• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สกู๊ปพิเศษ l กฟผ.ปฏิบัติการ ช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย( กฟผ ) ร่วมปฏิบัติการ ช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้
ฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้และฝ่ายผลิตถ่านหินเหมืองแม่เมาะ ปฏิบัติภาระกิจ ลงพื้นที่ภาคใต้ในพื้นที่ประสบอุทกภัย สำรวจความเสียหาย ในเบื้องต้น และทำแผนช่วยเหลือ ฟืนฟู สิ่งที่เสียหายจากภัยพิบัติ ในทุกๆด้าน ที่สามารถทำได้ ตามภาระกิจ และนโยบาย ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ เพื่อบรรเทา ทุกข์ บำรุงสุข
พื้นที่ โรงเรียน วัด มัสยิด และความเดือดร้อนของประชาขน ทั่วไป
หลังจากอุทกภัยในภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2560 ในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ อ. ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับความเสียหายจากนำ้หลากและน้ำท่วมขังมากกว่าในปีที่ผ่านมา  โดยเฉพาะในบริเวณใกล้สายส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ที่ได้รับความเสียหาย  จากการลงพื้นที่สำรวจเพื่อจะได้ฟื้นฟูหลังจากประสบภัย ในการสำรวจเบื้องต้นมีโรงเรียนมัชฌิมภูผา ต. ร่อนพิบูลย์ ม 6 เป็นโรงเรียนหนึ่งในภาคใต้ ที่การไฟฟ้า ฯ เข้าช่วยเหลือฟื้นฟู
123

นายวัชรินทร์ ศิริธร หัวหน้ากองบริหารฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้  นายนำชัย เชื้ออาสา วิศวกรระดับ 9 กองบริหาร นายธนากร จอมวัน หัวหน้าประชาสัมพันธ์ กองบริหาร นายสุสรรณ เอ่งฉ้วน ช่างระดับ 7 แผนกประชาสัมพันธ์ และคณะทีมงาน จากฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ เดินทางลงพื้นที่ ร่วมกับ นายพิชัย วงศ์เจริญ กฟผ.แม่เมาะ หัวหน้าทีมฟื้นฟูโรงเรียนมัชฌิมภูผา นายขจรศักดิ์ แน่งน้อย กฟผ.แม่เมาะ หัวหน้าทีมฟื้นฟูโรงเรียนบ้านชายคลอง เดินทางจาก กฟผ.แม่เมาะ.จ ลำปาง ซึ่งประสานกับ ฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ โดยมี นายมนตรี ศรีสมอ่อน ผู้อำนวยการ.ฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ ก่อนหน้านี้ ได้ประสานกับนายวิโรน์ นุ่นสังค์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต ร่อนพิบูลย์รับทราบความเสียหายและทำการซ่อมแซม ฟื้นฟูโรงเรียน ทั้งที่เป็นอาคารสถานที่ และดูแลระบบไฟฟ้าที่เสียหาย ตลอดจนให้ใช้การได้ดังเดิม และมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยและอุปกรณ์การเรียนแก่โรงเรียนอีกด้วย
867
นอกจากลงพื้นที่เพื่อซ่อมแซม โรงเรียนมัชฌิมภูผา อ.ร่อนพิบูล จ.นครศรีธรรมราช แล้ว กฟผ. ยังทีมซ่อมบำรุง ฯซ่อมแซมโรงเรียน บ้านชายคลอง ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง ซึ่งเสียหาย จากอุทกภัยครั้งนี้ รวมถึงโรงเรียนอื่น ๆในเขตพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดนำคณะทีมงานมาอยู่ในพื้นที่อาศัยอยู่ กับชุมชนตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 ทำการซ่อมแซมโรงเรียน วัด ที่เป็นอาหาร สถานที่ และระบบไฟฟ้า ตลอดจนความเสียหายอื่น ๆ รวมถึงเงินบริจาคที่ ผู้มีน้ำใจมอบให้ ร่วมด้วยในกิจกรรมครั้งนี้.
ขอบคุณ  http://www.senseofkrabi.com

สื่อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์

พ่อเมืองกระบี่สั่งเชือดโรงแรมเถื่อน ค้นพบกว่า 500 แห่ง ย้ำ หากพบ จนท.มีส่วนเกี่ยวข้อง ดำเนินโทษหนัก

(27 ก.พ.) นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวในที่ประชุมประจำเดือน หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ว่า ได้มอบหมายให้ นายสมโภช โชติชูช่วง ปลัดจังหวัดกระบี่ ไปทำการสำรวจโรงแรมที่พักที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ทั้ง 8 อำเภอ มาทำการเข้าระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยฐานข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งพบว่ามีสถานประกอบการธุรกิจโรงแรมอยู่ประมาณกว่า 1,000 แห่ง ที่ขออนุญาตถูกต้องประมาณ 450 กว่าแห่ง ส่วนอีกกว่า 540 แห่ง ไม่มีใบอนุญาต
อึ้ง! โรงแรมกระบี่เปิดไม่ขออนุญาตกว่า 500 แห่ง ผู้ว่าฯ เร่งนำเข้าระบบ
        ทั้งนี้ หลังกฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 มีผลใช้บังคับ เมื่อ 19 ส.ค.2559 โดยผ่อนปรนหลักเกณฑ์การดัดแปลง เปลี่ยนการใช้อาคารประเภทอื่นมาประกอบธุรกิจโรงแรม จึงต้องทำการจัดระเบียบให้เข้ามาอยู่ในระบบทั้งหมด โดยหลังจากนี้จะเรียกผู้ประกอบการเข้ามาพุดคุย และจะตรวจสอบโรงแรมทุกแห่งอย่างเข้มงวด หากผ่านเกณฑ์จะนำเสนอคณะกรรมการจังหวัดเพื่อออกใบอนุญาตต่อไป ส่วนที่ไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ แต่ยังฝ่าฝืนก็จะจับกุมดำเนินคดีทันที
     
       ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า ให้เวลาการปฏิบัติงาน 1 เดือน และจะต้องรายงานผลการปฏิบัติทุก 15 วัน จนกว่าจะมีการจัดระเบียบให้โรงแรมที่ผิดกฎหมายเขามาอยู่ในในระบบ ส่วนโรงแรมที่ไม่สามารถปรับปรุงให้เข้าสู่ระบบได้ก็ให้ดำเนินคดีจับกุมอย่างเคร่งครัด และหากพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดปล่อยปละละเลย ก็ให้ดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้โรงแรมที่มีอยู่เข้าสู่ระบบของกฎหมาย และสามารถตรวจสอบได้
     
       นายวัฒน เริงสมุทร นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากข้อมูลโรงแรมที่พักในจังหวัดกระบี่ มีประมาณ 60,000 ห้อง ส่วนที่อยู่ในระบบกฎหมายมีเพียงประมาณ 20% หรือประมาณ 12,000 ห้อง แต่การลงทุนของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นว่าความต้องการในตลาดยังไม่เพียงพอ เพราะนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่กระบี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงแรมที่พักที่ไม่มีใบอนุญาตต้นทุนจะต่ำกว่าผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาต จึงอาจส่งผลกระทบด้านคุณภาพ มาตรฐานการให้บริการ รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่ไม่สามารถควบคุมได้

สื่อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์

วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สกู๊ปพิเศษ l เกษตรกรใจสู้ เดินตามรอย"พ่อ"พลิกดินเสีย ให้อุดมสมบูรณ์ ทำเกษตรพอเพียง

สื่อเกษตรกรใจสู้ ทำแปลงเกษตรแบบผสมพลิกดินเสีย ให้อุดมสมบูรณ์ แบบพอเพียงตามรอยพ่อ 
            



  เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ แปลงเกษตรของ นายสมปอง คดีพิศาล อยู่บ้านเลขที่ 1/42 หมู่ที่ 9 ตำบลคลองท่อมใต้ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ โดยเป็นที่ดินทางอำเภอให้เกษตรกรผู้ยากไร้ ทำเกษตรแบบพอเพียง ซึ่งแปลงการเกษตรแบบผสม นี้เป็นพื้นที่เพียง 2 ไร่เศษ ที่มีการเพาะปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ อยู่ในพื้นที่เดียวกันภายใต้การเกื้อกูล ประโยชน์ต่อกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัยหลักการอยู่ร่วมกันระหว่างพืช สัตว์ สิ่งแวดล้อม และแปลงเกษตรแปลงนี้ประกอบด้วยพืชหลากหลายชนิด อาทิ เช่น พริก ตะไคร้ มะละกอ กล้วยน้ำว้า ขนุน ยางพารา และบ่อเลี้ยงปลาชนิดต่างๆ และผลไม้อีกหลายชนิด โดยการนำหลักพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาใช้ในการแก้ปัญหาสภาพดิน จนได้แปลงเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ นายสมปอง คดีพิศาล เจ้าของแปลงเกษตร กล่าวว่า ที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่ ประมาณ 2 ไร่เศษ โดยทำเป็นแปลงเกษตรแบบผสม เพราะแต่ก่อนที่ดินแปลงนี้เป็นดินกรวด ดินลูกรัง จึงทำให้ไม่มีใครสามารถทำเกษตรแปลงให้เป็นแปลงที่สมบูรณ์ได้ ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นเพราะเป็นดินเสีย และตนบอกว่าตนจะพยายามทำให้ที่ดินแปลงนี้ให้เป็นแปลงเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ให้ได้ โดยตนได้ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาดินให้อุดมสมบูรณ์ ตามหลักพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้จนเกิดประโยชน์อย่างสมบูรณ์แบบ และได้กล่าวต่ออีกว่า ในอนาคต พื้นที่รอบๆที่เหลืออยู่ จะทำรั้วกั้นเพื่อเลี้ยงไก่ไว้สำหรับเป็นอาหารในครอบครัว และจะนำคำสอนของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาใช้ในการดํารงค์ชีวิตตลอดไป 
มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่ รายงาน 
น้าเมศ มากผล ถ่ายภาพ.
==========lโฆษณา 088 768 1653l============= ท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์

กำนันตำบลอ่าวนาง จ.กระบี่ เตรียมเข้าชี้แจงผู้ว่าฯกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพล (มีคลิปสัมภาษณ์สด)

กรณีม็อบเรือหางยาวชุมนุมประท้วง ขอลดค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ  ยืนยันทำตามหน้าที่แก้ปัญหาให้ชาวบ้าน   เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง 


                จากกรณีที่  นายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร  อักษร   หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ตำรวจ ทหาร  เข้าตรวจสอบที่ดิน บุกรุกปลูกสร้างอาคาร ที่พัก  ในเขตอทุยาน  ที่บริเวณอ่าวต้นไทร ต.อ่าวนาง  อ.เมือง จ.กระบี่    เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา  พร้อมระบุว่า  พื้นที่ที่มีการบุกรุก4แปลง เป็นของนายธีรศักดิ์  ขนานใต้  กำนันในพื้นที่และเป็นผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่ และเป็นแกนนำกลุ่มเรือนำเที่ยวประท้วงอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ให้ลดค่าธรรมเนียม  เนื่องจากเสียผลประโยชน์   จึงได้เสนอให้ผู้ว่าราชการจังไหวัดกระบี่ เสนอปลดออกจากตำแหน่ง  ตามที่เว็บไซต์ กระแสใต้ เสนอข่าวไปแล้วนั้น

