• ...

    ...

  • สิงห์ทองออโต้เพนท์

    ศูนย์ซ่อมสีรถและตัวถัง โทร075-817208,081-8942976...

  • เมเจอร์

    เมเจอร์

  • โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่

    โรงเรียนด็อกเตอร์หนึ่งอินเตอร์แคร์กระบี่ โทร 084-7195599 , 075-656132

  • Van VIP Krabi

    บริการถตู้เช่าเหมาท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในจังหวัดกระบี่ และสถานที่อื่นๆโดยทีมงานมืออาชีพ สอบถามโทร.0848626639

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

คณะกรรมการฯ SEA เลือกศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า

คณะกรรมการฯ SEA  เลือกศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า
เป็นที่ปรึกษา SEA เซ็นสัญญาจ้างเดือน ธ.ค. เพื่อศึกษาพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้

คณะกรรมการฯ SEA ประกาศรายชื่อ ศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้าได้รับการคัดเลือกบริหารโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ จาก 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยที่ยื่นข้อเสนอ ด้วยเกณฑ์พิจารณาเข้มข้นโปร่งใส และเหมาะสม พร้อมเซ็นสัญญาภายในดือนธันวาคมนี้ และเริ่มดำเนินการศึกษาได้ทันที
 นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ เปิดเผยว่า ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ (SEA) เป็นครั้งที่ 8  และแจ้งความคืบหน้าที่สำคัญ คือ การพิจารณาข้อเสนอโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้เปิดรับสมัครผู้สนใจยื่นข้อเสนอโครงการฯ ในเว็บไซต์ของกระทรวงพลังงานโดยมีกำหนดเวลาให้ผู้ที่สนใจยื่นข้อเสนอโครงการ ฯ กลับมายังกระทรวงพลังงาน ระหว่างวันที่ 17 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา 
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาเปิดรับข้อเสนอโครงการตามประกาศสำนักงาน กกพ. เรื่อง การเปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ในกรอบวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท มีผู้ยื่นเสนอโครงการรวม 3 ราย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทั้ง 3 ราย คณะกรรมการ ฯ ได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย เกณฑ์การพิจารณากลั่นกรองตามที่สำนักงาน กกพ. กำหนด อาทิ ความสำคัญและความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ประสิทธิผลของโครงการ ประสิทธิภาพของโครงการ เป็นต้น และจากการพิจารณาของ คณะกรรมการ ฯ ได้พิจารณาข้อเสนอต่างๆ จากผู้ยื่นเสนอโครงการ จากสถาบันการศึกษาทั้ง 3 แห่ง และได้พิจารณาเลือกศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า เป็นที่ปรึกษาโครงการ
สำหรับ การดำเนินการต่อไป กระทรวงพลังงานจะส่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้สำนักงาน กกพ. คาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้ภายในต้นเดือนธันวาคม 2561 และจะเริ่มดำเนินการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ โดยกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ คาดว่าจะได้ผลการศึกษาทั้งหมดภายในเวลา 9 เดือน เพื่อให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายการพัฒนาและจัดหาพลังงานในภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับจากประชาชน และสนับสนุนให้กระทรวงพลังงานสามารถปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ได้อย่างมีรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคสังคมและประชาชนมีความรู้ และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานคาดว่าจะมีการลงนามสัญญาได้ในต้นเดือนธันวาคม และภายในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2562 จะมีความชัดเจน และไม่ต้องรอแผน PDP ฉบับปรับปรุงใหม่”
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส นำประชาชนสองศาสนา ร่วมปลูกข้าวดำนา ย้อนรอยอดีต กิจกรรม “มนต์เสน่ห์พหุวัฒนธรรม”(คลิป)

สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส นำประชาชนสองศาสนา ร่วมปลูกข้าวดำนา ย้อนรอยอดีต กิจกรรม “มนต์เสน่ห์พหุวัฒนธรรม” สายสัมพันธ์พี่น้องพุทธมุสลิมนราธิวาส ตั้งเป้าร่วมอนุรักษ์พันธุ์ข้าวประจำถิ่น “ข้าวซีบูกันตังและข้าวหอมกระดังงา”
           

ที่บริเวณโรงสีข้าวพิกุลทอง หมู่ที่ 1 บ้านปูยู ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงาน“มนต์เสน่ห์พหุวัฒนธรรม” สายสัมพันธ์พี่น้องพุทธมุสลิมนราธิวาส โดยมี พ.อ.พิเชษฐ์ ชุติเดโช รอง ผอ.ฉก.นร. นางสาวนฤมล นุตยะสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นายประภาส มากทอง สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ตำบลเกาะสะท้อน และตำบลพร่อน นักเรียน เยาวชน คณะครู และบุคลากรจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
          หลังจากพิธีเปิดงานรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะร่วมปลูกต้นไม้ และเดินทางไปยังแปลงนา  เพื่อร่วมดำนากับหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน โดยจัดทำเป็นรูปหัวใจ เพื่อสื่อถึงความรัก สามัคคีในชุมชน และเป็นการสื่อถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการสานต่อภาคการเกษตร และการลดต้นทุนการเกษตร โดยกลุ่มเกษตรกรชาวนาในชุมชนร่วมปักดำนา เพื่อสืบสานวิถีชีวิตชาวนาชายแดนใต้คงไว้บนความพอเพียง หลังจากปลูกข้าวไปแล้วคาดว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ ในวันที่ 2 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
           การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย จังหวัดนราธิวาส กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายในงานมนต์เสน่ห์พหุวัฒนธรรม สายสัมพันธ์พี่น้องพุทธมุสลิมนราธิวาส ได้จัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ นิทรรศการเรียนรู้ ผู้นำศาสนาร่วมพบปะพูดคุยกับผู้มาร่วมงาน การแสดงของนักเรียน  และการประกวดและแสดงผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่
 ด้านนายประภาส มากทอง สหกรณ์จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ.2528 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมราชบพิตร ได้พระราชทานโรงสีข้าวพิกุลทองให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯนำมาใช้ศึกษาวิจัยเรื่องข้าวและให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันในการสีข้าวเพื่อการบริโภค การให้บริการธนาคารข้าว ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้ขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวเรื่อยมาเพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนในชุมชนในชุมชนตำบลเกาะสะท้อนและ ตำบลพร่อน อ.ตากใบ จนเกิดผลเชิงประจักษ์ในการนำไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตแก่พี่น้องประชาชนรวมถึงสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่น้องพุทธมุสลิมในพื้นที่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์สถานการณ์ใด เข้ามากระทบนำไปสู่การกล่าวขานว่าโรงสีข้าวพิกุลทอง คือ โรงสีเพื่อการพัฒนาขุมขนสังคม อย่างแท้จริง
 ประกอบกับในปี พ.ศ.2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้มีพระราชดำริให้จัดทำพิพิธภัณฑ์โรงสีข้าวพิกุลทอง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สืบสารวิถีชีวิตชาวนาแก่เด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไป ซึ่งพิพิธภัณฑ์ได้จัดให้มีฐานเรียนรู้ในบริเวณโรงสีฯจำนวน 9 ฐานเรียนรู้และในชุมชนเขตให้บริการของโรงสีอีก 9 ฐานเรียนรู้ และจัดให้มีกิจกรรมประจำปีขึ้นอีกหลายประการ เช่น ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจัดกิจกรรมสืบสานวิถีชีวิตชาวนา “วันฤดูปักดำนา” ในต้นเดือนเมษายน ของทุกปีจัดกิจกรรม “วันฤดูเก็บเกี่ยวข้าว” โดยมีเป้าหมายเพื่อการเรียนรู้และการเสริมสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีของพี่น้องประชาชนในชุมชน
 สำหรับกิจกรรม “มนต์เสน่ห์พหุวัฒนธรรมสายสัมพันธ์พี่น้องพุทธมุสลิมนราธิวาส” เป็นกิจกรรมสืบสานวิถีชีวิตชาวนาชายแดนใต้ดำรงไว้บนความพอเพียง และการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวประจำถิ่น “ข้าวซีบูกันตังและข้าวกระดังงา” โดยมีเกษตรกรพี่น้องประชาชนพุทธมุสลิมในพื้นที่ตำบลเกาะสะท้อน 9 หมู่บ้าน และตำบลพร่อนใน 6 หมู่บ้าน รวมถึงเด็กและเยาวชนมาร่วมงาน จำนวนกว่า 700 คน ซึ่งภายในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เช่น นิทรรศการเรียนรู้ การประกวดและแสดงผลผลิตทางการเกษตร การร่วมกิจกรรมปักดำนาสายสัมพันธ์พี่น้องพุทธมุสลิม.

ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

กระบี่-หนุ่มป่วยทางจิตคว้าขวานฟันหน้าอา 7 แผล ดับสยอง ตร.ตะครุบตัวได้ทัน

หนุ่มสติไม่สมประกอบคว้าขวานฟันหน้าอา 7 แผล ดับสยอง ตร.ตะครุบตัวได้ทัน

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 17 พ.ย. ร.ต.อ.จารึก สวัสดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่ รับแจ้งมีเหตุคนตายที่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 14 ต.ปลายพระยา หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.ปลายพระยา พ.ต.ท.คมณัฐ อติสุวรรณเดช รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.เสกสรร คมสาคร รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ไพสิฐ นุงอาลี สว.สส. จนท.ชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.ปลายพระยา จนท.กู้ภัย รพ.ปลายพระยา รุดไปยังที่เกิดเหตุ

บริเวณลานพื้นปูนหน้าบ้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างของนายวิมล นวลขาว อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ 9 ต.ปลายพระยา นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ในสภาพสวมกางเกงขาสั้นสีดำ คาดผ้าขนหนูสีฟ้าที่เอว บริเวณใบหน้าพบบาดแผลฉกรรจ์จากของมีคมจำนวน 7 แผล ใบหน้าเละจนจำไม่ได้ เลือดนองเต็มพื้น ห่างจากร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 10 ม.พบ ขวานด้ามเหล็ก มีร่องรอยถูกล้างน้ำแล้วตกอยู่ 1 อัน คาดว่าเป็นอาวุธในการก่อเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน หน้าบ้านพบมีดพร้ายาว 1 เมตร ตกอยู่ 1 อัน ทราบว่าเป็นของคนร้าย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวน น.ส.สมบุญ แก้ววิหก ภรรยาของผู้ตายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายสิทธิพงศ์ หรือดำ เรืองศรี อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นหลานของผู้ตาย หลังก่อเหตุวิ่งหนีออกไปจากบ้าน จนท.กระจายกำลังจนพบผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในป่าท่ามกลางความมืด จึงเข้าควบคุมตัวในสภาพเสื้อผ้าเปื้อนเลือด

ต่อมาตำรวจคุมตัวนายสิทธิพงศ์ ไปสอบสวนต่อที่ สภ.ปลายพระยา แต่ผู้ต้องหาให้การวกไปวนมา มีอาการเหมือนคนไม่สมประกอบ และบอกว่าไม่ทราบว่าฆ่าคนตาย ตรวจสอบประวัติการรักษาอาการป่วยทางจิต พบเคยเข้ารักษาตัวที่ รพ.สวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจจึงต้องคุมตัวไว้ที่ห้องขัง สภ.ปลายพระยา เบื้องต้นแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา คุมตัวไว้ดำเนินคดี โดยจะรอให้ผู้ต้องหามีอาการดีขึ้นก่อนจะสอบปากคำอีกครั้งว่าสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้มาจากเรื่องอะไร.

