• กระบี่ติ่มซำ ไสไทย

    ขอเชิญทุกท่านร่วมแข่งขันกินขนมจีบในกิจกรรม "กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่"

  • กระบี่สมุนไพร

    ร้านขายยาสมุนไพรมานานกว่า 30 ปี โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง

  • ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • เมเจอร์

    เมเจอร์

  • Van VIP Krabi

    บริการถตู้เช่าเหมาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในจังหวัดกระบี่ และสถานที่อื่นๆโดยทีมงานมืออาชีพ สอบถามโทร.0848626639

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562

นายอำเภอสุไหงปาดี นำเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเดินรณรงค์เลือกตั้งโค้งสุดท้าย(คลิป)

นายอำเภอสุไหงปาดี นำเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเดินรณรงค์เลือกตั้งโค้งสุดท้าย

          ณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมี เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ประชาชน อสม. และนักเรียน ร่วมเดินรณรงค์ในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

           ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 17.00 น.พร้อมทั้งได้ตั้งเป้าหมายในการเลือกตั้ง ให้เป็นการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด ประกอบกับการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อประชาชนคนไทยทุกคน เนื่องจากเป็นการมอบอำนาจอธิปไตยให้กับผู้แทนแต่ละพื้นที่ไปทำหน้าที่ในการบริหาร ปกครองบ้านเมือง

           ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการเลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างไปจากการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว กากบาทเลือกได้เพียงหมายเลขเดียว แต่ได้ถึง 3 อย่าง คือได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง , ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ   และได้นายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจและให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่จะถึงนี้

           ทั้งนี้ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี  จึงได้จัดให้มีกิจกรรมการเดินรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ขึ้น โดยได้จัดรูปแบบเป็นขบวนเดินรณรงค์ เริ่มขบวนจากหน้าที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี เดินไปตามถนนเคาะประตูบ้านตามซอกซอยต่างๆ ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลปะลุรู มาสิ้นสุดที่หน้าที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดีอีกครั้ง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร หากประชาชนคนใดไม่มีเอกสารสิทธิหรือบัตรประชาชนหายให้มาติดต่อที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี ทุกวันในเวลาราชการไม่เว้นวันหยุด           

ภาพ/ข่าว ชาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

ระทึก!เจ้าของค่ายมวย ร้องศูนย์ดำรงธรรมหลังถูกผู้สมัคร ส.ส.ยืมเงิน รวม 3 แสน เบี้ยวจ่าย นานกว่า 3 ปี(คลิป)

เจ้าของค่ายมวย ร้องศูนย์ดำรงธรรมหลังถูกผู้สมัคร ส.ส.ยืมเงิน รวม 3 แสน เบี้ยวจ่าย นานกว่า 3 ปี พร้อมขู่ฆ่าตัวตาย หากเจ้าหน้าที่ช่วยไม่ได้

เวลา 11.30 น.วันที่ 20 มี.ค.62 นายอรุณ ธรรมดี อายุ 62 ปี ชาวจังหวัดสงขลา ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ว่าขอให้ประสานกับนายรุ่งโรจน์  ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.กระบี่ พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง มาเจรจาพูดคุยตกลงเรื่องหนี้สินที่ยืมไป เป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท หลังจากที่เคยฟ้องร้องเป็นคดีและศาลสั่งให้นายรุ่งโรจน์ คืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแล้ว แต่นายรุ่งโรจน์ กลับทำนิ่งเฉย ไม่ยอมจ่ายคืนให้ ทำให้รู้สึกร้อนใจและเป็นกังวลมาก เนื่องจากตัวเองก็ไปยืมเงินเพื่อนบ้านมาอีกทอดหนึ่ง โดยทุกวันนี้ก็ยังจ่ายคืนให้ไม่หมด พร้อมกับนำหลักฐานวันจ่ายคืนให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย ซึ่งจะมีลายเซ็นของผู้รับเงินเซ็นกำกับทุกเดือนที่จ่าย

นายอรุณ เล่าว่า ตนมีอาชีพค้าขาย และเป็นเจ้าของค่ายมวย ใน ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ได้รู้จักกับนายรุ่งโรจน์ ตอนนั้นนายรุ่งโรจน์ เป็นข้าราชการครู มีตำแหน่งเป็นถึง หัวหน้า สำนักงานประถมศึกษาอำเภอเมืองกระบี่ และเป็นผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่ และนับถือกันมาก ได้มาขอยืมเงิน หลายครั้ง บางครั้งตนไม่มี ก็ต้องนำทรัพย์สิน ไปขาย นำเงินมาให้นายรุ่งโรจน์  รวมจำนวน 3 แสนบาท โดยไม่มีสัญญา ซึ่งทุกครั้งที่นายรุ่งโรจน์ ได้เงินไปแล้ว ก็บอกว่าเดียวจะนำมาคืนให้ เมื่อทวงถามไปก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด และสุดท้ายเมื่อเดือน มีนาคม 59 ตนก็ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ กับนายรุ่งโรจน์ ซึ่งนายรุ่งโรจน์ ก็ยอมทำด้วยดี และสัญญาว่าจำนำเงินมาชำระคืนตนให้ครบ ในวันที่ 16 พ.ค.59 แต่เมื่อถึงครบกำหดชำระ นายรุ่งโรจน์ ก็ยังเฉย และบ่ายเบี่ยงตลอด

