• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

นราธิวาสแถลงการจัดการแข่งขันโมโตครอสเชื่อมสัมพันธ์อาเซี่ยน ครั้งที่ 1(มีคลิป)

 
นราธิวาส นายอำเภอรือเสาะ แถลงข่าวการจัดการแข่งขันโมโตครอสเชื่อมสัมพันธ์อาเซี่ยน ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 31มีนาคม 2560 ที่สนามชั่วคราวนราพารา บ้านบือแนยาโมง หมู่ที่ 2อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส นายยะห์ยะ ปะนาฆอ นายอำเภอรือเสาะ พ.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ หน่อแดง สวป.สภ.รือเสาะ ร.ท.สมเกียรติ บุญเมือง ฉก.ทพ.64และนายอาซ๊ะอารี ลาเตะ ประธานชมรมโมโตครอสอำเภอรือเสาะ ร่วมแถลงข่าว การจัดการแข่งขันโมโตคลอสเชื่อมสัมพันธ์อาเซียน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อม ในการจัดมหกรรมการแข่งขันโมโตครอสเชื่อมสัมพันธ์อาเซียน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคม 2560 ณ สนามชั่วคราว บ้านบือแนยาโมง หมู่ 2 ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส นานยะห์ยะ ปะนาฆอ เปิดเผยว่า การจัดจัดมหากรรมการแข่งขันโมโตครอสเชื่อมสัมพันธ์อาเซียน ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการกีฬาเพื่อเสริมสร้างความสันติสุขในพื้นที่ ตามโครงการราษฏร์-รัฐร่วมใจสู่ใต้สันติสุข ในพื้นที่ เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจัดโดยอำเภอรือเสาะร่วมกับชมรมชมรมโมโตครอสอำเภอรือเสาะ โดย มีนักแข่งที่ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย และต่างประเทศ จำนวน 6 ประเทศ อาทิ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปินส์ อินโดนิเซีย สิงคโปร์ และบรูไน และพบกับนักแข่งหญิงสุดสวย จากทีม มาเลเซีย ฟิลิปินส์ และบรูไนดารุสสลาม จำนวนการแข่งขันทั้งหมด 10 รุ่น ชิงถ้วยรางวัลการแข่งขันจาก พลเอกอุดมเดช สีตบุตร หัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ปลัดจังหวัดนราธิวาส และนายอำเภอรือเสาะ 
ภาพข่าว/ ประพันธ์ ฤทธิวงศ์-บก ข่าว ภาคใต้

กฟผ.เทพา ร่วมกิจกรรมอำเภอยิ้มเคลื่อนที่

 
กฟผ.เทพา ร่วมกิจกรรมอำเภอยิ้มเคลื่อนที่
วันที่ 30 มีนาคม 2560 คณะทำงาน กฟผ.โครงการเตรียมงานพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพานายสมาน แวสแลแม วศ.9 นายสัมพันธ์ ศิริพันธ์ วก.8 นายสมโชค จันทร์ทอง ช.5 และมัคคุเทศก์พลังงานอำเภอเทพา กลุ่มศาสนา สังคม วัฒนธรรม การศึกษา และกีฬา ร่วมออกบูทจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าเทพา พร้อมมอบของที่ระลึกและตอบคำถามชิงรางวัล
ซึ่งในครั้งนี้ทางกฟผ.ได้จัดให้มีห้องฉายภาพยนต์เกี่ยวกับความเป็นมาของการกำเนิดไฟฟ้าไทยและแหล่งพลังงานหน้าที่ของ กฟผ.เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่มาร่วมกิจกรรม
ภายในงานวันนี้ได้รับเกียรติจาก นายศรายุทธ เจียรมาศ ปลัดอาวุโสอำเภอเทพา เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย เจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ประชาชนในตำบลสะกอมและพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 400 คน.
ภายในงานมีการจัดกิจกรรมดังนี้
-มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่ ต.สะกอม
-การแสดงกิจกรรมบนเวที
-การบริการทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่
- มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนในพื้นที่ ต.สะกอม
-มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ยากไร้
-มอบวุฒิบัตรคนดีศรีสะกอม
-การจัดนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ
-การบริการเครื่องเล่นต่างๆ เช่น บ้านลม รถไฟ สปริงบอดร์
โดยกฟผ.เป็นผู้สนับสนุนเครื่องเล่นเหล่านั้นให้ผู้ที่มาร่วมงานเล่นฟรีตลอดงาน
ซึ่งในวันนี้มีประชาชน นักเรียน เยาวชน และผู้ที่มาร่วมกิจกรรม ให้ความสนใจและร่วมกิจกรรมกับบูทกฟผ. เป็นอย่างมาก
ณ .วัดคงคาสวัสดิ์ ม.5 ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา

ขอบคุณภาพข่าว/FB ฐิติภัทร์ ภาณุไพศาล

วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ปัตตานี ร่วมหาแนวทางพัฒนาท่าเทียบเรือให้ได้มาตรฐานสากล

"พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ลงพื้นที่ปัตตานี ร่วมหาแนวทางพัฒนาท่าเทียบเรือให้ได้มาตรฐานสากล และกำชับให้ศึกษาผล กระทบการขุดลอกอ่าวปัตตานีให้รอบด้านเน้นการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่"

พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ลงพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ใน ๒๘ และ ๒๙ มีนาคม นี้ เพื่อร่วมหาแนวทางพัฒนาพื้นที่ท่าเทียบเรือ และสนับสนุนอุตสาหกรรมประมงพื้นบ้าน และเร่งผลักดันโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยตรวจเยี่ยม สำนักงาน คปต. ส่วนหน้า ณ บก.พล.ร.๑๕ ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย จากนั้น เดินทางไปดูความก้าวหน้าในการปรับปรุงท่าเทียบเรือประมงปัตตานี ซึ่งเป็นจุดสำคัญของเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรือประมงต่างนำสัตว์น้ำทั้งหมดเข้าที่ท่าเทียบเรือปัตตานี และกระจายสู่จังหวัดต่างๆ จำเป็นต้องจัดระเบียบเรื่องของสภาพสุขาภิบาลในท่าเทียบเรือ และปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ท่าเทียบเรือ อีกทั้งต้องมีการพัฒนาปรับปรุงอาคารคลังสินค้า การทำตลาด รวมไปถึงอุตสาหกรรมแปรรูปต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ขณะนี้ทางจังหวัดกำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ประกอบการต่างพื้นที่ที่ประสงค์เข้ามาลงทุนต้องการสิทธิพิเศษบางอย่างเพื่อเป็นการจูงใจในการลงทุน ซึ่งจะนำเข้าสู่พิจารณาที่ประชุมคณะผู้แทนพิเศษอีกครั้งหนึ่ง
และเยี่ยมชมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องจากการทำประมงพื้นบ้าน เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ และสนับสนุนอุตสาหกรรมประมง โดยตรวจเยี่ยมบริษัทปัตตานีผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอาหารทะเลบรรจุกระป๋องและ POUCH เพื่อการส่งออก เช่น ปลาทูน่า ปลาแมคเคลเรล ปลาซาร์ดีน และอาหารสัตว์เลี้ยง โดยที่ประชุมร่วมหารือการพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อส่งออกให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมหารือการพัฒนาโดยจะเป็นข้อมูลที่ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลจะได้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ นอกจากนี้ยังตรวจดูสภาพพื้นที่จริงของชุมชนรอบอ่าวปัตตานี เพื่อเตรียมการพัฒนาพื้นที่รอบอ่าว ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งที่กำหนดไว้ใน Roadmap การขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับทราบปัญหา และความต้องการที่แท้จริงจากประชาชนในพื้นที่
จากนั้นพลเอกอุดมเดช ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับทราบ ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการศึกษา โดยมีพลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้การต้อนรับ พร้อมทั้งได้ร่วมกันหารือถึงปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ซึ่งได้หารือถึงการให้วุฒิการศึกษา ของโรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา และผู้ที่ไปศึกษาต่างประเทศที่ไม่มีการรับรองวุฒิการศึกษา รวมถึงการเสริมสร้างความเข้าใจในสถานศึกษาเอกชน รวมถึงการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทย ให้ทั่วถึงแนวคิดและผลการทำงานในโรงเรียนทิวิภาษา การวางแผนยุทธศาสตร์การศึกษาสนับสนุนเมืองต้นแบบ และสร้างความเข้าใจให้กับนักศึกษาที่มีความเห็นต่าง และส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดสังคมพหุวัฒนธรรม โดยการพัฒนาด้านการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือยุทธศาสตร์สำคัญที่จะมุ่งพัฒนาให้เกิดความเข้าใจระหว่างกันมากขึ้น
ทั้งนี้พลเอกอุดมเดช ได้กำชับให้ท่าเทียบเรือประมง เร่งรัดปรับปรุงมาตรฐานหลังจากที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมาแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่การขุดลอกอ่าวปัตตานี ขอความร่วมมือประชาชนให้มีส่วนร่วมกัน และต้องพิจารณาถึงผลกระทบให้รอบคอบทุกด้านเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ อย่างแท้จริง ที่สำคัญต้องสุจริตโปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน


สตูลเดินหน้าปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า(มีคลิป)

สตูล ทหารสตูลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกในพื้นที่อำเภอเมืองสตูลคืนความสมบูรณ์สู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน วันที่30มี.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพลตรีเจตน์พัธน ศรีวงศ์รองผอ.รมน.จว.สตูล มอบหมายให้นาวาโทกิตติศักดิ์ นิยมเดชารองหัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ความมั่นคง กอ.รมน.จว.สตูล พร้อมนายจรงค์ คงระวะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการทวงคืน (พลิกฟื้น) ผืนป่าชายเลน จ.สตูล สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าชายเลน จ.สตูล เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ตชด.436 จ.สตูล ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สตูล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสตูล และกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 70 นาย เข้าปิดล้อมตรวจยึดพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก จำนวน 66 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา และพื้นที่บ้านหัวทาง (ท่านายเนาว์) หมู่ที่ 3 ยึดคืนพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก จำนวน 34 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา ซึ่งพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล คิดเป็นค่าเสียหายทางด้านป่าไม้ (ป่าชายเลน) ในอัตราไร่ละ 118,330บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,947,780.13บาท จากการปิดล้อมยึดพื้นที่ดังกล่าวพบว่ามีการบุกรุกป่าชายเลนเพื่อทำเป็นนากุ้งพร้อมสร้างที่พักพิง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปไม่เจอตัวผู้กระทำผิด พบเพียงร่องรอยข้าวของและอาหารที่วางทิ้งไว้ คาดว่าคงจะไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดหลักฐานเพื่อนำไปขยายผลหาผู้กระทำผิดต่อไป ขณะนี้ในจังหวัดสตูลมีการตรวจยึดคืนผืนป่าชายเลนแล้วกว่า 700 ไร่ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะยังคงปฏิบัติการเดินหน้าทวงคืนผืนป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกตามเป้าหมาย รวมทั้งสิ้น1,900 ไร่ ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ คืนความสมบูรณ์สู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน
นิตยา แสงมณี /รายงาน

สตูลจัดงาน OTOP สานสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน ยกระดับศักยภาพผลิตภัณฑ์โอทอปไทยสู่สากล (มีคลิป)



สตูล / แถลงข่าวงานจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สานสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน ยกระดับศักยภาพผลิตภัณฑ์โอทอปไทยสู่สากล วันที่30มี.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้างบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาสตูล อ.เมือง จ.สตูล นายศักดา วิทยาศิริกุล ปลัดจังหวัดสตูล นายธนมาตร รักรอด พัฒนาการจังหวัดสตูล และนางรัชนี เด่นกาญจนศักดิ์ ประธานเครือข่าย OTOP จังหวัดสตูล ร่วมแถลงข่าวการงานจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สานสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูลกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 4 – 10 เมษายน 2560 ณ บริเวณลานจอดรถ CIMB BANIK Kangar เมืองกางะ รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ซึ่งการดำเนินงาน OTOP สานสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการจัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP หลากหลายชนิดที่โดดเด่นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง และทุกอำเภอในจังหวัดสตูล ที่สมัครใจ มีศักยภาพ สินค้ามีคุณภาพ มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาด จำนวน 6 ประเภท ได้แก่ ประเภทอาหาร ชวนชิม ประเภทเครื่องดื่ม ประเภทเครื่องแต่งกาย ประเภทของใช้ ที่ระลึก ประเภทสมุนไพร และสินค้าจากประเทศมาเลเซีย นำมาจัดแสดงและจำหน่ายแก่ประชาชนในรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย รวมทั้งสิ้น 60 บูธ ซึ่งสินค้าเด่นของจังหวัดสตูล คือ เครื่องประดับมุก คาดจะสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ของจังหวัดสตูลให้เป็นที่รู้จัก เพิ่มตลาดในต่างแดน และสร้างรายได้ให้กับชุมชนในอนาคตอย่างยั่งยืน
 นิตยา แสงมณี /รายงาน
 

คนร้ายซุ่มโจมตี สภ.ระแระ ผู้ว่านราสั่งทุกหน่วยเฝ้าระวัง

คนร้ายซุ่มโจมตี สภ.ระแระ ผู้ว่านราสั่งทุกหน่วยเฝ้าระวัง พร้อมกำชับเร่งติดตามคนร้าย

