• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • เมเจอร์

    เมเจอร์

  • Van VIP Krabi

    บริการถตู้เช่าเหมาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในจังหวัดกระบี่ และสถานที่อื่นๆโดยทีมงานมืออาชีพ สอบถามโทร.0848626639

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ประชาชนจ.นราธิวาส 5,000 คน ร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” บรรยากาศสุดคึกคัก(คลิป)

ประชาชนจ.นราธิวาส 5,000 คน ร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” บรรยากาศสุดคึกคัก ขณะที่นักปั่นจักรยานจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซียภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญของคนไทยทั้งประเทศ

วันนี้ 9 ธ.ค.61. นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยมีนายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายสมหวัง เรืองเพ็ง ปลัดจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส”จำนวน 5,000 คน ร่วมกิจกรรมฯ

หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ปล่อยตัวขบวนจักรยานกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ในเวลา 15.00 น. ณ จุด Start-Finish บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีขบวนจักรยานผู้พิการจากชมรมมือเลื่อนล้อนราธิวาส และผู้พิการในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเคลื่อนตัวออกจากจุด Start เป็นขบวนแรก ตามด้วยขบวนจักรยานโซน A นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตามด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส “ อย่างคับคั่ง ปั่นไปตาม 9 เส้นทางสิริมงคล 9 จุด ดังนี้ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา อ.เมือง จ.นราธิวาส , มัสยิดกลางประจำจังหวัดนราธิวาส ( หลังเก่าหรือมัสยิดยุมอีย๊ะ ) , หอนาฬิกาประจำเมืองนราธิวาส, มัสยิดกลางประจำจังหวัด หลังใหม่ , พลับพลาที่ประทับริมเขื่อนท่าพระยาสาย , พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ,ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และวัดพิกุลทอง รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นและสิ้นสุด ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้จังหวัดนราธิวาสได้จัดกิจกรรมจิตอาสาระหว่างปั่นจักรยาน คือ พิธีปล่อยพันธุ์กุ้งทะเลจำนวน 4 ล้านตัว ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส

สำหรับบรรยากาศโดยรวมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” เป็นไปอย่างคึกคัก มีจิตอาสาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสจำนวนมากมาช่วยอำนวยความสะดวกในกิจกรรม ” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ขณะประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ซึ่งเดินทางมาจาก 13 อำเภอในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้มีนักปั่นจักรยานจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จำนวน 24 คน เดินทางมาร่วมกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศแห่งความสุข ความทรงจำดีๆ และถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายมุสตอปา วานิ 1 ใน นักปั่นจักรยานจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” และตั้งใจฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง

ขณะที่การเปิดจำหน่ายกระบอกน้ำ “BIKE อุ่นไอรัก จ.นราธิวาส ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ได้รับความนิยมเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ โดยส่วนใหญ่ต้องการซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกในกิจกรรม” BIKE อุ่นไอรัก จังหวัดนราธิวาส” ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญของคนไทยทั้งประเทศ

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

ชาวกระบี่กว่า 3,700 คน ร่วมปั่น “Bike อุ่นไอรัก” พร้อมทั่วประเทศ(คลิป)

