• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ผู้ว่าการฯ กฟผ.เปิดการประชุมเชิงวิชาการ.โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สืบสานพระราชปณิธานงานของพ่อ

31/พค./60.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย.(กฟผ.)ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)สืบสานพระราชปณิธานงานของพ่อ.สู่เศรษฐกิจพอเพียง.
นายกรศิษฎ์.ภัคโชตานนท์.ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย.เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงวิชาการ.โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน.ตามความร่วมมือระหว่าง.สอศ.และ.กฟผ.ในการประชุมครั้งนี้มีวิทยาเกษตรและเทคโนโลยี.วิทยาลัยประมง.วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ.วิทยาลัยการอาชีพ.และวิทยาลัยเทคนิค.ที่สังกัด.สอศ.ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน69แห่ง.ผู้บริหาร.ของ.กฟผ. พนักงาน.กฟผ.ทั่วประเทศ.ที่เป็นผู้ประสานงานด้านโครงการชีววิถีฯ.การประชุมสัมมนาเชิงวิชาการในครั้งนี้.เพื่อน้อมสืบสานตามรอยทางศาสตร์พระราชา.สู่การพัฒนาอย่าวยั่งยืน.เพื่อสรุปปัญหาอุปสรรคการดำเนินโครงการชีววิถีฯ.พื้นที่ของ.อฟอ.เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี่ครบทั้ง5พื้นที่. ณที่ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม.โรงแรมรอยัลริเวอร์.กทม.
Cr. บุญสี ศรีกุล
....... .... .... .........
นายเกรียงไกร อนุรักษ์เจริญพร ทีมข่าวกระแสใต้ ข่าว 4 ภาค/อีสาน จ.ขอนแก่น/รายงาน

สตูลชาวบ้านกว่า100คนเดินทางให้กำลังใจแกนนำผู้ชุมนุม คัดค้านท่าเรือน้ำลึก (มีคลิป)

นิตยา แสงมณี // สตูล-รายงาน
สตูลชาวบ้านกว่า100คนเดินทางให้กำลังใจแกนนำผู้ชุมนุม คัดค้านท่าเรือน้ำลึก

วันที่31พ.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีกลุ่มคัดค้านท่าเรือน้ำลึกปากบารา อ.ละงู จ.สตูลรวมตัวชุมนุมคัดค้านการจัดเวทีฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา  โดยชุมนุมกันที่ ร.ร.บ้านปากบาง อ.ละงูจ.สตูล ระหว่างวันที่ 15-16 มี.ค.ที่ผ่านมาจนเป็นเหตุให้ต้องยกเลิกการจัดเวทีดังกล่าวสำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 31
พ.ค.เวลา10.00 น.ทางพนักงานสอบสวนนำโดย   พ.ต.อ.ประภาส  เตียวซีผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จ.สตูลเป็นหัวหน้าชุดสอบสวนในคดีดังกล่าวและพนักงานสอบที่ พล.ต.ต.ทัตธงศักดิ์ภู่พันธัชสีห์ ผบก.ภ.จ.สตูล ได้มีคำสั่งแต่งตั้งได้นัดแกนนำผู้ชุมนุมจำนวน7คน มีนายสมบูรณ์ คำแหงอายุ43ปี นายปาฏิหาริย์  บุญรัตน์ อายุ 59 ปี   นายวิโชคศักดิ์  รณรงค์ไพรี อายุ 42 ปี นายเชาวลิต  ชูสกุล อายุ 33 ปี  นายไกรวุฒิ ชูสกุล อายุ49ปี  นางเจ๊ะน๊ะ วัฒนพันธุ์  อายุ 59 ปี และ นายเอกชัยอิสระทะ อายุ 49 ปีไปพบพนักงานสอบที่ห้องประชุมตำรวจภูธร จ.สตูล โดย  พล.ต.ต.ทัตธงศักดิ์  ภู่พันธัชสีห์ ผบก.ภ.จ.สตูล ออกมาพบกับแกนนำทั้ง7คน  และแจ้งให้ทราบว่าแกนนำทั้ง7คนถูกดำเนินคดีข้อหา”ร่วมดันชุมนุมสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ  ซึ่งพนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากคำและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา จากนั้นทางพนักงานสอบสวนได้แยกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง7คนไปสอบปากคำโดยในเบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหากทั้งหมดปฏิเสธตลอดข้อหา อย่างไรก็ตามขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง7คน เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหานั้นมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา  ได้เดินทางไปให้กำลังใจประมาณ100 คน มีการมอบดอกไม้
กระเช้าผลไม้เพื่อให้กำลังใจกับผู้ถูกกล่าวหาและยังคงปักหลักชุมนุมอย่างสงบเพื่อให้กำลังใจกับผู้ถูกกล่าวหา  นอกจากนี้ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนนายวิโชคศักดิ์  รณรงค์ไพรี
ได้อ่านแถลงการณ์ ที่บริเวณหน้าตำรวจภูธร จ.สตูลโดยกล่าวว่าในฐานะผู้ต้องหารวมถึงประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราขอประกาศเจตนารมณ์ว่าจะไม่ยอมจำนวนให้กับความยุติธรรมใดๆที่จะมาทำลายสิทธิชุมชนสิทธิมนุษยชนในการพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถีชุมชนท้องถิ่นและจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ก็จะแปรเป็นพลังให้ยืนหยัดเพื่อหยุดยั้งโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบราอย่างถึงที่สุด.....
ด้าน พ.ต.อ.ประภาส เตียวซี  ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธร จ.สตูลและเป็นหัวหน้างานสอบสวนคดีดังกล่าว เปิดเผยว่าหลังจากแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาทางพนักงานสอบสวนจะปล่อยตัวชั่วคราว

ฮือฮา พบต้นกล้วยลักษณะประหลาด ปลีกล้วยออกมา จากยอดคล้ายดอกบัว นักเสี่ยงโชค แห่ขอเลขเด็ดไม่ขาดสาย (มีคลิป)

ฮือฮา ชาวบ้านตำบลลำทับ จ.กระบี่  พบต้นกล้วยลักษณะประหลาดไม่เหมือนกล้วยทั่วไป ปลีกล้วยโผล่ออกมา จากยอดคล้ายดอกบัว หรือระฆัง  สร้างความแปลกใจแก่ผู้พบเห็น ชาวบ้านเชื่อให้โชคลาภ  แห่ขอเลขเด็ดไม่ขาดสาย 

วันที่ 31 พ.ค.60  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองปง  ม.3 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ และพื้นที่ใกล้เคียง แห่ไปขอเลขเด็ดจากต้นกล้วยประหลาดกันเป็นจำนวนมาก  โดยต้นกล้วยดังกล่าวปลูกอยู่ข้างที่ทำการสหกรณ์หนองปงจำกัด  เลขที่ 119  ม.3 ต.ลำทับ    พบต้นกล้วยสูงประมาณ  4  เมตร ลำต้นเรียวลักษณะโดยรวมเหมือนต้นกล้วยทั่วไป แต่ที่แปลกประลาดไปจากต้นกล้วยอื่นๆคือปลีกล้วยที่โผล่ออกมามีลักษณะคล้ายดอกบัวสีเขียวยื่นออกมาจากส่วนปลายลำต้น เป็นทรงกระบอกคล้ายระฆังตามวัด เส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ30ซม.ยาวประมาณ60-70 เซนติเมตร สร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็น ชาวบ้านจึงได้จุดธูป แล้วนำผ้าแดงมาคาด พร้อมทั้งเอาแป้งมาโรยลำต้นเพื่อขูดหาเลขเด็ดกันเป็นจำนวนมาก  เพราะเชื่อว่าเป็นต้นกล้วยศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งมงคล ให้โชคลาภ โดยเฉพาะคอหวย ต่างตีเลขเด็ดกันไปต่างๆนาตามความเชื่อ  เช่น 732  524  724 เป็นต้น 
        นายสมศักดิ์  นวลสมศรี   อายุ38 ปี พนักงานประจำสหกรณ์กองทุนสวนยางหนองปง เปิดเผยว่า ต้นกล้วยดังกล่าวได้พันมาจากคนทางภาคอีสาน ที่มาทำงานที่สหกรณ์ฯ ได้นำมาปลูกไว้ประมาณ1 ปีแล้ว และเมื่อช่วง4-5 วันที่ผ่านมา ตนสังเกตเห็นว่ามีปลีกล้วยโผล่ออกมา แต่กลับมี่รูปร่างประหลาดไม่เคยเห็นมาก่อน จึงชวนชาวบ้านมาดูต่างก็แปลกใจไปตามกัน และในวันนี้ชาวบ้านจึงนำธูปมาจุด และนำผ้าแดงมาผูก เพื่อขอเลขเด็ดตามความเชื่อ ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล  สำหรับต้นกล้วยดังกล่าวชาวบ้านเรียกว่ากล้วยยวน แต่ชื่อเป็นทางการยังไม่ทราบว่ากล้วยอะไร
ภาพ-ข่าว/ โกเมธร มากผล (ทันข่าว กระบี่)รายงาน