วันนี้ 30 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 08.50 น. เหตุคนร้ายซุ่มโจมตี สภ.ระแงะ โดยคนร้ายจำนวน 5-6 คน นั่งกระบะหลังได้ใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ บฉ – 7685 นราธิวาส เป็นยานพาหนะ เมื่อถึงบริเวณหน้า สภ.ระแงะ คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ สภ.ระแงะ ในขณะที่ จนท.ตร.สภ.ระแงะลงแถวเคารพธงชาติช่วงเช้า แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้ตอบโต้ และปะทะกับคนร้าย โดยแต่งกายคล้ายคนงานก่อสร้าง เมื่อผ่านด้านหน้า สภ.ระแงะ คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามที่ซ่อนไว้กราดยิง และได้ขับหลบหนีไปตามเส้นทาง ต บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้ จนท.ตร.สภ.ระแงะ เสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย ทราบชื่อ 1.ส.ต.ท.ศุภักษร สะยุคงทน ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ระแงะ (เสียชีวิต) 2.ด.ต.ธีระพงศ์ แก้วชำนาญ อายุ 46 ปี (ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืน บริเวณศีรษะ รู้สึกตัวดี นำส่งรพ.นราธิวาสราชนครินทร์) 3.ส.ต.ต.พงศธร แก้วประดิษฐ์ อายุ 23 ปี (ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืนที่ขา นำส่งรพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ) 4.ส.ต.ต.พิชิต ทองรส อายุ 31 ปี (ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์อนุญาติให้กลับบ้านได้)
นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณสถานีตำรวจภูธรระแงะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นายและเสียชีวิต 1 นาย ว่า รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่ ซึ่งเมื่อวานนี้เองเพิ่งมีการประชุมหน่วยงานความมั่นคงให้มีการเพิ่มความเข้มงวดและเฝ้าระวังสถานที่ราชการ และตามจุดตรวจ โดยเน้นตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมแปลกๆทั้งที่แต่งกายมิดชิด สวมหมวกกันน๊อคเต็มใบหน้า และมีการเดินทางจำนวนมากๆ และหลังเกิดเหตุได้เดินทางเข้าตรวจสอบพร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มและเร่งติดตามคนร้ายโดยเร็ว
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ


วอนช่วยเหลือ!วีรบุรุษผู้กล้า เหยื่อเฮลิคอปเตอร์ตก...ร่างกายไร้ความรู้สึก โปรดอย่าให้คนดีต้องเดียวดาย!



วอนช่วยเหลือ!!!วีรบุรุษผู้กล้า"ร.ต.อ.ชัยณรงค์"เหยื่อเฮลิคอปเตอร์ตก...ร่างกายไร้ความรู้สึก โปรดอย่าให้คนดีต้องเดียวดาย!?!...
จากกรณีที่เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์กองบินตำรวจประสบอุบัติเหตุตกที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 59ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นมีนักบินและช่างเครื่องได้รับบาดเจ็บ 8 นาย นั้น ทางแฟนเพจ "ตำรวจไทย สู้ๆ" ได้โพสต์เรื่องราวของ ร.ต.อ.ชัยณรงค์ หาญธงชัย หรือน้องผาง นรต.59 หนึ่งในเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง กระดูกต้นคอ และกระดูกขาขวา จากการถูกเฮลิคอปเตอร์กดทับเป็นเวลานาน
โดยได้ระบุข้อความว่า "หายไวๆ ไอ้น้อง กระดูกเหล็ก จากกรณีเฮลิคอปเตอร์ตก ร.ต.อ.ชัยณรงค์ หาญธงชัย (น้องผาง) นรต.59 ได้รับบาดเจ็บถูกเฮลิคอปเตอร์กดทับ
เป็นเวลานาน ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง กระดูกต้นคอ และกระดูกขาขวา เวลาผ่านมา 7 เดือน แพทย์ประจำ รพ.ตำรวจ มีความเห็นให้ น้องผาง กลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน โดยอาการ ณ ปัจจุบัน ช่วงล่างตั้งแต่ราวนมลงไปไม่มีความรู้สึก ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายท่อนล่างได้ ในการพักรักษาตัวที่บ้าน จำเป็นจะต้องมีการต่อเติมปรับเปลี่ยนสภาพที่พักให้เหมาะสมกับผู้ป่วย
นอกจากนี้ยังจะต้องจัดซื้อเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เตียงผู้ป่วย และอุปกรณ์ช่วยเหลือและกายภาพบำบัดต่างๆซึ่งต้องใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินสูง จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อน พี่ น้องข้าราชการตำรวจ และผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือ ร.ต.อ.ชัยณรงค์ฯ(น้องผาง) ที่ประสพอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ โดยสามารถบริจาคเงินได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงไทยเลขที่ 1870104315 ชื่อบัญชี พ.ต.ท.ภูวเดช จุลกะเสวี Bhuvadech Chunlakasewee หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 084-2169444 ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมช่วยเหลือน้องครับ
น้องผาง ได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ชายแดน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และประชาชนซึ่งอาศัยในพื้นที่ธุรกันดานมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ ตกเมื่อ 7 เดือนที่แล้วครับ"

วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

อบต.ไสไทย จัดประชุมคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ ครั้งที่2

กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย จัดประชุมคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2560

เวลา 13.30 น. วันที่ 27 มีนาคม 2560 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย นายสัมพันธ์ น่าเยี่ยม รองประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลไทย คนที่1 เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย โดยมีนายสวัสดิ์ ร่าหีม รองประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลไทย นายอาวุธ ไขแสง กรรมการและเลขานุการ นายณัฐวุฒิ ทองทิพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไสไทย ผู้แทนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้แทนอาสาสมัครสาธารณสุขและผู้แทนหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ชมรมแอโรบิค ชมรมผู้สูงอายุตำบลไสไทย เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไสไทย และคณะอนุกรรมการ ร่วมในการประชุม
นายสัมพันธ์ น่าเยี่ยม รองประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยมีเรื่องพิจารณาหลายเรื่องด้วยกัน อาทิ การติดตามรายงานผลการดำเนินโครงการ ประจำปีงบประมาณ 2559 จำนวน 6 โครงการ งบประมาณกว่า 212,000 บาท เรื่องพิจารณาโครงการที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2560 จำนวน 10 โครงการ งบประมาณกว่า 480,000 บาท. ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ เนื่องจากโครงการต่างๆ ที่เสนอ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯและมีอยู่ในแผนการดำเนินงานกองทุน ปี 2560- 2562 ซึ่งหน่วยงานหรือกลุ่มผู้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ต้องไม่มีงบประมาณในการดำเนินโครงการนั้นๆ โดยมุ่งให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนในตำบลไสไทย ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ อยู่อย่างมีความสุข เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน เป็นการสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชนทุกคนในพื้นที่ โดยส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมตามความพร้อม ความเหมาะสมและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลไสไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

ข่าวโดย นางสุจิราภัทร์ ต่างสี ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
  #สื่อภาคใต้

สตูลเปิดตำนานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่

สตูลเปิดตำนานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่ วันที่29 มี.ค. 2560ที่ชุมชนท่องเที่ยวบ้านบ่อเจ็ดลูก ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดโครงการเปิดตำนานการท่องเที่ยวโดยชุมชน "ปราสาทหินพันยอด” โดยบริษัทประชารัฐรักสามัคคีสตูล (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ร่วมกับ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านบ่อเจ็ดลูก สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล และส่วนราชการเจ้าหน้าที่ ประชาชนเข้าร่วมพิธี นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลกล่าวว่า บริษัทประชารัฐรักสามัคคีสตูล (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัดมีภารกิจในการดำเนินงาน 3 กลุ่มงานคือด้านการเกษตร ด้านการแปรรูปและด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งการจัดกิจกรรมเปิดตำนานการท่องเที่ยวโดยชุมชน "ปราสาทหินพันยอด” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย โดยประสานความร่วมมือกับภาคี การพัฒนาภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ในการร่วมดำเนินการ ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทประชารัฐ รักสามัคคี สตูล พร้อมคณะกรรมการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน พร้อมเครือข่าย เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน สิ่งสำคัญคือการนำวิถีพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการบริหาร จัดการวิถีความเป็นอยู่แบบชุมชน มาใช้ในการครองชีพ สร้างรายได้ให้ครอบครัวและชุมชน นำมาซึ่งความสุข นายวุฒิชัย อรุณอร่ามศักดิ์ ประธานคณะกรรมการบริษัทประชารัฐรักสามัคคีสตูล (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด กล่าวว่า เป็นที่ทราบโดยทั่วกัน ว่า "ปราสาทหินพันยอด” ในบริเวณเกาะเขาใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ตั้งอยู่ใน ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่ได้รับความนิยมและสนใจจากนักท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชนหลากหลายสาขา ตลอดจนผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัด และต่างจังหวัด ซึ่งหากจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวตามความสนใจดังกล่าวแล้ว จะทำให้กระบวนการการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยวเกาะเขาใหญ่ เกิดความร่วมมือของภาคีต่างๆ เช่น อ.ละงู อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา และผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมกับเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน ร่วมกันลงพื้นที่จัดทำแผนแม่บท กำหนดบทบาทหน้าที่ และแผนปฏิบัติการเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ยั่งยืน และนำมาซึ่งเศรษฐกิจที่ดี เกิดรายได้จากนักท่องเที่ยว ให้กับชุมชนต่อไป
 นิตยา แสงมณี/รายงาน

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560

รองผู้ว่าฯ สตูล นำทีมชุดตรวจเรือประมงพาณิชย์ลงพื้นที่น่านน้ำอันดามัน

รองผู้ว่าฯ สตูล นำทีมชุดตรวจเรือประมงพาณิชย์ลงพื้นที่น่านน้ำอันดามัน

รองผู้ว่าฯ สตูล นำทีมชุดตรวจเรือประมงพาณิชย์ลงพื้นที่น่านน้ำอันดามัน พบทุกลำมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
วันที่28มี.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสรเดช สุนทรารชุน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ในฐานะหัวหน้าศูนย์บริหารจัดการแรงงานประมงจังหวัดสตูลพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสตูล หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452 สำนักงานประมงจังหวัดสตูล สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดสตูล สำนักงานแรงงานจังหวัดสตูล สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ร่วมปฏิบัติการออกตรวจเรือประมงพาณิชย์ที่ผ่านเข้าออกบริเวณร่องน้ำสตูล โดยสุ่มเรียกตรวจเรือประมงพาณิชย์ขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงจังหวัดติดชายทะเล ที่ จำนวน 5 ลำ จากการตรวจสอบครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและลูกเรือทั้งชาวไทยและชาวพม่าเป็นอย่างดี ซึ่งพบว่าปฏิบัติตามกฎหมายประกอบกิจการประมง และตามประกาศคำสั่งคสช.ฉบับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
นายสรเดช สุนทรารชุน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า การตรวจสอบในครั้งนี้มีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องการขจัดปัญหาแรงงานต่างด้าว รวมถึงการกระทำผิดกฎหมายด้านประกอบกิจการประมงให้หมดไปตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้ และได้มาตรฐานกฎหมายแรงงานตามที่สากลกำหนด
ด้านนายสุรสิงห์ จุนณศักดิ์ศรี สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสตูล กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบลูกจ้างเรือประมงพาณิชย์ทั้งชาวไทยและต่างด้าวพบว่ามาทำงานด้วยความสมัครใจ และมีความพึงพอใจในการทำงานเนื่องจากนายจ้างไม่มีการบังคับหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใดด้านเอกสารต่างๆถูกต้องตามกฎหมายไม่พบการกระทำผิดแต่อย่างใด ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปลดล็อกด้านค้าแรงงานต่างด้าวของจังหวัดสตูล

นิตยา แสงมณี //รายงาน

วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560

นักปั่นกว่า 3 พัน ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศล “เปิดตำนานเมืองคล้องช้าง


นักปั่นกว่า  3 พัน ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศล “เปิดตำนานเมืองคล้องช้าง ปั่นเปิดเมืองพ่อท่านคล้าย ”
วันที่ 26 มี.ค.2560 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช นายดนัย เจียมวิเศษสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ ปั่นเปิดเมืองพ่อท่านคล้าย ”ครั่งที่ 1 โดยมีนายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอช้างกลาง กล่าวรายงานและให้การต้อนรับ ซึ่งมีนักปั่นจักรยานทั้งชายและหญิงเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 3000 คัน จากทั่วจังหวัดภาคใต้ให้ความสนใจและเข้าร่วมในครั้งนี้
 สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ กลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่อำเภอช้างกลาง ฉวาง นาบอน ทุ่งสงและใกล้เคียง ได้หารือกัน ต้องการที่จะพัฒนาพื้นที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งด้านการท่องเที่ยว ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด “ เปิดตำนาน เมืองคล้องช้าง ” 
นายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอช้างกลาง เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรม “ ปั่นเปิดเมืองพ่อท่านคล้าย ” จัดขึ้นเป็นครั้งที่แรก กำหนดนำนักปั่นจากทั่วประเทศ ปั่นตามรอยเกจิดังพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ และวัดมะนาวหวาน ซึ่งเคยเป็นที่เสด็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 และปั่นไปตามสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอช้างกลาง โดยการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการกุศล “ปั่นเปิดเมืองพ่อท่านคล้าย” ระยะทาง 35 กิโลเมตร ในครั้งนี้ เพื่อหารายได้สมทบทุนการก่อสร้างมณฑปพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ณ โรงพยาบาลพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ และปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าที่ว่าการอำเภอช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราชอีกด้วย
ชชาดล เจริญพงศ์ /รายงาน