นายอรุณ กล่าวต่อว่า ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกัน ก็ได้ตัดสินใจยื่นฟ้องเพ่ง นายรุ่งโรจน์ ต่อศาลจังหวัดกระบี่ ซึ่งศาลก็ได้พิพากษา ให้นายรุ่งโรจน์ ชำระเงินจำนวน  3 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 15 ต่อปี คืนให้กับตนแต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เงินคืนจากนายรุ่งโรจน์ แม้แต่บาทเดียว ทำให้เป็นทุกข์ใจมาก และต้องนำทรัพย์สินที่มี ขายไปเพื่อนำเงินมาคืนให้กับคนที่ตนกู้ยืมเงินมาทุกเดือน ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท ซึ่งตอนนี้เหลืออยู่ ไม่กี่เดือนก็จะจ่ายครบแล้ว แต่จากนายรุ่งโรจน์ ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรมกระบี่ เป็นคนกลางช่วย และการร้องรั้งนี้ ก็ไม่ได้เป็นการดิสเครดิต ส.ส.เพราะนายรุ่งโรจน์ ไม่ได้เป็นตัวเต็ง ที่จะได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง นายรุ่งโรจน์ ก็ได้รับคำตอบว่าหลังเสร็จจากเลือกตั้ง ส.ส.ก็จะเข้ามาพูดคุด้วย ตอนนี้ไม่ว่าง หลังจากนั้นก็วางสายไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก ทำให้นายอรุณ เกิดความน้อยใจ และขู่ว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีข่าวดี ตนจะไปปีนเสาไฟ กระโดดฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีทางออกแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ได้เตรียมสถานที่ไว้แล้วก่อนที่จะมาศูนย์ดำรงธรรม ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ได้ยิน ถึงกับตกใจ และพยายามพูดหวานล้อม ให้นายอรุณใจเย็นๆทุกอย่างมีทางออก แต่สุดท้ายนายอรุณ ก็ได้เดินออกมาจากศูนย์ดำรงธรรมกระบี่ และขึ้นรถกลับไป ท่ามกลางความเป็นกังวลของเจ้าหน้าที่ และขอว่าในวันพรุ่งนี้ อย่าให้เป็นตามคำขู่ของนายอรุณ
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง. รายงาน
-----------------------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562

ไปไม่รอด!จับกุมสาวไทยปลอมพาสปอร์ตหวังกลับยุโรป

จับกุมสาวไทยปลอมพาสปอร์ตหวังกลับยุโรป
ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร นั้น

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.,นายกิตติพงศ์ กิตติขจร  รองผู้อำนวย การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พล.ต.ต.พนัญชัย  ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.๑, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.ท.สุรชัช สุวรรณศรี ผกก.3 บก.ทท.1, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2, พ.ต.ท.ระลึก  อินทรัศมี สว.กก2 บก.สส.สตม. 
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม.ได้จับกุม  นางสาว ฌานัญญา แดงทอง  ข้อหา “ปลอมและใช้หรือมีไว้ใช้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอม (หนังสือเดินทางประเทศไทย) ในการเดินทางระหว่างประเทศ”
สืบเนื่องมาจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปิดสภากาแฟ เชิญเจ้าหน้าที่สถานทูตต่างๆร่วมตั้งวงสนทนา สร้างความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนข้อมูลการกระทำความผิด และเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2562 เวลาประมาณ 09.00น. เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายประสานงาน สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส พบหญิง ไทย ชื่อ นางสาว ฌานัญญา แดงทอง ต้องสงสัยแสดงหนังสือเดินทางไทยปลอมเพื่อยื่นขอวีซ่าในการเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางของ นางสาว ฌานัญญาฯ พบว่า แผ่นกระดาษด้านในหนังสือเดินทางหน้าที่ 17, 18, 19 และ 20 มีความผิดปกติจากหน้าอื่นๆ มีร่องรอย แก้ไข ตัดตอน ต่อเติม โดยใช้แผ่นกระดาษจากหนังสือเดินทางเล่มอื่นมาตัดต่อติดกับหนังสือเดินทางของตน โดยใช้วิธีการอุดรูหมายเลขหนังสือเดินทางเดิมให้ตรงกับหมายเลขหนังสือเดินทางของตนเอง 

