• กระบี่ติ่มซำ ไสไทย

    ขอเชิญทุกท่านร่วมแข่งขันกินขนมจีบในกิจกรรม "กินจุ กินไว ลุ้นไปฮอกไกโด/เชียงใหม่"

  • ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • เมเจอร์

    เมเจอร์

  • Van VIP Krabi

    บริการถตู้เช่าเหมาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในจังหวัดกระบี่ และสถานที่อื่นๆโดยทีมงานมืออาชีพ สอบถามโทร.0848626639

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2562

ชาวบ้าน ม.3 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ สุดทนถนนพังเดือดร้อนทั่วหน้า

ชาวบ้าน หมู่ที่ 3 ต.หน้าเขา  อ.เขาพนม สุดทน ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ  ไม่มีการซ่อมแซม  ขณะที่อบต.หน้าเขาบอกกับชาวบ้านว่าให้รองบประมาณ
วันที่ 22 ม.ค. 62
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.หน้าเขา  อ.เขาพนม จ.กระบี่ ว่าถนน ถ้ำโกบ – วัดถ้ำเขาดิน  ซึ่งมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้การจราจรบนถนนสายนี้  ทั้งรถจักยานยนต์ รถยนต์ หรือแม้กระทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่ ต่างวิ่งด้วยความทุลักทุเล  โยกไปทางซ้ายทีขาวที  เพื่อต้องการหลบหลุมขนาดใหญ่บนถนน    บางจุดรถต้องวิ่งไหล่ทางขอบถนนเพื่อหลบหลีกหลุม  ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้เส้นทางถนนสายใหม่เป็นช่วงๆเพื่อหลบหลุมขนาดใหญ่  ขณะที่การขนส่งพืชผลทางการเกษตรยางพาราและปาล์มน้ำมันก็ลำบาก ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมานานนับปี
นายไพรัช บุญฤทธิ์  อายุ 41 ปี  บ้านเลขที่ 333 หมู่ที่ 3  ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า  ถนนสายนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ อบต.หน้าเขา  โดยถนน สาย ถ้ำโกบ – วัดถ้ำเขาดิน เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง หมู่บ้าน ตำบลหน้าเขา และตำบลเขาดิน  อ.เขาพนม  มีการประสานงานไปยัง ทาง อบต.หน้าเขา หลายครั้งแล้ว  ซึ่ง ทาง อบต.หน้าเขาบอกว่าให้รองบประมาณ รอทำแผนพัฒนา  จนตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้องไม่รู้จะทำอย่างไร  ชาวบ้านเดือนร้อนไปส่งลูกไปโรงเรียน ลำบากมาก การขนส่งพืชผลทางการเกษตรต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อความสะดวก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน
นางหรรษลักษณ์ ผลบุญ  อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 3 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม กล่าวว่า ลำบากมากๆในการเดินทางถนนสายนี้  จะไปทำธุระก็ต้องใช้เวลานานมากขึ้น  เคยมาจากตลาดซื้อแกงถุงกลับบ้าน รถคว่ำถุงแกงตกแตกกระจัดกระจาย  ขณะที่ตนเองใช้ความระมัดระวังอย่างสูงแล้ว ต้องการให้ถนนสายนี้มีการซ่อมแซมให้เรียบร้อยโดยเร็ว
นายสุพัตร  รอดรุ่ง อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 115 หมู่ที่ 1 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม กล่าวว่า  การเดินทางไปทำงานบรรทุกปาล์มน้ำมัน หรือยางพารา ไม่มีความสะดวก  ต้องคอยหลบหลุม เป็นเวลานานแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบ มาให้ความหวังไว้ทุกครั้ง  แต่ไม่เคยทำอะไรสักครั้ง มาพูดอย่างเดียวแต่ไม่มีการซ่อมแซมถนนสาย ถ้ำโกบ – วัดถ้ำเขาดิน  แม้แต่ครั้งเดียว
ขณะที่ผู้สื่อข่าว ได้โทรติดต่อสอบถามไปยัง นายนำชัย รอดชู ปลัด อบต.หน้าเขารักษาการนายก อบต.หน้าเขา ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาถนนสายถ้ำโกบ – วัดถ้ำเขาดิน  หมู่ที่ 3 ต.หน้าเขา  ไม่รับสายแต่อย่างใด....
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง. รายงาน
-----------------------------------------------