ชาวกระบี่กว่า 3,700 คน ร่วมปั่น “Bike อุ่นไอรัก” พร้อมทั่วประเทศ
9/12/61
บรรยากาศการจัดกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก จ.กระบี่ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. ประชาชนในพื้นที่ จ.กระบี่ กว่า 3,700 คน ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมปั่น “Bike อุ่นไอรัก” ซึ่งจัดพร้อมกันทั่วประเทศ บริเวณจุดปล่อยตัวลานด้านหน้าศาลากลาง จ.กระบี่ โดยทุกคนที่มาร่วมงานต่างพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อพระราชทาน โดยก่อนที่จะมีการปล่อยตัวผู้ร่วมกิจกรรม บรรดาเหล่านักปั่น ต่างนำรถจักรยานมาตรวจสอบสภาพความพร้อม ซึ่ง จ.กระบี่ ประสานให้นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ มาเปิดจุดให้บริการตรวจสภาพความพร้อมให้ฟรี ทั้งสภาพโซ่ ตรวจสภาพลมยาง นอกจากนี้ทาง รพ.กระบี่ และคลีนิกเอกชนหลายแห่ง ต่างพร้อมใจกันเปิดให้บริการตรวจสุขภาพนักปั่นฟรี ก่อนจะร่วมกิจกรรม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ต่อมา พ.ต.ท.ม.ล.กิตติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด และปล่อยตัวนักปั่นทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะมีประชาชนชาวไทยมาร่วมกิจกรรมกันจำนวนมากแล้ว ยังมีนักปั่นชาวต่างชาติ มาร่วมกิจกรรมบางส่วนด้วย โดย จ.กระบี่ กำหนดระยะทางไว้ 24 กม.ตลอดเส้นทางประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย และรถพยาบาล คอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง.
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------

วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561

อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส จัดงานเมาลิดสัมพันธ์ นำความสามัคคี สู่สันติสุข ให้ชุมชน ครั้งที่ 1 (คลิป)

อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส จัดงานเมาลิดสัมพันธ์ นำความสามัคคี สู่สันติสุข ให้ชุมชน ครั้งที่ 1

          (วันนี้) 8 ธ.ค.60 ณ สนามฟุตบอลบ้านตาเซะใต้ หมู่ที่ 6 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิด งานเมาลิดสัมพันธ์ นำความสามัคคี สู่สันติสุข ให้ชุมชน ในตำบลปะลุรู ครั้งที่ 1/2561 โดยมี นายมัสรูดิน ฮามิ กำนันตำบลปะลูรู นายอับดุลการิม สาอะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปะลุรู คณะกรรมการสภาสันติสุขตำบลปะลุรู เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา กลุ่มสตรี และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

         การจัดงานเมาลิดครั้งนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 8-9 ธันวาคม 2561 ภายใต้สภาสันติสุขตำบลปะลุรู โดยมีกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิ ขบวนพาเหรดจากหมู่บ้านต่างๆ จำนวน 9 หมู่บ้าน การแข่งขันกีฬาฟุตบอล ตะกร้อ ประเภทชาย การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และการแข่งขันขับร้องอานาซีดในภาคกลางคืน มีผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ จำนวน 1500 คน จากจำนวน 13 มัสยิด 9 หมู่บ้าน โดยแยกมัสยิดที่มาจากตำบลปะลุรู 12 มัสยิด และจากตำบลสุไหงปาดี จำนวน 1 มัสยิด

         สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเชิดชูเกียรติและรำลึกถึงคุณูปการของศาสดามูฮำหมัด (ซล.) ที่มีต่อศาสนาอิสลาม ส่งเสริมขนมธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น สร้างความรัก ความสามัคคี ลดความขัดแย้ง ความเห็นต่าง และเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ตำบลปะลุรูต่อไป

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ดูแลเพจโทร.099-230 9071

นทท แห่เที่ยวทุ่งนาเรือง จ.กระบี่ พื้นนากว่า100ปี ให้เป็นที่ท่องเที่ยวชุมชน หวังสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน(คลิป)

นทท แห่เที่ยวทุ่งนาเรือง จ.กระบี่ พื้นนากว่า100ปี ให้เป็นที่ท่องเที่ยวชุมชน หวังสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน

วันที่ 7 ธ.ค. 61 เวลา 15.00 น. ที่ทุ่งนาเรือง หมู่ที่ 4 บ้านบางคราม  ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอคลองท่อม โดยทุ่งนาเรืองนั้นอยู่ในพื้นที่ 6 ไร่ 3 งาน ของ นายวิทยา ทองด้วง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้เสียสละพื้นที่ของตนเพื่อทำเป็นที่สถานที่ท่องเที่ยว นวัตวิถีสินค้าโอทอปของชาวบ้าน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านและแหล่งศึกษาดูงาน ซึ่งทุ่งนาเรืองประกอบไปด้วยนาข้าวที่เขียวสดอันงดงาม โดยมีสะพานไม้เป็นทางเดินเท้าและขนำน้อยกลางทุ่งที่สวยงาม ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายรูปเซลฟี่ในหลายๆจุด เพื่อเป็นที่ระลึก และมีสินค้าโอทอปของชาวบ้านมากมาย ซึ่งแต่ละวันมีนักท่องเที่ยว 200 ถึง 300 คนต่อวัน 