       จากการซักถาม นางสาว ฌานัญญาฯ รับว่าตนเองเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศเนเธอร์แลนด์ละอยู่เกินกำหนดอนุญาต โดยถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศเนเธอร์แลนด์ประทับตราห้ามเข้าประเทศในหนังสือเดินทางไทยในหน้าที่ 18 และ 19 เนื่องจากเกรงว่าจะไม่สามารถเดินทางกลับเข้าไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ได้อีก จึงว่าจ้างนางสาวน๊อตให้ช่วยดำเนินการแก้ไขกระดาษหนังสือเดินทางของตนในหน้าที่ 18 และ 19 ซึ่งนางสาวน๊อตได้ไปว่าจ้างให้ ชายไม่ทราบชื่อ ซึ่งติดต่อกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ชายคนดังกล่าวใช้ไลน์ชื่อว่า “ฟ้าใส”โดยนางสาว ฌานัญญาฯ ได้โอนเงินค่าดำเนินการเป็นจำนวนถึง 11,000 บาท ให้กับนางสาวน๊อตผ่านทาง Internet Banking 
จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ปฏิบัติงานในท่าอากาศยานต่างๆ เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะพร้อมใจกันทำหน้าที่ในฐานะประตูหลักของชาติ หากพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมายหลบซ่อนในพื้นที่ท่าอากาศยานให้แจ้งสายด่วน 1178 หรือ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเร็ว

***ภาพ/ข่าว ขอขอบคุณพันตำรวจตรีหญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

***สราวุต อ่อนทรวง พิราบข่าวรายงาน
-----------------------------------------------

สตูล เจ้าหน้าที่ทวงคืนผืนป่าพลิกฟื้นป่าชายเลนจากนายทุน

สตูล เจ้าหน้าที่ทวงคืนผืนป่าพลิกฟื้นป่าชายเลนจากนายทุน

        20 มีนาคม2562ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.อ.สุระ  แก้วไพโรจน์  รอง ผอ.รมน.จ.สตูล(ท.) ได้สั่งการให้ ร.อ.ปิยะเชษฐ์  หนูฉ้ง หน.ชรต.กอ.รมน.จ.สตูล พร้อมด้วยพ.อ.นิคม ทองอินทร์แก้วผบ.ร.5 พัน.2, บก.ควบคุมพล.ร.5,พ.ต.ภูมิศักดิ์   ศักดิ์เพชร หัวหน้าชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย กรมทหารราบที่ 5 ,เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.จว.ส.ต.และ ชปข.(ลับ) 203 ศปก.ทภ.4 บูรณาการกำลังร่ยมกับ  ภ.จว.สตูล, ชป.รส.ร.5 พัน.2,ฝ่ายปกครอง อ.เมืองสตูล, กก.6 ปป.การกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,ตชด.436, สนง.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สต.4 (ควนขัน), ศูนย์ป่าไม้สตูล, สนง.บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 และ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 34 - 37 และ 41 ได้ร่วมเข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าชายเลนในพื้นที่เป้าหมายตามแผนปฏิบัติการทวงคืน (พลิกฟื้น) ผืนป่าชายเลน ณ บริเวณบ้านคลองน้ำเวียน หมู่ 3 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล  จากการเข้าตรวจยึด ครวจพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกปรับสภาพเป็นบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์ เข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์ โดยการยกร่องคันดินปลูกพืชอาสินชนิดปาล์มน้ำมัน และต้นมะพร้าว จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ จำนวน 9 - 0 - 96 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่  15 ธ.ค.30 และกำหนดให้เป็นป่าอนุรักษ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ส.ค.43 ,ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ต.ค.43 และ อยุ่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนตอนที่ 5 จ.สตูล ซึ่งเป็นที่เป้าหมายทวงคืนผืนป่าตามคำสั่ง คสช.ที่ 64/57 ลง มิ.ย.57 แลเ คำสั่ง คสช.ที่ 66/57 ลง 17 มิ.ย.57 ซึ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้บุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ทำลาย หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่า รวมทั้งผู้สบคบและสนับสนุนช่วยเหลือ และตามนโยบายทวงคืน (พลิกฟื้น)คืนป่าชายเลน ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

     ทั้งนี้การปฏิบัติไม่พบผู้ต้องหาในพื้นที่เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดและ ได้มอบหมายเรื่องราวให้ นายเอกชัย  เถรว่อง หน.สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 34 ( ตำมะลัง สตูล) รับไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล เพื่อสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหา และผู้เกี่ยวข้องในฐานะตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ตามกฎหมายต่อไป

นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------

พบบ่อน้ำพุร้อนเค็ม แห่งใหม่ในกระบี่ ม.7 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม (คลิป)