เผารถยนต์ 2 คันในโรงจอดรถ อบต.ปะลุกาสาเมาะ จ.นราธิวาส


เผารถยนต์ ชรบ.ในโรงจอดรถ อบต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียหาย 2 คัน

เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 21 มกราคม 2562 ร.ต.อ.สุพิชัย สร้อยนาค ร้อยเวร สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุรถยนต์ ซึ่งจอดอยู่ภายในโรงจอดรถของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลปะลุกาสาเมาะ ตั้งอยู่ ม.2 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้รับความเสียหายทั้งคัน รวม 2 คัน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปคุ้มกันให้กับเจ้าหน้าที่ชุดดับเพลิงของ อบต.
 เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ พบไฟกำลังโหมไหม้อย่างรุ่นแรงที่บริเวณรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สี บรอนส์ เงิน ทะเบียน บต.701 นราธิวาส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมรถดับเพลิงร่วมกับชาวบ้านกำลังฉีดน้ำดับเพลิงกันอย่างวุ่นวายเพื่อสกัดไม่ให้ไฟลามไปยังอาคารใกล้เคียง โดยโรงจอดรถยนต์ดังกล่าวสร้างไว้ที่บริเวณด้านซ้ายข้างอาคารสำนักงาน โดยใช้เวลากว่า 30 นาที ไฟจึงสงบลง จากนั้นจึงช่วยกันกั้นพื้นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบอีกครั้งในช่วงเช้า
 ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดวิทยาการและเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองของหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบรถยนต์คันดังกล่าวมีต้นไฟมาจากห้องเครื่องแล้วลามไปทั่วทั้งคัน โดยกระจกด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลังแตกละเอียดไม่เหลือร่องรอย ยาง 4 เส้น ถูกความร้อนจากไฟจนระเบิด แรงดันระเบิดอัดจนกระบะท้ายฉีก ส่วนกระบะท้ายพบถ่านบรรทุกไว้เต็มกระบะ ถูกไฟไหม้จนเกรียม ได้รับความเสียหายทั้งคัน
 ห่างกันเพียง 1 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ฟอร์ด 4 ประตู สี บรอนส์ทอง ทะเบียนกข 3972 นราธิวาส ซึ่งเป็นรถยนต์ของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลปะลุกาสาเมาะ ถูกความร้อนเผาจนกระจกมองหลังด้านซ้ายละลาย ยางด้านซ้าย หน้าและหลังบวมปูด สีด้านซ้ายไหม้ กระจกหน้ามีรอยร้าว
 จากการสอบสวนนายรอมะมือลี ดือราแม ที่อยู่111/2ม.9 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส มีตำแหน่งเป็นชุดคุ้มครองหมู่บ้านและทำหน้าที่เฝ้า อบต.ปะลุกาสาเมาะ ให้การกับเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นว่า ต้นมีอาชีพรับซื้อถ่านในหมู่บ้านและถ้ามีเวลาจะเผาเองด้วย เพื่อนำไปส่งยังลูกค้าในพื้นที่ต่างจังหวัด เช่น พัทลุงเป็นต้น โดยก่อนเกิดเหตุ ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดไว้ในโรงจอดรถของ อบต.จากนั้นจึงมานั่งเฝ้าเวรยามที่ป้องข้างประตูทางเข้า อบต.ขณะเกิดเวลา ประมาณ 03.00 น.ได้ยินเสียงคล้ายไฟไหม้ที่บริเวณโรงจอดรถ จึงวิ่งไปดูก็เห็นไฟกำลังโหมไหม้ที่รถยนต์ พร้อมกับมีเสียงดังล้อระเบิดขึ้น จำนวน 5 ครั้ง จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ จากนั้นจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของ อบต.มาช่วยกันฉีดจนไฟดับลง
 ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบสวนของเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นก่อกวนของผู้ไม่หวังดี เนื่องจากเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวเป็น ชรบ.ในพื้นที่ด้วย.