นายวิทยา ทองด้วง ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ทุ่งนางเรืองแห่งนี้เป็นที่ท่องเที่ยวโอทอปนวัตวิถีชาวบ้าน เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จเพิ่มรายให้กับชาวบ้าน และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาดูงาน และเป็นจุดที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว และถ่ายรูปเซลฟี่ โดยต่อไปจะสร้างเป็นโฮมสเตย์เพื่อให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวสมารถมาพักพักได้จะรองรับประมาณ 50 คน ซึ่งขณะนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยว โดยในวันธรรมดาจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 100 คน และในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ในบรรยากาศช่วงเย็นๆ จะมากถึง 200 – 300 คน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจและชอบท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ หมู่บ้านโอทอปนวัตวิถี สามารถเดินทางมาได้ที่ ทุ่งนาเรือง บ้านบางคราม หมู่ที่4 ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม จ.กระบี่
///ทีมข่าวกระแสใต้-รายงาน///สนใจโฆษณาเว็บไซต์ กระแสใต้ 099-230 9071

-----------------------------------------------

ผู้ว่าฯนราธิวาสนำทุกภาคส่วนประกาศเจตนารมณ์ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน(คลิป)

ผู้ว่าฯนราธิวาสนำทุกภาคส่วนประกาศเจตนารมณ์ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน  เดินหน้านราธิวาสป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง  ภายใต้แนวคิด" Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต"

 วันนี้  7 ธ.ค.61. นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) จังหวัดนราธิวาส ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมีพลตำรวจตรี ดุษฎี ชูสังกิจ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงจังหวัดนราธิวาส  นายสมหวัง  เรืองเพ็ง จังหวัดนราธิวาส   นายณัฐวุฒ ขมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสร่วมพิธีฯจำนวนมาก

 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า งานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) ซึ่งตรงกับวันที่ 9 ธันวาคม ของทุกปี ประเทศไทยและนานาประเทศต่างตื่นตัวมุ่งมั่นแสดงเจตนารมณ์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มแข็ง เพื่อประกาศจุดยืนของทุกภาคส่วนที่ยินดีมีส่วนร่วมสร้างสังคมโปร่งใส และปฏิเสธการทุจริตทุกรูปแบบ  

 ซึ่งการจัดงานในวันนี้ นับเป็นมิติใหม่ในการสร้างเจตจำนงทางการเมือง ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทุจริต และจัดให้เป็นวาระแห่งชาติโดยการใช้กลไกลประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง เพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด" Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต" ปลุกประแสให้คนไทยต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่และปกป้องสิทธิของตนเองและประเทศชาติโดยไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับในสากล

 สำหรับกิจกรรมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) จังหวัดนราธิวาสครั้งนี้  ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มอบเงินรางวันและประกาศเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดคำขวัญ ภายใต้แนวคิด" Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต"หลังจากนั้นได้นำประกาศเจตนารมณ์ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมกับรับชมการถ่ายทอดสดจากส่วนกลาง โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธานเปิดงานฯ

  โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เยี่ยมชมนิทรรศการงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย ) จังหวัดนราธิวาส และขอความร่วมมือส่วนราชการ ภาคเอกชนกลุ่มมวลชน นำผืนผ้าไวนิลประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชั่นในครั้งนี้ นำไปปิดประกาศ ณ ที่ทำการของหน่วยงานเพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชั่นในหน่วยงาน

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

จับไม่หมดไม่สิ้น..ทหาร กกล.ผาเมือง สนธิกำลัง ตร.แม่อาย ตชด. ยึดยาไอซ์ ยาเค 27 เป้ กว่า 404 กก. มูลค่าหลายร้อยล้านบาท