พบบ่อน้ำพุร้อนเค็ม แห่งใหม่ในพื้นที่ม.7  ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม  จ.กระบี่  เผยในอดีตเป็นบ่อที่จระเข้มาวางไข่  เตรียมส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยมในชุมชน  เน้นจุดขายเป็นบ่อน้ำพุร้อน ตามธรรมชาติ  รายล้อมพันธุ์ไม้ธรรมชาติ ป่าพรุหายาก 
   วันที่20 มี.ค.62  นายม่าแอน  ลำพล  ผู้ใหญ่บ้านม.7 บ้านนา  ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่     ได้นำชาวบ้าน  เข้าสำรวจบ่น้ำพุร้อนเค็ม แห่งใหม่  ในพื้นที่ ม.7  ต.ห้วยน้ำขาว   หลัง ชาวบ้าน ได้ร่วมกันพัฒนาเส้นทาง เดินชมชมธรรมชาติ   ในพื้นที่    โดยบ่อน้ำพุร้อนเค็มที่พบใหม่ที่พบ เป็นบ่อทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร ลุกประมาณ 50  ซ.ม. มีร่องรอยชาวบ้านนำหินมาวางรอบๆ และนำไม้มาพาดเป็นเส้นทางเดิน  น้ำในบ่อใสสะอาด รสชาติเค็ม  มีอุณหภูมิ 35-40 องศา   ชาวบ้านที่มาพบได้ตักไปอาบ เพื่อสุขภาพคลายปวดเมื่อย  โดยห่างจากบ่อดังกล่าวประมาณ 100 เมตร ยังมี บ่อน้ำพุร้อนเค็มธรรมชาติขนาดใหญ่ในกลาง ป่าพรุ อีก1 จุด  ที่มีความกว้างเส้นผ่าศูนย์กลาง5เมตร ลึกกว่า1เมตร   ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บ่อจระเข้   ซึ่งเป็นบ่อที่สำรวจพบเมื่อไม่นานหน้านี้  ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยว นิยมมาแช่น้ำในบ่อดังกล่าวจำนวนมาก เนื่องจากคงความเป็นธรรมชาติ ห้อมล้อมด้วยต้นไม้ป่าพรุ  มีการนำวัสดุก่อสร้างมาตกแต่งแต่อย่างใด ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเทียวจำนวนมาก
 นายม่าแอน กล่าวว่า บ่อน้ำพุร้อนเค็ม ที่พบใหม่อยู่ในเขตพื้นที่ม.7 ต.ห้วยน้ำขาว   ซึ่งบ่อใหญ่ที่ชาวบ้านพบก่อนหน้านี้ ทราบว่าในอดีต เมื่อ100 กว่าปี    ชาวบ้านเล่าว่าเป็นบ่อที่มีจระเข้ ขนาดใหญ่ขึ้นมาวางไข่เป็นประจำ เป็นที่เกรงกลัวของชาวบ้าน ชาวบ้านจึงเรียกกันว่าบ่อวังจระเข้ ปัจจุบันไม่มีจระเข้อาศัยอยู่แล้ว  ชาวบ้านจึงได้เข้ามาพัฒนาเส้นทาง  เพื่อเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ คือ ล่องเรือคายัค ชมธรรมชาติ  ที่คลอง บ้านนาหนาน  แล้วมาแช่น้ำพุร้อนเค็มธรรมชาติ   เป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชน  โดยชาวบ้าน จะมีโอมเสตย์ไว้รองรับ   เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และวิถีชุมชน  
 ผู้ใหญ่บ้านนา กล่าวอีกว่า จากการสำรวจพื้นที่แล้ว ทางคณะกรรมการชุมชน ก็มีมติร่วมกันว่า จะไม่มีการนำสิ่งปลูกสร้างมาปรุงแต่ฝนพื้นที่ โดยจะเน้นให้คงความเป็นธรรมชาติ  เป็นจุดขายหลักของน้ำพุร้อนที่สำรวจทั้ง2แห่งนี้    ซึ่งขณะนี้ ทางชุมชนมีความพร้อม  ที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี   หากนักท่องเที่ยวสนใจ การท่องเที่ยวแบบธรรมชาติและวิถีชุมชน ก็มาเที่ยวได้ตลอดทั้งทั้งวัน   สามารถติดต่อได้ที่ ชุมชนบ้านนา ม.7 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี  โทร.086-1205293....
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------

สตูล จัดเทศกาลกินแตง แข่งม้า แหลมสน (คลิป)