สุดรันทด!ครอบครัวนครศรีฯ 5 ชีวิตสุดแร้นแค้น วอนผู้ใจบุญ

สุดรันทด!ครอบครัวนครศรีฯ 5 ชีวิตสุดแร้นแค้น ลูกสาววัย 13 ต้องเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือ
น้องเฟิร์นเด็กหญิงเขียนจดหมายวิงวอนช่วยเหลือครอบครัว 5 ชีวิตสุดแร้นแค้น

หลังจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 649/1 หมู่ 3 ต.ทางพน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช มีสมาชิกในครอบครัว 5 คน อาศัยรวมกันอยู่ในบ้านยกสูงไม้ยกสูงหลังเล็ก ๆ ที่อยู่ในสภาพเก่าและชำรุดทรุดโทรมอย่างหลัก จนกระเบื้องมุงหลังคาแตกเป็นจุด ๆ ฝาบ้านทำด้วยไม้กระดาษก็เปื่อยผุพังอย่างหนัก จนแทบจะพูดไม่ได้ว่าบ้านหรือกระท่อมหลังดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ แต่น่าจะเป็นเพียงเพิกพักชั่วคราวปลายนาไร่เสียมากกว่า เพราะไม่สามารถกันแดด ลมหรือฝนได้เลยโดยเฉพาะจะโดนน้ำท่วมเกือบตลอดทั้งปี เมื่อฝนตกน้ำฝนรั่วและสาดกระเซ็นเข้ามาในบ้านโดยคนในบ้านต้องยอมทนนอนเปียกฝนอย่างน่าเวทนาสงสารยิ่งนัก โดย ด.ญ.ปิยะพร เหลี่ยมไตร หรือ “น้องเฟิร์น” อายุ 13 ปีบุตรสาวคนโต ที่บรรจงเขียนจดหมายเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญและมีอุปการคุณ และนำไปโพสต์เผยแพร่ในเพซบุ๊ก จนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมมากนัก จึงขอให้ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
(30 พ.ค.)ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ โดยได้เดินทางไปยังโรงเรียนทางพูนวิทยาคาร ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช พบนายอนันท์ แดงเรือง ผอ.โรงเรียนทางพูนวิทยาคาร พร้อมคณะครูอาจารย์ได้นำ ด.ญ.ปิยะพร เหลี่ยมไตร หรือ “น้องเฟิร์น” มาพบสื่อมวลชน โดยนายอนันท์ แดงเรือง เปิดเผยว่า เนื่องจากน้องเฟิร์น เพิ่งมาเข้าเรียน ม.1 ที่โรงเรียนทางพูนวิทยาคารได้เพียง 2 อาทิตย์เศษ ๆ เท่านั้นทางโรงเนียนจึงยังไม่มีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับครอบครัวของนักเรียนใหม่ โดยมีกำหนดเปิดโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนในวันที่ 6 มิ.ย. 2560 นี้ ซึ่งทางโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ร่วมกับทางฝ่ายปกครอง เทศบาลทางพูน เข้าไปเยี่ยมที่บ้านและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว
สำหรับการช่วยเหลือเกี่ยวกับการสร้างบ้านใหม่ให้นั้นทางอำเภอจะช่วยเหลือเรื่องเสาปูน เทศบาลตำบลทางพูนช่วยเรื่องกระเบื้องมุงหลังคา ผู้ใหญ่บ้านจะช่วยเรื่องไม้เริ่มก่อสร้างบ้านใหม่ในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ โดยทางโรงเรียนพร้อมสนับสนุนไม้เก่า ๆที่เหลือจากการก่อสร้างและรื้อศาลาและใม้ที่เหลือจากวัสดุฝึกของนักเรียนก็จะบริจาคให้นำไปปรับปรุงซ่อมแซมบ้านของน้องเฟิร์นด้วย และจะช่วยเรื่องรถรับส่งไปกลับระหว่างบ้านและโรงเรียน แต่เนื่องจากบ้านของน้องเฟิร์นอยู่ลุกเข้าไปในทางเล็ก ๆ ประมาณ 3 กม.รถโรงเนียนเข้าไปไม่ได้ ผู้ปกครองก็อาจจะนำมาส่งที่ถนนใหญ่เพื่อรอขึ้นรถโรงเรียนอีกต่อหนึ่ง นอกจากนี้ทาง
โรงเรียนจะดูแลเรื่องทุนการศึกษาให้น้องเฟิร์น ต่อไป และเมื่อเช้าวันนี้ (30 พ.ค.) ดร.วาสนา ทิพญพงศ์ธาดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางมาเยี่ยมและมอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวน้องเฟิร์น 2,000 บาท อีกด้วย
ทางด้าน ด.ญ.ปิยะพร หรือ “น้องเฟิร์น” กล่าวว่า หลังจากครูนิกรณ์ ผุดงวัฒน์ ครูประจำชั้นโรงเรียนบ้านกลอง หมู่ 5 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมของตนนำจดหมายภาพถ่ายสภาพบ้านของตนพร้อมจดหมายไปโพสต์เฟซบุ๊กก็มีกระแสการช่วยเหลือเข้ามาบ้าง แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ตนอยากมีบ้านหลังใหม่ที่มีสภาพที่ดีกว่านี้ หนีน้ำท่วมได้ หลังคาไม่รั่ว ตอนฝนตกฝนไม่สาดเข้าบ้าน รวมทั้งเรื่องยานพาหนะในการเดินทางไปโรงเรียนเพราะรถโรงเรียนคงเข้าไปรับตนไม่ได้ บ้านตนอยู่ลึกเข้าไปเส้นทางทุรกันดาร หากได้รถมอเตอร์ไซด์ก็คงจะดี เพราะตนสามารถขับไปโรงเรียนได้โดยสะดวก แต่หากไม่ได้รถมอเตอร์ไซด์ได้รถจักรยานสองล้อก็ได้ แม้จะต้องปั่นไปกลับวันละเกือบ 10 กม.ก็สามารถลดความยากลำบากลงมาได้ในระดับหนึ่ง“ตนไม่น้อยใจ ไม่โทษใครที่เกิดมาในครอบครัวยากจนแร้นแค้น เพราะมีพ่อคอยเป็นกำลังใจ ส่วนแม่ที่อยู่ปัจจุบันเป็นแม่เลี้ยง เพราะแม้ที่แท้จริงของตนทอดทิ้งตนไปตั้งแต่ตนเล็ก ๆ ไม่รู้ประสีประสา ใด ๆ แต่แม่เลี้ยงก็ดีกับตน อบรมสั่งสอน หากตนดื้อ ทำผิดแม่เลี้ยงก็ดุและตีบ้าง ซึ่งตนก็ไม่ได้โกรธเพราะรู้ว่าทำผิด หากไม่ผิดแม่เลี้ยงก็ไม่ดุและตีแน่ ซึ่งรักพ่อและแม่เลี้ยงมาก ตนอยากเรียนด้านอาหารและโภชนาการ เพราะชอบทำอาหาร ปรุงอาหาร อยากเป็นเชฟที่มีชื่อเสียงเหมือนเชฟกระทะเหล็ก”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบหมายให้สำนักงาน พม.นครศรีธรรมราช เดินทางไปเยี่ยมและให้การช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีมูลนิธิศุภนิมิตรส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บข้อมูลเพื่อช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง ส่วนคณะของผู้สื่อข่าว และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปเยี่ยมถึงที่บ้าน มอบเงินสดที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราชรวบรวมบริจาคให้จำนวนหนึ่ง พร้อมข้าวสาร อาหารแห้งอีกหลายรายการ
โดยสภาพบ้านไม้ยกสูงเก่า ๆ ที่ยังมีน้ำท่วมขังปลูกอยู่บนเนื้อที่ 2 ไร่ที่นายสุนทร พ่อของน้องเฟิร์น ซื้อมาจากญาติ ๆ เมื่อหลายปีก่อนแต่ยังจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินไม่หมดโดยวางเงินมัดจำไว้จำนวนหนึ่ง สภาพโดยทั่วไปของบ้านชำรุดทรุดโทรม กระเบื้องมุงหลังคาแตกเป็นจุด ๆ มองทะลุฟ้า กระดาษกั้นก็ผุเปื่อยหลุดหายไปหลายจุด โดยบางจุดต้องนำกระสอบปุ๋ย ป้ายไวนิลเก่า ๆ มากางปิดกั้นลมฝนสาด มีสะพานไม้พาดข้ามจากทางเดินไปยังตัวบ้านประมาณ 20 เมตร ต้องเดินข้ามทีละคนและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนบนบ้านก็สามารถขึ้นไปอยู่พร้อมกันได้ไม่เกิน 4-5 คนเพราะเกรงจะพังครืนลงมาเพราะความเก่าและชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก
นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้สมาคมจะร่วมกับ พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบก.มทบ.41 นำคณะลงไปเยี่ยมและให้การช่วยเหลือเรื่องข้าวสารอาหารแห้ง และตรวจสอบสภาพบ้านเพื่อร่วมในการสร้างบ้านใหม่ให้กับครอบครัวน้องเฟิร์น คาดว่าจะมีการสร้างบ้านที่ค่อนข้างถาวรให้กับครอบครัวนี้ โดยผู้ใจบุญท่านใดจะร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของให้กับครอบครัวนี้ติดต่อแจ้งความประสงค์บริจาคได้ที่สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร.0823333139 และ 081-6761299.