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ รับรางวัล.. "เพชรแห่งสยาม 2018"จากการขับเคลื่อน "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(คลิป)

 สภ.ทรายขาว..รายงานการเข้ารับรางวัล "ผู้นำองค์กรโครงการต้านภัยยาเสพติดยอดเยี่ยม" จากการขับเคลื่อน "โครงการบ้านบ่อม่วงสีขาว(นำร่อง)ปลอดยาเสพติด" 
     วันที่ 18 พ.ย.61 พ.ต.อ.วิชย์สัณห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ.ทรายขาว จ.กระบี่ ได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ ตร., ภ.8, ภ.จว.กระบี่, จว.กระบี่ และ สภ.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้เดินทางเข้ารับรางวัล.. "เพชรแห่งสยาม 2018" ..บุคคลต้นแบบตัวอย่างดีเด่นที่ทรงคุณค่า 2018 งานเกียรติยศรางวัลอันทรงเกียรติเพื่อบุคคลต้นแบบ ประจำปี 2561 "สาขา ผู้นำองค์กรโครงการต้านภัยยาเสพติดยอดเยี่ยม"
     ซึ่งจัดโดย ชมรมสื่อสร้างสรรค์ไทย หม่อมราชวงศ์ วรปภา จักรพันธุ์ ปนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมีฯ กรมพระจักรพรรดิพงษ์
    ซึ่งประธานพิธีมอบรางวัล ได้ประทานพรและให้กำลังใจให้ทำหน้าที่เรื่องยาเสพติดให้ประสบผลสำเร็จ รับราชการก้าวหน้าในหน้าที่ ณ ห้องเบญจรัศมี ชั้น 3 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.ช่อง 5) กรุงเทพมหานคร
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

ยะลา:คนร้ายประกบยิงชาวบ้าน ลูกจ้าง 4,500 ดับคาร้านน้ำชายะลา

วันนี้ 18 พ.ย.61 เวลา 07.40 น. ร.ต.อ.วีรศักดิ์ สุวรรณเดชา รอง สว.(สอบสวน) สภ.บันนังสตา จ.ยะลาได้รับแจ้งเหตุ จาก ผู้ใหญ่บ้าน ว่ามีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงราษฎรเสียชีวิต  จำนวน 1 ราย ภายในร้านน้ำชา ภายในหมู่บ้าน บ้านกลาบอ บ้านย่อยของบ้านบือซู หมู่ 6 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา
หลังรับแจ้ง รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรพจน์ ยินดี ผกก. นายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา พ.ต.ท.วีรยุทธ มุณี สว.สส. ชุด กู้ชีพ-กู้ภัยมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร ศูนย์ปฏิบัติการบันนังสตา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพราน 33 ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง ที่เกิดเหตุเป็นร้านน้ำชาเล็กๆ ไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้าน มีนายกูรอนิง ลาเต๊ะ อายุ 21 ปี เป็นเจ้าของร้าน เจ้าหน้าที่พบศพ นายมะนะตือกี เจ๊ะหม๊ะ อายุ 42 ปี ลูกจ้าง 4,500 ของ หน่วยงาน ตชด.ในพื้นที่ บ้านศรีท่าน้ำ อ.ธารโต อยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ 4 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา ถูกยิงที่บริเวณลำคอ 1 นัด และลำตัว 2 นัด นอนเสียชีวิต สภาพสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินอ่อน นุ่งผ้าโสร่งสีเปลือกมังคุด นอนหงาย มีเลือดนองเต็มพื้นที่ จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายขับขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพัก มากินน้ำชา ข้าวยำ ที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาจอดหน้าร้าน 1 ใน 2 คนร้าย ได้ลงจากรถ ชักปืนพกสั้น เข้าประชิดตัวและจ่อยิงในระยะเผาขน จนผู้ตายล้มลง คนร้ายได้ใช้จังหวะการชุลมุนของชาวบ้านได้ขึ้นไปซ้อนท้ายรถ จยย.ทีเพื่อนจอดรออยู่ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เบื้องต้น จนท.กำลัง ตรวจสอบว่าสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่
ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ.ยะลา รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พรรคไทรักธรรม เปิดประชุมจัดตั้งสาขาพรรคในจ.กระบี่ ชูนโยบาย ส่งเสริมวัฒนธรรม สร้างอาชีพเสริม พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส ทั้ง2 เขต