                ความคืบหน้าล่าสุดนายธีรศักดิ์  ขนานใต้   กำนั

นตำบลอ่าวนาง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว กระแสใต้ ว่า การที่คนของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกมากล่าวหาตนเป็นผู้มีอิทธิพล  รวมถึงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มเรือนำเที่ยวอ่าวนาง จนเกิดการาชุมนุมประท้วง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เพื่อขอลดค่าธรรมเนียมเพราะว่าเสียผลประโยชน์ นั้น  ถือเป็นข้อถือเป็นการเจตนากลั่นแกล้ง ดิสเครดิต    และขอยืนยันว่าไม่เคยมีประวัติ เป็นผู้มีอิทธิพล ตามที่กล่าว หาแต่อย่างใด สามารถตรวจสอบได้  ตนไม่ได้ทำธุรกิจเรือนำเที่ยว ไม่มีเรือหางยาว หรือเรือสปีดโบทแม้แต่ลำเดียว  แต่ทำตามหน้าที่ผู้นำชุม เพราะเดิมทีนั้นทางชาวบ้านที่เป็นผู้ประกอบการเรือ นำเที่ยว ได้รับความเดือดร้อน ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรเลย  และกรณีที่มีการไปตรวจสอบที่ดินบุกรุกอ่าวต้นไทร  นั้น และโยงว่าตนมีอิทธิพล ทั้งที่ คดีมีการจับกุมเมื่อ5-6ปี ก่อนที่ตนจะมาเป็นกำนัน  และคดีก็อยู่ ระหว่างรอฟังคำพิพากษาของศาลปกครองนครศรีธรรมราช  ในเดือน มีนาคมนี้  ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมถึงมาตรวจตอนนี้  เป็นการใส่ร้าย ดิสเครดิส  ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง  ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัว กับหัวหน้าอุทยานแต่อย่างใด
                นายธีรศักดิ์  เปิดเผยอีกว่า  ช่วงบ่ายวันนี้ตนจะเข้าพบกับนายพินิจ  บุญเลิศ  ผู้วาราชการจังหวัดกระบี่  เพื่อชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น ในทุกประเด็นข้อกล่าวหา    ส่วนผลการพิจารณาอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ของผวจ.   แต่ขอยืนยันว่าสาเหตุที่เข้ามาเป็นกำนันไม่ได้มีผลประโยชน์แอบแฝง ตนประกอบธุรกิจส่วนตัว ทำโรงแรม มาก่อนที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้  เพื่อมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพราะตนเป็นคนในพื้นที่  และเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งกำนันตำบลอ่าวนางได้ไม่ ถึง2ปี  จะเกษียณในเดือนพฤศจิกายน2560นี้  แล้ว  เงินเดือนกำนันที่ได้ก็ไม่ได้เอาไปใช้ส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว  แต่แจกจ่ายให้ผู้นำชุมชน นำไปพัฒนาพื้นที่   และขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ  ส่งให้ทนายความแล้ว เพื่อพิจารณาดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

สื่อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์

พบแหล่งน้ำตกแห่งใหม่พื้นที่ จ.กระบี่

ตำบลทุ่งไทร ทองอ.ลำทับ จ.กระบี่ มีลักษณะน้ำที่ใสเย็น ไหล มาจากภูเขา ความสูง 3ชั้น ชาวบ้านในจังหวัดกระบี่ และจังหวัดใกล้เคียงแห่เที่ยวกันเป็นจำนวนมาก เฉลี่ย วันละ200-300 คน ชาวบ้านช่วยกันปรับปรุงพัฒนา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้คนในชุมสชน วันที่ 27 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ จ.กระบี่ พบน้ำตกแห่งใหม่ ในพื้นที่หมู่1 ต.ท่งไทรทอง ฮ.ลำทับ จ.กระบี่ ขณะนี้มีชาวบ้านทั้งในจังหวัดกระบี่ และจังหวัดให้ลเคียงเดินทางไปเที่ยว กันเป็นจำนวนมาก จึงเดินทางไป ตรวจสอบ เส้นทางเข้าเป็นถนนลูกรัง กว้าวงประมาณ 6 เมตร ห่างจากถนนสาย ไร่คอก-อ่าวตง ต.ทุ่งไทรทอง ประมาณ 3 กิโลเมตร ระหว่างทางพบชาวบ้านส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัวเดินทางมาเที่ยวพักผ่อน และเล่นน้ำกันอย่างต่อเนื่อง ที่บริเวณน้ำตก พบเป็นสายน้ำใสเย็น ไหลลงมาจากภูเขา เป็นทางยาว รวม3 ชั้น ความสูงชั้นละ 20เมตร โดยมีต้นไม้ ใหญ่ปกคลุม ขณะที่ชาวบ้านที่มาเที่ยว จำนวนมากจะมาเล่นน้ำบริ
วณแอ่งน้ำชั้นล่าง รวม4 จุด ซึ่งน้ำลึกประมาณ 1 เมตร บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สิ่งที่เป้นจุดเด่นคือ น้ำที่ใส และมีอุณภูมิความเย็นกว่า น้ำตกทั่วไปทำให้คลายร้อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้ ป่าหายาก นานาชนิด เช่นไม้ พะยอม ไม้ลำแพน ซึ่งมีขนาดใหญ่ และนกขนาดเล็ก และสัตว์ป่าที่หาดูยาก เหมาะแก่การพักผ่อน เดินชมธรรมชาติ นายประยูร รามฤทธิ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 166 ม.1 ต.ทุ่งไทรทอง และเป็นสาวัตรกำนัน ในพื้นที่ เปิดเผยว่า ชาวบ้านพบแหล่งน้ำตกดังกล่าว มานานกว่า 20 ปี แล้ว ชาวบ้านเรียกว่าน้ำตกเขาแร่ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบางคราม เนื้อที่รวมกว่า 500 ไร่ แต่ไม่ได้รับการพัฒนา จนกระทั่งในปีนี้ มีนักเที่ยวป่า เข้ามาสำรวจพบและมีการแชร์ภาพในโลกโซเชี่ยลฯ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และ จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางมาทเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านได้ช่วยกันระดมเงิน เช้ามาพัฒนา นำหินมาก่อเป็นแอ่งน้ำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำ ซึ่งขณะนี้ทางนายอำเภอเข้ามา สำรวจและเตรียมจัดหางบประมาณพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อรองรับนักท่องท่องเที่ยวในอนาคต โดยให้ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมบริหารจัดการ เป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนสื่อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์ 
ประพันธ์ ฤิทธิวงศ์ บรรณาธิการข่าว 3 จว.ภาคใต้/รายงาน