จับไม่หมดไม่สิ้น..ทหาร กกล.ผาเมือง สนธิกำลัง ตร.แม่อาย ตชด. ยึดยาไอซ์  ยาเค 27 เป้ กว่า 404 กก. มูลค่าหลายร้อยล้านบาท
   เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 61 เวลา 21.15 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง ได้รับการประสานจาก  พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยะติ  ผกก.สภ.แม่อาย  ว่าได้รับรายงานจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดเข้ามาพักคอยไว้ในพื้นที่บริเวณร้านอาหารร้าง โรงแรมแม่อายธารา  ถนน แม่จัน – ฝาง  บ.ห้วยปู ม.1 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมือง  จึงได้สนธิกำลังร่วมกับ พันเอก เอกวุฒิ สุขรส ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และพันตำรวจโท นันทศักดิ์ กาศเกษม รักษาราชการแทนผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน สภ.แม่อาย  พ.ต.ต. พีระพจน์ ธุรกิจ สว.สส .สภ.แม่อาย  พ.ต. เสรี สมนึก หัวหน้ากองบังคับการควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334  ฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย และอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่อาย รวมกว่า 60 นาย เข้าทำการพิสูจน์ทราบตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว  เบื้องต้นตรวจพบชายต้องสงสัย ท่าทางมีพิรุธ แต่เมื่อชายคนดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่จึงรีบหลบหนีไปในทันที  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามไปแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้  พร้อมเข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ร้านอาหารร้าง(แม่อายธารา) จุดเกิดเหตุ พบเป้สนามเดินป่าสีเขียว จำนวน27 เป้ ภายในพบมีกระสอบฟางสีรุ้งแอบซุกซ่อน ยาไอซ์ 21 เป้ จำนวน 305 กิโลกรัม และยาเค 6 เป้ จำนวน 99 กิโลกรัม  นับรวมทั้งหมดได้  404 กิโลกรัม  รวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกันขยายการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ในบริเวณกว้าง  เพื่อหาสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติมแต่ไม่พบเพิ่มแต่อย่างไร  จึงได้นำยาเสพติดทั้งหมดออกจากพื้นที่และลำเลียงเข้ามาตรวจสอบที่  สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวน  สภ.แม่อาย  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดล็อตใหญ่กันต่อไป
แหล่งข่าวจาก  นกยุง – กิจการพลเรือนทหารกองทัพภาค 3

ณฐพัชร์ อภิโชคกุล  หัวหน้าสำนักข่าวเบาะแสภาคเหนือ   บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์   ///////  รายงาน  //////////
-----------------------------------------------

กระทรวงพลังงาน กรมการค้าภายใน และ กฟผ. ลงพื้นที่ภาคใต้ ติดตามความก้าวหน้า การรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทาง

กระทรวงพลังงาน กรมการค้าภายใน และ กฟผ. ลงพื้นที่ภาคใต้ ติดตามความก้าวหน้า
การรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทาง มั่นใจสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามแผน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และ ผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงพื้นที่ จ.ชุมพร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่ต้นทาง วัตถุดิบ ลานเท โรงสกัดน้ำมันปาล์ม โดยมั่นใจว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามแผน  

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พน.) พร้อมด้วย นายฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปชัย 
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และนายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. ลงพื้นที่ 
จ.ชุมพร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 7 - 8 ธันวาคม 2561 ติดตามความก้าวหน้าห่วงโซ่อุปทานการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง หน่วยที่ 3 จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ห่วงโซ่อุปทานการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ ตั้งแต่วัตถุดิบ, จุดรับซื้อผลปาล์ม, ลานเท รวมทั้งขั้นตอนการแปรสภาพ คือโรงสกัดน้ำมันปาล์ม สถานที่เก็บน้ำมันปาล์มดิบ ตลอดจน ท่าเรือขนส่ง มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอน ซึ่งจะทำให้การนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับ 
ก๊าซธรรมชาติที่โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา บรรลุผลสำเร็จตามที่วางแผนไว้ 