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

รวมใจเป็นหนึ่งเดียว"รมพล คนประกัน "ครั้งที่1 จ.กระบี่ (คลิป)

            รวมใจเป็นหนึ่งเดียว "รวมพล คนประกันครั้งที่ 1" จ.กระบี่
ณ ห้องอาหาร  MOUNTAIN VIEW จังหวัดกระบี่ สมาคมไทฟา และภาคีเครือฃ่าย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องร่วมในงานกิจกรรม รวมพล คนประกัน ครั้งที่ 1 โดยมี พ.ต.ท.ปิติวัฒน์  ชลิตวีรุตม์ ประธานสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินจังหวัดกระบี่ (Thaifa krabi) พร้อมด้วย นายเจริญรุ่งเรือง  กิ่งแก้ว ประธานที่ปรึกษาสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินจังหวัดกระบี่ (Thaifa krabi) นางสิริรัชนี  พืชมงคล ผ.อ.สำนักงาน คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัยจังหวัดกระบี่ (คปภ) ซึ่งภายในงานมีตัวแทนประกันชีวิตและชมรมประกัน วินาศภัย เข้าร่วมกว่า 100 คน ภายในงาน ทั้งนี้ยังมีโรงพยาบาลต่างๆ ได้เข้ามีส่วนร่วมซึ่งประกอบด้วย โรงพยาบาลวัฒนแพทย์อ่าวนาง,โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง,โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์อินเตอร์เนชั่นแนล,โรงพยาบาลจริยธรรมรวมแพทย์ จังหวัดกระบี่
     ด้าน  พ.ต.ท.ปิติวัฒน์   ชลิตวีรุตม์ ฯ กล่าวว่าก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้เกียรติและไว้วางใจให้เป็นประธานฯ ซึ่งงานจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีพวกเราทุกๆคนและนี่เป็นสัญญาณที่ดีที่การรวมพลคนประกันจะเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งนับจากนี้หวังเป็นอย่างยิ่ง รวมพลคนประกันจะเติบโตยิ่งๆขึ้นไป ในอนาคตอย่างแน่นอน พ.ต.ท. ปิติวัฒน์  ชลิตวีรุตม์ ฯ กล่าว
    ซึ่งบรรยากาศภายในงานมีการแสดงและกิจกรรมมากมายเช่น การแสดงของนักเรียน ,ดนตรี,การจับของขวัญและมอบรางวัลมากมายจากคณะผู้บริหารและการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มาร่วมแสดงภายในงาน ซึ่งบรรยากาศแบบเป็นกันเอง///กระแสใต้-รายงาน
-----------------------------------------------

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

จนท.คุมเข้มเป้าหมายอ่อนแอ เน้นสถานที่ราชการ พร้อมปกป้องครู นักเรียน(คลิป)

เจ้าหน้าที่คุมเข้มเป้าหมายอ่อนแอ เน้นสถานที่ราชการ โรงเรียน ปกป้องครู นักเรียน

            เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนในพื้นที่ต่างๆจัดกำลังรักษาความปลอดภัยครู นักเรียน ในพื้นที่เป้าหมายที่อ่อนแอห่างไกลจากกองกำลังหลักที่มักจะเกิดเหตุก่อกวนจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีอยู่บ่อยครั้ง โดยในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่จะทำการลาดตระเวนเส้นทางก่อนคณะครูจะมาถึงที่โรงเรียน จากนั้น รักษาความปลอดภัยต่อที่บริเวณหน้าประตูทางเข้า เฝ้าด้านหลังโรงเรียน พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับครูและเด็กนักเรียน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

            หลังจากที่โรงเรียนทำการเรียนการสอนแล้วเจ้าหน้าที่จะปิดประตูทางเข้า พร้อมกับออกไปลาดตระเวนต่อในเส้นทางรอง เพื่อตรวจตราความเรียบร้อยก่อนที่คณะครูและนักเรียนจะเดินทางกลับในช่วงเย็น

            ส่วนเจ้าหน้าที่ขุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ.กำนัน และผู้ใหญ่บ้านจะรับหน้าที่คอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยภายในหมู่บ้านเป็นหลัก ซึ่งหากพบสิ่งผิดสังเกตเกิดขึ้นก็จะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองทราบในทันที เพื่อความรวดเร็วและง่ายต่อการเข้าเสริมกำลังควบคุมเหตุ

            หลังจากเกิดเหตุวางระเบิดทหาร ยิงพระสงฆ์ และผู้บริสุทธิ์หลายครั้งในพื้นที่นราธิวาส เมื่อเร็วๆนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ กำลังเตรียมขนย้ายอาวุธระเบิดขนาดเล็กจำนวนมาก ทั้งที่บรรจุไว้ในรถจักรยานยนต์ อาวุธสงคราม กำลังคน ล่าสุดพบว่า มีการขนย้ายเข้ามาซ่อนในพื้นที่เป้าหมายหลายพื้นที่ โดยมีเป้าหมายจะก่อเหตุในแหล่งชุมชน สถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และฐานปฏิบัติการณ์ย่อย เป็นหลัก โดยทางเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเตือนมาเป็นระยะๆ ให้อยู่ในความพร้อมทั้งอาวุธและกำลังพล พร้อมที่จะตอบโต้ตลอดเวลาเมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้น.