พรรคไทรักธรรม เปิดประชุมจัดตั้งสาขาพรรคในจ.กระบี่   ชูนโยบาย ส่งเสริมวัฒนธรรม สร้างอาชีพเสริม  พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส ทั้ง2 เขต  บรรยากาศคึกคัก   โว เปิดสาขามากที่สุดกว่า 20สาขา    ด้าน กกต.จังหวัด สาธิตลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ 

            เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 18  พ.ย.61  ที่โรงแรม พีเอ็น เมาเท่น รีสอร์ท ต.อ่าวลึกใต้   อ.อ่าวลึก จ.กระบี่   นายมานะ   สมันตรัฐ  รองหัวหน้าพรรคไทรักธรรม ได้เป็นประธานเปิดการประชุม จัดตั้งสาขา รหัส 021  ตามคำสั่งคสช.เกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรค ตามม.141/1 (3)    โดยมีกรรมการบริหารพรรค  ประกอบด้วย นายสหรัฐ  รัตนฐางกูร  รองหน.พรรค  นายจตุรวิทย์   กาละมิตร เลขาธิการพรรค  นายวิทิต  แลค  รองเลขาธิการพรรค  ร่วมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายของพรรคให้แก่ สมาชิกพรรคในจังหวัดกระบี่ ที่มาลงทะเบียนในวันนี้ จำนวนกว่า 100คน   และในโอกาสนี้ทางเจ้าหน้าที่ จาก สำนักงานกกต.จ.กระบี่ ได้นำเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง แบบอิเล็กทรอนิกส์มาสาธิตวิธีการลงคะแนนด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

นายมานะ  สมันตรัฐ  รองหัวหน้าพรรคไทรักธรรม กล่าวว่าในวันนี้เป็นประชุมการจัดตั้งสาขาพรรค ที่จ.กระบี่  และมีเลือกประธานสาขาพรรค  ปรากฏว่า มีนายมูฮำหมัด  หมักหมัน ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสาขาในจ.กระบี  เพียง คนเดียว จึงไม่ต้อวงมีการคัดเลือก และยังเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในจังหวัดกระบี่  เขต1 ด้วย  ส่วนเขต2 ได้แก่น.ส.ศิรินันท์   สะสม  สำหรับนโยบายของพรรคไทรักธรรมนั้น เน้นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และลดภาระหนี้สินของประชาชน ผ่านการส่งเสริมการขายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบสหกรณ์ออนไลน์  เน้นในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชน  เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  เช่นคนที่มีอาชีพทำสวนปาล์ม สวนยาง  ก็จะหาอาชีพเสริมให้ทำเพื่อเป็นรายได้เสริม เนื่องผลผลิตการเกษตรที่เป็นรายได้หลักตกต่ำ   โดยทางพรรคจะส่งส.ส.ลงให้ครบทุกเขต 350คน   พร้อมสส.บัญชีรายชื่อ149 คน รวมทั้งและพร้อมที่จะสู้ศึกเลือกตั้ง  ขณะที่นายวิทิต  แลค  รองเลขาธิการพรรค กล่าวว่าไม่ต้องการให้รัฐบาล เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก ทางพรคก็พร้อมทำตามกฎหมาย ซึ่งในขณะนี้ ทางพรรคพรรคได้มีการเปิดสาขามากที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองกว่า 20สาขา โดยในจ.กระบี เป็นสาขาที่21  และหลังจากนี้จะไปเปิดสาขาที่จ.พังงาต่อไป