สตูล จัดเทศกาลกินแตง แข่งม้า แหลมสน ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล
          วันนี้20 มีนาคม 2562ที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมสน ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงานประเพณีตำบลแหลมสน “กินแตง แข่งม้า” ครั้งที่ 4 ประจำปี 2562 ที่ บริเวณชายหาดตำบลแหลมสน หมู่ที่ 3 บ้านบุโบย ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูลโดยนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เทศกาลกินแตง แข่งม้า แหลมสน และนายอาหมัด เวศชศักดิ์  นายก อบต.แหลมสน เป็นผู้กล่าวรายงาน และร.ท.โอวิทยา เกลี้ยงจิตร  รอง  ผบ.นป.สอ.รฝ.452และหน่วยงานต่าง,นักท่องเที่ยว ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้ามาเที่ยวงานอย่างคึกคัก
         โดยกิจกรรมดังกล่าวมีการประกวดแตงโมน้ำหนักเยอะที่สุด  แข่งขันขี่ม้า แข่งวอลเลย์บอล นิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ กิจกรรมเดิน-วิ่งรณรงค์การออกำลังกายรักสุขภาพ ออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน และการจำหน่ายแตงโมราคาถูกกว่าท้องตลาด เนื่องจากเป็นการพบกันระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคโดยตรง นายอาหมัด  เวศชศักดิ์  นายกอบต.แหลมสน กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งใน ต.แหลมสนในอดีตให้ม้าเป็นยานพาหนะในการเดินทาง  ส่วนของแตงโมถือเป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่มีเนื้อที่ปลูกกว่า 700 ไร่ให้ผลผลิตไร่ละ2-3 ตัน เป็นแตงโมพันธุ์โบอิ้งที่มีรสชาติดี เพราะปลูกริมทะเลจึงมีรสชาติหวานและเนื้อกรอบอร่อย สร้างรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่นกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด จนเกษตรกรสามารถผลิตแตงโมมีคุณภาพดีส่งห้างแมคโครในจ.สตูลและภาคใต้ได้
นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------

ผวจ.นราธิวาส เปิดประตูระบายน้ำสูบน้ำจากคลองน้ำดำ แก้ปัญหาไฟไหม้ป่าและบรรเทาภัยแล้งเพื่อเป็นน้ำต้นทุนดับไฟไหม้ป่า (คลิป)

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดประตูระบายน้ำสูบน้ำจากคลองน้ำดำ แก้ปัญหาไฟไหม้ป่าและบรรเทาภัยแล้งเพื่อเป็นน้ำต้นทุนดับไฟไหม้ป่า และเพิ่มความชุ่มชื้นแก่พื้นที่พรุบาเจาะ

  ที่สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าคลองยะกัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่เพื่อเปิดประตูระบายน้ำสูบน้ำจาก “คลองน้ำดำ” แก้ปัญหาไฟไหม้ป่าและบรรเทาภัยแล้ง โดยผันเข้าสู่“คลองระบายน้ำพรุบาเจาะสายที่ 2 และสายที่ 4 โครงการพรุบาเจาะ – ไม้แก่น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าคลองยะกัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการดับไฟป่าและยกระดับน้ำใต้ดิน เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่พรุบาเจาะ โดยมีนายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส  นายยาลา ใบกาเด็ม นายอำเภอยี่งอ นายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 17 นายเดช เล็กวิชัย ผู้อำนวยการชลประทานนราธิวาส ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน


  ทั้งนี้ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าคลองยะกังพร้อมอาคารประกอบ โครงการพรุบาเจาะ – ไม้แก่น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2555 มีอัตราค่าไฟฟ้าชั่วโมงละ 260 บาท ต่อชั่วโมงต่อเครื่อง สามารถสูบน้ำได้ 1.0 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 3 เครื่อง สถิติการสูบน้ำปี พ.ศ. 2559 ผันน้ำเข้าพรุบาเจาะสูงสุด เป็นเวลา 1,200 ชั่วโมง ปริมาณน้ำ 4,320 ล้านลิตร โดยมีการบริหารจัดการช่วงภัยแล้ง คือการเปิดเครื่องสูบน้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าคลองยะกัง โครงการพรุบาเจาะ – ไม้แก่น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่โครงการพรุบาเจาะ – ไม้แก่น โดยการสูบน้ำจากคลองยะกัง เพิ่มไปยังคลองระบายน้ำพรุบาเจาะสายที่ 2 และคลองระบายน้ำพรุบาเจาะสายที่ 4 ซึ่งโครงการพรุบาเจาะ – ไม้แก่น ที่มีพื้นที่ 96,400 ไร่

   โดยมีความเชื่อมโยงกับโครงการอนุรักษ์พรุบาเจาะพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลาง ร้อยละ 20 นิคมสหกรณ์บาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสพระชนมายุ60 พรรษา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลุโบะบือซา ตำบลตะปอเยาะ ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส /ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส /ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส มีความยาวคันเก็บกักน้ำ15,750 เมตรพื้นที่ประมาณ 5,500 ไร่ ซึ่งการเปิดประตูระบายในครั้งนี้จะช่วยให้สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่พรุบาเจาะดีขึ้น เนื่องจากมีแหล่งน้ำต้นทุนในการดับไฟป่า และยกระดับน้ำใต้ดินเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่พรุบาเจาะอีกทางหนึ่ง

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำผู้สมัครจาก 3 จ.ใต้ ปราศรัยใหญ่ที่ อ.รือเสาะ ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาให้กำลังใจแน่นสนามกีฬา

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำผู้สมัครจาก 3 จ.ใต้ ปราศรัยใหญ่ที่ อ.รือเสาะ ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาให้กำลังใจแน่นสนามกีฬา ทำให้รถติดในเขตเทศบาลตำบลรือเสาะนานหลายชั่วโมง ชูประเด็นพร้อมรับแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เปลี่ยนเสียงระเบิดเป็นเสียงเครื่องจักร เปลี่ยนงบลับเป็นงบลงทุน ชูปลูกกัญชาครัวเรือนละ 6 ตัน สร้างรายได้ปีละ 400,000 บาท

            ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นายอนุทิน ชาญวิรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ดร.นาที รับกิจประการ กรรมการบริหารพรรค ศุภชัย ใจสมุทร กรรมการบริหารพรรคฯ นำตัวผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขึ้นเวทีแนะนำตัวให้กับประชาชนที่มานั่งฟังการปราศรัยใหญ่พร้อมรับฟังนโยบายของพรรคฯ โดยมีประชาชนจากพื้นที่ 3 จ.ใต้ มาร่วมต้อนรับมอบดอกไม้และถ่ายรูปกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จำนวนไม่น้อยกว่า 35.000 คน จนแน่นสนามท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ โดยไม่มีใครยอมหนีไปไหน

            จากนั้นผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทยจากพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สลับกันขึ้นเวทีแนะนำตัวให้ประชาชนที่มาร่วมรับฟังนโยบายได้รู้จักพร้อมนำเสนอในสิ่งที่นโยบายพรรคมีความต้องการที่จะพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ก้าวไกลไปในทุกๆด้านทั้งด้านการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาเยือนและชื่นชมในความสวยงามของธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดรายได้และการหมุนเวียนของเงินตราให้เกิดความมั่นคงต่อประชาชนในอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากการแก้ปัญหาด้านการประมง การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม

            จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูใจไทย ได้ขึ้นปราศรัยนโยบายของพรรคที่จะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี โดยการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนโดยเฉพาะยางพารา ซึ่งทางพรรคนโยบายชัดที่จะรับที่จะทำให้ราคายางพาราสูงถึงกิโลกรัมละ 70 บาท ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ 5 บาท การยกระดับ อสม.เป็นหมอประจำบ้าน ค่าตอบแทน 2,500 – 10,000 บาท ต่อเดือน ลดอำนาจรัฐเปลี่ยนเสียงระเบิดเป็นเสียงจักรกล ทวงคืนคืนกำไรให้เกษตรกร เปลี่ยนสวนปาล์มเป็นบ่อน้ำมัน โรงไฟฟ้าจากน้ำมันปาล์ม ยางพาราระบบกำไรแบ่งปันเป้าหมายที่ กก.ละ 70 บาท แก้กฎหมายประมงเพื่อทางรอดชาวประมงไทย ออกกฏหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้  เปลี่ยนเสียงระเบิดเป็นเสียงเครื่องจักร เปลี่ยนงบลับเป็นงบลงทุน สร้างงาน สร้างรายได้ แก้หนี กยศ ปลดภาระผู้ค้ำประกัน ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีค่าปรับ ผ่อนคืนเงินต้น 10 ปี ปลอดหนี้ 5 ปี เรียนออนไลน์ฟรีตลอดชีพ ทุกคนต้องมีโอกาสได้เรียนฟรีเท่าเทียมกัน

            ซึ่งตลอดเวลาของการแถลงนโยบายของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ สร้างเสียงปรบมือจากประชาชนที่มารับฟังนโยบายอยู่ตลอดเวลาเป็นระยะๆ แต่ที่ทำให้เกิดเสียงหัวเราะและสร้างรอยยิ้ม และเสียงปรบมือด้วยความชื่นชอบของประชาชนมากที่สุดคือ นโยบายการสร้างรายได้อย่างมหาศาลต่อครอบครัวในยามเศรษฐกิจฟืดเคือง คือการปลูกกัญชาครัวเรือนละ 6 ต้น และเมื่อปลูกแล้วจะสามารถไปขายให้กับองค์กรภาครัฐที่จะตั้งขึ้นมา กก.ละ 70,000 บาท  นำไปผสมอาหารได้ ปรุงอาหารได้ รักษาโรคได้ ป้องกันโรคได้ จะสร้างรายได้ครัวเรือนละ 400,000 บาท ต่อปี

            ด้าน ดร.นาที รับกิจประการ กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย อดีต สว.และ สส.จ.พัทลุงในฐานะแม่ทัพของพรรคดูแลผู้สมัคร สส.ใน 14 จังหวัดภาคใต้ 50 เขต  เปิดเผยว่า ในวันนี้มีโอกาสมาพบปะกับผู้สมัคร สส.ของพรรคใน 3 จังหวัดภาคใต้ ส่งครบ 11 เขต โดยนโยบายเน้นในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ พร้อมยกระดับภาคใต้ให้เท่าเทียมภาคกลางที่มี AEC และนโยบายการเกษตร การศึกษา ให้เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะนักศึกษาที่จบมาจากต่างประเทศ ซึ่งจะต้องได้รับการยอมรับจากประเทศไทย การเรียนฟรีทางมือถือเพื่อลดภาระของครอบครัว และการสร้างงานให้ประชาชนในพื้นที่ การพัฒนาการท่องเที่ยว ในฝั่งอ่าวไทย การแก้ปัญหาการประมงพื้นบ้านจะต้องทะลายทุกข้อจำกัดที่เป็นปัญหาอุปสรรคอยู่ในขณะนี้ เรื่องของ OTOP  เรื่องของอาหาร ผ้า และสินค้าต่างๆที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น ต้องสร้างให้เป็นรายได้แก่ท้องถิ่นไปด้วย