ชาวบ้านผงะ...พบโครงกระดูกปริศนา ในร่องน้ำสวนปาล์ม

ชาวบ้านผงะ...พบโครงกระดูกปริศนา ในร่องน้ำสวนปาล์ม คาดเสียชีวิตมาแล้วกว่า 6 เดือน เมื่อคืนวานนี้ 25 มี.ค.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบโครงกระดูก ภายในสวนปาล์มน้ำมันของชาวบ้าน หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิใต้เต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุภายในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ 2 ต.ท้องลำเจียก อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พบโครงกระดูกมนุษย์ ภายในร่องน้ำสวนปาล์มน้ำมัน จากการตรวจสอบพบว่าโครงกระดูกดังกล่าวเป็นมนุษย์ แต่ไม่สามารถระบุเพศ และอายุได้ ใกล้กันพบเสื้อชั้นใน จากการตรวจสอบพื้นที่รอบบริเวณไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวกับโครงกระดูกดังกล่าว คาดว่าเสียชีวิตมานาน 5 – 6 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเก็บโครงกระดูกไว้ตรวจสอบดีเอ็นเอ พร้อมเช็คการแจ้งคนหายในพื้นที่ จาการสอบถามทราบว่า ขณะที่เจ้าของสวนปาล์มที่เกิดเหตุ ได้เข้าไปดูแลสวนปาล์มน้ำมัน แต่ต้องผงะเพราะพบว่ามีโครงกระดูกมนุษย์ลอยอยู่ในร่องน้ำสวนปาล์ม จึงแจ้งเจ้าหน้าตำรวจตรวจสอบ....
ชูชาดล เจริญพงศ์ /รายงาน

คสช.เดินหน้าเปิด 3 เวทีใหญ่ ครอบคลุ่ม 14 จว.ภาคใต้ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจพลังงานไฟฟ้าภาคใต้ พร้อมดึงทุกภาคส่วนเพื่อมีส่วนร่วม(มีคลิป)



วันนี้ (27 มี.ค.) ณ โรงแรมมาริไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท จังหวัดกระบี่  พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4  ผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจพลังงานไฟฟ้าภาคใต้ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้นำท้องที่  หน่วยงานภาครัฐ-เอกภาค ตลอดจนประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่ 4 จังหวัดอันดามัน ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต พังงา  ตรัง เข้าร่วมงานกว่าพันคน โดยบรรบากาศในช่วงเช้าประชาชนได้ทยอยเข้าร่วมภายในงานเป็นจำนวนมาก จนเต็มห้องและบริเวณรอบนอกของห้องประชุม
       พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4  ผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน กล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.จัดเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยจัดพร้อมเพียงกันอีก 2 จังหวัด ประกอบด้วย ที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เกี่ยวกับสถานการณ์การใช้พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ การสร้างโรงไฟฟ้า โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก และส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด 
     ทั้งนี้ พลโทปิยวัฒน์ ยังกล่าวต่อว่า การจัดเวทีครั้งนี้สืบเนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความห่วงใยสถานการณ์พลังงานของประเทศ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ที่มีการประกอบอาชีพในด้านประมง ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม ตลอดจนด้านธุรกิจท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนทั้งสิ้น จึงมีความจำเป็นของรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ว่าต้องดำเนินการเร่งด่วน แต่อย่างไรก็ตามจะต้องรับทราบความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ด้วย ซึ่งในวันนี้มีการจัดกัน 3 เวที ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ ฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนผู้แทนประชาชนในสาขาอาชีพต่างๆ และภาคประชาสังคม เพื่อจะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 

    




     

วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560

"เติมใจด้วยไออุ่น ปีที่9" นำรายได้มอบบ้านแบ่งบุญ บ้านพักผู้ป่วย (HIV) ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้าย

แห่ร่วมงานการกุศล "เติมใจด้วยไออุ่น ปีที่9" นำรายได้มอบบ้านแบ่งบุญ บ้านพักผู้ป่วย (HIV) ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้าย
@@@ ดาราอาวุโส รอง เค้ามูลคดี (ประธานโครงการ) และแมว ดาวพระศุกร์ (รองประธานโครงการ) พร้อมด้วยดีเจสุดใจหล่อ "ณัฐ ภทรงศ์พลไชยวิเศษ" ผู้ดำเนินงาน ในโครงการเติมใจด้วยไออุ่น ร่วมกับ "สมาคมชาวยโสธร" จัดงานนิมิคอนเสิร์ตการกุศล"เติมใจด้วยไออุ่น ปีที่9" เพื่อหารายได้ช่วยเหลือ นำมอบให้ บ้านแบ่งบุญ ผู้ติดเชื้อHIV ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2560 ณ ร้านตะนุ ซ.โพธิ์แก้ว (ลาดพร้าว101)ที่ผ่านมา ภายในเนื่องแน่นด้วยผู้คนยอดใจบุญ และเหล่าศิลปินนักร้องยกทัพมาสร้างความสุข สนุกสนานด้านหน้าเวที ให้แก่ผู้คนที่มาร่วมงานการกุศลในครั้งนี้ อาทิ.แหม่ม ปานามา, โจโจ้ โดมิแน้นท์, เฟรนด์ชิพ รถไฟดนตรี, สการ์ป๊อป, โบว์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์, วิทย์ มหาชนเป็นต้น ทุกคนที่มาร่วมงานครั้งนี้ จัดว่าอิ่มบุญสุขใจกันทั่วหน้า ยิ่งดีเจณัฐถึงขั้นยิ้มแก้มไม่หุบ ใจคิดดีสุดยอดครับ

เพชร มือแปร รายงาน

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ยังคงลงพื้นที่พบปะครอบครัวผู้ก่อเหตุรุนแรง

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ยังคงลงพื้นที่พบปะครอบครัวผู้ก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่อำเภอเจาะไอร้อง เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงตามแนวทางสันติวิธี ระบุครอบครัวผู้ก่อเหตุรุนแรงต้องการให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่

วันที่ (25 มี.ค.60) พลตรี วิชาญ สุขสง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และคณะ ลงพื้นที่พบปะครอบครัวผู้เห็นต่างที่กำลังหลบหนีตามหมาย ป.วิ อาญา ในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงตามแนวทางสันติวิธี สร้างความเชื่อมั่นให้ครอบครัวพูดคุยชักจูงให้นำผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่กำลังหลบหนี มาพูดคุยและออกมารายงานตัวกับทางราชการ  ตามโครงการตำบลประชารัฐสานใจ ร่วมแก้ไขปัญหาความรุนแรง พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ และเลี้ยงอาหารว่าง ครอบครัวผู้ก่อเหตุรุนแรง  ที่องค์การบริหารส่วนตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง  โอกาสเดียวกันนี้ ว่าที่ร้อยตรี สมบัติ สิงห์คาร นายอำเภอเจาะไอร้อง  พันตำรวจเอก ประวิตร ช่อเส้ง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเจาะไอร้อง

พันเอก สฐิรพงษ์  อาจหาญ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 48  ร่วมพบปะ ชี้แจงการทำงานและผลการปฏิบัติของหน่วยด้วย

 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำให้ครอบครัวของผู้ก่อเหตุรุนแรงที่กำลังหลบหนีมีความเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีต่อเจ้าหน้าที่เพิ่มมากขึ้น ได้เสนอความเห็น ความเดือดร้อนให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบว่าก็มีความต้องการให้เกิดความสงบสุขขึ้นในพื้นที่เหมือนกับเจ้าหน้าที่ แต่ที่ไม่ให้ความร่วมมือเพราะยังไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ ขอให้เจ้าหน้าที่ทำอย่างที่พูด แล้วจะทำให้ไว้วางใจ มาร่วมมือแก้ปัญหาต่อไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ
ประพันธ์ ฤทธิงวศ์ บก.ข่าวภาคใต้

