินค้าโอทอปในงานครั้งนี้เป็นจำนวนมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
 ส่วนการพัฒนาพื้นที่ในระดับนโยบายนั้น การสร้างสะพานข้ามพรมแดนที่ อ.ตากใบ และสุไหงโก-ลก นั้น อยู่ในแผน IMTGT ที่รัฐบาลไทยและมาเลเซียได้จับมือร่วมกันในแผนปี 2562 ที่จะบรรจุเข้าไป โดยในรายละเอียดต่างๆนั้น เป็นเรื่องความสำพันธ์ระหว่างประเทศที่จะต้องไปคุยในรายละเอียดระดับรัฐบาลต่อไป     
       
นอกจากนี้ยังมีการแสดงนิทรรศการการเชื่อมโยงศักยภาพของเมือง 3 เมืองต้นแบบ ได้แก่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมืองต้นแบบการค้าชายแดนระหว่างประเทศ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมืองต้นแบบการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน และอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมืองต้นแบบการท่องเที่ยวครบวงจร การแสดงนิทรรศการเด่นจังหวัดนราธิวาส ได้แก่ ผ้าท่อนราธิวาส และผลการดำเนินงานบริษัทประชารัฐสามัคคี (นราธิวาส)จำกัด และการสาธิต
          ด้านนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก กล่าวในภาพรวมในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก ว่า การจัดงานครั้งนี้ทางหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงและภาคประชาชนได้มีการหารือในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกโดยได้ศึกษาการรักษาความปลอดภัยจากการจัดงานครั้งแรกมาปรับเปลี่ยนและเพิ่มความปลอดภัยจากเดินให้มากขึ้น โดยมีการแบ่งเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน ทั้งนี้เพื่อนความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวงานในครั้ง
      ด้าน พ.ท.พงศกร แสงกูล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 และ พ.ต.ต.จรูญ ด้วงไข่ สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.สุไหงโก-ลก รับผิดชอบด้านความมั่นคงและการจัดการจราจร ได้เสริมกำลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ทหาร ฝ่ายปกครอง และกำลังภาคประชาชน ในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่จะเข้ามาในงาน โดยทุกคนต้องผ่านการตรวจตราอย่างละเอียดด้วยเครื่องตรวจวัตถุระเบิดหน้าประตูทางเข้าก่อนเข้างาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการและดูแลระบบจราจร และสถานที่จอดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ทุกชนิด โดยแบ่งโซนอย่างชัดเจนห่างจากจุดจัดงานเพื่อป้องกันการลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ โดยมีกำลัง อส.และกำลังภาคประชาชนจะคอยดูแลความปลอดภัยทั้งในและนอกบริเวณงานอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความเรียบร้อยรักษาความสงบในพื้นที่บริเวณงานตลอดทั้ง 7 วัน.

  ด้านนายไกรวุฒิ ช่วยสถิตย์ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การจัดงาน otopทั่วไทย ประสานใจสู่แดนใต้ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ครั้งที่ 2 จะมีผู้ประกอบการจาก 4 ภาค ทั่วประเทศไทย ได้แก่ ภาคใต้ จำนวน 85 บูธ ภาคกลางจำนวน 27บูธ ภาคอีสาน จำนวน 21 บูธ และภาคเหนือ จำนวน 17บูธ ส่วนประเภทผลิตภัณฑ์สินค้าOTOPประกอบด้วย5ประเภท คือ ประเภทอาหาร จำนวน 65 บูธ ประเภทเครื่องดื่ม จำนวน 20 บูธ ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน 21 บูธ ประเภทของใช้ ของประดับตกแต่ง ของที่ระลึก จำนวน 26 บูธ และประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน18 บูธ ส่วนการแสดงบนเวที มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นจังหวัดนราธิวาส การเทศนาธรรม และการแสดงของศิลปินดารา นักร้องทุกค่ำคืน โดยในวันที่5ก.ค. พลกับดีเกฮูลู เป๊าะแต๊ะกุแบอีแก วันที่ 6ก.ค.พบกับศิลปินตั๊กแตน ชลดา วันที่ 7 ก.ค.พบกับศิลปินวงมอร์แกน วันที่ 8ก.ค.พบกับศิลปินวงลี แบนวาไรตี้ วันที่ 9ก.ค.พบกับศิลปินวง Lก-ฮ วันที่ 10ก.ค.พบกับศิลปินวงไฉไลวาไรตี้ และวันที่ 11ก.ค.พบกับศิลปินวงกลม
 ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ/รายงาน

แซงไม่พ้น รถฉุกเฉินรพ.มะนัง ชนประสานงากระบะ พังยับ ดับคาที่ 1 สาหัส 1

นิตยา แสงมณี // สตูล-รายงาน
แซงไม่พ้น รถฉุกเฉินรพ.มะนัง ชนประสานงากระบะ พังยับ ดับคาที่ 1 สาหัส 1ชนเสียงดังสนั่น บนถนนกลางหมู่บ้านในสตูล รถฉุกเฉินรพ.มะนัง กลับจากส่งคนป่วย แซงไม่พ้นประสานงาอย่างจังกระบะขนปาล์มพังยับทั้ง 2 คัน ดับคาที่ 1 สาหัส 1 เจ็บเล็กน้อยอีก 6

