• กระบี่ติ่มซำ ไสไทย

    ขอเชิญทุกท่านร่วมแข่งขันกินขนมจีบในกิจกรรม "กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่"

  • กระบี่สมุนไพร

    ร้านขายยาสมุนไพรมานานกว่า 30 ปี โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง

  • ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • เมเจอร์

    เมเจอร์

  • Van VIP Krabi

    บริการถตู้เช่าเหมาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในจังหวัดกระบี่ และสถานที่อื่นๆโดยทีมงานมืออาชีพ สอบถามโทร.0848626639

วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560

“พาคนกลับบ้าน” หรือ “พาโจรกลับบ้าน”?! คำตอบอยู่ที่..!

โจรใต้ได้เลือกเป้าหมายที่ง่ายต่อการโจมตี เพราะที่ตั้งของโรงพัก และที่ตั้งของจุดตรวจทั้ง 2 แห่งดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เป็น จุดอับ เนื่องจากอยู่ติดกับบ้านเรือนของประชาชน จึงทำให้โจรใต้ได้เปรียบในการทำสงครามแบบ อสมมาตร ใช้กำลังน้อยเข้าโจมตี และล่าถอยอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกว่าการรบแบบ กองโจร เมื่อสร้างความสูญเสียให้แก่ฝ่ายตรงข้ามแล้วก็ล่าถอยในทันที
     
       สำหรับการโจมตีจุดตรวจที่ตลาดกรงปีนัง ยังถือเป็นโชคดีที่นายตำรวจระดับ
สารวัตร สภ.กรงปีนัง ที่นำลูกน้อง 4 คน ขับรถหุ้มเกราะบุกตะลุยเข้าช่วยเหลือกองกำลังที่ถูกปิดล้อมอยู่ได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จุดตรวจ หรือฐานปฏิบัติการจะถูกโจรใต้ ละลาย และเก็บอาวุธไปได้
     
       การโจมตีเป้าหมายจุดตรวจ หรือฐานปฏิบัติการ และที่ทำการของราชการที่ผ่านมา แม้จะสร้างความสูญเสียให้เกิดขึ้นก็จริง แต่เป็นการสูญเสียที่เป็น
ปัจเจก กล่าวคือ ตำรวจตายก็เป็นความสูญเสียของตำรวจ ทหารตายก็เป็นความสูญเสียของทหาร ผลการโจมตีจึงไม่ได้กระทบเป็นวงกว้าง
     
       ไม่เหมือนการโจมตีสิ่งสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ เช่น การระเบิดเส้นทางรถไฟ ที่ทำให้การคมนาคมหยุดชะงัก ประชาชนผู้อาศัยการเดินทางด้วยรถไฟได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง แต่ก็ยังมีทางเลือกที่จะใช้รถประจำทางในชีวิตประจำวัน แม้ว่าจะลำบากขึ้น แต่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้
     
       
แต่การก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้าแรงสูงที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 6 เม.ย.ต่อเนื่องถึงวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา นั่นเป็นการก่อวินาศกรรมสิ่งสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น ผลกระทบจะเกิดเป็น วงกว้างโดยเดือดร้อนทั้งแต่คนระดับ รากหญ้าไปจนถึงพวกที่อยู่บนหอคอยงาช้างเพราะ ระบบไฟฟ้าคือสิ่งสำคัญทั้งต่อการดำรงชีวิตของผู้คน และวงการอุตสาหกรรม
     
       
ไฟฟ้าดับทั้งเมือง จึงเป็นเรื่องที่ต้องตื่นตกใจ และสร้างความโกลาหลให้เกิดขึ้นแก่ประชาชน นอกจากนั้น ในการป้องกันหรือการแก้ไขสถานการณ์ รวมถึงการเคลื่อนกำลังเข้าต่อสู้ และช่วยเหลือประชาชนของเจ้าหน้าที่รัฐก็ยากลำบากมากขึ้นด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ระเบิดภาคใต้

 
     
       อย่าแค่ไฟฟ้าดับจนกลายเป็นคืน
กาฬปักษ์เลย แม้แต่คืนที่ระบบไฟฟ้าไม่ได้ถูกก่อวินาศกรรม แต่มีเหตุโจมตีหน่วยงานต่างๆ เกิดขึ้น กำลังชุดต่างๆ ที่จะเข้าไปให้การสนับสนุน หรือช่วยเหลือก็ยังไม่กล้าที่จะเคลื่อนพลจากที่ตั้ง เพราะกุมสภาพของพื้นที่ไม่ได้ว่า โจรใต้จะมีการซุ่มโจมตี หรือวางระเบิดแสวงเครื่อง และโปรยตะปูเรือใบไว้ที่ไหนบ้าง
     