ฝนตกถนนลื่น รถบรรทุกหกล้อ เสียหลักตกคูข้างถนน หวิดพุ่งชนบ้าน


หวิดพุ่งชนบ้านเรือนชาวบ้าน วันที่ 27 ก.พ.60 เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจจุดแยกฉวาง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกหกล้อ เสียหลักตกคูข้างถนนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบมี่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบนถนนภายในหมู่บ้านพื้นที่ หมู่ 7. ต.ฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ใกล้ป้อมตำรวจบ้านแหลมยูง พบรถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้ออีซุซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-1458 นครศรีธรรมราช เป็นรถของร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งในอำเภอฉวาง โดยสภาพล้อรถด้านซ้ายหน้าและหลังตกลงไปอยู่ในคูข้างถนน ทำให้รถหกล้อตะแคงเกือบพลิกคว่ำ ใกล้กันเพียง 10 เมตร มีบ้านเรือนชาวบ้าน ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยมีแผลถลอกตามร่างกาย ทราบชื่อนายสรรพวุธ อุปลา อายุ33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122/3 หมู่ 17 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้โชคดีเหตุการณ์ฝนตกแล้วถนนลื่นทำให้รถบรรทุกหกล้อเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้แล้วล้อรถหน้าตกลงอยู่ในคูข้างถนนก่อนจะจอดแน่นิ่ง เพราะหากล้อรถบรรทุกไม่ตกลงคูข้างถนน อาจจะพุ่งชนบ้านชาวบ้านได้รับความเสียหาย จากการสอบถามนายสรรพวุธ คนขับเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังขับรถบรรทุกหกล้อคันดังกล่าว กลับจากส่งของลูกค้า กำลังมุ่งหน้ากลับร้าน แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีฝนตกลงมาทำให้ถนนลื่น ตนจึงบังคับรถไม่ได้จึงเสียหลักพุ่งชนต้นไม้แล้วล้อรถตกลงคูข้างถนนดังกล่าว
 ชาดล เจริญพงศ์/รายงาน
อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์

รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วม “วิ่งมินิฮาล์ฟ์มาราธอนลอยฟ้า” ครั้งที่ 5


 เตรียมผลักดันเข้าสู่ปฏิทินการท่องเที่ยวไทยและประชาสัมพันธ์สู่เวทีโลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมวิ่งมินิฮาล์ฟ์มาราธอนลอยฟ้า

ครั้งที่ 5 ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร เตรียมผลักดัน “งานวิ่งมินิฮาล์ฟ์มาราธอนลอยฟ้า” ของ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เข้าสู่ปฏิทินการท่องเที่ยวไทยและประชาสัมพันธ์สู่เวทีโลก เพราะมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ ที่สวยงาม มีความพร้อมและมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วน วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 05.00 น. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน “วิ่งมินิฮาล์ฟ์มาราธอนลอยฟ้า” ครั้งที่ 5 และ ร่วมวิ่งมินิฮาล์ฟ์มาราธอนลอยฟ้า ครั้งที่ 5 ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร ณ บริเวณอ่างพักน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าลำคะคองชลภาวัฒนา อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายชัชวาลย วงศ์จร อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครราชสีมา นายอำเภอสีคิ้ว นายศุภชัย ปิตสุวรรณท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้า (ชพฟก.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ให้การต้อนรับ โดยมีนักวิ่งจากทั่วประเทศมาร่วมวิ่งจำนวน กว่า 3,000 คน ท่ามกลางความสวยงามและอากาศที่หนาวเย็น นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า มีความตั้งใจจะมางานนี้ เป็นการจัดงานที่ทุกฝ่ายที่มีความพร้อม มีนักวิ่งมาร่วมวิ่งเป็นจำนวนมาก ขอชื่นชมพื้นที่อ่างพักน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ของ กฟผ. มีความสวยงามมาก อากาศดี มีความพร้อม ทั้งบุคคลากรและในการจัดกิจกรรมการวิ่งทั้งระดับจังหวัดและระดับชาติ ยืนยันว่าจะนำกิจกรรมการแข่งขัน “วิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอน” บนอ่างพักน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ไปบรรจุในปฏิทินการท่องเที่ยวของประเทศให้ชาวไทยแลชาวต่างชาติมาร่วมงานกันมากๆ ขอขอบคุณ จ.นครราชสีมา อ.สีคิ้ว และ กฟผ. ที่ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ ในพื้นที่สวยงาม อากาศเย็นสบาย มีนักวิ่งมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก และขอร่วมวิ่งมินิมาธาธอน ระยะ 10.5 กิโลเมตรในครั้งนี้ด้วย นายศุภชัย ปิตสุวรรณท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้า (ชพฟก.) กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขัน “วิ่งมินิฮาล์ฟ์มาราธอนลอยฟ้า” ครั้งที่ 5 ประจำปี 2560 เป็นกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัยและแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร เพื่อสุขภาพที่ดี เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใน อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งมีศักยภาพในการท่องเที่ยวที่สวยงามหลายๆด้าน เพื่อแสดงให้เห็นการมีส่วนร่วมระหว่าง กฟผ. กับชุมชน การดูแลคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การสร้างความอยู่ดีมีสุขให้ชุมชนในพื้นที่รอบหน่วยงานอย่างยั่งยืนตลอดไปตามนโยบายของ กฟผ.
สื่อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รุกคืบต่อเนื่องวันที่ 2 พบมีการบุกรุกพื้นที่ แบ่งให้เอกชนเช่าที่ ปลูกสร้างอาคาร ร้านค้า หลายสิบหลัง ในเนื้อมากกว่า100 ไร่



 ชุดพญาเสือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สนธิกำลังเข้าตรวจยึดพื้นที่บุกรุกป่าสงวน อ่าวต้นไทร ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่  ต่อเนื่องเป็นวันที่2 พบมีการบุกรุกพื้นที่ แบ่งให้เอกชนเช่าที่ ปลูกสร้างอาคาร ร้านค้า จำนวนหลายสิบหลัง ในเนื้อมากกว่า100 ไร่   เบื้องต้นไม่มีเอกสารสิทธ์ครอบครอง เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึด เผยราคาที่ดินอ่าวต้นไทรราคาไร่ละไม่ต่ำ10ล้าน เนื่องจากอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว
วันที่ 26 ก.พ.60  เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ นำกำลัง เจ้าหน้าที่อุทยาน ตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่พื้นที่อ่าวต้นไทร ต.อ่าวนาง อ.เมืองจ.กระบี่  ตรวจสอบการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาอ่าวน้ำเมาและป่าเขาอ่าวนาง เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต่อเนื่องเป็นวันที่2  พบมีการ บุกรุก ปลูกสร้าง ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท สถานประกอบการ นำเที่ยว จำนวนหลสยสิบ หลัง  ในเนื้อที่ กว่า 100 ไร่    จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีหลักฐานการครอบครอง  ขณะที่ผู้ประกอบการอ้างว่า ได้เช่าพื้นที่ต่อมาจากผู้ครอบครองอีกทอดหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดพื้นที่ เพื่อให้เจ้าของที่ดินนำหลักฐานมาแสดงตัว 
             นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ  เปิดเผยว่า ในการตรวจสอบพื้นที่ในวันนี้ พบว่า มีพื้นที่บางแปลงได้มีการจับกุมไว้แล้วอยู่ระหว่างการดำเนินคดี  และมีได้มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มตเม  บางแปลงเป็นการบุกรุกพื้นที่ใหม่ จากนั้นก็จะแบ่งเป็นล็อคๆ เพื่อเปิดให้เอกชน ผู้ประกอบการเข้ามาเช่าพื้นที่เปิดกิจการ   ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจยึดพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด   คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการไม่น้อยกว่า 2 วัน
               สำหรับพื้นที่อ่าวต้นไทร เป้นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยิม มีโรงแรมระดับ5ดาวหลายราย ส่งผลให้ที่ดินมีราคาสูง ถึงไร่ละ10ล้านบาท จึงเป็นที่ต้องการของนายทุน ส่วนกรณีการเข้าตรวจสอบพื้นที่ ของผู้นำตำบล  ที่ได้มีการจับกุมดำเนินคดีไว้แล้วก่อนหน้านี้ ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งที่เป็นตัวแทนเรือโดยสารที่ชุมนุมปิดอ่าวเรียกร้องให้ลดค่าธรรมเนียม เนื่องจากได้มีการ ร้องเรียน จากในพื้นที่


วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ชุดพญาเสือกรมอุทยานฯลงพื้นที่ตรวจสอบอ่าวต้นไทร พบเป็นของผู้นำท้องถิ่นรวมอยู่ด้วย(มึคลิป)

สื่อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์เจ้าหน้าที่ ชุดพญาเสือกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ รีสอร์ท ร้านอาหารกบุกรุกพื้นที่ เขตอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่  รวม 9 แปลง เนื้อทึ่73ไร่  ที่ อ่าวต้นไทร ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่   พบเป็นของผู้นำท้องถิ่นรวมอยู่ด้วยเตรียมเสนอผู้ว่าฯ พิจารณาปลดออกจากตำแหน่งเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล


เวลา 11.30  วันที่ 25 ก.พ.60  นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร   หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พล.ต.ต.บัญชา ปั้นประดับ ผู้บังคับการตำรวจภูธร อุทัยธานี ช่วยราชการชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ เจ้าหน้าที่ อุทยาน ตำรวจ ทหาร จำนวนกว่า 50 นาย  ลงพื้นที่ อ่าวต้นไทร หมู่ 2 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จ.กระบี่ เพื่อติดตามความคืบหน้า การดำเนินคดีกับ ผู้ที่บุกรุก พื้นที่ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ รวม 9 แปลง รวมเนื้อกว่า73 ไร่  พบมีการปลูกสร้าง ที่พัก รีสอร์ท โรงแรม สถานประกอบการ นำเที่ยว  เป็นจำนนวนมาก   
นายชัยวัฒน์   ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ  เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า ได้มีการจับกุมดำเนินคดีกับผู้บุกรุกมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2544   โดยอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี ได้มีการประกาศใช้พ.ร.บ.อุทยาน ม.22  ให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่เพื่อมำการการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง แต่ทางผู้บุกรุกอ้างว่าได้เข้าทำประโยชน์มานาน  และได้ ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เพิกถอนคำสั่ง อยู่ระหว่างการพิจารณา จึงไม่สารมารถดำเนินการได้คาดว่า ภายในเดือนมีนาคมนี้ ศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราชจะมีการพิจารณาทั้ง9 แปลง ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาจะออกมาอย่างไรจึงจะสามารถดำเนินการตมขั้นตอนได้ 
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่ามี จากทั้งหมด9แปลงมีจำนวน  4 แปลง  เป็นของ นายธีรศักดิ์ ขนานใต้ กำนันตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ รวมอยู่ด้วย  ซึ่งนายธีรศักดิ์เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการเรือหางยาวนำเที่ยวที่ร่วมชุมนุมประท้วงหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราฯ และนำปิดร่องน้ำ เพื่อเรียกร้องให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ลดค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชารติครึ่งราคา เมื่อวันที่22ก.พ.ผ่านมาที่ผ่านมา จึงได้เตรียมเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  ให้พิจารณาคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบ 9 แปลง มี1 แปลง ไม่มีเอกสารสิทธิ โดยมี น.ส. ชญามน เอี่ยนเล่ง อยู่บ้านเลขที่ 54/43 ถ.ศรีพังงา ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ ที่ประกอบธุรกิจห้องพัก และได้เปิดเผยว่า ตนได้ซื้อมาเมื่อหลาย ปีที่และได้ลงทุนไปกว่า  10 ล้านบาท ในส่วนของการซื้อขายที่แปลงนี้ซึ่งเป็นชื่อของ น.ส.นีรชา เอี่ยนเล่ง (พี่สาว) หากที่ตรงนี้ถูกรื้อถอนขึ้นมาก็คงต้องยอม 




วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

9 หน่วยงานของ กฟผ. รับรางวัล EIA Monitoring Awards 2016

สื่ท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์  #สื่อภาคใต้

 แสดงถึงการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่นประจำปี 2559 9 หน่วยงาน ของ กฟผ. ได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards 2016 แสดงถึงการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่นประจำปี 2559 โดยเข้ารับรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 6 มีนาคม 2560 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ ฯ ว่าที่พันตรี อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ (ชพฟช.) กล่าวว่า ในปี 2559 กฟผ. ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่นประจำปี 2559 (EIA Monitoring Awards 2016) จำนวน 9 โครงการ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครใต้ ชุดที่ 3 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง ชุดที่ 5 โรงไฟฟ้าจะนะ (กรณีใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง) เหมืองแร่ลิกไนต์ จังหวัดลำปาง ระบบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อ สำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ ท่าเทียบเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ และท่าเทียบเรือและอุปกรณ์ขนส่งน้ำมัน สำหรับโรงไฟฟ้าบางปะกง โดย กฟผ. จ.เข้ารับรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 6 มีนาคม 2560 เวลา13.00 น. ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ ฯ ว่าที่พันตรี อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ชพฟช. กล่าวว่า การรับรางวัลของ กฟผ. ในปี 2559 ซึ่งได้รับรวม 9 หน่วยงาน แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น ประจำปี 2559 ซึ่ง กฟผ. ให้ความสำคัญ ควบคู่กับการผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย และการดูแลสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อมของ กฟผ. อย่างที่ที่สุด ทั้งหน่วยงานที่ได้ดำเนินการมาแล้ว แหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่ที่จะเกิดขึ้น เช่น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด จ. กระบี่ หรือที่ อ. เทพา จ. สงขลา


วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

กระแสใต้ 4 ภาค l เครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพภาคกลางเปิดศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค

 
 
๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ณ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.สระบุรี เลขที่ ๑๒ ซอย ๑๐ ชุมชนป่าสัก
ถ.เทศบาล ๔ ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี เครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพภาคกลางจ.ปทุมธานีร่วมด้วยเครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพภาคกลางจ.ลพบุรีเครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพภาคกลางจ.นครนายก เข้าร่วมงานและแสดงความยินดีกับเครือข่ายผู้หญิงเพื่อสุขภาพภาคกลางจังหวัดสระบุรี เนื่องในโอกาสเปิดศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.สระบุรีโดยมีภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ สำนักงานขนส่งจังหวัดสระบุรี สถานีตำรวจภูธรเมือง สระบุรี สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จ.สระบุรี(คปภ.) อาสาสมัครจราจร หน่วยกู้ภัยสว่างรัตนตรัย ฯสระบุรี ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานทำพิธีเปิดศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดสระบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาต่างๆของผู้บริโภคในจังหวัดสระบุรี
ในปีงบประมาณ ๒๕๖๐-๒๕๖๑ เป้าหมายของการทำงานคือ รณรงค์ให้ความรู้สร้างความเข้าใจให้แก่ผู้บริโภคในด้านรถรับส่งนักเรียนและรถโดยสารสาธารณะเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตผู้บริโภคของชาวสระบุรีดีขึ้น
สิทธิชัย ธนูทอง l ศูนย์ข่าว กระแสใต้ 4 ภาค l  รายงาน




สื่อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์

ชื่นชมหนูน้อยวัย 9 ขวบลูกคนที่ 7 เลิกเรียนเร่ขายพวงมาลัย-วอนสังคมช่วยเหลือ

(22 ก.พ.) ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือครอบครัวยากไร้ของหนูน้อยวัย 9 ขวบที่สู้ชีวิตใช้เวลาหลังเลิกเรียนไปขายพวงมาลัยอยู่บริเวณ 4 แยกไปแดง หน้า สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช จึงเดินทางไปตรวจสอบพบเด็กผู้หญิงร่างผอมบาง หน้าตาซีดเซียว แต่งกายชุดนักเรียนเก่า ๆ เดินถือพวงมาลัยเสนอขายให้กับคนขับรถยนต์ที่จอดติดไฟแดง โดยมีคนขับรถยนต์อุดหนุนซื้อพวงมาลัยของเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวหลายราย เมื่อสัญญาณไปเขียวรถจะเคลื่อนตัวออกจากไฟแดงเด็กผู้หญิงขายพวงมาลัยก็จะรีบเดินหลบเข้าริมถนนหรือขึ้นเกาะกลางถนนและรอจนกว่าสัญญาณไฟแดงจะกลับมาก็จะลงไปเดินเร่ขายพวงมาลัยต่อไปอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวจึงเดินเข้าไปหาและสอบถามเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนดังกล่าว ในตอนแรกหนูน้อยมีท่าทีตื่นกลัวเล็กน้อยที่เห็นผู้สื่อข่าวถ่ายรูปตัวเองเพราะเกรงว่าตัวเองไปทำความผิดอะไรเกี่ยวกับกฎจราจรหรือไม่ แต่หลังจากที่ผู้สื่อข่าวอธิบายว่าหนูน้อยเป็นเด็กตัวอย่างที่ขยันทำมาหากิน และเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบัน ควรยึดถือเป็นอย่างอย่าง ทำให้หนูน้อยขายพวงมาลัยยอมเปิดเผยว่า หนูชื่อ ด.ญ.ชยาภรณ์ ทองดี หรือ “น้องฝน” อายุ 9 ขวบ กำลังเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนวัดพิศาลนฤมิตร อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ห่างจากสี่แยกไฟแดงออกไปประมาณ 500 เมตร