            ในส่วนของ 3 จังหวัดภาคใต้ 11 ที่นั่ง ทางพรรคได้ส่งทุกเขต และคาดการไว้อย่างน้อย 5 เขต ถ้าประชาชนให้โอกาส

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

กระบี่แก้ปัญหาน้ำเน่าลงสู่ทะเล

จากกรณีที่ได้เกิดปัญหาน้ำเสียในคลองจากลงทะเลในพื้นที่ อบต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ หลายฝ่ายได้ร่วมกันหารือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว  โดยนายพันคำ กิตติธรกุล. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง ได้รับไปดำเนินการแก้ไขปัญหา ด้วยการจัดทำฝาย 4 ฝาย เพื่อชะลอตะกอนน้ำ ในแต่ละชั้น เพื่อตักตะกอนแล้วค่อย ๆ ปล่อยให้น้ำที่ใสไหลลงสู่ทะเล  สำหรับการปฏิบัติงานในวันที่ 19 มีนาคม 2562  นายก อบต.อ่าวนาง กล่าวว่า ได้ทำแนวกั้นน้ำ โดยใช้หินก้อนใหญ่เป็นแนว นำกาบมะพร้าวใส่ถุงวางเป็นแนวให้น้ำไหลผ่านเพื่อกรองตะกอน เพิ่มเติมอีกชั้น นอกจากจากฝายที่กำหนดไว้ ที่จุดก่อนจะออกสู่ทะเล เพื่อตักตะกอน และโคลนตม ในลำคลอง ขึ้นไปฝังกลบยังที่ปลอดภัย สามารถตักตะกอนและโคลนที่หมักหมมมานานแล้วประมาณ 30 % ทำให้น้ำที่ไหลลงมาสู่บริเวณปลายน้ำมีลักษณะใสสะอาด เป็นที่น่าพอใจ และหากมีกลิ่นได้เตรียมแผนบริหารจัดการไว้แล้ว  อย่างไรก็ตามจะยังคงดำเนินการตามแผนและขั้นตอนที่กำหนดไว้ คือ การ 4 ช่วงฝาย ซึ่งมีกระบวนการของการดังกลุ่น การเติมอากาศ การทำให้น้ำตกตะกอน และการกรองน้ำก่อนล้นลงสู่ชายหาด  ซึ่งการดำเนินการในส่วนนี้จะต้องดำเนินการให้เกิดความยั่งยืน โดยจังหวัดจะนำมาตรการจัดระเบียบสังคมและมาตรการทางกฏหมายมาบังคับใช้ควบคู่ไปด้วย 
 พ.อ.ชัยพิพัฒน์ รันสูงเนิน รอง ผอ.รมน.จ.กระบี่ กล่าวว่า ในภาพรวมวันนี้น้ำใสในระดับใกล้เคียงกับน้ำดื่มบรรจุขวด ส่วน ในวันพรุ่งนี้ 20 มีนาคม 2562 จะมีกลุ่มจิตอาสา ร่วมกันพัฒนาลำน้ำ คลองจาก และนำอุปกรณ์ดูดโคลนตม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่มาเสริมการปฏิบัติงานด้วย
=========================================
วีดีโอที่เกี่ยวข้อง
-----------------------------------------------

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562

พบระเบิดเพิ่มอีก 3 ลูกบนเกาะ คาดเป็นของคนเฝ้าเกาะ เจ้าหน้าที่ อีโอดี เตรียมเก็บกู้(คลิป)

 พบระเบิดเพิ่มอีก 3 ลูกบนเกาะ คาดเป็นของคนเฝ้าเกาะ เจ้าหน้าที่ อีโอดี เตรียมเก็บกู้