นายอำเภอเมืองกระบี่ รถพลิกคว่ำขณะตรวจโครงการสร้างบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม ดับ

เศร้า!นายอำเภอเมืองกระบี่ ประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักพลิกคว่ำลงคู เสียชีวิต ขณะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าโครงการสร้างบ้านผู้ประสบภัยในพื้นที่ ตำบลทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส  ( 25 มี.ค.) พ.ต.ต.ประพันธ์ หนูชัยแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งเหตุรถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำลงคูระบายน้ำ เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย และติดในรถ 1 ราย เหตุเกิดที่บริเวณถนนสายคลองใหญ่-ทับปริก ม.6 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลกระบี่ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกระบี่พิทักษ์ประชา และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุขจ.กระบี่  ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้ารีโว่ สี่ประตู สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 5 กฌ 8141 กทม.ข้างประตูมีโลโก้ กรมการปกครอง จอดเสียหลักในคูระบายน้ำฝั่งขาเข้า ลึก ประมาณ 2 เมตร ก่อนถึงสะพานคลองใหญ่ประมาณ 1 กม สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย กระจกหน้าแตกร้าว ภายในรถพบผู้บาดเจ็บ 1ราย ตรงเบาะนั่งข้างคนขับ ทราบชื่อ คือ นายสุริยัน ณรงค์กูล อายุ 48 ปี มีตำแหน่งเป็นนายอำเภอเมืองกระบี่ เบื้องต้นอาการสาหัสไม่รู้สึกตัว และอีกรายคือนายสุริยา ปัญญาสกุลรัตน์ อายุ 60 ปี (คนขับรถ) อาการสาหัส ยังรู้สึกตัว เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมามาปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลกระบี่ เบื้องต้นนายสุริยันอาการไม่พ้นขีดอันตราย ส่วนนายสุริยาฯพลขับอาการโคม่า เช่นเดียวกัน 
          สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุริยัน ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างบ้านพักผู้ประสบภัยในพื้นที่ ตำบลทับปริก อ.เมืองกระบี่ โดยมีนายสุริยา เป็นคนขับ ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถจักรยายนต์ของชาวต่างชาติ ขับเสียหลักพุ่งมาตรงหน้า คนขับรถจึงพยายามหักหลบเพื่อไม่ให้ชนกัน แต่รถเสียหลักพุ่งตกคูระบายน้ำเป็นเหตุให้นายอำเภอเมืองกระบี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนนำส่ง รพ.กระบี่ ในเวลาต่อมา
       
       ด้านแพทย์โรงพยาบาลกระบี่ ได้ยืนยันอาการล่าสุดของนายสุริยัน ได้เสียชีวิตแล้ว หลังจากที่แพทย์พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มความสามรถ โดยการปั้มหัวใจ ประมาณ 30 นาที แต่ชีพจรไม่ตอบสนอง เนื่องจากมีบาดแผลฉกรรจ์ที่กะโหลกศีรษะทำให้สมองตายบางส่วน และบาดแผลที่ช่องท้อง มีเลือดคั่ง ซึ่ง แพทย์พยายามช่วยอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ และเสียชีวิตในเวลาประมาณ 14.45น.ที่ผ่านมา 
       
       สำหรับนายสุริยัน ณรงค์กูล นายอำเภอเมืองกระบี่ เป็นนายอำเภอน้ำดี เข้ารับราชการนายอำเภอครั้งแรก ที่อำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ อายุ 44 ปี หลังจากนั้น ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองกระบี่ ได้ประมาณ 1 ปีเศษ ซึ่งเป็นคนจังหวัดสงขลา เกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ค 2512 จบหลักสูตรนายอำเภอรุ่นที่ 54 หลักศูตร นปส.รุ่นที่ 62  ก่อนจะมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ สร้างความเสียใจให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างยิ่ง 

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

กฟผ.เปิดกิจกรรม "เรียนรู้พลังงาน..เปิดบ้านโรงไฟฟ้ากระบี่"สร้างความรู้ความเข้าใจ




วันที่ 24 มีนาคม 2560 นายเขมญาติ ยมานันตกุล ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ เป็นประธานเปิดกิจกรรม "เรียนรู้พลังงาน..เปิดบ้านโรงไฟฟ้ากระบี่" เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยและภาคใต้ ความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด กระบวนการลำเลียงถ่านหิน การเดินหน้าของ กฟผ.กับการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และร่วมต้อนรับสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาและครู อำเภอเหนือคลอง นำโดย นายเพียร บุญเรือง นายกสมาคมฯ รวม 50 คน ซึ่งในช่วงเช้าคณะฯร่วมรับฟังการบรรยายโดย นายวิมลไชย มงคล หัวหน้ากองบริหาร โรงไฟฟ้ภาคใต้ ณ ห้องประชุมอาคารประชาสัมพันธ์ โรงไฟฟ้าภาคใต้ กฟผ.กระบี่ และในภาคบ่ายผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.กระบี่ ได้นำคณะฯ เข้าศึกษาดูงานท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วและรับฟังบรรยายเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือน้ำมัน รวมทั้งมาตรการความปลอดภัยในการเดินเรือ การขนถ่ายนำ้มัน ทั้งนี้คณะฯ ได้ขอบคุณที่ กฟผ. ที่เปิดโอกาสให้เข้าเยี่ยมชมท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วและตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับโรงไฟฟ้ากระบี่ โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว

สตูลสอนเย็บเสื้อผ้าสตรีเพิ่มอาชีพสร้างรายได้(มีคลิป)