ณัฎพงษ์ ศรีปล้อง และทีมข่าว กระแสใต้/รายงาน
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สตูลเปิดโครงการหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว 2 หมู่บ้าน (คลิป)

สตูลเปิดโครงการหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว 2 หมู่บ้าน
         วันนี้18พ.ย.61ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณจุดชมวิว 18 ล้าน ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล นายธานี ฮะยีมะสาและ  นายอำเภอละงู จ.สตูล เปิดโอท็อปวิลเลจ เพื่อการท่องเที่ยว ตามโครงการหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว โดยมีชาวบ้านจากชุมชนม. 1บ้านบ่อเจ็ดลูกและม. 2บ้านปากบารา  ต.ปากน้ำ อ.ละงู ซึ่งเป็นชุมชนที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจุดขาย มาร่วมออกบูธแสดงสินค้าโอท็อปและท่องเที่ยวโดยชุมชนมาแสดงทั้งนี้ อ.ละงู ได้จัดสรรงบประมาณโครงการหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 2 หมู่บ้าน คือบ้านบ่อเจ็ดลูกหมู่ที่ 1 และบ้านปากบารา ม.2 ต.ปากน้ำ อ.ละงู  โดยดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมชุมชนในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบ้านบ่อเจ็ดลูกและบ้านปากบารา ในด้านการพัฒนาบุคลากร พัฒนาผลิตภัณฑ์โอท็อป ของที่ระลึกและสถานที่ท่องเที่ยว โดยการพัฒนาปราชญ์ชุมชนและเยาวชนโอท็อป สู่การเป็นนักเล่าเรื่องชุมชนหมู่บ้านละ 20 คน ฝึกอบรมทักษะการแสดงต้อนรับนักท่องเที่ยว หมู่บ้านละ 3 ชุด จัดทำสื่อเรียนรู้อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา ชาติพันธุ์และวิถีชุมชน ยกระดับภูมิปัญญาเป็นสินค้าที่ระลึก พัฒนาอาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งการเปิดหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยวในครั้งนี้เพื่อประกาศการเป็นหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการท่องเที่ยว  เผยแพร่ประชาสัมพันธุ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอาหารพื้นถิ่น และสินค้าขึ้นชื่อในชุมชน 
       สำหรับของดีของชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูกและบ้านปากบารานั้น เป็นหมู่บ้านชายทะเลส่วนใหญ่จะเป็นผักพื้นบ้าน แปรรูปอาหารทะเล เช่นกุ้งแห้ง หมึกแห้ง ปลาแห้ง น้ำพริกต่างๆ กระปิ ขนมพื้นบ้านเช่นปะการัง ขนมไข่ โรตีกรอบ ขนมผูกรัก  บุหงาบุดะ และผลิตภัณฑ์จากกะลา เรือและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญคือปราสาทหินพันยอด ชายหาดปากบารา โดยเฉพาะบ้านปากบารานั้นถือเป็นพื้นที่สำคัญในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะลงไปเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆที่สวยงามของจ.สตูลซึ่งต่อไปนักท่องเที่ยวสามารถแวะซื้อของฝากถูกใจราคาเป็นกันเองได้

นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา ตอกย้ำ "เกิดขึ้นแน่นอน"