ญาติเหยื่อพลุระเบิดร้องศูนย์ดำรงธรรมเอาผิดท่องเที่ยวและกีฬากระบี่

ศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ ตัวกลางไกล่เกลี่ย ค่ารักษาพยาบาล ระหว่างบริษัทรับเหมาจัดงาน“ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร”กับ เหยื่อที่ถูกพลุดอกไม้ไฟระเบิดใส่ ได้รับบาดเจ็บกว่า 24 ราย สาหัส นอนรักษาตัว รพ.6 ราย ภายหลังถูกลอยแพควักกระเป๋าจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง เบื้องต้นให้ สนง.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพหลักรับผิดชอบ 
กระบี่

จากกรณี เหตุพลุดอกไม้ไฟระเบิด ภายในงาน “ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร”เมื่อคืน(19พ.ค.)ที่ผ่านมา บริเวณลานพระอาทิตย์ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 24 ราย ชาย 5 ราย หญิง 19 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนโรงเมืองกระบี่ ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขาและรอยไหม้จากสะเก็ดพลุดอกไม้ไฟระเบิดใส่ ยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจำนวน 6 ราย เป็นนักเรียนโรงเรียนเมืองกระบี่ทั้งหมด

ความคืบหน้าล่าสุดเวลา 10.30 น.วันที่ 30 พ.ค.60 ที่ห้องประชุมปกาสัย ศาลากลางจังหวัดกระบี่(หลังเก่า) นายนอบ คงพูน รองผู้ว่าราชการจงหวัดกระบี่ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ย ระหว่างบริษัทรับเหมาจัดงาน“ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร”ชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้กับให้กับเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากเหตุพลุดอกไม้ไฟระเบิดใส่ จนได้รับบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส ซึ่งภายหลังได้รับการร้องเรียนจากเหยื่อพลุระเบิดว่าทางผู้รับเหมาจัดงาน พยายามปัดความรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลและให้ย้ายโรงพยาบาล โดยมีเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากพลุระเบิด ตัวแทนผู้รับเหมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเจรจา

นายนอบ คงพูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การจัดงาน“ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร”จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยให้บริษัทรับเหมาเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดรวมถึงการจุดพลุดอกไม้ไฟ โดยใช้สถานที่จังหวัดกระบี่ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นพลุระเบิดใส่นักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมจนได้รับบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส เจ้าภาพหลักต้องออกมารับผิดชอบด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้รับเหมาจัดงาน และรับจุดพลุออกมารับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว

ซึ่งจากการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกันพบว่า ทั้งบริษัทรับเหมาจัดงานและสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นเจ้าหลักในการจัดงาน ส่งเพียงตัวแทนมาเจรจากับเหยื่อพลุดอกไม้ไฟระเบิดใส่เท่านั้น จึงไม่สามารถตกลงอะไรกันได้มากนัก ทำได้เพียงให้ตัวแทนรับหลักการข้อเสนอของผู้เสียหายไปแจ้งให้ทางเจ้าของบริษัทรับเหมา และผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวกีฬา รับทราบต่อไป แต่เบื้องต้นก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางตัวแทนผู้รับหมารับว่าจะดูแลค่ารักษาพยาบาลให้ และให้ทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ เป็นเจ้าภาพหลักในการประสานงานเรื่องค่ารักษาพยาบาล ส่วนในเรื่องของคดี ก็เดินต่อไปตามขบวนการของกฎหมาย

ด้านนายสุชาติ โบบทอง ตัวแทนเหยื่อพลุดอกไม้ไฟระเบิด กล่าวว่า หลังจากนี้หากว่าไม่ได้รับการเยียวยา ก็จะฟ้องร้องดำเนินคดี ตั้งแต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ บริษัทรับเหมา และผู้ที่จุดพลุดอกไม้ไฟ จนระเบิดใส่ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับบาดเจ็บต่อไป

ขณะนี้ที่ทนายความของบริษัทรับเหมาจัดงาน ที่เข้าร่วมเจรจา กล่าวว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุทางบริษัทฯได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแล้วทั้งหมด แต่ต่อมาเห็นว่าค่ารักษาโรงพยาบาลของเอกชน ที่คนเจ็บรักษาอยู่ แพงเกินไป จึงได้ย้ายผู้ป่วยมารับการรักษาที่โรงพยาบาลกระบี่ แทน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐ แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้ง และสอบถามอาการตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการประชุมเจรจาไกล่เกลี่ย หาผู้รับผิดชอบหลัก ทาง รอง ผวจ.กระบี่ ได้ให้ตัวแทน ของ สนง.ท่องเที่ยวและกีฬา โทรศัพท์ตาม ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬา มา รับเรื่อง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามรถตัดสินใจรับข้อเสนอของผู้เสียหาย ได้ แต่พบว่า ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ยอมมาปรากฏตัวในที่ประชุมแต่อย่างใด ทั้งที่มีคนเห็น ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางประชุมที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ หลังใหม่ซึ่งอยู่ห่างกันไม่ถึง 20 เมตร ปล่อยให้ลูกน้องรับเรื่องแทน

วันอังคารที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด มอบเครื่องมือประกอบอาชีพ

 
สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส มอบเครื่องมือประกอบอาชีพ สาขาช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี ให้กับสตรีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตรฝึกอาชีพเสริม จำนวน 16 คน
  นางไขแสง ศักดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องมือประกอบอาชีพ สาขาช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี ให้กับสตรีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ที่ห้องประชุมบางนรา สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ผู้แทนจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส และผู้เกี่ยวข้องร่วมในพิธี


  นางทิวาพร กาญจนะกิติกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส กล่าวว่า การจัดพิธีในวันนี้ (30 พ.ค.60) สืบเนื่องจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้ดำเนินการฝึกอบรม หลักสูตรฝึกอาชีพเสริม สาขาช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี ฝึกอบรม 30 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 15 – 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่อาคารอุตสาหกรรมศิลป์ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสตรีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย งบประมาณสนับสนุนจากเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้มีผู้สำเร็จการฝึกอบรม และรับมอบเครื่องมือประกอบอาชีพ สาขาช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี จำนวน 16 คน

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ - รายงาน

กระบี่ฮือฮา แมวออกลูกประหลาด มี 8 ขา 1 หัว เจ้าของเชื่อเป็นศิริมงคล ส่วนคอหวยเตรียมตีเลขเด็ด

แชร์สนั่น แมวออกลูกประหลาด มี 8 ขา 1 หัว คอหวยเตรียมตีเลขเด็ด เตรียมที่จะเก็บเอาไว้เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัว เผลอเจ้าเหมียวคาบหาย
วันที่ 30 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพแมวออกลูกประหลาด โดยผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ Ko’ Tong Tongfour พร้อมระบุข้อความว่า “แมวแปดขาน่าเห็นดุจังแต่มีชีวิตอยู่ใด้ไม่นาน”  โดยในภาพเป็นซากลูกแมวที่เพิ่งเกิด มีลักษณะประหลาด รูปร่างผิดจากแมวทั่วไปคือมี 8 ขา 1 หัว หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักเล่นหวย
ต่อมาผู้สื่อข่าว จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายพิทยา ทองเฝือ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 12 ตำบลปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เจ้าของซากลูกแมวดังกล่าว ซึ่งประกอบอาชีพเปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์
 นายพิทยา เล่าว่า เฟสบุ๊คที่มีการแชร์ภาพแมวประหลาดดังกล่าวเป็นของตนจริง โดยเมื่อเวลา 24:00 น.ของคืนของวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา แมวของตนชื่อเจ้าลาย เป็นแมวสามสี อายุ 2 ปี ได้ออกลูกเพียงตัวเดียว(เป็นลูกโทน) แต่อยู่ได้ไม่นานก็ตาย ที่น่าแปลกพบว่าซากแมวตัวดังกล่าว มีลักษณะประหลาด รูปร่างผิดจากแมวทั่วไป คือมี 8 ขา 1 หัว สร้างความประหลาดใจแก่ตนเป็นอย่างมาก จึงได้เล่าให้นางนงเยาว์ ทองเฝือ อายุ 48 ปี แม่ของตนทราบ ก่อนนำแป้งมาโรยตามตัว และนำผ้าขนหนูปูรองซากไว้ และจัดวางไว้บนพาน เตรียมที่จะเก็บเอาไว้เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัว
แต่ล่าสุดวันนี้ ขณะที่ตนกลับจากทำธุระนอกบ้าน พบว่าซากลูกแมวได้หายไป จึงเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าเจ้าลายแอบคาบไป ทิ้งไว้เพียงพานว่างเปล่า คาดเจ้าลายคงกินซากไปแล้ว
ด้านนางนงเยาว์ เล่าว่า ทั้งรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นแมวที่เลี้ยงดูมา ออกลูกลักษณะแปลกประหลาด ตั้งใจจะเก็บซากเอาไว้ที่บ้าน เพื่อเสริมสร้างดวงชะตา เชื่อว่าเป็นสิ่งนำโชค ให้แก่ลูกชาย เนื่องจากเป็นคนที่รักแมวมาก ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา รับเลี้ยงดูแมวมาแล้วกว่า 20 ตัว แต่พอรู้ว่า เจ้าลายแอบคาบหายไป บอกเลยรู้สึกเสียใจ
 ขณะที่คอหวย ที่เพิ่งทราบข่าว เตรียมที่จะมาชมเพื่อเป็นบุญตา แต่กลับต้องผิดหวังไปตามๆ เมื่อทราบว่า ซากลูกแมวดังกล่าวถูกเจ้าลาย แม่ของมันเองคาบหายไปแล้ว