ครอบครัวหนูมีพี่น้องด้วยกัน 10 คนตนเป็นลูกคนที่ 7 โดยแม่แยกทางกับพ่อไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาแม่จึงหอบลูก 10 คนมาเช่าบ้านอยู่ข้างโรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ ในแต่ละวันนอกจากแม่ต้องเลี้ยงดูน้องคนเล็กอายุประมาณ 2 ปีแล้วแม่จะไปซื้อดอกไม้ ใบตองมาประดิษประดอยและร้อยพวงมาลัยให้ลูก ๆ นำออกมาเร่ขายที่สี่แยกไฟแดง หน้า สภ.ร่อนพิบูลย์ โดยพี่ ๆ ที่เรียนจบ ป.6 และไม่ได้เรียนต่อก็จะรับหน้าที่ขายพวงมาลัยในช่วงเวลาตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึง 15.00 น. ส่วนตนและพี่ชายอีก 1 คนที่เรียนหนังสือจะรับหน้าที่มาขายพวงมาลัยต่อในระหว่างเวลา 15.00 น.-19.00 น. ตนและพี่ชายจะขายรวมกันได้ประมาณ 40 พวง พวงละ 20 บาท ในแต่ละวันทั้งครอบครัวของจะขายพวงมาลัยได้ประมาณ 120-150 พวง รวมเป็นเงิน 2,400-3,000 บาท ในจำนวนนี้เป็นกำไรวันละ 300-500 บาท แม่จะแบ่งให้ตนและลูก ๆ ที่ช่วยขายพวงมาลัยพวงละ 4 บาท เพื่อเก็บออมเอาไว้ยามขัดสนจริง ๆ
“ตนและพี่จะออกมาช่วยกันขายพวงมาลัยทุกวันไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไม่เคยได้ออกไปเที่ยวหรือวิ่งเล่นตามประสาเด็ก ๆ เหมือนกับเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ เลย แต่ตนก็ไม่เสียใจและภาคภูมิใจที่ได้ช่วยแม่ขายพวงมาลัยหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว แต่เนื่องจากครอบตนอาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ถึง 11 คนรวมทั้งแม่ในแต่ละเดือนจึงมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้าและอื่น ๆ พวกเราทุกคนจึงหยุดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว แม่จะนั่งร้อยพวงมาลัยทั้งวันทั้งคืน ในขณะที่ตนและพี่ ๆ ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกมาเดินเร่ขายพวงมาลัยบริเวณสี่แยกไฟแดงเกือบตลอด 24 ชม.เช่นกัน
ในขณะที่เพื่อนบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ครอบครัวนี้น่าสงสารมาก ในอดีตนางพร วัย 43 ปี แม่ของเด็กเป็นลูกคนเดียวของครอบครัวที่มีฐานะค่อยข่างดี มีบ้านหลังใหญ่ มีที่ดินไม่น้อย แต่เมื่อมีครอบครัวมีลูกด้วยกัน 3 คนสามีนางพร เกิดไปโดนคดีอาญาแม่ของเด็กทุ่มต่อสู้คดีขายบ้าน ขายที่ดิน จนชนะคดีแต่ครอบครัวแทบไร้ที่อยู่อาศัยต้องไปหาเช่าบ้านหลังเล็ก ๆอยู่อาศัย จนต่อมาสามีของนางพร ได้ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเลิกราไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งให้นางพรเลี้ยงดูลูก 3 คนพร้อมพ่อซึ่งเป็นตาของเด็ก ๆ จนกระทั้งนางพร มาได้สามีใหม่และมีลูกด้วยกันอีก 7 คน ตาของเด็กได้เสียชีวิต และสามีใหม่เพิ่งหนีไปทิ้งไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา
“นางพร และลูกสู้ชีวิตสุด ๆ ลูก ๆ 10 คนเป็นเด็กดี ขยันทำมาหากิน น่ายกย่องชื่นชมเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้านและคนทั่วไป เพื่อนบ้านไม่เคยเห็นลูก ๆ ของบ้านนี้ได้เที่ยวเตร่ หรือวิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เลย ทุกเวลานาทีพวกเขาจะยุ่งอยู่กับกระบวนการผลิตและนำพวงมาลัยออกมาขายที่สี่แยกไฟแดง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้ครอบครัวนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าบ้างนี้ โดยเฉพาะอนาคตของเด็ก ๆ ทุกคน เพราะพี่ ๆ 3-4 คนก็เรียนแค่จบ ป.6 ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือเชื่อว่าลูก ๆ ของนางพร อีก 6-7 คนก็คงเรียนสูงสุดได้แค่ ป.6 เท่านั้น “เพื่อนบ้านกล่าวย้ำ
สำหรับผู้ใจบุญท่านใดต้องการช่วยเหลือครอบครัวของหนูน้อยคนดังกล่าว ติดต่อช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร.075-322663 ,084-8493764, 095-4400875, 081-6761299, หรือที่โรงเรียนวัดพิศาลนฤมิตร อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช โทร.075-441142.
ขอบคุณภาพข่าวจาก/คุณ ไพฑูรย์ อินทศิลา /กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราชสื่อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หัวหน้าอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ทำหนังสือขอย้ายตัวเองด่วน

แหล่งข่าวแฉเบื้องหลังถูกบีบสารพัด เพราะสุจริตเกินไป เผยทำสถิติเก็บค่าตั๋วเข้าอุทยานฯจากปีละไม่กี่สิบล้าน พุ่งเป็น 500 ล้านบาทภายในเวลาปีเดียว ...จากกรณีกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวและเรือโดยสาร จ.กระบี่ พังงา และ ภูเก็ต กว่า 500 ราย นำเรือสปีดโบ๊ทและเรือหางยาว 500 ลำ บุกปิดร่องน้ำหน้าที่ทำการอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เพื่อเรียกร้องให้ลดค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานฯ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว


ความคืบหน้าในเรื่องนี้ มีรายงานข่าวจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ข้อมูลกับ "เดลินิวส์ออนไลน์" ว่า นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ทำหนังสือขอย้ายตัวเองส่งถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพ เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้หยุดพักผ่อนตลอด 1 ปี 7 เดือน 28 วัน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม ซึ่งนายศรายุทธเป็นหัวหน้าอุทยานฯ ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยการจัดเก็บค่าผ่านเข้าชมอุทยานฯ ซึ่งเคยได้แต่ละปีไม่กี่สิบล้านบาท แต่หลังจากที่มาดำรงตำแหน่ง ได้จัดระเบียบไม่ให้มีการทุจริต ปรากฎว่า รายได้จากค่าผ่านเข้าชมอุทยานฯเพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้านบาท จนพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กล่าวชื่นชม และถือเป็นผลงงานของกระทรวงฯ