           เมื่อคืนตอนดึกของวันที่ 28 มิ.ย.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าร.ต.อ.อับดุลหมาดหยีด หยังสู รอง สว.สอบสวน สภ.ควนกาหลง จ.สตูล รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนประสานงา บนถนนในหมู่บ้านบ้านบุโล๊ะ หมู่ที่ 7 ต.ควนกาหลง จึงไปที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน บง 6281 สตูล ซึ่งบรรทุกปาล์มน้ำมัน สภาพเก่าไม่สามารถระบุสีได้ ในสภาพพังยับทั้งคัน นอกจากนี้พบรถฉุกเฉินที่ใช้รับส่งคนเจ็บของรพ.มะนัง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน กข 5169 สตูล พังยับทั้งคันเช่นกัน พบกัน พบศพนายสรศักดิ์ อารีรักษ์ อายุ 58 ปี เสียชีวิตคาซากรถกระบะ มีนางสมใจ ชูช่วย อายุ 52 ปี บาดเจ็บสาหัส และบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 6 คน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายนุชดีน ภูมิเวช อายุ 43 ปี ชาว ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง ได้ขับรถยนต์กระบะไปทำธุระ โดยมีเพื่อนบ้านนั่งมาด้วยรวม 5 คน รวมทั้งนายสรศักดิ์ ซึ่งเสียชีวิต และนางสมใจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเดียวกันรถฉุกเฉินของรพ.มะนัง มีนายพฤกษา อ่อนน้อม อายุ 45 ปี เป็นคนขับ และมีเพื่อนร่วมงานนั่งมาด้วย 3 คน ได้ขับกลับจากส่งคนป่วยที่รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถของรพ.มะนัง ได้แซงรถอีกคันแต่ไม่พ้นจึงประสานงารถกระบะบรรทุกปาล์มที่วิ่งสวนมาอย่างจัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป.

ยะลา สานจัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด แด่พ่อหลวง "ทำดีเพื่อพ่อ"


 
จ.ยะลา จัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด มีการแสดงของนักเรียน มากมาย
           วันที่ (28  มิ.ย 60)  ที่ อาคารศรีนิบง ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา  นายดลเดช พัฒนรัฐ   ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา   เป็นประธานเปิดกิจกรรม เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด จ.ยะลา ประจำปี 2560 ซึ่ง จ.ยะลา โดย ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จ.ยะลา จัดขึ้น ภายใต้กรอบแนวคิด “ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ปัญหายาเสพติด 26 มิถุนายน วันต่อต้านยาเสพติดโลก “ โดยมี ส่วนราชการ กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
               นายเจษฎา จิตรัตน์ ปลัดจังหวัดยะลา กล่าวว่า ตามที่องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี  เป็นวันต่อต้านยาเสพติด  โดยมอบหมายให้ประเทศภาคีองค์การสหประชาชาติจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด  เนื่องในวันสำคัญดังกล่าวเป็นประจำทุกปี  และสำหรับปีนี้ กำหนดให้จัดกิจกรรม เป็นการถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  เพื่อให้คนไทยทั้งชาติได้แสดงความจงรักภักดี แด่รัชกาลที่ 9 และร่วมถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพวรางกูร รัชกาลที่ 10 ภายใต้กรอบแนวคิด ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ปัญหายาเสพติด 26 มิถุนายน วันยาเสพติดโลก  ทั้งนี้ เพื่อให้เยาวชน ประชาชน ได้ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 ที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะงานด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมทั้ง ได้ร่วมแสดงพลังทำความดี ถวายแด่รัชกาลที่ 9 และร่วมสานต่อพระราชปณิธานการแก้ไขปัญหายาเสพติดตลอดไป ตลอดจน สร้างความรับรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนถึงนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดแนวทางใหม่ เพื่อลดความเดือดร้อน ความทุกข์ยากของประชาชน ให้ปลอดภัยจากยาเสพติด  ได้รับรู้ และเห็นถึงความสำคัญของวันต่อต้านยาเสพติดโลก(26 มิถุนายน) เพื่อร่วมกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นไปอย่างยั่งยืน
            สำหรับกิจกรรม วันต่อต่านยาเสพติด จ.ยะลา ในปีนี้จะเป็นการเปิดพื้นที่ในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ของเยาวชนลูกหลานชาวยะลา  และการรวมตัวกัน ของส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มพลังมวลชน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ ร่วมกันในการต่อต้านยาเพติด
           โดยมีการจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ พระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพวรางกูร รัชกาลที่ 10  และพระบรมวงศานุวงศ์  การจัดนิทรรศการส่งเสริมความรู้ในการต่อต้านยาเสพติด นิทรรศการชมรม TO BE NUMBER ONE  การแสดงของนักเรียน นักศึกษา ของโรงเรียนต่างๆ การอ่านสารของนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด  ประจำปี 2560 การมอบโล่เชิดชูเกียรติ ผู้ปฎิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดดีเด่น  การมอบใบประกาศฯนักเรียน นักศึกษา ตัวอย่าง ด้านการเรียน กิจกรรม กีฬา หรือด้านอื่นๆ ที่เป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชน การมอบประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานภาคีที่ร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดใน จ.ยะลา รวมทั้ง การกล่าวปฎิญาณตน ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด
ภาพข่าว/ประพันธ์ ฤทธิวงศ์

วันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ภูเก็ตเพิ่มมาตรการเข้มซ้อมแผนเพิ่มความพร้อมดูแลความปลอดภัยแก่ นทท.24 ชม.