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2562

ชาวบ้านกระบี่สุดทน!แก๊งซิ่งป่วนเมืองเกือบ200คัน ตร.วางแผนจับได้12คันพบ ด.ญ.อายุน้อยสุด13ปี

ชาวบ้านกระบี่สุดทน แก๊งซิ่งป่วนเมืองเกือบ 200 คัน ตร.วางแผนจับได้ 12 คัน พบเด็กหญิงอายุน้อยสุด 13 ปี

ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ ไล่จับแก๊วรถซิ่งป่วนเมืองรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 20 ม.ค. พ.ต.อ.สมเด็จ สุขการ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ ร่วม 50 นาย ทั้งตำรวจสายตรวจ ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจจราจร ตั้งด่านจุดตรวจ จุดสกัดบนถนนเพชรเกษม ช่วงหมู่ 1 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ เพื่อสกัดจับกลุ่มวัยรุ่นแก๊งรถซิ่ง หลังรับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวแข่งรถกันมากกว่า 200 คัน โดยใช้เส้นทางจาก อ.อ่าวลึก มุ่งหน้าเข้ามายังตัวเมืองกระบี่ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านมานานหลายเดือน

ต่อมา จนท.พบกลุ่มวัยรุ่น ขับขี่รถ จยย.แต่งซิ่งกว่า 200 คัน ขับขี่รถมาด้วยความเร็วบนถนนเพชรเกษม จึงนำรถตำรวจสายตรวจ ไล่ติดตามกระทั่งมาถึงบริเวณจุดตรวจที่ตั้งดักไว้ กลุ่มวัยรุ่นรถซิ่ง หากันเลี้ยวรถหลบหนีกันกระจัดกระจาย ตำรวจสามารถสกัดจับรถ จยย.ได้ 12 คัน เป็น จยย.ลักษณะแต่งซิ่ง พร้อมรถยนต์เก๋ง 1 คัน รถปิคอัพอีก 1 คัน ซึ่งมาด้วยกันกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว คุมตัวเด็กและเยาวชนชายหญิง อายุตั้งแต่ 13-18 ปี ได้จำนวน 15 คน โดยมีเด็กผู้หญิงอายุน้อยสุด 13 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มแก๊งรถซิ่งเหล่านี้ มีบรรดาร้านรับแต่งรถเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งตำรวจจะติดตามตัวมาสอบสวนอีกครั้ง ต่อมานำตัวทั้งหมดส่ง ร.ต.อ.วิโชติ มีภพ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกระบี่ แจ้งข้อหา ร่วมกันแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต เบื้องต้นวัยรุ่นบางส่วนรับสารภาพว่าแข่งรถจริง บางส่วนอ้างว่ามาดูการแข่งรถ

พ.ต.อ.สมเด็จ กล่าวว่า สำหรับปัญหากลุ่มวัยรุ่นแก๊งรถซิ่ง ทางตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ รับการร้องเรียนมาจากประชาชนในพื้นที่ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นขับรถหนี หากกระทำเกินกว่าเหตุเป็นอันตราย ตำรวจก็ต้องรับผิดชอบอีก ส่วนกลุ่มที่จับกุมได้ครั้งนี้ เนื่องจากมีการประชุมวางแผนกันอย่างรอบคอบ ซึ่งในเบื้องต้นสั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอย่างเต็มที่ โทษขอข้อหาแข่งรถมีโทษจำคุก 3 เดือน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล และจะดำเนินการยึดรถไว้ทั้งหมด ส่วนพ่อแม่ผู้ปกครอง หากพนักงานสอบสวน สอบพบว่ามีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลย ก็อาจจะถูกดำเนินคดีร่วมไปด้วย...
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