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บค่าผ่านเข้าชมอุทยานแห่งชาติหากนพรัตน์ธาราฯอย่างตรงไปตรงมา ก่อให้เกิดความไม่พอใจของผู้ที่เคยได้ผลประโยชน์ จึงมีการสร้างคลื่นใต้น้ำกดดันมาตลอด กระทั่งล่าสุด กลุ่มผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวได้ประท้วงขอให้อุทยานฯลดค่าผ่านเข้าอุทยานของเรือ จากลำละ 400 บาท ให้เหลือ 200 บาท แต่นายศรายุทธไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการปรับค่าผ่านเข้าอุทยานฯ เป็นอำนาจของกรมอุทยานฯ แต่กระนั้นไม่มีผู้ใหญ่ในกรมอุทยานฯหรือกระทรวงมาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว ปล่อยให้นายศรายุทธรับหน้าม็อบเรือนำเที่ยวเพียงผู้เดียว ด้วยเหตุนี้ นายศรายุทธ จึงขอย้ายตัวเอง นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากกรมอุทยานฯ ยังระบุด้วยว่า หากแผนกดดันให้นายศรายุทธย้ายตัวออกไปสำเร็จ ก็เชื่อว่ารายได้ของอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีจะลดลง ตัวเลขรายได้หายไป 100 ล้านบาท คงไม่มีใครสงสัย แต่เงิน 100 ล้านบาทต่อปีไหลไปเข้ากระเป๋าใคร ถือว่าเป็นรายได้มหาศาล ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวไม่เคยบ่นว่าค่าตั๋วแพง และเก็บในอัตรานี้มานาน จึงสงสัยว่า ทำไมถึงเพิ่งมาประท้วงกันช่วงนี้ กรณีของนายศรายุทธ จะทำให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯที่สุจริตเสียกำลังใจ จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแล
ขอบคุณภาพจากสมาชิกยูทูบ : Janjira Pongrai 
ที่มาข่าว เดลินิวส์ ออนไลน์ 

สื่อท้องถิ่น สื่อกระบี่ สื่ออนไลน์

ผู้ประกอบการท่องเที่ยว-เรือโดยสาร จ.กระบี่ พังงา และภูเก็ต บุกที่ทำการอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี(ชมคลิป ฉบับเต็มบทสรุป)

สื่อท้

 เรียกร้องให้ลดค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานฯกับชาวต่างชาติ อ้างทำยอดนักท่องเที่ยววูบ
เมือ่เวลา 10.00 น.วันที่ 22 ก.พ.60 ผู้สื่อกระแสใต้รายงานว่า กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว และกลุ่มผู้ประกอบการเรือโดยสารบริการท่องเที่ยว จ.กระบี่ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต กว่า 500 คน นำโดย นายศราวุฒิ วะจิดีย์ ได้มารวมตัวกันชุมนุมประท้วงที่บริเวณหน้าที่ทำการอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เพื่อเรียกร้องให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลดค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากปกติผู้ใหญ่ ราคา 400 บาท เหลือ 200 บาท เด็กต่างชาติ 200 บาท เหลือ 100 บาท โดยอ้างว่าได้รับผลกระทบจากราคาบัตรค่าเข้าอุทยานฯ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลให้รายได้ลดลงด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเคยยื่นข้อเรียกร้องต่ออุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข




         ทั้งนี้ จากการเจรจาในเบื้องต้น ทางอุทยานฯ ยืนยันว่าไม่มีอำนาจลดค่าธรรมเนียมลงได้ เนื่องจากเป็นประกาศของกรมอุทยานฯ ส่งผลให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดสงเสียงกึกก้องทั่วบริเวณ นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้นำเรือหางยาว และเรือสปีดโบ๊ท ประมาณ 500 ลำ มาปิดร่องน้ำที่บริเวณหน้าที่ทำการอุทยานฯ ห้ามเรือทุกลำเข้าออก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่ซื้อโปรแกรมการท่องเที่ยวทางทะเลเพื่อไปท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ ที่ต้องลงเรือบริเวณท่าเรือหลังอุทยานฯ ตกค้างกว่า 1,000 คน ทำให้เจ้าของบริษัททัวร์ หรือผู้ประกอบการต่างๆ ต้องนำรถยนต์มารับนักท่องเที่ยวไปลงเรือที่ท่าเรือแห่งอื่น
           ขากนั้นในเวลสต่อมา เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เชิญตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าประชุมกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อยุติ โดยมี นายณัฐพล รัตนพันธ์ ผอ.ส่วนจัดการอุทยานทางทะเล สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช เป็นประธาน ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.ซึ่งบรรยากาศในห้องประชุมต่างก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากกรมอุทยานฯไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องได้ โดยที่ประชุมได้มีมตินัดหมายผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือกันอีกครั้งในวันที่ 27 ก.พ.นี้ เพื่อหาข้อสรุปเสนอต่อกรมอุทยานฯพิจารณาต่อไป ในกรอบระยะเวลา 20 วัน หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมแยกย้ายกันกลับ ขณะที่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม กรมอุทยานฯคงไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เพราะหากยอมลดราคาลง เชื่อว่าอุทยานฯแห่งอื่นๆ ก็จะต้องมีปัญหาเดียวกันตามมา ซึ่งการขึ้นค่าธรรมเนียมของอุทยานฯแต่ละแห่งเป็นไปตามหลักวิชาการและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ อีกทั้งก่อนจะขึ้นค่าธรรมเนียม กรมอุทยานฯได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการรับทราบล่วงหน้าหลายเดือน ฉะนั้น จะขอลดค่าธรรมเนียมอีกไม่ได้ ส่วน นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว พบว่าเพิ่มขึ้นทุกปี เช่น ปีงบประมาณ 59 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 1,395,721 คน ปีนี้ผ่านไปไม่กี่เดือนเข้ามาแล้ว 568,195 คน ส่วนยอดรายได้ปี 58 จำนวน 83,615,780 บาท ปี 59 จำนวน 559,776,020 บาท และปี 60 ขณะนี้เก็บได้แล้วกว่า 228 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผู้ประกอบการชาวเรือมีนักท่องเที่ยวลดลงนั้น คงมาจากจำนวนเรือที่เพิ่มมากขึ้น โดยในขณะนี้มีเรือนำเที่ยวใน จ.กระบี่ มากถึง 1,871 ลำ  

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...