รองนายกรัฐมนตรีเปิดโครงการฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต ย้ำขอให้ทุกภาคส่วนเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยว
  
พลเอกสุรศักดิ์   กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ,นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน บริษัทเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่าง ๆ เข้าร่วม
     พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ประเทศไทยมีมรดกทางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมที่สมบูรณ์ จึงทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ในปี 2559 มีนักท่องเที่ยว เข้ามาในประเทศไทยกว่า 32.6 ล้านคน ซึ่งเป็นอันดับที่ 6 ของโลก และ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้อยู่ในอันดับ 5 ของ GDP ของประเทศ   ดังนั้นกิจกรรมการฝึกซ้อมแผนเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจึงเป็นกิจกรรมที่ดีที่จะช่วยรักษาชีวิตของนักท่องเที่ยวได้อย่างมีศักยภาพซึ่งเป็นการสร้างชื่อเสียง  สร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง  ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลมั่นใจและขอขอบคุณที่หน่วยงานที่ร่วมกันจัดกิจกรรมนี้จนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้รัฐบาลรู้สึกภาคภูมิใจเพิ่มขึ้นคือ เมื่อถาม เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยว่า "ปฏิบัติงานเหนื่อยมั้ย" เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ตอบว่า "ผมได้ช่วยคนครับ ผมไม่เหนื่อย" ซึ่งถือเป็นผู้ปฏิบัติที่มีเป็นจิตใจเอื้ออาทรและเป็นเสน่ห์ของการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของคนไทย
    
    ขณะที่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กล่าวว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีแหล่งนันทนาการและท่องเที่ยวทางธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ 154 แห่งทั่วประเทศ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งมีศักยภาพสูงสำหรับใช้เป็นฐานในการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจต่อชุมชนท้องถิ่นและในระดับชาติ และตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติ
 ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวกรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้จัดโครงการฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติทางบก อุทยานแห่งชาติทางทะเล ประจำปี 2560 โดยจัดขึ้นรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง คือ ภาคตะวันออก ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว  เมื่อวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2559 , ภาคตะวันตก ณ อุทยานแห่งชาติไทรโยค เมื่อวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2559 ,ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ดำเนินการแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 13-14 ธันวาคม 2559 , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่างวันที่ 21 - 22 พฤษภาคม 2560 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ภาคใต้ ณ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ
เพื่อฝึกเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เพิ่มทักษะความสามารถในการใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บและประสบเหตุได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันท่วงที โดยมีการฝึกการกู้ภัย ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ การใช้อุปกรณ์กู้ภัยต่าง ๆ จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ
ซึ่งปัจจัยด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นเหตุผลลำดับแรกที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และเพื่อให้การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงต้องมีการเตรียมความพร้อม การฝึกซ้อมเจ้าหน้าที่เพื่อสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดได้ รวมทั้งเป็นการแสดงจุดยืนในการใส่ใจในการให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว
          ทั้งนี้ได้ดำเนินการรณรงค์ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวต้องช่วยกันปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละอุทยานฯ อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง และหากประชาชนหรือนักท่องเที่ยวพบเหตุด่วนเหตุร้ายขอให้แจ้งเข้ามาที่สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช1362  ตลอด 24 ชั่วโมง  ทั้งนี้ก่อนหน้านี้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้จัดตั้งศูนย์กู้ภัยและมวลชนสัมพันธ์จำนวน 6 ศูนย์ตามภาคต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติงานด้านการป้องกันและการกู้ภัยออกปฏิบัติกรณีเหตุฉุกเฉินอพยพและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยด้วย
     โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ชมการแสดงพื้นบ้านของชุมชนชาวเล นิทรรศการการเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการสาธิตการฝึกซ้อมช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในสถานการณ์สมมติ โดยศูนย์กู้ภัยภาคใต้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนโครงการฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว จำนวน 14 หน่วยงานด้วย.............
       ด้านนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า  จังหวัดภูเก็ต มีฉายาว่า "ไข่มุกอันดามัน" มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม หาดทราย ชายทะเล มีเสน่ห์ทางสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส มีที่พักที่สะดวกสบาย และมีวัฒนธรรมทางด้านอาหารที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จึงเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยว ทำให้จังหวัดภูเก็ตมีความลงตัวและเหมาะที่จะเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติบนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ดีที่มี ฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพราะในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุทางการท่องเที่ยวกว่า 700 ราย โดยการฝึกซ้อมจะทำให้เจ้าหน้าที่มีทักษะ มีความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือปฐมพยาบาลให้แก่นักท่องเที่ยวได้เพิ่มมากขึ้นซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
  วันนี้ (28 มิ.ย. 60) เวลา 08.50 น. ที่ สถาบันประชารัฐพิทักษ์ทะเล อุทยานแห่งชาติสิรินาถ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2560"