-----------------------------------------------

รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต.เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพพระสงฆ์พร้อมรุดเยี่ยมเหยื่อเหตุการณ์ไม่สงบ จ.นราธิวาส

รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานพิธีสวดพระอภิธรรมศพพระสงฆ์ พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
            พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ             ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานพิธีสวดพระอภิธรรมศพพระสงฆ์ 2 รูป คือ พระครูประโชติ  รัตนานุรักษ์ (ท่านสว่าง) เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี / เจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ และพระสมุห์ อรรถพร ขุนอำไพ (ท่านอู๊ด) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ ที่ได้มรณภาพจากเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงขณะกำลังนั่งฉันน้ำชา เพื่อรอเวลาปฏิบัติกิจของสงฆ์ภายในอุโบสถ  บริเวณภายในวัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก หมู่ 2 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 18 มกราคม 2562 เวลา 20.30 น.ที่ผ่านมา  จากเหตุการณ์ดังกล่าวให้พระสงฆ์มรณะภาพ 2 รูป  และได้รับบาดเจ็บอีก 2 รูป
           สำหรับการมรณะภาพของพระสงฆ์ทั้ง 2 รูป นั้นได้สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่ามาก เนื่องจากพระสงฆ์ทั้ง 2 รูป เป็นที่เคารพนับถือจากพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะ พระครูประโชติ  รัตนานุรักษ์ ที่เป็นพระนักปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับอย่างมากในแวดวงพระพุทธศาสนาและพี่น้องชาวพุทธชายแดนใต้ ครั้งหนึ่งท่านเคยกล่าวเอาไว้ในช่วงที่เหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ร้อนระอุ จนทำให้คนพุทธต้องหนีออกจากพื้นที่ โดยท่านบอกว่า "ถ้าไม่ตายไม่ขอเลิกทำความดี ผมไม่หนี ผมถือว่า ตรงนั้นเป็นแผ่นดินไทย ปู่ย่าตายายผมเป็นคนพุทธ เกิดตรงนี้ขอตายตรงนี้"
           ต่อมาที่โรงพยาบาลสุไหงโกลก ได้เข้าเยี่ยมพระสงฆ์ที่รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน 2 รูป คือพระธนโชติ ชุมเลิศ โดนยิงเข้าที่เท้าซ้ายและไหลซ้าย  และพระประเวศ  สุขแก้ว โดนยิงเข้าที่ต้นขาขวาและไหล่ขวา  อีกทั้งได้เข้าเยี่ยมอาสาสมัครทหารพราน 5 นาย คือ นายกฤษติน อินอักษณ  อายุ 28 ปี  นายจุดพล ชูช่วย อายุ 33 ปี นายอิบรอเฮม ลือบากะมูดิง อายุ 31 ปี   นายนพพรัตน์ เดชน้อย อายุ 33 ปี และนายวันเฉลิม  บัวเผียน อายุ 30 ปี  ซึ่งทั้งหมดได้รับบาดเจ็บจากเหตการณ์ลอบวางระเบิดขณะเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทาง เหตุเกิดที่บริเวณริมถนนเรียบทางรถไฟ บ้านไอบาตู หมู่ 5 ตำบลตะเต็ง อำเภอสุไหงปาดี  จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 เวลา  07.15 น.
         
ทั้งนี้ พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ได้พูดคุยให้กำลังใจแก่พระสงฆ์และอาสาสมัครทหารพรานทั้ง 5 นาย พร้อมทั้งมอบเงินส่วนตัวและกล่องกำลังใจให้ผู้ได้รับบากเจ็บ เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจในการใช้ชีวิตในพื้นที่อย่างมีความสุข โดยได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า รัฐบาล โดย ศอ.บต. จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ให้มีความสุข และกลับมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างปลอดภัย.                             
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ  จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

พืชสวนกระบี่ ทดลองปลูกองุ่นไร้เม็ดส่งเสริมอาชีพใหม่ยังหนุนภาคการท่องเที่ยว

พืชสวนกระบี่ ทดลองปลูกองุ่นไร้เมล็ด  ส่งเสริมอาชีพใหม่ให้กับเกษตรกรชาวกระบี่  หนุนภาคการท่องเที่ยว  องุ่นคุณภาพ

จังหวัดกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวจีน มาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก  องุ่นเป็นผลไม้เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมบริโภค โดยเฉพาะองุ่นไร้เมล็ด ซึ่งขณะนี้สามารถปลูกได้ในพื้นที่ราบเขตร้อน และเป็นพืชที่เกษตรกรให้ความสนใจปลูกเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ในอนาคต
นายสำเริง ปานศรี ผอ. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ (พืชสวน) กล่าวว่า ทางศูนย์ฯใช้พื้นที่ ครึ่งไร่ ในการศึกษาทดสอบการปลูกองุ่น ไร้เมล็ด  จำนวน 4 สายพันธุ์ ในพื้นที่ ครึ่ง ไร่  ซึ่งจากการศึกษาวิจัยองุ่น ทดลองปลูกองุ่นอย่างต่อเนื่อง  จนสามารถทำการคัดเลือกองุ่นที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของภาคใต้  จำนวน 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ลูสเพอเลท  Loose Perlette  บิวตี้ซีดเลส  Beauty Seedless  เฟรมซีดเลส Flame Seedless  และแบล็คโอปอล  Black Opal
 โดยในแปลงทดลองนี้ต้องการเก็บข้อมูล ผลผลิตขององุ่น แต่ละสายพันธุ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการส่งเสริมการปลูกองุ่น  โดยทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ ได้ทำศึกษาผลผลิตขององุ่นที่สามารถปลูกในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน การเตรียมโรงเรือน  การดูแลรักษา การใส่ปุ๋ย การป้องกัน โรค การศึกษาคุณภาพ  เพื่อหาสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สภาพพื้นที่ จังหวัดกระบี่ให้มากที่สุด
สามารถให้ผลผลิตองุ่นที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด ส่งเสริมให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจ นำไปประกอบเป็นอาชีพ  เปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้ที่สนใจ การปลูกองุ่นของจังหวัดกระบี่และภาคใต้   เข้าเยี่ยมชมเพื่อศึกษาหาความรู้ การปลูกองุ่นจากแปลงทดลอง  เพื่อพัฒนาเป็นอาชีพ  ที่สำคัญ สนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ในเรื่องของผลไม้คุณภาพ โดยเฉพาะองุ่น ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดและนักท่องเที่ยว
จากการทำการทดลองมาระยะหนึ่ง องุ่นสายพันธุ์ แบล็คโอปอล  Black Opal จะเจริญเติบโตได้ดี ให้ผลผลิตสูง ซึ่งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 62 จะสามารถเก็บผลองุ่นสายพันธุ์ แบล็คโอปอล  Black Opal ชุดแรกที่ออกมา สู่สายตาชาวกระบี่  หากผลผลิตของผลองุ่นสายพันธุ์ แบล็คโอปอล  Black Opal มีคุณภาพตามที่ต้องการ ของตลาด ทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ (พืชสวน)ก็จะทำการเพาะพันธุ์ แจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้ที่สนใจ ไปปลูกเป็นอาชีพฟรี  รวมรวมทั้งการแนะนำ การดูแลรักษา การใส่ปุ๋ย การเก็บเกี่ยว รวมทั้งการสร้างโรงเรือน
ขณะที่เกษตรกรผู้ที่สนใจ ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ได้เดินทางมาดูแปลงทดลองการปลูกองุ่น ไร้เมล็ด ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ (พืชสวน)อย่างต่อเนื่อง  เพื่อต้องมาศึกษา การปลูกองุ่น ว่าพื้นที่กระบี่สามารถปลูกองุ่นได้จริง  รวมทั้งขั้นตอนการ ปลูก ดูแลรักษา การใส่ปุ๋ย การเลือกพื้นที่และการสร้างโรงเรือน  ซึ่งในแต่ละวันมีประชาชนเดินทางเข้ามาชมแปลงทดลององุ่นเป็นจำนวนมาก
 สำหรับที่ตั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดกระบี่ (พืชสวน) 401 ม.1 ถ.เพชรเกษม ต.เขาคราม อ.เมือง ตู้ปณ. 51 ปณจ. กระบี่ 81000 โทรศัพท์ : 075-656388 ,085-7818778 โทรสาร : 075-656399E-mail : aopdh10@doae.go.th
กระบี่//ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน
-----------------------------------------------

วิทยาลัยเทคนิคกระบี่จับมือสถานประกอบการออกแบบ-พัฒนาเครื่องมือประเมิน นักศึกษาในระบบทวิภาคี