พิธีบวงสรวงขอขมาฟ้า พสุธา มหาสมุทรเพื่อคลองไทย และการแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๗.๑๖ น.ณ ลานพระอาทิตย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ พลเอก พงษ์เทพ เทศประทีป นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา พร้อมคณะได้จัดให้มีพิธีบวงสรวงขอขมาฟ้า พสุธา มหาสมุทรเพื่อคลองไทย และการแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา โดยมี นายสมโภช โชติชูช่วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ คณะกรรมการสมาคมคลองไทยฯ สาขาจังหวัดกระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา ข้าราชการ นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน ร่วมในพิธี
หลังจากที่ พลเอก พงษ์เทพ เทศประทีป นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา กล่าวสักการะทวยเทพ เทวา อารักษ์ พราหมณ์ วิเชียร สมขันธ์ ได้ทำพิธีพราหมณ์ เพื่อบวงสรวงขอขมาฟ้า พสุธา มหาสมุทรเพื่อคลองไทย หลังจากนั้นได้มีพิธีทางศาสนา ๓ ศาสนา ประกอบด้วยศาสนาคริสต์อ่านไบเบิล อธิษฐานขอพร บทเพลงนมัสการโดยคริสเตียนกลางจังหวัดกระบี่ พิธีขอพรทางศาสนาอิสลามโดยอัจญี อับดลหล้า พยายาม และโต๊ะอิหม่าม จำนวน ๑๐ คน และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน ๑๐ รูป
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงขอขมาฟ้า พสุธา มหาสมุทรเพื่อคลองไทย และพิธีทางศาสนาแล้วได้แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา

พลเอก พงษ์เทพ เทศประทีป นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา กล่าวว่า ปัญหาความยากจนของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
ไทย ที่มีติดต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน และไม่มีวี่แววว่าจะสามารถยกระดับรายได้ให้สูงขึ้นได้ แต่นับวันปัญหานี้จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องพึ่งราคาผลผลิต ยิ่งต้องประสบกับปัญหาราคาที่ตกต่ำมาโดยตลอด โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกยางพารา และปาล์มน้่ำมันในภาคใต้ ที่มีปัญหาราคาผลผลิตตกต่่ำมาก ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมามากมาย
พลเอก พงษ์เทพ เทศประทีป กล่าวต่อไปว่าประชาชนคนภาคใต้เห็นว่า หากมีการขุดคลองไทยเชื่อมทะเลฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางทางโลจิสติกส์ทางทะเลในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้ เพราะโครงการนี้ฝฃสามารถดึงเงินจากต่างประเทศเข้ามา สามารถสร้างความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ให้กับประชาชนและประเทศชาติได้
จนมาถึงปัจจุบันนี้ ประชาชนคนภาคใต้ ร่วมกับสมาคมคลองไทยฯ ได้พร้อมใจกันยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนี้อย่างจริงจัง โดยได้ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ๕ จังหวัด ที่คาดว่าคลองไทย แนว ๙A จะพาดผ่าน คือ กระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา พร้อมทั้งได้ให้ข้อมูลที่สำคัญกับ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย
"พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการบัญชาให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กับสภาความมั่นคงแห่งชาติ รับเรื่องนี้ไปดำเนินการ ตามข้อเรียกร้องของสมาคมฯและประชาชนแล้ว " นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา กล่าว
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

นราธิวาส มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต(คลิป)