ชัยมงคล สุวรรณวงศ์  ทีมข่าวกระแสใต้/รายงาน

ชาวบ้านปากคลอง ต.เกาะกลาง จ.กระบี่ รวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรมกรณี จนท.จับกุมดำเนินคดีข้อหาบุกรุกป่าโครงการฯอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (มีคลิป)

ชาวบ้านปากคลอง ต.เกาะกลาง  อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ จำนวนกว่า 20คน รวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรมกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีข้อหาบุกรุกป่าโครงการฯอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ้างครอบครองมาก่อนประกาศพื้นที่โครงการฯ เชื่อเป็นการกลั่นแกล้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯแจง มีการบุกรุกเพิ่มและอยู่เขตป่าสงวน

วันที่28 มิ.ย.60 นายปรีชา รักจิตต์ กำนันตำบลเกาะกลาง พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ม.3 บ้านปากคลอง ต.เกาะกลาง  อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ จำนวนกว่า 20คน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่จำนวน 21 ราย พื้นที่ 27 แปลง รวมตัวกันตั้งเต็นท์บนถนนทางไปหาดทุ่งทะเลฯ 1ช่องจราจร เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมหลังจากถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ข้อกล่าวหา บุกรุกพื้นที่ โครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าทุ่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะกลาง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา  เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดพื้นที่ ถูกบุกรุม รวมจำนวนกว่า  90 ไร่ ปลูกปาล์มน้ำมัน อายุประมาณ 2-3ปีมาปลูก  รวมจำนวน 78 ต้น  โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีชาวบ้านในพื้นที่1ราย ซึ่งเป็นสมาชิกอบต.เกาะกลาง
               นายปรีชา เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้บุกรุกพื้นที่ตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจาก ชาวบ้าน จำนวน 21 ราย ได้ครอบครองพื้นที่ทำประโยชน์มาก่อน รวม27 แปลง รวมพื้นที่กว่า 400 ไร่  ครอบครองก่อนการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล และพื้นที่ โครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าทุ่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยที่ผ่านมาได้มีการกันพื้นที่ออกไปจำนวน27แปลง400กว่าไร่  โดยเมื่อปี 2537 สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ได้ทำการรังวัดพื้นที่ เพื่อออกเอกสารครอบครองเป็น สปก 4-01 ให้ชาวบ้าน แต่ต่อมาถูกยกเลิกไป  จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยว ระบุแนวเขตให้ชัดเจน เนื่องจากได้มีการประกาศเขตห้ามล่าฯทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน  อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านไม่ได้มีการข่มขู่เอาชีวิตเจ้าหน้าตามที่ถูกกล่าวหา
          
     ด้านนายสุวัฒน์   สุขศิริ หน.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล กล่าว่า พื้นที่27 แปลงที่ชาวบ้านอ้างสิทธิครองทำประโยชน์นั้น อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะกลาง ตามพ.ร.บ.ป่าสงวน2507 และอยู่ในพื้นที่โครงการฯอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ผ่านมามีการเสนอออกสปก.4-01 ให้กับชาวบ้าน แต่ได้มีการยกเลิกเนื่องจากพื้นที่ไม่มีความเหมาะสมในการเกษตรกรรม พื้นที่จึงตกเป็นของป่าสงวน  และพื้นที่เขตห่าล่าสัตว์ป่าฯ และจากภาพผ่านดาวเทียมปี50 พบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ ไม่มีการทำประโยชน์ แต่ชาวบ้านยังคงบุกรุกรต่อเนื่องและมีการบุกรุกเพิ่มจากเดิม จึงต้องมีการจับกุมดำเนินคดีไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่อย่างใด และที่ผ่านมามีการเปลี่ยนมือผู้ครอบครองด้วยเพราะมีการขายต่อนายทุนด้วย ไม่ได้มีการทำประโยชน์ตามที่กล่าวอ้าง
นายดิเรก ขาวแดง อายุ58 หนึ่งในชาวบ้านที่อ้างสิทธิครอบครองพื้นที่  เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวบรรพบุรุษได้ทำกินมา กว่า 50 ปี แล้ว ก่อนจะมีการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งทะเล  ชาวบ้าน ได้ต่อสู้เรียกร้องสิทธิทำกิน  ผ่านมา  มากว่า 23 ปีแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ปัญหา ไม่ได้มีการกันแนวเขตให้ชัดเจน ที่ผ่านมาชาวบ้านถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้วหลายราย และยังถูกกล่าวว่าบุกรุกป่าโครงการฯพระราชดำริด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริงเป็นการรังแกชาวบ้าน ในวันพรุ่งนี้ เข้าเดินทางร้องเรียนของความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ต่อไป
ทีมข่าว กระแสใต้ / รายงาน

นราธิวาส จัดกิจกรรม Big Cleaning Dayสนองนโยบายรัฐบาล

จังหวัดนราธิวาส จัดกิจกรรม Big Cleaning Day บริเวณหาดนราทัศน์ มุ่งหวังสร้างวินัยให้คนในจังหวัด สนองนโยบายการบริหารจัดการขยะของรัฐบาล