       การออกมาช่วยเหลือ หรือสนับสนุนฐานปฏิบัติการที่ถูกโจมตี ถ้าทำแบบ
สุ่มสี่สุ่มห้า เมื่อไหร่ นั่นหมายถึงความสุ่มเสี่ยงในการสูญเสียแบบ ยกกำลัง 2” เพราะฉะนั้นในหลายครั้งจะเห็นว่าหน่วยงานความมั่นคงยอมที่จะถูก ละลายฐาน ที่ถูกโจมตี ดีกว่าการส่งกำลังออกไปสนับสนุนแล้วสูญเสียซ้ำสอง
     
       
การโจมตีสิ่งสาธารณูปโภค-สาธารณูปการ คือ การก่อวินาศกรรม เสาไฟฟ้าแรงสูงครั้งนี้ของโจรใต้ จึงเป็นการทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบของ สงครามประชาชนที่หมายมุ่งในการสร้างความสูญเสียให้แก่ธุรกิจการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนทุกหย่อมย่าน ที่ต้องผจญต่อการเกิดไฟฟ้าดับ
     
       แม้ว่าการโจมตีในครั้งนี้จะไม่มีการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน แต่มีแต่ความสูญเสียของรัฐคือ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ที่จะต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับคืนมาได้
     
       
ดังนั้น เมื่อโจรใต้มีเป้าหมายในการก่อวินาศกรรมระบบไฟฟ้าแรงสูงได้ ในอนาคตโจรใต้ก็อาจจะก่อวินาศกรรมสิ่งสาธารณูปโภค-สาธารณูปการอื่นๆ ได้เช่นกัน เพื่อที่จะได้สร้างความเดือดร้อนให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ และแสดงถึงศักยภาพของการทำ สงครามกองโจรเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของผู้คนในพื้นที่ ต่อ อำนาจรัฐและเป็นการข่มขวัญมวลชนที่ไม่ใช่แนวร่วมของขบวนการแบ่งแยกดินแดน
     
       หลังการก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ในครั้งนี้ แม้ทางหนึ่งประชาชนจะ
ก่นด่า และอาจจะ สาปแช่ง(ในใจ )ต่อโจรใต้ที่สร้างความเสียหาย และความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นก็จริงอยู่ แต่เสียงเหล่านั้นบางส่วนก็ทำให้ทั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ต้องรับฟังไว้ให้ดี และฟังแล้วก็ต้อง สำเหนียก ด้วย
     
       อย่างไรก็ตาม มีเสียงก่นด่า
หน่วยงานความมั่นคง ที่ไม่สามารถป้องกันเหตุมิให้เกิดขึ้น แถมหลังเกิดเหตุก็ไม่สามารถที่จะตอบโต้เพื่อสร้างความสูญเสียให้แก่โจรใต้ได้ด้วย
       
 
       
โดยเชื่อว่ากำลังของโจรใต้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ต้องมีกว่า 100 คน ซึ่งการเคลื่อนไหวของคนจำนวนนี้ในกว่า 20 อำเภอ ของพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กับ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ได้แก่ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย และจะนะ นั้น ต้องถามว่า งานการข่าวในพื้นที่ไม่มีที่จะรู้เรื่องแม้แต่สักแอะเดียวเลยละหรือ
     
       
และมีคำถามที่ติดตามมาว่า ที่ว่าสถานการณ์พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ ดีขึ้นโดยฝ่ายการข่าวได้รับความร่วมมือจากคนในพื้นที่มากขึ้นนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่?!
       
 
       
รวมทั้งที่บรรดานายพลบางคนเคยให้สัมภาษณ์ว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนอ่อนแอลง ทั้งในเรื่องอุดมการณ์ และกองกำลัง เรื่องราวเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่?!
     