ทาง รมว. พน. และคณะ จะลงพื้นที่ 2 วัน โดยในวันที่ 7 ธันวาคม 2561 จะไปเยี่ยมชมโรงงานสกัด น้ำมันปาล์ม “บมจ.ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม” เพื่อดูกระบวนการผลิตและสถานที่เก็บน้ำมันปาล์มดิบ และเดินทางไปยังจุดรับซื้อผลปาล์มตาเงาะ ต.สลุย และจุดรับซื้อผลปาล์มตาหงษ์ ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมทั้งเยี่ยมชมลานเท และพบปะเกษตรกรเพื่อรับฟังสถานการณ์การรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบในพื้นที่ หลังจากนั้นเดินทางไปที่ท่าเรือน้ำลึกบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดูความพร้อมของท่าเรือที่จะใช้สำหรับ การขนส่งน้ำมันปาล์มดิบ
สำหรับในวันที่ 8 ธันวาคม 2561 จะเดินทางไปดูงานที่ท่าเรือ บริษัทโกลบอล อินเตอร์ จำกัด 
อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี และเยี่ยมชมสถานที่เก็บน้ำมันปาล์ม และท่าเรือ บริษัท PK Marine Trading หลังจากนั้นเดินทางไปที่โรงสกัดน้ำมันปาล์ม บริษัท กรีนลอรี่ จำกัด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ตลอดจนยังดูแลที่ จ.กระบี่ด้วย

ทั้งนี้ มั่นใจได้ว่าการดำเนินการต่าง ๆ ในการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ การขนส่ง ตลอดจนการนำน้ำมันปาล์มดิบมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติที่โรงไฟฟ้าบางปะกง หน่วยที่ 3 นั้น จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มได้สำเร็จตามแผนที่วางไว้ โดย กฟผ. จะเริ่มทยอยรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตไฟฟ้าและเริ่มทดสอบระบบภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2562 เป็นต้นไป และจะสิ้นสุดโครงการในเดือนกรกฎาคม 2562 รวมระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งสิ้น 6 เดือน
-----------------------------------------------

อบต.ไสไทย จัดกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อเตรียมความพร้อมเส้นทางสำหรับกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก”


องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย จัดกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อเตรียมความพร้อมเส้นทางสำหรับกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” จังหวัดกระบี่ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2561
วันที่ 7 ธันวาคม 2561 นายประจักษ์ สาระวารี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย พร้อมด้วย นายอาวุธ ไขแสง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าสำนักปลัด พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไสไทย ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลไสไทยและกลุ่มพลังมวลชนตำบลไสไทย ร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day โดยการเก็บขยะมูลฝอย ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ จัดระเบียบป้ายโฆษณา ปรับภูมิทัศน์ บริเวณสองข้างทาง ถนนกระบี่ – เขาทอง หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 4 ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
นายประจักษ์ สาระวารี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย กล่าวว่า ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” กิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ในวันที่ 9 ธันวาคม 2561 นี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และเสริมสร้างความรักความสามัคคีในครอบครัวและสังคม นั้น
จังหวัดกระบี่ได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยาน“Bike อุ่นไอรัก” โดยเริ่มต้นจากศาลากลางจังหวัดกระบี่ ไปยังหมวดทางหลวงอ่าวนาง แล้ววนกลับเส้นทางเดิม ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลไสไทย ได้รับมอบหมายจากจังหวัดจังหวัดกระบี่ ให้ดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณชุมชนตลอดเส้นทาง ในเขตพื้นที่ตำบลไสไทย องค์การบริหารส่วนตำบลไสไทยจึงได้จัดกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อเตรียมความพร้อมเส้นทางสำหรับกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” จังหวัดกระบี่ ในวันที่ 9 ธันวาคม 2561 โดยการเก็บขยะมูลฝอย ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ จัดระเบียบป้ายโฆษณา ปรับภูมิทัศน์ บริเวณสองข้างทาง เพื่อให้ตลอดเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติฯ ต่อไป