วันที่ 28 มิ.ย.60 นายชัยเจริญ มูสิกิ้ม หัวหน้าฝ่ายอำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส ร่วมกับเทศบาลเมืองนราธิวาส จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ที่บริเวณหาดนราทัศน์ อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีเยาวชนจิตอาสากลุ่มยังยิ้มจากอำเภอแว้ง กลุ่มเยาวชนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส นักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลในเขตพื้นที่ ผู้ต้องขังจากเรือนจำนราธิวาส ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้การจัดการขยะเป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญและถือเป็นวาระแห่งชาติ ได้มีการวางระเบียบมาตรการการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและเรื่องที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดนราธิวาสของนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ที่มุ่งหวังให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวหาดนราทัศน์ มีวินัยร่วมกันรักษาความสะอาด ซึ่งจะมีการขยายผลการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ให้เกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาขยะเกิดความยั่งยืน

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ

ยะลา สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบ “อส.บันนังสตา " หลังปรากฏคลิปใช้อาวุธปืนสงครามยิงขึ้นฟ้า (มีคลิป)

จากกรณีที่มีคลิปชายแต่งกายมุสลิม ใช้อาวุธปืนสงครามยิงขึ้นฟ้า และมีการแชร์คลิปกันในสื่อออนไลน์ในวงกว้าง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมต่อการกระทำดังกล่าว  อีกทั้งมีผู้รู้ตัวว่า หนึ่งในบุคคลที่อยู่ภายในคลิปนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ  โดยล่าสุดชายในคลิปรายหนึ่งได้ออกมายอมรับในเฟสบุ๊คส่วนตัวว่าเป็นบุคคลในคลิปจริง คือนายอับดุลฮากิม ดาราเซะ ซึ่งเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอบันนังสตา  โดยอ้างว่าคลิปดังกล่าวถ่ายเอาไว้เมื่อ 4 ปี ที่ผ่านมา  ก่อนที่จะเอามาส่งต่อให้เพื่อนดูในโลกออนไลน์ จนมีการแชร์คลิปดังกล่าวเป็นวงกว้าง ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

        ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 เวลา 13.30 น. ที่ห้องแถลงข่าว ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี  พลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ในฐานะผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  พลตรีสมพล ปานกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 พลตรีจตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ในฐานะผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า   กล่าวว่า  จากกรณีคลิปดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ จากการตรวจสอบพบว่าสามารถยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว คือนายอับดุลฮากิม ดาราเซะ และพวก ซึ่งเป็นราษฎรในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จากการตรวจสอบเพิ่มเติม ก็ยังพบว่า อาวุธที่ปรากฎในคลิป อาจจะเป็นอาวุธที่มีการหยิบยืมบุคคลอื่นมา และบางส่วนได้จัดหามาเอง ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ รวมทั้งตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว
 นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า จากการตรวจสอบคลิปพบว่าบุคคลที่ปรากฏในคลิป 1 ราย คือนายอับดุลฮากิม ดาราเซะ  ซึ่งเป็นสมาชิก อส. ของอำเภอบันนังสตา แต่นายอับดุลฮากิม ปฎิบัติหน้าที่ด้านการข่าว ส่วนภาพที่ออกมาก็ยังไม่แน่ชัดว่า ถ่ายไว้นานหรือยัง หรือว่าเพิ่งจะมีการถ่ายเอาไว้ ซึ่งเรื่องนี้ทางจังหวัดได้มีหนังสือด่วนมากไปยังอำเภอบันนังสตา ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากเป็นการกระทำของนายอับดุลฮากิม จริง เป็นการประพฤติตัวไม่เหมาะสม ก็จะมีการลงโทษทางวินัย ตามระเบียบ ของทางราชการ ตนเองคิดว่าการกระทำของนายฮากิม นี้อาจจะทำด้วยความคึกคะนอง หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

     
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ก็ได้กำชับอยู่ตลอดเวลาในเรื่องของการใช้อาวุธ ในเรื่องการดูแลรักษาอาวุธ รวมทั้งการยิงปืนในที่สาธารณะ และชุมชน ซึ่งได้เข้มงวดในเรื่องดังกล่าว หากผลการสอบสวนพบว่านายฮากิม มีความผิดจริง ก็จะดำเนินการลงโทษทางวินัยสูงสุด ในเบื้องต้นจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสอบข้อเท็จจริง