          วันที่24มี.ค.2560ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในภาวะภัยแล้งชาวบ้านที่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา หยุดกรีดยางเนื่องจากยางผลัดใบ ทำให้ชาวบ้านต้องหาอาชีพเสริม อบต.ฉลุง  โดยนายชนะ ยากะจินายกอบต.ฉลุงได้เล็งเห็นว่ากลุ่มสตรีในพื้นที่ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล มีความรู้พื้นฐานในการตัดเย็บเสื้อผ้าจึงให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ไม่ได้กรีดยาง รวมกลุ่มกันสอนอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าสตรีเพื่อให้สมาชิกสตรีในพื้นที่ได้มีอาชีพและสามารถพัฒนาฝีมือด้านการตัดเย็บเสื้อผ้า สร้างอาชีพ เริ่มรายได้ให้ครอบครัว แก้ปัญหาการว่างงานและเกิดการพัฒนาด้านทักษะ โดยเฉพาะการตัดเย็บเสื้อผ้าสตรีมุสลิม ถือเป็นงานที่หากมีฝีมือแล้วสามารถต่อยอดเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างสบาย อีกทั้งสามารถขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย เนื่องจากในแต่ละปีโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลฮารีรายาของชาวไทยมุสลิม งานตัดเย็บเสื้อผ้าสตรีมุสลิมออเดอร์ในแต่ละปีเย็บกันแทบไม่ทันเพราะมีความต้องการมาก โดยเฉพาะในต.ฉลุงเองถือเป็นแหล่งซื้อขายเสื้อผ้าแฟชั่นสตรีมุสลิม ซึ่งชาวมาเลเซียนิยมเข้ามาซื้อหากันมาก
           นางนาวาตี  นางา  ชาวบ้านต.ฉลุง กล่าวว่าก่อนหน้านี้ตนสามารถที่จะใช้จักรเย็บผ้าได้ แต่ทำได้แค่ปะชุนเสื้อผ้าและเย็บเสื้อใส่เล่นเท่านั้นและเมื่อมารวมกลุ่มและฝึกอบรมสามารถวัดตัวและสร้างแบบพื้นฐาน ทั้งเสื้อคอกลม เสื้อคอวี คอทะเล การวางผ้า ตัดกระดาษสร้างแบบและตัดผ้า รวมทั้งการเย็บผ้าด้วยจักรและสร้างแบบคอตั้ง คอปกและกระเป๋าเสื้อ เรียนรู้ทุกอย่างที่ไม่เคยเรียน โดยการสอนสอนอย่างเข้มข้นจนสามารถตัดเสื้อชุดมุสลิมได้สำเร็จและทำได้อย่างถูกต้องสวยงาม สามารถพัฒนาการตัดเย็บได้อย่างไม่สิ้นสุด ตนรู้สึกสนุกกับการอบรมในครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลฮารีรายา ก็จะไปตัดเย็บที่อื่นราคาชุดอย่างต่ำ350 -1500 บาท หากสามารถตัดเย็บได้เองก็จะลดค่าใช้จ่ายได้มากโดยชุดสตรีมุสลิมนั้นหากเย็บแบบจริงจังแล้วจะได้วันละ 1 ชุด ซึ่งตอนนี้มีการรวมกลุ่มกันแล้ว 25 คนใช้ชื่อว่ากลุ่มสตรีนางพญา ใช้พื้นที่ศูนย์ฝึกอาชีพ ม.14 บ้านทุ่งพญา ต.ฉลุง อ.เมือง เป็นสถานที่ฝึกอบรมและรวมกลุ่มคาดว่าหลังจากนี้จะมีงานเข้าอย่างต่อเนื่อง จะสร้างรายได้สร้างคุณภาพชีวิตในครอบครัวดีขึ้นและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้มากขึ้นด้วย และสามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้เลยทีเดียวโดยเฉพาะต.ฉลุงถือเป็นแหล่งแฟชั่นชุดสตรีมุสลิมสามารถสร้างชื่อเสียงและขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย
นิตยา แสงมณี // รายงาน

กฟผ. ให้ความมั่นใจ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


กฟผ. ให้ความมั่นใจ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผ. ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุดในระดับสากล มีศักยภาพควบคุมฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ได้ตามเกณฑ์ของ World Health Organization (WHO) ปี 2005 และดีกว่าค่ามาตรฐานประเทศไทยกำหนด
          นายกรศิษฎ์ ภัคโตชานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศ ยังให้บทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างมาก อาทิ ประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น กัมพูชา ฯ เนื่องจากถ่านหินมีปริมาณสำรองในโลกเพียงพอกับความต้องการใช้ในระยะยาว ทำให้ค่าไฟมีราคาที่เสถียร เป็นธรรมทั้งต่อผู้ผลิตไฟฟ้า และผู้บริโภค ที่สำคัญเทคโนโลยีที่ใช้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินปัจจุบันมีวิวัฒนาการก้าวไกล ทันสมัย สามารถควบคุมมลภาวะให้อยู่ในระดับที่มีปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
          สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะสร้างขึ้นใหม่ ในความรับผิดชอบของ กฟผ. ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย PDP 2015 ได้แก่ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย แบบ Ultra Supercritical ที่มีประสิทธิภาพสูง ลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิง และลดการปล่อยมลสาร มีการกำหนดมาตรการควบคุมมลภาวะที่ดีกว่ามาตรฐานของประเทศ ตามเกณฑ์แนะนำของ World Health Organization (WHO) ปี 2005 ตลอดจนควบคุมฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตรหรือไมครอน (µm) หรือ PM 2.5 รวมถึง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน และโลหะหนักต่าง ๆ โดย กฟผ. ได้กำหนดไว้ในรายงาน EHIA ซึ่งโรงไฟฟ้าจะต้องถือปฏิบัติตาม และตรวจวัดทั้งภายในบริเวณพื้นที่โดยรอบ ตลอดอายุโรงไฟฟ้า 25-30 ปี จึงมั่นใจได้ว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้ง 2 โครงการ ของ กฟผ. จะไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งไม่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร
          ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อไปว่า โรงไฟฟ้าถ่านหิน ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีในการกำจัดฝุ่นที่ทันสมัยที่สุด โดยโรงไฟฟ้าทุกโรงจะติดตั้งเครื่องดักฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator – ESP) ซึ่งมีประสิทธิภาพการดักจับฝุ่นก่อนปล่อยออกจากปล่องโรงไฟฟ้าสู่บรรยากาศได้ถึงร้อยละ 99 – 99.8 ดังเช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ มีการติดตั้งเครื่อง ESP จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศ หรือปริมาณฝุ่นในบรรยากาศรอบบริเวณโรงไฟฟ้า จำนวน 11 สถานี จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศเมื่อเดือนกันยายน 2558 พบว่า มีค่า PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ระหว่าง 7-41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM2.5 เฉลี่ย 3-18 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดีกว่ามาตรฐานของประเทศ PM10 ในบรรยากาศไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ PM2.5 ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดีกว่าค่าแนะนำขององค์การอนามัยโลกกำหนด PM10 ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ PM2.5 ไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันว่า คุณภาพอากาศจากการดำเนินงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ อยู่ในเกณฑ์ดีตามมาตรฐานของประเทศไทย และองค์การอนามัยโลก จึงไม่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอย่างแน่นอน
          ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อไปอีกว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งผลการศึกษาแหล่งที่มาของฝุ่นละอองในพื้นที่แม่เมาะพบว่า ร้อยละ 50 มาจากควันที่เกิดจากการเผาวัสดุ เศษวัชพืช และไฟป่า และสอดคล้องกับช่วงเวลาการเกิดไฟป่าในราวเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2558 หากผ่านพ้นช่วงดังกล่าวค่าฝุ่นละอองจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อีกทั้งยังมีคุณภาพอากาศดีกว่าในเขตเมืองของกรุงเทพ (ริมถนนดินแดง) อีกด้วย
          ด้านรายงานผลวิจัยของมหาวิทยาลัย Stuttgart ประเทศเยอรมนี ได้ศึกษาผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถานหินในทวีปยุโรป ซึ่งมีโรงไฟฟ้าถ่านหินถึง 300 โรง กำลังผลิตรวม 190,000 เมกะวัตต์ ทำให้มีค่า PM2.5 สูงกว่าค่ามาตรฐาน จึงเป็นสาเหตุของการห้ามยุโรปพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่ม แต่หากดูบริบทของประเทศไทยแล้ว ยังมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ถึง 5,000 เมกะวัตต์ และผลการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ดีกว่าค่ามาตรฐาน การพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นในประเทศไทย จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบัน



วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2560

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส เปิดโครงการตลาดนัดผลผลิตการเกษตร

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จ.นราธิวาส เปิดโครงการตลาดนัดผลผลิตการเกษตร

วันที่ 23 มี.ค.60 ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นางสาวหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง เป็นประธานเปิดโครงการ ''ตลาดนัดผลผลิตการเกษตร'' ที่ได้น้อมนำเอาความรู้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานแนวพระราชดำริไว้ มาถ่ายทอดให้แก่ราษฎรที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน เนื่องจากเป็นดินเสื่อมโทรม ไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มตำ่มีนำ้ขังตลอดปี และดินมีคุณภาพตำ่ ซึ่งเรียกว่า "พื้นที่พรุ "และประสบปัญหาด้านการประกอบอาชีพ เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพสามารถเลี้ยงตนเองได้อันจะนำมาสู่การดำเนินชีวิตที่ยั่งยืนในอนาคต ซึ่งมีหลากหลายอาชีพ อาทิ การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการเพาะเห็ดด้วยวิธัการต่างๆ ที่ทำได้ในพื้นที่ของตนเองและสามารถสร้างรายได้ ได้อย่างแท้จริง ซึ่งนับได้ว่ามีความสำคัญ และเป็นประโยชน์หลายประการด้วยกัน เช่น เพื่อให้เกษตรกรนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพจองตนเองได้ และเพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจแนวทางการทำเกษตรที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ
ประพันธ์ ฤทธิวงศ์ บก.ข่าวภาคใต้

เปิด 3 เวที 3 จว.ภาคใต้ (กระบี่-สงขลา-สุราษฯ)รับฟังความคิดเห็นพลังงานภาคใต้ 27 มี.ค. นี้


คสช. ให้จัด เวที จังหวัดภาคใต้ 27 มี.ค. นี้ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลความเรียบร้อย
คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) สั่งการจัดเวทีสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่ภาคใต้ ในวันที่ 27 มี.ค. นี้ โดยแยกจัดเป็น 3 เวทีพร้อมกัน เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มจังหวัดใกล้เคียงกัน โดยกิจกรรมนี้ ดำเนินการในพื้นที่ภาคใต้ตามสั่งการของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดังนี้
1. เวทีสุราษฎร์ธานี จัดที่ โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า ประกอบด้วย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจาก ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 960 คน
2. เวทีกระบี่ จัดที่ โรงแรมกระบี่เมอริไทม์ ประกอบด้วย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจาก พังงา กระบี่ ภูเก็ต และตรัง รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 980 คน และ
3. เวทีสงขลา  จัดที่ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจาก พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม 1,060 คน
ทั้งนี้ กิจกรรมในเวทีแบ่งเป็น  แบ่งเป็นกิจกรรมในภาคเช้า จะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงพลังงาน จะนำเสนอข้อมูล สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จะนำเสนอข้อมูล ทางเลือกการสร้างโรงไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีความเหมาะสม เป็นไปได้ และยอมรับได้จากทุกภาคส่วน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนำเสนอข้อพิจารณา ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อทางเลือกต่าง ๆ ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนำเสนอ
ส่วนภาคบ่าย จะเป็นการรับทราบความคิดเห็นจากตัวแทน ภาคส่วนต่าง ๆ จานวน 25 ท่าน ดำเนินรายการโดย ทีมงานโฆษก คสช. และอาจารย์จากสถาบันนิด้า โดยส่วนงานภาครัฐจะเป็นผู้รับฟังเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน แสดงความคิดเห็นได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้ง 3 เวที รวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 3,000 คน ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายหลักทั้ง 2 กลุ่ม คือกลุ่มเป้าหมายในการสร้างความรู้ความเข้าใจ คือ กลุ่มผู้นำชุมชน ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และกำนัน (หรือผู้แทน) จากพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 1,200 และผู้แทนภาคประชาชน ภาคส่วนต่าง ๆ จานวน 1,800 คน รวมทั้งสิ้น -3,000 คน และกลุ่มที่สอง คือ กลุ่มเป้าหมายในการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งได้เชิญผู้แทนภาคส่วนต่าง ๆ ที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความคิดเห็นหลากหลาย ทั้งที่เห็นด้วยและที่เห็นต่างกัน ร่วมแสดงความคิดเห็น
พร้อมกันนี้ หน.คสช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้การดําเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ อันเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ 17 ท่าน โดยมีผู้บัญชาการทหารบก/เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เป็นกรรมการ อาทิ  ผู้แทน คสช. กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นต้น 

วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

นราธิวาส เปิดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนประจำตำบล

นราธิวาส เปิดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนประจำตำบล

    ซึ่งในการดำเนินงานภายใต้กรอบนโยบายรัฐบาลดังกล่าว นั้น เป็นความรับผิดชอบในส่วนเกี่ยวข้องของ 4 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ดังนั้นหน่วยงานหลักทั้ง 4 หน่วยงาน จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการอำนวยความ

  ด้านการป้องกันและเฝ้าระวังอาชญากรรมในชุมชนรับเรื่องราวร้องทุกข์ร้องเรียนให้คำปรึกษาระงับข้อพิพาทในชุมชน เยียวยา และเสริมพลังแก่เหยื่ออาชญากรรมและผู้ได้รับผลกระทบ การแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดเพื่อคืนคนดีของสังคม

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ
ยุติธรรม เพื่อลดความเหลื่อมลำ้ในสังคมขึ้นโดยเห็นสมควรส่งเสริมและสนับสนุน การจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนระดับตำบล ในทุกตำบลโดยใข้สถานที่จัดตั้งศูนย์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนระดับตำบล มีเป้าหมายเพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอำนวยความเป็นธรรม
วันที่ 22 มี.ค.60 นายสุรพร  พร้อมมูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนประจำตำบลในการขับเคลื่อนภารกิจสู่ชุมชน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 100 คน  ณ โรงแรมตันหยง อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เนื่องด้วยรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  นโยบายการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งได้กำหนดการปรับปรุงระบบการช่วยเหลือทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยให้เข้าถึงความเป็นธรรมได้ง่าย รวดเร็วเพื่อคุ้มครองข่วยเหลือผู้ยากจน และผู้ด้อยโอกาส คุ้มครองผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพและเยียวยา ผู้บริสุทธิ์ หรือได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรม
ซาการียา ดอเลาะ/รายงาน
ประพันธ์ ฤทธิวงศ บก.ข่าวภาคใต้
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...