วิทยาลัยเทคนิคกระบี่จับมือสถานประกอบการร่วมกันออกแบบและพัฒนาเครื่องมือประเมินนักศึกษาในระบบทวิภาคี

งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ จัดโครงการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือสอบปลายภาครายวิชา ของนักเรียนนักศึกษาฝึกอาชีพ ในสถานประกอบการระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี(ต่อเนื่อง) เมื่อวันพฤหัสที่ 17 มกราคม 2562
ที่ ห้องประชุมชัยพฤกษ์ วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ โดยมี นายสุทิน ทองพลับ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ เป็นประธานในพิธีเปิด และนายพงษ์ศักดิ์ ลิ่มเครือยาน หัวหน้งานทวิภาคี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมีนายขจร เหมจินดา รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษา, นางสุภาพร สุขเมฆ หัวหน้าแผนกวิชาการท่องเที่ยว, นางบุษญรัตน์ ศรีธนประเสริฐ หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมเป็นเกียรติ

โดยสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาเป็นสถาบันหลัก ในการผลิตกำลังคนและช่างฝีมือ ให้มีทักษะความสามารถในวิชาชีพ มีคุณธรรมจริยธรรม มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ ไปใช้ได้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งการผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดแรงงาน เน้นภารกิจหลักสำคัญของการจัดการศึกษา ที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง จึงจำเป็นต้องทราบข้อมูล เกี่ยวกับความต้องการของสถานประกอบการ และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการ ในการผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีประสิทธิภาพ เข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อตอบสนองต่อ นโยบายของรัฐบาลในยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลย์และแข่งขันในประชาคมอาเซียน

นายขจร เหมจินดา รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษา เปิดเผยว่า โครงการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือสอบปลายภาครายวิชา ของนักเรียนนักศึกษาฝึกอาชีพ ในสถานประกอบการนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูฝึกในสถานประกอบการได้มีส่วนร่วม ในการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือสอบปลายภาค ของนักเรียนนักศึกษา ในระบบทวิภาคี ได้รวบรวมการจัดทำข้อสอบทุกรายวิชา ที่ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ เพื่อใช้ทดสอบปลายภาค  รวมทั้งเพื่อสร้างเครือข่าย การจัดการเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างสถานศึกษา และสถานประกอบการ

โดยมีครูนิเทศในรายวิชาของแผนกวิชาที่เปิดสอนในระบบทวิภาคี และครูฝึกในสถานประกอบการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคี จำนวน 30 คน ผู้เข้าร่วมประชุม

ภาพ/ข่าว: อนันต์ เขียวจันทร์
-----------------------------------------------

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562

นราธิวาสเปิดโต๊ะแถลงข่าวเหตุคนร้ายบุกยิงพระ วัดรัตนานุภาพ


แม่ทัพภาค 4 ผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ยันคนร้ายต้องการสร้างความขัดแย้ง ขณะที่มีความคืบหน้าทางคดีพอสมควรแล้ว
ที่วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งเกิดคนร้ายนับสิบคนพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้ามายิงพระสงฆ์ภายในวัดทำให้เจ้าอาวาสและพระลุกวัดมรณภาพ 2 รูป และบาดเจ็บอีก 2 รูป เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 18.ม.ค.62 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุด ชรบ. 4 นาย อส.อำเภอสุไหงปาดี อีก 4 นาย ได้เข้ามาสมทบและทำการยิงต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายจนล่าถอยเข้าไปในป่า จากนั้นได้เข้ามาสำรวจตามกุฏิภายในวันพบพระสงฆ์ได้รับบาดเจ็บ 1 รูป และที่บริเวณอาคารเอนกประสงค์มีเจ้าอาวาสและพระลูกวัดถูกยิงอีก 3 รูป จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจ ภาค 9 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมกับเจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่าย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงความคืบหน้าทางคดีและมาตรการการักษาความปลอดภัย