      ด้านพลตรีสมพล ปานกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา กล่าวว่า ตนเองในฐานะดูแลพื้นที่ จังหวัดยะลา ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดในพื้นที่ บ้านนันนังกูแว  อ.บันนังสตา  จ.ยะลา  และในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทหารพราน 3314  ในช่วง 23-25 มิถุนายน 60 ที่ผ่านมา  ในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีการยิงปืนอย่างในคลิปดังกล่าว
 พลตรีจตุพร กลัมพสุต ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับบุคคลที่อยู่ในคลิปอีก 2-3 คน นั้น ก็อยู่ในระหว่างการตรวจสอบจากนายอับดุลฮากิม ว่าเป็นผู้ใด ซึ่งในทางคดีก็จะต้องดูตามพฤติกรรม เช่น อาวุธได้มาอย่างไร ใครเป็นผู้ใช้อาวุธบ้าง ก็จะมีเรื่องของการใช้อาวุธในราชการสงครามในที่สาธารณะ ซึ่งไม่มีอำนาจในการใช้ ซึ่งจะมีกฎหมายดูแลอยู่แล้ว  แต่อย่างไรก็ตามตนเองขอให้พี่น้องประชาชนให้ใช้วิจารณญาณ แยกพฤติกรรมส่วนบุคคลออก เพราะในขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างกว้างขวางถึงการใช้อาวุธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อให้เกิดกระแสความแตกแยกในหมู่ประชาชน

       ซึ่งในเรื่องนี้ทาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มิได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ว่าเป็นผู้ใด และบุคคลทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น กรณีที่เกิดขึ้นถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าอาวุธไม่ได้เป็นของทางราชการ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีในเรื่องครอบครองอาวุธสงคราม ที่มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปี และถ้ามีการกระทำในพื้นที่พิเศษ โทษก็อาจจะเพิ่มขึ้น  และหากเป็นเจ้าหน้าที่ ก็จตะถูกดำเนินคดีทางวินัยด้วยไม่มีข้อยกเว้น
   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิม่เติมว่าขณะเดียวกันหลังคลิปดังกล่าวถูกแชร์ออกไปอย่างแพร่หลายจนเป็นที่วิจารณ์ต่างๆนาถึงความไม่เหมาะสมอย่างมาก พร้อมกับคำถามว่า "อาวุธสงครามนี้ครอบครองได้อย่างไร "

  ขอบคุณ มูกะตา หะไร ยะลา

กฟผ.สร้างชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางโครงการชีววิถีฯ

ส่งเสริมคุณภาพชีวิต...วันนี้ (27 มิถุนายน 2560) กฟผ. ร่วมสนับสนุนการจัดงาน "สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ" จัดขึ้น ณ มติชนอคาเดมี กรุงเทพฯ โดยมี รศ.ดร. วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก พลเอกพิเชษฐ์ วิสัยจร หรือ "นายพลอีเอ็ม" อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือ อีเอ็ม ในการบำบัดน้ำเสียและแก้ไขปัญหาขยะ มาบรรยายให้ความรู้
.
อนึ่ง กฟผ. ได้ดำเนิน “โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยน้อมนำ แนวพระราชดำริปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางโครงการชีววิถีฯ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เขื่อน และใต้แนวสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน โดยกำหนดเป้าหมายในการสร้างชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางโครงการชีววิถีฯ จำนวน 89 ชุมชนทั่วประเทศ

วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ไร้เซฟตี้ นทท.พลัดตกเขาจุดชมวิวลากูน อ่าวไร่เล จ.กระบี่ อาการสาหัส


นักท่องเที่ยวชายสัณชาติ อเมริกัน  ตกเขาบริเวณทางขึ้นจุดชมวิว ลากูน อ่าวไร่เลย์  ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำส่งถึงมือแพทย์โรงพยบาลกระบี่อาการยังไม่พ้นขีดอันตาย
พร้อมประสานสถานทูตเพื่อแจ้งญาติรับทราบ         
            เวลา 15.00 น.วันที่ 27 มิ.ย.60 พ.ต.ท.อรรถพงษ์ แสนใจวุฒิ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวกระบี่รับแจ้งมีเหตุนักท่องเที่ยวพลัดตกหน้าผาที่อ่าวไร่เล ม.2 ต.อ่าวนาง  อ.เมือง จ.กระบี   จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อม จ้าหน้าที่กองพันทหารราบที่4 กรมทหารราบที่2 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน น.พ. ยิ่งยง เต็มสินสกุล แพทย์ประจำเฟิ สแตนดาร์ตคลินิก และเป็นผู้บันทึกภาพเหตุการณ์นาทีเข้าช่วยเหลือ ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ ชมรมท่องเที่ยวปีนผาอ่าวไร่เลย์ และทีมกู้ชีพกู้ภัย ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าผาข้างโรงแรมแห่งหนี่ง ให้เข้าทำการตรวจสอบและนำผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุ ก่อนนำขึ้นเรือเร็วของโรงพยาบาลเฟิร์สสแตนดาร์ต อ่าวนาง มาขึ้นที่ท่าเรืออ่าวน้ำเมา ต.ไสไทย โดยมีรถพยาบาล อบต.อ่าวนาง นำส่ง รพ.กระบี่    ในเบื้องต้นทราบ ชื่อ ผู้บาดเจ็บต่อมา คือ นาย Mr.Eduardo Keane อายุ 25 ปี สัญชาติอเมริกา ในสภาพนอนตะแคงหมดสติ มีบาดแผลตามร่างกายหลายแผล ที่โหนกแก้มขวายุบ ใต้คางมีแผลยาว 10 ซ.ม. มีเลือดไหลออกมาทางจมูก   ทางแพทย์ รพ.กระบี่  ได้เร่งให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และนำตัวเข้าห้องไอซียู ล่าสุดอาการยังไม่พ้นขีดอันตาย
           จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทางนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้เดินทางไปยังจุดชมวิวลากูน อ่าวไร่เล โดยได้ปีนผาขึ้นไปยังด้านบน โดยไม่ได้ใช้เครื่องมือเซฟตี้ในการปีนผาแต่อย่างใด แล้วเกิดพลาดพลัดตกลงมา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ในการดูแลช่วยเหลือของแพทย์ และทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป
            ขณะนี้ทาง ส.ทท.3 กก.5ฯ กำลังติดต่อสถานทูต เพื่อประสานไปยังญาติของ นทท. ประสานศูนย์แก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จ.กระบี่ ดำเนินการใน ส่วนที่เกี่ยวข้อง


ลานเทปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี หลังตกเป็นจำเลยของโรงงานถูกกล่าวหาทำปาล์มไม่มีคุณภาพ

ลานเทปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ช่วยด่วน หลังตกเป็นจำเลยของโรงงานถูกกล่าวหาทำปาล์มไม่มีคุณภาพ

วันที่ 27 มิ.ย.60
กลุ่มผู้ประกอบการลานเทปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้ นำโดย ด.ต.ณภัคธร ชัยสงคราม นายกสมาคมการค้าลานเทปาล์มน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี และประธานสมาพันธ์ลานเทปาล์มแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยสมาชิกผู้ประกอบการลานเทปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่ภาคใต้ ประมาณ 20 ราย ได้ประชุมหารือเพื่อกำหนดกรอบแนวแนวทางการดำเนินกิจการลานเทปาล์มน้ำมัน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และป้องกันการถูกเอาเปรียบจากโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน เพื่อรองรับการทำปาล์มคุณภาพ จัดขึ้นที่ห้องประชุม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกระบี่

ด.ต.ณภัคธร ชัยสงคราม นายกสมาคมการค้าลานเทปาล์มน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี และประธานสมาพันธ์ลานเทปาล์มแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาลานเทรับซื้อปาล์มน้ำมัน ตกเป็นจำเลยมาตลอดว่าเป็นต้นเหตุทำให้ปาล์มมีคุณภาพต่ำก่อนเข้าสู่โรงงาน ทั้งรดน้ำแยกร่วง และรับซื้อผลปาล์มดิบ จึงถูกโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันกดราคาการรับซื้อมาตลอด      โดยโรงงานสกัดน้ำมันอ้างว่าสกัดปาล์มน้ำมันออกมาแล้วได้เปอร์เซ็นต์ต่ำ จึงต้องรับซื้อตามเปอร์เซ็นต์น้ำมันที่สกัดได้ ทางกลุ่มผู้ประกอบการลานเท จึงต้องจับมือกันทำภาพคุณภาพ เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบจากโรงงาน

จากการประชุมได้ข้อสรุปว่า1.ให้ลานเทปาล์มน้ำมันทำปาล์มคุณภาพ 2.ให้ภาครัฐกำหนดราคากลางในการรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมัน 3.ให้ภาครัฐประกาศราคากลางในการรับซื้อ CPO เพื่อใช้เปรียบเทียบในการรับซื้อผลปาล์มทะลาย 4.ลานเททุกลาน ต้องขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกของสมาคมการค้าลานเทปาล์มน้ำมันของแต่ละจังหวัด 5.รัฐต้องกำหนดให้โรงงานรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันที่มีคุณภาพ 6.โรงงานต้องไม่เลือกรับซื้อหรือปฎิเสธผลปาล์มน้ำมันของลานเทที่ทำปาล์มคุณภาพ 7.ให้ผ่อนปรนในการบังคับใช้กฎหมายแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 8.ให้พิจารณาเพิ่มสัดส่วนกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมัน ในส่วนของลานเท จาก 1 คน เป็น 2 คน

โดยหลังจากที่ได้ข้อสรุป ทาง ด.ต.ณภัคธร ชัยสงคราม นายกสมาคมการค้าลานเทปาล์มน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี และประธานสมาพันธ์ลานเทปาล์มแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยสมาชิก ได้นำข้อสรุปส่งถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมปอง รัตนะ ผอ.อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อขอให้กำหนดออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป

ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง  ทีมข่าว กระแสใต้-รายงาน

นายอำเภอบาเจาะ ระบุ เตรียมปลูกดอกดาวเรืองบริเวณพลับพลาน้ำตกปาโจและโครงการอ่างยะลูตง

นายอำเภอบาเจาะ ระบุ เตรียมปลูกดอกดาวเรืองบริเวณพลับพลาน้ำตกปาโจและโครงการอ่างยะลูตง ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานในพื้นที่  
นายอำเภอบาเจาะ ระบุ เตรียมปลูกดอกดาวเรืองบริเวณพลับพลาน้ำตกปาโจและโครงการอ่างยะลูตง ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานในพื้นที่  เพื่อแสดงความจงรักภักดีและรำงึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 

 
ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์  ศิริวัลลภ นายอำเภอบาเจาะ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย เชิญชวนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ร่วมปลูกดอกดาวเรืองหรือดอกไม้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อใช้ประดับสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญของจังหวัด บริษัท ห้างร้าน และบ้านเรือนประชาชน ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในปลายเดือนตุลาคมนี้  เพื่อแสดงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 