ทีมข่าว กระแสใต้และ(ทันข่าวกระบี่)-รายงาน

อบต.กุดลาด สร้างต้นเทียนทองคำนิลดำอาลัยองค์ พ่อหลวง ร.๙


.องค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด ( อบต.กุดลาด ) พร้อมสร้างต้นเทียนทองคำนิลดำอาลัยองค์ พ่อหลวง ร.๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ...
เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ทางด้านนายกฤตรัตนชัย ทองเรืองนายก อบต. กุดลาด ได้แจ้งผ่านสื่อมวลชนขอเชิญชวน พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ทอดผ้าป่าสามัคคีสร้างเทียนทองคำ นิลดำ ๙๙ บาท ๓ คนโอบ ๙ ต้น ในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๐ ซึ่งปีนี้ ชาว อบต.กุดลาด พร้อมใจกันจัดถวายองค์ ร.๙ เพื่อน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ทางด้านองค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี  โดยทางนายกฤตรัตนชัย ทองเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด ได้เปิดเผยต่อว่า ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี ๒๕๖๐ ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ ๑ - ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐ นี้ ในนามของพสกนิกร ชาวจังหวัดอุบลราชธานี และประเทศไทย ได้มีความอาลัย อย่างยิ่งต่อการ เสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ฯ ของพระองค์ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด จึงได้มีโครงการที่จะจัดทำเทียนโดยการออกแบบในรูปแบบของ ๓ คน โอบ ๙ ต้น โดยจะใช้ทองคำในการทำเทียน ๙๙ บาท  และ ปีนี้ องค์ประกอบต้นเทียนบนขบวนแห่ จะเป็นการสร้างต้นเทียนพรรษาสีนิลดำ เพื่อสื่อความหมายแห่งความอาลัยองค์ ร.๙ ร่วมทั้งเป็นการสื่อให้ชาว อบต.กุดลาด และ ประชาชนคนในจังหวัดอุบลราฃธานี ทุกๆ คน ร่วมน้อมใจ ส่งเสด็จพระองค์ท่าน ฯ สู่สวรรคาลัย ด้วย
สำหรับ ในการสร้างต้นเทียนพรรษาขนาดใหญ่ในครั้งนี้ ต้องจัดหางบประมาณในการจัดสร้างเทียนทองคำ จึงได้จัดให้มีการทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อ หาทุน สมทบทุนในการสร้างเทียนทองคำ นิลดำ ๙๙ บาท ๓ คนโอบ ๙ ต้น ขึ้น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ที่กองทุนสวัสดิการชุมชนภายในอาคารวัฒนธรรมตำบลกุดลาด ซึ่งห่างจากที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด ๕๐๐ เมตร และอยากจะขอเชิญชวน พี่น้องประชาชนชาวอุบลฯ หรือแม้กระทั่งจากทั่วประเทศ และทั่วโลก อยากให้มามีส่วนร่วมในการสร้างเทียนทองคำฯ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วม ในการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมส่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ สู่สวรรคาลัย อีกทั้งยังเป็นการเชิญชู วัฒนธรรม ประเพณี สิ่งดีๆ ที่มีค่ายิ่งของจังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย

ทศพร  ก้อนแก้ว-ทีมข่าวกระแสใต้ 4 ภาค/ รายงาน
@โฆษณา 099-230-9071

นราธิวาส"รวมพลังแห่งความภักดีทำความดีเพื่อพ่อ"

 นราธิวาสเตรียมจัดทำดอกไม้จันทน์เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกันทั้งจังหวัด  99,999 ดอก 9 รูปแบบ ในช่วงต้นเดือนหน้า


ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผย เตรียมจัดทำดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกันทั้งจังหวัด  99,999 ดอก 9 รูปแบบ ในวันที่ 9 มิถุนายน 2560 พร้อมจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ "รวมพลังแห่งความภักดีทำความดีเพื่อพ่อ"

วันนี้ (30 พ.ค.60) นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ และผู้บริหารท้องถิ่น ครั้งที่ 5/2560 ประจำเดือนพฤษภาคม ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส พร้อมกล่าวว่า คณะกรรมการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้หารือเกี่ยวกับการจัดทำดอกไม้จันทน์ ซึ่งมีมติจัดทำดอกไม้จันทน์ จำนวน 99,999 ดอก 9 รูปแบบ ได้แก่ ดอกดารารัตน์ ดอกกุหลาบ ดอกพุดตาน ดอกลิลลี่ ดอกกล้วยไม้ ดอกชบาทิพย์ ดอกชบาหนู ดอกบัวสาย และดอกบานบุรี ซึ่งจะเริ่มจัดทำพร้อมกันทั้งจังหวัด ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้


นอกจากนี้ทางจังหวัดนราธิวาส เตรียมจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ "รวมพลังแห่งความภักดีทำความดีเพื่อพ่อ" เพื่อแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้  ซึ่งทางส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา อำเภอทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชนแลพประชาชน จะร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ได้แก่ การทำกิจกรรม 5 ส. ทำความสะอาด Big cleaning การปรับปรุและพัฒนาสถานที่ราชการ ที่สาธารณะ ถนน วัด มัสยิด โรงเรียน รวมถึงสถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ กิจกรรมปลูกป่า การปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง การสร้างฝายชะลอน้ำ การกำจัดผักตบชวา การบริจาคโลหิต และกิจกรรมสาธารณประโยชน์อื่น ๆ เป็นต้น ทั้งนี้จะเริ่มดำเนินการจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป                        
 ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ

ภารกิจที่ภาคภูมิใจ เพื่อความสุขของคนไทย (ภาคชุด)




“ช่างสายส่งไฟฟ้า” ผู้เชื่อมโยงความสว่างไสวให้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย ระดมกำลังร่วมแก้สถานการณ์เสาส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ล้มและเสียหาย

จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2560 ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งปัจจุบันสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้แล้วนั้น เบื้องหลังการนำความสว่างไสวกลับสู่สภาพปกติได้ในครั้งนี้ มาจากความมุ่งมั่นและความสำเร็จต่อหน้าที่ของ “ทีมช่างบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้า” การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เกือบ 300 ชีวิต ที่ระดมกำลังมุ่งสู่จังหวัดปัตตานี เพื่อร่วมแก้ไขสถานการณ์เสาส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ล้มและเสียหาย ให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว ท่ามกลางความยากลำบากและเสี่ยงอันตรายภายใต้สถานการณ์ความไม่สงบ ตลอดจนสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ด้วยความสนับสนุนอย่างดี จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า กองทัพบก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และประชาชนในพื้นที่

ระบบส่งไฟฟ้า ที่ทำหน้าที่ส่งนำกระแสไฟฟ้าจากระบบผลิตไปยังระบบจำหน่ายก่อนส่งถึงผู้ใช้ไฟ ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา การดูแลเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงซึ่งเป็นสมบัติของชาติ จึงต้องพึ่งพาประชาชนในพื้นที่ร่วมกันสอดส่องดูแลให้มีความปลอดภัยและเมื่อพบสิ่งปกติสามารถแจ้งเหตุการณ์ได้ที่ call center 1416 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ


ตราบใดที่ “พลังงานไฟฟ้า” มีความจําเป็นสําหรับทุกชีวิตไทย กฟผ. จะไม่มีวันหยุดนิ่งจะมุ่งมั่นพัฒนาความเชี่ยวชาญและเสาะหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าไทยให้มีความมั่นคงเพียงพอ และมีความสว่างไสวทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย


ภารกิจที่ภาคภูมิใจ เพื่อความสุขของคนไทย
www.EGAT.co.th

วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วอนช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่เรียนดี แต่มีฐานะยากจน สภาพบ้านผุพัง