นราธิวาส มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเน้นย้ำผู้ผ่านการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดอย่าหันหลังไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก มุ่งหน้าพัฒนาพัฒนาอาชีพที่ผ่านอบรมมาอย่างเต็มความสามารถ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม
          17 พ.ย.61  ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายสมหวัง  เรืองเพ็ง ปลัดจังหวัดนราธิวาสเป็นประธานพิธีมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2561  โดยมีนายชัยเจริญ  มูสิกิ้ม หัวหน้าฝ่ายอำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส นายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเมืองนราธิวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ผ่านการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจำนวน 84 คน ร่วมในพิธีฯ
            นายสมหวัง  เรืองเพ็ง ปลัดจังหวัดนราธิวาส กล่าวเน้นย้ำว่า ขอให้ผู้ผ่านการบำบัด ฯให้สัญญากับตนเองว่าจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก  ตอนนี้เราเป็นคนใหม่ ต้องทำสิ่งใหม่ๆที่ดี และขอให้ตั้งใจทำหน้าที่และประกอบอาชีพตามหลักสูตรอาชีพที่อบรมมาอย่างดีที่สุด   ซึ่งทุกสาขาอาชีพนี้เป็นสาขาอาชีพยอดนิยมในสังคม สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ 
 พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า  แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สั่งการให้กำลังในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สนธิกำลังปฏิบัติมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ค้าในเวลาคราวเดียวกัน เป็นไปตามแผน ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด และตามแผนประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคงปลอดภัยยาเสพติดปี 2560   เพื่อให้ปัญหายาเสพติดจะต้องหมดสิ้นไปจากสังคมชุมชนก็ด้วยพลังความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  หรือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนรวมพลังกันแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นไป 
           สำหรับผู้ผ่านการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเริ่มดำเนินการฝึกอบรมฯตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.-2 ส.ค.61 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ฝึกอาชีพพระราชทานจังหวัดนราธิวาส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จำนวน 6 สาขาอาชีพ ได้แก่ สาขาช่างเชื่อมโลหะ ช่างซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ ช่างตัดผม ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศ และช่างไฟฟ้า จำนวนทั้งสิ้น 84 คน โดยได้รับงบประมาณจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด จะไม่กลับไปเสพซ้ำ และเสริมสร้างความเชื่อมมั่นให้แก่ผู้เลิกยาเสพติดสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข พัฒนาเป็นครองครัวคุณธรรม “สัจจะ สันติสุข “ต่อไป                     

ภาพ/ข่าว ซาการียา  ดอเลาะ  จ.นราธิวาส
-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส บูรณาการร่วมหลายหน่วยงานเร่งขุดลอกคูคลอง เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส บูรณาการร่วมหลายหน่วยงานเร่งขุดลอกคูคลอง เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย
             (วันนี้) 17 พ.ย.61 นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า จากข้อมูลการประเมินสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดนราธิวาส ปี 2561 มีการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีปัญหาด้านการสร้างสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการสูบระบายน้ำ การถมที่ดินของเอกชนและการก่อสร้างอาคารรุกล้ำลำน้ำ ที่ส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการสูบระบายน้ำจากศูนย์ราชการ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาสลงคลองยะกัง และส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นและเป็นการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดนราธิวาส ได้ประสานให้หน่วยงานต่างๆ อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส แขวงทางหลวงชนบทนราธิวาส อบต.โคกเคียน อบต.ลำภู ทำการขุดลอกคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำบริเวณคูถนนศูนย์ราชการ ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการ 
            โดยจังหวัดนราธิวาส ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนราธิวาส เพื่อรายงานสถานการณ์สาธารณภัย(อุทกภัย) โดยล่าสุด (16 พ.ย. 61) สถานการณ์ทั่วไประดับน้ำในลุ่มน้ำหลัก แม่น้ำ 3 สาย คือ ลุ่มน้ำสายบุรี ลุ่มน้ำบางนราลุ่มน้ำโก-ลก สถานการณ์ปกติ ด้านสภาพอากาศ มีร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหนักบางแห่ง ลักษณะเช่นนี้ทำให้จังหวัดนราธิวาสมีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ทะเลมีคลื่นสูง 1 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฝนจะตกหนักในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ต่อเนื่อง จึงมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยขณะนี้พื้นที่ประสบภัย จำนวน 2 อำเภอ 6 ตำบล 23 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัย 473 ครัวเรือน 2,487 คน ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนเรือพร้อมอุปกรณ์ของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว                        

ภาพ/ข่าว  ซาการียา  ดอเลาะ  จ.นราธิวาส

-----------------------------------------------
ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ข่าว
ชื่อบัญชี หนังสือพิมพ์กระแสใต้นิวส์
เลขที่บัญชี 255-2-55449-6 ธนาคารกสิกรไทย สาขา กระบี่ ประเภท ออมทรัพย์

(โอนเงิน แล้วแต่ท่านต้องการสนับสนุน)
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเว็บไซต์ข่าว TEL : 099-230-9071
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...