ในส่วนของอำเภอบาเจาะ ซึ่งถือเป็นอำเภอแรกของจังหวัดนราธิวาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานในพื้นที่  เมื่อปี พ.ศ.2504  ซึ่งนอกเหนือจากการปลูกดอกดาวเรืองตามสถานที่ราชการ โรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา สถาบันการศึกษาปอเนาะ มัสยิด และบ้านเรือนประชาชนแล้ว ยังมีจุดสำคัญในพื้นที่อำเภอบาเจาะที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาอีก 2 แห่ง  คือ  พลับพลาที่ประทับบริเวณน้ำตกปาโจ  และโครงการอ่างยะลูตง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านยะลูตง ตำบลกาเยาะมาตี ซึ่งเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการระบายน้ำยี่งอ อำเภอยี่งอ  จังหวัดนราธิวาส โครงการระบายน้ำไม้แก่น กิ่งอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี และพื้นที่ในเขตโครงการระบายน้ำบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 27  สิงหาคม  2520  ได้มีพระราชดำริความตอนหนึ่งว่าควรพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในลำน้ำต่าง ๆ บริเวณเทือกเขาบูโด  ด้านทะเลและก่อสร้างระบบส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำ เพื่อส่งน้ำให้แก่พื้นที่นาบริเวณเชิงเทือกเขาบูโดจนจดขอบพรุบาเจาะ ตามความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงกับโครงการระบายน้ำพรุบาเจาะ ทำให้สามารถส่งน้ำ ระบายน้ำและบรรเทาอุทกภัยให้แก่พื้นที่นาตั้งแต่บริเวณเชิงเทือกเขาบูโดจนจดพรุบาเจาะได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ ทางอำเภอบาเจาะได้กำหนดวันดีเดย์ในการเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมปลูกดอกดาวเรืองพร้อมกัน  ในวันที่ 12 สิงหาคม 2560  ซึ่งได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อีกทั้งร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอบาเจาะ เพาะชำต้นกล้าดาวเรืองแจกจ่ายให้ประชาชนต่อไป                          

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ

วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ชาวไทยมุสลิมและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียร่วมฉลองวันฮารีรายอที่นราฯคึกคัก โดยมีเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยเข้มงวด

ชาวไทยมุสลิมและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียร่วมฉลองวันฮารีรายอที่นราฯคึกคัก โดยมีเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยเข้มงวด              สำหรับบรรยากาศการเฉลิมฉลองวันฮารีรายอของชาวมุสลิมวันที่ 2 จากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า ภายหลังจากที่ได้มีการประกอบพิธีละหมาดและเยี่ยมหลุมฝังศพบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงการเดินทางไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่เพื่อขอพรในวันแรกแล้ว
             
           สำหรับการเฉลิมฉลองในเทศกาลฮารีรายอปีนี้ คึกคักกว่าปีที่ผ่านมา โดยประชาชนจากต่างพื้นที่รวมทั้งชาวมาเลเซียมีการเดินทางเข้ามาในพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง กันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งตลอดสัปดาห์นี้เป็นวันหยุดยาวของเทศกาลฮารีรายออีดิ้ลฟิตตรีของประเทศมาเลเซีย จึงคาดว่าตลอดสัปดาห์นี้ยาวไปถึงสัปดาห์หน้าจะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางมาพักผ่อนในพื้นที่มากขึ้นจะมีเงินสะพัดนับหลายล้านบาทต่อวัน                                    ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ
  ล่าสุดในวันนี้ถือว่าเป็นวันท่องเที่ยวของชาวไทยมุสลิม จากการตระเวนตรวจสอบตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่ลือชื่อ เช่น น้ำตกฉัตรวารินตั้งอยู่ หมู่ 5 บ้านโผลง อำเภอสุไหงปาดี น้ำตกปาโจ อ.บาเจาะ จังหวัดนราธิวาส พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยมุสลิม และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ได้เดินทางพาครอบครัวและญาติไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆเพื่อเฉลิมฉลองในวันฮารีรายอกันเป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายกระจายกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางต่างๆที่จะเข้าไปยังในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ คอยอำนวยความสะดวกตลอดทั้งวัน พร้อมทั้งเป็นการป้องกันเหตุร้ายรายวันที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย 
      สำหรับการเฉลิมฉลองในเทศกาลฮารีรายอปีนี้ คึกคักกว่าปีที่ผ่านมา โดยประชาชนจากต่างพื้นที่รวมทั้งชาวมาเลเซียมีการเดินทางเข้ามาในพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง กันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งตลอดสัปดาห์นี้เป็นวันหยุดยาวของเทศกาลฮารีรายออีดิ้ลฟิตตรีของประเทศมาเลเซีย จึงคาดว่าตลอดสัปดาห์นี้ยาวไปถึงสัปดาห์หน้าจะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางมาพักผ่อนในพื้นที่มากขึ้นจะมีเงินสะพัดนับหลายล้านบาทต่อวัน                                    

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...