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไ ทีโรงเรียนหนองน้ำสัม วิทยาคม ตั่งอยู่ หมู่6 ตำบล บ้านคูคต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปพบกับนางสาว ณัฏฐนิธ กาลพัฒน์ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ พร้ามด้วยทหารจากกองพันที่ 5 รักษาองค์ กำนันผู้ใหญ่บ้าน รอง นายก อบต. ได้จัดประชุมหาทางช่วยเหลือเด็กทีเรียนดีแต่มีฐานะยากจนจำนวนนับ10 ราย หาทางช่วยเหลือเด็กดังกล่าวด่วนสำหรับโรงเรียน
หนองน้ำส้ม อดีตเจ้าคณะอำเภออุทัยที่มรณะภาพไปแล้วได้ก่อตั่งโรงเรียนดังกล่าว มาจน ทุกวันนี้ มีนางสาว ณัฎฐนิธ ฯมารับตำแหน่ง ผอ.ได้มองเห็นเด็กหญิง เด็กชาย ทีเรียนดี ทีมีฐา
นะยากจนจึงได้จัดประชุมกับคณะกรรมการ  ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน และนายก อบต.หนองน้ำ
ส้ม และ ประชาชน ทีมีส่วนเกียวข้องหาทางช่วยเหลือเด็กดังกล่าวหลังจากนั้นจึงได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านเด็กนักเรียนระดับชั้น ม.2 ชื่อ ด.ญ.กัลยารัตน์ ไวยจิน
ดา อายุ16  ปี ที่เรียนดีแต่อยากจน อยู่บ้านเลขที 38 ต.หนองน้ำส้ม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุ
ธยา ทีอาศัยอยู่กับ นายทองรัก ไวยจินดา อายุ 83 ปี ผู้เป็นปู่ ซึงป่วยช่วยตัวเองไม่ได้ ทุกวัน ด.ญ.กัลยารัตน์ หลังจากเลิกเรียนต้องรีบกลับบ้านมาดูแลปู่ ทำงานบ้านชักผ้า หาข้าวให้ปู่กินอาบน้ำให้ปู่จนกว่าแม่ที่ออกไปทำงานข้างนอกรับจ้างเย็บผ้าโล กว่าจะมาถึงบ้านก็มืด
ต้องดูแลปู่จนกว่าแม่จะมาช่วยสภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมมาก ไม่มีห้องน้ำ ห้องส้วม ผนังผุ หลุดเป็นรู หลังคารั่ว มีแมลงปีกแข็งทีมีกลิ่นเหม็นเกาะอยู่เต็มบริเวนต่างๆของตัวบ้านสภาพบ้านที่อาศัยไม่ปลอดภัยสำหลับเด็กผู้หญิงแต่ก็ต้องอดทนเพราะไม่มีตังค์ที่จะซ่อมบ้านมีเพียงแม่หาตังอยู่คนเดียวส่วนพ่อก็หนีไปมีภรรยาใหม่ทิ้งไปไม่เคยมาดูแลเลยใครทีจะส่งเงิน หรือสิ่งของมาช่วย ให้ติดต่อ น.ส.ณัฎฐนิธ กาลพัฒน์ ผู้ชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองน้ำส้มวิทยาคม(ติดต่อเบอร์โทร083-5451075 )
ด.ญ.กัลยรัตน์ ไวยจินดา ธ.ออมสิน สาขาอยุธยาพาร์ค เลขทีบัญชี=020218778064

ข้อมูลภาพ/ข่าว ชาญ ชูกลิ่น/อยุธยา
081-8756403
ทศพร ก้อนแก้ว รายงาน
.

หลวงพ่อเจริญปลุกเสกป้ายทะเบียนสวน ก่อนนำออกประมูล 17-18 มิ.ย.นี้


สร้างมูลค่าเพิ่ม! หลวงพ่อเจริญปลุกเสกป้ายทะเบียนสวน ก่อนนำออกประมูล 17-18 มิ.ย. นี้ เมื่อเวลา 09.09 น. วันนี้ (27พ.ค.60) หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต เกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีเสริมบารมีและเพิ่มความเป็นสิริมงคลแก่แผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวยของอุดรธานี หมวดอักษร กร XXXX และป้ายทะเบียนสวนรถกระบะ หมวดอักษร ผต XXXX โดยมีนายนิติกร เพชรคูหา ขนส่งจังหวัดอุดรธานี นำข้าราชการในสังกัดเข้าร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพียงกัน ภายในพระอุโบสถ วัดโนนสว่าง บ.โนนสว่าง ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นายนิติกร เพชรคูหา ขนส่งจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดให้สำนักงานขนส่งจังหวัดอุดรธานี จัดการประมูลหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมของประชาชน สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน หมวดอักษร กร XXXX อุดรธานีจำนวน 301 หมายเลขในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 17-18 มิถุนายน 2560 ส่วนทะเบียนหมวดอักษร ผต XXXX จะเปิดให้ประมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ตระหว่างในวันที่ 19 มิถุนายน 2560 ถึง 19 สิงหาคม 2560 นี้ ณ ห้องฟ้าหลวงโรงแรมนภาลัย จังหวัดอุดรธานี โดยรายได้ในการประมูลจะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับผู้พิการอันเกิดจากอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน สำนักงานขนส่งจังหวัดอุดรธานี จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนสวยในวันและเวลาดังกล่าว โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดอุดรธานี หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 042-207904-5 และ 042-295409 
วรเชษฐ ธรรมเขต ผู้สื่อข่าวอุดร รายงาน 
นายเกรียงไกร อนุรักษ์เจริญพร ผอ.ศูนย์ข่าวกระแสใต้ ข่าว 4 ภาค/อีสาน จ.ขอนแก่น

นราธิวาส จับเรือประมงผิดกฎหมายสัญชาติเวียดนามได้ 4 ลำ พร้อมผู้ต้องหา 48 คน ลักลอบจับสัตว์น้ำในน่านน้ำไทย

ตำรวจน้ำ จ.นราธิวาส จับเรือประมงผิดกฎหมายสัญชาติเวียดนามได้ 4 ลำ พร้อมผู้ต้องหา 48 คน รวมถึงเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี อีก 6 คน ลักลอบจับสัตว์น้ำในน่านน้ำไทย
 เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 29 พ.ค.60 ณ สถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำลังการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ อ.เมือง จ.นราธิวาส พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ ตาแก้ว สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ อ.เมือง จ.นราธิวาส ร่วมกันจับกุมชาวเวียดนาม รวม 48 คน โดย 6 คน เป็นเยาวชนที่มีอายุ 14 -  15 - 17 ปี พร้อมเรือประมงสัญชาติเวียดนามอีก 4 ลำ นำมาจอดเทียบท่าและนำผู้ต้องหารทั้ง 48 คน ร่วมกันตรวจสอบและสอบสวนอย่างละเอียด หลังจากที่ได้ทำการจับกุมตัวมากลางทะเล ซึ่ง 
หลังจากที่ พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ ตาแก้ว สา.รน 3 กก.7 บก.ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มเรือประมงสัญชาติเวียดนาม จำนวน 4 ลำ ได้ลักลอบเข้ามาทำการประมงผิดกฎหมายในเขตน่านน้ำไทย จึงจัดกำลังพร้อมสั่งการให้นำเรือตรวจการณ์หมายเลข 518 พร้อมกำลังพลประจำเรือออกทำการตรวจสอบตามพิกัดที่ได้รับแจ้งมา ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.วันที่ 29 พ.ค.60 เจ้าหน้าที่ได้พบเรือประมงสัญชาติเวียดนามจำนวนทั้งหมด 4 ลำ 2 คู่ กำลังทำการประมงชนิดอวนลากคู่ที่พิกัดบริเวณแลตติจูต 06 องศา 58 ลิปดาเหนือ ลองติจูด 102 องศา 07 ลิปดาตะวันออก ห่างจากปากร่องน้ำบางนราไป ประมาณ 35 ไมล์ทะเล จึงได้ทำการจับกุมและทำการควบคุมเรือทั้ง 4 ลำ ที่ปรากฏพบเห็นการกระทำผิดประมงในน่านน้ำไทยโดยวิธีการ ลากคู่ สามารถทำการควบคุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดรวม 48 คน โดย 6 คน เป็นเยาวชนชายที่มีอายุตั้งแต่ 14 – 15 – 16 ละ 17 ปี จึงนำตัวผู้ต้องหาสอบสวนยังสถานีตำรวจน้ำ ก่อนจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นราธิวาส และยึดของกลางเรือทั้ง 4 ลำ คือ ลำที่ 1. KNF 7352 ]emuj 2.KNF 7379 ]emuj 3.KNF7352 ลำที่ 4. ษ์โ 7379 โดยเรือทั้ง 4 ลำดังกล่าว ได้มีการปลอมแปลงเป็นเรือประมงสัญชาติมาเลเซีย เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ในการลักลอบหาปลาในน่านน้ำไทย โดนเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่างด้าว อันเป็นความผิดตามมาตร 5 ทวิ และมาตร 11 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการทำประมงในเขตการทำประมงไทย พ.ศ.2482 ต่อไป.                             
 ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ/รายงาน

กระบี่ฮือฮา! ชาวบ้านเจอเห็ดยักษ์ประหลาดคล้ายดอกกุหลาบ ชาวบ้านเชื่อเป็นศิริมงคล (มีคลิป)

ชาวบ้านเจอเห็ดยักษ์ประหลาดคล้ายดอกกุหลาบ ชาวบ้านเชื่อเป็นศิริมงคล

วันที่ 28 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนพบเห็ดยักษ์ จึงเดินทางไปบ้านของ นางอำภา ดวงจันทร์ อายุ53ปี อยู่บ้านเลขที่200 ม.4 ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ จ.กระบี่ จึงได้พบเห็นชาวบ้านหลายคนกำลังล้อมวงดูเห็ดยักษ์ประหลาด และเด็กๆมาถ่ายรูปเซลฟี่กับดอกเห็ดยักษ์ ซึ่งน่าตาแปลกประหลาดไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน เด็กๆ ซึ่งเห็ดยักษ์ดังกล่าว มีลักษณะสีขาวสวยงาม เป็นชั้นๆ ทั้งหมดมี 13 ชั้น กว้าง 45 ซม. โดยมีลักษณะคล้ายๆกับดอกกุหลาบขาว ซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นต่างให้ความสนใจ และถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก

นางอำภา ดวงจันทร์ ผู้พบเห็ดดังกล่าว กล่าวว่า ปกติตนเองไปตัดหญ้าให้วัว ในสวนปาล์มของชาวบ้านอยู่ทุกวัน แต่วันนี้ขณะตัดหญ้าอยู่นั้น หันไปเห็นดอกสีขาว 2 ดอก แต่อีกดอกหนึ่งมีชาวบ้าน เอาไม้มาถมจึงเสีย แต่ยังเหลืออีก 1 ดอก อยู่ในสภาพดี จึงนำเก็บมาไว้ที่บ้าน ซึ่งต่อมาชาวบ้านที่รู้ข่าวก็ต่างมามุงดูกันเพราะความแปลกเนื่องจากไม่มีใครพบเห็นมาก่อน

ซึ่งนางอำภา กล่าวต่ออีกว่าจะนำเห็ดดังกล่าวมาตากแดดไว้ให้แห้ง และเคลือบเหล็กเกอร์ไว้ แล้วมาแหวนไว้ที่ประตูเข้าเข้าบ้านเพื่อเป็นศิริมงคล ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งล่าสุดทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามทางเกษตรอำเภอลำทับเพื่อทราบข้อมูลของเห็ดดังกล่าว

นายแย้ม ดำป่านรัตน์ เกษตรอำเภอลำทับ กล่าวว่า เห็ดประเภทนี้ไม่สามารถรับประทานหรือนำมาปรุงอาหารได้ เนื่องจากเป็นเห็ดเมา
โกเมธร มากผล จ.กระบี่ รายงาน(FBทันข่าวกระบี่)
ทศพล ก้อนแก้ว ทีมข่าว กระแสใต้

วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิและสืบสานงานประเพณีลานบ้านลาน

อำเภอทองผาภูมิ มาแล้ว ผลไม้ของดีประเพณีลานบ้านลานวัฒนธรรมประจำปี 2560....มาฟังกันให้ชัดๆ ให้ถนัดหู
22 - 26 มิถุนายน 2560
วันผลไม้ของดีอำเภอทองผาภูมิและสืบสานงานประเพณีลานบ้านลานวัฒนธรรมประจำปี 2560 จะจัดขึ้น ณ  ลานจอดเฮลิคคอปเตอร์ ภายในเขื่อนวชิราลงกรณ์ สนง.เกษตรกาญจนบุรี  ช่วยให้ประกาศข่าวกันอีกปี   มาแล้ว ๆ  ของแท้ ของดีของเด่น  ของมีคุณภาพ รสชาติอร่อยลิ้น ผลไม้ทองผาภูมิ  จังหวัด กาญจนบุรี  แพงไม่ว่า  ขอให้ได้ของแท้ ของดีของจริง  มีประกัน  ปีนี้ห้ามซื้อ ของดีๆไม่ขายมั่ว ไม่มีวางขายทั่วไปริมทาง  ถ้าใครจะซื้อขอให้ดูไม่มีชื่อ ไม่มียี่ห้อ ไร่สวนเบอร์โทรติดต่อ ให้ถือว่าของปลอม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง. กาญจนบุรี ขอร้อง ประกาศข่าวให้เป็นเรื่องราว ของดี ราคาถูกเกิน
ก็ต้องช่างใจอย่าซื้อ ถ้า ไม่เห็นเนื้อในอย่าซื้อ
ไม่ได้ชิมก็อย่าซื้อ  ถ้าได้เห็นได้ชิม แน่ใจ พอใจ ค่อยซื้อขายกัน  เงินทองหายากผิดพลาดบาดใจ ทุกๆ บาทต้องแน่ใจ พอใจทั้งผู้ซื้อ
เต็มใจทั้งผู้ขาย จึงไม่เกิดเหตุวุ่นวายเสียหายเหมือนปีผ่านมา  เสียชื่อเสียเสียง ถกเถียงวุ่นวาย ของคุณภาพผลไม้ทองผาภูมิเสียหาย  หลอกขายมากมี   ชื่อเสียงป่นปี้  ปีนี้อย่าทำ
มีกรรมการตรวจจับกำชับในงาน ประกาศก้องให้ทั่ว ไม่มั่วแต่บนเวที  ต้องลงพื้นที่ตรวจจับปรับกันพอได้แล้ว ๆ  อย่าแจวเรือสวนทาง  คนทองผาภูมิ เสียดายความดี ตั้งใจซื้อสัตย์ ผูกมิตรไมตรี ให้เป็นน้องพี่แต่เสียทีพ่อค้าแม่ขายริมทาง ปะปนของปลอมแก่อ่อนนำมาปะปนขายคู่กัน 
ปีนี้จะไม่ย้อมแมวขาย
ไปเลย ไปซื้อกันในไร่ ชิมกันในสวน อร่อยกันทั้งครอบครัว   จองกันทั้งต้นซื้อกันทั้งสวน
มองให้เห็นกันชัวร์  ไม่ซื้อมั่วๆ  ผลไม้ของดีต้องไปในไร่ในสวน จองกันล่วงหน้า บริการรับ - ส่ง โพลต์ผ่านกลุ่มไลน์ ค้าขายทางไอที  แบบน้องแบบพี่ไม่มีหลอกลวง ซื้อข้างทางไม่มีชื่อ ไม่มียี่ห้อ  ไม่ใช่ของแท้แน่นอน ไม่รับประกัน เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ส้มโอ สะตอ อะโว้คาโด่  ลูกท้อก็มียังมี  ของใหม่มาแรงอินทผาลัมนำชัย เกษตรยุคใหม่ 4.0 นี่ไง เมืองไทยอำเภอทองผาภูมิจัดงาน ปีนี้ไม่ให้เสียชื่อเลืองลือของดีทองผาภูมิ  คิดใหม่ ทำใหม่แบ่งขายเป็นโซนไม่ปะปน ผลไม้ที่อื่น และไม่วางขายมั่วรับประกันความชัวร์   ไม่มั่วเหมือนปีผ่านมา ปีนี้จัดงานตรงเวลาพอดิบพอดี ผลไม้เนืองนอง เจ้าของสวนมาเอง ทุกคนใจนักเลง ถ้าไม่ดีไม่ขายให้เสียหายแน่ ถ้าซื้อล่วงหน้าติดต่อ สนง.เกษตรอำเภอทองผาภูมิ  034-599482/ สนง. เทศบาลทองผาภูมิ 034- 599101 สอบถามเบอร์เจ้าของไร่ เจ้าของสวน ขอเยี่ยม หรือสั่งซื้อกันล่วงหน้า  อย่างนี้ใช่แน่ๆ ของจริง ของแท้ ชัวร์  ทศพร รับประกันว่าชัวร์จริง

ข้อมูล/สนง.เกษตรทองผาภูมิ
ทศพร ก้อนแก้ว หน.ศูนย์ข่าวภาคอีสานกระแสใต้ 4 ภาค รายงาน

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ขอนแก่นเข้ม รวบหนุ่มวัยรุ่นค้ายา


27 พ.ค.60 อำเภอบ้านไผ่, สภ.บ้านไผ่ ภายใต้การอำนวยการของ นายธวัชชัย รอดงาม นาย อำเภอบ้านไผ่, ผอ.ปส.อ.บ้านไผ่, พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่, พ.ต.ท.จาจร อันดี รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.มนตรี สุปะตำ สวป.ฯ, พ.ต.ต.ปวีร ์มั่นเมือง สวป.ฯ งานป้องกันปราบปราม สภ.บ้านไผ่ โดย ร.ต.ท.บุญทัน พงษ์อุดทา รอง สวป.ฯ พร้อมด้วย ชุดสายตรวจ จ.ย.ย. สภ.บ้านไผ่ ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ยาเสพติดและความมั่นคง ตามแผนประชารัฐ และแผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน ในช่วงระดมกวาดล้างอาชญากรรม ห้วงระยะแต่ 22 - 30 พ.ค.2560 ได้ร่วมกันจับกุมผู้หาต้องหา ดังนี้ 1.นายชานนท์ จันทร์บำรุงกุล อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 420/2 ม.2 ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จว.ขอนแก่น พร้อมยาบ้า 595 เม็ด โดยกล่าวหาว่า เป็นผู้ขับรถเสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย สถานที่จับกุม จุดตรวจ แยกสมประสงค์ ม.4 ถนนสมหวังสังวาลย์ ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จว.ขอนแก่น เพื่อโปรดทราบ 
 Cr. ณชพัฒน์. ไกรศรีวรรธนะ 
นายเกรียงไกร อนุรักษ์เจริญพร ผอ.ศูนย์ข่าวกระแสใต้ ข่าว 4 ภาค/อีสาน จ.ขอนแก่น

กฟผ.เขื่อนอุบลรัตน์.ต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อการขับเคลื่อนสู่สังคม