-----------------------------------------------

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ตชด.ผนึกกำลัง จับ อดีต สท.ของกลางยาไอซ์ 27 ยาบ้า กว่า 1 ล้านเม็ด เตรียมไล่ล่าหาต้นตอ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด .ผนึกกำลังร่วม ตำรวจภูธรและเจ้าหน้าที่ ทหาร  จากจังหวัดพัทลุง และจังหวัด นครศรีธรรมราช จับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า กว่า 1 ล้านเม็ด  ไอซ์  อีก 27 กก. มูลค่ากว่าร้อยล้าน พร้อมของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการ

เวลา  13.00 น วันที่  7  ธันวาคม  2561 พล.ท.พรศักดิ์   พูลสวัสดิ์  แม่ทัพภาค 4  พร้อมด้วย นายกู้เกียรติ  วงค์กระพันธ์  ผู้ว่าราชการจังหวัด  และพล.ต.ต.ธรัชชา  ถมปัทถ์ ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด   หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด   ตำรวจภูธร และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก ภาค 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช  และภาค 9 จังหวัดพัทลุง ขยายผลเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่   160  หมู่ 1 ต.ชะรัด  อ.กงหรา  จังหวัดพัทลุง ของนายสำเริง   รุยวิชัย   อายุ 45 ปี  อดีต  สท.เทศบาลตำบลชะรัด เจ้าของบ้าน แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น นายสำเริง ฯ  ได้ไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้า ทิ้งเพียงรถยนต์เก๋งโตโยต้าวีออส์ สีดำ
หมายเลขทะเบียน  ขท  8431  นครราชสีมา  ไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นรถ พบบริเวณกระโปรงหลังมียาบ้าซุกซ่อน
อยู่จำนวน  1 ล้าน 6 หมื่นเม็ด  พร้อมไอซ์บรรจุในถุงพลาสติกที่ถูกดัดแปลงเป็นถุงบรรจุชาอีกจำนวน 27 กก 


นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจค้นบ้านพัก ตรงบริเวณขนำ อยู่ด้านหลังบริเวณบ้าน พบยาบ้าอีกจำนวน 42,200  เม็ด ไอซ์อีกจำนวน 1 กก  อาวุธปืนขนาด ขนาด 9 มม จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนจำนวน 35  อาวุธปืนลูกซองยาวจำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปีนอีกจำนวน 2นัด พร้อมควบคุมตัวนายปรวิทย์    รุยวิชิต  อายุ 43 ปี น้องชายนายสำเริง ฯ เจ้าของขนำดำเนินคดี  ส่วนนายสำเริง  ฯ เจ้าหน้าที่จะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับต่อไป


สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เป็นผลต่อเนื่องจาก  กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ทุ่งสง ร่วมตำรวจชุดสืบสวน สภ.สิชล จังหวัดนครศรีธรรมราชจับผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวน 6 หมื่นเม็ด  ไอซ์อีกจำนวน 8 กก และหลังสอบสวนผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่าซื้อยาเสพติดทั้งหมดมาจากนายสำเริง  ในพื้นที่ ต.ชะรัด อ.กงหรา จังหวัดพัทลุง จนมีการขยายผลเข้าตรวจค้นจับกุมดังกล่าว
-----------------------------------------------

เผยโฉม "น้องต๊ะ" หนุ่มบิ๊กไบค์ พร้อม "ผู้กองดิน" นั่งซ้อนท้าย บิด R1 ไล่ผู้ต้องหาซิ่งกระบะแหกด่านที่กระบี่(คลิป)

เผยโฉม "น้องต๊ะ" หนุ่มบิ๊กไบค์ พร้อม "ผู้กองดิน" นั่งซ้อนท้าย บิด R1 ไล่ผู้ต้องหาซิ่งกระบะแหกด่านที่กระบี่