       เนื่องเพราะเท่าที่รู้ๆ กันนั้น เรารู้แต่เพียงว่าในขณะที่โครงการ
พาคนกลับบ้าน ได้ผลในระดับที่ ผู้ใหญ่ในกองทัพพอใจ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่ ล้มเหลว คือ การที่หน่วยงานความมั่นคงยังไม่สามารถสกัดกั้นมิให้คนรุ่นใหม่เข้าไปเป็นโจรใต้ได้
     
       
นั่นจึงยังไม่ใช้คำตอบที่ถูกต้องว่า เมื่อมีการ พาโจรกลับบ้านได้แล้ว เหตุการณ์จะ ลดน้อยเพราะจำนวนผู้ที่ถูกนำเข้าสู่ขบวนการเพื่อเป็น โจรใต้อาจจะมากกว่าโจรที่ถูกพากลับบ้าน
       
 
       สังเกตได้จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์การเผายางรถยนต์ การวางเพลิง การวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งได้บอกรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายว่าเป็น
คนอายุประมาณ 20-30 ปี แต่งกายด้วยชุดดำทั้งชุด นั่นคือลักษณะของ นักรบ ที่ถูกฝึกมาอย่างดีเพื่อให้เป็นโจรโดยเฉพาะ
     
       และที่สำคัญคือ เป็นโจรที่ไม่กลัวตาย ไม่กลัวความสูญเสีย ไม่กลัวการถูกวิสามัญ และพร้อมที่จะเดินเข้าคุกเมื่อถูกจับกุม
       
 
       
แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผู้มีอำนาจไม่กล้าบอกว่า สาเหตุของการก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ใน 4 จังหวัดมาจากสาเหตุอะไร!! 
       เป็นสาเหตุมาจากเรื่อง วิสามัญโจรใต้ 2 ศพที่บ้านโคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หรือเป็นการแสดงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ให้ อาคันตุกะ ที่เป็นมุสลิมจากประเทศอียิปต์ที่เดินทางมาเยือนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ในเดือนที่มี วันสัญลักษณ์ ของรัฐไทย หรือเป็นการแสดง อารมณ์ร่วม ในเรื่อง ม.44 ที่สั่งห้ามนั่งในแค็บรถยนต์กระบะ และนั่งท้ายกระบะ
     
       หรือแท้จริงแล้วเป็นเพราะ
คำตอบของโจทย์ นี้อาจจะ ถูกทุกข้อก็ได้ และอาจจะผิดทุกข้อ ก็ได้ เนื่องจากสาเหตุการก่อการร้ายของจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่อง กำปั้นทุบดินที่จะเอากำปั้นไปทุบลงตรงไหนก็เจอคำตอบตรงนั้น
     
       แต่สิ่งที่อยากบอกคือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะ
เล็กหรือใหญ่อย่าวัดกันที่ไม่มีคนตาย และถือว่าเป็นเรื่องจิ๊บๆ แต่ต้องดูที่วิธีการของโจรใต้ ต้องดูที่ความเสียหายที่ได้รับ อย่างการก่อวินาศกรรมครั้งนี้ไม่มีคนตาย ทั้งเจ้าหน้าที่ และประชาชน และสรุปว่าโจรไต้แค่ต้องการเพียง ก่อกวนหรือสร้างสถานการณ์เพื่อแสดง ตัวตน เท่านั้น
     
       เพราะโดยข้อเท็จจริง 13 ปีที่ผ่านมา โจรใต้ไม่เคยแสดงตัวตนมาก่อนว่าเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดนไหนระหว่าง
พูโลหรือบีอาร์เอ็นหรือบีไอพีพี ฯลฯ
     
       
สิ่งสำคัญที่สุดคือ หน่วยงานที่รับผิดชอบจะสร้างความมั่นใจให้คนในพื้นที่ได้อย่างไรว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ทั้งในส่วนของการก่อวินาศกรรม เสาไฟฟ้าและ สิ่งสาธารณูปโภค-สาธารณูปการอื่นๆ
       
 
       
วันนี้คนในพื้นที่ไม่ได้ต้องการขออะไรมากไปกว่าขอความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน”!!!!
       
 
       
ส่วนโครงการอื่นๆ เช่น โครงการสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่งหรืออะไรทำนองนี้ สิ่งเหล่านี้ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ดี เพราะถ้าชีวิตยังเอาตัวไม่รอด ประชาชนก็มองไม่เห็นว่าจะ มั่นคง มั่งคั่งได้อย่างไร?!?!

ขอบคุณบทความจาก/ไชยยงค์  มณีพิลึก

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...