28/พค/60.นายบุญสี.ศรีกุล.ช่าง.ระดับ5.แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์.เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย.เขื่อนอุบลรัตน์.ต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากจังหวัดอุบลราชธานี.โดยการนำท่านนายกสมาคมสื่อมวลชน.จังหวัดอุบลราชธานี.นายชลธิษ.จันทร์สิงห์.พร้อมด้วยนายไชโย.แก้วกันยา.ช่างระดับ8แผนกบำรุงรักษาโยธา.เขื่อนสิรินธร.พร้อมคณะทำงาด้านCSRเขื่อนสิรินธร.ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสื่อมวลชนกับคน.กฟผ.เพื่อการสื่อสารสู่สังคม.เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆในการสื่อสารระหว่าง.สื่อมวลชนกับ.กฟผ.และให้สื่อมวลชนได้มีความเข้าใจในภารกิจของ.กฟผ.ที่มีการพัฒนาภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องและเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง.กฟผ.กับสื่อมวลชน.มีสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนนวน50ท่าน
Cr. บุญสี ศรีกุล
......... ... .... .... .........
นายเกรียงไกร อนุรักษ์เจริญพร
ผอ.ศูนย์ข่าวกระแสใต้ ข่าว 4 ภาค/อีสาน จ.ขอนแก่น

วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

“ทำด้วยมือ ถวายด้วยใจ”ร้อยใจเป็น 1 เดียว เชิญชวนผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เข้ามาร่วมจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ 15 – 31 พ.ค60

 ล่วงเข้าวันที่ 4 ของการจัดกิจกรรม “ทำด้วยมือ ถวายด้วยใจ” ที่เชิญชวนผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เข้ามาร่วมกันเป็นจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ระหว่างวันที่ 15 – 31 พฤษภาคม 2560 เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงเดือนตุลาคม ที่บริเวณโถงอาคาร ท.102 สำนักงานใหญ่ กฟผ. ยังคงมีผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. และบุคคลภายนอก แวะเวียนมาร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์กันอย่างคับคั่งกฟผ. ได้จัดทำคลิปวิดีโอสอนวิธีการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อให้ครอบครัวพนักงาน กฟผ. รวมถึงประชาชนชาวไทย ที่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ได้มีโอกาสประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ที่บ้าน เพื่อร่วมถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้สนใจสามารถเข้าไปรับชมวิธีการสอน ผ่านทาง Youtube PR EGAT ที่เว็บไซด์ และ Facebook กฟผ.ฝ่ายสื่อสารองค์การ โดยสามารถรับชมได้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป
   น.ส.นกนรินทร์ ไพฑูรย์ วิศวกร ระดับ 5 ฝ่ายประสิทธิภาพการผลิต  กล่าวว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยตั้งใจจะประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เพื่อถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นการตอบแทนสิ่งที่ใพระองค์ท่านทำให้กับประชาชนชาวไทย แม้จะไม่มีวันตอบแทนได้หมดแต่ก็จะตั้งใจประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ให้ได้มากที่สุด
 นายวีระวุฒิ ปาด้วง ช่างระดับ 5 ฝ่ายปฏิบัติการด้านการใช้ไฟฟ้า  อีกหนึ่งผู้ปฏิบัติงานที่มาร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ในวันนี้ กล่าวว่า รู้สึกดีที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีถวายพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย เพราะที่ผ่านมาพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนมากมาย โดยมาร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันแรกจนวันนี้สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับเพื่อนๆ ที่อยากร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ได้แล้ว
 ด้าน นางนราวรรณ สุวรรณ ข้าราชการเกษียนอายุ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมกิจกรรมว่า ทราบว่า กฟผ. จัดกิจกรรมนี้จากเพื่อนที่ส่งข้อความมาชวนผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ จึงได้ตั้งใจจะมาร่วมกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ ซึ่งรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก เพราะถือว่าการมาเป็นจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เป็นความตั้งใจในการทำถวายพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย และอยากเชิญชวนให้มาร่วมเป็นจิตอาสาเพื่อประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ได้มากที่สุด

นพค. 56 เตรียมพร้อมรับมือแผนช่วยเหลืออุทกภัย


นพค. 56 เตรียมพร้อมรับมือแผนช่วยเหลืออุทกภัย...เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมข 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.เอกราช อินทรักษ์ ผบ.นพค.56  เป็นประธานในการฝึกซ้อมแผนป้องกันบรรเทาสาธารณภัยแก่ชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ของนพค. 56  เป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกรณีเกิดภัยพิบัติหรือได้รับการร้องขอ ณ นพค.56
สำหรับแผนการซ้อมในวันนี้เป็นการซ้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำที่ช่วยเหลือตนเองได้ และหมดสติ  โดยเจ้าหน้าที่ต้องช่วยขึ้นจากน้ำและปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต ก่อนที่จะนำส่งรพ. เป็นการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น นอกจากนี้มีการช่วยเหลือคนตกค้าง และขนย้ายทรัพย์สิน ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญ โดยเฉพาะการขนย้ายจักรยานยนต์ที่ทางชุดบรรเทาสาธารณภัยนพค.56 มักประสบเหตุอยู่เสมอทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย   พ.อ.เอกราช  อินทรักษ์ ผบ.นพค.56 กล่าวว่า การเตรียมพร้อมดังกล่าวก็เพื่อรับมือเหตุอุทกภัยที่ปีนี้มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งชุดดังกล่าวไม่เพียงแต่ให้บริการในพื้นที่เท่านั้นแต่ต้องให้บริการไปทุกพื้นที่ที่ได้รับการร้องขอไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนก็ตามโดยเจ้าหน้าที่ชุดบรรเทาสาธารณภัยที่ผ่านการฝึกอบรมและปฏิบัติหน้าที่มี 12 คน มีเรือท้องแบน 4 ลำ ซึ่งเรือที่มีเป็นเรือที่ค่อนข้างเก่า อาจจะใช้งานได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร จำเป็นต้องจัดหาเรือใหม่มาเสริมเพิ่มเติมเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กิตติศักดิ์  ประดับศรี ทีมข่าวกระแสใต้/รายงาน

นราธิวาส เปิดแผนระดมกวาดล้างป้องกันการเกิดเหตุร้ายรับรอมฏอน ยึกปืน 5 กระบอก


สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เปิดแผนระดมกวาดล้างป้องกันการเกิดเหตุร้ายรับรอมฏอน ยึกปืน 5 กระบอก พร้อมเปิดยุทธศาสตร์เดือนรอมฏอน ปฏิบัติการณ์เชิงรุก 3 ฝ่าย กดดันหนัก ผกร.สกัดป่วน

  .วันที่ 26.พ.ค.60 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.ท.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล รอง ผกก.สืบสวน สภ.ระแงะ พ.ต.ท.สมใจ สังห์เกลี้ยง รอง ผกก.สอบสวน สภ.ระแงะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พ.ท.เจษฏา ปียะสุวรรณ รอง ผบ.ฉก.ทพ.45 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ระแงะ ร่วมกันแถลงผลการระดมกวาดล้างป้องกันการเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ ทั้ง 7 ตำบล ของ อ.ระแงะ ในห่วง 7 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. – 26 .พ.ค. 60 ประกอบด้วย ตำบลกาลีซา ตำบลบาโงสะโต ตำบลเฉลิม ตำบลตันหยงมัส ตำบลบองอ ตำบลมะรือโบ และตำบลตันหยงลิมอ อ.ระแงะสามารถยึดอาวุธปืนได้จำนวน 5 กระบอก ผู้ต้องหา 5 คน ประกอบด้วย 1.อาวุธปืนลูกซอง 5 นัด จำนวน 2 กระบอก 2.อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.พร้อมเครื่องการะสุน 1 กระบอก แม็คกาซีน 3 อัน ซองใส่ปืนแบบหนังสีดำ จำนวน 3 อัน 3.อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 แบบลูกโม่ พร้อมเครื่องกระสุน จำนวน 2 กระบอก ยึดไว้ตรวจสอบขยายผลโยงถึงคดีความมั่นคงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในห้วงที่ผ่านมา พบว่า อาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด 1 ใน 2 กระบอก เคยถูกคนร้ายนำไปใช่ก่อเหตุยิงราษฏรในพื้นที่มาแล้ว ส่วนอาวุธปืนกระบอกอื่นๆเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ผิดกฏหมายในข้อหาการครอบครองผิดมือ จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ส่งฟ้องศาล พร้อมยึดอาวุธปืนทั้งหมดไปตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้งว่า มีอาวุธปืนกระบอกใดบ้างที่ถูกนำไปใช่ก่อเหตุร้ายในพื้นที่
 ส่วนผลจากการตั้งด่าน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและยึดยาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้าชนิดสีส้มอีก จำนวน 797 เม็ด  จากนายสุกรี หะ  พร้อมอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนขนาดเดียวกัน จำนวน 8 นัด และเครื่องกระสุน ขนาด .45 อีก 1 นัด
 ส่วนการจับกุมผู้ต้องหา นายอาแว อีแต พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 กระสุน 7 นัด เจ้าหน้าที่พบเป็นบุคลที่มีหมายจับคดีความมั่นคงอีกด้วย ส่วนผู้ต้องหาที่ชื่อ นายฮาจรัน ยูโซ๊ะ เจ้าหน้าที่ยึดของกลาง คือ อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.พร้อมเครื่องกระสุน 13 นัด
 ส่วนยาเสพติดยาบ้า 797 เม็ด และน้ำใบกระท่อมสด น้ำหนัก จำนวน 22 ถุง น้ำหนักรวม 13,200 กรัม เจ้าหน้าที่ยึดมาได้จากการตั้งด่าน
 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ในการปฏิบัติการณ์ระดมกวาดล้างป้องกันการเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ อ.ระแงะ ในครั้งนี้ เป็นการออกแผนปฏิบัติการ 3 ฝ่าย คือ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เพื่อกดดันระดมปิดล้อมพื้นที่เป้าหมาย 7 วัน  ในพื้นที่ 7 ตำบล ของ อ.ระแงะ วันละ 1 ตำบล 1 เป้าหมาย โดยเป้าหมายหลักเป็นบ้านพักอาศัยของกลุ่ม ผกร.(ผู้ก่อการร้าย) ที่มีหมายจับ เพื่อกดดันไม่ให้มีการรวมตัวกันก่อเหตุ โดยการปฏิบัติการเชิงรุกในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งแผนเพื่อหยุดยั้งการก่อเหตุ โดยผลการปฏิบัติเป็นที่หน้าพอใจ คือ ยึดอาวุธปืนได้ จำนวน 5 กระบอก พร้อมผู้ต้องหาที่กระทำผิด รวม 6 คน และพื้นที่มั่วสุมสามารถยึดยาเสพติดยาบ้าและน้ำกระท่อมสด
 “ส่วนพื้นที่ อ.ระแงะนั้น เป็นพื้นที่เฝ้าระวังการก่อเหตุของฝ่ายกลุ่มผู้ไม่หวังดีในอันดับต้นๆของ จ.นราธิวาส  ซึ่งหลังจากนี้ไป สภ.ระแงะ กรมทหารพรานที่ 45 และฝ่ายปกครอง อ.ระแงะ จะเปิดแผนยุทธศาสตร์รอมฏอนขึ้นในห้วงวันที่ 27 พ.ค.60 ถึง 27 มิ.ย.60 ซึ่งเป็นช่วงเดือนรอมฏอน เดือนแห่งการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมจะดำรงการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายกับพี่น้องทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ต่อไป” 