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 เปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนในพื้นที่รับไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องชาวพุทธหรือมุสลิมซึ่งทางจุฬาราชมนตรีจะส่งผู้แทนมาเยี่ยมให้กำลังในแก่ประชาชนที่สถานที่แห่งนี้ สำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่นั้น จะเพิ่มมาตรการในการดูแลวัด ชุมชนที่ล่อแหลมพร้อมเสริมกำลังต่างๆเพื่อให้เกิดความปลอดภัยอย่างที่สุด
ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน-สอบสวนได้มาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุในเบื้องต้นไปแล้ว และขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุที่มีหมายจับได้เข้ามาในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และยิง อส.ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี และยังเป็นคนร้ายที่มีหมายจับติดตัวอยู่ และหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปกบด่านยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่นั้น รอเพียงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อีกส่วนหนึ่ง พยานบุคคลและอื่นๆมาประกอบคดี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวกลุ่มคนร้ายแล้วว่าเป็นใคร กลุ่มไหน
ด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของการเยี่ยวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนั้นทางจังหวัดให้การเยี่ยวยาตามหลักเกณฑ์อย่างเต็มที่ โดยผู้เสียชีวิต 500,000 บาท บาดเจ็บ 50,000 บาท และทุบพลภาพ 500,000 บาท แต่เหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่พี่น้องทั้งพุทธและมุสลิมไม่อยากให้เกิดขึ้น และรู้สุกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะบ้านโคกโกมีพี่น้องชาวพุทธและพี่น้องมุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างสินติมานาน โดยในวันพรุ่งนี้ทางคณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดจะมาเยี่ยมคาราวะให้กำลังชาวบ้านและผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ตนยืนยันว่าไม่ใข้เป็นเรื่องความขัดแย้งของศาสนา แต่เป็นเรื่องของการสร้างความแตกแยกระหว่างกันของกลุ่มคนร้าย และขอให้พี่น้องทุกคนเข็มแข็งและเชื่อมั่นว่าทางการจะสามารถดูแลและปกป้องพื้นที่ได้. 

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------

โฉมใหม่มอไซค์รับจ้างกระบี่ สร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

เปลี่ยนลุคใหม่มอเตอร์ไซค์รับจ้างกระบี่   หนุนภาพลักษณ์ การท่องเที่ยวกระบี่ 
วันที่ 17 ม.ค. 62
พันตำรวจโทหม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า  จังหวัดกระบี่ เป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย  การจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะ  หรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  เป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้  ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ ทั้งสิ้น ซึ่งมีผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์สาธารณะ  หรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  15 วิน. มีผู้ขับขี่ที่ขึ้นทะเบียนไว้จำนวน  404 คัน.
จังหวัดกระบี่ โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดกระบี่ สถานตำรวจ สภ.เมืองกระบี่พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการ การจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะเมื่อปี พ.ศ. 2557 กำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างจะต้องนำรถจักรยานยนต์มาจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะหรือป้ายเหลืองให้ถูกต้องตามกฎหมาย ห้ามนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่เป็นรถป้ายดำมารับจ้างขนส่งผู้โดยสาร และกำหนดสถานที่จอดรถผู้โดยสาร หรือวิน ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยสามารถแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม 
นอกจากนี้ทางจังหวัดกระบี่ โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดกระบี่ ได้ใช้เสื้อวินรูปแบบใหม่ที่แสดงบัตรประจำตัวและหมายเลขประจำตัวที่ถูกต้องตรงกัน เนื่องจากที่ผ่านมารถจักรยานยนต์สาธารณะในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ยังไม่ได้มีการจัดระเบียบ. ประกอบกับได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ใช้บริการเกี่ยวกับคุณภาพของการให้บริการ.
จังหวัดกระบี่ โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดกระบี่  ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่และกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะหรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ ได้กำหนดให้ดำเนินการตามแนวทางของการจัดระเบียบ ได้แก่ การกำหนดจำนวนวินและสถานที่ตั้ง. กำหนดรูปแบบเสื้อให้เป็นไปตามกฎระเบียบและรูปแบบเดียวกัน กำหนดอัตราค่าโดยสารให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะหรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ รถจักรยานยนต์รับจ้างเป็นบุคคลที่มีความสำคัญเนื่องจากได้มีโอกาสใกล้ชิดกับ ผู้รับบริการ. สามารถสร้างภาพลักษณ์การให้บริการที่ประทับใจสะดวก ปลอดภัย ไม่เอารัดเอาเปรียบ แก่นักท่องเที่ยว   สามารถให้คำแนะนำแหล่งท่องเที่ยว และอื่น ๆ ...
กระบี่///ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง. รายงาน
-----------------------------------------------
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...