กรณีมีการเผยแพร่คลิปขณะตำรวจ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ขับรถไล่ล่ารถกระบะหนุ่มบุรีรัมย์ คลั่งยาขับแหกด่านข้ามจังหวัด ระหว่างพังงา และกระบี่ โดยซิ่งหนีแหกด่านหลายจุด เป็นระยะทางมากกว่า 100 กม. ตั้งแต่ สี่แยกนาเหนือ หมู่ 1 ต.นาเหนือ อ.อ่าวลึก ผ่านไปยัง อ.เมืองกระบี่ ก่อนวกกลับมาทาง อ.อ่าวลึก แล้วมุ่งหน้าเข้าไปยังเส้นทางเซ้าท์เทิร์นซีบอร์ด มุ่งหน้า จ.สุราษฎร์ธานี แต่ตำรวจสกัดจับได้ด้วยการยิงยางล้อรถจนรถคนร้ายเสียหลักลงข้างทาง หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก คุมตัวตรวจพบปัสสาวะเป็นสีม่วง สอบสวนเบื้องต้นสารภาพว่าทะเลาะกับแฟนสาวที่ จ.พังงา จากนั้นเกิดโมโหขับรถออกมาก่อนชนข้าวของเสียหายแล้วมุ่งหน้าหนีมาทาง จ.กระบี่ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาดำเนินคดีไป 4 ข้อหา ซึ่งในคลิปการไล่ล่าพบมีรถ จยย.บิ๊กไบค์ ยี่ห้อยามาฮ่า R1 สีน้ำเงิน ขับไล่ล่าร่วมอยู่ด้วยนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สภ.อ่าวลึก เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจาก ร.ต.อ.บดินทร์ หรือผู้กองดิน กะลูแป รอง สวป.สภ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นนายตำรวจที่นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.บิ๊กไบค์ และเป็นตำรวจที่ปรากฎในคลิปขณะใช้อาวุธปืนส่องไปที่ล้อรถของคนร้าย โดย ร.ต.อ.บดินทร์ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะกำลังเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสายตรวจ 191 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุของ สภ.อ่าวลึก ว่ามีรถกระบะของผู้ต้องหาคือนายเกียรติศักดิ์ ศรีเสมา อายุ 21 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ขับรถแหกด่านมาจากพื้นที่ ต.นาเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับ อ.ทับปุด จ.พังงา มุ่งหน้าไปทาง อ.เมืองกระบี่ และรถคันดังกล่าว ขับวกกลับมาทาง อ.อ่าวลึก อีกครั้ง หลังรับแจ้ง ตนจึงสั่งลูกน้องให้ตั้งด่านสกัดจับ โดยตั้งด่านอยู่ทางเข้าถนนเซ้าท์เทิร์นซีบอร์ด กระทั่งรถผู้ต้องหา ขับผ่านมาด้วยความเร็ว ฝ่าด่านที่ตนตั้งดักไว้ ต่อมามีรถ จยย.บิ๊กไบค์ ซึ่งขับไล่ตามรถคนร้าย มาจอดที่ด่านและบอกให้ตนขึ้นซ้อนท้ายไล่ตามไปด้วยกัน ตนเห็นว่าคนขับบิ๊กไบค์ น่าจะมีความชำนาญในการขับขี่ ประกอบกับจังหวะดังกล่าวเป็นช่วงเร่งรีบ จึงขึ้นซ้อนท้าย แล้วไล่ตามรถผู้ต้องหาไป

ผู้กองดิน เล่าต่อว่า หลังจากขับไล่ตามมาสักระยะ ตนก็ชักอาวุธปืนออกมา ตามยุทธวิธีในการไล่จับคนร้าย เนื่องจากเราไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุในรถ หลบหนีเรื่องอะไรมา และมีอาวุธอยู่ในรถด้วยหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ยิงใส่รถคนร้าย แต่ยางรถของคนร้ายระเบิดเอง จนรถมาเสียหลักลงข้างทาง ตำรวจจึงปิดล้อมจับกุมไว้ได้ ซึ่งผู้ต้องหายังอยู่ในอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงคุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวน ซึ่งตนต้องฝากชื่นชมหนุ่มที่ขี่รถบิ๊กไบค์ ไล่รถผู้ต้องหามาด้วย ที่ช่วยเจ้าหน้าที่ทำงานจนสำเร็จ อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนถึงพลเมืองดีที่พบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ หากไม่มีความชำนาญในการขับขี่รถ จยย. อย่าเสี่ยงทำแบบนี้ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ เนื่องจากช่วงที่มีการไล่ล่า ต้องใช้ความเร็วสูง ผู้ขับขี่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานจึงต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ

ขณะที่เจ้าตัวหนุ่มบิ๊กไบค์ คันที่ขับไล่ตามรถผู้ก่อเหตุ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ ทราบชื่อคือนายชัยณรงค์ หรือต๊ะ สุขอุ่น อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 1 ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา เปิดร้านปะยางรถยนต์อยู่ใกล้กับป้อมตำรวจบริเวณสี่แยกนาเหนือ หมู่ 1 ต.นาเหนือ สอบถามทราบว่าเจ้าตัวเคยเป็นนักแข่งรถ จยย.ทางเรียบ เคยเข้าร่วมแข่งขันในระดับประเทศมาแล้วหลายสนาม ทั้งสนามบุรีรัมย์ สนามไทยแลนด์เซอร์กิต สนามพัทยาเซอร์กิต เป็นต้น จึงมีความชำนาญในการขับขี่ และชอบขับรถบิ๊กไบค์ เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว

น้องต๊ะ เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไล่ล่าสุดระทึก ตนนั่งกินข้าวอยู่ร้านข้าวข้างป้อมตำรวจ บริเวณจุดสกัดสี่แยกนาเหนือ ต่อมาเห็นรถกระบะคันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็ว ฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่พยายามนำรถขับตามออกไป แต่ตนเห็นว่าผู้ก่อเหตุขับด้วยความเร็ว รถ จยย.ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่น่าจะตามได้ทัน ตนมีรถบิ๊กไบค์ R1 อยู่ จึงนำออกมาแล้วขับไล่ตามรถผู้ก่อเหตุ เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ โดยขับตามไปไกลมาก โดยไล่ตามรถของผู้ก่อเหตุไปติดๆ และติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งความเคลื่อนไหวให้ทราบเป็นระยะ จนมาถึงด่านทางเข้าถนนเซ้าท์เทิร์นซีบอร์ด จึงแจ้งให้ตำรวจขึ้นซ้อนท้าย โดยอาสาจะขับไล่ตามไปให้ จนสามารถตามทันและจับกุมผู้ก่อเหตุได้ดังกล่าว ยอมรับว่าช่วงนั้นรู้สึกตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายชัยณรงค์ เผยต่อว่า สิ่งที่ทำ ทำไปด้วยจิตสำนึกของพลเมืองดีเท่านั้น ไม่ได้อยากจะเด่น หรือดังอะไร ตนเห็นว่ารถตำรวจไม่สามารถไล่ตามทัน เพราะผู้ก่อเหตุขับใช้ความเร็วสูง รถตนที่ขับไล่ตามต้องใช้ความเร็วเกือบ 200 กม./ ชม. อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงพลเมืองดีคนอื่นๆ อย่าทำตาม เพราะการขับขี่ด้วยความเร็วขนาดนี้ ต้องใช้ความชำนาญจริงๆ ตนยอมรับว่าวันเกิดเหตุ อุปกรณ์ป้องกันไม่ได้สวมใส่ด้วย เพราะเร่งรีบกับเหตุการณ์ตรงหน้า อย่างไรก็ตามตนมีความชำนาญด้านนี้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจทำไป ไม่ว่าสังคมจะมองในมุมไหนก็พร้อมจะยอมรับ นอกจากนี้อยากฝากเตือนไปถึงเหล่าบรรดานักบิด ที่ชอบขับรถซิ่งตามท้องถนน หากเป็นไปได้ตนอยากให้หันไปขับขี่แข่งกันในสนามแข่งที่ได้มาตรฐานจะดีกว่า เพราะการขับขี่บนท้องถนนด้วยความเร็ว และไม่มีความชำนาญ อาจจะเกิดอันตรายกับตัวเอง และบุคคลอื่นได้.
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...