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ

วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

สภ.น้ำพอง รวบ 2 หนุ่มพร้อมยาบ้าพร้อมอาวุธ


24 พ.ค.2560 เวล มาประมาณ 06.00 น. ภายใต้อำนวยการจับกุมของ พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.น้ำพอง, พ.ต.ท.ถนอมศักดิ์ โสภา รอง ผกก.สส.สภ.น้ำพอง สั่งการให้ พ.ต.ต.สามารถ พิมพ์ดีด รรท.สว.สส.สภ.น้ำพอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.น้ำพอง ออกปิดล้อมตรวจค้นตามแผนประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่บ้านมั่นคงปลอดยาเสพติดฯ ครั้งที่ 2 และแผนกวาดล้างยาเสพติด จำนวน 5 เป้าหมาย จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดและอาวุธปืน จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1.นาย ทนงศักดิ์ ลีสิงห์ อายุ 26 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 168 ม.8 บ้านคำบง ต.สะอาด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น หมายเลขบัตรประชาชน 1-4007-00134-47-1 พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 17 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” สถานที่จับกุม บ้านเลขที่ 168 ม.8 บ้านคำบง ต.สะอาด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น 2.นาย กำพล ศรีตาแสง อายุ 35 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 57 ม.3 บ้านนาคู ต.หนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น หมายเลขประจำตัวประชาชน 3-4007-00775-34-1 พร้อมของกลาง อาวุธปืนยาวแบบไทยประดิษฐ์ ชนิดบรรจุปาก (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก โดยกล่าวหาว่า “มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่” สถานที่จับกุม บ้านเลขที่ 57 ม.3 บ้านนาคู ต.หนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
 นายเกรียงไกร อนุรักษ์เจริญพร ผอ.ศูนย์ข่าวกระแสใต้ ข่าว 4 ภาค/อีสาน จ.ขอนแก่น

ทีมงานกระแสใต้ สานโครงการช่วยเหลือเด็กยากไร้และด้อยโอกาสขาดแคลนและยากจน จากใจสู่มือน้อง จบลงด้วยรอยยิ้ม(มีคลิป)


 

ทีมงานกระแสใต้ สานโครงช่วยเหลือเด็กยากไร้และด้อยโอกาสขาดแคลนและยากจน จากใจสู่มือน้อง จบลงด้วยรอยยิ้ม

ท่ามกลางความดีของน้องๆจนพูดไม่ออก  พร้อมขอบคุณผู้ที่มีใจศรัทธาร่วมบริจาคสิ่งของ

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ทีมงาน หนังสือพิมพ์กระแสใต้(ออนไลน์) ข่าว 4 ภาค/ประจำศูนย์ภาคอีสาน จ.ขอนแก่น ได้นำสิ่งของที่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคจัดโครงการช่วยเหลือเด็กยากไร้และด้อยโอกาสขาดแคลนและยากจนในเขตชนบท ณ.บ้านดง ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อนำมามอบให้กับ เด็กชายนันทิภาคย์ หมั่นบ่อแก เรียนชั้น อนุบาล 2 ขยัน ตั้งใจเรียน มีความรับผิดชอบมีน้ำใจ มีน้องสาว1 คน

      ในส่วนพ่อของเด็กทั้ง 2มีอาชีพขับรถรับส่งพนักงาน แม่มีอาชีพแม่บ้านเลี้ยงน้อง และดูแลเด็กชายนันทิภาคย์ หมั่นบ่อแก ดูแลเอาใจใส่ทั้งด้านการเลี้ยงดู การเรียนของน้อง แต่ก็ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ อุปกรณ์การเรียนต่างๆ

ส่วนเด็กหญิงกัญญารัตน์เพ็ชรัตน์ เรียนอยู่ชั้น อนุบาล 1 ขยัน ตั้งใจเรียน มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ ดนตรี มีพี่น้อง สามคน มีพี่ชาย 2 คน เด็กหญิงกัญญารัตน์ เพ็ชรัตน์ เป็นคนที่ 3 บิดา มารดาแยกทางกันเกือบ 4 ปี กว่า อาศัยอยู่กับตา และยายซึ่งมีอาชีพทำนา และรับจ้างทั่วไป นักเรียนยังขาดแคลนและยากจนมาก..ซึ่งทางทีมงาน น.ส.พ.กระแสใต้ ข่าว 4 ภาค/อีสาน จ.ขอนแก่นได้นำสิ่งของบริจาคมามอบให้กับน้องๆทั้งสองคนที่ยากจนและขาดแคลน ยากไร้และด้อยโอกาส ทางทีมงาน น.ส.พ.กระแสใต้ ข่าว 4 ภาค/อีสานจ.ขอนแก่นได้นำมามอบให้น้องๆถึงที่บ้าน โดยมี. นายจิรวัฒน์ แสงสุรินทร์ ผอ.รร.บ้านดง. (บึงไทรวิทยาคาร) และคณะครูร่วมรับมอบ สิ่งของบริจาคด้วยในครั้งนี้...เพื่อให้น้องๆได้มีกำลังใจสู้ต่อไปและเป็นเยาวชนที่ดีในอนาคต...ทาง รร.บ้านดง(บึงไทรวิทยาคาร)

  ทั้งนี้ นายจิรวัฒน์ แสงสุรินทร์ ผอ.รร.บ้านดง. (บึงไทรวิทยาคาร) กล่าวว่าขอขอบคุณทีมงานกระแสใต้ฯทุกๆท่าน ที่ทำโครงการดีๆแบบนี้ สู่สังคมและถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีและน่าเป็นแบบอย่าง ที่มองเห็นความสำคัญสิ่งเหล่านี้ เพราะอย่างน้องผู้รับวันนี้ก็คืออนาคตของชาติในวันหน้าและเติบโตเป็นคนดีของสังคมต่อไป

     
นาย จัรวัฒน์ฯเปิดเผยว่าตนรู้สึกดีกับการที่สื่อท้องถิ่นเขามามีบทบาทและทำคุณประโยชน์แก่สังคมและขอมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับทีมงาน น.ส.พ.กระแสใต้ ข่าว 4 ภาค/อีสาน จ.ขอนแก่น. ที่ได้จัดโครงการดีๆ ช่วยเหลือเด็กยากไร้และด้อยโอกาสขาดแคลนและยากจนในเขตชนบท ให้กับน้องๆรร.บ้านดง(บึงไทรวิทยาคาร)ในครั้งนี้และขอเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์สังคมสืบไป..

      ทั้งนี้ทางทีมงาน น.ส.พ.กระแสใต้ ข่าว 4 ภาค/อีสาน จ.ขอนแก่น ขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธา

ทุกๆท่านที่ร่วมกันบริจาคสิ่งของเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือเด็กยากไร้และด้อยโอกาสขาดแคลนและยากจนในเขตชนบท ในครั้งนี้

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...