กรณีเกิดเหตุระเบิดบน “เกาะเหลาไป” จ.พังงา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตบนเกาะ จำนวน 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งคาดว่าระเบิดดังกล่าวเกิดจากคนเฝ้าเกาะทำไว้เพื่อป้องกันคนลักลอบเข้าไปเก็บรังนก อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพังงา สภ.เกาะยาว จ.พังงา สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ชุด EOD และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำโดย พ.อ.ชัยพิพัฒน์ รันสูงเนิน รอง ผอ.กอ.รมน.จ.กระบี่ พร้อมด้วยญาติผู้เสียชีวิต เข้าตรวจสอบและชี้จุดที่เกิดเหตุ รวมทั้งตรวจสอบพื้นที่ 
    จากการตรวจสอบจากแผ่นที่ทหาร พบว่า เกาะเหลาไปเป็นเกาะที่อยู่ในเขตพื้นที่ จ.พังงา สภาพทั่วไปเป็นเกาะภูเขาเล็กๆ มีกระท่อมอยู่บริเวณหน้าเกาะ รวมทั้งป้ายข้อความซึ่งคาดว่าเป็นป้ายที่คนเฝ้าเกาะรังนกนางแอ่นทำไว้ เพื่อห้ามไม่ให้คนภายนอกขึ้นไปบนเกาะ โดยระบุข้อความว่า “เขตอนุรักษ์พันธ์นกนางแอ่นห้ามเข้า” และมีข้อความภาษาอังกฤษ ในเบื้องต้นไม่พบคนอยู่บนเกาะแต่อย่างใด
     หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุด EOD ได้ใช้เครื่องตรวจสอบหาวัตถุระเบิดตรวจสอบไปยังจุดต่างๆ จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ต้องทำงานด้วยความระมัดระวัง ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นมีระเบิดซุกอยู่ใต้ดินอีกจำนวน 3 ลูก ซึ่งเป็นระเบิดที่ยังไม่ทำงาน โดยวางกระจายไว้บริเวณทางขึ้น ใกล้กระท่อม และบริเวณปากทางถ้ำ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ขึ้นไปบนเกาะถอนกำลังออกทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าเกิดอันตราย และคาดว่าน่าจะมีระเบิดฝังอยู่อีกหลายลูก

สำหรับระเบิดที่วางไว้ในเบื้องต้นคาดว่าเป็นระเบิดที่ทำขึ้นเอง เพราะจากการตรวจบาดแผลของคนเจ็บ คนตาย และที่เกิดเหตุพบสะเก็ดระเบิดที่ทำจากตะปู โดยระเบิดดังกล่าวใช้แบตเตอรี่ในการควบคุม การจะเข้าไปตรวจสอบต้องรอให้แบตเตอรี่หมดก่อน เนี่องจากขณะนี้ไม่สามารถระบุได้ว่ามีการฝังไว้จุดไหนบ้าง

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. ชองวันที่ 18 มี.ค.62 ร.ต.ท.ณกรณ์ ชาติภัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ รับแจ้งมีคนถูกระเบิดได้รับบาดเจ็บ ในพื้นที่ จ.พังงา โดยจะนำมาขึ้นที่ท่าเรือบ้านคลองกรวด หมู่ 6 ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ พร้อมประสาน จนท.กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา รุดไปยังที่เกิดเหตุ

โดยคนเจ็บถูกนำตัวมาโดยเรือหางยาว ทราบชื่อคือนายสมชาย หลงจิ อายุ 35 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.เขาทอง มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขาขวา แขนขวาหัก บริเวณไหล่ซ้าย มีบาดแผล จนท.รีบปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่ง รพ.กระบี่ โดยมีนายสมคิด ทองดี อายุ 38 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.เขาทอง เพื่อนของผู้บาดเจ็บนำมาส่ง โดยนายสมคิด แจ้งกับตำรวจว่ายังมีคนเจ็บสาหัสอีก 1 ราย อาการสาหัส ยังอยู่บนเกาะ คือนายบุญรอด ทองดี อายุ 25 ปี จนท.จึงประสานไปยัง ตร.จ.พังงา ให้เข้าไปตรวจสอบแล้ว

สอบถามนายสมคิด เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตน และเพื่อน รวม 3 คน ขับเรือออกไปที่เกาะแต่ช่วงเช้าของวันที่ 18 ที่ผ่านมา เพื่อจะขึ้นไปเก็บกล้วยไม้บนเกาะ กระทั่งตอนบ่าย ขณะที่พวกตน 3 คน กำลังปีนหน้าผาลงมาพบปากถ้ำแห่งหนึ่งบนเกาะ ปรากฎว่านายบุญรอด ลงไปเหยียบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ฝังไว้บนพื้นดิน ก่อนจะเกิดระเบิดดังสนั่น เป็นเหตุให้นายบุญรอด และนายสมชาย บาดเจ็บดังกล่าว ส่วนตนลงมาทีหลัง จึงไม่ถูกระเบิด ซึ่งสาเหตุที่ไม่สามารถช่วยนายบุญรอด ออกมาได้ เพราะตนต้องพานายสมชาย ออกมาก่อน เพราะนายบุญรอด หมดสติไปแล้ว และตนสามารถช่วยได้เพียงคนเดียว

เบื้องต้นตำรวจ สภ.อ่าวนาง ได้ประสานไปยัง ตร.จ.พังงา ให้ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเบื้องต้น คาดว่าระเบิดดังกล่าว เป็นของกลุ่มสัมปทานรังนกอีแอ่น เพื่อป้องกันคนขโมยรังนก ซึ่งตำรวจจะตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง สำหรับนายบุญรอด ทองดี ที่หมดสติอยู่บนเกาะ ทางญาติ ได้เดินทางไปหาตัว เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พบว่าเสียชีวิตแล้ว
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...